<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>114327</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/08/2021 09:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/08/2021 09:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วินทร์ เลียววาริน&#039; ตั้งคำถาม อุดมคติใดในโลก มีค่ายิ่งกว่าความสัมพันธ์ในครอบครัว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
24ส.ค.64- วินทร์ เลียววาริณ &amp;nbsp; ศิลปินแห่งชาติ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า ทำไม พ่อแม่มาถึงจุดที่ต้อง&amp;quot;ตัดหาง&amp;quot;ลูก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อ่านข่าวการ &amp;#39;ตัดหาง&amp;#39; ลูกของครอบครัวหนึ่งแล้ว ในฐานะคนมีลูก ให้รู้สึกสะทกสะท้อนยิ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
สำหรับพ่อแม่ การตัดสายสัมพันธ์กับลูกทำได้ยากที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
โดยเฉพาะคนเป็นแม่ แทบเป็นไปไม่ได้เลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
แต่ก็มองออกว่าทำไมจึงมาถึงจุด &amp;#39;ตัดหาง&amp;#39;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นี่ทำให้คิดถึงคำถามเดิมที่วนเวียนมาสิบกว่าปีแล้ว ตั้งแต่ยุคที่สีเสื้อสามารถสร้างรอยร้าวในบ้านได้ว่า อุดมคติใดในโลกมีค่ากว่าความสัมพันธ์ในครอบครัว?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
อุดมคติสร้างโลกที่ดีกว่าน่าจะเริ่มที่บ้าน ครอบครัว พ่อแม่ลูก ค่อยตามมาด้วยหน่วยสังคม ชาติ ประเทศ โลก&amp;nbsp;
ถ้ารากฐานดี สังคมก็น่าจะดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
หรือมิใช่?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ไม่ใช่เรื่องแปลกที่คนจำนวนมากเชื่อว่า การกำจัดคนเห็นต่างและความคิดเห็นต่าง จะทำให้สังคมดีขึ้น สมัยผมเป็นเด็ก ก็เห็นกรอบคิดแบบนี้ แต่มันก็ไปไม่ได้ เพราะโดยธรรมชาติของมนุษย์ มันทำไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ทำไม?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
เพราะมนุษย์ต้องการความแตกต่างในการอยู่รอด หากไม่มีความแตกต่าง มนุษย์สูญพันธุ์ไปนานแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ดังนั้นการคิดว่าสังคมที่ประกอบด้วยคนที่มีความคิดแบบเดียวกันเป๊ะอยู่ด้วยกันจะดีกว่า อาจเป็นการมองโลกโดยไม่ศึกษาประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ
............
ผมรู้จักคนที่ลูกเพิ่งย่างเข้าวัยรุ่น ก็ถามเขาว่าความสัมพันธ์ในครอบครัวเป็นอย่างไร การเมืองเข้าไปวุ่นวายในบ้านหรือเปล่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
คำตอบของคนเป็นพ่อคือ &amp;quot;ไม่รู้ว่ะ เพราะลูกไม่คุยด้วย&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
อ้าว! แล้วกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;quot;แล้วจะไม่ลองหาทางคุยกันหรือ?&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;quot;ไม่คุยว่ะ เด็กไม่อยากคุย กูก็ไม่อยากคุย&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ที่แท้ทั้งพ่อทั้งลูกมี mindset (กรอบคิด) คนละชุด และต่างก็มีทิฐิคนละชุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นี่ขนาดคนจบปริญญา ได้รับการศึกษาและทำงานในตะวันตกมาก่อนนะ ยังไม่มีปัญญาชวนลูกมาคุยได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
เราชอบพูดเรื่องหลักการ &amp;quot;มีอะไรก็คุยกัน&amp;quot; แต่การจับคนที่เห็นต่างมานั่งคุยกันนั้นยากกว่าที่คิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
อีกนั่นแหละ บางทีเราไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากนั่งลงคุยกัน เพราะอุดมคติอะไรก็ตาม หากทำให้สูญเสียความรักของพ่อแม่ลูกไป ไม่คุ้ม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
เอ๊ะ! หรือว่านี่ก็คืออีก mindset หนึ่ง?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ถ้าผู้อ่านมีลูกที่เห็นต่างจากตนเองมากๆ จะทำอย่างไร? จะไปถึงขั้นตัดหางไหม?&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114327</URL_LINK>
                <HASHTAG>ความสัมพันธ์ครอบครัว, วินทร์ เลียววาริณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210824/image_big_612458a67f38b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
