<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>73237</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/08/2020 21:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/08/2020 21:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คมนาคมสั่งระดมทุกหน่วยงานในสังกัดรับมือพายุเข้าล่าสุดกระทบ7จังหวัด </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ส.ค.63-นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า จากกรณีที่มีหลายพื้นที่ของประเทศมีฝนตกหนัก น้ำป่าไหลหลาก ส่งผลให้ถนนที่อยู่ในความรับผิดชอบของกรมทางหลวง (ทล.)ในพื้นที่หลายจังหวัดของประเทศได้รับความเสียหาย บางพื้นที่ถนนถูกตัดขาด คอสะพานขาด ทำให้ประชาชนในพื้นที่และบริเวณใกล้เคียงไม่สามารถสัญจรผ่านไปมาได้นั้น

อย่างไรก็ตามได้มีการสั่งการให้กรมทางหลวง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าพื้นที่ ที่ได้รับความเสียหาย และแก้ไขซ่อมแซม ทอดสะพานเบลีย์ (สะพานเหล็ก) แจ้งประชาสัมพันธ์ รวมถึงจัดเจ้าหน้าที่ บอกเส้นทางเลี่ยงให้ประชาชนสามารถสัญจรได้ภายใน 24 ชั่วโมง หรือหากบางพื้นที่จะต้องอพยพประชาชนออกจากพื้นที่ เพื่อให้เกิดความปลอดภัยก็ต้องเข้าช่วยเหลืออย่างโดยเร็ว

ด้านนายสราวุธ ทรงศิวิไล อธิบดีกรมทางหลวง (ทล.) เปิดเผยว่า วันนี้ (2 ส.ค. 63) ได้รับรายงานว่า เกิดเหตุฝนตกหนักในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ เลย และอีกหลาย พื้นที่ของประเทศ โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ได้รับรายงานว่ามีทางเบี่ยงสะพานขาด 3 จุด ในโครงการก่อสร้าง ทล.118 ตอนดอยสะเก็ด - ป่าเมี่ยง ตอน 2 ที่บริเวณ กม.32+260 , กม.32+942 , กม.39+880 และในพื้นที่จังหวัดเชียงราย ในโครงการก่อสร้าง ทล.118 ตอน บ.ปางน้ำถุ - บ.โป่งป่าตอง ตอน 2 ทางเบี่ยงสะพานขาด 2 จุด ประกอบไปด้วย บริเวณ กม.58+679 , กม.61+632

อย่างไรก็ตาม โดยขณะนี้ทางแขวงทางหลวงเชียงใหม่ที่ 2 และเชียงรายที่ 1 ได้ส่งเครื่องจักรเข้าพื้นที่แล้ว และเตรียมวัสดุ เพื่อซ่อมแซม และวางท่อเหลี่ยมเพิ่ม เพื่อคืนสภาพในทุกจุด รวมททั้งการทอดสะพานเบลี่ย์ (สะพานเหล็ก) ที่สะพานขาด คาดว่าจะเปิดเส้นทางให้ประชาชนสัญจรได้ภายในคืนนี้

นอกจากนี้ได้สั่งการให้ สำนักงานเขตทางหลวง แขวงทางหลวง ทั่วประเทศ เฝ้าระวัง และติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด หากมีพื้นที่ใดประสบปัญหา เจ้าหน้าที่จะเข้าพื้นที่เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนทันที ตามนโยบายนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม

กรมทางหลวงยังได้สรุปสถานการณ์อุทกภัยบนทางหลวง พบว่า ทางหลวงได้ถูกน้ำท่วม จำนวน 7 จังหวัด (10 สายทาง จำนวน 17 แห่ง)
ได้แก่ จังหวัดเชียงราย (ทล.118) จังหวัดเชียงใหม่ (ทล.118,ทล.121) จังหวัดน่าน (ทล.101,ทล.1091)
จังหวัดลำปาง (ทล.120) จังหวัดเลย (ทล.2108,ทล.2249) จังหวัดหนองบัวลำภู (ทล.210) และจังหวัดมหาสารคาม (ทล.2322)

โดยทางหลวงที่การจราจรไม่สามารถผ่านได้มี 8 แห่ง ดังนี้ ทล.118 ที่กม.32+269 ,กม.32+942,กม.39+880 กม.58+679 ,กม.61+632 ทล.121 ที่ กม.4+000
ทล.2018 ที่ กม.0+194 และทล.2249 ที่ กม.16+250 สำหรับผู้ใช้ทางสามารถสอบถามสภาพการจราจรได้ที่สายด่วนกรมทางหลวง 1586 (โทรฟรี 24 ชั่วโมง)
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/73237</URL_LINK>
                <HASHTAG>#น้ำท่วม, กระทรวงคมนาคม, ความเสียหายจากพายุ, นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200802/image_big_5f26cfa8751ad.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>25857</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/01/2019 11:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/01/2019 11:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เมืองคอนยังอ่วม พิษปาบึก ต้นไม้-เสาไฟฟ้าล้มขวางถนน ยังประเมินความเสียหายไม่ได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อ6มค.2562 ผู้สื่อข่าวรายงานความเสียหายจากพิษพายุโซนร้อนปาบึก ที่พัดถล่มหลายพื้นที่ในจ.นครศรีธรรมราช ได้รับความเสียหายจำนวน16อำเภอ โดยเฉพาะพื้นที่โซนฝายฝั่งทะเลอ่าวไทย6อำเภอ เบื้องต้นพบว่ามีความเสียหายจำนวนมากกระจายไปทุกพื้นที่ที่เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถสำรวจเข้าไปถึงได้ เนื่องจากถนนหนทางถูกตัดขาดหลายเส้นทางเนื่องจากมีต้นไม้ทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่ เสาไฟฟ้าล้มขวางถนนสายต่างๆจำนวนมาก ทำให้ประชาชนส่วนใหญ่ยังได้รับความยากลำบากมาก รวมทั้งมีสวนยางพารา สวนผลไม้และสวนทุเรียนในหลายพื้นที่ถูกพายุพัดถล่มล้มราบคาบได้รับความเสียหายจำนวนมากทีเดียวที่จนท.ยังไม่สามารถประเมินค่าเสียหายไม่ได้เนื่องจากยังไม่สามารถเดินทางเข้าไปสำรวจความเสียหายในหลายพื้นที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รวมทั้งด้านปศุสัตว์มีสัตว์ตายจำนวนมกเช่นกันทางจนท.ก็ยังไม่สามารถประเมินความเสียได้เช่นกัน รวมทั้งเสาไฟฟ้าล้มขวางถนนในหลายพื้นที่ แม้จนท.กฟภ.จะระดมกำลังจนท.กฟภ.จากทั่วภาคใต้มาเร่งซ่อมและกู้เสาไฟฟ้าอย่างเต็มที่เพื่อให้ประชาชนได้มีไฟฟ้าใช้กัน แต่ก็ยังมีหลายพื้นที่มีไฟฟ้าดับอยู่ ซึ่ง จนท.กำลังเร่งซ่อมเสาไฟฟ้าให้ประชาชนได้กลับมาใช้ไฟฟ้าได้ตามปกติภายในวันสองวันนี้ต่อไปแล้ว โดยทางนายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผวจ.นครศรีธรรมราช ได้สั่ง จนท.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งลงพื้นที่ไปช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนอย่างเต็มที่แล้วเช่นกันเนื่องจากประชาชนได้รับความเดือดร้อนเป็นบริเวณกว้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ผู้อพยพตามศูนย์อพยพต่างๆของจ.นครศรีธรรมราชวันนี้(6มค.)ผู้อพยพได้กลับไปบ้านพักของตัวเองกันหมดแล้ว เพื่อกลับไปทำความสะอาดและเร่งซ่อมบ้านพักของตัวเอง โดยมีกำลังทหาร ทภ.4 ตชด. ตำรวจในพื้นที่ จนท.มูลนิธิต่างๆและจิตอาสาต่างๆไปร่วมให้การช่วยเหลือซ่อมแซมบ้านของชาวบ้านที่ได้รับความเสียหายตลอดทั้งวัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันที่ในพื้นที่ ต.แหลมตะพุก อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นพื้นหลักที่พายุโซนร้อนพัดถล่มพบว่าบ้านเรือนราษฎรที่อยู่บริเวณชายทะเลได้รับความเสียหายจำนวนมาก ซึ่งปรากฏว่าวันนี้ในพื้นที่ ต.แหลมตะลุก มีเจ้าหน้าที่หน่วยงานต่างๆและประชาชนจิตอาสาจากหลายพื้นที่แห่หลั่งไหลเข้าพื้นที่ ต.แหลมตะลุมพุก นำสิ่งของข้าวสารอาหารแห้งไปมอบเหลือราษฎรชาว ต.แหลมตะลุมพุกตลอดทั้งวันจนทำให้การจราจรใน ต.แหลมตะลุมพุกติดขัด ซึ่งจนท.ต้องระดมเข้าไปช่วยเหลืออำนวยความสะดวกในพื้นที่ด้วยความชุลมุน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะพื้นที่ในเขตเทศบาลนครนครศรีธรรมราช ระดับน้ำท่วมขังในถนนซอยต่างๆได้มีระดับเริ่มลดลงเรื่อยๆ โดย ผศ.เชาวน์วัศ เสนพงศ์ นายกเทศมนตรีนครนครศรีธรรมราช ได้ร่วมกับกรมชลประทานติดเครื่องสูบน้ำและเครื่องผลักดันน้ำเร่งระบายน้ำที่ท่วมในเขตเทศบาลอย่างเต็มที่ทำให้ระดับน้ำลดลงอย่างรวดเร็วคาดว่าภายในวันนี้ระดับจะลดลงสู่ภาวะปกติ อาจจะยังท่วมขังในที่ราบลุ่มเท่านั้น และทางเทศบาลยังให้จนท.นำข้าวกล่องจำนวนมากลงเรือแจกให้กับชาวบ้านที่ถูกน้ำท่วมตามตรอกซอกซอยต่างๆเนื่องจากถูกน้ำท่วมขังออกไปไหนไม่ได้มาหลายวัน และมี จนท.มูลนิธิใต้เต๊กตึ้ง มูลนิธิปอเต๊กตึ้ง จนท.กู้ภัยนคร และมูลนิธิประชาร่วมใจ ลงพื้นที่นำข้าวกล่องไปร่วมแจกช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชนในพื้นที่ด้วยเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ อ.พระพรหม ระดับน้ำก็เริ่มลดแล้วเนื่องจากฝนหยุดตกมา2วันแล้ว โดยนายสรรเพชญ์ ทันราย กำนันตำบลท้ายสำเภา ผู้ใหญ่บ้านฯ ประชาชนจิตอาสาพร้อมกำลัง ทหารป.5พัน.105 นำเลื่อยยนต์จำนวน8เครื่องพร้อมอุปกรณ์ต่างๆ ร่วมกันตัดต้นไม้ที่ล้มขวางถนนและล้มทับบ้านเรือน ล้มทับเสาและสายไฟฟ้า ในตำบลท้ายสำเภา เพื่อให้สะดวกแก่ผู้ใช้รถใช้ถนน และประสานการไฟฟ้าเร่งดำเนินการปล่อยกระแสไฟฟ้า ซึ่งยังใช้การไม่ได้ มืดมิดเป็นวันที่2แล้วเนื่องจากต้นไม้หลายต้น ล้มทับสายไฟฟ้าขาดและชำรุด โดยภาพรวมในการแก้ปัญหาต้นไม้ล้มทับ มีทั้งหมดประมาณ100จุดคาดว่าวันนี้คงจะเสร็จเรียบร้อยไปบางส่วน
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25857</URL_LINK>
                <HASHTAG>ความเสียหายจากพายุ, จ.นครศรีธรรมราช, ต้นไม้ เสาไฟฟ้าล้ม, พายุโซนร้อนปาบึก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190106/image_big_5c31815e9c3b2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
