<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>56519</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/02/2020 07:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/02/2020 07:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ศิลปินแห่งชาติ&#039;ชวนให้คิดก้าวพ้นจากความชังชาติและความคลั่งชาติ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
7ก.พ.63-วินทร์ เลียววาริณ ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ทุกครั้งที่พูดเรื่อง - ตามคำร้องของเพลงของ จอห์น เลนนอน &amp;ldquo;Imagine there&amp;rsquo;s no countries...&amp;rdquo; จะได้ยินวลี &amp;quot;พวกโลกสวย!&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพราะเราเคยชินกับการมีประเทศ ประเทศใครประเทศมัน ไม่เกี่ยวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ &amp;ldquo;no countries&amp;rdquo; ไม่ได้หมายความว่าเราต้องรวมประเทศกันโดยด่วน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มันเพียงชวนให้เราคิดกว้างกว่าสิ่งที่เราเคยชิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สมัยผมยังเป็นวัยรุ่น เคยสงสัยว่าทำไม แกรนด์ แคนยอน เป็นของอเมริกา, ภูเขาไฟฟูจิเป็นของญี่ปุ่น, ภูผางามแห่งกุ้ยหลินเป็นของจีน, ป่าอะเมซอนส่วนใหญ่เป็นของบราซิล, เกรท แบร์รีเออร์ รีฟ เป็นของออสเตรเลีย, ป่าห้วยขาแข้งเป็นของไทย, น้ำมันใต้ดินเป็นของประเทศต่าง ๆ ในตะวันออกกลาง ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากเราจะไปเยี่ยมชม แกรนด์ แคนยอน ก็ต้องไปเข้าคิวขอวีซ่าที่สถานทูตอเมริกา เพราะอเมริกามีสิทธิ์ขาดเป็นเจ้าของมัน เช่นเดียวกัน หากอยากไปชื่นชมภูเขาไฟฟูจิ ก็ต้องไปขออนุญาตประเทศญี่ปุ่น อยากล่องป่าอะเมซอน ก็ต้องไปขออนุญาตบราซิล ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมเคยถามตัวเองเล่นๆ ว่า ทำไมโลกเราต้องมีชาติและประเทศ ชีวิตมนุษย์คงง่ายกว่าเดิมมาก ๆ หากเราทุกคนสามารถเดินทางไปไหนมาไหนได้โดยไม่ต้องมีหนังสือเดินทาง ไม่ต้องขอวีซ่า ไม่ต้องผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองและสารพัดด่านอื่น ๆ ไม่ต้องแลกเปลี่ยนเงินตรา และกติกาอีกหลายข้อ โลกจะประหยัดทรัพยากรมหาศาลเพียงใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แน่ละ มันไม่ใช่เรื่องที่เปลี่ยนได้ง่ายๆ และอาจไม่ใช่เรื่องที่ต้องเปลี่ยน แม้ว่ามันเป็นไปได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คนที่ไม่เชื่อว่าเป็นไปได้อาจลองมองอดีตและจินตนาการอนาคตเพื่อเห็นภาพชัดขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในอดีตกาล สงขลา เชียงใหม่ นครศรีธรรมราช ฯลฯ ล้วนยิ่งใหญ่ในระดับ &amp;#39;ประเทศ&amp;#39; วันหนึ่งทั้งหมดก็หายไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในอนาคตกาล เมื่อเราไปตั้งรกรากในดาวเคราะห์ดวงอื่นหลายสิบหลายร้อยดวง ก็ไม่มีประโยชน์ที่จะแบ่งโลกเป็น 100-200 ประเทศ ในสเกลของดาราจักร สหรัฐฯ จีน ไทย ก็อาจเป็นแค่ &amp;#39;ตำบล&amp;#39; หรือ &amp;#39;หมู่บ้าน&amp;#39;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไอแซค อสิมอฟ นักเขียนผู้ก้าวล้ำเกินกาลมองเส้นพรมแดนเป็นแค่เรื่องชั่วคราว เช่นที่ไอน์สไตน์มองลัทธิคลั่งชาติเป็นโรคร้ายของมนุษยชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เปล่า พวกเขาไม่ได้ห้ามให้เรารักชาติ ไม่ได้ห้ามป้องกันประเทศ เพียงแต่ให้ระวังอย่าก้าวจากความรักชาติเป็นความคลั่งชาติ หรือคิดว่าชาติของตนยิ่งใหญ่กว่าชาติอื่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไอแซค อสิมอฟ เขียนในหนังสือ I, Asimov : A Memoir ว่า &amp;ldquo;โลกไม่สมควรถูกหั่นแบ่งย่อยออกเป็นร้อย ๆ ชิ้น แต่ละชิ้นมีกลุ่มคนอยู่อาศัยโดยกำหนดขอบเขตของพวกเขาเอง และถือว่าสวัสดิการและความมั่นคงแห่งชาติของพวกเขาเองอยู่เหนือข้อพิจารณาอื่น ๆ...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมขอไปด้วยกับความหลากหลายทางวัฒนธรรม และยินดีที่เห็นแต่ละกลุ่มมองเห็นคุณค่าของมรดกทางวัฒนธรรมของพวกเขา ยกตัวอย่างเช่น ผมเป็นพวกรักนิวยอร์ก ถ้าผมต้องไปอาศัยอยู่ใน ลอส แองเจลิส ผมก็รักที่จะขลุกกับชาวนิวยอร์กด้วยกัน และร้องเพลง Give My Regards to Broadway อะไรทำนองนี้ อย่างไรก็ตาม มันก็ควรที่จะดำรงความมีวัฒนธรรมและมีเมตตาต่อกัน ผมจะต่อต้านหากมันหมายถึงว่าแต่ละกลุ่มเหยียดหยามและกระสันจะทำลายล้างกลุ่มอื่น ผมต่อต้านการที่แต่ละกลุ่มติดอาวุธตนเองเพื่อบังคับใช้ศักดิ์ศรีและอคติของกลุ่มตน...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;โลกกำลังเผชิญหน้ากับปัญหาสิ่งแวดล้อมซึ่งคุกคามอารยธรรมและจุดจบของดาวเคราะห์ในสถานะของโลกที่อยู่อาศัยได้ มนุษยชาติมิอาจละลายเงินทองและสภาพจิตใจไปกับการทะเลาะเบาะแว้งที่ไร้สาระและไม่จบสิ้นภายในกลุ่มและระหว่างกลุ่มทั้งหมด มันควรมีสำนึกของโลกาภิวัตน์ซึ่งทำให้โลกรวมตัวกันแก้ปัญหาที่แท้จริงซึ่งกระทบต่อทุกกลุ่มเหมือน ๆ กัน เรื่องนี้ทำได้จริงหรือเปล่า? คำถามนี้ก็เหมือนกับประโยค : มนุษยชาติจะอยู่รอดได้หรือเปล่า?...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมไม่ใช่ชาวไซออนนิสต์ เพราะผมไม่เชื่อในเรื่องชาติ และเพราะลัทธิไซออนนิสม์เพียงแต่ต้องการจัดตั้งประเทศขึ้นมาอีกหนึ่งประเทศเพื่อให้โลกยุ่งยาก ก่อตั้งประเทศขึ้นมาอีกหนึ่งเพื่อจะมี &amp;lsquo;สิทธิ&amp;rsquo; และ &amp;lsquo;ความต้องการ&amp;rsquo; และ &amp;lsquo;ความมั่นคงของชาติ&amp;rsquo; และเพื่อทำให้รู้สึกว่ามันต้องปกป้องตนเองจากประเทศเพื่อนบ้าน...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;มันไม่มีชาติหรอก มีแต่มนุษยชาติ และหากเราไม่ทำความเข้าใจโดยเร็ว โลกจะไม่มีชาติ เพราะไม่เหลือมนุษยชาติ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เราคนไทยก็ยังสมควรรักชาติไทย รักวัฒนธรรมไทย เข้าใจที่มาของเรา รู้เรื่องรากเหง้าของเรา ไม่มีชาติใดในโลกกำเนิดขึ้นมาโดยไม่มีรากผสมของชาติอื่น มันไม่มีชาติใดเหนือกว่าชาติใด แต่ละมุมของโลกก็มีจุดเด่นจุดด้อยของมัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อเข้าใจก็จะก้าวพ้นจากความชังชาติและความคลั่งชาติ เราในฐานะคนไทยก็อยู่อย่างไทย แต่ไม่ต้องคลั่งชาติของเรา ไม่ต้องคลั่งชาติอื่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และวันหนึ่งหากโลกจะเปลี่ยนเป็นไร้ประเทศ ก็ไม่ตกใจหรือแปลกใจ เพราะเส้นเขตแดนเป็นเรื่องชั่วคราว มนุษย์ทุกคนมาจากจุดเริ่มต้นเดียวกัน โน่น!&amp;hellip; ที่แอฟริกาโน่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56519</URL_LINK>
                <HASHTAG>ความหลากหลายทางวัฒนธรรม, ชังชาติ, รักชาติ-คลั่งชาติ, วินทร์ เลียววาริณ, โลกสวย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190320/image_big_5c91ab1a49b7d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10244</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/04/2026 14:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/05/2018 12:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แผนที่มีชีวิต 65 ชาติพันธุ์ ช่วยลดความขัดแย้ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพีรพน พิสณุพงศ์ ผอ.ศมส. เดินหน้าพัฒนาการวิจัยชาติพันธุ์และมานุษยวิทยา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพีรพน พิสณุพงศ์ ผอ.ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร(ศมส.) (องค์การมหาชน) กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) กล่าวว่า ตามที่ ศมส.ได้ร่วมลงนามความร่วมมือทางวิชาการระหว่างโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า ในการพัฒนาการวิจัยชาติพันธุ์และมานุษยวิทยาผ่านศูนย์วิจัยสหวิทยาการเฉลิมพระเกียรติ 5 รอบ พลเอกหญิงสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีนั้น บอร์ดบริหาร ศมส.ได้เน้นย้ำถึงการจัดทำแผนที่มีชีวิต&amp;nbsp;


fifa356 ให้สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลที่ต้องการให้ศึกษาวิจัยกลุ่มชาติพันธุ์ว่ามีอยู่กี่กลุ่ม พื้นที่ใดบ้าง ขณะนี้ ศมส.ได้รวบรวมข้อมูลกลุ่มชาติพันธุ์แล้ว จำนวน 65 ชาติพันธุ์ทั่วประเทศ โดยแผนที่มีชีวิตที่ ศมส.ร่วมมือกับโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้าจะดำเนินการใช้ระบบภูมิสารสนเทศหรือจีไอเอส อากาศยานไร้คนขับหรือโดรน ดำเนินการเก็บภาพถ่ายทางอากาศเก็บรายละเอียดแผนที่ 3 มิติ เพื่อเห็นการเคลื่อนย้ายของกลุ่มชาติพันธุ์&amp;nbsp;


bnk789 รวมทั้งการเปลี่ยนแปลงของชุมชนต่างๆ เทียบกับภาพเก่าหรือแผนที่ในอดีตที่มีอยู่ ซึ่งจะเห็นการเปลี่ยนแปลงทางภูมิทัศน์ทางวัฒนธรรมชัดเจนยิ่งขึ้น เรียกว่า แผนที่มีชีวิต &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพีรพน กล่าวต่อว่า สำหรับแผนที่มีชีวิต ทาง ศมส


save168 .และโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้าเริ่มดำเนินการจัดทำแผนที่มีชีวิตในพื้นที่กลุ่มชาติพันธ์แม่น้ำท่าจีน แม่กลอง ไปแล้วตามโครงการสาครบุรี ทำให้เห็นการเปลี่ยนแปลงทางภูมิทัศน์วัฒนธรรม รวมถึงการเคลื่อนย้ายของกลุ่มชาติพันธุ์ในพื้นที่อย่างชัดเจนจากอดีตถึงปัจจุบัน จากนั้นจะเริ่มดำเนินการทำแผนที่มีชีวิตในรายกลุ่มชาติพันธ์ นอกจากความร่วมมือกับโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้าแล้ว ศมส.ยังร่วมมือกับมหาวิทยาลัยชั้นนำในพื้นที่เพื่อศึกษาความเปลี่ยนแปลงของกลุ่มชาติพันธุ์ใช้ทำแผนที่มีชีวิตอีกด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo; การจัดทำแผนที่มีชีวิตของกลุ่มชาติพันธ์ ศมส. ตามแผนยุทธศาสตร์จะเสร็จภายในปี 2564&amp;nbsp;


สล็อต แผนที่มีชีวิตจะเป็นประโยชน์ต่อหน่วยงานภาครัฐและนักวิชาการที่สนใจศึกษาว่า ในประเทศไทยมีกลุ่มชาติพันธุ์อยู่บริเวณไหนบ้าง แต่ละจุดมีการเปลี่ยนแปลงเช่นไร นอกจากนี้ &amp;nbsp;จะทำให้แต่ละพื้นที่ทราบว่ามีกลุ่มชาติพันธ์ใดอาศัยอยู่ หน่วยงานภาครัฐจะได้เข้าไปส่งเสริมได้ถูกต้อง ที่สำคัญจะทำให้ชุมชนที่อยู่โดยรอบได้ทราบว่า พื้นที่ของตนเองมีกลุ่มชาติพันธุ์อาศัยอยู่ เข้าใจความหลากหลายทางวัฒนธรรมในพื้นที่ &amp;nbsp;มองวิถีอย่างเข้าใจ ไม่อคติ ดูถูก มองความแตกต่างทางวัฒนธรรมเป็นความหลากหลายที่จะไม่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง&amp;rdquo; ผอ.ศมส. กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10244</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มชาติพันธุ์, ความหลากหลายทางวัฒนธรรม, นายพีรพน พิสณุพงศ์ ผอ. ศมส., ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร, โครงการสาครบุรี, โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180529/image_big_5b0ce38462fa6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
