<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>9922</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/05/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/05/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เช็ก 3 ความแข็งแรงกล้ามเนื้อ ป้องกันวัยเกษียณพลัดตกหกล้ม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0.0001pt; text-align: center;&quot;&gt;(&amp;ldquo;วัดความแข็งแรงต้นขา&amp;rdquo; โดยการที่ผู้สูงอายุลุกนั่งบนเก้าอี้ โดยต้องทำให้ได้ 10-12 ครั้ง)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปัจจุบันการทดสอบความแข็งแรงร่างกายผู้สูงอายุมีด้วยกันหลายรูปแบบ ทั้งใช้อุปกรณ์ในการเช็กสุขภาพว่ามีส่วนใดเสื่อมสลาย และเสี่ยงต่อการได้รับการบาดเจ็บ กระทั่งนำไปสู่การหกล้มหรือไม่ นอกจากนี้ ก็ยังการเสริมสร้างสุขอนามัยที่ดีให้กับคุณตาคุณยายด้วยการบริโภคอาหาร และหนึ่งในนั้นคือการเอกเซอร์ไซส์ เพื่อสร้างแข็งแรงให้กับวัยเกษียณ ที่มักจะมีปัญหาของความอ่อนตัวที่น้อยลง ตลอดจนต้นขาและต้นแขนที่อ่อนแรง จากภาวะกล้ามเนื้อในร่างกายที่ลดน้อยลงตามอายุ &amp;ldquo;ในงาน ศิริราช 130 ปี 130 โครงการ ทำงานเพื่อแผ่นดิน&amp;rdquo; ปิยะพงษ์ ทองเอก นักวิทยาศาสตร์การกีฬา จาก รพ.ศิริราช ให้ความรู้เกี่ยวกับการเช็กอัพร่างกายของผู้สูงอายุมาบอกกัน พร้อมกับแนะการออกกำลังให้กับผู้ที่มีปัญหาสุขภาพทั้ง 3 ด้านที่กล่าวมา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0.0001pt; text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0.0001pt; text-align: center;&quot;&gt;(ปิยะพงษ์ ทองเอก)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปิยะพงษ์ นักวิทยาศาสตร์การกีฬา บอกว่า &amp;ldquo;ประโยชน์การเช็กความแข็งแรงของอวัยวะภายในร่างกายของผู้สูงอายุที่มักพบได้บ่อยๆ คือ ความอ่อนตัวของหลังที่น้อยลง, ความแข็งแรงต้นขา และความแข็งแรงของต้นแขน ที่น้อยลงทั้ง 3 ด้านเช่นเดียวกัน ประกอบผู้สูงวัยก็มักจะมีปัญหาเรื่องโรคประจำตัวอย่าง ความดันโลหิตสูง และโรคเบาหวาน ดังนั้นการตรวจเช็กร่างกายทั้ง 3 เรื่องที่นำมาในวันนี้ ถ้าคุณตาคุณยายสามารถทำได้ก็จะทำให้ท่านแข็งแรงและปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ อีกทั้งลดการพลัดตกหกล้มได้&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0.0001pt; text-align: center;&quot;&gt;(&amp;ldquo;วัดความอ่อนตัวของหลัง&amp;rdquo; โดยการที่ผู้สูงอายุก้มแตะปลายเท้าตัวเอง ถ้าทำได้ถือว่าสุขภาพของกล้ามเนื้อส่วนหลังยังดี)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับวิธีทดสอบง่ายๆ เริ่มจากเรื่องการ &amp;ldquo;วัดความอ่อนตัวของหลัง&amp;rdquo; เราจะดูจากเหยียดยืดของอวัยวะดังกล่าว โดยการนั่งกับพื้นหรือบนเก้าอี้ จากนั้นให้ผู้สูงอายุก้มตัวแตะปลายท้ายของตัวเอง หากทำได้หรือสามารถก้มแตะถึงปลายเท้าได้ ก็ถือว่าอยู่เกณฑ์ที่ดี ถือว่าอวัยวะส่วนนี้ยังใช้งานได้ดี แต่ถ้าทำไม่ได้ หรือแตะได้ถึงแค่เข่า หรือหน้าเข้ง &amp;ldquo;วิธีแก้ไข&amp;rdquo; เพื่อสร้างความแข็งแรง เนื่องจากผู้สูงวัยมีปัญหากระดูกหลังที่อ่อนตัวน้อยลง แนะนำให้เน้นการเหยียดยืดกล้ามเนื้อโดยการก้มหลังลง พร้อมกับบิดลำตัวไปทางด้านซ้ายและด้านขวา ซึ่งใน 1 วัน ให้ทำเช้า กลางวัน เย็น แต่มีข้อควรระวังคือการบิดซ้ายขวาต้องไม่ทำเร็วจนเกินไป &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0.0001pt; text-align: center;&quot;&gt;(&amp;ldquo;ท่าแก้ไขช่วยสร้างความแข็งแรงให้กล้ามเนื้อต้นขา&amp;rdquo; ป้องกันการเดินสะดุดหกล้ม)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถัดมาเป็นการ &amp;ldquo;วัดความแข็งแรงต้นขา&amp;rdquo; สำหรับการเช็กความแข็งแรงนั้น ให้ใช้เทคนิคการบริหารกล้ามเนื้อในท่าสควอต โดยการนั่งบนเก้าอี้ จากนั้นให้ผู้สูงอายุนั่งลงและยืนขึ้น โดยวัดจากจำนวนครั้งเป็นเกณฑ์ เช่น หากนั่งลุกบนเก้าอี้ได้เกิน 10-12 ครั้ง ก็ถือว่าท่านยังมีต้นขาที่แข็งแรง แต่หากทำไม่ได้ก็ให้ &amp;ldquo;แก้ไข&amp;rdquo; โดยการบริหารกล้ามเนื้อต้นขา เริ่มจากการนั่งบนเก้าอี้ จากนั้นให้แตะขาสลับข้างกันซ้ายขวา และควรบริหารท่านี้อย่างน้อย 2 ครั้งต่อวัน (เช้า-เย็น) โดยทำครั้งละ 10-12 ครั้งต่อ 1 รอบเช้า-เย็น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0.0001pt; text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0.0001pt; text-align: center;&quot;&gt;(&amp;ldquo;วัดความแข็งแรงของต้นแขน&amp;rdquo;)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปิดท้ายกันที่การ &amp;ldquo;วัดความแข็งแรงของต้นแขน&amp;rdquo; โดยการหาลูกบอลหรือลูกเทนนิสมาบีบ เพื่อทดสอบการทำงานของต้นแขน หากเริ่มบีบมือไม่ค่อยลง หรือสังเกตง่ายๆ ว่าลูกบอลจะไม่แบนลงตามแรงบีบ นั่นสะท้อนให้เห็นว่ากล้ามเนื้อแขนมีความแข็งแรงน้อยลง จากการที่อายุมากก็จะทำให้มวลกล้ามเนื้อลดลง &amp;ldquo;วิธีแก้ไข&amp;rdquo; แนะนำให้ผู้สูงอายุพยายามหาอุปกรณ์ดังกล่าวมาบีบเล่นให้เป็นกิจวัตรประจำวัน หรือหากมีเวลาว่างก็หยิบขึ้นมาบริหารกล้ามเนื้อต้นแขนบ่อยๆ ก็สามารถป้องกันกล้ามเนื้อต้นแขนอ่อนแรงได้ ซึ่งวิธีนี้จะทำให้ผู้สูงอายุสามารถหยิบ หรือหิ้วของได้มากขึ้น กระทั่งสามารถที่จะยึดเกาะราวบันได เพื่อขึ้น-ลงบ้านได้เป็นอย่างดี ซึ่งจะช่วยลดการหกล้มและตกบันไดบ้านได้&amp;rdquo;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9922</URL_LINK>
                <HASHTAG>ความอ่อนตัวของหลัง, ความแข็งแรงของต้นแขน, ความแข็งแรงต้นขา, คุณภาพชีวิต, บริหารกล้ามเนื้อ, ปิยะพงษ์ ทองเอก, รพ.ศิริราช, โลกวัยเกษียณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180524/image_big_5b06b54941844.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
