<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>12168</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/06/2018 21:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/06/2018 21:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สหรัฐผ่อนปรน ระงับดำเนินคดีผู้อพยพเข้าเมืองเถื่อนพร้อมลูก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ทางการสหรัฐประกาศผ่อนปรนมาตรการสำคัญของนโยบาย &amp;quot;ความอดทนเป็นศูนย์&amp;quot; ที่โดนนานาชาติรุมประณามกรณีแยกผู้อพยพพ่อแม่ลูกออกจากกัน โดยจะระงับการฟ้องร้องดำเนินคดีผู้อพยพที่เข้าเมืองผิดกฎหมายพร้อมกับลูกเป็นการชั่วคราว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รั้วป้องกันชายแดนสหรัฐ-เม็กซิโกในเมืองบราวน์วิลล์ รัฐเทกซัส / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานเมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2561 อ้างคำประกาศของเควิน แม็กอาลีแนน ผู้ว่าการสำนักงานศุลกากรและป้องกันชายแดนของสหรัฐเมื่อวันจันทร์ว่า หน่วยงานของเขาได้ยุติการฟ้องร้องดำเนินคดีผู้อพยพเข้าเมืองผิดกฎหมายที่มาพร้อมกับลูกแล้วเป็นการชั่วคราว นับตั้งแต่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ลงนามคำสั่งเมื่อสัปดาห์ที่แล้วให้ยุตินโยบายการแยกครอบครัวผู้อพยพเข้าเมืองผิดกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นโยบายที่แยกคุมขังพ่อแม่และลูกซึ่งรวมถึงเด็กในวัยทารกและวัยแบเบาะ ก่อกระแสต่อต้านทั้งภายในสหรัฐอเมริกาและที่อื่นๆ ทั่วโลกและกดดันให้ทรัมป์ต้องยอมถอย ทั้งที่เขาเคยอ้างไว้ว่าเขาไม่มีอำนาจยกเลิกกฎหมายนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม็กอาลีแนนกล่าวว่า เหตุผลที่เขาระงับการดำเนินคดีพวกผู้อพยพที่เป็นพ่อเป็นแม่นั้นแท้จริงแล้วเป็นไปตามคำสั่งของทรัมป์ อีกทั้งหน่วยงานของเขาก็ไม่มีสถานที่เพียงพอที่จะควบคุมครอบครัวผู้อพยพเข้าเมืองทั้งหมดที่ข้ามชายแดนเม็กซิโกเข้ามา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของนิวยอร์กไทมส์กล่าวว่า แม็กอาลีแนนบอกด้วยว่า สำนักงานของเขาและกระทรวงยุติธรรมควรเห็นพ้องกันเกี่ยวกับนโยบาย &amp;quot;ที่สามารถดำเนินคดีพวกผู้ใหญ่ที่นำลูกๆ ข้ามชายแดน ซึ่งเป็นพวกที่ละเมิดกฎหมายของสหรัฐและเอาชีวิตมาเสี่ยงที่ชายแดน ได้โดยไม่ต้องแยกพวกเขาจากลูก&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ผู้นี้ยืนยันด้วยว่า เจ้าหน้าที่หน่วยงานควบคุมชายแดนของสหรัฐจะยังคงดำเนินคดีทางกฎหมายต่อพวกผู้ใหญ่ที่ข้ามแดนผิดกฎหมายมาแบบตัวคนเดียว และพวกเด็กๆ ก็ยังอาจถูกแยกออกจากพวกผู้ใหญ่ได้ หากพบว่าเด็กๆ เหล่านี้ตกอยู่ในอันตรายหรือพวกผู้ใหญ่มีประวัติอาชญากรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม็กอาลีแนนกล่าวว่า ขณะนี้เขายังอยู่ระหว่างวางแผนงานเพื่อรื้อฟื้นการดำเนินคดีพวกพ่อแม่ที่เข้าเมืองผิดกฎหมายมาพร้อมกับลูก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านซาราห์ แซนเดอร์ส โฆษกทำเนียบขาว ยืนยันว่านโยบายความอดทนเป็นศูนย์ยังมีผลบังคับใช้ อย่างน้อยก็ในแบบเป็นทางการ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12168</URL_LINK>
                <HASHTAG>ความอดทนเป็นศูนย์, ผู้อพยพเข้าเมืองผิดกฎหมาย, ระงับดำเนินคดี, สหรัฐ, เควิน แม็กอาลีแนน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180626/image_big_5b3243868f2a6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11861</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/06/2018 21:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/06/2018 20:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ทรัมป์&#039; กลับลำ ยุตินโยบายแยกเด็กอพยพจากครอบครัว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จำนนต่อแรงกดดันมหาศาลจากทั้งรีพับลิกัน, เดโมแครต และประชาคมระหว่างประเทศ ยอมล้มเลิกนโยบายปราบปรามคนเข้าเมืองอย่างเข้มงวดที่แยกเด็กจากครอบครัวผู้อพยพเข้าเมืองที่ถูกจับกุมแล้ว โดยลงนามคำสั่งฉบับใหม่เมื่อวันพุธเพื่อให้ครอบครัวได้อยู่ด้วยกันในศูนย์กักกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธานาธิบดีทรัมป์แสดงลายเซ็นบนคำสั่งฉบับใหม่ ที่ลงนามภายในห้องทำงานรูปไข่ของทำเนียบขาวเมื่อวันที่ 20 มิ.ย. 2561 โดยมีรองประธานาธิบดีไมค์ เพนซ์ อยู่ด้วย / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เอเอฟพีรายงานเมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2561 ว่าก่อนหน้าที่ผู้นำสหรัฐจะยอมกลับลำในวันพุธ นโยบายความอดทนเป็นศูนย์ของรัฐบาลทรัมป์ได้พรากเด็กๆ มากกว่า 2,300 คน จากพ่อแม่และญาติผู้ใหญ่ ภายหลังพวกเขาเดินทางข้ามชายแดนอย่างผิดกฎหมายเข้าสหรัฐ และถูกจับกุมตัวไว้นับตั้งแต่วันที่ 5 พฤษภาคม เด็กๆ เหล่านี้ถูกแยกไปพักตามค่ายกระโจมและสถานที่ต่างๆ โดยไม่สามารถติดต่อพ่อแม่หรือญาติได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตามรายงานของสื่อสหรัฐที่อ้างคำกล่าวของเจ้าหน้าที่จากกระทรวงสาธารณสุขและบริการประชาชน (เอชเอชเอส) แม้ทรัมป์จะลงนามคำสั่งประธานาธิบดียุติวิธีปฏิบัติแบบนี้แล้ว แต่รัฐบาลยังไม่มีแผนจะนำเด็กหลายพันคนที่ถูกพลัดพรากแล้ว กลับคืนสู่อ้อมอกของครอบครัว รายงานของนิวยอร์กไทมส์ ซึ่งได้รับการยืนยันจากเจ้าหน้าที่หลายคนในเวลาต่อมา กล่าวว่า เด็กกลุ่มนี้จะต้องอยู่ภายใต้การควบคุมตัวของรัฐบาลกลางระหว่างรอกระบวนการตรวจคนเข้าเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพถ่ายและรายงานเกี่ยวกับการแยกเด็กจากครอบครัวผู้อพยพเข้าเมืองผิดกฎหมายสร้างความเดือดดาลและการต่อต้านภายในพรรครีพับลิกันของทรัมป์เอง ขณะที่นานาชาติพากันกล่าวโจมตีสหรัฐว่ากำลังละเมิดสิทธิมนุษยชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทรัมป์กล่าวขณะลงนามคำสั่งฉบับใหม่ว่า คำสั่งของเขาฉบับนี้จะทำให้ครอบครัวได้อยู่ด้วยกัน เขาไม่อยากเห็นหรือรับรู้ว่าครอบครัวถูกพรากจากกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาในการปราศรัยแบบการหาเสียงต่อหน้าผู้สนับสนุนในรัฐมินนิโซตา ทรัมป์ย้ำว่า การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ได้หมายความว่าเขาได้ผ่อนนโยบายควบคุมชายแดนให้อ่อนลง &amp;quot;เราจะให้ครอบครัวได้อยู่ด้วยกัน แต่การควบคุมชายแดนจะเข้มงวดอยู่อย่างนี้&amp;quot; ทรัมป์กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้นำสหรัฐคนนี้ยังกล่าวโทษพรรคเดโมแครตว่า เห็นคนเข้าเมืองผิดกฎหมายสำคัญกว่าพลเมืองชาวอเมริกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นักเคลื่อนไหวชุมนุมเนื่องในวันผู้ลี้ภัยโลกพร้อมชูป้าย ไม่มีเด็กคนใดผิดกฎหมาย&amp;nbsp; ใกล้กับทรัมป์เวิลด์ทาวเวอร์ในนิวยอร์กซิตีเมื่อวันที่ 20 มิ.ย. 2561 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทรัมป์ยืนกรานมานานหลายสัปดาห์ก่อนหน้านี้ว่า เขาจำเป็นต้องปฏิบัติตามกฎหมายด้วยการแยกเด็กๆ ออกจากพ่อแม่ผู้ปกครอง และมีเพียงสภาคองเกรสเท่านั้นที่จะแก้ไขปัญหานี้ด้วยการแก้กฎหมาย แต่แล้วเมื่อวันพุธเขากลับเปลี่ยนท่าทีแบบพลิกฝ่ามือ โดยมีรายงานว่า อิวานกา ลูกสาวของเขาซึ่งทำหน้าที่ที่ปรึกษาให้พ่อด้วย เรียกร้องให้พ่อของเธอยุติการพลัดพรากครอบครัว ขณะที่เมลาเนีย สตรีหมายเลข 1 ซึ่งไม่ชอบยุ่งเกี่ยวการเมือง ยังวิงวอนให้ยุติโดยกล่าวว่า ควรต้องใช้ &amp;quot;หัวใจ&amp;quot; ในการบริหารประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คำสั่งของประธานาธิบดีระบุให้กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ รับผิดชอบเกี่ยวกับครอบครัวผู้อพยพต่อไป ไม่ใช่กระทรวงยุติธรรมและกระทรวงสาธารณสุขและบริการประชาชนเช่นนโยบายที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ คำสั่งยังบ่งชี้ว่า รัฐบาลมีเจตนาจะควบคุมตัวครอบครัวผู้อพยพเหล่านี้ไว้ไม่มีกำหนด ด้วยการท้าทายรัฐบัญญัติที่มีอยู่คือ ความตกลงฟลอเรสปี 2550 ที่จำกัดให้สามารถควบคุมตัวเด็กไว้ได้ไม่เกิน 20 วัน ไม่ว่าเด็กนั้นจะอยู่ลำพังหรืออยู่กับพ่อแม่ก็ตาม คาดว่าการท้าทายนี้น่าจะเผชิญการต่อสู้ทางกฎหมายอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทรัมป์กล่าวว่า มีความจำเป็นที่ต้องคงนโยบาย &amp;quot;ความอดทนเป็นศูนย์&amp;quot; ไว้ต่อไป เพื่อป้องกันอาชญากรรมที่เขากล่าวโทษว่ามีคนเข้าเมืองผิดกฎหมายเป็นต้นเหตุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้ ผู้นำหลายประเทศพากันตำหนินโยบายดังกล่าวเนื่องในวันผู้ลี้ภัยโลกเมื่อวันพุธ ทั้งนายกฯ อังกฤษ, แคนาดา, คณะมนตรียุโรป และสมเด็จพระสันตะปาปา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11861</URL_LINK>
                <HASHTAG>ความอดทนเป็นศูนย์, ผู้อพยพเข้าเมืองผิดกฎหมาย, ยกเลิกนโยบาย, ลงนามคำสั่ง, สหรัฐ, แยกเด็ก, โดนัลด์ ทรัมป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180621/image_big_5b2bacdab0681.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11630</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/06/2018 22:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/06/2018 22:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รุมเฉ่งนโยบายสหรัฐพรากลูกผู้อพยพ &#039;เมลาเนีย&#039; วอนหยุด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;นโยบาย &amp;quot;ความอดทนเป็นศูนย์&amp;quot; ในการสกัดผู้อพยพข้ามชายแดนของรัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์ ที่พรากเด็กจากพ่อแม่ กำลังเผชิญแรงต้านจากทุกทิศ ข้าหลวงสิทธิมนุษยชนยูเอ็นออกโรงประณาม &amp;quot;ไร้สามัญสำนึก&amp;quot; แม้แต่เมลาเนีย ทรัมป์ ยังรับไม่ได้ เรียกร้องให้ยุติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่ลาดตระเวนรักษาชายแดนของสหรัฐตรวจค้นผู้อพยพลี้ภัยจากอเมริกากลาง ใกล้กับเมืองแมคอัลเลน รัฐเทกซัส เมื่อวันที่ 12 มิ.ย. 2561 ครอบครัวนี้ถูกส่งไปยังศูนย์กักกันและมีความเป็นไปได้ที่เด็กจะถูกแยกจากผู้ใหญ่ที่ถูกควบคุมตัว / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เซอิด ราอัด อัลฮุสเซน ข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งองค์การสหประชาชาติ กล่าวต่อที่ประชุมคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งยูเอ็นที่นครเจนีวาเมื่อวันจันทร์ที่ 18 มิถุนายน 2561 โจมตีนโยบาย &amp;quot;ความอดทนเป็นศูนย์&amp;quot; ด้านการรักษาความปลอดภัยชายแดนของสหรัฐ ซึ่งรัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กำลังบังคับใช้อย่างเข้มงวด ด้วยการจับกุมคุมขังผู้อพยพลี้ภัยที่ข้ามแดนอย่างผิดกฎหมาย ที่ทำให้เด็กๆ ถูกพรากจากพ่อแม่ แล้วแยกมาดูแลต่างหาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ความคิดที่ว่า รัฐหนึ่งรัฐใดก็ตามพยายามยับยั้งคนเป็นพ่อแม่โดยสร้างความเจ็บปวดแก่เด็กๆ เช่นนี้ ถือเป็นเรื่องที่ไร้สามัญสำนึก&amp;quot; ข้าหลวงสิทธิฯ กล่าว พร้อมกับเรียกร้องให้รัฐบาลสหรัฐยุติการปฏิบัติที่ &amp;quot;บังคับพรากเด็กๆ&amp;quot; เหล่านี้ลงทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สมาชิกพรรคเดโมแครตพากันต่อต้านนโยบายดังกล่าวอย่างแข็งขันเช่นกัน ส.ว.เจฟฟ์ เมิร์คลีย์ จากรัฐออริกอน กล่าวภายหลังนำกลุ่มผู้แทนของพรรคไปตรวจเยี่ยมชายแดนติดเม็กซิโกว่า นโยบายความอดทนเป็นศูนย์น่าจะใช้ชื่อว่ามนุษยธรรมเป็นศูนย์มากกว่า เขายังกล่าวภายหลังคณะของเขาเข้าตรวจเยี่ยมซูเปอร์มาร์เก็ตวอลมาร์ทที่ถูกเปลี่ยนเป็นที่พักของลูกหลานผู้อพยพ 1,500 คนว่า การทำร้ายเด็กเหล่านี้ให้แบกความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ ถือเป็นสิ่งชั่วร้าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลของทรัมป์กำลังวางแผนจะสร้างแคมป์ในฐานทัพที่เทกซัสเพื่อรองรับเด็กที่จะมาเพิ่มอีก โดยข้อมูลระบุว่า ในช่วงเวลา 6 สัปดาห์ มีเยาวชนเกือบ 2,000 คน ถูกแยกจากพ่อแม่หรือผู้ใหญ่ที่ดูแล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ นางเมลาเนีย ทรัมป์ เมื่อวันที่ 5 เมษายน 2561 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้แต่นางเมลาเนีย ทรัมป์ สตรีหมายเลขหนึ่งของสหรัฐซึ่งปรกติไม่ยุ่งเรื่องการเมือง ก็ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้ทั้งสองพรรคการเมืองปฏิรูปนโยบายคนเข้าเมืองเพื่อแก้ปัญหานี้ แม้จะไม่ถึงขั้นประณามนโยบายของสามี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางลอรา บุช อดีตสตรีหมายเลขหนึ่งซึ่งเป็นภริยาของอดีตประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู. บุช ก็เขียนบทความลงวอชิงตันโพสต์คัดค้านนโยบายนี้ เช่นเดียวกับอดีตประธานาธิบดีบิล คลินตัน.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11630</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข้าหลวงสิทธิฯ, คนเข้าเมือง, ความอดทนเป็นศูนย์, พรากเด็ก, สหรัฐ, เมลาเนียน ทรัมป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180618/image_big_5b27caf3c9f74.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
