<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>91125</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/01/2021 00:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/01/2021 00:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ติดโควิดทั่วโลกครบ100ล้านคน IMFคาดทำจีดีพีสูญ22ล้านล้าน$</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 สะสมทั่วโลกเกิน 100 ล้านคนแล้วเมื่อวันอังคาร ขณะกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ประเมินว่าโรคระบาดนี้จะก่อความสูญเสียทางเศรษฐกิจทั่วโลก 22 ล้านล้านดอลลาร์ในช่วงเวลา 5 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ก่อโรคโควิด-19 ที่พบผู้ติดเชื้อครั้งแรกที่เมืองอู่ฮั่นของจีนเมื่อปลายปี 2562 ถึงขณะนี้ได้แพร่เชื้อติดผู้คนทั่วโลกเกินกว่า 100 ล้านคนแล้วเมื่อวันอังคารที่ 26 มกราคม และมีผู้เสียชีวิตมากกว่า 2.1 ล้านคน โดยสถานการณ์การแพร่ระบาดยังคงรุนแรงในหลายประเทศ สหรัฐมีผู้ติดเชื้อมากที่สุดที่มากกว่า 25.8 ล้านคน ตามด้วยอินเดีย 10.6 ล้านคน, บราซิล 8.8 ล้านคน, รัสเซีย 3.7 ล้านคน และสหราชอาณาจักร 3.6 ล้านคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน มาตรการควบคุมโรคของหลายประเทศกำลังเผชิญการท้าทาย เช่น&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่เนเธอร์แลนด์ ประชาชนออกมาประท้วงก่อจลาจลท้าทายเคอร์ฟิวต่อเนื่องเป็นคืนที่ 3 ในหลายเมือง ซึ่งเป็นเหตุการณ์ความไม่สงบรุนแรงที่สุดในรอบ 40 ปีของเนเธอร์แลนด์ แต่รัฐมนตรีคลัง วอปคา ฮุกสตรา ยืนกรานว่า รัฐบาลจะไม่ยอมตามความต้องการของพวกผู้ก่อจลาจลที่เขาเรียกว่า พวกเศษสวะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนออสเตรเลีย วันเดียวกัน ผู้คนนับหมื่นท้าทายกฎจำกัดการรวมตัวเพื่อควบคุมโรคระบาด ออกมาชุมนุมประท้วงในวันชาติ 26 มกราคม เพื่อรำลึกวันครบรอบการมาถึงของกองทัพเจ้าอาณานิคมอังกฤษ ที่ประชากรพื้นเมืองของออสเตรเลียเรียกว่าเป็น &amp;quot;วันรุกราน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกด้านหนึ่ง การประชุมเวิลด์อีโคโนมิกฟอรัม (WEF) ที่ปีนี้เปลี่ยนเป็นการประชุมทางไกล เผยให้เห็นความตึงเครียดมากขึ้นระหว่างสหภาพยุโรปกับบริษัทผู้ผลิตวัคซีน ทั้งไฟเซอร์-ไบออนเทคและแอสตร้าเซนเนกา ที่ไม่สามารถผลิตวัคซีนส่งให้ได้ตามที่รับปากไว้ เวทีเดียวกันนี้ประธานาธิบดีไซริล รามาโฟซา แห่งแอฟริกาใต้ กล่าวโจมตี &amp;quot;ชาตินิยมวัคซีน&amp;quot; และกล่าวหาประเทศร่ำรวยว่ากว้านซื้อและกักตุนวัคซีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน กิตา โกปินาธ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของไอเอ็มเอฟ กล่าวถึงแนวโน้มคาดการณ์เศรษฐกิจโลกในปีนี้ว่า วิกฤติไวรัสโคโรนาได้สร้างความเสียหายไว้อย่างร้ายแรง ตอนนี้ความสูญเสียผลผลิตโดยรวมระหว่างปี 2563-2568 นั้นอยู่ที่ 22 ล้านล้านดอลลาร์ (ราว 660 ล้านล้านบาท)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถึงกระนั้น ความคาดหวังในแง่บวกที่ว่าวัคซีนใหม่ๆ จะทำให้สามารถควบคุมสถานการณ์โรคระบาดได้และเปิดทางสำหรับการฟื้นกิจกรรมทางเศรษฐกิจ บวกกับมาตรการกระตุ้นของประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ น่าจะทำให้เศรษฐกิจโลกกลับมาฟื้นตัวได้อย่างเข้มแข็ง โดยไอเอ็มเอฟเพิ่มการคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจโลกปีนี้เป็น 5.5%&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/91125</URL_LINK>
                <HASHTAG>ความสูญเสียทางเศรษฐกิจ, ติดเชื้อครบ100ล้าน, โควิด-19, ไอเอ็มเอฟ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201206/image_big_5fccfda3c928b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
