<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>98290</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/04/2021 16:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/04/2021 15:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;ตรีนุช&quot;สวมบทนางสิงห์  ลั่นจะเด็ดขาด ใช้อำนาจทางกม.แก้ปัญหาความรุนแรงในรร. ทุกกรณี เล็งฟื้นสารวัตรนักเรียน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;
4เม.ย.64- นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวถึงกรณีที่มีครูโรงเรียนเเห่งหนึ่ง ใน ต.หนองขวาว อ.ศรีขรภูมิ จ.สุรินทร์ ใช้ไม้บรรทัดตีศรีษะใบหน้า เเละด้านหลังของ ด.ช. อัครเดช นิสัยกล้า นักเรียนชั้นอนุบาล 3 จนได้รับบาดเจ็บ ว่า ตนไม่นิ่งนอนใจในเรื่องดังกล่าวและได้รับทราบรายละเอียดเบื้องต้นจากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา(สพป.)สุรินทร์ เขต 1 เเล้วโดยเบื้องต้นทราบว่าครูผู้ก่อเหตุเป็นครูอัตรจ้าง ที่ไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู ซึ่งตนได้สั่งการให้ ดร.อัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาฯ กพฐ.) ติดตามการให้ความช่วยเหลือนักเรียน เเละพิจารณาสั่งให้ครูคนดังกล่าว หยุดปฏิบัติหน้าที่ทันที พร้อมทั้งติดตามผลการสืบสวนข้อเท็จจริงในเรื่องดังกล่าวอย่างใกล้ชิด หากพบว่ามีความผิดจริง ต้องดำเนินการตามกฎหมายต่อไป อย่างไรก็ตามเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ ในลักษณะนี้อีก จึงได้สั่งการให้ เลขาฯ กพฐ. ซักซ้อมเเนวปฏิบัติในการจ้างครูผู้สอน ว่าจะต้องเป็นผู้ที่ต้องมีใบอนุญาตปฏิบัติการสอนเท่านั้น เเละกำหนดไว้ในสัญญาจ้างด้วยว่า ครูจะต้องปฏิบัติตามจรรยาบรรณผู้ประกอบวิชาชีพครู พร้อมทั้งเน้นย้ำเป็นพิเศษว่า จะต้องปฏิบัติต่อศิษย์ด้วยความเมตตา ไม่กระทำการรุนเเรงต่อศิษย์ ไม่ว่าจะโดยวิธีการใดก็ตาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาวตรีนุช กล่าวต่อว่า ส่วนกรณี ที่นายพันยศ เจริญภักดี นักเรียนชั้น ม.5 โรงเรียนพิษณุโลกพิทยาคม ถูกยิงที่ศีรษะ บริเวณถนนเลี่ยงเมื่อพิษณุโลก-สุโขทัย เนื่องจากมีปัญหากับเพื่อนร่วมชั้น จนได้รับบาดเจ็บสาหัส ซึ่งขณะนี้รักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวรนั้น ตนได้ประชุมด่วน ร่วมกับ เลขาฯ กพฐ. เพื่อหารือถึงมาตราการป้องกัน ไม่ให้เกิดความรุนเเรง ทั้งในเเละนอกสถานศึกษา โดยตนเห็นว่า การเเก้ปัญหาด้วยความรุนเเรง เป็นสิ่งไม่อาจยอมรับได้ ซึ่งเรื่องนี้นอกจากต้องมีการบังคับใช้กฏหมายอย่างเข้มงวดเเละเป็นธรรมเเล้ว จะต้องกลับมาให้ความสำคัญกับเรื่องจิตวิทยา ซึ่งเป็นพื้นฐานของการรู้จักตนเอง รู้จักวิธีการเเสดงออกที่ถูกต้องเหมาะสม ต่อผู้อื่นเเละสังคม พร้อมกันนี้ตนได้หยิบยกนโยบาย Youth Counselor ของ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.)ที่มีการดำเนินการมาเป็นระยะเวลาหนึ่งเเล้วมาทบทวนการทำงานใหม่ โดยเพิ่มบทบาทของนักจิตวิทยาประจำสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทั่วประเทศให้มีการทำงานเชิงรุกในสถานศึกษามากขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันต้องให้สถานศึกษาจัดระบบการเฝ้าระวังดูแลนักเรียนกลุ่มเสี่ยงที่จะก่อเหตุทะเลาะวิวาทอย่างรุนเเรง รวมถึงการเข้าป้องกันก่อนที่จะเกิดปัญหาการก่อเหตุรุนเเรง นอกจากนี้ ตนจะมอบหมายให้ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ และผู้ที่เกี่ยวข้องศึกษาทบทวนระบบการดูเเล ความประพฤติของนักเรียน นักศึกษา ในปัจจุบันว่า มีประสิทธิภาพเพียงใด ควรจะมีการรื้อฟื้นระบบสารวัตรนักเรียนที่ยุบเลิกไป หรือ จะมีระบบอื่นๆที่สร้างความมั่นใจในการดูแลความปลอดภัยของนักเรียน อย่างมีประสิทธิภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;จะมีความเด็ดขาด ในการบังคับใช้กฎหมาย กฎระเบียบของข้าราชการครู เเละบุคลากรทางการศึกษา เพื่อเป็นบรรทัดฐาน ให้กับกรณีอื่นๆ เเละสร้างความมั่นใจร่วมกันระหว่าง ครู นักเรียน เเละผู้ปกครอง ต่อจุดเน้น เรื่องความปลอดภัยของผู้เรียนว่า การมีผู้เรียนเป็นเป้าหมายของการพัฒนา หรือ Student Centricity ซึ่งเป็นหนึ่งในองค์ประกอบของรูปเเบบการทำงาน &amp;lsquo;TRUST&amp;rsquo; จะต้องเริ่มจากการที่สถานศึกษาทุกเเห่งมีความพร้อมที่จะเป็น &amp;lsquo;บ้านหลังที่สอง&amp;rsquo;ให้เเก่เด็กๆทุกคน เพราะถ้า &amp;lsquo;บ้าน&amp;rsquo;ยังไม่ปลอดภัยเเล้ว เราก็ไม่อาจที่จะพูดถึงการพัฒนาผู้เรียนในเรื่องอื่นๆได้อีกเลย &amp;quot;รมว.ศธ. กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98290</URL_LINK>
                <HASHTAG>ความรุนแรงในโรงเรียน, ตรีนุช เทียนทอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210329/image_big_6061d41a42137.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>95259</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/03/2021 13:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/03/2021 13:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เอาเรื่องถึงที่สุด!พ่อแม่ใจสลายหอบลูกสาววัย13แจ้งความโดนเพื่อนรุมตบ-ถ่ายคลิปแกล้ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 มี.ค.64- &amp;nbsp;พ่อและแม่เลี้ยง ของเด็กหญิงวัย 13 ปี ชาวจังหวัดชัยนาท &amp;nbsp;ร้องขอความเป็นธรรมผ่านสื่อ หลังลูกสาวถูกเพื่อนนักเรียนชั้น ม.1 โรงเรียนแห่งหนึ่งใน อ.บ้านไร่ จ.อุทัยธานี ที่เรียนอยู่ห้องเดียวกัน จำนวน 5 คน เป็นหญิง 4 คน ชาย 1 คน ทำร้ายร่ายกาย ด้วยการใช้มือตบใบหน้าหลายครั้ง และใช้รองเท้านักเรียนตบศีรษะ &amp;nbsp;อีกทั้งยังข่มขู่ให้เกิดความหวาดกลัวเรื่อยมา &amp;nbsp; และยังบังคับให้ร่วมทำถ่ายทำคลิปตบหน้า เพื่อเลียนแบบคลิปตบดังในโซเชียล &amp;nbsp;แต่ที่หนักสุดถึงขั้นบังคับให้ถอดกางเกงชั้นใน ขณะเด็กหญิงกำลังทำธุระส่วนตัวอยู่ในห้องน้ำ &amp;nbsp;เพื่อถ่ายภาพอวัยวะเพศ &amp;nbsp;แล้วโพสต์ประจานลงกลุ่มแชทเพื่อนๆในโรงเรียน เพื่อให้เกิดความอับอาย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไม่เพียงเท่านี้ เด็กหัวโจกของกลุ่มนี้ ยังบังคับให้เด็กหญิงถอดเสื้อโชว์หน้าอกขณะวีดีโอคอล แล้วแคปภาพหน้าจอ เอาไปโพสต์ลงกลุ่มแชทอีกด้วย โดยพ่อและแม่เลี้ยง ได้นำคลิปตบ จำนวน 3 คลิป รวมความยาวกว่า 10 นาที มาให้ผู้สื่อข่าวดู &amp;nbsp; ซึ่งเป็นคลิปที่ลูกสาวถูกบังคับให้ตบหน้าเพื่อนอย่างไม่เต็มใจ ก่อนจะถูกเพื่อนทั้ง 5 คน พลัดกันตบหน้ากลับมาอย่างแรงหลายครั้ง จนเป็นรอยแดงเต็มใบหน้า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่แม่เลี้ยงเด็ก ระบุว่า &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 3 มี.ค.64 ตนเองได้เห็นคลิปวีดีโอที่ลูกสาวถูกเพื่อนนักเรียนรุมตบในห้องน้ำโรงเรียน &amp;nbsp;ตกใจและเสียใจเป็นอย่างมาก ที่เห็นลูกสาวถูกกระทำเช่นนั้น &amp;nbsp;เมื่อถามลูกก็ทราบว่า ที่ยอมให้เพื่อนตบหน้า เพราะหวาดกลัว หากไม่ยอมก็จะถูกเพื่อนทำร้ายหนัก และจะไม่ยอมเป็นเพื่อนด้วย &amp;nbsp; ตนเองและแม่สามี จึงรีบพาลูกสาวไปที่โรงเรียน เพื่อสอบถามเรื่องดังกล่าว กลับได้รับคำตอบจากครูฝ่ายปกครองว่าเป็นคลิปเก่า ที่เด็กทะเลาะกัน ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2563 ที่ผ่าน &amp;nbsp;ทางโรงเรียนได้มีการภาคทัณฑ์กับเด็กในกลุ่มนี้ไว้แล้ว &amp;nbsp;ซึ่งตนเองก็แปลกใจมาก ว่าเกิดเหตุการณ์แบบนี้หลายเดือนแล้ว เหตุใดโรงเรียนจึงไม่แจ้งให้ผู้ปกครองทราบ &amp;nbsp;จนกระทั่งตนเองและสามีมาเห็นคลิปนี้เอง &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาวันที่ 4 มี.ค.64 ผู้อำนวยการโรงเรียน ได้เรียกตนเองและผู้ปกครองของเด็กคู่กรณีทั้ง 5 คนไปประชุมร่วมกัน &amp;nbsp;และได้มีการเปิดคลิปตบให้ดูด้วย แต่ตนเองขอไม่ให้เปิดคลิปอนาจาร เพราะกลัวลูกสาวทนความอบอายไม่ได้ &amp;nbsp;ซึ่งในที่ประชุมสรุปว่าเด็กกลุ่มนี้กระทำผิดจริง ทางโรงเรียนจึงให้ผู้ปกครองของเด็กคนแรกที่เป็นหัวโจก มาทำเรื่องย้ายออกไปจากโรงเรียน &amp;nbsp; ส่วนเด็กที่เหลืออีก 4 คน ถูกภาคทัณฑ์ไว้ และตนเองได้พาลูกสาว เข้าไปแจ้งความกับตำรวจ สภ.การุ้ง จ.อุทัยธานี เพื่อเอาผิดกับเด็กที่ก่อเหตุทั้ง 5 คน ฐานทำร้ายร่างกาย &amp;nbsp;กักขังหน่วงเหนียว &amp;nbsp;ข่มขู่ให้เกิดความหวาดกลัว และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ &amp;nbsp;แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เธอระบุด้วยว่า &amp;nbsp;รู้สึกสงสารลูกเป็นอย่างมากที่ต้องมาเจอกับเหตุการณ์เช่นนี้ &amp;nbsp;เพราะนอกจากลูกจะได้รับความเจ็บปวดทางร่ายกายแล้ว &amp;nbsp;ยังเจ็บปวดทางจิตใจ &amp;nbsp;เพราะลูกจะถูกเด็กที่โรงเรียน โดยเฉพาะเด็กผู้ชาย ล้อเลียนเรื่องคลิปอนาจารตลอดเวลาที่อยู่โรงเรียน &amp;nbsp;แม้กระทั่งวันที่ตนเองเข้าไปในโรงเรียนกับลูก ยังมีเด็กผู้ชายตะโกนล้อเลียนลูกถึงคลิปอนาจาร &amp;nbsp;จนลูกทนได้ไหวรีบชวนแม่ออกจากโรงเรียน &amp;nbsp; ลูกบอกว่าถูกกระทำเช่นนี้มาตั้งแต่ต้นเทอมแล้ว &amp;nbsp;แต่ที่ไม่เคยปริปากฟ้องครูหรือมาบอกพ่อแม่ปู่ย่า ก็เพราะกลัวจะถูกทำร้ายหนักขึ้น &amp;nbsp; ตนเองจึงอยากให้ทางโรงเรียนและผู้ปกครองของเด็กที่ก่อเหตุ แสดงความรับผิดชอบให้มากกว่า แค่คำว่าขอโทษ &amp;nbsp; ส่วนเรื่องคดีความยืนยันจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด และไม่เพียงลูกสาวของตนเองที่ถูกกระทำ ยังมีเด็กหญิงอีกราย ก็ถูกกระทำแบบนี้ด้วยเช่นกัน ซึ่งผู้ปกครองของเด็กหญิงอีกราย ก็ได้เข้าแจ้งความกับตำรวจแล้วเช่นกัน.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95259</URL_LINK>
                <HASHTAG>ความรุนแรงในโรงเรียน, ชัยนาท</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210307/image_big_6044762707df5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>78981</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/09/2020 16:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/09/2020 16:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อะไรของ&#039;กวิ้น&#039;!ความรุนแรงในโรงเรียนสะท้อนภาพเผด็จการชอบใช้ความรุนแรงแก้ปัญหาการเมือง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ก.ย.63- &amp;nbsp;นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือ เพนกวิน นักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ &amp;nbsp; แกนนำแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่าความรุนแรงที่เกิดขึ้นในโรงเรียนบ่อย ๆ คือภาพสะท้อนสาเหตุว่าทำไมผู้มีอำนาจในประเทศนี้ชอบใช้ความรุนแรงแก้ปัญหาทางการเมือง ครูมองนักเรียนเป็นสนามอารมณ์ ส่วนเผด็จการมองประชาชนเป็นฝุ่น #ครูจุ๋ม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78981</URL_LINK>
                <HASHTAG>ความรุนแรงในโรงเรียน, เผด็จการ, เพนกวิน-พริษฐ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200929/image_big_5f72fb9146200.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
