<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>4371</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/03/2018 09:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/03/2018 09:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ส่งสัญญาณถึงใคร!&#039;วิษณุ&#039;ย้ำรัฐบาลไม่ประสงค์คว่ำกฎหมายลูก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 มี.ค.61- ที่โรงแรมดุสิตธานี อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เตรียมพิจารณาร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. และร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งส.ว. ฉบับกรรมาธิการร่วม 3 ฝ่ายในวันที่ 8 มี.ค. หากสนช.โหวตผ่านกรรมาธิการฯ ข้างน้อยสามารถยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความได้หรือไม่ว่า ยื่นตีความไม่ได้ แต่ถ้าไม่เห็นด้วยแล้วส่งไปให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาได้ สามารถส่งในนามของสมาชิก สนช. โดยเข้าชื่อเพียง 1 ใน 10 ส่วนจะทำให้กฎหมายล่าช้าออกไปหรือไม่อย่างไรตนไม่ทราบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;อย่าให้ใครนำไปอ้างเรื่องคว่ำร่างกฎหมายดังกล่าว เพราะไม่ใช่ความประสงค์ของรัฐบาล ส่วนมติจะผ่านหรือไม่ผมไม่ทราบ เพราะเป็นเรื่องของ สนช. ที่จะพิจารณาในอีกไม่กี่วันนี้ เชื่อว่าเขาพยายามรอมชอมกันอยู่แล้ว คนนี้ถอยนิด คนนี้ถอยหน่อย ไม่ต้องมีทิฐิมานะต่อกัน จะดื้อรั้นอะไรกันนัก เชื่อว่าจะราบรื่น&amp;rdquo;นายวิษณุ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/4371</URL_LINK>
                <HASHTAG>คว่ำกฎหมายลูก, จังหวัดเพชรบุรี, ชะอำ, รองนายกรัฐมนตรี, รองนายกฯ, วิษณุ, วิษณุ เครืองาม, ไม่ใช่ความประสงค์ของรัฐบาล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180223/image_big_5a8fc3a199ab2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>3363</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/02/2018 16:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/02/2018 16:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กลัวครหาคว่ำ กม.ลูก!  กลับลำห้ามจัดมหรสพ-ส.ว. 20 กลุ่ม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ก.พ.61 - &amp;nbsp;นายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) กล่าวถึงการตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ร่วม 3 ฝ่ายเพื่อพิจารณาทบทวนร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.และร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว.ว่า เชื่อว่าในส่วนร่าง พ.ร.บ.การเลือกตั้ง ส.ส.คงมีปัญหาไม่มาก น่าจะตกลงกันได้ เพราะมีปมถกเถียงแค่เรื่องการจัดมหรสพระหว่างการหาเสียง และช่วงเวลาจัดการเลือกตั้ง เชื่อว่าในส่วนมหรสพนั้น กมธ.ร่วม 3 ฝ่ายคงไม่ให้จัดมหรสพระหว่างหาเสียงได้ เพราะทำให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบระหว่างพรรคการเมือง ส่วนช่วงเวลาเลือกตั้งตั้งแต่ 07.00-17.00 น.นั้น คงต้องไปฟังเหตุผลในชั้น กมธ.ร่วมฯ ว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงช่วงเวลาหรือไม่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ส่วนที่จะมีปัญหามากคือ ร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว. ที่มีการลดจำนวนกลุ่มอาชีพผู้สมัคร ส.ว.จาก 20 กลุ่มเหลือ 10 กลุ่ม และเปลี่ยนระบบการเลือก ส.ว.จากระบบเลือกไขว้เป็นเลือกกันเองในกลุ่มอาชีพ ซึ่ง กรธ.คัดค้านอย่างหนัก อาจมีปัญหาในตอนโหวตชั้น กมธ.ร่วม 3 ฝ่าย ทำให้คะแนนเสียงมี 5-5 เท่ากัน อาจต้องใช้เสียง กกต.ชี้ขาด ดังนั้นต้องทำความเข้าใจกันให้ดีในชั้น กมธ.ร่วมฯ 3 ฝ่าย เพื่อให้มีทางออกที่ดีที่สุดที่ทุกฝ่ายพอรับได้&amp;rdquo;นายวัลลภระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวัลลภกล่าวว่า ส่วนตัวเชื่อว่าทางออกเรื่องการพิจารณาทบทวนร่าง พ.ร.บ.การได้มาซึ่ง ส.ว.น่าจะเป็นไปในทางที่มีการเพิ่มจำนวนกลุ่มอาชีพผู้สมัครกลับไปที่ 20 กลุ่มตามที่ กรธ.เสนอมา ขณะที่วิธีการเลือก ส.ว.อาจเป็นวิธีเลือกไขว้หรือเลือกกันเองในกลุ่มอาชีพก็ได้ตามแต่จะตกลงกัน &amp;nbsp;แต่ให้คงที่มา ส.ว.มาจากการสมัครอิสระ และหน่วยงานเสนอชื่อมาตามที่ สนช.เห็นชอบให้แก้ไขไป &amp;nbsp;ซึ่งเป็นแนวทางที่ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ และ สนช.น่าจะรับได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ไม่ว่า กมธ.ร่วม 3 ฝ่ายจะแก้ไขร่างกฎหมายลูก 2 ฉบับออกมาในรูปแบบใด &amp;nbsp;ที่ประชุม สนช.พร้อมรับฟังข้อเท็จจริงและเหตุผล &amp;nbsp;ไม่ใช่ว่าหาก กมธ.ร่วม 3 ฝ่ายแก้ไขร่างกฎหมายลูกออกในแนวทางที่ไม่ตรงกับที่ สนช.เคยลงมติเห็นชอบไปแล้ว สนช.จะคว่ำกฎหมายลูก ขณะนี้ยังเชื่อมั่นว่า สนช.จะไม่คว่ำกฎหมายลูก &amp;nbsp;สนช.ไม่มีใครตื่นเต้นเรื่องคว่ำกฎหมายตามที่มีการปล่อยข่าว ไม่มีใครกังวล&amp;rdquo;นายวัลลภกล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/3363</URL_LINK>
                <HASHTAG>20กลุ่ม, 40 อดีตส.ส., คว่ำกฎหมายลูก, มหรสพ, วันเวลาเลือกตั้ง, วัลลภ, วัลลภ ตังคณานุรักษ์, ส.ว., สนช., สภานิติบัญญัติแห่งชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180112/5a58440266b54.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>2931</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/02/2018 16:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/02/2018 16:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เอาแล้วซิ!ชิงเก้าอี้หน.เพื่อไทยระอุงัดกม.พรรคการเมืองห้ามคนนอกครอบงำพรรค</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ก.พ.61- น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ อดีตรมว.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร และคนใกล้ชิดคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ แกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกระแสข่าวการเปลี่ยนตัวผู้นำพรรคเพื่อไทยว่า ตอนนี้ผู้นำพรรคเพื่อไทย คือรักษาการหัวหน้าพรรค และรักษาการเลขาธิการพรรค กฎหมายยังไม่เปิดโอกาสให้เลือกหัวหน้าพรรคคนใหม่ ข่าวที่ออกมาจึงไม่สมเหตุผล&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตเป็นการปล่อยข่าวเพื่อเลื่อยขาคุณหญิงสุดารัตน์นั้น ตอนนี้พรรคการเมืองยังทำอะไรไม่ได้ต้องรอการดำเนินการตามกฎหมาย หากใครจะคิดเช่นนี้คงเป็นเรื่องส่วนตัว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เมื่อถามถึงกระแสข่าว อดีตส.ส.อีสานและเหนือ ไม่สนับสนุน คุณหญิงสุดารัตน์ น.อ.อนุดิษฐ์ ตอบว่า ข่าวดังกล่าวเป็นข่าวที่ไม่มีผู้พูดจึงเป็นเรื่องลอยๆ จับต้นชนปลายไม่ได้ คุณหญิงสุดารัตน์ เป็นผู้ใหญ่ของพรรค ที่ได้รับการยอมรับจากส.ส.ในทุกภาค วันนี้พรรคเพื่อไทยมีผู้ใหญ่หลายท่าน ที่มีความรู้ความสามารถ มีความเหมาะสมเป็นที่ยอมรับของคนส่วนใหญ่ แต่คงไม่มีใครได้รับการยอมรับจากสมาชิกพรรค100% เมื่อถึงเวลาที่กฎหมายเปิดให้มีการเลือกตัวหัวหน้าพรรค เสียงส่วนใหญ่ไว้ใจให้ใครทำหน้าที่ก็ต้องเป็นตามนั้น และไม่ว่าผู้ใหญ่คนไหนได้รับเลือกให้ทำหน้าที่คิดว่าคนในพรรคพร้อมให้การสนับสนุน ซึ่งคุณหญิงสุดารัตน์ ก็เป็นหนึ่งในนั้น มองว่าข่าวที่ออกมาเมื่อไม่มีที่มาที่ไป คงไม่กระทบอะไรกับคุณหญิงสุดารัตน์แต่อย่างใด
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; รายงานข่าวจากพรรคเพื่อไทยเปิดเผยถึงกระแสข่าวแกนนำพรรคและอดีตฯส.ส.เดินไปหารือเพื่อกดดัน ไม่เอาคุณหญิงสุดารัตน์ เป็นหัวหน้าพรรคคนต่อไป ว่า คนที่ปล่อยข่าวนี้ ถือว่าเป็นการทำลายพรรค ไม่เข้าใจข้อกฎหมาย ในพ.ร.ป.พรรคการเมือง มาตรา 15 วรรคสาม ระบุเรื่องนี้เอาไว้ชัดว่า ให้พรรคออกข้อกำหนดต่างๆ และต้องเขียนห้าม ไว้ด้วยว่า ไม่ให้บุคคลที่ไม่ใช่สมาชิกพรรคควบคุม ครอบงำ หรือชี้นำกิจกรรมของพรรคการเมือง ที่ทำให้พรรคหรือสมาชิกขาดความเป็นอิสระ มาตรา 28 ที่เขียนไว้ชัดเจน ว่า ห้ามให้พรรค ยินยอมหรือกระทำให้บุคคลที่ไม่ใช่สมาชิกพรรค เข้าควบคุม ครอบงำ ชี้นำ กิจกรรมของพรรคการเมืองลักษณะที่ทำให้พรรคการเมืองหรือสมาชิกพรรคขาดความเป็นอิสระ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม มาตรา 29 ก็เป็นมาตรการที่ห้าม สมาชิกพรรค เข้าควบคุม ครอบงำ หรือชี้นำ กิจกรรมของพรรค ซึ่งได้มีบทกำหนดโทษ ไว้ด้วยว่า หากใครที่ไม่เป็นสมาชิกพรรคแล้วมาจุ้นจ้านกิจกรรมของพรรคการเมือง ต้องโทษคุก 5-10 ปี ปรับ 1แสน หรือทั้งจำและปรับ รวมถึงต้องถูกตัดสิทธิเลือกตั้ง 5 ปีและพรรคใดที่ทำผิด มีโทษถึงยุบพรรคการเมือง แล้วแกนนำพรรคหรืออดีต.ส.ส.จะไม่รู้กฎหมาย เดินทางไปหารือได้อย่างไร &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/2931</URL_LINK>
                <HASHTAG>คว่ำกฎหมายลูก, คุณหญิงสุดารัตน์, ตำแหน่งหัวหน้าพรรค, น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ, พรรคเพื่อไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180212/image_big_5a815a189a646.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>2923</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/02/2018 14:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/02/2018 14:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;มีชัย&#039;ปัดใบสั่งคสช.คว่ำกม.ลูกลั่นขอใบสั่งบ้างจะว่าไง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ก.พ.61- &amp;nbsp; นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวถึงกระแสข่าวการคว่ำร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.และร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งส.ว. ที่ กรธ. ได้ทำความเห็นโต้แย้งและขอให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ตั้งกรรมาธิการร่วมเพื่อทบทวนบทบัญญัติ ว่า ขณะนี้ยังไม่มีประเด็นใดที่ต้องกังวลต่อกรณีการลงมติไม่เห็นชอบ หรือ คว่ำร่าง พ.ร.ป.ทั้ง 2 ฉบับ &amp;nbsp;เพราะเชื่อว่า สนช. จะรับฟังเหตุและผลที่กรธ.เสนอ อีกทั้งกรธ. ยังมีสิทธิเข้าชี้แจงต่อที่ประชุมสนช. เพราะถือว่าเป็นกรรมาธิการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;อย่าคาดเดาหรือกังวลว่าจะเกิดเหตุการณ์ใดทั้งที่เหตุนั้นยังมาไม่ถึง &amp;nbsp;ผมเชื่อว่าในชั้นกรรมาธิการจะใช้วิธีพูดคุยกันตามเหตุและผล ไม่ใช่การโต้แย้งเพื่อเอาชนะคะคานกัน ส่วนกรธ.เองต้องรับฟังเขาเช่นกัน หากเห็นว่าสิ่งที่เขายืนยันเป็นประโยชน์อาจจะเห็นด้วยก็ได้&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายมีชัย กล่าวถึงข้อกังวลต่อกระบวนการทำร่าง พ.ร.ป. หลังที่สนช. ลงมติไม่เห็นชอบว่า ตามรัฐธรรมนูญระบุว่าการทำร่าง พ.ร.ป.เป็นหน้าที่ของกรธ. ดังนั้นเมื่อกรธ.ยังอยู่ และต้องอยู่ไปจนกว่าที่ ร่าง พ.ร.ป. ทั้ง 10 ฉบับจะลงประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษา ต้องนำกลับมาพิจารณาและยกร่างใหม่ ยืนยันว่า กรธ. ไม่มีเจตนายื้อ เพื่อให้กระทบต่อกระบวการทางการเมือ คาดว่าหากเหตุการณ์ สนช.ลงมติคว่ำเนื้อหา กรธ.จะใช้เวลา 1-2 วันพิจารณาให้แล้วเสร็จ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า จะมีปัจจัยภายนอกที่ คสช. ให้ใบสั่ง สนช. เพื่อลงมติอย่างใดอย่างหนึ่งหรือไม่ เพราะกระแสภายนอกระบุเช่นนั้น นายมีชัย กล่าวว่า &amp;ldquo;จะมีหรือ หากมีผมจะขอใบสั่งบ้าง แต่ผมไม่บอกคุณว่าจะขอใบสั่งให้ไปทางไหน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/2923</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรธ., คว่ำกฎหมายลูก, มีชัย ฤชุพันธุ์, สนช., ใบสั่งคสช.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180123/image_big_5a66f72780837.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>2844</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/02/2018 11:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/02/2018 11:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปชป.จี้จับตากฎหมายลูก2ฉบับ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ก.พ.2561 - นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ &amp;nbsp;(ปชป.) กล่าวถึงความไม่ชัดเจนในการกำหนดเวลาการเลือกตั้งว่า ขึ้นอยู่กับการทำงานของคณะกรรมาธิการ (กมธ.) 3 ฝ่ายคือ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) &amp;nbsp;เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ว.และ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว. จากนั้นขั้นตอนสุดท้ายก็ขึ้นอยู่กับ สนช.ว่าจะพิจารณาเห็นชอบ หรือไม่เห็นชอบกับร่างกฎหมายทั้งสองฉบับ ถ้า เห็นชอบก็เข้าสู่ขั้นตอนของการประกาศใช้กฎหมาย ซึ่งจะทำให้เห็นความชัดเจนขึ้น แต่ถ้าไม่เห็นชอบกฎหมายก็ตกไปอันส่งผลให้เกิดความไม่ชัดเจนอย่างมากตามมา เพราะต้องเริ่มกระบวนการร่างกฎหมายกันใหม่ ซึ่งยังไม่รู้ว่าจะใช้วิธีไหน อย่างไร ไม่มีใครบอกได้ว่าการเลือกตั้งจะอยู่ในช่วงระยะเวลาใด อันจะก่อให้เกิดความสับสน ความไม่แน่นอน ทางการเมืองตามมาอย่างแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การทำงานของ กมธ.ร่วม 3 ฝ่าย และการพิจารณาว่าเห็นชอบ หรือ ไม่เห็นชอบกฎหมายทั้งสองฉบับของ สนช.จึงเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องติดตามดูว่าจะทำงานอย่างตรงไปตรงมาหรือไม่ ถ้าทำงานตรงไปตรงมามีเหตุผลอธิบายได้ชัดเจน เชื่อว่าผู้คนส่วนมากในสังคมก็พร้อมยอมรับได้ แต่ถ้าการทำงานมีลับลมคมใน ไม่ตรงไปตรงมา มีเจตนาเพื่อเอื้อประโยชน์ทางการเมืองให้กลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง เชื่อว่าผู้คนส่วนมากในสังคมคงไม่สามารถยอมรับได้ อาจเป็นชนวนก่อให้เกิดความขัดแย้งขึ้นในสังคมกลายเป็นปัญหาบานปลายออกไปได้&amp;rdquo;นายองอาจกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นายองอาจกล่าวอีกว่า ขอฝากให้ สนช. กกต. และ กรธ.ใช้วิจารณญาณพิจารณากฎหมายเลือกตั้ง ส.ส. และกฎหมายการได้มาซึ่ง ส.ว. ทั้งสองฉบับโดยคำนึงถึงประโยชน์ของส่วนรวมมากกว่าประโยชน์ส่วนตน บนหนทางของการเห็นพ้องต้องกันของประชาชนส่วนใหญ่ ที่อยากเห็นประเทศไทยเดินหน้าต่อไปได้ตามครรลองประชาธิปไตยในที่สุด.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/2844</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต., กรธ., คว่ำกฎหมายลูก, ประชาธิปัตย์, สนช., องอาจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180204/image_big_5a76905edce78.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>2662</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/02/2018 11:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/02/2018 11:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พรเพชร&#039;ยันคว่ำ&#039;กม.ลูก&#039;ลำบากไม่เห็นด้วยใช้เป็นแทคติกเลื่อนเลือกตั้ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;8 ก.พ.61- นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) กล่าวถึงข้อโต้แย้งของคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ(กรธ.) และคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ต่อร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร(ส.ส.) และร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา(ส.ว.) ว่า ทราบจากข่าวว่ากรธ.และกกต.มีมติจะส่งข้อโต้แย้งทั้ง 2 ร่างกฎหมายลูก โดยในเรื่องส.ส.มีประเด็นการจัดมหรสพ การจำกัดสิทธิ์สำหรับผู้ที่ไม่ไปเลือกตั้ง และการขยายระยะเวลาบังคับใช้ 90 วันนับแต่ประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ยังมีเรื่องความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ กรณีให้มีคนช่วยคนพิการกากบาทในคูหาเลือกตั้ง ซึ่งกรธ.เห็นว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญ เพราะการลงคะแนนต้องเป็นความลับ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยส.ว.นั้น &amp;nbsp;กรธ.อ้างว่ามีการเปลี่ยนแปลงกลุ่มส.ว. องค์ประกอบกลุ่ม และวิธีการโหวตจากการเลือกไขว้กลุ่มเป็นเลือกภายในกลุ่มกันเอง ทั้งนี้ ตนจะตั้งคณะกรรมาธิการ(กมธ.)ร่วม 3 ฝ่ายภายในสัปดาห์หน้า พร้อมนำทุกประเด็นไปหารือว่าสามารถปรับแก้อะไร อย่างไรได้บ้าง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าตามสัดส่วนการตั้งกมธ.ร่วม 3 ฝ่าย แบ่งออกเป็นสนช. 5 คน, กรธ. 5 คน และกกต. 1 คน เท่ากับขณะนี้มีเสียงเป็น 6 ต่อ 5 เสียง หรือสนช.เป็นเสียงข้างน้อย จากเหตุดังกล่าวจะเป็นการเปลี่ยนแปลงจนทำให้ร่างกฎหมายลูกตกไปหรือไม่ นายพรเพชร ชี้แจงว่า จะต้องเจรจาพูดคุยกันในประเด็นต่างๆว่าผ่อนผันหรือกำหนดกฎเกณฑ์ใดได้บ้าง หรือถ้าจะไม่บัญญัติเลยก็ย่อมได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การคว่ำหรือไม่คว่ำร่างกฎหมายเป็นการตัดสินใจส่วนบุคคลและเป็นอิสระของสมาชิก แต่ผมคิดว่าคว่ำลำบาก &amp;nbsp;เพราะต้องใช้เสียง 2&amp;nbsp;ใน 3&amp;nbsp;ของสมาชิกสนช. อีกทั้งไม่เห็นด้วยที่จะใช้การคว่ำร่างกฎหมายลูกเป็นแทคติกในการขยายเวลาการเลือกตั้ง&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานสนช.บอกว่า เบื้องต้นสนช.เห็นว่าร่างกฎหมายลูกทั้ง 2 ฉบับไม่ต้องยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อตีความว่าขัดหรือแย้งรัฐธรรมนูญหรือไม่.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/2662</URL_LINK>
                <HASHTAG>คว่ำกฎหมายลูก, ตั้งกมธ.ร่วม3ฝ่าย, ประธานสนช., พรเพชร, เลื่อนเลือกตั้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180109/5a54a604d9aa1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
