<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>3856</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/02/2018 15:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/02/2018 15:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ยะใส’หนุนมติคว่ำ 7 ว่าที่ กกต.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุริยะใส กตะศิลา รองคณบดีฯ วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต และผู้อำนวยการสถาบันปฏิรูปประเทศไทย (สปท.) กล่าวว่า เห็นด้วยที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ลงมติไม่เห็นชอบว่าที่ 7 คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ถือว่าสิ้นกระแสความ เพราะกระบวนการสรรหา กกต.ถูกตั้งข้อสังเกตถึงความหมิ่นเหม่ต่อข้อกฎหมายหลายประการ และประสบการณ์ที่ในการจัดการเลือกตั้งที่หลายฝ่ายวิตกกังวลว่าจะไม่สามารถจัดการเลือกตั้งให้เกิดความบริสุทธิ์และเที่ยงธรรมได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ข้อกังวลสำคัญคือความไม่เป็นอิสระของทั้ง 7 คน ที่อาจเอียงกับกลุ่มอิทธิพลทางการเมืองบางกลุ่ม ฉะนั้น มติ สนช.ถือว่าทำถูกแล้วเพราะหากลงมติเห็นชอบจะเกิดปัญหาที่อาจคาดไม่ถึงได้ค่อนข้างสูง และเชื่อว่าตามกรอบเวลาสรรหาใหม่ภายใน 160 วันจะไม่กระทบกับโรดแมปเลือกตั้งแน่นอน แต่ก็ต้องไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำการสรรหาชุดแรกอีก&amp;rdquo;นายสุริยะใสกล่าวและว่า เรื่องนี้ก็ถือเป็นบทเรียนครั้งสำคัญของ คสช.และผู้เกี่ยวข้องว่าอย่าเข้าไปแทรกแซง ครอบงำกระบวนการสรรหา หรือพยายามผลักดันคนที่มีส่วนได้เสียเข้าไปจนกลายเป็นจุดอ่อนและเกิดปัญหาซ้ำรอยเดิมอีก.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/3856</URL_LINK>
                <HASHTAG>7 ว่าที่ กกต., คว่ำ7กกต., คสช., สนช., สุริยะใส, สุริยะใส กตะศิลา, โรดแมป</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180217/image_big_5a87dc616e874.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>3739</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/02/2018 22:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/02/2018 13:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สมชัย&#039; ยก 2 ปัจจัยคว่ำ 7 กกต.-รู้แล้วใครคือต้นเหตุ!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ก.พ. 61- ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)​นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต. &amp;nbsp;กล่าวกรณีสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มีมติไม่เห็นชอบบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อเป็นกกต.ทั้ง 7 คนว่า ส่วนตัวไม่เชื่อว่ามีใบสั่งอย่างที่ปรากฎทางสื่อ &amp;nbsp;เพราะถ้าดูจากคะแนนที่ผู้ได้รับการเสนอชื่อได้รับทั้งสูงสุดและต่ำสุด ค่อนข้างธรรมชาติมาก ถ้ามีใบสั่งคะแนนที่ได้จะต้องเกาะกลุ่มกันมากกว่า &amp;nbsp;แต่ก็อาจเป็นเพราะเป็นการลงคะแนนลับด้วยทำให้ สนช. มีเสรีภาพไม่ต้องคำนึงว่าใครจะรู่ว่าตนเองลงคะแนนให้ใคร ส่วนสาเหตุที่ประชุมสนช.ไม่รับทั้งหมด คิดว่าประธานสนช.คงจะพูดชี้แจงแทนสมาชิกทุกคนไม่ได้ เพราะเป็นการลงคะแนนลับ ไม่รู้ว่าสมาชิกแต่ละคนคิดอย่างไร แต่สมควรที่ประธานสนช.จะต้องวิเคราะห์ให้ได้เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาการไม่รับรองในรอบใหม่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตนวิเคราะห์ว่า 1. เป็นปัญหาในกระบวนการสรรหาตามกฎหมายใหม่ที่กำหนดให้การลงคะแนนทั้งของคณะกรรมการสรรหา และที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาต้องทำโดยเปิดเผย ซึ่งเมื่อได้ตรวจสอบจากรายงานการประชุมของคณะกรรมการรสรรหายังพบว่าขาดความสมบูรณ์ว่ากรรมการสรรหาแต่ละคนลงมติเลือกใคร ส่วนของที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาการใช้บัตรลงคะแนนโดยไม่รู้เป็นบัตรของใครถือว่าทั้ง 2 ส่วนยังไม่ได้ใช้วิธีการลงคะแนนโดยเปิดเผยตามที่กฎหมายกำหนด &amp;nbsp; &amp;nbsp;ซึ่งคิดว่าคณะกรรมการทั้ง 2 ส่วนควรจะต้องใช้บทเรียนนี้ในการพิจารณาทบทวน &amp;nbsp;เพราะเชื่อว่าเป็นส่วนที่สนช.มองว่าเป็นปัญหาจนไม่อาจลงมติรับรองได้ หากไม่ทบทวนก็จะทำให้การเสนอชื่อครั้งต่อไปถูกคว่ำ ซึ่งก็จะเสียของไปเรื่อยๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมชัย กล่าวว่า 2.เป็นปัญหาของผู้เขียนกฎกติกาที่มุ่งหมายให้ดีเลิศจนเกินความเป็นจริง เพราะถ้ามองว่าผู้ได้รับการเสนอชื่อมีปัญหาเรื่องความรู้ ความสามารถ &amp;nbsp;มือไม่ถึง ที่จะมารับผิดชอบงานเลือกตั้ง ปัญหานี้จะไปโทษผู้ได้รับเสนอชื่อทั้ง 7 คนไม่ได้ เพราะผ่านการสรรหามา &amp;nbsp;หรือจะโทษคณะกรรมการสรรหาว่าสรรหาอย่างไรจึงได้คนที่มือไม่ถึง ก็ไม่ควรเพราะคณะกรรมการสรรหาทำภายใต้กรอบกติกาที่มี ดังนั้นถ้าจะโทษต้องโทษผู้เขียนกติกา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ไปเขียนกติกาว่าต้องลงคะแนนสรรหาโดยเปิดเผยทำให้เกิดปัญหาว่าเลือกได้กกต. 2 คน แต่ทำให้เกิดความแตกแยกในหมู่ผู้พิพากษา หรือเขียนว่ากกต.ต้องมีคุณสมบัติขั้นเทพ ต้องเคยดำรงตำแหน่งเทียบเท่ากับหัวหน้าส่วนราชการและเป็นไม่น้อยกว่า5 ปี ผลที่เกิดใต้กติกาทำให้ผู้มีคุณสมบัติในการทำงานตกสเปค รองปลัดกระทรวงสมัครก็ถูกคัดออก เพราะหัวหน้าส่วนราชการถูกตีความว่าต้องเป็นปลัดกระทรวง เป็นผบ.ทบ. หรือ ผบ.ตร. และยังต้องเป็นมาแล้ว 5 ปี ถามว่าในประเทศไทยนี้จะมีใครบ้างที่เป็นตำแหน่งเหล่านี้นาน 5 ปี &amp;nbsp;แล้วยังไปเปิดให้กลุ่มครู ข้าราชการอื่นๆ ถ้ามีใบประกอบวิชาชีพทำงานมา 20 ปี ก็ถือว่าเป็นผู้ที่มีคุณสมบัติจึงได้คนเป็นครู เป็นอธิการบดี เข้ามา แต่การกำหนดกติกาเช่นนี้ทำให้คนที่ดีคนที่ทำงานได้ถูกกรองออกไป&amp;quot; นายสมชัย กล่าวและว่าอย่างไรก็ตาม ในการสรรหารอบใหม่คณะกรรมการสรรหาก็ควรที่จะยึดมติการตีความหัวหน้าส่วนราชการว่าผู้สมัครที่เป็นทหาร ตำรวจจะต้องเป็นผบ.ทบ. ผบ.ตร. และดำรงตำแหน่งมาไม่น้อยกว่า 5 ปีไว้ ไม่เปลี่ยนบรรทัดฐาน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ยังเขียนกติกาการได้มาซึ่งคณะกรรมการสรรหาอึดอัดกว่า เพราะไม่เพียงคุณสมบัติต้องเหมือนกกต. แต่ต้องเหนือกว่า เพราะต้องไม่ทำงาน &amp;nbsp;หรือรับตำแหน่งใดในขณะสรรหาถือเป็นมหาเทพ เราจึงได้คนที่เกษียณอายุราชการเท่านั้น และยังต้องไม่เกี่ยวข้องหรือเคยทำงานกับองค์กรอิสระใดๆ คือไม่เป็นที่ปรึกษาหรืออนุกรรมการ จึงได้อดีตข้าราชการจากกระทรวงที่ไม่ได้เกี่ยวข้องเกี่ยวกับการบริหารบ้านเมือง การเลือกตั้งเลย เช่นอธิบดีกรมหม่อนไหม อธิบดีกรมข้าว เมื่อผู้สมัครไปแสดงวิศัยทัศน์ คณะกรรมการสรรหาก็อาจมีขีดจำกัดในการวิเคราะห์ ว่าความคิดของผู้สมัครสามารถนำมาใช้งานได้จริงหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ถ้าไปอ่านในรายงานของคณะกรรมการสรรหาที่เสนอต่อ สนช. ในส่วนการสัมภาษณ์ ผู้ผ่านการคัดเลือก จะเห็นว่าถามอย่างหนึ่ง ก็ตอบอย่างหนึ่ง &amp;nbsp;และถ้าคนที่รู้เรื่องการเมืองการเลือกตั้ง ก็จะพูดได้การตอบแบบนี้ไม่ตรงประเด็น ดังนั้นจะไปโทษผู้สมัคร หรือกรรมการสรรหาไม่ได้ ต้องโทษคนเขียนกติกาที่คาดหวังความดีเลิศมากเกินไปหรือไม่ &amp;nbsp;แต่ ณ วันนี้ ทำอะไรไม่ได้แล้ว เพราะต้องไปแก้ไขกฎหมาย ดังนั้นโจทย์ใหญ่คือทำอย่างไรจะประคับประคองสถานการณ์ให้การสรรหา ได้คนพอใช้ได้หรือดีระดับหนึ่ง ต้องทำให้คนยอมรับได้ &amp;nbsp;ซึ่งเป็นโจทย์ที่กรรมการสรรหาชุดปัจจุบันต้องทำ จึงไม่ควรที่สังคมจะไปโทษคณะกรรมการสวรรหา อย่าไปทำให้เขาน้อยใจจนลาออก เดือดร้อนต้องมาหากรรมการสรรหา ซึ่งก็หาได้ยากมาก และเดิมมีกรรมการสรรหา 6 คน จาก 7 คน &amp;nbsp;แต่วันนี้ก็เหลือแค่ 5 คนแล้ว เพราะมีคนหนึ่งไปเป็นรองธิการบดีมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ซึ่งก็ทำให้ขาดคุณสมบัติการเป็นคณะกรรมการสรรหา&amp;quot;นายสมชัยกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กกต.ผู้นี้ &amp;nbsp; กล่าวว่า ในส่วนของ กกต.ก็ยืนยันว่าเราจะทำหน้าที่อย่างเต็มที่ สิ่งที่คิดว่าจะรอชุดใหม่มาดำเนินการ ก็คงรอไม่ได้ เพราะกระบวนการสรรหาชุดใหม่น่าจะใช้เวลาประมาณ &amp;nbsp;6 เดือนเต็ม &amp;nbsp; ฉะนั้นคาดว่าจะมีชื่อ กกต. ชุดใหม่เดือนสิงหาคม &amp;nbsp;กกต.ชุดปัจจุบันก็จะทำงานต่อไป &amp;nbsp;ไม่มีผลกระทบใดๆกับการเลือกตั้งทุกประเภท &amp;nbsp;โดยในประชุมกกต.วันที่ 27 ก.พ. คงจะต้องหารือกำหนดท่าทีในเรื่อง การคัดเลือกเลขาฯ กกต. &amp;nbsp;การออกระเบียบสรรหาผู้ตรวจการเลือกตั้ง และการคัดเลือกผู้ตรวจการเลือกตั้ง &amp;nbsp; จะดำเนินการไปเลยหรือไม่ &amp;nbsp; &amp;nbsp;คิดว่าเราควรมีหัวหน้าหน่วยงานมาทำงานเต็มที่ เพื่อเตรียมการในการเลือกตั้ง และการเลือกตั้งท้องถิ่นที่อาจจะมีขึ้น ซึ่งจะควบคุมได้ยากกว่าการเลือกตั้งทั่วไป เพราะมีเรื่องของการซื้อเสียง &amp;nbsp;ก็จำเป็นที่ กกต.จะต้องคัดสรรผู้ตรวจการเลือกตั้งมาไว้ให้เพียงพอ เพื่อเข้าไปช่วยดูแล ส่วนในเรื่องร้องเรียนต่างๆ เราก็จะเร่งรัด อย่างเรื่องหุ้นรัฐมนตรี ก็คิดว่าภายใน 2 เดือนนี้จะได้เห็นและ กกต.ชุดนี้จะวินิจฉัยว่าจะส่งศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;quot;สิ่งที่กังวล &amp;nbsp;คือชุดใหม่มาช้าเท่าไหร่ &amp;nbsp;เวลาที่จะเหลือจาการเตรียมการเลือกตั้งก็จะน้อยลง &amp;nbsp; รากเหง้าของปัญหาคือ ไม่ควรเซตซีโร่ กกต.ชุดนี้ &amp;nbsp; ถ้าคุณไม่เซตซีโร่แต่แรก &amp;nbsp;ปัญหาวันนี้ก็คงไม่เกิด &amp;nbsp;จะไม่มีปัญหาเรื่องการเปลี่ยนผ่าน &amp;nbsp; &amp;nbsp;จะด้วยปัญหาไม่อยากได้ปลาสองน้ำ ณ วันนี้ ได้ปลาสองน้ำแบบที่ตั้งใจหรือไม่ &amp;nbsp; เมื่อเซตซีโร่แล้วก็ต้องรับสภาพกับปัญหาที่เกิด &amp;nbsp;เราก็รับสภาพ &amp;nbsp;เราเก็บของเตรียมส่งมอบงาน &amp;nbsp;แต่ตอนนี้ก็ไม่รู้ว่าจะส่งมอบได้เมื่อไหร่ &amp;nbsp;เมื่อส่งไม่ได้แล้วใกล้เลือกตั้ง &amp;nbsp;การได้มือใหม่ในช่วงใกล้เลือกตั้งมากเท่าไร่ก็จะยิ่งเป็นปัญหา &amp;nbsp;ดังนั้นจึงขึ้นอยู่กับว่าเราจะช่วยกันดูสถานการณ์อย่างไรให้เป็นการลงอย่างซอฟแลนดิ้ง &amp;nbsp;ทำอย่างไรไม่ให้เกิดผลกระทบ &amp;quot; นายสมชัย กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า เลขาฯ วุฒิระบุว่าการสรรหา กกต.ใหม่ กฎหมายไม่ได้กำหนดเรื่องกรอบเวลาไว้ &amp;nbsp;นายสมชัยกล่าวว่า ตามบทเฉพาะกาลของ พ.ร.ป. กกต. จะเขียนถึงการสรรหาครั้งแรกไว้ ว่าให้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน &amp;nbsp;ซึ่งก็คิดว่าน่าจะเทียบเคียงจากตรงนี้ได้ และขณะนี้มีคณะกรรมการสรรหาอยู่แล้ว จึงน่จะตัดขั้นตอนของการสรรหาคณะกรรมการสรรหา 20 วันออก กระบวนการ 90 วันน่าจะเริ่มนับเมื่อประธานศาลฎีกาได้รับจดหมายแจ้งจากประธาน สนช. ให้ดำเนินการสรรหา.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/3739</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต., กมธ., คว่ำ7กกต., คสช., สนช., สมชัย, เลือกตั้ง, โรดแมป, ใบสั่ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180115/5a5c271f64ea6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>3737</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/02/2018 11:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/02/2018 11:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ป้อม&#039; ปัดใบสั่งสนช.คว่ำ 7 ว่าที่กกต. </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;23ก.พ.61 - ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) โหวตคว่ำ 7 ว่าที่กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จนมีการวิพากษ์วิจารณ์ว่าได้รับใบสั่งจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ว่า &amp;quot;ไม่มี ไม่มีใบสั่งนะ ไม่มี สนช.เขาดำเนินการของเขาเอง&amp;quot;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า จะกระทบกับการเลือกตั้งท้องถิ่นที่จะเกิดขึ้นหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า &amp;quot;ก็ยังตอนนี้ &amp;nbsp;ไว้ดูเดือนมิถุนายน แล้วรายละเอียดค่อยว่ามากัน&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/3737</URL_LINK>
                <HASHTAG>7กกต., คว่ำ7กกต., ป้อม, สนช., ใบสั่ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180223/image_big_5a8f95e40f2e6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>3734</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/02/2018 10:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/02/2018 10:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คว่ำ7กกต.สัญญาณแปลกๆ &#039;พิชาย&#039; คาดมี.ค.อาจได้เห็นรัฐบาลใหม่!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ก.พ.61 -รศ.ดร.พิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต คณบดีคณะพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม สถาบันบัณฑิตพัฒนาบริหารศาสตร์ (นิด้า) และประธานคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย แสดงความเห็นผ่านเฟซบุ๊ก พิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต&amp;nbsp;ถึงกรณีสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.)ลงมติไม่เห็นชอบว่าที่กรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ทั้ง 7 คนว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;สัญญาณแปลกๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การลงมติไม่รับรอง กกต. ยกชุดทั้ง 7 คน ของ สนช. เป็นสัญญาณแปลกๆ ของการเมืองไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สมัคร กกต. เกือบทุกคนที่ผ่านกระบวนการสรรหา ล้วนแล้วแต่เป็นคนที่ฝ่ายอำนาจรัฐปัจจุบันสนับสนุน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สนช. เกือบทั้งหมดก็เป็นกลุ่มที่อำนาจรัฐปัจจุบันสนับสนุนและตั้งมากับมือ ส่วนใหญ่ก็ตกอยู่ภายใต้การชี้นำของกลุ่มนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทำไม สนช. จึงลงมติคว่ำ ผู้สมัคร กกต.ทั้งหมดเป็นสถานการณ์ที่น่าสนใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เหตุผลที่ สนช. พยายามแจงต่อสาธารณะ ฟังดูแล้วล้วนแฝงด้วยปัญหาทั้งสิ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งด้านกระบวนการเลือกตั้งจากที่ประชุมใหญ่ของศาลฎีกา ที่ระบุว่าอาจมีปัญหาเรื่องกระบวนการลงคะแนนที่อาจขัดรัฐธรรมนูญ ทั้งที่ประเด็นนี้ สนช. ได้ถามไปทางศาลฎีกาแล้ว ซึ่งคำตอบกลับมาคือ กระบวนการเลือกตั้งทำอย่างถูกต้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อ สนช.ลงมติคว่ำ ก็แปลว่า สนช.ไม่เชื่อคำชี้แจงของศาลฎีกา และ ลงมติหักหน้าที่ประชุมใหญ่ของศาลฎีกา ท่าทีของศาลฎีกาจะตอบสนองเรื่องนี้อย่างไรน่าติดตามครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และด้านที่มาจากกรรมการสรรหา เมื่อ สนช.ลงมติคว่ำบุคคลทั้งหมดที่คณะกรรมการสรรหาเลือกเฟ้นมา โดยอ้างว่าบุคคลทั้งหมดขาดประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง ก็แปลว่า กรรมการสรรหาอาจไม่มีวิจารญาณที่ดีพอ จึงเลือกคนที่มีคุณสมบัติไม่เหมาะสมมาให้ สนช.รับรอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทำให้ สนช. ปฏิเสธคนเหล่านั้นทั้งหมด โดยไม่เกรงใจและไม่ไว้หน้าคณะกรรมการสรรหา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คำถามคือ กรรมการสรรหาจะรับผิดชอบกับเหตุการณ์นี้อย่างไร และจะยังอาจหาญทำหน้าที่สรรหารอบสองต่อไปหรือไม่
&amp;mdash;&amp;mdash;&amp;mdash;&amp;mdash;
แต่หากยกเหตุผลทั้งสองที่ สนช.อ้าง เอาไว้ข้างๆก่อน และลองพิจารณาในเรื่องอำนาจ จะพบว่า มีความเป็นไปได้อีกสองทาง คือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทางแรก กลุ่มผู้มีอำนาจนำเดิมประสงค์ยืดการเลือกตั้งออกไป จึงสั่ง สนช. ให้มีมติคว่ำ เพื่อถ่วงเวลาการมี กกต. ให้นานที่สุด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่บางคนอาจแย้งว่า การจัดเลือกตั้งไม่น่ามีปัญหา แม้ไม่มี กกต.ชุดใหม่ เพราะ กกต.ชุดปัจจุบันทำหน้าที่แทนจนกว่าจะมี กกต.ใหม่ และ กกต.ชุดเก่าก็สามารถทำหน้าที่จัดการเลือกตั้งได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ปัญหามีแน่ นั่นคือ กกต.ชุดปัจจุบันอาจไม่กล้าทำหน้าที่จัดการเลือกตั้ง เพราะการตัดสินใจใดๆ จะมีผลผูกพันในอนาคต อาจต้องเดินมาขึ้นโรงขึ้นศาลทั้งที่พ้นตำแหน่งไปแล้ว จึงมีความเป็นไปได้ว่า กกต.ชุดปัจจุบันบางคนอาจลาออก ก่อนจะมี กกต.ชุดใหม่ และหาก กกต.ลาออก จนเหลือสามคน ก็จะขาดองค์ประกอบการเป็นองค์คณะ ประชุมไม่ได้ ซึ่งจะทำให้เรื่องยุ่งเข้าไปอีกและไม่อาจจัดการเลือกตั้งได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คสช.อาจจะใช้มาตร 44 ตั้งคนเข้ามาเป็น กกต.เสียเลยให้รู้แล้วรู้รอด แต่ก็ไม่น่าจะได้เพราะ การสรรหา กกต.ต้องเป็นไปตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ ยกเว้นเสียแต่ว่า อำนาจ คสช.และ มาตรา 44 อยู่เหนือรัฐธรรมนูญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อเลือกตั้งไม่ได้ รัฐบาล คสช. และสนช. ก็อยู่ไปเรื่อยๆ เวลาอยู่ในอำนาจก็จะนานขึ้นตามความปรารถนา
&amp;mdash;&amp;mdash;&amp;mdash;&amp;mdash;&amp;mdash;
ทางที่สอง เกิดความขัดแย้งกันในกลุ่มอำนาจนำ ซึ่งปัจจุบันประกอบมีสองกลุ่มหลักคือ กลุ่มอำนาจเดิมที่เป็นรัฐบาลอยู่ในปัจจุบัน กับกลุ่มอำนาจนำใหม่ที่ยังอยู่ในราชการ สองกลุ่มนี้อาจขัดแย้งกัน และใช้เวทีการเลือก กกต. เป็นเวทีประลองกำลัง ผลลัพธ์ที่ออกมา แสดงว่ากลุ่มอำนาจใหม่มีอิทธิพลในเวทีสภานิติบัญญัติเหนือกว่ากลุ่มอำนาจเดิมอย่างเด็ดขาดแล้ว เพราะสามารถชี้นำให้ สนช.ส่วนใหญ่ลงมติไม่รับรองผู้สมัคร กกต. ทั้งหมด ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนของกลุ่มอำนาจเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อได้รับชัยชนะในเวทีสภานิติบัญญัติแล้ว กลุ่มอำนาจใหม่อาจรุกคืบขั้นต่อไป อาจเดินหมากรุกฆาต และหากประสบชัยชนะ ก็จะเกิดการเปลี่ยนขั้วอำนาจในฝ่ายบริหารและภายใน คสช. ด้วย บางทีอาจเป็นภายในเดือนมีนาคมนี่แหละ เราอาจจะเห็นรัฐบาลใหม่ก็ได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่การต่อสู้ยังไม่จบ หากฝ่ายอำนาจเดิมชนะ สถานการณ์ระดับรัฐบาลก็ยังคงเป็นไปเหมือนเดิม แต่อาจมีการเปลี่ยนแปลงบางอย่างเกิดขึ้นภายใน สนช. และกองทัพ เพื่อเอาคนที่ไม่ยอมอยู่ในอาณัติออกไป และเอาคนของตนเองมาควบคุมตำแหน่งสำคัญเอาไว้.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/3734</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต., คว่ำ7กกต., พิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต, รัฐบาลใหม่, สนช.ลงมติไม่เห็นชอบ, สัญญาณแปลกๆ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180223/image_big_5a8f81e5e8bae.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>3697</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/02/2018 18:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/02/2018 18:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ล้วงลึกเบื้องหลัง &#039;มติสนช.&#039; โหวตประวัติศาสตร์ถอนยวง 7 กกต.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ก.พ. 61 - &amp;nbsp;แหล่งข่าวจากสมาชิสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) &amp;nbsp;เปิดเผยว่าในการประชุมลับคณะกรรมาธิการสามัญฯพิจารณาตรวจสอบประวัติ ได้มีการรายงานการตรวจสอบประวัติในเชิงลึกของผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ทั้ง 7 คนอย่างละเอียด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประกอบด้วย 1.ตัวแทนจากการสรรหาของคณะกรรมการสรรหา 5 คน ได้แก่ นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ ,นายเรืองวิทย์ เกษสุวรรณ ,นางชมพรรณ์ พงษ์เจริญ ,สุธีรชาติ นายอิสสรีย์ หรรษาจรูญโรจน์, นายประชา เตรัตน์ 2.ตัวแทนจากที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา ได้แก่ นายฉัตรไชย จันทร์พรายศรี, นายปกรณ์ มหรรณพ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;พบว่าทุกคนมีเรื่องถูกร้องเรียนหมด&amp;quot;แหล่งข่าวระบุและว่าโดยนายเรืองวิทย์ ถูกสนช.รุมซักถามประวัติอย่างหนัก &amp;nbsp;และเหตุผลที่ สนช.ลง มติไม่เห็นชอบผู้ได้รับการเสนอชื่อทุกคน แม้ว่าทุกคนจะมีคุณสมบัติครบถ้วนตามรัฐธรรมนูญ เนื่องจากสนช.เห็นว่างานของกกต.ตามรัฐธรรมนูญใหม่มีภารกิจสำคัญเรื่องการเลือกตั้ง จึงอยากได้บุคคลมีความเชี่ยวชาญ ประสบการณ์ในการทำงาน โดยเฉพาะด้านที่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แหล่งข่าวระบุว่า สมาชิกสนช.ส่วนมากยังไม่เชื่อมั่นในฝีมือของผู้ได้รับการเสนอชื่อทั้ง 7 คน ที่ไม่ค่อยเป็นที่รู้จักของสาธารณชน &amp;nbsp;และยังไม่เคยแสดงฝีมือการทำงานให้เป็นที่ประจักษ์ &amp;nbsp;ขณะเดียวกันในส่วนของผู้ได้รับการเสนอชื่อจากที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา 2 คน อาจมีปัญหาเรื่องที่มาการสรรหาได้ดำเนินการอย่างถูกต้องหรือไม่ &amp;nbsp;แม้สนช.จะได้รับหนังสือยืนยันจากศาลฎีกาว่ากระบวนการสรรหาดำเนินการอย่างถูกต้อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;แต่สนช.เกรงว่า จะมีผู้ไปยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยขั้นตอนการสรรหาของที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาว่า ดำเนินการอย่างถูกต้องหรือไม่ในภายหลัง &amp;nbsp;ซึ่งจะเกิดความวุ่นวายตามมามากมาย ดังนั้นสนช.จึงอยากได้คนใหม่ที่ความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์ และความตั้งใจที่ดีที่สุด จึงลงมติไม่เห็นชอบผู้ได้รับการเสนอชื่อทั้ง 7 คน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แหล่งข่าวผู้นี้ &amp;nbsp;เผยด้วยว่า เรื่องนี้เริ่มต้นมาจากประเด็นที่มีผู้ได้รับคัดเลือก 2 คน ซึ่งมีปัญหาเรื่องที่มา ทำให้สนช. เกิดความไม่มั่นในใจการทำงานของคณะกรรมการสรรหา เพราะหากปล่อยผ่านอาจทำให้ผู้สมัครคนอื่นถูกตั้งคำถามเกี่ยวกับคุณสมบัติด้วยเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;การลงคะแนนของสมาชิกสนช. เป็นการตัดสินใจแบบกะทันหัน หลังจากที่มีการถกกันในการประชุมลับ ซึ่งการลงคะแนนแบบนี้ก็แสดงให้เห็นว่าสมาชิกสนช. ไม่มั่นใจในกรรมการสรรหาไม่เชื่อมั่นในกรรมการสรรหา ไม่รู้ไปทำงานกันมาอย่างไร ถึงออกมาเป็นแบบนี้ได้&amp;rdquo; แหล่งข่าวระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวอีกราย ยืนยันมีสัญญาณชัดจากคสช.ให้คว่ำทั้ง 7 คน &amp;nbsp;เนื่องจาก 2 คนแรกมีความเป็นห่วงตากการสรรหาของที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาที่ใช้วิธีการลงคะแนนอย่างเปิดเผยถูกต้องหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ขณะเดียวกันในส่วนการสรรหา 5 คน &amp;nbsp; จากกรรมการสรรหามีอยู่ 2-3 คนที่กังวลว่าจะทำงานไม่ได้ &amp;nbsp; เนื่องจากไม่มีประสบการณ์การทำงานในด้านการเลือกตั้ง แต่สนช.ก็ไม่สามารถเห็นชอบอีก 2 คนที่เหลือ &amp;nbsp;ดังนั้นจึงเห็นว่าต้องคว่ำทั้งหมด 7 คน&amp;quot;แหล่งข่าวระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การลงมติของสนช. ครั้งนี้ถือเป็นประวัติศาสตร์และเป็นครั้งแรกของสนช.ที่ไม่ให้ความเห็นชอบผู้ที่ได้รับการเสนชื่อไปเป็นกรรมการองค์กรอิสระยกชุด โดยผู้ได้รับการเสนอชื่อทั้ง 7 คนดังกล่าวจะไม่สามารถสมัครเพื่อรับการสรรหาได้อีกตามพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) พ.ศ.2560. &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/3697</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต., คว่ำ7กกต., ประวัติเชิงลึก, ลงมติไม่เห็นชอบ, ล้มกระดาน, สนช., เลือกตั้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180222/image_big_5a8ea2e1ad452.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
