<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>108781</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/07/2021 09:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/07/2021 09:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>FETCO เผยความเชื่อมั่นนักลงทุนลดลงหลังโควิดยืดเยื้อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
6 ก.ค. 2564 นายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO)&amp;nbsp;&amp;nbsp;เปิดเผยว่า ผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุน ในเดือนมิถุนายน 2564 พบว่า ความเชื่อมั่นกลุ่มนักลงทุนบุคคลปรับตัวลดลง 12.3% อยู่ที่ระดับ 109.91 กลุ่มบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ปรับตัวลดลง 44.4% อยู่ที่ระดับ 83.33 กลุ่มนักลงทุนสถาบันในประเทศปรับตัวเพิ่มขึ้น 9.5% อยู่ที่ระดับ 130.00 และกลุ่มนักลงทุนต่างชาติปรับตัวลดลงอยู่ระดับ 100.00 ในช่วงสองสัปดาห์แรกของเดือนมิถุนายน ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากกระแสเงินลงทุนของกลุ่มนักลงทุนต่างประเทศที่ทยอยไหลเข้าตลาดหุ้นไทยและตลาดหุ้นกลุ่มตลาดเปิดใหม่ หรือ Emerging Markets จากปัจจัยหนุนที่ค่าเงินดอลลาร์อ่อนตัวลง ซึ่งเป็นปัจจัยที่ส่งผลเชิงบวกต่อตลาดหุ้นไทย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามในช่วงครึ่งหลัง ดัชนีมีความผันผวนจากความไม่แน่นอนในการส่งมอบวัคซีนซึ่งส่งผลต่อแผนการฉีดวัคซีนในประเทศ จำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่และผู้เสียชีวิตต่อวันเพิ่มขึ้นสูง การประกาศกึ่งล็อคดาวน์ในกรุงเทพฯ และจังหวัดพื้นที่ควบคุมสูงสุด รวมถึงคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ปรับลดคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจไทยลงมาอยู่ที่ 1.8% และ 3.9% ในปี 2564 และ 2565 ตามลำดับ ส่งผลให้ ตลาดหุ้นไทย ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2564 ปิดที่ 1,587.79 จุด ปรับตัวลดลง 0.4% จากเดือนก่อนหน้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
ด้านผลสำรวจโดยสรุปในอีก 3 เดือนข้างหน้า อยู่ในเกณฑ์ &amp;ldquo;ทรงตัว&amp;rdquo; ที่ระดับ 106.05 ปรับตัวลดลง 16.1% จากเกณฑ์ร้อนแรงเดือนก่อนมาอยู่ในเกณฑ์ทรงตัวเป็นครั้งแรกในรอบ 8 เดือน ซึ่งธุรกิจที่น่าสนใจมากที่สุด คือ หมวดการแพทย์ นักลงทุนคาดหวังแผนการฉีดวัคซีนเพื่อคลี่คลายสถานการณ์ โควิด-19 เป็นปัจจัยหนุนมากที่สุด รองลงมาคือการไหลเข้าของเงินทุน และการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในประเทศ สำหรับปัจจัยที่ฉุดความเชื่อมั่นนักลงทุนมากที่สุด ได้แก่ สถานการณ์ระบาดของ โควิด-19 ระลอกปัจจุบันที่ยืดเยื้อ รองลงมาคือความขัดแย้งระหว่างประเทศ และการถดถอยของเศรษฐกิจในประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในส่วนของปัจจัยต่างประเทศที่น่าติดตาม ได้แก่ ความคืบหน้าการพิจารณาแผนกระตุ้นเศรษฐกิจและแผนปรับขึ้นภาษีของประธานาธิบดี โจ ไบเดน โดยในการประชุม จี20 ในวันที่ 9-10 กรกฎาคมนี้ ที่จะมีการหารือเรื่องอัตราการจัดเก็บภาษีนิติบุคคลขั้นต่ำที่ระดับ 15% ทั่วโลก การประกาศประมาณการ จีดีพี ของ ไอเอ็มเอฟ สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศในหลายประเทศ และการเฝ้าระวังการระบาดของโควิด-19 สายพันธุ์ใหม่โดยเฉพาะกลุ่มประเทศในเอเชียซึ่งอาจกระทบต่อการส่งออกของไทยได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในส่วนของปัจจัยในประเทศ ได้แก่ สถานการณ์การระบาดระลอกปัจจุบันที่ยืดเยื้อซึ่งจะส่งผลต่อภาวะวิกฤติด้านสาธารณสุข แผนการจัดหาและอัตราการเร่งฉีดวัคซีนในประเทศที่ยังมีความไม่แน่นอนสูงซึ่งจะกระทบต่อความมั่นใจแก่นักลงทุนต่างประเทศเกี่ยวกับแผนการเปิดประเทศภายใน 120 วันตามประกาศของนายกรัฐมนตรี ผลการเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ &amp;ldquo;ภูเก็ตแซนต์บ๊อกซ์&amp;rdquo; ในเดือนกรกฎาคมนี้ และมาตรการภาครัฐในการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบอย่างใกล้ชิด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108781</URL_LINK>
                <HASHTAG>ความเชื่อมั่นกลุ่มนักลงทุน, ดัชนีเชื่อมั่นนักลงทุน, สภาธุรกิจตลาดทุนไทย ( FETCO)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210706/image_big_60e3c62486790.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
