<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>76314</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/09/2020 19:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/09/2020 19:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตลท.เผยไร้เงาขุนคลังไม่กระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ก.ย.2563 นายภากร ปีตธวัชชัย กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยถึงกรณีที่ นายปรีดี ดาวฉาย ลาออกจากตำแหน่ง รมว.คลัง เชื่อว่าไม่กระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน สะท้อนจากการจัดงาน Thailand Focus 2020 ที่ผ่านมา ถือว่าประสบความสำเร็จ เพราะนักลงทุนให้ความสำคัญกับนโยบายภาพรวมของเศรษฐกิจที่รัฐบาลดำเนินการอยู่ มากกว่าตัวบุคคล โดยเฉพาะการอัดฉีดเม็ดเงินเข้าระบบ ผ่านมาตรการภาครัฐในการลงทุน ซึ่งไม่ได้อิงนโยบายการคลังเพียงด้านเดียว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การที่รมว.คลังลาออก เป็นเพียงนโยบายการคลังเพียงอย่างเดียว โดยเชื่อว่าจะไม่กระทบต่อความเชื่อมั่น เพราะนักลงทุนให้น้ำหนักปัจจัยต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นนโยบายทางเศรษฐกิจ หรือ ภาวะตลาดโลก มากกว่าให้น้ำหนักในประเทศ รวมทั้งสนใจกับการดำเนินธุรกิจบริษัทจดทะเบียนไทย (บจ.) ที่เข้าไปลงทุนในต่างประเทศในช่วงเกิดการแพร่ระบาดไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 กระทบต่อกำไรของบริษัทหรือไม่ โดยปัจจุบันมีบริษัทในหลายอุตสาหกรรมสามารถฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว เช่น กลุ่มอาหาร กลุ่มเกษตร เทคโนโลยี ไอที วัสดุก่อสร้าง อิเล็กทรอนิกส์ แพคเกจจิ้ง เป็นต้น&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ข้อมูลของ บจ.ไทยที่ออกไปต่างประเทศ มีสัดส่วนรายได้จากต่างประเทศประมาณ 47% ของรายได้บจ.ไทย สะท้อนว่าการดำเนินธุรกิจมีการกระจายความเสี่ยง มฝแลพลงทุนที่หลากหลาย ไม่อิงกับประเทศใด ประเทศหนึ่ง ถือว่าเป็นข้อดีของบจ.ไทย ส่วนการลงทุนในกลุ่ม CLMV ก็มีการปรับตัว 4 ด้าน เช่น ปรับการให้บริการและสินค้าให้เหมาะกับผู้บริโภคยุคใหม่, ปรับปรุงโครงสร้างการทำงาน เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตให้ดีขึ้น, ให้ความสำคัญกับการดูแลพนักงาน และบริหารสภาพคล่อง
อย่างไรก็ตาม คาดว่า 10 ปีข้างหน้าองค์ประกอบตลาดหุ้นไทยจะมาจากภาคบริการมากขึ้น โดยปัจจุบันภาคบริการอยู่ที่ 20-30% , กลุ่มพลังงาน 20-25% , ธนาคาร 10% อสังหาฯ 10% เทคโนโลยี 10% โดย 10 ปีก่อนหน้านี้เป็นพลังงาน 30% , ธนาคาร 20% อสังหาฯ 10%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายแมนพงศ์ เสนาณรงค์ รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานผู้ออกหลักทรัพย์ ตลท. กล่าวว่า ตลท. ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์(ก.ล.ต.) ศึกษาพัฒนาแพลตฟอร์มเพื่อเพิ่มโอกาสให้ธุรกิจเอสเอ็มอี และ สตาร์ทอัพ สามารถเข้าถึงการลงทุน หรือแหล่งระดมทุนมากขึ้น โดยรูปแบบของแพลตฟอร์มดังกล่าวจะไม่ใช่คราวด์ฟันดิง แต่เป็นการช่วยให้เอสเอ็มอี และสตาร์ทอัพเติบโตได้ เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนการระดมทุน หรือ เป็นการเปิดโอกาสการลงทุน รวมทั้งมีเรื่องของการซื้อขายด้วย โดยเรื่องนี้คงต้องรอทาง ก.ล.ต. อนุมัติ คาดว่าจะดำเนินการได้กลางปี 63&amp;rdquo; นายแมนพงศ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการเสนอขายหุ้นใหม่แก่ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) ในปีนี้ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งในเดือน ก.ย.นี้ และ เดือน ต.ค. ยังมีบริษัทที่จะเข้าเทรดเช่นเดิม โดยที่ผ่านมา ก.ล.ต.ก็ได้มีการอนุญาตให้บริษัทที่ต้องการเสนอขาย IPO เข้ามาซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แล้วประมาณ 20 ราย จากตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบันมีบริษัทเข้าไปซื้อขายแล้ว 7 ราย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76314</URL_LINK>
                <HASHTAG>ความเชื่อมั่นนักลงทุน, ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.), ปรีดี ดาวฉาย, ภากร ปีตธวัชชัย, รมว.คลัง, ลาออก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180221/image_big_5a8d1e8f19d58.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
