<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>35231</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/05/2019 18:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/05/2019 18:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;หมอธี&quot; เผย&quot;บิ๊กตู่&quot;ชวนเอง ไปเป็น &quot;สว.&quot;พรุ่งนี้ทำงานวันสุดท้าย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7พ.ค.62- นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวถึงกรณีที่ลาออกเพื่อไปดำรงตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ว่า การลาออกของตนและรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.) อีก 2 ท่าน คือ พล.อ.สุรเชษฐ์ ชัยวงษ์ และ นพ.อุดม คชินทร จะมีผลตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;9 พฤษภาคมนี้ ซึ่งทราบว่า ครม.ได้เตรียมที่จะตั้งผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งรักษาการแล้ว ทราบว่าน่าจะเป็นรองนายกรัฐมนตรีท่านใดท่านหนึ่ง&amp;nbsp; ส่วนการไปเป็น สว.ของตนนั้น ได้รับคำชักชวนจากนายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ซึ่ง สว.ชุดนี้จะเข้ามาทำหน้าที่ดูแลเรื่องการปฏิรูปตามแผนยุทธศาสตรชาติ โดยตนจะเข้ามาทำงานพรุ่งนี้ (8 พ.ค.) เป็นวันสุดท้าย ส่วนงานการสรรหาเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) เลขาธิการคุรุสภา และผู้อำนวยการองค์การค้าของ สกสค.ที่หลายคนเป็นห่วงนั้น เรื่องนี้หน้าที่ของ รมว.ศธ. คือ กำหนดกฏเกณฑ์ซึ่งตนได้ดำเนินการแล้ว การสรรหาเป็นหน้าที่ของกรรมการที่ต้องเดินหน้าต่อไป ส่วนการเสนอคณะกรรมการ สกสค.และคุรุสภา เพื่อคัดเลือก แม้ตนไม่อยู่แล้วหากกรรมการครบองค์ประชุมก็สามารถที่จะประชุมได้ โดยเลือกประธานซึ่งอาจจะเป็นปลัด ศธ. หรือจะเป็นรักษาการรัฐมนตรีก็ได้ ซึ่งตามกฎหมายสามารถทำได้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/35231</URL_LINK>
                <HASHTAG>#สว., คสช. นายกรัฐมนตรี, นพ.ธีระเกียรติ จริญเศรษฐศิลป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180726/image_big_5b599e8bea4a0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7120</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/04/2018 09:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/04/2018 09:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ลั่น’หอยม่วง’ต้องมีโฆษณา เพื่อเร่งพีอาร์ผลงาน!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 เม.ย.2561 - พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะรักษาราชการอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์กล่าวถึงกรณีที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) จะใช้มาตรา 44 ให้ผู้ผลิตรายการโทรทัศน์ของกรมประชาสัมพันธ์ (เอ็นบีที) สามารถหาโฆษณาได้ว่า ยังไม่ทราบว่าเนื้อหาในคำสั่งมาตรา 44 จะเป็นอย่างไร เพราะอยู่ที่ คสช.จะพิจารณาในรายละเอียด เพราะมีหน้าที่สะท้อนปัญหาของกรมประชาสัมพันธ์ ให้นายกรัฐมนตรีและ คสช.ฟังเท่านั้น จึงเป็นหน้าที่ของรัฐบาลและ คสช.ที่จะพิจาณาช่วยเหลือหรือแก้ไขปัญหา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า เรื่องนี้มีความเร่งด่วนอย่างไรถึงต้องใช้มาตรา 44 พล.ท.สรรเสริญกล่าวว่า สื่อของรัฐ มีหน้าที่สร้างความรับรู้ เข้าใจแก่ประชาชน ซึ่งถือเป็นเรื่องสำคัญ เราไม่ได้บอกว่าจะเปิดให้มีโฆษณาเพื่อสร้างหนัง สร้างละคร แต่ต้องการผลิตรายการข่าวเพื่อรณรงค์ประชาสัมพันธ์ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น จึงต้องการให้ผู้ผลิตที่มีทักษะและความสามารถมาทำรายการให้ช่องเอ็นบีทีเพื่อสร้างการรับรู้ที่ดีต่อประชาชน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;rdquo;ยืนยันว่าเราไม่ได้ต้องการทำกำไร และการหาโฆษณาที่นี้ ก็จะน้อยกว่าช่องอื่นๆด้วย ทั้งนี้ เมื่อมาตรา 44 ประกาศใช้แล้ว ผู้ผลิตรายการโทรทัศน์สามารถติดต่อมาขอผลิตรายการได้ที่กรมประชาสัมพันธ์&amp;rdquo;พล.ท.สรรเสริญกล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7120</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมประชาสัมพันธ์, คสช. นายกรัฐมนตรี, พล.ท.สรรเสริญ, พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด, มาตรา 44, หอยม่วง, เสธ.ไก่อู, เอ็นบีที</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180411/image_big_5acd5ae1522e1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
