<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>93085</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/02/2021 14:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/02/2021 14:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไทยค้นพบ&quot;ราแมลง&quot;ชนิดใหม่ของโลก  47 สายพันธุ์ ต่อยอดชีวภัณฑ์กำจัดศัตรูพืช</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;15ก.พ.64- ประเทศไทยได้ชื่อว่าเป็นประเทศ ที่มีความหลากหลายทางชีวภาพสูงแห่งหนึ่งของโลก ด้วยสภาพทางภูมิศาสตร์ที่อยู่บนเส้นศูนย์สูตร และสภาพอากาศร้อนชื้น เอื้อต่อการเจริญเติบโตของพืชหลากหลายสายพันธุ์ ทำให้ที่ผ่านมาไทย มีการค้นพบพืช หรือราแมลง ชนิดใหม่ๆเรื่อยๆ และในปี 2563 โดยนักวิจัยจาก ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ได้ค้นพบราแมลงสายพันธุ์ใหม่ 47 ชนิด ซึ่งเป็นการค้นพบที่มากที่สุดเท่าที่มีการสืบค้น วิจัยราแมลงในช่วง 25ปีที่ผ่านมา ซึ่งริเริ่มโดย ดร.ไนเจล โจนส์ (Dr. Nigel L.H. Jones) ผู้เชี่ยวชาญต่างชาติซึ่งเป็นนักกีฏวิทยา ได้สำรวจพบราแมลง Hirsutella citriformis (เฮอร์ซูเทลลา ซิตริฟอร์มิส) ก่อโรคบนเพลี้ยกระโดดในแปลงนาข้าวครั้งแรกในประเทศไทย เนื่องจากประเทศไทยมีพื้นที่ป่าที่มีความอุดมสมบูรณ์ หลังจากนั้นจึงต่อยอดแนวคิดการศึกษาความหลากหลายของราแมลง

&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;ราแมลง &amp;quot;คืออะไร &amp;nbsp;ราแมลง คือเชื้อราที่ก่อโรคในแมลงและแมง โดยราจะเข้าไปอาศัยในตัวแมลงเพื่อใช้เป็นแหล่งอาหาร ราจะค่อยๆ เจริญเติบโตจนแมลงเจ้าบ้านตายในที่สุด และจะพัฒนาโครงสร้างที่ใช้ในการสืบพันธุ์ที่เต็มไปด้วยสปอร์งอกบนซากของแมลง สปอร์รา ที่มีการพัฒนาสมบูรณ์แล้วก็พร้อมเข้าทำลายแมลงเจ้าบ้านตัวใหม่ต่อไป ราแมลงสามารถพบได้ทั้งในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ที่มีสภาพอุดมสมบูรณ์ และพื้นที่การเกษตรที่ปลอดสารเคมี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ปัจจุบันทีมวิจัยเกี่ยวกับราแมลง ได้ร่วมมือกับนักวิจัยจากกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และมหาวิทยาลัยต่างๆ สำรวจความหลากหลายของราแมลงในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง ซึ่งพบว่ามีราแมลงมากกว่า 400 ชนิด ทำให้ประเทศไทยถูกจัดว่าเป็นแหล่งที่มีความหลากหลายของราแมลงมากแห่งหนึ่งของโลก อีกทั้งจากการศึกษาวิจัยพบว่า ราแมลงบางชนิดมีคุณสมบัติในการสร้างสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพระดับห้องปฏิบัติการ และสามารถนำมาขยายผลใช้ประโยชน์ทั้งด้านการเกษตร อุตสาหกรรม และการแพทย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร.วรรณพ วิเศษสงวน ผู้อำนวยการศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร.วรรณพ วิเศษสงวน ผู้อำนวยการศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) สวทช. กล่าวว่า ในการศึกษาวิจัยและค้นพบราแมลง ประเทศไทยนับว่ามีการรวบรวมจำนวนเก็บไว้ใหญ่ที่สุดในโลก เนื่องจากมีความอุดมสมบูรณ์ทางสภาพแวดล้อม ป่าไม้ ทำให้มีความหลากหลายของราแมลง หรือแมลงชนิดต่างๆ ซึ่งราแมลงเหล่านี้จะมีการนำไปทดสอบเพื่อใช้ประโยชน์ในการนำไปกำจัดแมลงศัตรูพืช และดูว่าเป็นอันตรายกับคนหรือไม่ เมื่อนำไปใช้จะได้มีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;Metarhizium flavum ราแมลงอีกหนึ่งตัวที่โดดเด่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ดร.เจนนิเฟอร์ เหลืองสอาด &amp;nbsp;ทีมนักวิจัยปฏิสัมพันธ์ของจุลินทรีย์ทางการเกษตร (APMT) กลุ่มวิจัยเทคโนโลยีชีวภาพพืชและการจัดการแบบบูรณาการ ไบโอเทค ให้ข้อมูลว่า จากการค้นพบราแมลงชนิดใหม่ในปีนี้รวม 47 สปีชีส์ แบ่งเป็นสกุลใหม่ 8 สกุล ถือเป็นการค้นพบราแมลงชนิดใหม่จำนวนมากของโลก เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมามีการค้นพบน้อยกว่านี้ การค้นพบราแมลงชนิดใหม่ สะท้อนถึงความหลากหลายทางชีวภาพของประเทศไทย โดยราแมลงเปรียบเสมือนเป็นตัวควบคุมสมดุลของระบบนิเวศ ไม่ให้แมลงมีมากเกินไป และไม่มีผลกระทบต่อคนและสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ราแมลงยังสามารถนำไปประยุกต์ใช้เป็นชีวภัณฑ์เพื่อกำจัดแมลงศัตรูพืช แทนการใช้สารเคมีได้อีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นักวิจัย กล่าวว่า ตัวอย่างความหลากหลายและความโดดเด่นของราแมลงชนิดใหม่ที่พบ เช่น ราในสกุลเมตาไรเซียม พบสปีชีส์ใหม่มากถึง 21 สปีชีส์ และราสกุลบิวเวอเรีย ที่พบสปีชีส์ใหม่ คือ บิวเวอเรีย มิโมสิฟอร์มิส (Beauveria mimosiformis) ซึ่งรากลุ่มนี้สามารถนำมาพัฒนาเป็นสารชีวภัณฑ์ควบคุมแมลงศัตรูพืช &amp;nbsp;(biocontrol) ที่ผ่านมาไบโอเทค สวทช. ได้มีการศึกษาคัดเลือกราแมลงสายพันธุ์ บิวเวอเรีย บาสเซียน่า &amp;nbsp;(Beauveria bassiana) มาพัฒนาเป็นสารชีวภัณฑ์ที่ใช้ในการควบคุมแมลงศัตรูพืชหลายชนิด โดยเฉพาะเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล และเพลี้ยแป้งมันสำปะหลัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;Petchia siamensis ราแมลงสายพันธุ์ใหม่ของโลกที่ค้นพบในไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ดร.เจนนิเฟอร์ กล่าวเสริมอีกว่า ยังมีเชื้อราในสกุลเมตาไรเซียม (Metarhizium) เป็นกลุ่มราแมลงที่สามารถสืบพันธุ์ได้ทั้งแบบอาศัยเพศและไม่อาศัยเพศ โดยในระยะสืบพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศ ราสร้างสปอร์สีเขียวขึ้นคลุมตัวแมลงเจ้าบ้าน แต่ในระยะสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศจะสร้างก้านรางอกจากตัวแมลง มีความสามารถก่อโรคบนแมลงได้หลายชนิด เช่น หนอนผีเสื้อ หนอนด้วง ด้วงตัวเต็มวัย ตัวอ่อนจักจั่น จักจั่นตัวเต็มวัย และเพลี้ยกระโดด ดังนั้นการค้นพบราเมตาไรเซียม และราบิวเวอเรียชนิดใหม่จำนวนมาก จึงเป็นโอกาสที่ดีที่จะค้นหาสายพันธุ์ที่มีประสิทธิภาพสูงสุดสำหรับการพัฒนาสารชีวภัณฑ์ที่ออกฤทธิ์ควบคุมแมลงได้ดีขึ้น ซึ่งจะช่วยลดการใช้สารเคมีในทางการเกษตร ไม่มีสารพิษตกค้างในผลผลิต และไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้ใช้และผู้บริโภค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;quot;ราแมลงที่ค้นพบคราวนี้ &amp;nbsp;มีที่เด่นๆ &amp;nbsp;2 ตัวก็คือ ราบิวเวอเรีย และราเมตาไรเซียม &amp;nbsp;ทั้งสองชนิดสามารถกำจัดแมลงได้แบบวงกว้าง คือ สามารถกำจัดแมดงได้หลายชนิด ซึ่งจะมีการนำไปศึกษาเพิ่มเติม ราแมลงบางชนิดสามารถสร้างสารสำคัญ ที่ช่วยยับยั้งเชื้อก่อโรคได้ ต้องศึกษากันต่อไป &amp;quot;นักวิจัยกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;Blackwellomyces calendulinus&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;

อย่างไรก็ตาม ราแมลงยังมีอีกหนึ่งสปีชีย์ จีเบลลูลา พิกเมนโตสินัม (Gibellula pigmentosinum) ที่ค้นพบใหม่ สามารถสร้างสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพต้านการสร้างไบโอฟิล์มของแบคทีเรีย ซึ่งมีศักยภาพอาจนำไปต่อยอดใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ เช่น ใช้เป็นยาปฏิชีวนะเพื่อยับยั้งการสร้างไบโอฟิล์มของแบคทีเรีย เพื่อป้องกันการติดเชื้อได้ในอนาคต อีกทั้งยังค้นพบราแมลงชนิดใหม่ในสกุลแบล็กเวลโลไมซีส (Blackwellomyces) และคอร์ไดเซปส์ (Cordyceps) สร้างก้านราสีสดออกจากตัวแมลง พบได้ตามเศษซากใบไม้และขอนไม้ผุ ก่อโรคกับหนอนด้วงและหนอนผีเสื้อ โดยราบางชนิดในสกุลคอร์ไดเซปส์นี้มีการนำไปใช้ประโยชน์ในทางการแพทย์แผนจีน (CTM : Chinese Traditional Medicine)

ตัวอย่างราแมลงสกุลใหม่ในประเทศไทย นักวิจัย กล่าวว่า เป็นกลุ่มที่พบได้ค่อนข้างน้อยคือ ราสกุลนีโอทอร์รูบีเอลลา (Neotorrubiella) ค้นพบใหม่ 1 สปีชีส์ ได้แก่ นีโอทอร์รูบีเอลลา ชิงกริดิโคลา (Neotorrubiella chinghridicola) และในสกุลเพตเชีย (Petchia) อีก 1 สปีชีส์ ได้แก่ เพตเชีย ไซแอมเมนสิส (Petchia siamensis) ที่สำคัญยังมีการค้นพบเชื้อรา บิวเวอเรีย มาลาวิเอนสิส(Beauveria malawiensis ) เป็นครั้งแรกในประเทศไทย และพบระยะสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศของเชื้อรา บิวเวอเรีย เอเชียติกา (Beauveria asiatica) เป็นครั้งแรกของโลกอีกด้วย ทั้งยังค้นพบแมลงเป้าหมายของเชื้อรา &amp;nbsp;บิวเวอเรีย กริลโลทัลพิดิโคลา(B. gryllotalpidicola) เพิ่มเติม ได้แก่ หนอนผีเสื้อและด้วง นอกเหนือจากที่เคยศึกษาพบแต่เดิมคือ แมลงกระชอน ซึ่งยังคงต้องมีการศึกษาเพิ่มเติม เพราะราแมลงบางชนิดสามารถสร้างสารสำคัญที่ช่วยยับยั้งเชื่อก่อโรคได้

สำหรับรายชื่อสกุลและสปีชีส์ของราแมลงที่ค้นพบใหม่ 47 สปีชีส์ ได้แก่ Metarhizium 21 สปีชีส์; Metarhizium biotecense, M. candelabrum, M. cercopidarum, M. &amp;nbsp;cicadae, M. clavatum, M. culicidarum, M. eburneum, M. ellipsoideum, M. flavum, M. fusoideum, M. gryllidicola, M. huainamdangense, M. megapomponiae, M. niveum, M. nornnoi, M. ovoidosporum, M. phasmatodeae, M. phuwiangense, M. purpureonigrum, M. purpureum และ M. sulphureum Purpureomyces 2 สปีชีส์; Purpureomyces maesotensis และ P. pyriformis Blackwellomyces 4 สปีชีส์; Blackwellomyces aurantiacus, B. roseostromatus, B. calendulinus, B. minutus

และ Cordyceps 5 สปีชีส์; Cordyceps brevistroma, C. inthanonensis, C. neopruinosa, C. parvistroma, C. araneae Neotorrubiella 1 สปีชีส์; Neotorrubiella chinghridicola Petchia 1 สปีชีส์; Petchia siamensis Beauveria 1 สปีชีส์; Beauveria mimosiformis Gibellula 4 สปีชีส์; Gibellula cebrennini, G. fusiformispora, G. pigmentosinum และ G. scorpioides Akanthomyces 3 สปีชีส์; Akanthomyces noctuidarum, A. pyralidarum, และ A. tortricidarum Ophiocordyceps 5 สปีชีส์; Ophiocordyceps campes, O. longistromata, O. phuwiangensis, O. krachonicola, O. kobayasii&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทีมวิจัยราแมลงจากไบโอเทค สวทช.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/93085</URL_LINK>
                <HASHTAG>ความหลากหลายทางชีวภาพ, ดร.วรรณพ วิเศษสงวน, ดร.เจนนิเฟอร์ เหลืองสอาด, ราบิวเวอเรีย, ราเมตาไรเซียม, ราแมลง, ไบโอเทค สวทช.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210210/image_big_602387bdcbb20.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>36528</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/05/2019 19:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/05/2019 19:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;กรมสมเด็จพระเทพฯ&#039;ทรงห่วงใช้ทรัพยากรขาดความรู้ชาติเสียหาย ทรงแนะสร้างคนรุ่นใหม่เป็นนักอนุรักษ์ธรรมชาติ-นักชีววิทยา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
22 พ.ค.62- สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี เสด็จเป็นองค์ประธาน เปิดงานประชุมวิชาการด้านความหลากหลายทางชีวภาพ(International Conference on Biodiversity 2019: IBD2019) และทรงเปิดนิทรรศการเรื่อง&amp;ldquo;ความหลากหลายทางชีวภาพในประเทศไทยจากภูผาสู่มหานที&amp;ldquo; ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 22 &amp;ndash; 24 พ.ค. ณ เซ็นทาราแกรนด์และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์เซ็นทรัลเวิลด์กรุงเทพฯ จัดโดยสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ(สวทช.) กระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม(อว.) และสำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ(องค์การมหาชน)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;งานประชุมครั้งนี้มีผู้เชี่ยวชาญด้านความหลากหลายทางชีวภาพจำนวนมากทั่วโลกทั้งนักอนุรักษ์ธรรมชาตินักอนุกรมวิธานวิทยานักเทคโนโลยีชีวภาพและนักเศรษฐกิจชีวภาพมาร่วมแบ่งปันประสบการณ์ในการประชุมวิชาการนานาชาติด้านความหลากหลายทางชีวภาพ2019&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในการนี้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้ากรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารีทรงมีพระราชดำรัสความว่า&amp;ldquo; หัวข้อหลักของการประชุมคราวนี้ได้แก่&amp;ldquo;ความหลากหลายทางชีวภาพเพื่อเศรษฐกิจชีวภาพที่ยั่งยืน&amp;rdquo; ถือได้ว่าเป็นหัวข้อที่เหมาะเจาะกับเวลายิ่ง เราทุกคนต่างทราบกันดีว่า ทรัพยากรทั้งทางกายภาพและชีวภาพถือได้ว่าเป็นความมั่งคั่งและจุดแข็งของประเทศต่างๆ แต่การนำทรัพยากรเหล่านี้มาใช้ประโยชน์โดยขาดความรู้ความเข้าใจอย่างเพียงพอก็อาจทำให้เกิดความเสียหายแก่ชาติและแก่โลกโดยรวมในระยะยาวได้ ข้าพเจ้าจึงมีความยินดีที่ได้ทราบว่าการประชุมครั้งนี้ตั้งเป้าหมายไปที่การเพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพให้เกิดเพิ่มขึ้นมากที่สุดเพื่อเป็นรากฐานกับเศรษฐกิจชีวภาพซึ่งอันที่จริงแล้วก็เกี่ยวข้องสัมพันธ์กับแง่มุมในทุกด้านของชีวิตได้แก่ทางสังคมเศรษฐกิจประวัติศาสตร์วัฒนธรรมและการพัฒนาสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยเหตุดังกล่าวการสนับสนุนความหลากหลายทางชีวภาพและเศรษฐกิจชีวภาพบนฐานของความรู้จึงจะมีส่วนช่วยสนับสนุนภูมิปัญญาและขนบธรรมเนียมประเพณีท้องถิ่นและนำไปสู่การใช้ทรัพยากรต่างๆอย่างยั่งยืนได้ปัจจัยสำคัญเรื่องหนึ่งได้แก่การศึกษาเราจำเป็นต้องมีระบบการศึกษาที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นในการช่วยสร้างความตระหนักกับสาธารณชนจนนำไปสู่การลงมือปฏิบัติ เราจะต้องพัฒนาหลักสูตรและสื่อต่างๆที่เกี่ยวข้องกับความหลากหลายทางชีวภาพให้มีความดึงดูดใจมากยิ่งขึ้นสำหรับเด็กๆของเรา&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้ากรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารีตรัสว่า &amp;ldquo; เราควรจะสร้างแรงบันดาลใจให้นักศึกษาได้ลงมือศึกษาและมีอาชีพที่เกี่ยวข้องกับความหลากหลายทางชีวภาพเพื่อที่ว่าจะได้มีคนรุ่นใหม่ๆที่จะกลายมาเป็นนักอนุรักษ์ธรรมชาตินักอนุกรมวิธานวิทยาและนักชีววิทยาอย่างมากเพียงพอไม่แต่เพียงพอสำหรับมหาวิทยาลัยและหน่วยงานราชการต่างๆเท่านั้นแต่ยังเพียงพอสำหรับชุมชนท้องถิ่นและภาคเอกชน &amp;ldquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับผู้สนใจสามารถเข้าร่วมงานเพื่อชมนิทรรศการที่จะเปิดให้เข้าชมได้ตั้งแต่วันนี้- 24 พ.ค.เวลา09.00 - 17.00 น. ณชั้น22 โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์และบางกอกคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์เซ็นทรัลเวิลด์โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/36528</URL_LINK>
                <HASHTAG>ความหลากหลายทางชีวภาพ, สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี, สวทช.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190522/image_big_5ce53f7601bab.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>21008</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/10/2018 14:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/10/2018 14:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แค่วันเดียวส่องนกได้ถึง 111 ชนิดในม.มหิดล อ.ไทรโยค</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 ต.ค.61 - อาจารย์จุฑามาศ สุคนธปฏิภาค หัวหน้าสาขาวิชาวิทยาศาสตร์ชีวภาพและทรัพยากรธรรมชาติ&amp;nbsp;มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตกาญจนบุรี เปิดเผยว่า ได้ร่วมกับคณาจารย์ นักวิทยาศาสตร์ และ นักศึกษาชมรมดอกหญ้า ม.มหิดล อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี เข้าร่วมกิจกรรมสำรวจนกในมหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตกาญจนบุรี ภายใน 24 ชั่วโมง และรายงานผลผ่านแอพลิเคชั่น ebird โดยกิจกรรมนี้จัดขึ้นโดย Cornell Lab of Ornithology ในชื่องานว่า Global Big Day ซึ่งเป็นกิจกรรมเพื่อทดสอบว่า ภายใน 24 ชั่วโมงจะมีนกทั้งหมดกี่ชนิดที่ถูกพบในทั่วทุกมุมโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับประเทศไทย สมาคมอนุรักษ์นกและธรรมชาติแห่งประเทศไทย ได้จัดกิจกรรม Campus Big Day ขึ้น เพื่อให้มีการสำรวจนกภายในมหาวิทยาลัยของตัวเอง โดยจัดต่อเนื่องกันมาเป็นครั้งที่ 4 โดยมีมหาวิทยาลัยทั่วประเทศเข้าร่วมแข่งขัน และได้รับเกียรติจากสัตวแพทย์ไพศิลป์ เล็กเจริญ กรรมการสมาคมอนุรักษ์นกและธรรมชาติแห่งประเทศไทย พร้อมคณะที่เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการแข่งขันในครั้งนี้ ค้นพบว่ามีนกชนิดต่างๆ ภายในมหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตกาญจนบุรี จำนวน 111 ชนิด สามารถครองแชมป์การแข่งขัน ได้เป็นอันดับที่ 1 อีกครั้งและต่อเนื่องกันมาถึง 4 สมัย จากการรวบรวมสำรวจนกต่อเนื่องกันจนถึงครั้งที่ 4 ครั้งนี้ ทำให้สามารถพบนกในมหาวิทยาลัยได้ถึง 132 ชนิด ซึ่งเป็นข้อมูลที่ได้จากการเข้าร่วมกิจกรรมที่ผ่านมา แสดงให้เห็นว่า ระบบนิเวศภายในมหาวิทยาลัยยังมีความหลากหลาย และเป็นบ้านที่อุดมสมบูรณ์ของสิ่งมีชีวิตนานาพันธุ์ โดยมหาวิทยาลัยจะพัฒนาและเติบโตคู่ไปกับการอนุรักษ์ ความหลากหลายทางชีวภาพให้เป็นพื้นที่สำหรับการเรียนรู้ตลอดไป
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21008</URL_LINK>
                <HASHTAG>ความหลากหลายทางชีวภาพ, จุฑามาศ สุคนธปฏิภาค, ม.มหิดล วิทยาเขตกาญจนบุรี, สำรวจนก, อ.ไทรโยค</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181030/image_big_5bd803ac3894a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
