<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>89797</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/01/2021 11:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/01/2021 11:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เน็กซัสคาดราคาคอนโดปี64นิ่ง/ค้าปลีกถูกต่อรองค่าเช่า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ม.ค. 2564 นางนลินรัตน์ เจริญสุพงษ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เน็กซัส พรอพเพอร์ตี้ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด เปิดเผยว่า แนวโน้มตลาดคอนโดมิเนียมในปี 2564 อุปทานใหม่จะเพิ่มขึ้นประมาณ 33,000 - 38,000 หน่วย มาจากโครงการที่ชะลอการพัฒนาไปในปี 2563 และโครงการที่ผู้ประกอบการซื้อที่ดิน และประกาศแผนพัฒนาไว้แล้ว ซึ่งรวมกันมากกว่า 16,000 หน่วย โดยโครงการใหม่ ๆ ที่จะเกิดขึ้น น่าจะเป็นโครงการขนาดเล็ก และมีราคาขายที่ต่ำลง คาดว่าในครึ่งปีแรกความต้องการซื้อคอนโดยังคงอยู่ในระดับต่ำ หากไตรมาสที่ 3 เริ่มมีการท่องเที่ยว และเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัว น่าจะเห็นความต้องการในตลาดเพิ่มขึ้น &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ความต้องการซื้อจะยังคงอยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกับปี 2563 คือ ในระดับ 30,000 - 35,000 หน่วยซึ่งจากตัวเลขประมาณการดังกล่าว ทำให้อัตราการขายรวมน่าจะคงอยู่ที่ 93% เท่ากับปี 2563 แต่ระดับราคาเฉลี่ย น่าจะยังปรับลดลงอีก สืบเนื่องจากการลดราคาของโครงการที่สร้างเสร็จ และโครงการใหม่ที่พัฒนาสำหรับตลาดระดับกลางเพิ่มขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับตลาดคอนโดมิเนียมมีการปรับตัวทั้งเรื่องราคา อุปทาน และอุปสงค์มาตลอดปี เป็นผลทำให้ตลาดมือสอง ค่อนข้างชะลอตัวลง และจากทัศนคติและพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้ตลาดที่อยู่อาศัยแนวราบ ยังคงมีความต้องการอย่างต่อเนื่องในทุกระดับราคา โดยเป็นการซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริงและหากจะมองถึงกำลังซื้อจากต่างชาตินั้น ในขณะนี้ยังคงนิ่งอยู่ โดยคาดว่าน่าจะมีโอกาสได้เห็นการกลับมาของต่างชาติในช่วงหลังไตรมาสที่ 2 ของปีนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนเทรนด์การทำธุรกิจในช่วง 2 - 3 ปีที่ผ่านมา มีปัจจัยกระตุ้นหลายประการ ได้แก่ 1.ผู้บริโภคมีไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว โดยโควิด-19 เป็นตัวกระตุ้นสำคัญ 2.เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทในการใช้ชีวิตมากขึ้น &amp;nbsp;3.การที่ประเทศไทยกำลังเตรียมตัวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ กลยุทธ์การทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ จึงต้องปรับตัวอย่างมาก เนื่องจากเป็นธุรกิจที่อยู่กับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภค แต่การปรับตัวที่รวดเร็ว ก็ต้องคำนึงถึงความเป็นไปได้ในเชิงกลยุทธ์ ที่ส่งผลไปถึงราคาขายเช่นเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ในปี 2563 ที่ผ่านมา ตลาดคอนโดมิเนียมมีการปรับตัวมากที่สุดในรอบ 10 ปี จากการชะลอตัวกำลังซื้อที่ลดลงต่อเนื่องจากปี 2562 และสถานการณ์โควิด&amp;ndash;19 &amp;nbsp;พบว่ามีคอนโดมิเนียมเกิดขึ้นใหม่เพียง20,100 หน่วย จาก 64 โครงการ คิดเป็นอัตราการเพิ่มขึ้น 39% จากอัตราการเพิ่มเฉลี่ยคอนโดมิเนียมในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ที่ 51,000 หน่วยต่อปี การเพิ่มขึ้นของคอนโดฯ อีก 20,100 หน่วยนี้ ส่งผลให้คอนโดมิเนียมมีหน่วยสะสมในตลาดทั้งสิ้น 674,100 หน่วย ส่วนสาเหตุการชะลอตัวของอุปทานใหม่ในตลาด ส่วนหนึ่งมาจากโครงการที่เลื่อนการเปิดตัว หรือหยุดโครงการไปถึง 5,800 หน่วย 18 โครงการ คิดเป็น 29% ของคอนโดในตลาดที่เปิดใหม่ปี 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านจุดเปลี่ยนสำคัญในตลาดในแง่ของอุปทาน คือ ผู้ประกอบการหันมาพัฒนาคอนโดมิเนียมในระดับราคาที่จับต้องได้สำหรับคนไทยมากขึ้น ซึ่งเป็นเทรนด์ที่ต่อเนื่องจากปี 2562 โดยสัดส่วนคอนโดมิเนียมระดับกลางและซิตี้คอนโดมีถึง 60% และตลาดใหม่คอนโดราคาย่อมเยาบนทำเลนอกเมืองที่มีระดับราคาต่ำกว่า 1 &amp;nbsp;ล้านบาท &amp;nbsp;หรือต่ำกว่า 50,000 บาทต่อตารางเมตร มีจำนวนถึง 3,600 หน่วย คิดเป็น 18% ของอุปทานใหม่ในปี 2563 เลยทีเดียว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธีระวิทย์ ลิ้มทองสกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เน็กซัส เรียลเอสเตท แอ็ดไวเซอรี่ จำกัด กล่าวว่า ในปีที่ผ่านมาตลาดพื้นที่ศูนย์การค้าได้รับผลกระทบมาก จากสถานการณ์โควิด-19 &amp;nbsp;ผลจากการล็อกดาวน์ประเทศ ทำให้เกิดการหยุดชะงักทางเศรษฐกิจ ไม่มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าไทยมาประมาณ 1 ปีเต็มทำให้กำลังในด้านการจับจ่ายจากชาวต่างชาติกลายเป็นศูนย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ทั้งนี้ภาพรวมตลาดพื้นที่ศูนย์การค้าในพื้นที่ยังถือว่ายังอยู่ในเกณฑ์ที่ดี มีอัตราการเช่าเฉลี่ยที่ 93% ลดลงจากปีก่อนที่ 97% ซึ่งมีสาเหตุหลักมาจากห้างอิเซตัน ได้ทำการคืนพื้นที่ให้กับห้างเซ็นทรัลเวิลด์ เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ในขณะที่ราคาค่าเช่าเฉลี่ยชั้น G ในปีนี้ยังคงระดับเดิมที่ 3,915 บาทต่อตารางเมตรต่อเดือน แต่ผู้เช่ามีความสามารถในการต่อรองราคาค่าเช่าได้มากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม จากการที่ผู้เข้าใช้บริการลดลง มีผลกระทบต่อผู้เช่า ทำให้อาจมีการเจรจาเรื่องอัตราค่าเช่าพื้นที่ระหว่างผู้เช่าและศูนย์การค้า ขณะที่ศูนย์การค้าและห้างฯ ต่างๆ ก็มีการโฟกัสกลุ่มลูกค้าในประเทศกันมากขึ้น พร้อมกับพัฒนาแพลตฟอร์มออนไลน์ของตัวเอง เพื่อให้สามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้มากขึ้นทางหนึ่ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/89797</URL_LINK>
                <HASHTAG>คอนโด, ค้าปลีก, ธีระวิทย์ ลิ้มทองสกุล, นลินรัตน์ เจริญสุพงษ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210114/image_big_5fffc4a20d1aa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>79199</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/10/2020 13:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/10/2020 13:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>SENA แตกแบรนด์ใหม่ลุยคอนโดต่ำล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ต.ค. 2563 นางเกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่าในปี 2563 ถือเป็นปีที่หนักหน่วงของเศรษฐกิจไทยที่ต้องเผชิญกับการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 จนเป็นกลายเป็นวิกฤตที่ประเทศไทยไม่อาจจะหลีกเลี่ยงได้ แม้ว่าหลายฝ่ายจะมองว่าเศรษฐกิจไทยได้ผ่านช่วงเวลาต่ำสุดไปแล้ว แต่ทุกอย่างต้องใช้เวลาฟื้นตัว ซึ่งไม่ใช่ในระยะเร็ว ๆ นี้ อย่างแน่นอน อาจจะกินเวลานานถึง 3 ปีเป็นอย่างน้อย แม้ว่าในช่วงที่ผ่านมา ทางศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCBEIC) ได้มีการประเมินว่าเศรษฐกิจไทยในปี 2563 จากเดิมที่จะติดลบ 5.3% ขยายเป็นติดลบ 8.3% โดยส่วนตัวคาดว่าอาจจะติดลบถึง 10% ซึ่งถือว่าเป็นตัวเลขที่ต่ำสุดในประวัติศาสตร์ และเหตุปัจจัยที่ส่งผลต่อเศรษฐกิจไทยนั้น มาจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำให้กระทบเป็นวงกว้างทุกภาคอุตสาหกรรม รวมถึงผลกระทบต่อการจ้างงาน และรายได้มีแนวโน้มลดลง



อย่างไรก็ตาม จากสถานการณ์โควิด &amp;ndash; 19 สิ่งหนึ่งที่เป็นบทเรียนสอนให้ทุกคนได้เรียนรู้ ก็คือ เราควรสร้างความแน่นอนให้กับชีวิต และสิ่งแรกที่ต้องลงทุน คือ การมีที่อยู่อาศัยเป็นตัวเอง ซึ่งทำให้ทางเสนา เล็งเห็นช่องว่างทางการตลาด และต้องการสนับสนุนให้ผู้มีรายได้น้อยได้มีที่อยู่อาศัยเป็นของตัวเอง รวมถึงลูกค้ากลุ่มวัยทำงาน หรือ first jobber อายุ 25-30 ปี รายได้เฉลี่ย 15,000 บาท ที่ต้องการซื้อคอนโดเป็นสินทรัพย์แรกของชีวิต และลูกค้าที่ต้องการบริหารจัดการเงินออมเพื่อสร้างผลตอบแทนที่สูงกว่าการออมเงินในแบงค์ที่ไห้ดอกเบี้ยต่ำ ซึ่งมองว่าการลงทุนในอสังหาฯ เป็นทางเลือกที่น่าสนใจ&amp;nbsp;



สำหรับในปี 2563 นอกจากทางเสนาจะเน้นโครงการแนบราบแล้ว ยังหันมาโฟกัสคอนโดฯต่ำล้าน ภายใต้แบรนด์คอนโดน้องใหม่ &amp;ldquo;เสนา คิทท์&amp;rdquo; เน้นเจาะกลุ่มลูกค้าเรียลดีมานด์ที่แท้จริง และมองว่ายังมีกำลังซื้ออย่างต่อเนื่อง เบื้องต้นเสนาเปิดขายคอนโดต่ำล้านไปแล้วทั้งหมด 8 โครงการ รวมมูลค่า 2,376 ล้านบาท ซึ่งเปิดตัวในครึ่งปีแรก 2563 จำนวน&amp;nbsp; 4 โครงการ ประกอบด้วย 1. เดอะ คิทท์ รังสิต &amp;ndash; ติวานนท์ 2. เดอะ คิทท์ ไลท์ บางกระดี &amp;ndash; ติวานนท์ 3. เดอะ คิทท์ พลัส พหลโยธิน &amp;ndash; คูคต และ 4.เสนา คิทท์ เพชรเกษม &amp;ndash; สาย 7 และในครึ่งปีหลังเตรียมเปิดเพิ่มอีกอย่างน้อย 3 โครงการ ได้แก่ เสนา คิทท์ เทพารักษ์-บางบ่อ และอีก 2 ทำเลที่เตรียมเปิดขายเร็ว ๆ นี้



ด้านคุณสัมมา คีตสิน กรรมการและกรรมการอิสระ บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงภาพรวมตลาดที่อยู่อาศัยกรุงเทพและปริมณฑล (ปทุมธานี นนทบุรี สมุทรปราการ สมุทรสาคร นครปฐม) พบว่าคอนโดมิเนียมเปิดขายใหม่ในช่วงครึ่งแรกของปี 2563&amp;nbsp; มีจำนวน 8,792 ยูนิต เมื่อเทียบกับช่วงปี 2562 ที่มีจำนวน 66,367 ยูนิต ในด้านประเภทและราคาที่เปิดขายใหม่เหลือขายสะสมในช่วงครึ่งแรกปี 2563 ส่วนใหญ่เหลือขายสะสม มีจำนวน 6,076 ยูนิต โดยระดับราคา 1-3 ล้านบาทเหลือขายมากที่สุด ขณะที่ระดับราคาต่ำล้านบาทเหลือขายเพียง 221 ยูนิต ขณะที่เมื่อเทียบกับรายได้ประชากรไทยแล้ว นับว่าคนไทยมีรายได้ที่ไม่สูงมากหรือมีรายได้ต่อครัวเรือนค่อนข้างต่ำ อีกทั้งยังมีภาระหนี้สินต่างๆ ที่มาผูกมัดตัวเองยิ่งขึ้นไปอีกทำให้กำลังซื้อที่อยู่อาศัยระดับกลาง &amp;ndash; บนลดน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด



สำหรับโครงการ เสนา คิทท์ เทพารักษ์ - บางบ่อ หนึ่งเดียวย่านเทพารักษ์-บางบ่อ คอนโดมิเนียมโลว์ไรส์สไตล์ยุโรป สูง 5 ชั้น จำนวน 6 อาคาร จำนวน 328 ยูนิต เหมาะกับการซื้อเพื่ออยู่อาศัยเอง หรือ ลงทุนเพื่ออนาคต โดยมีห้องพักให้เลือก 2 แบบ ได้แก่ แบบ 1 ห้องนอน ขนาด 25 ตร.ม. และแบบ 2 ห้องนอน ขนาด 38 ตร.ม. โดดเด่นในความแตกต่างของการดีไซน์และตอบสนองทุกความต้องการ ภายในห้องออกแบบฟังก์ชั่นกว้างขวางพร้อมเฟอร์นิเจอร์ครบชุด ตอบโจทย์การพักอาศัยอย่างแท้จริง กั้นห้องนอน ห้องรับแขก และห้องครัวเป็นสัดส่วนสามารถลิงค์กับไลฟ์สไตล์ได้ลงตัว ล่าสุด หลังจากเปิดรอบ VIP เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา สามารถปิดยอดขายเฟสแรก 3 อาคาร (158 ยูนิต) คิดเป็นมูลค่า 126 ล้านบาท และเตรียมพรีเซลล์อย่างเป็นทางการ วันที่ 3 &amp;ndash; 4 ตุลาคมนี้&amp;nbsp; พร้อมพบโปรโมชั่นพิเศษ เริ่มเพียง 779,000 บาท ผ่อนเบา ๆ 1,900 บาท&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79199</URL_LINK>
                <HASHTAG>คอนโด, บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201001/image_big_5f7574cb017de.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>72402</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/07/2020 16:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/07/2020 16:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ด่วน(!)ขายดาวน์  คอนโด Life @อโศก-พระราม9</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด่วน(!)ขายดาวน์ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ราคาต่ำกว่าทุน 100,000.-บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คอนโด Life @อโศก-พระราม9 ตึกA ห้อง C137 ชั้น 15 พื้นที่ 35 ตารางเมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 Bed Plus ( 1 นอน+1 อเนกประสงค์) City View (ทิศใต้)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ใกล้ MRT พระราม9 เพียง 300 เมตร และ Airport Rail link สถานีมักกะสัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;550 เมตร ค่าสาธารณูปโภค 50 บาท/ตรม./เดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในห้อง มีชุดครัวและเตาไฟฟ้า แอร์ 2 เครื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ราคาเต็มตามในสัญญา 4,941,711.-บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จ่ายเงินดาวน์ครบแล้ว 635,557.-&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เงินโอนกรรมสิทธิ์ 4,306,154.-&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัจจุบันได้ชำระเงินดาวน์ครบแล้ว กำหนดโอนกรรมสิทธิ์ เดือนสิงหาคม 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นี้ค่ะ ติดต่อ:ยุบล 081-848-5252 Line:ylochindarat&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72402</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขายดาวน์, คอนโด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200724/image_big_5f1aa8be80ded.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>68708</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/06/2020 08:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/06/2020 08:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ข้าราชการเฮ!“ธนารักษ์”จ่อสร้างคอนโดราคาถูก 10,000 ยูนิตให้ผ่อนซื้อเดือนละ3,900บาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 มิ.ย. 2563 นายยุทธนา หยิมการุณ อธิบดีกรมธนารักษ์ เปิดเผยว่า กรมฯ ได้ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน&amp;nbsp;(กพ.)&amp;nbsp;ในการสำรวจความต้องการที่อยู่อาศัยของข้าราชการทั่วประเทศ เพื่อสร้างคอนโดมีเนียมราคาถูก&amp;nbsp;10,000&amp;nbsp;หน่วย ให้ข้าราชการที่มีรายได้น้อย&amp;nbsp;15,000-16,000&amp;nbsp;บาท ต่อเดือนขึ้นไป ได้เช่าซื้อระยะยาว&amp;nbsp;30&amp;nbsp;ปี ในราคา&amp;nbsp;999,999&amp;nbsp;บาท และผ่อนเพียงเดือนละ&amp;nbsp;3,900&amp;nbsp;บาท สำหรับคอนโดมีเนียมขนาด&amp;nbsp;40&amp;nbsp;ตารางเมตร


ทั้งนี้ เบื้องต้นจะดำเนินการในระยะแรก จำนวน&amp;nbsp;12&amp;nbsp;อาคาร ในพื้นที่ กทม.&amp;nbsp;เช่น สุขุมวิท พระราม&amp;nbsp;3&amp;nbsp;และถนนเพชรบุรีตัดใหม่ ที่จังหวัดนนทบุรี และอุดรธานี เป็นต้น ซึ่งคาดว่าจะเริ่มก่อสร้างอาคารแรกได้ในปลายเดือน ก.ค.นี้ โดยเป็นอาคาร&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ชั้น จำนวน&amp;nbsp;76&amp;nbsp;หน่วย เพราะไม่ต้องศึกษาผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;(EIA)&amp;nbsp;แต่หลังจากนั้นจะสร้างคอนโดมีเนียมสูงกว่า&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ชั้นขึ้นไป


นายยุทธนา กล่าวว่า โครงการดังกล่าว เป็นความร่วมมือของ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ฝ่าย ประกอบด้วย กรมธนารักษ์ จะหาพื้นที่ราชพัสดุที่ทำเลดี เหมาะสำหรับการเดินทางมาทำงานของข้าราชการประมาณที่ละ&amp;nbsp;1-2&amp;nbsp;ไร่ มาให้บริษัท ธนารักษ์พัฒนาสินทรัพย์ จำกัด(ธพส.)&amp;nbsp;ก่อสร้าง โดยไม่ต้องเปิดประมูล และธนาคารอาคารสงเคราะห์&amp;nbsp;(ธอส.)&amp;nbsp;สนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ&amp;nbsp;3%&amp;nbsp;ให้ทั้งผู้ประกอบการสร้างและข้าราชการ โดยให้ กพ.เป็นผู้ร่วมพิจารณาหาผู้มีสิทธิ์เช่าซื้อในแต่ละโครงการ


&amp;ldquo;โครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งในการให้ ธพส.ทำโดยตรง โดยไม่ต้องเปิดประมูล ซึ่งเชื่อว่าจะประสบความสำเร็จดีกว่าโครงการที่ผ่านมา เนื่องจากกรมฯ ได้คัดเลือกทำเลดีมาสร้าง รวมทั้งยังสามารถกำหนดคุณภาพของอาคารได้ดีกว่าการเปิดประมูล ที่แข่งขันประมูลราคาต่ำ แต่ไม่สามารถสร้างได้ตามเงื่อนไข ขณะเดียวกันยังจะช่วย ธพส.เพิ่มรายได้จากปกติที่ส่งเงินเข้ารัฐปีละ&amp;nbsp;100&amp;nbsp;ล้านบาท ให้เพิ่มเป็น&amp;nbsp;1,000&amp;nbsp;ล้านบาทให้ได้ โดยการให้นำที่ราชพัสดุที่มีอยู่มาสร้างคอนโดให้ข้าราชการเช่าในราคาถูก รวมถึงให้นโยบายในการเพิ่มภารกิจให้ ธพส.&amp;nbsp;มีรายได้เพิ่มขึ้น ซึ่งในเฟสแรกจะสร้าง&amp;nbsp;12&amp;nbsp;อาคาร โดยให้ กพ.เป็นผู้พิจารณาความเหมาะสม&amp;rdquo; นายยุทธนา กล่าว
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68708</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมธนารักษ์, คอนโด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191002/image_big_5d9406312d9cf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>40337</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/07/2019 01:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/07/2019 01:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;คณะงิ้ว&#039; เล่าอดีตทำไมถึงต้องเล่นดึกเปิดเสียงดัง ย้ำคอนโดแจ้งร้องเรียน ไม่ใช่คนในชุมชน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 ก.ค.62 - ผู้ใช้เฟซบุ๊ก Charlie Lew ซึ่งเปิดเผยกรณีศาลเจ้าซาตี่แป๊ะกง ซอยนราธิวาสราชนครินทร์ 14 แขวงทุ่งวัดดอน เขตสาทร กรุงเทพฯ ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจสั่งระงับการแสดงกลางคันทั้งที่การแสดงใกล้จะจบแล้ว เนื่องจากผู้อาศัยในคอนโดร้องเรียนว่ามีเสียงดังรบกวน ล่าสุดโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวระบุว่า คืนนี้อยากจะเล่าให้ฟังว่าทำไมในอดีตงิ้วถึงเล่นดึกและเปิดเสียงดัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปกติตามศาลเจ้าเวลาที่ไม่มีงานก็จะปิดตั้งแต่ 5 โมงเย็น พอตกค่ำก็จะมืดและเงียบมาก ช่วงเวลาที่มีงานผู้คนจึงจะเข้าไปไหว้กันคับคั่งตลอดทั้งวัน บางคนกลางวันทำงาน มีเวลาว่างตอนช่วงค่ำจึงจะเข้าไปไหว้ ทางศาลเจ้าจึงต้องเปิดไฟให้สว่างไสว และให้มีมหรสพเพื่อสร้างความคึกคัก อย่าลืมว่าสมัยก่อนที่ความเจริญยังเข้าไม่ถึง กลางคืนบางที่จะเปลี่ยว การมีแสงไฟหน้าโรงงิ้วและมีเสียงดนตรีหรือเสียงมหรสพเป็นเพื่อน ก็สร้างความอุ่นใจให้กับผู้มาร่วมงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คนจีนถือว่าวันใหม่เริ่มต้นที่เวลา 5 ทุ่มของคืนก่อนหน้านั้น ซึ่งคนจีนแต้จิ๋วเรียกว่าเถ่าไก่ซี้ (頭個時) หรือยามแรก บางคนถือฤกษ์ในการปักธูปในยามแรกของวันใหม่ งิ้วจึงต้องเล่นดึกเพื่ออยู่เป็นเพื่อนคนมาไหว้เจ้า ซึ่งปกติก็มักจะแสดงถึงใกล้ ๆ เที่ยงคืน คือถ้ามีคนมาไหว้เจ้ายามแรกก็อยู่เป็นเพื่อนกันก่อนซักระยะจึงค่อยเลิก บางศาลเจ้าอาจจะมีพิธีกรรมตอนยามแรกและต้องใช้งิ้วป่วงเซียงด้วย จึงกลายเป็นมาตรฐานว่างิ้วเลิกเที่ยงคืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตามต่างจังหวัดอย่างพระพุทธบาท หรือสุพรรณบุรี สมัยที่การคมนาคมยังไม่สะดวก คืนหลักของงานคือคืนที่มีคนมาไหว้เจ้ามากที่สุด ซึ่งหลายคนต้องรอถึงสว่างจึงจะเดินทางกลับภูมิลำเนาของตนเองได้ บางคนไม่มีที่นอนก็อาศัยนอนหน้าโรงงิ้วถึงเช้า คณะงิ้วจึงถูกขอร้องให้เล่นถึงสว่าง เพื่ออยู่เป็นเพื่อนคนดูหน้าโรงงิ้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในปัจจุบันโลกเปลี่ยนไป น้อยคนที่จะมาไหว้เจ้ายามแรกตอน 5 ทุ่ม (หรือไม่รู้แล้วว่ายามแรกของคนจีนคือ 5 ทุ่ม) ความเคร่งครัดในการถือปฏิบัติก็เปลี่ยนไป มาไหว้ตอนเช้าเลยดีกว่าเพื่อความสะดวก คนเฝ้าศาลเจ้าพอเห็นไม่มีคนมาไหว้แล้วก็อยากพักผ่อน ก็อยากให้งิ้วเลิกไวๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อเหตุปัจจัยเปลี่ยน รูปแบบประเพณีก็สามารถปรับเปลี่ยนได้ แต่ก็ขึ้นอยู่กับความพร้อมของแต่ละสถานที่ บางศาลเจ้าหรือโรงเจโดยเฉพาะช่วงเทศกาลกินเจยังมีคนมาสักการะแทบจะตลอดเวลาทั้งวันทั้งคืน การมีมหรสพเป็นเพื่อนยามวิกาลก็อาจจะยังเป็นสิ่งจำเป็นอยู่ อย่าเพิ่งขีดเส้นให้ทุกที่ต้องใช้มาตรฐานเดียวกันเลย ขอให้ดูความเหมาะสมเป็นกรณีไปจะดีกว่านะครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายนี้ กล่าวเพิ่มเติมว่า ส่วนผู้ที่ร้องเรียนเป็นผู้อยู่อาศัยคอนโดที่อยู่ติดศาลเจ้า ไม่ใช่ชาวบ้านในชุมชนตามที่สำนักงานเขตสาทรออกมาชี้แจง เนื่องจากวันเกิดเหตุมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของคอนโดเข้ามาสอบถามคณะงิ้วว่า พื้นที่นี้ขึ้นอยู่กับเขตและสถานีตำรวจอะไร แล้วก็โทรศัพท์ไปแจ้งร้องเรียนดังกล่าว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/40337</URL_LINK>
                <HASHTAG>คอนโด, คอนโดร้องเรียนคณะงิ้ว, ซอยนราธิวาสราชนครินทร์ 14, ศาลเจ้า, เขตสาทร, เสียงดังรบกวน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190707/image_big_5d20d8d138d6e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>39035</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/06/2019 16:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/06/2019 16:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คอนโดฯแนวรถไฟฟ้าช่วงหัวลำโพง-บางแคบูมจ่อปรับราคาเพิ่ม  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;
บาเนีย ชี้ตลาดคอนโดฯแนวรถไฟฟ้าสายสีเงิน ส่วนต่อขยายช่วงหัวลำโพง-บางแค คึกคัก ดันราคาขายปี 62 ปรับตัวเฉียด 85,000 บาทต่อตร.วา เชื่อหลังเปิดให้บริการบูมต่อเนื่อง พร้อมเผยสถานี&amp;rdquo;บางหว้า&amp;rdquo;พัฒนาคอนโดฯหนาแน่นสุดอยู่ที่กว่า 3,719 ยูนิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 มิ.ย. 62 &amp;nbsp;นางสาวอัญชนา วัลลิภากร &amp;nbsp;ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บาเนีย (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยถึงผลสำรวจคอนโดมิเนียมตามแนวรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ส่วนต่อขยายช่วงหัวลำโพง-บางแค ที่เตรียมเปิดให้ทดลองใช้บริการฟรีตั้งแต่วันที่ 12 ส.ค.นี้ และเปิดให้บริการเต็มรูปแบบตั้งแต่เดือนก.ย.นี้ ว่า มีโอกาสการขยายตัวของเมืองในโซนฝั่งธนบุรีจะเริ่มเห็นภาพที่ชัดเวอัญชนา วัลลิภากรจนมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้คาดว่าจะส่งผลให้ในปี 2562 ราคาขายคอนโดมิเนียมปรับตัวเพิ่มอยู่ที่ 84,478 บาทต่อตร.ม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับทำเลถนนเพชรเกษม จะเห็นได้ว่า เป็นทำเลหลักในการพัฒนาคอนโดมิเนียมตามแนวรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ช่วงหัวลำโพง-บางแค อยู่บนถนนเพชรเกษม โดยเฉพาะบางแค ถือเป็นศูนย์กลางชุมชนของย่าน และเป็นแหล่งอยู่อาศัย โดยเฉพาะคอนโดมิเนียมที่ราคายังไม่แพงเกินไปนัก สำหรับสถานีที่มีจำนวนคอนโดเปิดขายหนาแน่นที่สุดบนถนนเพชรเกษมคือ สถานีบางหว้า มีจำนวน 3,719 ยูนิต ขณะที่สถานีภาษีเจริญ จำนวน 2,498 ยูนิต สถานีท่าพระ จำนวน 2,453 ยูนิต สถานีเพชรเกษม 48 จำนวน 2,294 ยูนิต และสถานีบางไผ่เป็นจำนวน 1,936 ยูนิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัจจุบันมีจำนวนคอนโดที่เปิดขายเกือบ 20,000 ยูนิต ในจำนวนนี้กว่า 90% เป็นคอนโดที่อยู่บนถนนเพชรเกษม และในปี 2560 ถือเป็นปีที่มีคอนโดใหม่เข้าสู่ตลาดมากที่สุดกว่า 5,000 ยูนิต และมีอัตราการดูดซับสูงถึง 90% ส่วนขนาดห้องที่ได้รับความนิยมจะอยู่ที่ 30-35 ตารางเมตร อย่างไรก็ตามบริษัทคาดว่าเมื่อรถไฟฟ้าเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการแล้วจะมีคอนโดเปิดใหม่เพิ่มขึ้นกว่านี้อีกมาก ขณะที่ราคาขายก็คาดว่าจะมีการปรับสูงขึ้นเช่นกัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39035</URL_LINK>
                <HASHTAG>คอนโด, บาเนีย, รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน, หัวลำโพง-บางแค, อัญชนา วัลลิภากร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190620/image_big_5d0b4bd3351a3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>22459</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/11/2018 19:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/11/2018 06:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สิงห์เอสเตทเตรียม 8.5 หมื่นล้านลงทุนยาว 5 ปี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;สิงห์เอสเตท กางแผน 5 ปี ทุ่มงบ 85,000 ล้านบาท ลุยลงทุนต่อเนื่อง หวังสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน เผยปี 62 เดินหน้าสู่การเป็น&amp;rdquo;โกลบอล โฮลดิ้ง คัมปานี&amp;rdquo;คาดมีรายได้แตะ 20,000 ล้านบาท &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 พ.ย. 61- นายนริศ เชยกลิ่น ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.สิงห์ เอสเตท (S) เปิดเผยถึงทิศทางการดำเนินธุรกิจในปี 2562 ว่า บริษัทยังคงมุ่งสู่การเป็นโกลบอล โฮลดิ้ง คัมปานี โดยมีแผนการขับเคลื่อนองค์กรใหม่ผ่านกลยุทธ์เพื่อพัฒนาองค์กรให้มีความแข็งแกร่งและเติบโตอย่างยั่งยืน โดยตั้งเป้าในการเป็น Global Holding Company ที่มีชื่อเสียงในระดับสากล มุ่งลงทุนในสินทรัพย์ที่สร้างผลตอบแทนที่ดีและมีศักยภาพในการเติบโตอย่างยั่งยืนทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงพัฒนาโครงการที่มีคุณภาพภายใต้แบรนด์ระดับพรีเมี่ยม กระจายการลงทุนในแหล่งท่องเที่ยวชั้นนำทั่วโลกภายใต้กลยุทธ์ Smart M&amp;amp;A&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันบริษัทยังคงตอกย้ำจุดยืนของการเป็น โกลบอล โฮลดิ้ง คัมปานี โดยบริษัทฯมุ่งสร้างแบรนด์ สิงห์ เอสเตท ให้เป็นแบรนด์ชั้นนำและน่าเชื่อถือ คุณภาพระดับพรีเมี่ยม และมีมาตรฐานระดับสากล ทั้งนี้นี้บริษัทยังเดินหน้าพัฒนาบนพื้นฐานสู่การเป็นแบรนด์ที่ยั่งยืนในระดับโลกเพื่อสร้างคุณค่าด้านความยั่งยืนให้กับพันธมิตรทางธุรกิจและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่ม นอจกานี้บริษัทได้มีการปรับองค์กรให้มีความพร้อมในการแสวงหาโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ โดยสร้างองค์กรที่มีความคล่องตัว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ บริษัทยังวางแผนที่จะพัฒนาธุรกิจใหม่ ในส่วนของสินทรัพย์ประเภทใหม่ ธุรกิจสร้างมูลค่าเพิ่มต่อเนื่องจากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ธุรกิจที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ตลอดจนธุรกิจใหม่ที่มีการเติบโตสูงในระยะยาว อย่างไรก็ตาม ด้วยหลักปรัชญาการพัฒนาอย่างยั่งยืนที่คำนึงถึงผลประโยชน์ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบ บริษัทจึงได้นำแนวคิดเรื่องความสมดุลของการอยู่ร่วมกัน และการสร้างองค์ความรู้มาใช้ผ่านกิจกรรมต่างๆอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนแผนการพัฒนาโครงการในปีหน้า บริษัทยังคงวางแผนลงทุนในคอนโดมีเนียมอีกอย่างน้อย 1 โครงการ &amp;nbsp;ขณะที่ธุรกิจสำนักงานและพื้นที่ค้าปลีก คาดว่าจะได้เริ่มก่อสร้างและเปิดตัวอีก 1 โครงการติดกับอาคารซันทาวเวอร์ส บริเวณถนนวิภาวดี-รังสิต ทั้งนี้ในปี 2562 บริษัทคาดว่าจะมีรายได้อยู่ที่ประมาณ 20,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นรายได้จากโครงการที่อยู่อาศัย 10,000 ล้านบาโรงแรม ออฟฟิศให้เช่า อย่างไรก็ตามใน 5 ปีนี้ (2562-2566) บริษัทได้เตรียมงบลงทุน 85,000 ล้านบาท เพื่อพัฒนาโครงการที่มีคุณภาพในทุกกลุ่มธุรกิจ รวมถึงการลงทุนในธุรกิจใหม่ที่สามารถสร้างรายได้ที่ยั่งยืนให้กับบริษัทอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามในปี 2562 บริษัทจะทยอยรับรู้รายได้จากการโอนโครงการที่พักอาศัยที่ทยอยสร้างเสร็จ รวมทั้งการรับรู้รายได้เต็มปี จากอาคารสำนักงานสิงห์ คอมเพล็กซ์ โรงแรม Outrigger 6 โรงแรม และเริ่มรับรู้รายได้จาก โครงการ CROSSROADS สาธารณรัฐมัลดีฟส์ ทำให้ภาพรวมในปี 2562 จะเป็นปีที่บริษัทจะมีการเติบโตในระดับสูงและมีความแข็งแกร่งทางการเงินเพื่อความพร้อมในการสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22459</URL_LINK>
                <HASHTAG>คอนโด, สิงห์เอสเตท, ออฟฟิศ, โกลบอล โฮลดิ้ง คัมปานี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180326/image_big_5ab8bb955b31b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
