<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>80217</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/10/2020 10:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/10/2020 10:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทำไมน้ำท่วมกรุง! &#039;ดร.สามารถ&#039;ไขวิธีแก้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ต.ค. 63 - ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ในหัวข้อ &amp;quot;น้ำท่วม! ถ้าไม่แก้ &amp;ldquo;คอขวด&amp;rdquo; อุโมงค์ยักษ์ก็ช่วยไม่ได้&amp;quot; โดยระบุว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แม้ว่าผู้บริหารของ กทม.ออกมาชี้แจงว่า กทม.ได้ทุ่มเทสรรพกำลังอย่างเต็มที่ในการต่อสู้กับพายุที่ถาโถมเข้าสู่ไทยเป็นระลอกๆ แต่ก็ไม่อาจยับยั้งไม่ให้น้ำท่วมในหลายพื้นที่ได้ เป็นเพราะอะไร? และจะต้องแก้อย่างไร? ติดตามได้จากบทความนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หาก กทม.ได้เตรียมการที่จะป้องกันไม่ให้เกิดน้ำท่วมในกรุงเทพฯ ที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ไว้เป็นอย่างดีแล้วตามที่ได้ชี้แจง โดยได้ดำเนินการหลายอย่าง อาทิ พร่องน้ำหรือลดระดับน้ำในคูคลอง ลอกท่อ เก็บขยะและวัชพืชในคูคลอง เตรียมความพร้อมที่สถานีสูบน้ำและประตูระบายน้ำทั้งด้านบุคลากร อุปกรณ์ เครื่องไม้เครื่องมือ และเร่งระบายน้ำทันทีที่ฝนเริ่มตก ไม่ปล่อยให้มีปริมาณน้ำสะสมจนเกินขีดความสามารถของท่อระบายน้ำและคูคลอง เป็นต้น แต่ก็ยังมีน้ำท่วมขังในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่จุดอ่อนน้ำท่วมที่มีสภาพเหมือน &amp;ldquo;แอ่งกระทะ&amp;rdquo; ซึ่งระบายน้ำได้ยาก ผมประเมินว่าเป็นเพราะมี &amp;ldquo;คอขวด&amp;rdquo; ที่เป็นอุปสรรคในการระบายน้ำ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;คอขวด&amp;rdquo; คือท่อระบายน้ำที่มีขนาดเล็กและคูคลองที่มีสิ่งก่อสร้างรุกล้ำ ทำให้ไม่สามารถลำเลียงน้ำไปสู่แม่น้ำเจ้าพระยา หรืออุโมงค์ยักษ์ได้อย่างรวดเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถึงเวลานี้ เรามีอุโมงค์ยักษ์หรือ &amp;ldquo;ทางด่วนน้ำ&amp;rdquo; ใช้งานแล้ว 4 อุโมงค์ และอยู่ในระหว่างการก่อสร้างรวมทั้งกำลังจะก่อสร้างอีก 5 อุโมงค์ อุโมงค์ยักษ์เหล่านี้มีหน้าที่ลำเลียงน้ำซึ่งรับมาจากท่อระบายน้ำ และคูคลองลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา อุโมงค์ยักษ์ทั้ง 4 อุโมงค์ ที่ใช้งานอยู่ในปัจจุบันนี้ทำหน้าที่อย่างเต็มที่ ทันทีที่น้ำไหลมาถึงปากอุโมงค์ก็จะขนน้ำไปสู่ท้ายอุโมงค์แล้วสูบลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาอย่างรวดเร็ว &amp;ldquo;ขาออก&amp;rdquo; จากอุโมงค์ไม่มีปัญหา น้ำสามารถออกจากอุโมงค์ได้อย่างรวดเร็ว แต่ &amp;ldquo;ขาเข้า&amp;rdquo; ที่ปากอุโมงค์มีปัญหา เนื่องจากท่อระบายน้ำ และคูคลองไม่สามารถลำเลียงน้ำมาสู่ปากอุโมงค์ได้อย่างรวดเร็ว เพราะท่อระบายน้ำมีขนาดเล็ก และคูคลองมีสิ่งก่อสร้างรุกล้ำ ทำให้มีสภาพเป็น &amp;ldquo;คอขวด&amp;rdquo;&amp;nbsp; ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่แอ่งกระทะ สร้างความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชนจำนวนมาก น่าเห็นใจยิ่งนัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยเหตุนี้ กทม.จะต้องเร่งแก้ปัญหา &amp;ldquo;คอขวด&amp;rdquo; โดยด่วนโดยเฉพาะในพื้นที่แอ่งกระทะ เพื่อไม่ให้เกิดน้ำท่วมขังอีกต่อไป การแก้ปัญหา &amp;ldquo;คอขวด&amp;rdquo; สามารถทำได้โดยการวางท่อระบายน้ำเพิ่มเติมจากท่อเดิมที่เป็นท่อขนาดเล็กมีเส้นผ่าศูนย์กลางเพียง 60 ซม.เท่านั้น ท่อระบายน้ำใหม่จะต้องมีขนาดใหญ่กว่าเดิม และในการวางท่อใหม่นั้นจะต้องใช้เทคนิคดันท่อใต้ดิน (Pipe Jacking) เพื่อลดผลกระทบต่อการจราจร ซึ่งผมทราบว่า กทม.ได้ทำอยู่บ้างแล้ว แต่ยังไม่ครอบคลุมทุกพื้นที่&amp;nbsp;
ท่อใหม่ที่มีขนาดใหญ่กว่าเดิมจะขจัด &amp;ldquo;คอขวด&amp;rdquo; ได้ ทำให้การลำเลียงน้ำไปสู่คูคลอง และอุโมงค์ยักษ์เพื่อระบายน้ำสู่แม่น้ำเจ้าพระยาต่อไป หรือลำเลียงน้ำไปสู่แม่น้ำเจ้าพระยาโดยตรงเป็นไปอย่างรวดเร็ว ไม่มีอุปสรรค แม้ว่าการวางท่อใหม่จะใช้งบประมาณมาก แต่ก็ถือว่าคุ้มค่ากับการลงทุน เพราะจะช่วยแก้ปัญหาน้ำท่วมขังได้ ซึ่งจะส่งผลต่อการบรรเทาปัญหารถติด ลดมลพิษ และลดความสูญเสียทางด้านเศรษฐกิจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ผมอยากให้ กทม.ศึกษาความเป็นได้ในการก่อสร้าง &amp;ldquo;แก้มลิงใต้ดินขนาดใหญ่&amp;rdquo; อย่างจริงจัง ซึ่งจะทำหน้าที่ในการเก็บกักน้ำในขณะฝนตกก่อนปล่อยออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยาเมื่อฝนหยุดตก ทำให้สามารถป้องกันน้ำท่วมขังได้เป็นอย่างดี แต่อย่างไรก็ตาม ผมทราบว่าเวลานี้ กทม.ได้สร้าง &amp;ldquo;แก้มลิงใต้ดินขนาดเล็ก&amp;rdquo; หรือที่ กทม.เรียกว่า &amp;ldquo;บ่อหน่วงน้ำ&amp;rdquo; เสร็จสมบูรณ์แล้ว 2 บ่อ ซึ่งยังไม่เพียงพอ ดังนั้น กทม.ควรศึกษาเปรียบเทียบระหว่างการก่อสร้าง &amp;ldquo;แก้มลิงใต้ดินขนาดใหญ่&amp;rdquo; กับ &amp;ldquo;บ่อหน่วงน้ำ&amp;rdquo; ว่าการลงทุนใดได้ผลคุ้มค่ากว่ากัน
การแก้ปัญหาน้ำท่วมในกรุงเทพฯ ยังมีหนทางถ้าทุกคนร่วมมือกันอย่างจริงจัง ไม่ทิ้งขยะลงในที่สาธารณะ เช่นถนน และคูคลอง เป็นต้น เป็นการไม่สร้างภาระหนักให้ กทม. ในขณะที่ กทม.จะต้องทำหน้าที่แก้ปัญหาน้ำท่วมไม่ให้บกพร่อง หากทำได้อย่างนี้ผมมั่นใจว่าเราจะสามารถแก้วิกฤตน้ำท่วมได้อย่างแน่นอน ไม่จำเป็นจะต้องย้ายเมืองหลวงเพียงเพื่อหนีน้ำท่วม แล้วไปสร้าง &amp;ldquo;เมืองหลวงใหม่&amp;rdquo; ซึ่งต้องใช้งบประมาณมากมายมหาศาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอเป็นกำลังใจให้ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ของ กทม.ที่เกี่ยวข้องทุกท่านให้สามารถฝ่าฟันงานหินชิ้นนี้ไปได้ด้วยดี&amp;quot;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/80217</URL_LINK>
                <HASHTAG>กทม., คอขวด, ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์, น้ำท่วม, อุโมงค์ยักษ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201012/image_big_5f83c81e768fd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
