<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>95995</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/03/2021 10:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/03/2021 10:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ซูเปอร์โพล ชี้นักการเมืองทำลายความสุขคนไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
14 มี.ค.2564 นายนพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) นำเสนอผลสำรวจภาคสนาม เรื่อง ความสุขคนไทย ไม่ใช่ ไม่มี กรณีศึกษาประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ โดยดำเนินโครงการทั้งการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) และการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) จำนวน 1,728 ตัวอย่าง ดำเนินโครงการระหว่างวันที่ 10 &amp;ndash; 13 มีนาคม 2564 ที่ผ่านมา พบว่าสิ่งที่ทำให้คนไทยมีความสุขได้แก่ การผ่อนคลาย อนุญาตให้ จัดงานสงกรานต์ ได้เที่ยว เฉลิมฉลอง กระตุ้นเศรษฐกิจ ทำความสุขคนไทยเพิ่มขึ้น ร้อยละ 90.3 และร้อยละ 90.2 ระบุ วัคซีนป้องกันโควิด ทำให้คนไทยมีความสุขมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ร้อยละ 82.5 ระบุ รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข สามารถ ควบคุมการแพร่ระบาด โควิด ระลอก 2 ได้ดี ทั้งจังหวัดสมุทรสาคร ระยอง และจังหวัดอื่น ๆ ทำคนไทยมีความสุขเพิ่ม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่น่าพิจารณา คือ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 98.5 ไม่เห็นด้วย ที่นักการเมือง เอาเรื่องวัคซีนโควิดมาโจมตีทางการเมือง เอามาเป็นเรื่องการเมือง เพราะเป็นเรื่องทางการแพทย์ ควรให้แพทย์ออกมาพูด นักการเมืองสร้างความสับสนกับประชาชน ทำลายความสุขของประชาชน ในขณะที่ เพียงร้อยละ 1.5 เห็นด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 82.4 สนับสนุนค่อนข้างมาก ถึง มากที่สุดต่อนายกรัฐมนตรีเดินหน้าจัดระเบียบ ปฏิรูปราชการ จัดการเจ้าหน้าที่รัฐ พัวพันยาเสพติด บ่อนพนัน ค้ามนุษย์ ขนแรงงานเถื่อน ในขณะที่ร้อยละ 11.5 ระบุปานกลาง และร้อยละ 6.1 ระบุค่อนข้างน้อย ถึง ไม่เลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่น่าสนใจคือ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 58.4 ของประชาชนมีความหวังจะก้าวต่อไปอนาคตชาติ เพราะ ไทยมีวัคซีนโควิด ผ่อนคลายกิจกรรมต่าง ๆ ปลดล็อคงานสงกรานต์ เปิดประเทศรับธุรกิจท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจ มาตรการเยียวยาต่าง ๆ ทั่วถึงมากขึ้น เป็นต้น ในขณะที่ ร้อยละ 20.9 กลาง ๆ ไม่แน่ใจ และร้อยละ 20.7 รู้สึกกลัว เพราะ ม็อบที่ใช้ความรุนแรงทำลายความสุขคนไทย สร้างความขัดแย้งแตกแยกของคนในชาติ ซ้ำเติมวิกฤตโควิด วิกฤตเศรษฐกิจ เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผอ.ซูเปอร์โพล กล่าวว่า คนไทยกำลังมีความสุข ความหวังเพิ่มขึ้นจะก้าวต่อไปในอนาคตชาติหลังจากได้วัคซีนโควิด และมาตรการผ่อนคลายกิจกรรมต่าง ๆ กระตุ้นเศรษฐกิจ แต่นักการเมืองกำลังเข้ามาทำลายความสุขคนไทยสร้างความสับสนบิดเบือนทำให้ประชาชนที่อยู่ในจุดเปราะบางเกิดความรู้สึกท้อแท้ เบื่อหน่ายทำลายความหวังของพวกเขาที่จะก้าวต่อไป นักการเมืองต้องไม่เป็นต้นตอแห่งความขัดแย้งของคนในชาติ นักการเมืองต้องเป็นต้นแบบของการเป็นตัวแทนกลุ่มผลประโยชน์ต่าง ๆ มาเจรจาหาจุดแห่งความพอแล้วดีต่อส่วนร่วม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผอ.ซูเปอร์โพล กล่าวต่อว่า วันนี้นักการเมืองกลับกลายเป็นตัวทำลายความสุขของประชาชนและทำเกินหน้าที่ เช่น เรื่องวัคซีนก็ควรให้แพทย์ออกมาพูด ไม่ใช่นักการเมืองจะเก่งไปหมดทุกเรื่อง ดังนั้น ความสุขคนไทย ไม่ใช่ ไม่มี คำตอบคือ มี แต่นักการเมืองบางคน พวกขาประจำ กลับทำตัวเป็นต้นเหตุแห่งทุกข์ของประชาชน
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95995</URL_LINK>
                <HASHTAG>ความสุขคนไทย, นพดล กรรณิกา, สำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210314/image_big_604d7e4a1e84e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>46822</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/09/2019 14:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/09/2019 14:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิดผลโพลพบคนไทยมีความสุขขึ้นมากกว่า 12 ปีที่แล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ก.ย.62 - ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) มูลนิธิสถาบันวิจัยความสุขชุมชนและความเป็นผู้นำ นำเสนอผลสำรวจภาคสนาม เรื่อง ความสุขชุมชน ความสุขประเทศไทย กรณีศึกษาประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 1,046 ตัวอย่าง ดำเนินโครงการทั้งการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) และการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) ระหว่าง วันที่ 1 มิถุนายน &amp;ndash; 27 กันยายน พ.ศ. 2562 ที่ผ่านมา พบว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เงินเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้คนมีความสุข แต่ความสุขของคนไม่ได้ขึ้นอยู่กับเงินเพียงอย่างเดียว เพราะจากการศึกษาวิจัยความสุขชุมชน ความสุขประเทศไทย เปรียบเทียบระหว่าง กลางปี 2550 กับ กลางปี 2562 ช่วงระยะเวลาครบ 12 ปีพอดี พบการเปลี่ยนแปลงความสุขของประชาชนคนไทยที่น่าพิจารณาหลายปัจจัย โดยพบว่า ความสุขของคนไทยที่ได้คะแนนสูงสุด เมื่อคะแนนเต็ม 10 คะแนน คือ ความสุขในครอบครัว ได้ 7.02 คะแนน รองลงมาอันดับสอง ได้แก่ สุขภาพกาย ได้ 6.86 คะแนน อันดับสามได้แก่ สภาพที่พักอาศัย ไฟฟ้า คมนาคม ถนนหนทาง น้ำประปา ได้ 6.75 คะแนน อันดับสี่ ได้แก่ สุขภาพใจ ได้ 6.69 คะแนน และอันดับห้า ได้แก่ ทรัพยากรธรรมชาติ คนอยู่กับป่าได้ ประชาชนปลูกไม้มีค่าขายได้ ได้ 6.47 คะแนน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ความสุขที่วัดได้คะแนน 3 อันดับสุดท้ายได้แก่ เศรษฐกิจของประเทศ การค้าเสรีที่ได้เพียง 4.87 คะแนน อันดับรองสุดท้ายได้แก่ ธรรมาภิบาล บริหารประเทศ ได้เพียง 5.32 คะแนน และ ความปลอดภัยทางถนน ได้เท่ากันคือ ได้เพียง 5.32 คะแนน โดยมีความสุขชุมชน ความสุขประเทศไทยโดยรวมเท่ากับ 6.47 คะแนนถือว่าค่อนข้างมีความสุข&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นพดล กล่าวต่อว่า แต่เมื่อเปรียบเทียบความสุขของประชาชนย้อนหลังไป 12 ปีที่ผ่านมา คือช่วงกลางปี 2550 กับ ช่วงกลางปี 2562 พบประเด็นที่น่าสนใจคือ มีปัจจัยความสุขชุมชน ความสุขประเทศไทยหลายตัวเพิ่มขึ้นอันดับหนึ่งได้แก่ สภาพที่พักอาศัย ไฟฟ้า คมนาคม ถนนหนทาง น้ำประปา เพิ่มขึ้น + 3.67 จาก 3.08 ในช่วงกลางปี 2550 มาอยู่ที่ 6.75 ในช่วงกลางปีนี้ อันดับสองได้แก่ เรื่องทรัพยากรธรรมชาติ คนอยู่กับป่าได้ ประชาชนปลูกไม้มีค่าขายได้ ทำคนมีความสุขเพิ่มขึ้น + 1.68 จาก 4.79 ในช่วงกลางปี 2550 มาอยู่ที่ 6.47 ในช่วงกลางปีนี้ และอันดับสามคือ ธรรมภิบาล บริหารประเทศ เพิ่มขึ้น + 1.58 จาก 3.74 ในช่วงกลางปี 2550 มาอยู่ที่ 5.32 ในช่วงกลางปีนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่น่าเป็นห่วงคือ การใช้ชีวิตพอเพียงของประชาชนลดลงมากสุด คือ &amp;ndash; 1.07 จาก 7.41 ในช่วงกลางปี 2550 มาอยู่ที่ 6.34 ในช่วงกลางปีที่ผ่านมา นอกจากนี้ ความสุขต่อสภาวะเศรษฐกิจของประเทศ การค้าเสรี ที่ประชาชนยังคงมีความสุขต่ำสุด คือ 4.87 คะแนนในช่วงกลางปีนี้ แต่ก็เพิ่มขึ้นจาก 3.60 ที่เคยสำรวจพบในช่วงกลางปี 2550 หรือเมื่อ 12 ปีที่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผอ.ซูเปอร์โพล กล่าวว่า ผลการวัดความสุขของประชาชนครั้งนี้ชี้ให้เห็นว่า เงินหรือเศรษฐกิจเป็นเรื่องสำคัญแต่ประชาชนยังมีปัจจัยสำคัญอื่น ๆ ที่ทำให้มีความสุขอีกหลายด้านและกระแสที่กำลังทำลายความสุขของประชาชนในขณะนี้อาจทำให้ประชาชนจำนวนมากรู้สึกแย่ แต่เมื่อเปรียบเทียบข้อมูลย้อนกลับไปเมื่อ 12 ปีที่แล้วพบว่า สถานการณ์บ้านเมืองและความสุขของประชาชนหลายด้านกลับเห็นได้ชัดว่าดีขึ้น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46822</URL_LINK>
                <HASHTAG>ความสุขคนไทย, ซูเปอร์โพล, นพดล กรรณิกา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190928/image_big_5d8f0d1c446ab.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
