<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>83033</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/11/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/11/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กำชับผู้ว่าฯปกป้องสถาบัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;quot;บิ๊กป้อม&amp;quot; นั่งหัวโต๊ะคอนเฟอเรนซ์ผู้ว่าฯ ทั่วประเทศ ย้ำให้ความสำคัญปกป้อง-เทิดทูนสถาบันหลักของชาติ ตร.ตรึงกำลัง 2 กองร้อยดูแล &amp;quot;ทำเนียบฯ&amp;quot; วันม็อบชุมนุมใหญ่ 8 พ.ย. &amp;quot;3นิ้ว&amp;quot; คึกปลุกเขียนราษฎรสาส์น 1 คน 1 ฉบับสร้างประวัติศาสตร์ &amp;quot;อานนท์&amp;quot; ฟุ้งพวกเราชนะแล้ว &amp;quot;กลุ่มนักเรียนเลวฯ&amp;quot; ยกระดับไล่ &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; 21 พ.ย. &amp;quot;กลุ่มไทยภักดี&amp;quot; แจ้งจับ &amp;quot;ปวิน&amp;quot; ผิด พ.ร.บ.คอมพ์&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;โคราช-นครศรีฯ&amp;quot; รวมพลังป้องสถาบัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กระทรวงมหาดไทย วันที่ 6 พ.ย. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมมอบนโยบายและภารกิจสำคัญของรัฐบาลและกระทรวงมหาดไทย ประจำปีงบประมาณ 2564 มี พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย, นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงมหาดไทย หัวหน้าหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ร่วมด้วย โดยเป็นการประชุมผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ไปยังทุกจังหวัด โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัด รองผู้ว่าราชการจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการระดับจังหวัด นายอำเภอ หัวหน้าหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ในสังกัดกระทรวงมหาดไทย และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมรับฟังนโยบายทั่วประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประวิตรกล่าวมอบนโยบายการดำเนินงานใน 10 ด้าน โดย 1 ใน 10 ด้านนั้น ข้อแรกให้ความสำคัญกับการปกป้องและเทิดทูนสถาบันหลักของชาติอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน โดยสร้างการรับรู้ให้ประชาชนในพื้นที่ ส่งเสริมการดำเนินชีวิตตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และสร้างสังคมแห่งการรู้รักสามัคคี รวมทั้งขับเคลื่อนและขยายผลการดำเนินโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในพื้นที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่ทำเนียบรัฐบาล นายประทีป กีรติเรขา รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี?ฝ่ายการเมือง เชิญหน่วยงานภายในกำกับดูแลทำเนียบรัฐบาล และหน่วยงานความมั่นคง อาทิ สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) สำนักข่าวกรองแห่งชาติ กองบัญชาการตำรวจสันติบาล กองบัญชาการตำรวจนครบาล ตัวแทนจากกรุงเทพมหานคร และการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือหลังกลุ่มคณะราษฎรประกาศชุมนุมใหญ่ในวันที่ 8 พ.ย.นี้ ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.วัชรวีร์ ธรรมเสมา ผู้กำกับการ 4 กองบังคับการตำรวจสันติบาล 3 (ผกก.4 บก.ส.3) รับผิดชอบดูแลพื้นที่ภายทำเนียบรัฐบาล กล่าวว่า การประชุมวันนี้เป็นการเฝ้าติดตามสถานการณ์การเคลื่อนไหวของผู้ชุมนุมว่าจะเคลื่อนขบวนไปในลักษณะใด และใช้เส้นทางไหน โดยภายในทำเนียบรัฐบาลจะมีการติดตามสถานการณ์เป็นระยะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เบื้องต้นได้เตรียมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจสันติบาลและตำรวจนครบาลไว้ประมาณ 2 กองร้อย หรือ 300 นาย โดยให้อยู่ในที่ตั้ง เพื่อรอคำสั่งจากผู้บังคับบัญชา ขณะที่การโดยดูแลรอบนอกจะเป็นตำรวจนครบาล&amp;quot; พ.ต.อ.วัชร์วีร์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ได้กำชับอะไรเป็นพิเศษหรือไม่ ผกก.4 บก.ส.3 กล่าวว่า ไม่ได้กำชับหรือสั่งการอะไรเป็นพิเศษ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพจแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม - United Front of Thammasat and Demonstration โพสต์เฟซบุ๊กหัวข้อ &amp;quot;ราษฎรสาส์น&amp;quot; ระบุว่า 8 พฤศจิกายนนี้ 16.00 น. พร้อมกันที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ก่อนเตรียมเคลื่อนขบวน ร่วมกันเขียนจดหมายในใจความว่า สถาบันกษัตริย์ควรปรับตัวอย่างไรให้สอดคล้องกับครรลองของระบอบประชาธิปไตยที่อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ
ม็อบคึกยกระดับชุมนุม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;1 คน 1 ฉบับนี้ จะเป็นก้าวย่างครั้งสำคัญในประวัติศาสตร์ ที่เราจะสื่อสารข้อเรียกร้องโดยตรง เพื่อทำให้สถาบันกษัตริย์กลับมาอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ ไม่ออกห่างจากระบอบประชาธิปไตย ไม่มีพระราชอำนาจล้นเกิน ไม่เซ็นรับรองการรัฐประหาร ไม่ถูกใช้เป็นเครื่องมือโดยกลุ่มก้อนเผด็จการ และเพื่อให้ดำรงอยู่คู่กับประชาธิปไตยได้อย่างสอดคล้อง นี่ไม่ใช่การล้มล้าง แต่จะเป็นการทำให้สถาบันกษัตริย์ดำรงอยู่ได้อย่างสง่างาม สมพระเกียรติดังนานาอารยประเทศ อาทิตย์ที่ 8 พฤศจิกายนนี้ ราษฎรสาส์นจะเต็มแผ่นดิน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอานนท์ นำภา แกนนำม็อบคณะราษฎร 63 โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า ความเห็นส่วนตัว การต่อสู้ครั้งนี้ประเด็นเรื่องปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ พวกเราชนะแล้ว ถ้าเปรียบเหมือนการขึ้นศาล ตอนนี้ศาลประชาชนพร้อมใจกันพิพากษาแล้วว่าต้องมีการปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ ที่เหลือคือขั้นตอนการบังคับคดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่เครือข่ายคนรุ่นใหม่ จัดกิจกรรมชุมนุมบริเวณหน้าห้างเมเจอร์นนท์ อ.เมืองฯ จ.นนทบุรี เพื่อขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม รวมถึง พ.ต.อ.สีหเดช สระกอบแก้ว ผกก.สภ.เมืองนนทบุรี ที่มีการดำเนินคดีแก่เยาวชนที่ออกมาชุมนุมในมาตรา ม.116 รวมถึงตั้งข้อสังเกตถึงการทำงาน และกรณีถูกย้ายออกไปจากพื้นที่ แต่สามารถกลับมารับตำแหน่งได้อีก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นผู้ชุมนุมได้เคลื่อนขบวนแบกโลงศพ จากหน้าห้างเมเจอร์นนท์ ไปปักหลักยัง สภ.เมืองนนทบุรี จากนั้นจะมีการจุดประทัดไล่จำนวน 5,000 นัด เพื่อขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์และ พ.ต.อ.สีหเดช และสลายการชุมนุมเวลา 20.00 น.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชินวัตร จันทร์กระจ่าง แกนนำเครือข่ายคนรุ่นใหม่ และเป็นหนึ่งในแกนนำกลุ่มราษฎร กล่าวว่า วันที่ 8 พ.ย. ที่จะมีการชุมนุมใหญ่ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย จะเป็นการชุมนุมขั้นต้น หลังจากนั้นจะมีการยกระดับการชุมนุมทั่วประเทศ และขอให้ติดตามการนัดหมายที่เพจเครือข่ายธรรมศาสตร์และการชุมนุม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับกลุ่มราษฎรรำพัน เดิมได้แจ้งว่า ในเวลา 17.00 น. จะมีการชุมนุมที่ MBK แยกปทุมวัน แต่ล่าสุดได้แจ้งว่าไม่มีการชุมนุมที่ MBK ไว้เจอกันวันหลัง หาคนจัดกิจกรรมไม่ได้ เพื่อความปลอดภัยของทุกคน วันนี้จึงขอให้งดไปก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในส่วนของต่างจังหวัด ที่ จ.ชัยนาท คณะราษฎรชัยนาท นัดชุมนุมที่เขื่อนเรียงหิน เวลา 17.00 น. และที่ จ.นครราชสีมา เยาวชนโคราชเพื่อประชาธิปไตย จัดการชุมนุมที่อนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี ในเวลา 17.00 น.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน กลุ่มนักเรียนเลวและองค์กรนักเรียนแนวร่วม จัดแถลงข่าวบริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย นำโดยนายลภนพัฒน์ หวังไพสิฐ ตัวแทนกลุ่มอ่านแถลงการณ์ว่า จากที่ได้จัดชุมนุมและกิจกรรมเรียกร้องให้เกิดการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในโรงเรียน รวมไปถึงในระบบการศึกษาต่อกระทรวงศึกษาธิการมาอย่างต่อเนื่อง แต่กระทรวงศึกษาธิการ นำโดยนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศธ. ไม่ได้สนใจที่จะแก้ไขปัญหาตามข้อเรียกร้องของนักเรียน ขาดวุฒิภาวะและความเป็นผู้นำ อ้างว่าการชุมนุมของนักเรียนมีผู้อยู่เบื้องหลัง อีกทั้งยังเพิกเฉยให้นักเรียนเผชิญปัญหา ไม่สมควรที่จะดำรงตำแหน่ง รมว.ศึกษาธิการอีกต่อไป จึงได้ยื่นหนังสือให้ลาออกจากตำแหน่ง แต่ก็มิได้ดำเนินการใดๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พวกเรานักเรียนจึงจะยกระดับการเรียกร้องไปที่ต้นตอของปัญหา ผู้ที่เลือกนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ เข้ามาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี นั่นคือพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ดังนั้นนักเรียนเลวและองค์กรนักเรียนแนวร่วม จึงประกาศจัดชุมนุมครั้งใหญ่ของนักเรียนขึ้นในวันที่ 21 พ.ย.2563 เพื่อยกระดับการเรียกร้องให้เสียงของนักเรียนไปถึงผู้อยู่เบื้องหลังทุกคน การศึกษาไม่ได้รับการพัฒนา เพราะการเมืองมีปัญหา เราจะเปล่งเสียงแห่งการเปลี่ยนแปลงออกมา ถ้าการเมืองดี เราจะมีการศึกษาที่มีคุณภาพ เท่าเทียม ทั่วถึง และเคารพสิทธิ&amp;quot; แถลงการณ์ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายลภนพัฒน์กล่าวว่า การยกระดับครั้งนี้จะไม่มีการค้างคืนและยังไม่ได้กำหนดสถานที่ แต่เราจะให้นักเรียนมาเป็นประชาชนคนหนึ่งแทน ที่สามารถพูดได้ทุกเรื่องที่เป็นปัญหา ไม่ใช่เพียงเรื่องการศึกษาเพียงอย่างเดียว เพราะการศึกษาที่ไม่ได้รับการพัฒนา เพราะการเมืองมีปัญหา นักเรียนจึงสามารถส่งเสียงในเรื่องการเมืองออกมาได้
โคราช-นครศรีฯ ป้องสถาบัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายธนุ สุขบำเพิง ทนายความ พร้อมตัวแทนกลุ่มไทยภักดี เดินทางมาที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) เข้าพบ ร.ต.อ.หญิงกรฉัตร มาตรศรี รอง สว. (สอบสวน) กก.3 บก.ปอท. ร้องทุกข์กล่าวโทษให้ดำเนินคดีกับนายปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ ความผิด พ.ร.บ.คอมพ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนุกล่าวว่า มาร้องทุกข์กล่าวโทษกับนายปวินที่โพสต์ข้อความบนเพจเฟซบุ๊กส่วนตัว ระหว่างวันที่ 13-28 ต.ค.ที่ผ่านมา จำนวน 3-4 โพสต์ และมีจำนวนผู้แชร์ต่อโพสต์กว่า 1,000 คน โดยข้อความมีลักษณะยุยงให้เกิดความกระด้างกระเดื่อง ยั่วยุไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย และเสียดสี จาบจ้วง ประทุษร้าย ต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งทางกลุ่มไทยภักดีมองว่าการกระทำของนายปวินเข้าข่ายความผิดการนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จสู่ระบบคอมพิวเตอร์ มาตรา 14 (3) และมาตรา 116 มาตรา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;กรณีนายปวินอาจจะได้รับการลี้ภัยในประเทศญี่ปุ่น แต่ในประมวลกฎหมายมาตรา 116 นั้น ครอบคลุมบุคคลผู้กระทำความผิดอยู่ต่างประเทศ สามารถดำเนินการเอาผิดในประเทศไทยได้ ส่วนผู้แชร์ก็ถือว่ามีความผิดทางกฎหมายเช่นกัน&amp;quot; ทนายความกลุ่มไทยภักดีระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.นครราชสีมา บริเวณอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารีและลานอนุสาวรีย์ฯ กลุ่มคนโคราชปกป้องสถาบัน นำโดยนายสุนทร สุวรรณชาติ แกนนำตัวแทนพี่น้องชาวโคราช พร้อมด้วยกลุ่มพลังมวลชนทุกสาขาอาชีพ สวมเสื้อสีเหลืองกว่า 300 คน ชุมนุมรวมตัวกันปกป้องสถาบัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยได้มีการชูป้ายข้อความว่า &amp;quot;ชาวตลาดสุรนครยุคใหม่ และพี่น้องประชาชน รวมพลังปกป้องเทิดทูน สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์&amp;quot; พร้อมทั้งกล่าวคำปฏิญาณพร้อมกัน&amp;nbsp; &amp;quot;เราคนไทยรู้คุณชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เราคนไทยปฏิบัติตนอยู่ภายใต้กรอบของกฎหมาย เราคนไทยรักบ้านเรา รักพี่น้องร่วมชาติ เราคนไทยร่วมสามัคคี ทำความดี เราคนไทยร่วมปกป้องชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ด้วยชีวิต&amp;quot; พร้อมทั้งโบกสะบัดธงชาติ ธงตราสัญลักษณ์ ธงชาติกระดาษ รูปภาพพระบรมฉายาลักษณ์ รัชกาลที่ 9, พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 และสมเด็จพระราชินี, พระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ กลุ่มคนโคราชปกป้องสถาบัน ออกแถลงการณ์ปกป้องสถาบัน พร้อมเชิญชวนให้พี่น้องประชาชนชาวจังหวัดนครราชสีมาออกมาร่วมปกป้องสถาบัน แสดงออกถึงความจงรักภักดี พร้อมใจร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี ก่อนเปล่งเสียงตะโกนคำว่า &amp;quot;ทรงพระเจริญ 3 ครั้ง&amp;quot; ท่ามกลางการดูแลความปลอดภัยของกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ&amp;nbsp; สภ.เมืองนครราชสีมา ก่อนที่กลุ่มมวลชนทั้งหมดจะสลายตัวอย่างสงบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.นครศรีธรรมราช ที่วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร อำเภอเมืองฯ พ.อ.ธวัชชัย ทับทิมสงวน นายทหารนอกราชการกองทัพภาคที่ 4 พร้อมคณะนักวิ่งกว่า 30 คน ได้รวมตัวแสดงพลังความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ด้วยการเดิน-วิ่งเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จากหน้าวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร จังหวัดนครศรีธรรมราช ไปยังพระบรมมหาราชวัง กรุงเทพมหานคร รวมระยะทางกว่า 800 กิโลเมตร โดยจะใช้เวลาประมาณ 20 วัน.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/83033</URL_LINK>
                <HASHTAG>คอนเฟอเรนซ์, ปกป้อง-เทิดทูนสถาบันหลักของชาติ, รวมพลังป้องสถาบัน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201106/image_big_5fa55aab92be7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>80457</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/10/2020 12:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/10/2020 12:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พ่อเมืองโคราชรับ&#039;ลำตะคอง-ลำเชียงไกร-ลำพระเพลิง&#039;อ่อนไหวเรื่องน้ำทะลัก  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ต.ค. 2563- ที่ห้องประชุมศาลากลาง &amp;nbsp;จังหวัดนครราชสีมา นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เรียกประชุมหัวหน้าส่วนราชการ ปภ.จังหวัด , ชลประทานจังหวัด และเกษตรจังหวัด พร้อมทั้งประชุมผ่านวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ไปยังนายอำเภอ 32 อำเภอ ว่าขณะนี้ทุกฟื้นที่สถานการณ์น้ำท่วมเริ่มลดลง ยกเว้นของ อ.ปักธงชัยที่ยังทรงตัวอยู่ เช่น ต.งิ้ว , ต.ตูม สถานการณ์ยังทรงอยู่ &amp;nbsp;ซึ่งเรามีการป้องกันไม่ให้น้ำทะลักไหลบ่าเข้าไปในเขตเทศบาลเมืองปักธงชัย และในลำคลองเขตเทศบาลเมืองปักธงชัยให้มีการกำจัดผักตบชวาพร้อมกับติดตามดูการระบายน้ำในเขตเทศบาล ทั้งลำตะกุดกับลำซอ ขณะนี้การระบายน้ำได้เร็วขึ้น อย่างไรก็ตามในคันคลองส่งน้ำลำพระเพลิงถ้าจำเป็นต้องมีการเสริมกระสอบทรายหรือบิ๊กแบ็กทางจังหวัดก็พร้อมสนับสนุนทางชลประทานจังหวัด เพื่อไม่ให้น้ำไหลบ่าออกทุ่งแล้วไปเข้าลำตะกุดและลำซอ เข้าสู่เขตเศรษฐกิจเทศบาลเมืองปักธงชัย
&amp;nbsp;
นายวิเชียรกล่าวว่า ส่วนพื้นที่อื่นๆ น้ำลดลงตามลำดับ ยกเว้นที่บ้านลำเชิงไกร ต.โคกสูง อ.เมืองยังมีน้ำท่วมขังประมาณ 10 หลังคาเรือนน้ำเอ่อล้นมาจากลำน้ำลำเชียงไกร ท่วมประมาณ 10 ซม. ตอนนี้ในพื้นที่ไม่มีฝนทำให้สถานการณ์ดีขึ้นเป็นลำดับ ส่วนอำเภอท้ายน้ำสามารถลงลำมูลได้ และมวลน้ำไหลไปที่ อ.พิมายมีปัญหาอยู่บ้าง แต่ตอนนี้น้ำลดลงเรียบร้อยแล้ว ส่วนพายุที่จะมาอีก 1 ลูกนั้น วันนี้เรายังคงตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ไว้อยู่และตั้งอยู่ทุกอำเภอให้ติดตามสถานการณ์เฝ้าระวังและคอยแจ้งเตือนพี่น้องประชาชนที่อยู่ริมลำน้ำตลอด ทางจังหวัดเองก็เฝ้าระวังจุดที่เห็นว่าอ่อนไหวคือ จุดลำน้ำลำตะคองที่เคยท่วม ไม่ว่าจะเป็น ต.หมูสี , ต.ขนงพระ , ต.หนองน้ำแดง , จนมาถึงเทศบาลเมืองปากช่อง รวมทั้งในจุดของลุ่มน้ำลำพระเพลิง อ.ปักธงชัย นอกจากนี้ได้สั่งการเพิ่มเติมในส่วนเขื่อนลำตะคอง อ.สีคิ้ว วันนี้ระดับน้ำได้ร้อยละ 83 และจำเป็นต้องมีการร่วมกันวิเคราะห์อีกครั้งว่าจำเป็นจะต้องปล่อยน้ำออกไปไม่ให้ถึงร้อยละ 83 เพราะเมื่อมีพายุเข้าจะได้ไม่ต้องมีแรงกดดันว่า น้ำเต็มเขื่อนเราจะต้องเร่งระบายตอนนั้นซึ่งมันจะกระทบด้านล่าง โดยเราได้ตรวจสอบกับทางชลประทานจังหวัดแล้วว่าสามารถรองรับน้ำได้ขั้นต้นร้อยละ 90 ของเขื่อน ฉะนั้นเราจับตาดูว่าเมื่อน้ำถึงร้อยละ 90 เราจะมาพิจารณาอีกทีในเรื่องการระบายน้ำจากเขื่อนลำตะคอง จนถึงตอนนี้ยังไม่มีการระบายน้ำจากลำตะอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ทั้งนี้อำเภอที่น่าเป็นห่วงตอนนี้อยู่ในเขตลุ่มน้ำ 3 ลุ่มน้ำหลัก คือ ลุ่มน้ำลำตะคอง พื้นที่ อ.ปากช่อง , ลุ่มน้ำลำเชียงไกร อ.เมือง , อ.โนนไทย , อ.โนนสูง , ลุ่มน้ำลำพระเพลิง พื้นที่เป็นห่วงคือ อ.ปักธงชัย , อ.โชคชัย ทุกอำเภอตามนี้ให้เร่งติดตามประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบทุกระยะๆโดยเฉพาะการแจ้งเตือน และไม่ต้องกลัวว่าพี่น้องประชาชนจะตื่นตระหนก ตนว่าต้องแจ้งต้องความจริงให้พี่น้องประชาชนทราบในทุกระยะ ตนได้บอกทุกอำเภอว่า ถ้าอำเภอได้รับทราบข่าวอื่นที่เป็นจริงโดยที่จังหวัดยังไม่ได้แจ้งก็ขอให้ใช้ข่าวนั้นแจ้งเตือนพี่น้องประชาชนเลยทันที สถานการณ์นับจากนี้ไปตนคิดว่าไม่เกินอีก 3 วันน้ำที่ท่วมขังบ้านเรือนราษฎรน่าจะจบ ไม่ว่า ลำเชียงไกร อ.โนนสูงบางหมู่บ้าน , ลำพระเพลิง อ.ปักธงชัย บางหมู่บ้าน แต่ที่น้ำยังท่วมขังอยู่คือพื้นที่การเกษตรเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำและน้ำค่อนข้างจะมาก ฉะนั้นถ้า 3 วันนี้ไม่มีฝนมาซ้ำเติมน้ำท่วมในหมู่บ้านคงจบ ส่วนสถานการณ์แหล่งน้ำต่างๆใน จ.นครราชสีมาส่วนใหญ่เต็มหมดแล้ว น้ำลำสาขาก็เต็มแล้ว ถ้าฝนตกลงมาอีกน้ำจะไหลไม่มีที่ไปแล้ว และจะท่วมบ้านเรือนประชาชน ฉะนั้นประชาชนต้องตื่นตัวและต้องเตรียมเก็บสิ่งของต่างๆไว้ที่สูง อย่าได้นิ่งนอนใจ จนกว่าจะสิ้นฤดูฝนจนกว่าจังหวัดจะประกาศ สิ้นสุดสถานการณ์พี่น้องค่อนไว้วางใจ โดยเฉพาะประชาชนที่อยู่ริมลำตะคอง , ลำเชียงไกร และริมลำพระเพลิง &amp;nbsp;อันนี้เซนซิทีฟมาก ประชาชนต้องระมัดระวังและติดตามข่าวสาร เรียกว่าเตรียมตัวพร้อมเผชิญเหตุหากเกิดขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการติดตามน้ำในดินตามทุ่งอิ่มน้ำและจะไหลกลับลำน้ำนั้น ตนคิดว่าก็มีแนวโน้ม เพราะเป็นที่ลุ่ม ถ้ามีน้ำปริมาณมาก ณ วันนี้น้ำไหลจากลำน้ำต่างๆลงไปในทุ่งในนา แต่เมื่อไหร่น้ำในนั้นมากก็จะตีกลับมาอยู่ในลำน้ำอีกเวลานั้นก็อาจจะได้รับผลกระทบกับพี่น้องประชาชนที่อยู่ริมลำน้ำ ฉะนั้นต้องรับสถานการณ์นี้ไว้ด้วย ส่วนผู้ใจบุญจะบริจาคข้าวสิ่งของข้าวสารอาหารแห้งสามารถติดต่อโทรสายด่วน 1567 ตลอด 24 ชม. ทุกแห่ง และไม่ว่าขอความช่วยเหลือหรือแจ้งข่าวหรือให้ข้อแนะนำได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ทั้งนี้สถานการณ์น้ำที่เขื่อนลำพระเพลิง อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมาพบว่าระดับน้ำยังคงลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดปริมาณน้ำภายในเขื่อนอยู่ที่ 145.36 ล้าน ลบ.ม. หรือคิดเป็นร้อยละ 93.78 จากความจุกักเก็บทั้งหมด 155 ล้าน ลบ.ม. ลดลงจากเมื่อวาน 1.428 ล้าน ลบ.ม. เนื่องจากปริมาณน้ำที่ไหลลงสู่เขื่อนลดระดับลงต่อเนื่อง &amp;nbsp;ซึ่งทางโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำพระเพลิงได้ลดระดับการระบายน้ำลงจากวันละประมาณ 5 ล้าน ลบ.ม. เหลือเฉลี่ยวันละ 3 ล้าน ลบ.ม. เพื่อลดผลกระทบจากสถานการณ์น้ำล้นตลิ่งในพื้นที่ด้านท้ายเขื่อนแล้ว.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/80457</URL_LINK>
                <HASHTAG>คอนเฟอเรนซ์, นายวิเชียร จันทรโณทัย, น้ำท่วม, ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา, ลำตะคอง, ลำพระเพลิง, ลำเชียงไกร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201014/image_big_5f86884f152cb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
