<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>24979</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/12/2018 21:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/12/2018 21:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>2 นักข่าวรอยเตอร์เมียนมายื่นอุทธรณ์โทษจำคุก 7 ปี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ทนายความยื่นอุทธรณ์ให้ปล่อยตัวนักข่าวรอยเตอร์ 2 คนที่ติดคุก 7 ปี หลังจากรายงานข่าวการปราบปรามชาวโรฮีนจาของทางการเมียนมาจนโดนคดีละเมิดกฎหมายความลับทางราชการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ จ่อ โซ อู (ซ้าย) และวา โลน (ขวา) ขณะถูกนำตัวออกจากศาล ภายหลังคำตัดสินจำคุก เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2561 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นักข่าวรอยเตอร์ชาวเมียนมา 2 คน ได้แก่ วา โลน อายุ 32 ปี และจ่อ โซ อู อายุ 28 ปี โดนจับเมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2560 และศาลตัดสินจำคุกทั้งคู่คนละ 7 ปี เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2561 จากความผิดฐานฝ่าฝืนกฎหมายความลับทางราชการ นักข่าวรอยเตอร์ทั้งคู่โต้แย้งว่าพวกเขาไม่ได้ทำความผิด แต่โดนตำรวจจัดฉากระหว่างการรวบรวมข้อมูลเพื่อรายงานข่าวการสังหารหมู่ชาวโรฮีนจา 10 คน ระหว่างปฏิบัติการปราบปรามชาวโรฮีนจาในรัฐยะไข่ ระหว่างการไต่สวนคดีนี้ มีตำรวจนายหนึ่งให้การว่าได้รับคำสั่งจากหัวหน้าให้จัดฉากเพื่อจับนักข่าวทั้ง 2 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันจันทร์ที่ 24 ธันวาคม ทีมทนายความของนักข่าวทั้ง 2 คน ยื่นอุทธรณ์คดีนี้ต่อศาลสูงในนครย่างกุ้ง คุน ริง ปัน หนึ่งในทนายความของนักข่าวรอยเตอร์ กล่าวระหว่างยื่นอุทธรณ์ในศาลสูง ที่มีเจ้าหน้าที่สถานทูตหลายแห่ง, กลุ่มเคลื่อนไหวเพื่อเสรีภาพสื่อ และภรรยาของนักข่าวทั้งคู่ ร่วมรับฟัง ว่าการตัดสินจำคุก 7 ปี นักข่าวทั้งคู่เป็นความผิดพลาด พวกเขาเพียงพยายามค้นพบว่าใครเกี่ยวข้องบ้างกับการสังหารชาวโรฮีนจา พวกเขาจึงไปพบตำรวจและไม่ได้ร้องขอเอกสารลับทางราชการแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทัน ซอ อ่อง ทนายความอีกคนของนักข่าวรอยเตอร์ บอกว่า เราหวังว่าจะได้ยินข่าวดีเมื่อมีการตัดสินการยื่นอุทธรณ์ในคดีนี้ ส่วนภรรยาของวา โลน หวังว่าจะได้รับความเป็นธรรมและต้องการให้ทั้งคู่ได้รับการปล่อยตัว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/24979</URL_LINK>
                <HASHTAG>ความลับทางราชการ, นักข่าวรอยเตอร์, ยื่นอุทธรณ์, สอบฆ่าหมู่โรฮีนจา, เมียนมา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181224/image_big_5c20e35a9c5f5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13087</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/07/2018 21:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/07/2018 21:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลพม่าตั้งข้อหา 2 นักข่าวรอยเตอร์ ฝ่าฝืน กม.ข้อมูลลับ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ศาลเมียนมาตั้งข้อหาเพื่อพิจารณาคดีกับนักข่าวรอยเตอร์ 2 คน ฐานครอบครองเอกสารลับของทางราชการ ภายหลังทั้งคู่โดนตำรวจจัดฉากจับกุมโดยมอบเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการสืบสวนเหตุการณ์ฆ่าหมู่ชาวบ้านโรฮีนจาในรัฐยะไข่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตำรวจควบคุมตัววา โลน (กลาง) ออกจากห้องพิจารณาคดีในนครย่างกุ้ง เมื่อวันที่ 9 ก.ค. 2561 /&amp;nbsp; AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของรอยเตอร์และเอเอฟพี เมื่อวันจันทร์ที่ 9 กรกฎาคม 2561 กล่าวว่า เย ลวิน ผู้พิพากษาศาลแขวงย่างกุ้งมีคำตัดสินในวันเดียวกัน ตั้งข้อหาผู้สื่อข่าวชาวเมียนมาของรอยเตอร์ 2 คน ได้แก่ วา โลน วัย 32 ปี และจ่อ โซ อู วัย 28 ปี ว่าละเมิดกฎหมายความลับของทางราชการ ซึ่งมีโทษสูงสุดจำคุก 14 ปี แต่ทั้ง 2 ปฏิเสธการรับผิดตามข้อกล่าวหานี้ ศาลกำหนดพิจารณาคดีนัดถัดไปวันที่ 16 กรกฎาคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วา โลน กล่าวกับผู้สื่อข่าวด้านนอกศาลด้วยว่า ตัวเขาและจ่อ โซ อู ไม่ได้กระทำผิดกฎหมาย และจะต่อสู้ในศาลเพื่อยืนยันความบริสุทธิ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านจ่อ มิน อ่อง หัวหน้าอัยการ ออกจากศาลโดยไม่เปิดโอกาสให้ผู้สื่อข่าวซักถาม ขณะที่จ่อ เทย์ โฆษกรัฐบาลเมียนมา ก็ไม่ให้ทัศนะใดๆ กล่าวไว้เพียงว่า ระบบศาลยุติธรรมของเมียนมาเป็นอิสระ และคดีนี้จะเป็นไปตามกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้พิพากษาเย ลวิน กล่าวไว้ในคำตัดสินว่า ศาลตัดสินใจตั้งข้อหากับผู้สื่อข่าว 2 คนนี้ตามกฎหมายความลับทางราชการ มาตรา 3.1 (ซี) เพื่อพิจารณาสอบสวนตามคำกล่าวหาของอัยการที่ว่า จำเลยทั้ง 2 ได้รวบรวมและครอบครองเอกสารลับที่เป็นของกองกำลังฝ่ายความมั่นคง ด้วยเจตนาจะสร้างความเสียหายต่อความมั่นคงของประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังการตั้งข้อหาแล้ว กระบวนการต่อไปจะเป็นการไต่สวน ซึ่งทนายความของฝ่ายจำเลยจะสามารถเรียกพยานขึ้นให้การต่อหน้าศาล โดยขิ่น หม่อง ซอ ทนายความของจำเลย กล่าวว่า นักข่าว 2 คนจะถูกเรียกเข้าให้การในครั้งถัดไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จ่อ โซ อู (กลาง) ถูกนำตัวออกจากศาล / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในการไต่สวนเบื้องต้นเมื่อวันที่ 2 ก.ค. ทนายความของจำเลยร้องขอต่อผู้พิพากษาท่านนี้ให้ปฏิเสธการตั้งข้อหา โดยอ้างเหตุผลว่าอัยการไม่มีหลักฐานเพียงพอสนับสนุนข้อกล่าวหา และว่า ทั้งคู่โดนจับกุมเพราะตำรวจจัดฉากวางกับดัก เพื่อแทรกแซงการทำข่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การไต่สวนวันเดียวกันนั้น อัยการเรียกร้องให้ผู้พิพากษาตั้งข้อหาพวกเขา โดยบอกว่าเอกสารในมือของทั้งคู่ขณะถูกจับกุมนั้นมีรายละเอียดเกี่ยวกับความเคลื่อนไหวของกองกำลังความมั่นคง และเอกสารเพิ่มเติมที่พบในโทรศัพท์ของพวกเขามีข้อมูลตั้งแต่ระดับที่เป็นความลับจนถึงลับสุดยอด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ณ ช่วงที่ทั้งคู่ถูกจับเมื่อเดือนธันวาคม พวกเขากำลังสืบข่าวการฆ่าชายและเด็กชายมุสลิมโรฮีนจา 10 คน ที่หมู่บ้านแห่งหนึ่งในรัฐยะไข่.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13087</URL_LINK>
                <HASHTAG>ความลับทางราชการ, ตั้งข้อหา, นักข่าวรอยเตอร์, พม่า, เมียนมา, เอกสารลับ, โรฮีนจา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180709/image_big_5b4372e6659d5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
