<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>116822</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/09/2021 19:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/09/2021 19:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;คมนาคม&#039; เตรียมปลดล็อคถนนวิ่งความเร็ว 120 กม./ชม. เพิ่มอีก 8 เส้นทาง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ก.ย.2564 นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เป็นประธานสักขีพยาน ในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน ระหว่างกรมการขนส่งทางบก โดยนายจิรุตม์ วิศาลจิตร อธิบดีกรมการขนส่งทางบก นายสราวุธ ทรงศิวิไล อธิบดีกรมทางหลวง และ โดยนายไกวัลย์ โรจนานุกูล รองอธิบดีกรมทางหลวงชนบท นายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล รมช.คมนาคม นายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม &amp;nbsp;และหน่วยงานในสังกัดกระทรวงฯ ร่วมเป็นสักขีพยาน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศักดิ์สยาม กล่าวว่า กระทรวงคมนาคมได้ออกกฎกระทรวงกำหนดอัตราความเร็วของยานพาหนะบนทางหลวงแผ่นดินหรือทางหลวงชนบทที่กำหนด พ.ศ. 2564 ซึ่งภายหลังจากที่กระทรวงคมนาคมได้เปิดให้ผู้ขับขี่รถใช้ความเร็ว 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง บนทางหลวงหมายเลข 32 หรือถนนสายเอเชีย ช่วงหมวดทางหลวงบางปะอิน ถึงทางต่างระดับอ่างทอง เป็นเส้นทางแรก เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2564 ที่ผ่านมา ตามนโยบายการปรับเพิ่มอัตราความเร็วของรถยนต์ จากความเร็วไม่เกิน 90 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เป็นความเร็วไม่เกิน 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ล่าสุดก็ได้เปิดเส้นทางนำร่องอีก 6 เส้นทางไปเมื่อวันที่ 1 กันยายนที่ผ่านมา ซึ่งการปรับอัตราความเร็วดังกล่าว กระทรวงคมนาคมได้เน้นย้ำให้กรมทางหลวงปรับปรุงเพิ่มมาตรฐานทางกายภาพให้เกิดความสะดวกและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผลการดำเนินงานของโครงการดังกล่าว โดยเฉพาะ จากเฟสที่ 1 เห็นตัวเลขชัดเจนว่า โครงการดังกล่าว ทำให้สถิติอุบัติเหตุลดลงได้ประมาณ 15 % ซึ่งก็ทำให้มั่นใจว่า ตัวเลขสถิติในเฟสที่ 2 ที่เปิดโครงการไปในวันที่ &amp;nbsp;1กันยายน ที่ผ่านมา และระยะที่ &amp;nbsp;3 ที่จะดำเนินการเปิดเส้นทางได้ในอีก 6 เดือนข้างหน้า จะเป็นไปในทิศทางเดียวกัน&amp;rdquo; นายศักดิ์สยาม กล่าว &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศักดิ์สยาม กล่าวด้วยว่า ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง &amp;nbsp;บูรณาการความร่วมมือระหว่างกัน ในการเพิ่มประสิทธิภาพความปลอดภัย &amp;nbsp;ทั้งบนทางหลวงแผ่นดินและทางหลวงชนบท เพื่อให้ผู้ใช้รถใช้ถนน สามารถเดินทางบนทางหลวงแผ่นดินและทางหลวงชนบทได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย โดยมีเป้าหมายในการลดจำนวนผู้เสียชีวิต ผู้บาดเจ็บ ลดอุบัติเหตุรุนแรงทางถนนได้ &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในวันนี้ กรมการขนส่งทางบก กรมทางหลวง และกรมทางหลวงชนบท จะร่วมมือระหว่างกัน ในการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย &amp;nbsp;ซึ่งกรมทางหลวง และกรมทางหลวงชนบท ได้พิจารณาเส้นทางที่จะปรับความเร็วใหม่เพิ่มเติม จำนวน 8 เส้นทาง โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน (กปถ.) &amp;nbsp;สำหรับการดำเนินการที่เกี่ยวข้อง โดยแบ่งเป็น เส้นทางของกรมทางหลวง 6 เส้นทาง ได้แก่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เส้นทางที่ 1 ทางหลวงหมายเลข 1 ช่วงหนองแค - หินกอง - ปากข้าวสาร - แยกสวนพฤกษศาสตร์พุแค กม. 79+000 - 105+000 ระยะทางรวมประมาณ 26 กิโลเมตร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เส้นทางที่ 2 ทางหลวงหมายเลข 9 ช่วงบางแค - คลองมหาสวัสดิ์ กม. 23+000 - 31+872 ระยะทางรวมประมาณ 8.8 กิโลเมตร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เส้นทางที่ 3 ทางหลวงหมายเลข 347 ช่วงเทคโนโลยีปทุมธานี - ต่างระดับเชียงรากน้อย กม. 1+000 - 10+000 ระยะทางรวมประมาณ 10 กิโลเมตร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เส้นทางที่ 4 ทางหลวงหมายเลข 35 ช่วงนาโคก - แพรกหนามแดง กม. 56+000 - 80+600 ระยะทางรวมประมาณ 24.6 กิโลเมตร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เส้นทางที่ 5 ทางหลวงหมายเลข 4 ช่วงเขาวัง - สระพระ กม. 160+000 - 167+000 ระยะทางรวมประมาณ 7 กิโลเมตร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เส้นทางที่ 6 ทางหลวงหมายเลข 4 ช่วงเขาวัง - สระพระ กม. 172+000 - 183+500 ระยะทางรวมประมาณ 11.5 กิโลเมตร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และเส้นทางของกรมทางหลวงชนบท 2 เส้นทาง ได้แก่ เส้นทางที่ 1 นบ.3021 (ถนนราชพฤกษ์) ตลอดเส้นทาง ระยะทางรวมประมาณ 51.7 กิโลเมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เส้นทางที่ 2 นบ.1020 (ถนนนครอินทร์) ตลอดเส้นทาง ระยะทางรวมประมาณ 12.4 กิโลเมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยถนนทั้ง 8 เส้นทาง กรมทางหลวงและกรมทางหลวงชนบท จะดำเนินการติดตั้งอุปกรณ์อำนวยความปลอดภัย อุปกรณ์ที่ช่วยลดความรุนแรงของอุบัติเหตุ เช่น ปรับปรุงเครื่องหมายจราจรบนผิวทางติดตั้งป้ายจราจร ป้ายเตือน ป้ายจำกัดความเร็ว ก่อสร้างกำแพงคอนกรีต ตลอดจนติดตั้งระบบขนส่งอัจฉริยะ (Intelligent Transportation System) และระบบอื่นที่เกี่ยวข้อง คาดว่าจะแล้วเสร็จเปิดใช้งานได้ในอีก 6 เดือนข้างหน้า หรือเดือนมีนาคม 2565&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศักดิ์สยาม กล่าวว่า &amp;nbsp;กระทรวงคมนาคม จะเดินหน้าโครงการพัฒนาความปลอดภัยทางถนน เพื่อประโยชน์ผู้ใช้ทางทั่วประเทศ &amp;nbsp;โดยจะมีการตั้งงบประมาณ เพื่อพัฒนาความปลอดภัยทางกายภาพถนน &amp;nbsp;ติดตั้งอุปกรณ์ความปลอดภัยต่างๆ &amp;nbsp; ครอบคลุมถึงโครงการติดตั้งกำแพงคอนกรีต หุ้มยางพาราธรรมชาติ (Rubber Fender Barrier: RFB) ที่รัฐบาลและกระทรวงคมนาคม คิ๊กออฟโครงการไปแล้ว โดยตั้งเป้าหมายที่จะดำเนินการปรับปรุงถนน ให้ได้ครบ 12,000 กม. ภายใน 4 ปี โดยจะตั้งงบประมาณ ตั้งแต่ปี 2566 เป็นต้นไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116822</URL_LINK>
                <HASHTAG>120 กม./ชม., คมนาคม, ความร่วมมือเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน, เปิดถนนเพิ่ม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210915/image_big_6141e0efb845e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
