<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>96201</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/03/2021 10:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/03/2021 10:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คมนาคมเคาะดีเดย์ 1 เม.ย.นี้วิ่งฉิว 120 กม./ชม. ถนนสายเอเชีย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 มี.ค. 2564 นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการแปรนโยบายไปสู่การปฏิบัติ เพื่อติดตามความคืบหน้านโยบายขยายอัตราความเร็วบนถนน 4 ช่องจราจร ที่สามารถใช้ความเร็วได้ไม่เกิน 120 กม./ชม.ว่า ในวันที่ 1 เม.ย. 2564 เตรียมนำร่องทดลอง (Kick Off) ให้ใช้ความเร็วไม่เกิน 120 กิโลเมตร (กม.) ต่อชั่วโมง (ชม.) ตามที่กฎกระทรวงกำหนดอัตราความเร็วของยานพาหนะบนทางหลวงแผ่นดิน หรือทางหลวงชนบทที่กำหนด พ.ศ. 2564 กำหนดไว้ ในเส้นทางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 32 (ถนนสายเอเชีย) ช่วงบริเวณหมวดทางหลวงบางปะอิน-ทางต่างระดับอ่างทอง กม. ที่ 4+100-50+000 ระยะทางประมาณ 50 กม. โดยในขณะนี้ อยู่ระหว่างรอผู้อำนวยการทางหลวงลงนามออกประกาศว่า ถนนเส้นใดสามารถใช้ความเร็วตามกฎกระทรวงประกาศได้ อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่า การดำเนินการดังกล่าว เพื่อความสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ในส่วนของระยะต่อไป (เฟส 2) นั้น เบื้องต้นได้ประเมินถนนที่มีกายภาพเหมาะสม สามารถดำเนินการได้ ระยะทางประมาณ 240 กม. แบ่งเป็น ถนนของกรมทางหลวง (ทล.) ระยะทางประมาณ 150 กม. และถนนของกรมทางหลวงชนบท (ทช.) ระยะทางประมาณ 90 กม. ได้แก่ ถนนราชพฤกษ์ และถนนชัยพฤกษ์ โดยคาดว่า จะเปิดให้ใช้อัตราความเร็ว 120 กม./ชม.ได้ภายหลังจาก Kick Off ไปแล้วประมาณ 2-3 เดือน และจะทยอยประกาศเพิ่มในอนาคตต่อไป ในเส้นทางตามที่แขวง ทล. แขวง ทช. ได้สรุปรายงานมาให้พิจารณา โดยทั่วประเทศมีระยะทางกว่า 12,000 กม. ที่มี 4 ช่องจราจร มีเกาะกลางถนน และไม่มีจุดกลับรถ หรือจุดตัดเสมอเส้นทาง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;อยากให้พิจารณาทำระยะทางยาวๆ ซึ่งไม่จำเป็นต้องระยะทาง 3 กม. อาจจะประกาศเป็นช่วงๆ ที่มีความเหมาะสม เพราะว่ามีป้ายบอกก่อนเข้าเส้นทางที่กำหนด ทั้งนี้ จะขยายการดำเนินการไปเรื่อยๆ ได้ ซึ่งทั่วประเทศสามารถทำได้หมด โดยจะมีการประชุม เพื่อพิจารณาสรุปก่อนวัน Kick Off ต่อไปว่าเส้นไหนใช้ได้บ้าง ขณะเดียวกัน การจะประกาศใช้ในถนนสายอื่นต่อไปนั้น ควรแจ้งล่วงหน้า 30 วัน เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบด้วยว่า สายนี้จะเริ่มใช้กำหนดความเร็ว&amp;rdquo; นายศักดิ์สยาม กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศักดิ์สยาม กล่าวต่ออีกว่า ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไปดำเนินการวิเคราะห์และสรุปรายละเอียด เพื่อเสนอให้ที่ประชุมคณะอนุกรรมการกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน (กปถ.) ที่ในขณะนี้มีเงินในกองทุนประมาณ 5,000 ล้านบาท เพื่อขอนำงบประมาณมาใช้ดำเนินการ เช่น ติดตั้งป้ายกำกับความเร็วข้างทาง สัญลักษณ์กำกับความเร็วบนพื้นถนน ติดตั้งระบบป้ายปรับเปลี่ยนข้อความ (VMS) รวมถึงจะมีการตีเส้นจราจรที่ตีขวางบนถนนเป็นแถบๆ (Rumble Stripก) เพื่อแจ้งเตือนการเข้าเขตใช้ความเร็ว พร้อมทั้งติดตั้งแบริเออร์เพิ่มเติมด้วย ส่วนจะใช้งบประมาณจาก กปถ. เท่าไหร่นั้น จะต้องรอพิจารณาสรุปอีกครั้งต่อไป นอกจากนี้ ให้ไปพิจารณากองทุนอื่นในต่างประเทศ เพื่อมาสนับสนุนการดำเนินการดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน ได้มอบหมายให้ ทล. และ ทช. ไปสำรวจเส้นทางที่กำหนดให้ใช้ความเร็วในอัตราดังกล่าว เพื่อสร้างสะพานลอย เพื่อให้ประชาชนเดินข้าม รวมถึงรถจักรยานยนต์ (มอเตอร์ไซต์) และรถจักรยาน ในส่วนของรถยนต์ให้ใช้สะพานกลับรถ หรือกลับรถบริเวณสี่แยก โดยพิจารณาจากแนวทางการดำเนินการของต่างประเทศ ที่จะมีจุดกลับรถในทุกๆ 10 กม. เพื่อความปลอดภัยในการเดินทางของประชาชนในพื้นที่ และผู้ใช้รถใช้ถนน พร้อมกันนี้ จะต้องไปบูรณาการกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในเรื่องของป้ายจราจร และบทลงโทษตามกฎหมาย อีกทั้ง ได้เตรียมว่าจ้างสถาบันการศึกษา เพื่อประเมินผลการดำเนินการด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานจากกระทรวงคมนาคม ระบุว่า ในที่ประชุมได้เห็นชอบในหลักการเส้นทางที่มีศักยภาพสามารถนำมาประกาสเพิ่มเติมทั้งในส่วนของ ทล. และ ทช. ที่ได้กำหนดแผนงานสำรวจ ปรับปรุงลักษระทางกายภาพ ติดตั้งป้ายกำกับความเร็ว แบ่งเป็นเส้นทางหลวงแผ่นดินที่มีศักยภาพ ได้แก่ ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 35 จังหวัดสมุทรสงคราม ,ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 32 จังหวัดอ่างทอง จังหวัดสิงห์บุรี จังหวัดชัยนาท และจังหวัดนครสวรรค์ ,ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 2 จังหวัดนครราชสีมา ,ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 347 จังหวัดปทุมธานี และทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 4 จังหวัดเพชรบุรี เป็นต้น ขณะที่เส้นทางทางหลวงชนบทที่มีศักยภาพ ได้แก่ ถนนราชพฤกษ์ (นบ.3021) ,ถนนนครอินทร์ (นบ.1020) ,ถนนข้าวหลาม จังหวัดชลบุรี (ชบ.1073) ,จังหวัดระยอง (รย.1035) และถนนสมโภชเชียงใหม่ ๗๐๐ ปี (ชม.3024) เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับรายละเอียดของกฎกระทรวงดังกล่าว ได้กำหนดอัตราความเร็วของยานพาหนะบนทางหลวงแผ่นดินหรือทางหลวงชนบทไว้ดังนี้ 1.รถบรรทุกที่มีน้ำหนักรถเกิน 2,200 กิโลกรัม หรือรถโดยสารมีที่นั่งคนโดยสารเกิน 15 คน ให้ใช้ความเร็วไม่เกิน 90 กม./ชม., รถขณะที่ลากจูงรถอื่น รถยนต์สี่ล้อเล็ก หรือรถยนต์สามล้อ ให้ใช้ความเร็วไม่เกิน 65 กม./ชม., รถจักรยานยนต์ ให้ใช้ความเร็วไม่เกิน 80 กม./ชม. เว้นแต่รถจักรยานยนต์ที่มีกำลังเครื่องยนต์ตั้งแต่ 35 กิโลวัตต์ขึ้นไป หรือมีขนาดความจุของกระบอกสูบรวมกันตั้งแต่ 400 ลูกบาศก์เซนติเมตรขึ้นไป ให้ใช้ความเร็วไม่เกิน 110 กม./ชม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามขณะที่ รถโรงเรียน หรือรถรับส่งนักเรียน ให้ใช้ความเร็วไม่เกิน 80 กม./ชม., รถโดยสารที่มีที่นั่งโดยสารเกิน 7 คนแต่ไม่เกิน 15 คน ให้ใช้ความเร็วไม่เกิน 100 กม./ชม., รถแทรกเตอร์ รถบดถนน หรือรถใช้งานเกษตรกรรม ให้ใช้ความเร็วไม่เกิน 45 กม./ชม. และรถอื่นๆ นอกเหนือจากที่กล่าวข้างต้น ให้ใช้ความเร็วไม่เกิน 120 กม./ชม.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ หากรถอยู่ในช่องเดินรถขวาสุด ต้องใช้ความเร็วไม่ต่ำกว่า 100 กม./ชม. เว้นแต่ในกรณีที่ช่องเดินรถนั้น มีข้อจำกัดด้านการจราจรหรือทัศนวิสัย มีสิ่งกีดขวาง หรือมีเหตุขัดข้องอื่น ทั้งนี้ หากในทางเดินรถมีเครื่องหมายจราจรแสดงว่าเป็นเขตอันตราย หรือเขตให้ขับรถช้าๆ ให้ลดความเร็วลง และเพิ่มความระมัดระวังขึ้นตามสมควร และในกรณีที่ทางเดินรถ หรือช่องเดินรถใด มีเครื่องหมายจราจรกำหนดอัตราความเร็วต่ำกว่าอัตราที่กำหนด ให้ใช้ความเร็วไม่เกินอัตราความเร็วที่กำหนดไว้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96201</URL_LINK>
                <HASHTAG>ความเร็วได้ไม่เกิน 120 กม, ถนนสายเอเชีย, นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210316/image_big_60501fa03ea9b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
