<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>100533</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/04/2021 11:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/04/2021 11:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สุดอำมหิต! คนร้ายไล่ยิง-เผาซ้ำ เสียชีวิต 3 ศพที่ปัตตานี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 เม.ย. 64 - &amp;nbsp;เมื่อเวลา 07.00 น. ร.ต.ท.กิตติชาติ สังข์แก้ว &amp;nbsp;รอง สว.(สอบสวน) สภ.สายบุรี จ.ปัตตานี ได้รับแจ้งมีเหตุยิงแล้วเผามีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บหลายราย เหตุเกิดบนถนนสายปัตตานี-นราธิวาส ม.5 ต.ละหาร อ.สายบุรี หลังได้รับแจ้งจึงรีบนำกำลังไปที่เกิดเหตุ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อไปถึงพบรถกระบะยี่ห้อโตโยต้าวีโก้ แบบตอนเดียวสีบอร์น ทะเบียน ผต 1917 สงขลา บรรทุกสินค้าเกิดไฟลุกไหม้ อยู่บริเวณร่องน้ำกลางถนน จึงประสานรถดับเพลิงเข้ามาระงับเหตุ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการตรวจสอบพบผู้ได้รับบาดเจ็บถูกยิงอาการสาหัส จึงรีบนำส่ง รพ.สมเด็จพระยุพราชสายบุรี แพทย์ได้ทำการยื้อช่วยชีวิตแต่เนื่องจากมีบาดแผลฉกรรจ์เสียเลือดมากและเสียชีวิตในเวลาต่อมา ทราบชื่อ นายสันติพัฒนา กิตติประภานันท์ ในที่เกิดเหตุยังพบผู้เสียชีวิต &amp;nbsp;นอนคว่ำหน้าอยู่ข้างรถด้านคนขับ ทราบชื่อ นายสุพร กิตติประภานันท์ อายุ 58 ปี ชาวบ้านคลองยาเหนือ ต.บ้านพรุ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา สภาพศพถูกยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบชนิดเข้าศรีษะและลำตัว ในขณะที่ในรถบริเวณใต้คอนโซลที่นั้งข้างคนขับพบซากศพถูกเผาไหม้เหลือแต่กระดูก ทราบชื่อ น.ส.จิราภรณ์ กิตติประภานนท์ ซึ่งเป็นลูกสาวของนายสุพร ในที่เกิดเหตุพบปลอกกระสุนปืน เอ็ม16 และขนาด 9 มม. ตกเกลือนกว่า 30 ปลอกจึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;จากการสอบสวนทราบว่า ทั้ง 3 รายเป็นครอบครัวเดียวกัน โดย น.ส.จิราภรณ์ เป็นลูกสาว และ นายสันติพัฒนา เป็นหลานชายของ นายสมพร &amp;nbsp;ซึ่งทั้งสามคนเดินทางมาจากบ้านใน อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ช่วงเช้ามืดเพื่อไปส่งสินค้าประเภทโฟนและพลาสติกเต็มคันรถที่ จ.นราธิวาส โดยมีนายสมพรเป็นคนขับ ส่วนลูกสาวกับหลายชายนั่งอยู่ด้านข้าง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปรากฏว่าเมื่อมาถึงที่เกิดเหตุได้มีคนร้าย 4 คนใช้รถ จยย. 2 คันเป็นพาหนะขับตามหลังก่อนจะขับประชิดแล้วคนร้ายที่ซ้อนท้ายชักอาวุธปืนออกมากราดยิงทันที นายสมพร จึงรีบเร่งเครื่องหวังจะหนีตายให้ได้ ลูกสาวได้ลงไปหลับใต้คอนโซล หลานชายหมอบอยู่ข้างๆ คนร้ายยังคงขับไล่ยิงอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กระทั่งรถของนายสมพรเสียหลักชนต้นไม้ข้างทางแล้วไถลตกลงร่องน้ำกลางถนน คนร้ายได้ลากนายสมพร และนายสันติพัฒนา ออกจากรถแล้วยิงซ้ำอีกจนนายสมพรเสียชีวิต ส่วนนายสันติพัฒนา ได้แกล้งตาย คนร้ายยังแสดงความโหดกราดยิงใส่รถอีกชุดทำให้ นส.จิราภรณ์ เสียชีวิต ก่อนจะราดน้ำมันจุดไฟเผารถซ้ำอย่างโหดเหี้ยม รถไหม้วอดทั้งคัน หลังก่อเหตุคนร้ายได้เร่งเครื่องหลบหนีไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.คมกฤช รัตนฉายา ผบ.ฉก.ปัตตานี เปิดเผยว่า เหตุการณ์ครั้งนี้ถือว่ามีความโหดร้ายและรุนแรงมาก ซึ่งผู้ประสบเหตุเป็นประชาชนผู้บริสุทธิ์ เหตุแบบนี้เคยเกิดขึ้นมานานมาแล้วในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ คงไม่ต้องพูดอะไรมากเพราะคงไม่ปล่อยให้ผู้ก่อเหตุลอยนวลแน่นอน หลักฐานต่างๆ จะเร่งตรวจสอบให้เร็วที่สุด โดยเฉพาะปลอกกระสุนปืนของคนร้ายเป็นหลักฐานที่สามารถจะรู้ได้ว่าเป็นฝีมือของใครและกลุ่มใดเมื่อหลักฐานชัดเจนก็สามารถดำเนินการขอหมายจับได้ทันที ซึ่งหลังเกิดเหตุ หน่วยความมั่นคงก็ได้ทำการปิดพื้นที่ ตรวจค้นเป้าหมายทุกจุดที่อยู่ในข้อมูลความมั่นคง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เชื่อว่าคนร้ายกลุ่มนี้น่าจะเป็นกลุ่มเดิม ๆ คือ กลุ่มของ นายอับดุลเลาะ มูดอ ซึ่งเป็นแกนนำคนสำคัญที่สั่งการในการก่อเหตุในพื้นที่ อ.สายบุรี และพื้นที่ใกล้เคียง ซึ่งแนวร่วมบางคนถูกเจ้าหน้าที่จับกุมตัวแล้ว การก่อเหตุครั้งนี่น่าจะเป็นการตอบโต้หลังการวิสามัญคนร้ายในพื้นที่ อ.ยี่งอ จ.นราธิวาส และแาจจะเป็นการแสดงศักยภาพในการสน้างสถานการณ์ในพื้นที่ ตนได้กำชับให้ทุกหน่วยในพื้นที่เพิ่มมาตราการที่เข้มข้นยิ่งขึ้นในการดูแลความปลอดภัยแก่ประชาชนในพื้นที่โดยเฉพาะการลาดตระเวณเส้นทางในพื้นที่รับผิดชอบ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100533</URL_LINK>
                <HASHTAG>ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้, ปัตตานี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210424/image_big_6083a2c8cd52f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>49883</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/11/2019 11:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/11/2019 11:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จนท.ขนกำลัง 200 นายบุกค้น 19 จุด คุม 6 ต้องสงสัยเอี่ยวสังหารหมู่ชรบ.ลำพะยา</HEADLINE>
                <CONTENT>



&lt;p&gt;9 พ.ย 62 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 06.00 น. พล.ต.ต.จิระวัฒน์ พยุงธรรม ผบก.ภ.จ.ปัตตานี พ.อ.คมกฤช รัตนฉายา ผู้บังคับกองกำลังทหารพรานจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.อ.หาญพล เพชรม่วง ผบ.ฉก.ทพ.43 ได้ร่วมปล่อยกองกำลังร่วม จำนวน 200 นายเข้าทำการตรวจค้นเป้าหมายต้องสงสัย จำนวน 6 จุดในพื้นที่ อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี &amp;nbsp;รอยต่อเขต อ.เมืองยะลา ซึ่งมีกองกำลังเจ้าหน้าที่ จ.ยะลา เข้าทำการตรวจค้นเช่นเดียวกัน จำนวน 13 จุด ซึ่งในการตรวจค้นครั้งนี้เป็นการขยายผลสอบปากคำจากผู้ต้องสงสัย จำนวน 2 รายที่ถูกควบคุมตัวมาก่อนหน้านี้และจากพยานหลักฐานที่สำคัญ กรณีเหตุคนร้ายถล่มยิงป้อมจุดตรวจชุดคุ้มครอง ตำบลลำพะยา อำเภอเมืองยะลา จนทำให้มีชาวบ้านซึ่งเป็นชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน เสียชีวิตจำนวน 15 ราย และได้รับบาดเจ็บอีก 5 ราย เหตุเกิดเมื่อวันที่ 5 พย.ที่ผ่านมา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผลการปฏิบัติ ครั้งนี้เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยได้ 9 ราย ทำประวัติ พบไม่เกี่ยวข้อง 3 ราย จึงได้ปล่อยกลับ คงเหลือควบคุมผู้ต้องสงสัย จำนวน 6 ราย พร้อมของกลางเป็นผ้าพันแผล เป้สนาม จำนวนหนึ่ง จึงได้นำตัวทั้งหมดไปควบคุมตัวที่กองอำนวยการร่วมชั่วคราวภายใน วัดลำใหม่ อ.เมืองยะลา ซึ่งจากการตรวจสอบบุคคลต้องสงสัยทั้ง 6 คนนั้น ปรากฏว่าบางรายมีหมายจับและมีหมาย พ.ร.ก.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ต.จิระวัฒน์ เปิดเผยว่า เป็นการเปิดแผนปฏิบัติการณ์ร่วมในการบังคับใช้กฎหมายตามนโยบายของ พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 ในการเร่งติดตามจับกุมผู้ที่ร่วมก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมาย ซึ่งการปฏิบัติการณ์ครั้งนี้เป็นการขยายผลจากผู้ต้องสงสัยที่ได้ให้การที่เป็นประโยชน์ทำให้การตรวจค้นถือว่าเป็นเป้าหมายที่ความชัดเจน จนนำไปสู่การควบคุมตัว 6 ผู้ต้องสงสัยตามเป้า แต่ยังมีอีกบางส่วนที่เชื่อว่าน่าจะไหลตัวหลบหนีไปก่อนหน้านี้ เชื่อว่าคงหนีได้ไม่ไกลและไม่มีทางหลบหนีได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับผู้ต้องสงสัยที่ถูกควบคุมตัวนั้น จากการตรวจสอบจากแฟ้มประวัติคดีความมั่นคง บางรายมีหมายจับและมีหมาย พรก. ซึ่งกำลังตรวจสอบให้แน่ชัดอีกครั้ง โดยเน้นย้ำในการใช้หลักการตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อหาความเชื่อมโยงกับพยานหลักฐานทั้งอาวุธปืน ปลอกกระสุนปืน ผลเลือดของคนร้ายที่ถูกยิงได้รับบาดเจ็บ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม การเปิดแผนครั้งนี้ยังคงมีต่อเนื่อง ซึ่งทางแม่ทัพภาคที่ 4 ได้กำชับให้ติดตามไล่ล่าคนร้ายมาดำเนินคดีให้ได้ ซึ่งล่าสุด มีรายงานว่า ได้เบาะแสคนร้ายที่ได้รับบาดเจ็บและกำลังหลบซ่อนตัวในพื้นที่ของเป้าหมายที่กำลังจะตรวจค้น โดยพบว่ามีแนวร่วมในพื้นที่เตรียมการที่จะเคลื่อนย้ายหลบหนีพร้อมกับคนอื่น ๆ ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้มีการกระจายกำลังปิดล้อมพื้นที่ทั้งหมดแล้ว เตรียมเข้าจู่โจมอีกครั้ง เชื่อว่าน่าจะสามารถจับกุมผู้ต้องสงสัยเพิ่มแน่นอน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49883</URL_LINK>
                <HASHTAG>ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้, ชรบ.ลำพะยา, พล.ต.ต.จิระวัฒน์ พยุงธรรม, ยะลา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191109/image_big_5dc6427d82dc6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>49880</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/11/2019 11:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/11/2019 11:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อนาคตใหม่แนะจับตา&#039;เคอร์ฟิว&#039;จังหวัดชายแดนใต้ ชี้อาจทำให้ละเมิดสิทธิมนุษยชน-หลักนิติรัฐได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 พ.ย 62 -&amp;nbsp;เพจเฟซบุ๊ก พรรคอนาคตใหม่ - Future Forward Party ของพรรคอนาคตใหม่ โพสต์เฟซบุ๊ก โดยมีรายละเอียดดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จับตาประกาศ &amp;ldquo;เคอร์ฟิว&amp;rdquo; หลายอำเภอใน 4 จังหวัดชายแดนใต้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ &amp;ldquo;ข้อกำหนด ออกตามความในมาตรา 18 แห่งพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ.2551&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ให้กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร(กอ.รมน.) มีอำนาจในการ...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.ออกคำสั่งให้เจ้าหน้าที่รัฐต้องปฏิบัติตามเพื่อช่วยเหลือสนับสนุนการดำเนินงานของ กอ.รมน.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.ออกคำสั่งห้ามบุคคลเข้าออกจากบริเวณพื้นที่ อาคาร หรือสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับการปฎิบัติหน้าที่ของ กอ.รมน. ภายในระยะเวลาที่กำหนด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.ออกคำสั่งห้ามประชาชนออกนอกเคหสถานที่เวลาที่กำหนด หรือออกคำสั่งห้ามใช้เส้นทางคมนาคม หรือห้ามใช้ยานพาหนะ หรือต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.ออกคำสั่งให้ประชาชนปฏิบัติหรือไม่ปฏิบัติอย่างใดอย่างหนึ่งเกี่ยวกับเครื่องมือหรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ตามชนิด ประเภท ลักษณะการใช้ หรือภายในพื้นที่ที่ กอ.รมน. กำหนด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยการประกาศดังกล่าวมีผลบังคับใช้จนถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2563 ในพื้นที่..&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;-จ.ปัตตานี : อ.แม่ลาน
-จ.สงขลา : อ.จะนะ, อ.นาทวี, อ.เทพา ,อ.สะบ้าย้อย
-จ.ยะลา : อ.เบตง
-จ.นราธิวาส : อ.สุไหงโก-ลก, อ.สุคิริน, อ.ศรีสาคร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยตามข้อกำหนดนี้ทำให้ กอ.รมน. มีอำนาจหน้าที่ต้องออกประกาศข้อกำหนดเพิ่มเติมในการประกาศเคอร์ฟิวหรือออกคำสั่งใดๆ หลังจากนี้อีกครั้งหนึ่ง จึงจะทำให้คำสั่งเหล่านี้มีผลในทางปฏิบัติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม เป็นที่น่าสังเกตว่า ณ จุดเกิดเหตุยิงถล่มชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) ที่ตำบลลำพะยา อำเภอเมือง จังหวัดยะลา ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 15 ราย ถือเป็นหนึ่งในเหตุการณ์ที่มีผู้เสียชีวิตจำนวนมากเหตุการณ์หนึ่งในรอบหลายปีที่ผ่านมานั้น ไม่ได้อยู่ในพื้นที่ประกาศให้อำนาจ กอ.รมน. ในการประกาศเคอร์ฟิวครั้งนี้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่บางอำเภอที่ไม่มีเหตุรุนแรงมาเป็นระยะเวลาหนึ่งแล้ว รวมทั้งอำเภอที่ถือเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจและจุดหมายปลายทางในการท่องเที่ยวอย่าง อ.เบตง และอ.สุไหงโกลก กลับถูกรวมอยู่ด้วย ทำให้ประชาชนจำนวนหนึ่งแสดงความกังวลว่าการประกาศเคอร์ฟิวในพื้นที่เหล่านี้จะส่งผลกระทบเชิงลบต่อธุรกิจและความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนทางด้าน กอ.รมน. ภาค 4 ส่วนหน้า ยืนยันว่าจะใช้มาตรการทางกฏหมายภายใต้อำนาจที่มีอยู่ด้วยความระมัดระวัง เพื่อไม่ให้กระทบกระเทือนต่อสิทธิและเสรีภาพขั้นพื้นฐานของพี่น้องประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังกล่าวว่า &amp;ldquo;ไม่มีเหตุผลและความจำเป็นอันใดที่จะต้องประกาศใช้เคอร์ฟิวในพื้นที่ตามที่เป็นข่าว&amp;rdquo; และ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนในช่วงบ่ายวันนี้ว่า &amp;ldquo;ขณะนี้ยังไม่มี แต่หากจะประกาศใช้ก็ให้สั้นที่สุด&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่อย่างไรก็ตามพี่น้องประชาชนต้องจับตาดูกันต่อไป เพราะขณะนี้ กอ.รมน. มีอำนาจตามบทบัญญัติของ พ.ร.บ. ดังกล่าวที่จะสามารถดำเนินการใดๆ และเมื่อไหร่ก็ได้ ตาม 4 ข้อที่กล่าวมาข้างต้น ซึ่งอาจทำให้เกิดข้อถกเถียงเรื่องปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนและหลักนิติรัฐได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จับตาดูกันต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49880</URL_LINK>
                <HASHTAG>ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้, พรรคอนาคตใหม่, อนค.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181204/image_big_5c05eb2b16376.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48358</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/10/2019 21:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/10/2019 21:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ช่อ&#039;ดับไฟใต้!ชำแหละงบ&#039;เติมเชื้อไฟ&#039;ประเคนกอ.รมน.2พันล้าน แต่ให้กรรมการสิทธิฯแค่5แสนบาท สันติภาพแบบไหนกัน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ต.ค 62 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อมาเวลา 18.55 น. น.ส.พรรณิการ์ วานิช ส.ส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคอนาคตใหม่ อภิปรายงบประมาณด้านความมั่นคงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ว่า ความไม่สงบใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้เข้าสู่ปีที่ 16 แล้ว เป็นหนึ่งในความขัดแย้งที่นองเลือดที่สุดในโลก &amp;nbsp;มีผู้เสียชีวิตกว่า 4 พันคน ประเทศชาติสูญเสียโอกาสทางเศรษฐกิจ ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา &amp;nbsp;สมควรเป็นผู้เชี่ยวชาญในปัญหานี้มากที่สุด เพราะท่านเป็นนายกฯที่อยู่ในตำแหน่งยาวนานที่สุดในระหว่างความขัดแย้ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.พรรณิการ์ กล่าวต่อว่าอย่างไรก็ตาม ใน 5 ปีงบประมาณที่ผ่านมา ท่านใช้งบในการจัดการปัญหาภาคใต้ไปถึง 81,924 ล้านบาท เฉลี่ยภาษีที่ประชาชนเสียไปให้รัฐบาลวันละ 56 ล้านบาท และจากการฟังคำชี้แจงของนายกฯเมื่อวานนี้ ทำให้ตนคิดว่าปัญหาสำคัญที่ทำให้เราไม่สามารถดับไฟใต้น่าจะอยู่ที่วิสัยทัศน์ของผู้นำประเทศ สิ่งหนึ่งที่รู้สึกติดใจจากคำชี้แจงของนายกฯคือท่านมองว่ารากฐานของปัญหาความขัดแย้งในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นเพราะประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารที่บิดเบือน ทำให้เกิดความไม่ไว้ใจเจ้าหน้าที่รัฐ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ซึ่งต้องถามว่าจากเหตุการณ์การสลายการชุมนุมที่อ.ตากใบ เมื่อเกือบ 15 ปีที่แล้ว ซึ่งทหารตัดสินใจใช้กระสุนจริง &amp;nbsp;หรือกรณีการเสียชีวิตของนายอับดุลเลาะ อีซอมูซอ ที่ออกมาจากค่ายอิงคยุทธบริหารในสภาพเจ้าชายนิทรา หากครอบครัวของผู้เสียชีวิตเหล่านี้ไม่ไว้ใจเจ้าหน้าที่รัฐ ท่านคิดว่าเป็นเพราะพวกเขาได้รับข้อมูลที่บิดเบือนหรือไม่ ดังนั้น ถ้ารัฐบาลยังมองว่าปัญหาใน 3 จังหวัดเกิดจากสาเหตุนี้ จะไม่มีวันแก้ปัญหานี้ได้ไม่ว่าจะใช้งบประมาณแค่ไหน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.พรรณิการ์ กล่าวต่อไปว่า แม้ความรุนแรงในภาคใต้ลดลง แต่คุณภาพชีวิตของประชาชนและความเชื่อมั่นต่อรัฐยังไม่ดีขึ้น โดยงบในการแก้ปัญหาภาคใต้ไม่ใช่จำนวน 1 หมื่นล้านในแผนบูรณาการ แต่คือ 3 หมื่นกว่าล้านบาท ซึ่งปัญหาแรกของการจัดทำงบ คืออำนาจในการจัดสรรงบประมาณและความผิดปกติของการใช้งบประมาณ กอ.รมน. ซึ่งเป็นองค์กรสำคัญที่รัฐใช้ขับเคลื่อนการแก้ปัญหาชายแดนใต้มีอำนาจในการแทรกแซงการใช้งบจำนวน 3 หมื่นล้านนี้ โดยเฉพาะงบจังหวัด ทั้งที่กอ.รมน.ยังไม่สามารถเบิกจ่ายงบของหน่วยงานตัวเองได้เต็มประสิทธิภาพ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกปัญหาคือในพ.ร.บ.วิธีการงบประมาณ 2561 ให้อำนาจครม.ในการโยกงบของหน่วยงานในแผนบูรณาการเดียวกันไปยังหน่วยงานอื่นได้ เท่ากับท่านใช้อำนาจฝ่ายบริหารข้ามหัวสภาฯ เพราะพ.ร.บ.งบฯผ่านการพิจารณาของสภาฯไปแล้วว่างบแต่ละอย่างจะใช้ทำอะไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.พรรณิการ์กล่าวว่า รัฐบาลอยากดับไฟ แต่ยังไม่รู้ว่าไฟอยู่ตรงไหน น้้ำมีเท่าไหร่ ตัวชี้วัดที่ผิดนำไปสู่การแก้ปัญหาที่ไม่ตรงจุด ผลสัมฤทธิ์ที่ตั้งไว้ไม่ตรงกับสิ่งที่ควรจะเป็น เช่น ตั้งเป้าว่าประชาชนปรับเปลี่ยนทัศนคติและมีความรู้สึกดีต่อหน่วยงานทหาร หรือตั้งเป้าว่าจีดีพีในจังหวัดชายแดนใต้โต 10 เปอร์เซ็นต์ ทั้งที่ทั้งประเทศโตแค่กว่า 2 เปอร์เซนต์ เราพูดถึงการสร้างสันติภาพ แต่ตอนนี้ไม่มีตัวชี้วัดในการพูดคุยสันติภาพแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ทหาร กอ.รมน.ได้งบ 2,200 ล้าน แต่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนได้เพียง 5 แสนบาท ตกลงว่าสันติภาพนี้สร้างบนปลายกระบอกปืนหรือการเคารพสิทธิมนุษยชน การแก้ปัญหาภาคใต้ที่ยั่งยืนคือการอำนวยยุติธรรม แต่มีงบเพียง 1 เปอร์เซนต์ ส่วนงบวัฒนธรรมมีเพียง 3 เปอร์เซ็นต์ ทั้งที่ภาครัฐพูดถึงสังคมพหุวัฒนธรรม&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคอนาคตใหม่ กล่าวอีกไป &amp;nbsp;นอกจากนี้ ยังมีโครงการสร้างสายข่าวงบประมาณ 932 ล้านบาท ซึ่งเพิ่งมาโผล่ในงบประมาณปี 2563 &amp;nbsp;ขณะที่งบกลุ่มจังหวัดบวกงบจังหวัดยะลาปัตตานีนราธิวาส รวมไม่ถึง 600 ล้านบาท แสดงว่างบที่ใช้บริหารจัดการพื้นที่ 3 จังหวัด คิดเป็นเพียง 2 ใน 3 ของงบสร้างสายข่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ทั้งหมดนี้ไม่ได้ดับไฟใต้ &amp;nbsp;มีแต่เติมเชื้อไฟ เช่น งบสร้างสายข่าว &amp;nbsp;ท่านมองปัญหาเป็นเรื่องความมั่นคง ไฟใต้จะดับได้ต้องจับโจรที่ทำผิดกฎหมายและแก้ปัญหาความยากจน ซึ่งไม่ได้ผิด แต่ไม่ครบ ตัวแปรสำคัญขาดไป เพราะเรื่องนี้ไม่ใช่ปัญหาความมั่นคง แต่คือปัญหาการเมือง&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.พรรณิการ์ กล่าวว่าถ้าดูงบที่ใช้กับโครงการต่างๆ 4 ส่วน แบ่งเป็นความความมั่นคงร้อยละ 36 โฆษณาชวนเชื่อร้อยละ 42 แต่ใช้กับการเยียวยาฟื้นฟูกระบวนการสันติภาพและการพัฒนาเพียงร้อยละ 14 และร้อยละ 6 งบส่วนใหญ่ 3 ใน 4 &amp;nbsp;เป็นการแก้ที่ปลายเหตุ คือการสร้างความจริงแลัวยัดเยียดให้ประชาชนเชื่อ ไม่ใช่การยอมรับความจริงแล้วแก้ไขมัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ดังนั้น ขอเสนองบดับไฟใต้แบบอนาคตใหม่ คือตัดงบโฆษณาชวนเชื่อ แล้วไปเกลี่ยให้การแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ ขอให้ปีนี้เป็นปีเริ่มต้นของเส้นทางไปสู่เส้นทางสันติภาพ ไม่ใช่การเดินทางไปอีก 15 ปีเแล้วพบว่าใช้งบไปโดยการแก้ปัญหาไฟใต้ไปไม่ถึงไหน&amp;quot; น.ส.พรรณิการ์กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมา พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม ชี้แจงว่าตนไม่อยากพูดว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับนโยบายในอดีตเป็นอย่างไร มีการปฏิบัติถูกต้องหรือไม่ โดยแผนบูรณาการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ประจำปีงบประมาณ 2563 เป็นการบูรณาการทำงานร่วมกันของ 17 กระทรวง 53 หน่วยงาน เป้าหมายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการแก้ปัญหาความรุนแรง สร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน สร้างชุมชนเข้มแข็ง และสร้างการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุขในสังคมพหุวัฒนธรรม ซึ่งการจัดงบประมาณในแผนบูรณาการเกี่ยวกับงานด้านความมั่นคงตั้งไว้ 10,865 ล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนงานด้านการป้องกัน ปราบปราม และบำบัดรักษาผู้ติดยาเสพติดตั้งไว้ 5,319 ล้านบาท เป้าหมายเพื่อให้เด็ก เยาวชน ผู้ใช้แรงงาน และประชาชนกลุ่มเสี่ยงมีภูมิคุ้มกันภัยจากยาเสพติด และให้เกิดการพัฒนาในทุกๆเรื่อง ทั้งนี้ ยืนยันว่ารัฐบาลให้ความสำคัญเรื่องการอำนวยความยุติธรรม และการเยียวยาด้วย ส่วนผลสัมฤทธิ์จากการตั้งงบประมาณครั้งนี้.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48358</URL_LINK>
                <HASHTAG>ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้, ช่อ, พรรณิการ์ วานิช, โฆษกพรรคอนาคตใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191018/image_big_5da9c6bb0d667.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>41773</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/07/2019 10:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/07/2019 06:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปัตตานีลุกเป็นไฟ!โจรบุกโจมตีฐาน&#039;ชคต.&#039;เจ้าหน้าที่เสียชีวิต 4 บาดเจ็บหลายนาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ก.ค.62 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 21.00 น.ของวันที่ 23 ก.ค.ที่ผ่านมา เกิดเหตุกลุ่มก่อความไม่สงบกว่า 10 คนพร้อมอาวุธสงครามได้โอมล้อมโจมตีชุดคุ้มครองตำบล หรือ ชคต. ที่จั้งจุดตรวจบริเวณบ้านกอแลบีเละ ม.7 ต.ปะกาฮารัง อ.เมืองปัตตานี ก่อนจะขว้างระเบิดใส่จุดแล้วใช้อาวุธสงครามถล่มยิงเจ้าหน้าที่ทหารและ อส.ที่กำลังปฏิบัติหน้าที่ จนทำให้เจ้าหน้าที่ต้องหลบหาที่กำบังและเกิดการยิงปะทะกันขึ้นอย่างดุเดือด กว่า 10 นาที ก่อนที่คนร้ายจะกระจายกันล่าถอยหลบหนีเข้าไปในหมู่บ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ประจำฐานได้วิทยุแจ้งหน่วยกำลังทุกหน่วยเข้าทำการช่วยเหลือเนื่องจากมีเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บหลายนาย หลังรับแจ้ง พล.ต.ต.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผบก.ภ.จ.ปัตตานี พ.ต.อ.ญาณพงศ์ อุบลบาน ผกก.สภ.เมืองปัตตานี ได้นำกำลังเข้าไปที่เกิดเหตุ พร้อม นายไกรศร วิศิษฎ์วงศ์ ผวจ.ปัตตานี พล.ต.ปิยพงษ์ วงศ์จันทร์ ผบ.ฉก.ปัตตานี ไปถึงพบว่าจุดเกิดเหตุอยู่ทางเข้าโรงเรียนบ้านกอแลบีเละ เจ้าหน้าที่ได้ทำการปิดเส้นทางเข้าออก พร้อมได้ขอเสริมกำลังจากหน่วยทหารพราน 43 และหน่วยเฉพาะกิจปัตตานี 25 กว่า 50 นายกระจายกำลังปิดล้อมพื้นที่ เพื่อป้องกันการลอบโจมตีรอบสอง เนื่องจากมีรายงานว่า คนร้ายที่ก่อเหตุมีจำนวนมากและมีอาวุธ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการตรวจสอบพบว่ามีเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตหลายนาย ถูกลำเลียงส่ง รพ.ปัตตานี ทราบชื่อ &amp;nbsp;จ.ส.อ.ชูธวัช มารศรี มีบาดแผลถูกยิงเข้าลำตัวหลายนัดแพทย์พยายามช่วยยื้อชีวิตแต่ทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิต เช่นเดียวกับ นายอุสมาน ตาสะเมาะ อส.เมืองปัตตานี ถูกยิงเข้าลำตัวเสียชีวิต ส่วน นายไพศาล มูซอดี นายนิอามีน มะซาแม ทั้งสองเป็น อส.เมืองปัตตานี มีบาดแผลถูกยิงแพทย์ได้ช่วยเหลือปลอดภัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบผู้เสียชีวิต 2 รายเป็นชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน ทราบชื่อ นายอับดุลฟาตะ เหสมเหรม และนายอุสมาน ยาสารี และพบร่องรอยกระสุนปืนจำนวนมากปลอกกระสุนและสะเก็ดระเบิดกระจายไปทั่วบริเวณเจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสอบสวนทราบว่า ในช่วงเกิดเหตุมีเจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่จำนวน 14 นาย เป็นทหาร 1 นาย อส.12 นาย และ ชรบ.2 นาย โดยมี จ.ส.อ.ชูธวัช มารศรี เป็นหัวหน้าชุด โดยก่อนเกิดเหตุขณะเจ้าหน้าที่กำลังปฏิบัติภารกิจดูแลความปลอดภัยให้กับประชาชน โดยที่ผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บกำลังตั้งจุดตรวจอยู่บนถนนบริเวณหน้าจุดตรวจ ส่วนกำลังที่เหลืออยู่ภายในจุดตรวจ ระหว่างนั้น มีคนร้ายคาดว่าประมาณ 10 คนพร้อมอาวุธและปิดบังใบหน้าได้อบล้อมจุดตรวจก่อนจะฉวยจังหวะโจมตียิงถล่มทันที พร้อมกับขว้างระเบิดใส่เจ้าหน้าที่ จำนวน 3 ลูก จนเกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหวไปทั้งหมู่บ้าน เจ้าหน้าที่พยายามยิงตอบโต้และปะทะกันอย่างดุเดือด ประมาณ 10 นาทีก่อนที่คนร้ายจะกระจายกำลังล่าถอยหลบหนีเข้าไปในหมู่บ้าน หลังสิ้นเสียงปืนปรากฏว่ามีเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายรุสดี ตาสะเมาะ อส.เมืองปัตตานี ซึ่งรอดชีวิตอย่างหวุดหวิดและเป็นน้องชายนายอุสมานอส.ที่เสียชีวิต เปิดเผยว่า ขณะที่ตนกับพวกกำลังตั้งด่านตรวจรถที่สัญจรเข้าออกภายในหมู่บ้าน ปรากฏว่ามีคนร้ายได้ลอบเข้ามาบริเวณด้านหลังของจุดใช้อาวุธยิงใส่ทันที แล้วได้ขว้างระเบิด ตนและเพื่อนทุกคนต่างหาที่หลบแล้วใช้ปืนยิงต่อสู้ ซึ่งขณะยิงปะทะพบเพื่อนถูกยิงบาดเจ็บ ตนและเพื่อนพยายามยิงปะทะเพื่อรักษาที่มั่น ไม่ให้คนร้ายเข้ามา จนกระทั่งคนร้ายได้หลบหนีไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานความสูญเสียเบื้องต้นของ อส.ชุดคุ้มครองตำบลกอและปิเละ โดยสรุป มีผู้เสียชีวิต 4 นาย &amp;nbsp;บาดเจ็บ 6 นาย ในจำนวนนี้สาหัส 3 นาย โดยถูกส่งตัวส่งโรงพยาบาลปัตตานี.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41773</URL_LINK>
                <HASHTAG>ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้, ชุดคุ้มครองความปลอดภัย, บ้านกอแลบีเละ, ปัตตานี, ไฟใต้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190724/image_big_5d379a682413a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>36950</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/05/2019 19:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/05/2019 19:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปัตตานีระอุ!จยย.บอมบ์คร่าชีวิตเด็ก-ชาวบ้าน2ศพเจ็บหนักอีก 9</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 พ.ค. 62 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อเวลา 16.30 น. &amp;nbsp;พ.ต.ต.รัชชานนท์ สว.(สอบสวน) สภ.หนองจิก จ.ปัตตานี ได้รับแจ้งมีเหตุระเบิดบริเวณตลาดนัดบ่อทอง ต.บ่อทอง อ.หนองจิก มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บหลายราย &amp;nbsp;หลังรับแจ้งจึงรีบนำกำลังไปที่เกิดเหตุ พร้อมด้วย พล.ต.ต.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผบก. พล.ต.ปิยพงษ์ วงศ์จันทร์ ผบ.ฉก.ปัตตานี พ.อ.หาญพล เพชรม่วง ผบ.ทพ.43 และชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด ไปถึงพบเจ้าหน้าที่และชาวบ้านกำลังช่วยกันลำเลียงผู้ได้รับบาดเจ็บมีทั้งเจ้าหน้าที่และชาวบ้านนำส่ง รพ.ค่ายอิงคยุทธบริหาร และ รพ.หนองจิก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่ได้ทำการปิดเส้นทางสายหนองจิก-โคกโพธิ์ เพื่อความปลอดภัย จากการตรวจสอบในที่เกิดเหตุพบผู้เสียชีวิต 1 ราย อยู่ในสภาพนั่งรถ จยย.ชนกับรถกระบะบริเวณประตูด้านซ้ายซึ่งจอดข้างทาง ทราบชื่อ ด.ช.อัยดิลฟิตลี ยะโก๊ะ อายุ 14 ปี สภาพศพถูกสะเก็ดระเบิดตามลำตัวหลายแห่ง ส่วน นางซารีปะ เยาะแซ อายุ 35 ปี ถูกสะเก็ดระเบิดที่ลำตัวเสียชีวิตที่ รพ.หนองจิก &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกหลายราย เป็นเจ้าหน้าที่ 4 นาย ถูกนำส่ง รพ.อิงคยุทธบริหาร &amp;nbsp;ทราบชื่อ จ.ส.อ.สมพล ลิ้มประเสริฐ อายุ 56 ปี อส.ทพ.จิระศักดิ์ แก้วนพรัตน์ อายุ 27 ปี อส.ทพ.ไซดี ยะโกะ อายุ 34 ปี &amp;nbsp;อส.ทพ.อภิชาติ รักดี อายุ 28 ปี ทั้ง 4 นายบาดเจ็บเล็กน้อย โดยทั้ง 4 นายสังกัดหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 43 และยังมีชาวบ้านได้รับบาดเจ็บอีก 5 รายอาการปลอดภัย &amp;nbsp;ทราบชื่อ นายอับดุลเลาะ กาโฮง อายุ 54 ปี นางรอมือละ ดือราแม อายุ 51 ปี นายอัสรี มะยีแต อายุ 36 ปี นางสาวสีดรอาแอเสาะ สามะ อายุ 36 ปี และ นายมูฮัมหมัดซัยฮูฟี นิแม อายุ 16 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตรวจสอบในที่เกิดเหตุพบว่าแรงระเบิดทำให้รถยนต์ จำนวน 9 คันและรถ จยย. 6 คันได้รับความเสียหายจากาะเก็ดระเบิด นอกจากนี้สะเก็ดระเบิดกระเด็นถูกร้านค้าหลายหลังเสียหายเล็กน้อย เจ้าหน้าที่พบซากรถ จยย.ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ สีแดงดำ คาดว่าเป็นรถที่คนร้ายซุกระเบิดกระจายไปทั่วบริเวณ เจ้าหน้าที่ได้เก็บไว้เป็นหลักฐาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สอบสวนทราบว่า ตลาดนัดดังกล่าวเป็นตลาดใหญ่ของอำเภอหนองจิก และจะมีประชาชนมาจับจ่ายซื้อของจำนวนมาก โดยเฉพาะช่วงเดือนรอมฎอนจะมีเจ้าหน้าที่จะคอยอำนวยความสะดวกและความปลอดภัยให้กับประชาชน โดยก่อนเกิดเหตุ ขณะเจ้าหน้าที่ทั้ง 4 นายกำลังยืนดูแลความปลอดภัยนั้น ปรากฏว่ามีคนร้ายขับขี่รถ จยย.มาจอดทิ้งไว้ทำทีเป็นชาวบ้านมาซื้อของก่อนจะเดินหนีไป เมื่อสบโอกาสคนร้ายได้กดชนวนระเบิดแสวงเครื่องที่ซุกไว้ในรถ จยย.น้ำหนักประมาณ 10 กก.จนระเบิดเสียดังสนั่นเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังเกิดเหตุ พล.ต.ต.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผบก.ภ.จ.ปัตตานี ระบุว่า เหตุระเบิดครั้งนี้เชื่อว่าเป็นฝีมือกลุ่มก่อความไม่สงบชุดเดิมที่เคยก่อเหตุในลักษณะเช่นนี้ซึ่งเป็นการกระทำที่โหดเหี้ยมไม่คำนึงถึงประชาชนโดยเฉพาะช่วงเดือนรอมฎอนที่ถือว่าเป็นเดือนอันประเสริฐที่ควรต้องทำแต่ความดี คนร้ายมีการวางแผนมาก่อนและมีการเฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวของเจ้าหน้าที่ว่าจะมา รปภ.ตลอดแห่งนี้ เมื่อสบโอกาสจึงนำรถ จยย.ที่ประกอบระเบิดมาจอดไว้แล้วกดระเบิด ซึ่งรถ จยย.คันก่อเหตุถูกแจ้งหายไว้เมื่อ 2 ปีที่ผ่านมาท้องที่ อ.จะนะ จ.สงขลา และเป็นรถเป้าหมายที่ได้มีการแจ้งเตือนให้เฝ้าระวัง เนื่องจากมีรายงานจากฝ่ายความมั่นคงว่า กลุ่มก่อความไม่สงบมีแผนที่จะก่อกวนในทุกรูปแบบในช่วง 10 วันสุดท้ายของเดือนรอมฎอน และเพื่อตอบโต้เจ้าหน้าที่ อย่างไรก็ตามตนได้กำชับให้ชุดสืบสวนสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานให้ได้มากที่สุด เพื่อตรวจพิสูจน์ว่าตรงกับข้อมูลและเชื่อมโยงกับกลุ่มใด คาดว่าน่าจะรู้ผลในอีก 2-3 วัน.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/36950</URL_LINK>
                <HASHTAG>3จังหวัดใต้, ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้, จยย.บอมบ์, ปัตตานี, สภ.หนองจิก, ไฟใต้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190527/image_big_5cebdaa950dd7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>35443</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/05/2019 20:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/05/2019 20:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กราดยิงครอบครัวผญบ.บันนังสตา เมียเสียชีวิต-ลูกสาวตัวเล็ก2คนบาดเจ็บ!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 พ.ค.62 - &amp;nbsp;เมื่อเวลา 17.58 น.สภ.บันนังสตา จ.ยะลา รับแจ้งเหตุว่ามีคนร้ายยังไม่ทราบชื่อและจำนวนใช้อาวุธปืนยังไม่ทราบชนิดและขนาดยิงใส่ราษฎรในพื้นที่ เหตุเกิดบริเวณหน้าโรงเรียนบ้านเจาะปันตัง พื้นที่ ม.9 ต. อ.บันนังสตา &amp;nbsp;เบื้องต้นมีผู้เสียชีวิต 1 ราย ได้รับบาดเจ็บ 3 ราย ดังนี้ 1.นายอาแซ นิเซ็ง อายุ 45 ปี ที่อยู่ 71 ม.4 ต. อ.บันนังสตา ซึงเป็นผู้ใหญ่บ้าน ม.4 ได้รับบาดเจ็บ 2. น.ส.รูกีนา ลูดิง อายุ 33 ปี ภรรยาของนายอาแซ &amp;nbsp;เสียชีวิต 3.ด.ญ.นาซูฮา นิเซ็ง อายุ 10 ปี และ 4.ด.ญ.นาบินลา นิเซ็ง อายุ 7 ปี ลูกสาวอีกสองคนได้รับบาดเจ็บ ถูกนำตัวส่ง รพ.บันนังสตา รายละเอียดเพิ่มเติมอยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวนและตรวจสอบ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/35443</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มก่อความไม่สงบ, ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้, บันนังสตา, ยะลา, โจรใต้, ไฟใต้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190509/image_big_5cd42512cac8f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
