<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>108331</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/07/2021 20:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/07/2021 20:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลรธน. ไม่รับคำร้องฝ่ายค้านขอวินิจฉัยสถานะ &#039;บิ๊กตู่&#039; แทรกแซงรถไฟฟ้าสายสีเขียว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ก.ค.64 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่าศาลรัฐธรรมนูญได้ประชุมเมื่อวันที่ 30 มิ.ย. โดยศาลรัฐธรรมนูญมีมติไม่รับคำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัย&amp;nbsp;กรณีที่ประธานสภาผู้แทนราษฎรส่งความเห็นของ ส.ส. พรรคฝ่ายค้านจำนวน 72 คน&amp;nbsp;ที่ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามมาตรา 170 วรรคสามประกอบมาตรา 82 ว่าความเป็นรัฐมนตรีของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&amp;nbsp;สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามมาตรา 170 วรรคหนึ่ง ( 5 ) ประกอบมาตรา 186 วรรคหนึ่ง และมาตรา 184 วรรคหนึ่ง&amp;nbsp; ( 2 )หรือไม่&amp;nbsp;จากเหตุออกคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 3/ 2562 เรื่องการดำเนินการโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ลงวันที่ 11 เม.ย. 2562&amp;nbsp;เป็นการเข้าไปแทรกแซงและก้าวก่ายการเข้ารับสัมปทานจากหน่วยงานของรัฐซึ่งมีลักษณะเป็นการผูกขาดตัดตอนหรือไม่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยศาลรัฐธรรมนูญเห็นว่าบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญมาตรา 170 วรรคหนึ่ง ( 5 ) ประกอบมาตรา 186 วรรคหนึ่ง และมาตรา 184 วรรคหนึ่ง (2 ) มีความมุ่งหมายให้ใช้บังคับแก่ผู้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี ไม่ให้กระทำการอันเป็นการต้องห้ามในขณะที่ดำรงตำแหน่ง&amp;nbsp; หากรัฐมนตรีผู้ใดกระทำการอันเป็นการต้องห้ามดังกล่าวในขณะที่ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีอยู่&amp;nbsp; ความเป็นรัฐมนตรีของผู้นั้นย่อมสิ้นสุดลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นการยื่นคำร้องตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสามประกอบมาตรา 82&amp;nbsp; เพื่อให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ให้ความเป็นรัฐมนตรี สิ้นสุดลงเฉพาะตัวนั้น จะต้องเป็นกรณีที่ผู้ถูกร้องดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีนั้นอยู่ในขณะที่ผู้ร้องยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ เมื่อข้อเท็จจริงตามคำร้อง&amp;nbsp;ปรากฏว่าในขณะที่ผู้ร้องยื่นคำร้องต่อศาล ให้พิจารณาวินิจฉัยความเป็นรัฐมนตรีของพล.อ.ประยุทธ์สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 พล.อ.ประยุทธ์ได้พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีตามบทเฉพาะกาลมาตรา 264 ของรัฐธรรมนูญไปแล้ว นับแต่วันที่คณะรัฐมนตรีที่ตั้งขึ้นใหม่ภายหลังการเลือกตั้งทั่วไปครั้งแรกตามรัฐธรรมนูญเข้ารับหน้าที่&amp;nbsp; ผู้ร้องจึงไม่อาจยื่นคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ได้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108331</URL_LINK>
                <HASHTAG>ความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลง, คำสั่งคสช., ศาลรัฐธรรมนูญ, โครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210506/image_big_6093cc20e9d68.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>41453</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/07/2019 11:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/07/2019 11:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ลุงสุทิน&#039;ชี้พรรคฝ่ายแค้นหมดสิทธิ์อภิปรายคุณสมบัติบิ๊กตู่ หลังศาลรธน.รับวินิจฉัยปมเจ้าหน้าที่รัฐ!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ก.ค.62 - นายสุทิน​ วรรณบวร​ อดีตนักข่าวการเมืองอาวุโส​ &amp;nbsp;โพสต์ขอ้ความลงในเฟซบุก Sutin Wannabovorn โดยมีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มุมมะแรง เหวี่ยงกลับมาแทงฝ่ายแค้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลรัฐธรรมรับวินิจสถานะพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีว่าสิ้นสุดลง เพราะเป็นเจ้าหน้าที่รัฐหรือไม่ แต่ไม่ได้สั่งให้ยุติปฏิบัติหน้าที่ เพราะไม่เข้าข่ายมาตรา ๘๒ และกำหนดเวลามาชี้แจงต่อศาลภายใน ๑๕ วัน ทำให้ความหวังที่ฝ่ายค้านจะถล่มลุงตู่ให้ดับคาสภาระหว่างการแถลงนโยบายต่อสภาท่าจะเป็นหมัน เพราะฝ่ายแค้นได้ติดกับดัก ตกหลุมพรางตัวเองเรียบร้อยแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฝ่ายค้านเป็นผู้รวบรวมรายชื่อ ส.ส. ร้อยกว่าคนทำเรื่องผ่านประธานสภา ให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าลุงตู่ ต้องพ้นจากตำแหน่งนายกฯเพราะขาดคุณสมหรือไม่ เมื่อศาลรัฐธรรมนูญรับเรื่องไว้พิจารณาแล้ว หมายความว่าอำนาจหน้าที่วินิจฉัยอยู่ที่ศาลรัฐธรรม ผู้ถูกร้องเรียนมีหน้าที่ตามกฎหมายต้องไปชี้แจงแก้ต่างว่าผิดตามคำร้องหรือไม่ต่อศาลรัฐธรรมนูญ ไม่มีความจำเป็นใดๆที่ต้องชี้แจงหรือตอบโต้ข้อกล่าวหาในสภาฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในเวลาเดียวกันผู้ร้องเรียนซึ่งเป็นฝ่ายนิติบัญญัติเมื่อฝ่ายตุลาการ รับเรื่องดำเนินการวินิจฉัยแล้ว จึงไม่มีสิทธิที่จะมาต่อสู้หักล้างประเด็นที่ว่ากันในสภา เพราะการกล่าวหาโจมตีตอบโต้กันในสภาอาจเข้าข่าย ก้าวก่ายชี้นำหรือละเมิดอำนาจศาลได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ร้องเรียนซึ่งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ย่อมทราบดีว่าการปกครองในระบอบประชาธิปไตย ได้แบ่งแยกถ่วงดุลอำนาจกันเป็น ฝ่ายนิติบัญญัติ ฝ่ายบริหาร ฝ่ายตุลาการ ดังนั้นเมื่อฝ่ายนิติบัญญัติ เสนอเรื่องให้ฝ่ายตุลาการวินิจฉัยตัดสินแล้ว โดยกฎกติกามารยาทโดยกฎหมาย ฝ่ายนิติบัญญัติกระทำการใดในระหว่างฝ่ายตุลาการอยู่ในกระบวนการวินิจฉัยถือเป็นก้าวก่ายชี้นำฝ่ายตุลาการได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นในระเวลาสิบห้าวันนี้พลเอกประยุทธ์ ผู้ถูกร้องเรียนมีหน้าที่ตามกฎหมายต้องไปชี้แจงต่อศาลเท่านั้น ไม่มีหน้าที่ไม่มีความจำเป็นใดๆต้องชี้แจงหรือตอบโต้ข้อกล่าวหาในสภา เพราะผลการวินิจของศาลรัฐธรรมผูกพันครอบคลุมไปทุกองค์กรอยู่แล้ว การตอบโต้ชี้แจงในสภาจึงไม่ผลใดๆนอกจากความสะใจของทุกฝ่าย.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41453</URL_LINK>
                <HASHTAG>ความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลง, คุณสมบัติพลเอกประยุทธ์, บิ๊กตู่, สุทิน​ วรรณบวร​, อภิปรายนโยบาย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181222/image_big_5c1d98310dc63.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>41437</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/07/2019 11:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/07/2019 08:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อนุทิน-มาร์ค&#039;เตรียมรับส้มหล่น!หาก&#039;บิ๊กตู่&#039;สะดุดศาลรัฐธรรมนูญ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ก.ค.62 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตามที่มีข่าวสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ มีมติรับคำร้องเพื่อพิจาณาวินิจฉัยวามเป็นรัฐมนตรีของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา &amp;nbsp;นายกรัฐมนตรี &amp;nbsp;ได้สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูฯมาตรา 170 วรรคหนึ่ง(4) &amp;nbsp;ประกอบมาตรา 82 วรรคหนึ่ง เนื่องจากเป็นบุคคลที่มีลักษณะต้องห้ามในการดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีตามรัฐธรรมนูญมาตรา 160 (6) ประกอบมาตรา 85((15)เพราะเหตุเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ กรณีจึงเป็นไปตามรัฐธรรมนูญมาตรา 170 วรรคสาม และมาตรา 82 ประกอบพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญพ.ศ. 2561 มาตรา 7(9) นั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีนี้หากศาลรัฐธรรมนูญมีมติยกคำร้อง เรื่องก็จะจบลงทันที &amp;nbsp;พล.อ.เอกประยุทธ์ ได้เป็นนายกฯต่อไป อย่างไรก็ตามหากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าตำแหน่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) เป็นเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ สิ่งที่จะตามมาก็คือจะส่งผลให้ พล.อ.ประยุทธ์ &amp;nbsp;มีลักษณะต้องห้ามในการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีทันที &amp;nbsp;ซึ่งก็หมายถึงต้องพ้นสภาพจากการเป็นนายกฯ
&amp;nbsp;
จากนั้นที่ประชุมรัฐสภา ต้องโหวตเลือกนายกฯ กันใหม่ โดยพล.อ.ประยุทธ์ ไม่สามารถมีชื่อกลับมาให้ที่ประชุมโหวตเลือกได้อีก ทั้งนี้ถ้าสถานการณ์ไหลไปถึงจุดนั้น โดยช่วงดังกล่าวหากไม่มีการ ยุบสภา เกิดขึ้น พรรคร่วมรัฐบาล 19 พรรค หากยังกุมสภาพกันได้อยู่ ไม่มีพรรคร่วมรัฐบาลพรรคใดเสียงแตกไปจับมือกับขั้วเพื่อไทย ก็ต้องมานั่งตกลงกันว่าจะหนุนใครเป็นแคนดิเดตนายกฯ โดยที่จะมีเสียง ส.ว. 250 คน คอยเป็นฐานหลักให้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ &amp;nbsp;พรรคที่จะได้ลุ้นดังกล่าว ต้องมี ส.ส.อย่างน้อย 25 คนในสภาฯ และในบรรดาพรรคร่วม 19 พรรค มีเพียงสองพรรคคือพรรคประชาธิปัตย์และพรรคภูมิใจไทย ที่ส่งชื่อแคนดิเดตนายกฯ ตอนเลือกตั้งคือ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และนายอนุทิน ชาญวีรกูล.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41437</URL_LINK>
                <HASHTAG>ความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลง, นายกรัฐมนตรี, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, อนุทิน ชาญวีรกูล, อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190720/image_big_5d326b03914e9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
