<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>16605</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/09/2018 19:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/09/2018 19:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;โบว์อยากเลือกตั้ง&#039;ชูข้อมูล&#039;ไอลอว์&#039;คสช.ปิดกั้นกิจกรรมสาธารณะกว่า200ครั้ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
1 ก.ย.61- โบว์ ณัฏฐา มหัทธนา แกนนำกลุ่มอยากเลือกตั้ง โพสต์ข้อความลงเฟซบุ๊ก... Bow Nuttaa Mahattana ระบุการปิดกั้นและแทรกแซงกิจกรรมสาธารณะยุคคสช.ว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แชร์ให้ถึงคุณวิษณุค่ะ ...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การปิดกั้นและแทรกแซงการจัดกิจกรรมสาธารณะเป็นสิ่งที่ คสช. ได้ทำตลอดกว่าสี่ปีที่ผ่านมา โดยจากข้อมูลที่ไอลอว์รวบรวมไว้จนถึงปัจจุบัน ( 1 กันยายน 2561) พบว่า มีไม่น้อยกว่า 200 ครั้งที่เจ้าหน้าที่เข้ามาปิดกั้นหรือแทรกแซงกิจกรรมต่างๆ แบ่งเป็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๐ ปี 2561 มีการปิดกั้นแทรกแซงไม่น้อยกว่า 29 งาน&amp;nbsp;
๐ ปี 2560 มีการปิดกั้นแทรกแซงไม่น้อยกว่า 28งาน&amp;nbsp;
๐ ปี 2559 มีการปิดกั้นแทรกแซงไม่น้อยกว่า 36งาน&amp;nbsp;
๐ ปี 2558 มีการปิดกั้นแทรกแซงไม่น้อยกว่า 67 งาน&amp;nbsp;
๐ ปี 2557 มีการปิดกั้นแทรกแซงไม่น้อยกว่า 40 งาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยแต่ละครั้งเจ้าหน้าที่จะใช้มาตรการในระดับต่างๆ กันไป ตั้งแต่การสั่งไม่อนุญาตให้จัดกิจกรรมด้วยช่องทางโทรศัพท์ การเข้ามาที่สถานที่จัดงานเพื่อกดดันให้เจ้าของสถานที่งดจัดกิจกรรม หรืออนุญาตให้จัด แต่ตั้งเงื่อนไขต่างๆ เช่น ขอให้เปลี่ยนวิทยากรที่เข้ามาพูดในงาน, กำหนดไม่ให้ใช้คำที่อ่อนไหวในบริบทของสังคม เช่น &amp;quot;เผด็จการ&amp;quot; และ &amp;quot;กบฏ&amp;quot; เป็นต้น และการสร้างความไม่สะดวกทางอ้อม เช่น การไม่อนุญาตให้ใช้เครื่องเสียง การตัดไฟฟ้า เป็นต้น
.
กิจกรรมสาธารณะที่ถูกจับตามองจากภาครัฐมักจะเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการเมือง หรือ ประเด็นที่เปราะบางในเวลานั้น กรณีที่เห็นเด่นชัดที่สุดคือ กิจกรรมสาธารณะที่เกี่ยวข้องกับ การลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ในปี 2559 โดยกิจกรรมเกือบทั้งหมดมีเป้าหมายเพื่อพูดคุยถึงเนื้อหารายละเอียดร่างรัฐธรรมนูญ 2559 และสร้างความตระหนักรู้และองค์ความรู้เรื่องรัฐธรรมนูญ ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นสิทธิและเสรีภาพของประชาชนในการแสดงออกและให้ความเห็นต่อร่างรัฐธรรมนูญฯ แต่อย่างไรก็ดีกิจกรรมสาธารณะเหล่านั้นถูกปิดกั้นและแทรกแซงจากรัฐไม่น้อยกว่า 20 กิจกรรม
.
มากไปกว่านั้นบรรดานักกิจกรรมหรือผู้จัดงานกิจกรรมเหล่านี้ยังถูกดำเนินคดีอีกด้วยดังนี้ เช่น กรณีกลุ่มนปช.ที่ถูกดำเนินคดีฐานขัดคำสั่งที่ 3/2558 จากการแถลงข่าวเปิดศูนย์ปราบโกง, สมาชิกขบวนการประชาธิปไตยใหม่ถูกดำเนินคดีตามมาตรา 61 วรรคสอง ของพ.ร.บ.ประชามติฯ จากการแจกใบปลิวโหวตโน ที่ชุมชนเคหะบางพลี และกลุ่มพลเมืองคนรุ่นใหม่ที่ถูกกล่าวหาว่า ขัดคำสั่งคสช.ที่ 3/2558 จากการจัดกิจกรรม &amp;quot;พูดเพื่อเสรีภาพ ร่างรัฐธรรมนูญกับคนอีสาน &amp;quot; เป็นต้น
.
เมื่อทบทวนดูการปิดกั้นและแทรกแซงกิจกรรมสาธารณะต่างๆ จะเห็นได้ว่า ฐานอำนาจที่เจ้าหน้าที่นำมาใช้หลักๆ คือ คำสั่งหัวหน้าคสช.ที่ 3/2558 และ พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ พ.ศ.2558 โดยตามหลักกฎหมายแล้วหากมีกฎหมายใหม่คือ พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะฯ ออกมาบังคับใช้กฎหมายเดิมคือ คำสั่งหัวหน้าคสช.ที่ 3/2558 จะต้องยกเลิกไป แต่สิ่งที่ปรากฏ คือ อำนาจทั้งสองยังคงถูกใช้ควบคู่กันเรื่อยมา โดยมีเป้าหมายเดียวกัน คือ ข่มขู่เพื่อให้การชุมนุมหรือการจัดกิจกรรมถูกยกเลิกให้ได้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16605</URL_LINK>
                <HASHTAG>กิจกรรมสาธารณะ, คสช.แทรกแซง, โบว์ ณัฏฐา, โบว์ อยากเลือกตั้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180901/image_big_5b8a85c40c41e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
