<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>49890</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/11/2019 13:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/11/2019 13:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;จุฬาราชมนตรี&#039;รุดเยี่ยมให้กำลังใจญาติผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ยิงถล่มชรบ.ลำพะยา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 พ.ย 62 - นายอาซิส พิทักษ์คุมพล จุฬาราชมนตรี พร้อมด้วยนายศักดิ์กรียา บินแสละ ประธานกรรมการอิสลาม จ.สงขลา ดร.วิสุทธิ์ บินล่าเต๊ะ ผอ.ศูนย์ประสานสำนักจุฬาราชมนตรีประจำภาคใต้ และนายซากีย์ พิทักษ์คุมพล รองเลขานุการจุฬาราชมนตรี ได้เดินทางไปยังวัดสิริปุณณาราม หรือ วัดลำพะยา เพื่อเยี่ยมและให้กำลังใจกับครอบครัวผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ยิงป้อม ชรบ.ลำพะยา จ.ยะลา เมื่อวันที่ 5 พย.ที่ผ่านมา โอกาสนี้จุฬาราชมนตรีได้มอบเงินช่วยเหลือแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิตอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้น ได้เดินทางต่อ ไปยังบ้านเลขที่ 17/9 หมู่ที่ 5 ตำบลลำพะยา อำเภอเมืองยะลา จังหวัดยะลา เพื่อไปเยี่ยมครอบครัวของนายซัมซามี สามะ ซึ่งเสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว พร้อมพูดคุยและมอบเงินช่วยเหลือจำนวนหนึ่ง ต่อมาได้เดินทางไปยัง รพ.ยะลา เพื่อเยี่ยมผู้บาดเจ็บที่ยังพักรักษาตัวอีกจำนวน 4 ราย ส่วนผู้บาดเจ็บอีก 1 รายนั้นแพทย์ได้ส่งตัวรักษาต่อที่ รพ.มอ.หาดใหญ่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอาซิส พิทักษ์คุมพล จุฬาราชมนตรี กล่าวถึงการเดินทางในครั้งนี้ว่า ต้องการเดินทางมาให้กำลังใจกับครอบครัวผู้สูญเสียจากเหตุการณ์ ทั้งประชาชนชาวไทยพุทธ และประชาชนชาวไทยมุสลิม ในชีวิตของคนเรา จากเหตุการณ์ความสูญเสียที่เกิดขึ้น นั้น นำมาซึ่งความเศร้าโศรกเสียใจ ยากเกินบรรยาย เชื่อว่าหลังจากเหตุการณ์นี้ โดยปกติแล้วจะมีความดีงาม ความสุข ก็จะเข้ามา ขอให้ทุกคนได้อดทน เข้มแข็งไว้ ทุกครอบครัวต้องยอมรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้ได้ อยู่ให้ได้ และความดีก็จะตามมา ทุกคนเป็นห่วงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ จุฬาราชมนตรี ยังได้อยากฝากถึงพี่น้องประชาชนด้วยว่า เราต้องอยู่ด้วยความเข้าใจ อยู่กันด้วยความรักความสามัคคี ในฐานะของเพื่อนร่วมชาติ และให้แสดงน้ำใจต่อกัน และเหตุการณ์ต่างๆก็จะดีขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนางสาวธิดารัตน์ ยอดแก้ว อาย 24 ปี เปิดเผยว่า ดีใจ และขอบคุณ ที่จุฬาราชมนตรี ที่เข้ามาเยี่ยมเยียน เห็นใจผู้ที่ถูกกระทำ ซึ่งตนเอง พ่อและแม่ ต้องสูญเสียจากเหตุการณ์นี้ ขอบคุณอีกครั้งที่ท่านเข้ามาเยี่ยมเยียน ช่วยเหลือ ถึงไม่มากมาย อย่างน้อยก็ดีใจ ไม่ว่าศาสนาไหน ก็มีความห่วงใยเอื้ออาทรต่อกัน การสูญเสียที่เกิดขึ้น ยิ่งกว่าความสูญเสีย ซึ่งพ่อและแม่เป็นหัวแรงหลักที่บ้าน ไม่รู้จะบอกยังไง ทำอะไรไม่ถูก ก็ต้องอยู่ให้ได้ ชุมชนลำพะยาที่ผ่านมาการอยู่ร่วมกันทั้งพุทธ มุสลิม อยู่ร่วมกันได้ดีเสมอมา เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ ก็ไม่รู้จริงๆว่าสาเหตุคืออะไร และตอนนี้ไม่สามารถแก้ไขอะไร ก็หวังภาครัฐช่วยเหลือ ช่วยดูแล.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49890</URL_LINK>
                <HASHTAG>ความไม่สงบในพื้นที่3จังหวัดชายแดนภาคใต้, จุฬาราชมนตรี, อาซิส พิทักษ์คุมพล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191109/image_big_5dc659ffa8c4f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>43894</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/08/2019 21:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/08/2019 21:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โจรใต้ป่วนยะลา!วางบึ้มหลายจุด-ชาวบ้านเจ็บระนาว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ส.ค. 62 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 19.10 น. ได้เกิดเหตุ คนร้ายไม่ทราบจำนวน ลอบวางระเบิด บริเวณ เสาไฟฟ้า ริมถนนสาย 4065 บ้านเจาะบือแน หมู่ที่ 1 ต.บาโงยซิแน อ.ยะหา จ.ยะลา เบื้องต้น แรงระเบิดทำให้เสาไฟฟ้าได้รับความเสียหาย &amp;nbsp;มีราษฎร ได้รับบาดเจ็บ จำนวน 2 ราย ยังไม่ทราบชื่อ นำส่ง รพ.ยะหา &amp;nbsp;ก่อนส่งตัวมา รพ.ยะลา &amp;nbsp;โดยในพื้นที่ อ.ยะหา กระแสไฟฟ้าดับบางส่วน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาเวลา 19.20 น. รับแจ้ง &amp;nbsp;สภ.บันนังสตา รับแจ้งเหตุว่ามีคนร้าย ลอบวางระเบิดเสาสัญญานโทรศัพท์ในพื้นที่ เหตุเกิดบริเวณพื้นที่ &amp;nbsp;ม.4 &amp;nbsp;ต.บันนังสตา &amp;nbsp;อ.บันนังสตา &amp;nbsp;จ.ยะลา เบื้องต้นไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด นอกจากนั้นบนเส้นทางสาย 410 ยังมีการเผายางรถยนต์ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เวลาเดียวกัน (19.20 น.) สภ.เมืองยะลา รับแจ้งเหตุว่า มีคนร้ายไม่ทราบจำนวนลอบวางระเบิดเสาไฟฟ้าในพื้นที่ ม.7 &amp;nbsp;ต.บุดี อ.เมือง &amp;nbsp;จ.ยะลา &amp;nbsp;เบื้องต้นไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด เสาไฟฟ้าได้รับความเสียหาย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนในพื้นที่ อ.ธารโต จ.ยะลา เมื่อเวลา 19.20 น. สภ.แม่หวาด รับแจ้งเหตุว่ามีคนร้ายยังไม่ทราบชื่อและจำนวนลอบวางระเบิดตู้ ATM ธนาคารกรุงไทย ในพื้นที่ ม.7 ต.คอกช้าง อ.แม่หวาด จ.ยะลา เบื้องต้นมีราษฎรได้รับบาดเจ็บ 5 ราย &amp;nbsp;ประกอบด้วย ด.ญ. พรรณพิสุทธิ์ ศรีจันทร์ &amp;nbsp;ด.ญ.ชนกาจน์ &amp;nbsp;ศรีจันทร์ &amp;nbsp; ด.ญ. แบม พลชนะ &amp;nbsp;นายทวีศักดิ์ สิทธิโชควิวัฒน์ &amp;nbsp;และน.ส.ลำพูน เหล่าแก้ &amp;nbsp; รายละเอียดเพิ่มเติมอยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวนและตรวจสอบ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43894</URL_LINK>
                <HASHTAG>ความไม่สงบในพื้นที่3จังหวัดชายแดนภาคใต้, ยะลา, โจรใต้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190820/image_big_5d5bfd51516f5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>27315</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/01/2019 13:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/01/2019 13:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กอ.รมน.ภาค4ส่วนหน้าโต้ยิบ&#039;มุกเดิม&#039;ป้ายสีเจ้าหน้าที่รัฐ!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ม.ค.62 - ที่เรือนรับรอง มณฑลทหารบกที่ 46 ค่ายอิงคยุทธบริหาร ตำบลบ่อทอง อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี &amp;nbsp;พ.อ.ปราโมทย์ &amp;nbsp;พรหมอินทร์ โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ชี้แจงในกรณีที่ผู้ใช้เฟชบุ๊ก Anchana Heemmina โพสต์ภาพข่าวจากกรณีเหตุปะทะคนร้ายเสียชีวิต &amp;nbsp; 2 ราย โดยมีเด็กหญิงอายุ 8 ปีได้รับบาดเจ็บ 1 รายโดย เมื่อเเมื่อ 12 ม.ค. 2562 โดยเฟซบุ๊กดังกล่าวอ้างว่ากระสุนปืนดังกล่าวเป็นของเจ้าหน้าที่ที่อยู่นอกตัวบ้านมาโดนเด็ก และกล่าวหาว่าเจ้าหน้าที่ไม่อนุญาตให้ออกจากบ้าน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาสำนักข่าว Wartani ได้เผยแพร่คลิปสัมภาษณ์ นางสะมะเลาะ &amp;nbsp;อาแว อายุ 56 ปี &amp;nbsp; ซึ่งเป็นยายของเด็กที่ได้รับบาดเจ็บ กล่าวอ้างว่าเจ้าหน้าที่ไม่อนุญาตให้นำหลานที่ได้รับบาดเจ็บออกจากบ้าน และกล่าวอ้างว่าเงินหายไปจากบ้าน 15,000 บาท หลังเจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นในบ้าน ภายหลังได้มีการแชร์คลิปและวิจารณ์โจมตี การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่อย่างกว้างขวาง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.อ.ปราโมทย์ &amp;nbsp;ชี้แจงว่าในประเด็นแรก เรียนว่าในวันนั้น หลังจากที่ได้รับทราบจากแหล่งข่าวประชาชนกลุ่มคนร้ายมาหลบซ่อนอยู่ที่บ้านหลังดังกล่าวทางเจ้าหน้าที่ได้มีการประชุมวางแผนและก็จัดกำลังเข้าไปเพื่อปิดล้อมจับกุมโดยในขั้นแรกรถของเจ้าหน้าที่ได้ไปจอดบริเวณหน้าบ้าน ขณะที่รถจอดก็ได้ยินเสียงกระสุนปืนมาจากด้านหลังบ้านหลังดังกล่าวแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เหตุการณ์ในครั้งนั้นทำให้ทหารอาสาสมัครทหารพรานได้รับบาดเจ็บในทันที 1 นายซึ่งสอดคล้องกับการให้การของนายมิสาแม ซึ่งเป็นเจ้าของบ้านควบคุมตัวเพื่อซักถามอยู่ที่ศูนย์ซักถามค่ายอิงคยุทธบริหาร เขาให้การว่าในวันนั้นเมื่อรถเจ้าหน้าที่มาจอดหน้าบ้านคนร้ายซึ่งมาพักอาศัยอยู่ในบ้านตั้งแต่วันที่ 11 ม.ค. ก็ได้กระโดดลงไปทางหลังบ้าน ซึ่งเป็นประตูห้องครัวหลัง จากนั้นก็ได้ยินเสียงปืนดังขึ้นหลายนัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการตรวจสอบภายหลังพบว่ากระสุนปืนที่ทะลุเข้ามาในบ้านเป็นกระสุนที่ทะลุมาจากประตูห้องครัวหลังบ้านเฉี่ยวหลังเด็กไปทะลุบริเวณผนังกำแพง ส่วนขั้นตอนของการช่วยเหลือนั้น ทางเจ้าหน้าที่พยายามปฏิบัติตามขั้นตอนหลังจากที่คนร้ายยิงใส่ ก็ได้ตะโกนเจรจาให้คนในบ้านออกมาข้างนอกเราใช้เวลาอยู่ประมาณครึ่งชั่วโมง &amp;nbsp;ไม่มีใครออกมาจากบ้านมีแต่เสียงปืนที่คนร้ายยิงใส่เจ้าหน้าที่ตลอดเวลา เจ้าหน้าที่เองต้องหาที่กำบังแล้วไม่มีการตอบโต้ จนกระทั่งผ่านไปประมาณครึ่งชั่วโมงถึงทราบว่าเด็กได้รับบาดเจ็บจากกระสุน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เจ้าหน้าที่พยายามที่จะหาวิธีเข้าทำการช่วยเหลือ ซึ่งค่อนข้างทำด้วยความยากลำบากเพราะคนร้ายยิงสวนมาตลอด แต่สุดท้ายก็สามารถที่จะช่วยเหลือเด็กออกมาได้อย่างปลอดภัย เพราะฉะนั้นในประเด็นนี้เจ้าหน้าที่ไม่ได้ไปสั่งห้ามในการไปช่วยเหลือเด็กออกมา ทุกคนทำตามขั้นตอนในสถานการณ์ที่หน้าสิ่วหน้าขวานเราต้องคำนึงถึงความปลอดภัยทั้งบุคคลที่อยู่ในบ้าน&amp;quot;พ.อ.ปราโมทย์ &amp;nbsp; ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.อ.ปราโมทย์ ชี้แจงต่อว่าประการที่สองเรื่องเงินหายเป็นมุกเดิมทุกครั้ง ที่เจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจค้นภายในบ้านและสิ่งที่ตามมาทุกครั้งคือจะมาอ้างว่าทรัพย์สินสูญหาย &amp;nbsp;ทองสูญหายเงินสูญหาย เป็นคนรวยขึ้นมาทันที จากบทเรียนในอดีตเจ้าหน้าที่ใช้ความระมัดระวังในการตรวจค้น มีขั้นตอนในการตรวจค้น อย่างแรกคือจะมีผู้นำตรวจ อาจจะเป็นเจ้าของบ้าน ผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่นหรือผู้ที่เกี่ยวข้องกับบ้านหลังนั้น จะต้องเป็นผู้นำตรวจและจะต้องมีการตรวจพร้อมๆกันว่ามีการตรวจและต้องมีการบันทึกหลักฐานการตรวจเพื่อให้รับทราบทั้งสองฝ่ายว่ามีการเก็บหลักฐานชิ้นใดบ้าง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับกรณีของการเผยแพร่คลิป โดยสำนักข่าว &amp;nbsp;Wartani และ การให้สัมภาษณ์ของนางสะมะเลาะ &amp;nbsp;อาแว &amp;nbsp;เป็นยายของเด็กนั้น ถ้าพบว่ามีเจตนาในการบิดเบือนข้อเท็จจริง เพื่อใส่ร้ายป้ายสีเจ้าหน้าที่รัฐ ก็จำเป็นต้องดำเนินคดีตามกฎหมายเช่นกัน.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27315</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า, ความไม่สงบในพื้นที่3จังหวัดชายแดนภาคใต้, ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี, พ.อ.ปราโมทย์  พรหมอินทร์, ไฟใต้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190123/image_big_5c48050731295.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>27230</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/01/2019 16:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/01/2019 16:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กแดง&#039; ปรับแผนดับไฟใต้ รับสมัครทหารบวชประจำวัด!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ม.ค.62 - เมื่อเวลา 10.30 น. พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหาร(ผบ.ทบ.)ได้เดินทางมายังวัดรัตนานุภาพ หรือ วัดโคกโก ม.2 ต.โต๊ะเด็ง อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส เพื่อเคารพศพพระครูประโชติ รัตนานุรักษ์ เจ้าคณะอำเภอสุไหงปาดี และพระสมุห์อรรถพร ผู้ช่วยเจ้าอาวาส ซึ่งมรภาพจากคนร้ายบุกยิงเมื่อช่วงดึกของวันที่ 18 ม.ค. 62 ที่ผ่านมา โดยมี พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาค 4 นายเอกรัฐ หลีเส็น ผวจ.นราธิวาส พระเทพศีลวิสุทธิ์ เจ้าคณะ จ.นราธิวาส รวมถึงผู้นำศาสนา หัวหน้ากองกำลัง 3 ฝ่าย คอยให้การต้อนรับ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนที่ ผบ.ทบ.จะเคารพศพพระสงฆ์ทั้ง 2 รูป และได้พุคุยพบปะกับพี่น้องประชาชนทั้งชาวไทยพุทธและมุสลิม ที่เดินทางมาร่วมงาน &amp;nbsp;โดยผบ.ทบ. กล่าวว่าเหตุที่เกิดขึ้นเป็นการกระทำของตัวบุคคล ที่พยายามนำศาสนามาก่อให้เกิดความแตกแยก ซึ่งทุกคนที่เดินทางมาร่วมงานทราบกันดี ฉะนั้นจึงไม่ต้องการให้ตกหลุมพรางของคนร้าย ตนมาพบเห็นชาวพุทธและมุสลิมเดินทางมาร่วมงานไว้อาลัยพระสงฆ์ในครั้งนี้ รู้สึกดีใจถึงความรักใคร่ความสามัคคี แต่เหตุการณ์ร้ายต่างๆ จะมีกระบวนการบูรณาการเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นซ้ำ และขอเป็นแรงใจให้พี่น้องประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมา &amp;nbsp;ผบ.ทบ. ได้มีการมอบเงินจำนวนหนึ่งกับเครือญาติของ พระครูประโชติ รัตนานุรักษ์ เจ้าคณะอำเภอสุไหงปาดี และพระสมุห์อรรถพร ผู้ช่วยเจ้าอาวาส เพื่อเป็นการปลอบขวัญและให้กำลังใจ ก่อนที่จะเดินทางไปเยี่ยมให้กำลังใจกับชาวบ้าน ชรบ.และผู้นำศาสนา พร้อมกับได้มีการพูดคุยกับนายแวอาแซ แวมามุ ปธ.ชมรมอิหม่าม อ.สุไหงปาดี และเป็นคณะกรรมการอิสลาม จ.นราธิวาส โดย ผบ.ทบ.ได้ฝากดูแลพี่น้องประชาชนชาวไทยพุทธที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ อ.สุไหงปาดี ซึ่งที่ผ่านมาได้อยู่ร่วมกันอย่างสันติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.อภิรัชต์ &amp;nbsp;ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมว่าเรื่องที่เกิดขึ้นตนขอแสดงความเสียใจและเป็นห่วงเป็นใยต่อพี่น้องประชาชน ซึ่งคนร้ายก็ยังคงที่จะพยายามก่อเหตุร้ายขึ้นในพื้นที่อีก เพื่อให้ส่งผลกระทบต่อจิตใจชาวไทยพุทธ แต่ตนเห็นคนไทยและมุสลิมมาร่วมงาน มั่นใจว่ามีความรักความสามัคคีไม่เสื่อมคลาย และยิ่งทำให้ในพื้นที่เข้มแข็งมากยิ่งขึ้น และเหตุที่เกิดขึ้นเราอย่าไปแก้ที่ปลายเหตุ แต่ต้องมีการปรับแผนบูรณาการกันทั้งระบบ ซึ่งเสร็จจากนี้ตนจะไปประชุมปรับแผนที่ค่ายจุฬาภรณ์ อ.เมืองนราธิวาส เพื่อรื้อฟื้นทั้งระบบโดยจะสำรวจแต่ละพื้นที่ว่าเป็นอย่างไร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ประการสำคัญในส่วนของทหารนอกจากจะปฏิบัติหน้าที่ในเรื่องความมั่นคงแล้ว เราจะรับสมัครทหารที่สมัครใจบวช เพื่อส่งมากระจายอยู่ตามวัดต่างๆดังที่เคยปฏิบัติกันมา เพื่อสร้างความอุ่นใจและมั่นใจของพี่น้องประชาชน รวมไปถึงพระสงฆ์ตามวัดต่างๆ&amp;quot;ผบ.ทบ.ระบุ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27230</URL_LINK>
                <HASHTAG>ความไม่สงบในพื้นที่3จังหวัดชายแดนภาคใต้, บิ๊กแดง, บิ๊กแดง-พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์, ผบ.ทบ., สามจังหวัดชายแดนภาคใต้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190122/image_big_5c46e5ff1944a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>26987</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/01/2019 14:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/01/2019 14:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เอ้าเฮ!กรรมการสิทธิฯแถลงประณามกลุ่มก่อความไม่สงบ ละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ม.ค.62 - คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ออกแถลงการณ์เรื่อง ประณามการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง กรณีการบุกยิงป้อมชุดรักษาการหมู่บ้านวัดรัตนานุภาพเป็นเหตุทำให้พระภิกษุมรณภาพ และการยิงโต๊ะอิหม่ามรือเสาะเสียชีวิตในจังหวัดนราธิวาส โดยมีเหนือหาระบุว่า &amp;quot;จากเหตุการณ์คนร้ายไม่ทราบจำนวนบุกยิงป้อมชุดรักษาการหมู่บ้านวัดโคกโกหรือวัดรัตนานุภาพ อำเภอสุไหงปาดี จังหวัดนราธิวาส ทำให้พระสงฆ์มรณภาพและบาดเจ็บ เมื่อวันที่ 18 มกราคม 2562 และก่อนหน้านี้ปรากฏเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงนายดอเลาะ สะไร โต๊ะอิหม่ามมัสยิดบ้านปูโปะ อำเภอรือเสาะ จังหวัดนราธิวาสเสียชีวิต เมื่อวันที่ 11 มกราคม 2562 นั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ &amp;nbsp;(กสม.) ซึ่งมีบทบาทและหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย &amp;nbsp;ในอันที่จะส่งเสริมการเคารพและปฏิบัติตามหลักสิทธิมนุษยชนและปกป้องหลักการเคารพต่อสิทธิและเสรีภาพในชีวิตและร่างกาย อันจะละเมิดมิได้ &amp;nbsp;เห็นว่า ผู้นำทางศาสนาทั้งพุทธและอิสลามที่ถูกพรากชีวิตไป ล้วนเป็นที่เคารพและเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของศาสนิกชนซึ่งมิควรที่จะถูกลบหลู่หรือทำร้าย แม้จะมีแนวคิดที่แตกต่างกัน ทั้งสองเหตุการณ์จึงสะท้อนถึงความเลวร้ายที่สังคมมิอาจจะยอมรับ &amp;nbsp;จึงขอประณามการกระทำของผู้ก่อเหตุการณ์ความรุนแรงที่ไร้มนุษยธรรม ผิดต่อกฎหมาย ละเมิดสิทธิมนุษยชน และหลักมนุษยธรรมดังกล่าว &amp;nbsp;และขอแสดงความเสียใจยังครอบครัว ญาติมิตร &amp;nbsp;และประชาชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ต่อเหตุการณ์อันเศร้าสลดนี้ &amp;nbsp;โดยขอเสนอแนะให้ทุกภาคส่วนคำนึงและปฏิบัติดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. &amp;nbsp;ขอให้ผู้ที่ก่อเหตุการณ์ความรุนแรงยุติการกระทำที่ไร้มนุษยธรรม ผิดกฎหมาย และละเมิดสิทธิมนุษยชนทันที &amp;nbsp;และได้สำนึกบาปต่อการกระทำดังกล่าว และหันกลับมาสร้างสันติสุข โดยต้องยุติการนำศาสนาเข้ามาเกี่ยวข้องกับความขัดแย้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. &amp;nbsp;รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พึงเร่งดำเนินการสืบสวนสอบสวนหาตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างรวดเร็ว และดำเนินการให้ความช่วยเหลือ เยียวยาความเสียหาย ฟื้นฟูจิตใจและความบอบช้ำของผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว ตลอดจนเพิ่มมาตรการรักษาความสงบเรียบร้อย แก่ประชาชนในพื้นที่ให้เข้มงวดยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. &amp;nbsp;ประชาชน และภาคประชาสังคมในพื้นที่ควรร่วมมือกับหน่วยงานรัฐ เฝ้าระวัง เพื่อป้องกันเหตุการณ์ความรุนแรง การสร้างสถานการณ์ต่าง ที่บั่นทอนขวัญ และทำให้เกิดความหวาดกลัว &amp;nbsp;ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการทำงานและการบรรลุเป้าหมายในการสร้างสันติสุขในพื้นที่ได้อย่างยั่งยืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ กสม. &amp;nbsp;จะติดตามสถานการณ์และตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างใกล้ชิด และพร้อมให้การสนับสนุนทุกภาคส่วนเพื่อสร้างสังคมแห่งการเคารพสิทธิมนุษยชนที่จะนำไปสู่การคืนความสงบสุขแก่ประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ต่อไป.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26987</URL_LINK>
                <HASHTAG>กสม., คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ, ความไม่สงบในพื้นที่3จังหวัดชายแดนภาคใต้, ดับไฟใต้, นราธิวาส, วัดรัตนานุภาพ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190119/image_big_5c42ccb6d718f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>26966</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/01/2019 09:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/01/2019 09:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชายแดนใต้ระอุ-การเมืองร้อน&#039;พระกิตติศักดิ์&#039;แนะจับตาอดีตส.ส.แถวนั้นไว้ให้ดี!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;19 ม.ค.62 - พระกิตติศักดิ์ กิตติโสภโณ ประธานมูลนิธิเมตตาธรรมรักษ์ โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊ก Phra Kittisak Kittisobhano (พระกิตติศักดิ์ กิตฺติโสภโณ) ระบุว่า &amp;quot;จังหวัดชายแดนใต้ร้อนระอุ การยั่วยุและสร้างความรุนแรงถี่ขึ้น ตามอุณหภูมิการเมือง-การเลือกตั้ง... #จับตา_อดีตสส_แถวนั้นไว้ให้ดี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26966</URL_LINK>
                <HASHTAG>ความไม่สงบในพื้นที่3จังหวัดชายแดนภาคใต้, นราธิวาส, พระกิตติศักดิ์ กิตติโสภโณ, วัดรัตนานุภาพ, ไฟใต้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181201/image_big_5c0207a84c952.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>26902</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/01/2019 15:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/01/2019 15:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> สั่งห้ามประชาชน 3 จังหวัด 4 อำเภอภาคใต้ แต่งกายคล้ายทหาร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พลโทพรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 ออกประกาศ เมื่อวันที่ 17 มกราคม 2562 ที่ 07 / 2562 เรื่องห้ามไม่ให้ประชาชนแต่งกายด้วยเครื่องแบบทหารหรือแต่งกายคล้ายเครื่องแบบทหาร ด้วยปรากฏการณ์ว่ามีกลุ่มบุคคลแต่งกายด้วยเครื่องแบบทหารหรือแต่งกายคล้ายเครื่องแบบทหารไปแสดงตนทำให้เจ้าหน้าที่และประชาชนหลงเชื่อและเข้าใจผิดว่าเป็นทหารแล้วก่อเหตุสร้างสถานการณ์ร้ายแรงสร้างความเสียหายและทำลายความสงบของประชาชนในเขตพื้นที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 6 ทวิแห่งพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร พ.ศ. 2477 มาตรา 11 แห่งพระราชบัญญัติกฎอัยการศึก พ.ศ 2457 มาตรา 7 และมาตรา 11 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ 2548 และมาตรา 15 แห่งพระราชบัญญัติ การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักรพ. ศ. 2551 ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาคที่ 4 ในฐานะผู้รับผิดชอบและสนับสนุนการรักษาความมั่นคงในราชอาณาจักรในเขตพื้นที่และหัวหน้ารับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพื่อเป็นการระงับป้องกันและบรรเทาเหตุการณ์ร้ายแรงในเขตพื้นที่จึงมีประกาศห้ามมิให้ประชาชนในเขตพื้นที่จังหวัดยะลา จังหวัดปัตตานี จังหวัดนราธิวาส และ 4 อำเภอจังหวัดสงขลา คืออำเภอสะบ้าย้อย อำเภอเทพา อำเภอจะนะ และอำเภอนาทวี แต่งกายด้วยเครื่องแบบทหารหรือแต่งกายคล้ายเครื่องแบบทหารที่ทหารยังคงใช้อยู่ในรัชกาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อันอาจทำให้บุคคลอื่นหลงเชื่อว่าเป็นทหารหรือเมื่อกระทำผิดทางอาญา หากผู้ใดฝ่าฝืนประกาศดังกล่าวต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1 ปีถึง 10 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พร้อมกันนี้ขอความร่วมมือจากประชาชนในเขตพื้นที่ช่วยกันสังเกตหากพบเห็นบุคคลใดที่ต้องสงสัยหรือมีพฤติกรรมตามที่กล่าวข้างต้นสามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือเจ้าหน้าที่ทหารหรือเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองที่อยู่ใกล้เคียงทราบโดยทันที.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26902</URL_LINK>
                <HASHTAG>ความไม่สงบในพื้นที่3จังหวัดชายแดนภาคใต้, พลโทพรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4, แม่ทัพภาคที่4</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181112/image_big_5be949a0c1b0b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
