<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>96906</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/03/2021 22:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/03/2021 18:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เมียนมาปล่อยนักข่าวบีบีซีแล้ว อียูประกาศคว่ำบาตร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;นักข่าวชาวเมียนมาของบีบีซีที่โดนเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบควบคุมตัวที่กรุงเนปยีดอเมื่อวันศุกร์ ได้รับการปล่อยตัวแล้ว ขณะอียูประกาศชื่อ 11 บุคคลที่เกี่ยวข้องกับรัฐประหารและการปราบปรามผู้ประท้วงที่จะโดนอายัดทรัพย์สินและห้ามเดินทางเข้าอียู&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ผู้ประท้วงเดินขบวนในย่างกุ้งเมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2564 พร้อมกับป้ายขนาดใหญ่เรียกร้องประชาคมระหว่างประเทศปฏิบัติตามหลักการความรับผิดชอบในการคุ้มครอง (อาร์ทูพี) เข้ามาแทรกแซงวิกฤติในเมียนมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อ่อง ตูรา ผู้สื่อข่าวชาวเมียนมาของบีบีซีภาคภาษาเมียนมา โดนชายในชุดพลเรือนพาตัวไปขณะทำงานด้านนอกศาลในกรุงเนปยีดอเมื่อวันศุกร์ที่ 19 มีนาคม รายงานบีบีซีกล่าวว่า กลุ่มชายที่มากันในรถตู้ที่ไม่ติดเครื่องหมายใดๆ มาขอพบเมื่อเวลาประมาณเที่ยงวัน แล้วพาตัวเขาไป บีบีซีไม่สามารถติดต่อกับนักข่าวรายนี้ได้นับแต่นั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เว็บไซต์ของบีบีซีเมื่อวันจันทร์ที่ 22 มีนาคม 2564 รายงานว่า อ่อง ตูรา ได้รับการปล่อยตัวแล้ว แต่รายงานไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติม รายงานไม่ได้กล่าวถึงตาน ไท อ่อง นักข่าวชาวเมียนมาอีกคนที่ทำงานให้สำนักข่าวมิซซิมา ซึ่งโดนจับตัวไปพร้อมกัน สำนักข่าวอิสระแห่งนี้โดนรัฐบาลทหารเพิกถอนใบอนุญาตเมื่อต้นเดือนนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีกล่าวว่า ข้อมูลจากสมาคมช่วยเหลือนักโทษการเมือง (เอเอพีพี) กลุ่มจับตาสถานการณ์ในเมียนมา เปิดเผยว่า นับแต่ทหารยึดอำนาจจากรัฐบาลพลเรือนของนางอองซาน ซูจี เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ มีคนถูกจับกุมแล้วมากกว่า 2,600 คน และมีคนเสียชีวิตในเหตุการณ์รุนแรงจากการประท้วงและการปราบปรามมากกว่า 250 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชาวเมียนมายังคงออกมาประท้วงต่อต้านการรัฐประหาร แม้ฝ่ายความมั่นคงจะใช้กำลังปราบปรามก็ตาม ที่เมืองมัณฑะเลย์ ผู้ประท้วงจำนวนหนึ่ง รวมถึงครู ออกมาลงถนนตั้งแต่เช้ามืด บางคนถือป้ายข้อความเรียกร้องให้องค์การสหประชาชาติเข้ามาแทรกแซงวิกฤติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมืองใหญ่อันดับสองของเมียนมาที่มีประชากร 1.7 ล้านคนแห่งนี้ เป็นหนึ่งในสถานที่ที่โดนปราบปรามรุนแรงที่สุด แหล่งข่าวที่เป็นหน่วยแพทย์เผยกับเอเอฟพีว่า เมื่อวันอาทิตย์มีคนตายอีก 8 ราย บาดเจ็บราว 50 คน เสียงปืนกลดังจนถึงดึกดื่นค่อนคืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เสียงแห่งเมียนมารายงานว่า กลุ่มแพทย์ในเมืองนี้ประท้วงการปราบปรามอย่างโหดร้ายด้วยการใช้ป้ายกระดาษมาจัดวางบนถนนแทน กลุ่มพระภิกษุก็ใช้วิธีการประท้วงแบบ &amp;quot;ไม่มีพระ&amp;quot; ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่นครย่างกุ้ง มีการประท้วงตั้งแต่รุ่งเช้าเช่นกัน คนขับรถพากันบีบแตรรถเพื่อสนับสนุนการต่อต้านรัฐประหาร ในตำบลไลง์ของย่างกุ้ง ชาวบ้านปล่อยลูกโป่งสีแดงหลายร้อยลูกพร้อมโปสเตอร์เรียกร้องให้ยูเอ็นเข้ามายุติการเข่นฆ่านี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; วันจันทร์ สหภาพยุโรป (อียู) ประกาศรายชื่อบุคคล 11 คนที่เกี่ยวข้องกับการรัฐประหารและการปราบปรามผู้ชุมนุม ซึ่งจะถูกคว่ำบาตรห้ามการเดินทางเข้าอียูและอายัดทรัพย์สิน นำขบวนโดยพลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย ผู้บัญชาการทหารสูงสุดและผู้นำรัฐบาลทหารชุดนี้ วารสารทางการของอียูระบุว่า มิน อ่อง หล่าย รับผิดชอบต่อการบ่อนทำลายประชาธิปไตยและหลักนิติธรรมในเมียนมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ยังมีนายทหารระดับสูงอีก 9 คน และผู้อำนวยการคณะกรรมการการเลือกตั้งเมียนมาที่โดนอียูขึ้นบัญชีดำห้ามเดินทางและอายัดทรัพย์สิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไฮโก มาส รัฐมนตรีต่างประเทศของเยอรมนี กล่าวว่า การใช้ความรุนแรงเกินกว่าเหตุที่ได้เห็นในเมียนมานั้นเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้อย่างสิ้นเชิง นั่นคือเหตุผลที่อียูไม่สามารถหลีกเลี่ยงการคว่ำบาตรได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มาตรการลงโทษของอียูนี้มาทีหลังมาตรการของสหรัฐและอังกฤษที่คว่ำบาตรเจ้าหน้าที่ระดับสูงของเมียนมาแล้วก่อนหน้านี้ อย่างไรก็ดี อียูได้ปิดล้อมการค้าอาวุธแก่เมียนมาและคว่ำบาตรนายทหารระดับสูงของเมียนมาหลายนายมาตั้งแต่ปี 2562 การคว่ำบาตรเพิ่มเติมนี้จะเป็นการตอบโต้ที่มีนัยสำคัญที่สุดนับแต่เกิดการรัฐประหาร โดยนักการทูตหลายคนกล่าวด้วยว่า ธุรกิจที่เกี่ยวโยงกับกองทัพเมียนมาจะถูกคว่ำบาตรเพิ่มในไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน ผู้นำประเทศเพื่อนบ้านอาเซียนวิจารณ์การใช้ความรุนแรงที่เพิ่มมากขึ้นในเมียนมา โดยอินโดนีเซียและมาเลเซียเรียกร้องให้อาเซียนประชุมฉุกเฉินผู้นำชาติสมาชิกเพื่อหารือวิกฤติ โดยวิเวียน บาลากริชนัน รัฐมนตรีต่างประเทศของสิงคโปร์ ตอบรับข้อเรียกร้องนี้ ในวันจันทร์เขาได้เดินทางไปบรูไน ชาติประธานอาเซียนวาระปัจจุบัน แล้วจะต่อด้วยการเยือนมาเลเซียในวันอังคาร และอินโดนีเซียหลังจากนั้น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96906</URL_LINK>
                <HASHTAG>คว่ำบาตร, นักข่าวบีบีซี, พม่า, รัฐประหารเมียนมา, อียู, อ่อง ตูรา, เมียนมา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210322/image_big_60587dab6da78.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>93221</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/02/2021 16:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/02/2021 16:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สิงคโปร์ชัดเจน ไม่สนับสนุนแซงก์ชันเมียนมา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;วิเวียน บาลากริชนัน รัฐมนตรีต่างประเทศของสิงคโปร์ ยอมรับสถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นในเมียนมาน่าตกใจ แต่เขาไม่สนับสนุนการแซงก์ชันอย่างกว้างขวางโดยไม่เลือกปฏิบัติในเมียนมาเพราะอาจกระทบประชาชนทั่วไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข่าวรอยเตอร์รายงานว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ วิเวียน บาลากริชนัน กล่าวต่อสภาผู้แทนราษฎรของสิงคโปร์เมื่อวันอังคารที่ 16 กุมภาพันธ์ ว่าสิงคโปร์มีความกังวลเกี่ยวกับการปะทะรุนแรงในการประท้วง, การจับกุมข้าราชการ, การปิดอินเทอร์เน็ต และการวางกำลังทหารและยานหุ้มเกราะตามท้องถนน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สิ่งเหล่านี้เป็นพัฒนาการที่น่าตกใจ เราขอเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ทางการใช้ความอดกลั้นถึงที่สุด&amp;quot; เขากล่าว &amp;quot;เราหวังว่าพวกเขาจะดำเนินการอย่างเร่งด่วนเพื่อลดความรุนแรงของสถานการณ์ ไม่ควรมีการใช้ความรุนแรงกับพลเรือนที่ไม่มีอาวุธ และเราหวังว่าจะมีการแก้ไขปัญหาอย่างสันติ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บาลากริชนันกล่าวด้วยว่า นางอองซาน ซูจี ชนะการเลือกตั้งอย่างขาดลอยและการรัฐประหารเป็นการถอยหลังครั้งใหญ่สำหรับเศรษฐกิจเมียนมา ธุรกิจของสิงคโปร์อาจต้องประเมินความเสี่ยงกันใหม่ เขาหวังด้วยว่าผู้ที่ถูกควบคุมตัวไว้ ซึ่งรวมถึงซูจี และประธานาธิบดีวิน มยิน จะได้รับการปล่อยตัว เพื่อที่พวกเขาจะได้เจรจากับสภาทหารที่ยึดอำนาจเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ดี รัฐมนตรีสิงคโปร์กล่าวว่า การใช้มาตรการคว่ำบาตรอย่างกว้างขวางจะทำร้ายประชากรในเมียนมา และเขาได้หารือกับรัฐบาลตะวันตกหลายชาติ รวมถึงเยอรมนี เรื่องนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราไม่ควรเริ่มดำเนินมาตรการคว่ำบาตรอย่างกว้างขว้างโดยทั่วไปแบบไม่เลือกปฏิบัติ เพราะคนที่จะได้รับความเดือดร้อนส่วนใหญ่จะเป็นคนธรรมดาในเมียนมา&amp;rdquo; เขากล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลสหรัฐและอังกฤษอยู่ในกลุ่มประเทศที่ประกาศหรือขู่ว่าจะคว่ำบาตรเมียนมาเพื่อตอบโต้การรัฐประหาร แต่จีนใช้แนวทางที่นุ่มนวลกว่า โดยอ้างว่าควรให้ความสำคัญกับเรื่องเสถียรภาพเป็นอันดับแรก แม้ว่าจีนจะเห็นด้วยกับแถลงการณ์เรียกร้องให้ปล่อยตัวนางซูจีและคนอื่นๆ ก็ตาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สิงคโปร์ ซึ่งเป็นผู้ลงทุนรายใหญ่ในเมียนมา เป็นสมาชิกกลุ่มอาเซียนที่มีนโยบายไม่ก้าวก่ายกิจการภายในของชาติสมาชิก แต่อินโดนีเซียและมาเลเซียเรียกร้องให้อาเซียนประชุมวาระพิเศษเพื่อหารือสถานการณ์ในเมียนมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เร็ตโน มาร์ซูดี รัฐมนตรีต่างประเทศของอินโดนีเซีย กล่าวที่กรุงจาการ์ตาว่า เมียนมาควรยึดมั่นในเส้นทางสู่ประชาธิปไตย ความปลอดภัยและความมั่นคงของประชาชนชาวเมียนมาคือประเด็นหลัก แล้วการเปลี่ยนผ่านสู่ประชาธิปไตยก็จะก้าวหน้า.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/93221</URL_LINK>
                <HASHTAG>คว่ำบาตร, พม่า, วิเวียน บาลากริชนัน, สิงคโปร์, เมียนมา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210207/image_big_601f7350a28b5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>70618</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/07/2020 08:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/07/2020 08:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ไพศาล&#039;ฉุนฝรั่งโชว์อำนาจบาตรใหญ่แบนกะทิไทย ปลุกคนไทยบอยคอตกลับ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ก.ค. 63 - นายไพศาล พืชมงคล อดีตกรรมการผู้ช่วยรองนายกรัฐมนตรี (พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ถึงกรณีห้างสรรพสินค้าในหลายประเทศ อาทิ สหราชอาณาจักร สหรัฐอเมริกา แบนกะทิกล่องและผลิตภัณฑ์ต่างๆ จากมะพร้าวที่นำเข้าจากประเทศไทย หลังจากองค์กรประชาชนเพื่อการปฏิบัติต่อสัตว์อย่างมีจริยธรรม (พีตา) นำผลการวิจัยและออกมาเรียกร้องต่อต้านผลิตภัณฑ์กะทิสำเร็จรูปและมะพร้าวจากประเทศไทย เนื่องจากนำลิงมาเก็บมะพร้าวและทารุณกรรมสัตว์ ว่า &amp;quot;ขนาดเอาอกเอาใจกันถึงไหนต่อไหน จนแทบจะกราบตีนกันอยู่แล้ว!!&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเทศไทยก็ยังถูกตัด gsp ยังถูกคว่ำบาตรการนำเข้ากะทิ โดยอ้างเหตุว่า เพราะคนไทยใช้ลิงเก็บมะพร้าว! และยังไม่ให้คนไทยเข้าประเทศทั้งๆ ที่ประเทศไทยมีความปลอดภัยและการป้องกันรักษาไวรัสดีที่สุดในโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นั่นเพราะเขาต้องการแสดงอำนาจบาตรใหญ่เพื่อจะ &amp;quot;บังคับขับไส เคี่ยวเข็ญเย็นค่ำกรำไป&amp;nbsp; ตามวิสัยเชิงเช่นผู้เป็นนาย&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พี่น้องประชาชนชาวไทยจงสามัคคีกันปรองดองสมานฉันท์กัน ช่วยกันคว่ำบาตรตอบโต้ ประเทศใดก็ตามที่เบียดเบียนคว่ำบาตรประเทศไทย!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ลุกขึ้นเถิดพี่น้องไทย อย่าให้ชีวิตสูญเปล่า!!!&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/70618</URL_LINK>
                <HASHTAG>คว่ำบาตร, พีตา, ลิงเก็บมะพร้าว, อดีตกุนซือป้อม, ไพศาล พืชมงคล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190423/image_big_5cbe57d634fc4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>54178</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/01/2020 14:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/01/2020 14:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ทรัมป์&#039; ยังไม่เปิดสงครามอิหร่าน ดันแซงก์ชันเศรษฐกิจเพิ่ม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ลดสถานการณ์ร้อนแรง ระบุอิหร่าน &amp;quot;ผ่อนคลายลงแล้ว&amp;quot; หลังจากได้ยิงมิสไซล์โจมตีฐานทัพในอิรัก ซึ่งไม่มีทหารอเมริกันบาดเจ็บล้มตาย ยืนยันสหรัฐไม่จำเป็นต้องตอบโต้ทางทหาร แต่จะลงโทษด้วยการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แถลงที่ทำเนียบขาว พร้อมกับรองประธานาธิบดี, รัฐมนตรีกลาโหม, รัฐมนตรีต่างประเทศ และบรรดาผู้บัญชาการทหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้นำสหรัฐแถลงที่ทำเนียบขาวเมื่อวันพุธที่ 8 มกราคม ตามเวลากรุงวอชิงตัน ยืนยันว่าไม่มีทหารอเมริกันได้รับบาดเจ็บจากการโจมตีของอิหร่านเมื่อเช้ามืดวันพุธของอิรัก ซึ่งกระทรวงกลาโหมระบุว่าเป็นการยิงขีปนาวุธพิสัยใกล้ 16 ลูกโจมตีฐานทัพ 2 แห่งในอิรักที่ทหารอเมริกันและทหารกองกำลังผสมนานาชาติประจำการอยู่ โดยอย่างน้อย 11 ลูกโจมตีฐานทัพอากาศไอน์อัลอาซัด และ 1 ลูกโดนฐานทัพที่เมืองเออร์บิล แต่ไม่มีความเสียหายร้ายแรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ข้อเท็จจริงมีว่า เรามีกองทัพและยุทโธปกรณ์ที่ดีเยี่ยม แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเราต้องใช้มัน เราไม่อยากใช้มัน ความแข็งแกร่งของอเมริกาทั้งทางทหารและเศรษฐกิจ คือการป้องกันที่ดีที่สุด&amp;quot; ทรัมป์กล่าวในการแถลงถ่ายทอดสด และว่า กองทัพสหรัฐเตรียมพร้อมรับมือทุกสิ่ง แต่ดูเหมือนว่าอิหร่านผ่อนคลายลงแล้ว ซึ่งเป็นเรื่องดีต่อทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องและเป็นเรื่องที่ดีมากต่อโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรัมป์ไม่ได้ขู่จะใช้ปฏิบัติการทางทหารตอบโต้โดยตรง แต่บอกว่าสหรัฐจะใช้มาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจลงโทษอิหร่านเพิ่มเติม เพื่อตอบโต้ &amp;quot;การรุกรานของอิหร่าน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำแถลงของทรัมป์ลดทอนความตึงเครียดของสถานการณ์ที่ก่อความวิตกไปทั่วโลกว่าจะบานปลายเป็นสงคราม ดัชนีแนสแด็กของนิวยอร์กพุ่งขึ้นทันทีเป็นสถิติที่ 9,129.24 จุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การโจมตีของอิหร่านเป็นการตอบโต้ที่ทรัมป์สั่งการให้ส่งโดรนยิงมิสไซล์สังหารนายพลกาเซม สุไลมานี ผู้บัญชาการกองกำลังกุดส์ ซึ่งเป็นหน่วยปฏิบัติการนอกประเทศของอิหร่านที่สร้างอิทธิพลชักใยหลายประเทศในตะวันออกกลาง ทรัมป์กล่าวว่า สุไลมานีคือผู้ก่อการร้ายชั้นนำของโลกที่ควรถูกกำจัดมานานแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตอนท้ายของคำแถลง แม้ทรัมป์จะเรียกร้องสันติภาพ แต่เขายืนกรานว่าจะไม่ยอมให้อิหร่านได้มีอาวุธนิวเคลียร์ ทั้งยังกระตุ้นชาติมหาอำนาจที่ยังรักษาข้อตกลงนิวเคลียร์ปี 2558 กับอิหร่าน เพิกถอนข้อตกลงนี้ตามแบบสหรัฐ เพื่อมาเจรจาทำข้อตกลงฉบับใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ การตัดสินใจนำสหรัฐถอนตัวจากข้อตกลงนิวเคลียร์เมื่อปี 2561 แล้วรื้อฟื้นการคว่ำบาตรอิหร่านอย่างเต็มรูปแบบ คือชนวนเหตุสำคัญที่เพิ่มความตึงเครียดระหว่างสหรัฐกับอิหร่านจนบานปลายถึงปัจจุบัน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54178</URL_LINK>
                <HASHTAG>กาเซม สุไลมานี, คว่ำบาตร, ทรัมป์, สงคราม, อิรัก, อิหร่าน, แซงก์ชัน, โจมตีฐานทัพ, โดนัลด์ ทรัมป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200109/image_big_5e16db4a71bde.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44507</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/08/2019 20:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/08/2019 20:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พม่าร่วมฝึกทหารสหรัฐ-อาเซียน ไม่เกี่ยวแซงก์ชันนายพล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;กองทัพเรือเมียนมาจะเข้าร่วมในการฝึกทางทะเลสหรัฐ-อาเซียนในอ่าวไทยต้นเดือน ก.ย.ด้วย โดยเป็นส่วนหนึ่งของความร่วมมือทางทหารระหว่างสหรัฐกับภูมิภาคนี้ ถึงแม้สหรัฐเพิ่งคว่ำบาตรผู้บัญชาการทหารของเมียนมาไม่กี่สัปดาห์ก่อนก็ตาม ขณะนักเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิโรฮีนจาติติง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ พลเอกอาวุโสมิน อ่อง หล่าย ผู้บัญชาการทหารสูงสุดเมียนมา / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีเมื่อวันพุธที่ 28 สิงหาคม 2562 กล่าวว่า การเข้าร่วมการฝึกซ้อมทางทะเลร่วมในครั้งนี้จะไม่เป็นการละเมิดคำสั่งห้ามพลเอกอาวุโสมิน อ่อง หล่าย ผู้บัญชาการทหารสูงสุด และนายทหารระดับผู้บังคับบัญชาอีก 3 นาย เดินทางเข้าสหรัฐ อันสืบเนื่องจากการมีส่วนรับผิดชอบต่อการปราบปรามอย่างนองเลือดในรัฐยะไข่เมื่อ 2 ปีที่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การฝึกทางทะเลร่วมกันครั้งนี้เกิดในช่วงยามที่สหรัฐเข้ามาเกี่ยวพันกับภูมิภาคอาเซียนมากขึ้น ท่ามกลางความตึงเครียดระหว่างจีนและหลายชาติอาเซียน เกี่ยวกับการอ้างสิทธิ์เหนือดินแดนทับซ้อนกันในทะเลจีนใต้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำแถลงของซอ มิน ทุต โฆษกสำนักงานผู้บัญชาการทหารสูงสุดของเมียนมา กล่าวว่า กองทัพเมียนมาได้รับเชิญเข้าร่วมการฝึกด้วยในฐานะสมาชิกของอาเซียน การฝึกซึ่งจะเริ่มในวันที่ 2 กันยายนที่อ่าวไทย จะเน้นด้านอาชญากรรม, โจรสลัด และความมั่นคง ส่วนคำสั่งห้ามเดินทางเข้าสหรัฐนั้นเป็นประเด็นที่ไม่เกี่ยวข้องกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การแซงก์ชันเป็นเรื่องของบุคคล การฝึกครั้งนี้เป็นการประสานกันระหว่างอาเซียนกับสหรัฐ&amp;quot; เขากล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐเปิดเผยในหมายข่าวว่า การฝึกร่วมกับ 10 ชาติอาเซียนเปิดโอกาสให้สหรัฐได้ทำงานร่วมกับสมาชิกของอาเซียนทุกประเทศด้านการรักษาความมั่นคงทางทะเลที่มีความสำคัญร่วมกันในภูมิภาคนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คณะทำงานค้นหาข้อเท็จจริงขององค์การสหประชาชาติต้องการให้ตั้งข้อหาพลเอกอาวุโสมิน อ่อง หล่าย คดีฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ หลังจากมีเอกสารบันทึกยืนยันการวางเพลิง, ฆ่านอกกระบวนการยุติธรรม และข่มขืนที่กระทำต่อชาวโรฮีนจา ระหว่างการปรามปรามของกองทัพเมื่อเดือนสิงหาคม 2560 เมียนมาปฏิเสธคำกล่าวหาเหล่านี้ โดยอ้างว่าเป็นการป้องกันตนเองจากการโจมตีของผู้ก่อความไม่สงบชาวโรฮีนจา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านจอห์น ควินลีย์ จากองค์กรเอกชน ฟอร์ทิฟายไรต์ส กล่าวว่า สหรัฐควรร่วมมือกับประชาคมระหว่างประเทศ เพื่อผลักดันให้เกิดความรับผิดชอบต่อสิ่งที่เกิดขึ้นในเมียนมา ไม่ใช่เข้าร่วมการฝึกทางทหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตุน ขิ่น นักเคลื่อนไหวชาวโรฮีนจาคนดัง กล่าวถึงการฝึกร่วมนี้ว่า &amp;quot;น่าตกใจ&amp;quot; ไม่กี่สัปดาห์ก่อนหน้านี้สหรัฐเพิ่งคว่ำบาตรผู้บัญชาการทหารสูงสุดของเมียนมาฐานละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง แต่ตอนนี้กลับกำลังร่วมมือกับกองทัพเมียนมา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44507</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทัพพม่า, คว่ำบาตร, ฝึกทางทะเล, พลเอกอาวุโสมิน อ่อง หล่าย, สหรัฐ-อาเซียน, เมียนมา, แซงก์ชัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190828/image_big_5d667ffa99ecf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>43966</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/08/2019 18:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/08/2019 18:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สหรัฐไฟเขียวขาย F-16 ไต้หวัน 66 ลำ จีนขู่คว่ำบาตร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;จีนไม่พอใจสหรัฐอนุมัติขายเครื่องบินขับไล่เอฟ-16 รุ่นล่าสุดของล็อกฮีดมาร์ติน แก่ไต้หวันอีก 66 ลำ ขู่จะคว่ำบาตรบริษัทที่เกี่ยวข้องกับดีลอาวุธมูลค่า 8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐครั้งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ เครื่องบินเอฟ-16 (ขวา) ปล่อยแฟลร์ระหว่างการฝึกฮั่นกวงครั้งที่ 35 ที่เมืองผิงตง ทางใต้ของไต้หวัน เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2562 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานว่า คำแถลงของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐเมื่อวันอังคารที่ 20 สิงหาคม 2562 กล่าวว่า กระทรวงอนุมัติแผนการขายเครื่องบินขับไล่เอฟ-16 ที่ผลิตโดยบริษัท ล็อกฮีดมาร์ติน แก่ไต้หวัน จำนวน 66 ลำ มูลค่ารวม 8,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 246,250 ล้านบาท) โดยไมค์ ปอมเปโอ รัฐมนตรีต่างประเทศ เผยในแถลงการณ์ว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ไฟเขียวข้อตกลงนี้ภายหลังได้แจ้งให้สภาคองเกรสรับทราบเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เครื่องบินรบรุ่นนี้เป็นเอฟ-16 เวอร์ชันใหม่ล่าสุดของล็อกฮีดมาร์ติน มีชื่อเรียกว่า เอฟ-16 ซี/ดี บล็อก70/72 โดยเป็นสัญญาซื้อขายที่เกิดให้หลังการตกลงขายอาวุธยุทโธปกรณ์ล็อตใหญ่แก่ไต้หวันเมื่อเดือนที่แล้ว และเกิดในช่วงยามที่ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐกับจีนตึงเครียดสูงอยู่แล้วจากการทำสงครามการค้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เกิ้ง ซวง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีน แถลงที่กรุงปักกิ่งเมื่อวันพุธว่า รัฐบาลจีนจะใช้มาตรการที่จำเป็นทุกอย่างเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของจีน ซึ่งรวมถึงการคว่ำบาตรบริษัทของสหรัฐที่เกี่ยวข้องกับการขายอาวุธแก่ไต้หวันครั้งนี้ การขายอาวุธของสหรัฐเป็นการแทรกแซงกิจการภายในของจีนอย่างร้ายแรง และบั่นทอนผลประโยชน์ด้านความมั่นคงและอำนาจอธิปไตยของจีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปอมเปโออ้างว่า การขายเอฟ-16 ให้ไต้หวันนั้นสอดคล้องความสัมพันธ์ที่มีมายาวนานในประวัติศาสตร์ระหว่างสหรัฐกับจีน และสอดคล้องกับนโยบายของสหรัฐในอดีต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลจีนกล่าวเมื่อวันพุธว่า จีนได้ประท้วงทางการทูตแล้ว และต้องการให้สหรัฐ &amp;quot;ยกเลิกแผนการขายอาวุธครั้งนี้ทันที, เลิกขายอาวุธให้ไต้หวันและตัดการติดต่อทางทหารกับไต้หวัน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แผนการอัพเกรดการป้องกันภัยทางอากาศของไต้หวันเกิดในช่วงยามที่เครื่องบินของจีนรุกล้ำน่านฟ้าของไต้หวันบ่อยครั้งขึ้น โฆษกของประธานาธิบดีไช่ อิงเหวิน ของไต้หวัน กล่าวไว้ว่า เอฟ-16 เหล่านี้จะเสริมขีดความสามารถในการป้องกันภัยทางอากาศของไต้หวันอย่างมีนัยสำคัญ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43966</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขายเอฟ-16, คว่ำบาตร, จีน, ดีลอาวุธ, สหรัฐ, ไต้หวัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190821/image_big_5d5d2fdc2ffb1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>35357</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/05/2019 21:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/05/2019 21:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อิหร่านทิ้งดีลนิวเคลียร์บางส่วน ขีดเส้นตายป้องกันแซงก์ชัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;อิหร่านประกาศจะไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงบางอย่างของความตกลงนิวเคลียร์ที่ทำไว้กับกลุ่มชาติมหาอำนาจเมื่อปี 2558 พร้อมขีดเส้นตาย 60 วันให้ชาติเหล่านี้มีมาตรการปกป้องอิหร่านจากการคว่ำบาตรของสหรัฐ มิเช่นนั้นอิหร่านอาจหวนเดินหน้าโครงการนิวเคลียร์ ซึ่งรวมถึงการเสริมสมรรถนะยูเรเนียม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ประธานาธิบดีฮัสซัน โรฮานี (ขวาสุด) ฟังอาลี อักบาร์ ซาเลฮี ผู้อำนวยการองค์การเทคโนโลยีนิวเคลียร์อิหร่าน ในวันเทคโนโลยีนิวเคลียร์ / Iranian Presidency / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานาธิบดีฮัสซัน โรฮานี ของอิหร่าน ประกาศกลางที่ประชุมคณะรัฐมนตรีที่ถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์ของทางการอิหร่านเมื่อวันพุธที่ 8 พฤษภาคม 2562 ว่าอิหร่านจะไม่ขายยูเรเนียมเสริมสมรรถนะส่วนเกินและน้ำมวลหนักให้แก่ประเทศอื่นอีกต่อไป การดำเนินการนี้ของอิหร่านยังไม่ใช่การทำผิดข้อตกลงปี 2558 แต่โรฮานีกล่าวว่า ในอนาคตยังไม่แน่ว่าอิหร่านจะยังปฏิบัติตามข้อตกลงนี้ต่อไปหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การขายยูเรเนียมเสริมสมรรถนะและน้ำมวลหนักนี้เป็นมาตรการควบคุมไม่ให้มีปริมาณเกินกว่าที่จำกัดไว้ในความตกลงฉบับนี้ แต่มาตรการคว่ำบาตรที่สหรัฐประกาศเมื่อสัปดาห์ที่แล้วส่งผลกระทบต่อการส่งออกยูเรเนียมเสริมสมรรถนะและน้ำมวลหนักในสต็อกของอิหร่าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โรฮานียังขีดเส้นตาย 60 วันว่า อิหร่านจะรื้อฟื้นการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมให้สูงกว่าขีดจำกัดตามความตกลง เว้นแต่ว่าชาติมหาอำนาจ 5 ชาติที่ลงนามในความตกลงนี้จะหามาตรการปกป้องอุตสาหกรรมน้ำมันและภาคธนาคารของอิหร่านจากการคว่ำบาตรของสหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความตกลงปี 2558 นั้นเป็นการตกลงระหว่างอิหร่าน กับสหรัฐ, รัสเซีย, จีน, อังกฤษ, ฝรั่งเศส และเยอรมนี โดยอิหร่านยินยอมจำกัดโครงการนิวเคลียร์ของตนเพื่อแลกกับการยกเลิกคว่ำบาตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้นำอิหร่านย้ำว่า การยื่นคำขาดของเขานั้นเพื่อต้องการกอบกู้ความตกลงนิวเคลียร์ฉบับนี้ หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ นำสหรัฐถอนตัวเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2561&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เรารู้สึกว่าความตกลงฉบับนี้จำเป็นต้องได้รับการผ่าตัด การวางยาสลบมานาน 1 ปีไม่ได้ก่อเกิดผลลัพธ์อันใดเลย การผ่าตัดที่ว่านี้ก็เพื่อรักษาความตกลง ไม่ใช่ทำลายมัน&amp;quot; โรฮานีกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บรรดาชาติมหาอำนาจที่ร่วมทำความตกลงนี้ต่างคัดค้านการตัดสินใจของทรัมป์ และพยายามหาหนทางหลบหลีกผลกระทบจากการคว่ำบาตรครั้งใหม่ของสหรัฐ โดยหวังว่าจะเกลี้ยกล่อมให้อิหร่านปฏิบัติตามข้อตกลงนี้ต่อไป อย่างไรก็ดี ความพยายามของชาติเหล่านี้ล้มเหลวเป็นส่วนใหญ่ บริษัทขนาดใหญ่หลายแห่งของยุโรปเลิกล้มแผนทำธุรกิจกับอิหร่านด้วยความหวั่นเกรงการลงโทษของสหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฟลอรองซ์ ปาร์ลี รัฐมนตรีกลาโหมของฝรั่งเศส กล่าวกับ BFM TV ว่าฝรั่งเศสต้องการรักษาความตกลงฉบับนี้ไว้ต่อไป และอิหร่านอาจโดนคว่ำบาตรเพิ่มอีก หากไม่ทำตามความตกลงนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านทำเนียบเครมลินของรัสเซีย กล่าวโทษ &amp;quot;การกดดันอย่างไร้เหตุผล&amp;quot; ของสหรัฐ ว่ายั่วยุให้อิหร่านดำเนินการเช่นนี้ ดมิตรี เปสคอฟ โฆษกทำเนียบเครมลินกล่าวว่า ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน เคยทำนายผลลัพธ์จากการถอนตัวของสหรัฐไว้ก่อนหน้านี้ และตอนนี้สิ่งที่ทำนายไว้ก็เกิดขึ้นแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลจีนกล่าวว่า จีนคัดค้านมาตรการคว่ำบาตรโดยฝ่ายเดียวของสหรัฐ จีนเรียกร้องให้ทุกฝ่ายใช้ความอดกลั้น, เจรจาอย่างแข็งขันมากขึ้น และหลีกเลี่ยงการขยายความตึงเครียด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำประกาศของอิหร่านมีออกมาหลังจากสหรัฐส่งกองเรือบรรทุกเครื่องบินและเครื่องบินทิ้งระเบิด บี-52 มาวางกำลังที่ภูมิภาคอ่าว โดยอ้างว่าเพื่อป้องปรามภัยคุกคามจากแผนการโจมตีของอิหร่าน แต่อิหร่านชี้่ว่าการกระทำของสหรัฐเป็นสงครามจิตวิทยา และเรือยูเอสเอสอับราฮัมลินคอล์นแค่มาสับเปลี่ยนกำลังแทนเรือบรรทุกเครื่องบินอีกลำ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/35357</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข้อตกลงนิวเคลียร์, คว่ำบาตร, สหรัฐ, อิหร่าน, เสริมสมรรถนะยูเรเนียม, โครงการนิวเคลียร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190508/image_big_5cd2e537b7c19.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
