<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>115617</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/09/2021 18:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/09/2021 18:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>Life Ladprao Valley  ตอบทุกโจทย์ของการใช้ชีวิตได้อย่างลงตัว บนทำเลศักยภาพย่านลาดพร้าว </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โครงการ Life Ladprao Valley (ไลฟ์ ลาดพร้าว แวลลีย์) คอนโดมิเนียมสูง 44 ชั้น โครงการใหม่ล่าสุดจาก AP (Thailand) ที่ออกแบบมาจากการใช้ชีวิตรูปแบบใหม่ภายใต้แนวคิด Luxury Adventure ด้วยบรรยากาศแห่งความหรูหราที่แฝงด้วยธรรมชาติอันสวยงามร่มรื่น กับฟังก์ชันที่ครบครัน ทันสมัย และใส่ใจในทุกรายละเอียด พร้อมระบบรักษาความปลอดภัยสูงสุดด้วยเทคโนโลยีสแกนใบหน้าที่ทันสมัยตอบโจทย์ชีวิตรูปแบบใหม่ที่ไร้การสัมผัส (touchless society) โดดเด่นด้วยส่วนกลางที่รองรับทุกความต้องการของผู้อยู่อาศัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยถือได้ว่าเป็นโครงการที่มีพื้นที่ส่วนกลางเยอะและจัดเต็มที่สุดในย่านลาดพร้าว โดยในแต่ละโซนจะมีชื่อเรียกพิเศษที่แตกต่างกัน เช่น The Canyon Lobby ที่ออกแบบมาได้อย่างสวยงาม, Sky Walk Circuit บันไดเชื่อมต่อพื้นที่ส่วนกลางและจุดชมวิวที่ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่บนภูเขา สามารถชมบรรยากาศโดยรอบของถนนลาดพร้าวได้จากมุมสูง ซึ่งสอดคล้องกับชื่อของโครงการ Life Ladprao Valley&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังมี Co-Working Space, Co-Kitchen สำหรับจัดปาร์ตี้, Theater lounge, Terrarium library, ฟิตเนสในร่มขนาดใหญ่วิวพาโนรามาที่มีเครื่องออกกำลังกายครบครัน และ ฟิตเนสกลางแจ้งที่มีหน้าผาจำลอง Rock Canyon เหมาะกับผู้ชื่นชอบกิจกรรมแบบเอ็กซ์ตรีม, พื้นที่เอนกประสงค์สำหรับผู้ที่ชอบเล่นกีฬาแอคทีฟ, โซนสระว่ายน้ำทั้งหมด 3 สระ ประกอบไปด้วย Avalon สวนพักผ่อนต่างระดับและสระว่ายน้ำที่มี Outdoor Theater สามารถดื่มด่ำบรรยากาศไปพร้อมกับการชมภาพยนตร์กลางแจ้งได้, Aqua Valley สระว่ายน้ำและจักรยานใต้น้ำสำหรับการออกกำลังกายแบบแอคทีฟ รวมถึง Crystal Valley บริเวณทางเดินไปยังสระว่ายน้ำ ซึ่งถือเป็นอีก 1 ไฮท์ไลท์ที่ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ในโลกใต้น้ำ และ Grand Valley Bay Elevate Pool ยาว 35 เมตร พร้อมเสิร์ฟวิวแบบ 360 องศา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกทั้งยังแบ่งออกเป็น 3 ประเภท คือ สตูดิโอ ขนาด 28.8 ตร.ม., ห้องแบบ 1 ห้องนอน ขนาด 35 &amp;ndash; 37 ตร.ม. และ ห้องแบบ 2 ห้องนอน ขนาด 48.6 &amp;ndash; 66.5 ตร.ม. ซึ่งเป็นห้องแบบ Flexible Space เลือกปรับฟังก์ชันได้อย่างใจ รองรับทุกไลฟสไตล์ ราคาเริ่มต้นที่ 4 ล้านบาท ซึ่งถือว่าคุ้มค่าที่สุดบนทำเลที่ดีที่สุดในย่านลาดพร้าว เพียงไม่กี่ก้าวจากเซ็นทรัลลาดพร้าว และแหล่ง ไลฟ์สไตล์อื่นๆ อีกมากมาย สะดวกในทุกการเดินทาง ติดรถไฟฟ้าที่เชื่อมต่อ 2 สถานี MRT พหลโยธิน และ BTS ห้าแยกลาดพร้าว &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สอบถามรายละเอียดได้ที่ บีซี แบงคอกซิตี้ สมาร์ท Line: https://lin.ee/Q2aJ6tP หรือ โทร 02-661-8999 ชมคลิปพาทัวร์โครงการ Life Ladprao Valley ได้ทาง : https://fb.watch/7I9aeZ3_sc/&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115617</URL_LINK>
                <HASHTAG>Life Ladprao Valley, คอนโดมิเนียม, ไลฟ์ ลาดพร้าว แวลลีย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210904/image_big_613357554ed4b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>52245</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/12/2019 13:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/12/2019 13:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;มนต์สิทธิ์ คำสร้อย&#039;หอบหลักฐานร้องสน.บางซื่อ เอาผิดนิติคอนโด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ธ.ค. 62 - ที่ สน.บางซื่อ นายมนต์สิทธิ์ คำสร้อย นักร้องลูกทุ่งชื่อดัง พร้อม นายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ทนายความ นำหลักฐานเข้าร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สน.บางซื่อ ให้ตรวจสอบนิติบุคคลของคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่งย่านอินทามระ หลังเรียกเก็บเงินค่าส่วนกลางรายเดือน แต่ไม่แสดงบัญชีรายรับรายจ่าย และไม่เรียกประชุมลูกบ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสงกานต์ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 9 ธ.ค.ที่ผ่านมา ได้ไปขอคัดสำเนาการจดทะเบียนของคอนโดมิเนียมแห่งนี้ ที่สำนักงานที่ดิน พบว่าได้จดทะเบียนของอาคารชุดถูกต้อง และจดทะเบียนนิติบุคคลอาคารชุดมาก่อนแล้ว แต่หลังปี 2554 นิติบุคคลชุดเดิมหมดวาระ จึงแต่งตั้งรักษาการขึ้นมาแทน แต่ไม่เคยจัดประชุมลูกบ้าน และไม่แสดงงบดุลรายรับ-รายจ่าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ล่าสุดนิติฯประกาศขึ้นค่าส่วนกลางจากเดิมตารางวาละ 18 บาท เป็น 22 บาท โดยไม่แจ้งล่วงหน้า และไม่เรียกลูกบ้านประชุมชี้แจง และก่อนหน้านี้ลูกบ้านเคยติดประกาศเพื่อขอประชุมร่วมกันเอง แต่ปรากฏว่าใบประกาศกลับถูกฉีกออกไป นอกจากนี้ตนยังเคยเข้าไปสอบถามกับนิติฯ โดยตรงหลายครั้ง แต่กลับถูกบ่ายเบี่ยงไม่ยอมพูดคุย จนเคยกระทบกระทั่งกันมาแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสงกานต์ กล่าวว่า หากตรวจสอบพบว่านิติฯ เรียกรียกเก็บเงินโดยทุจริตจะเข้าข่ายยักยอกทรัพย์ รวมถึงหากฝ่ายนิติบุคคลนี้จัดตั้งไม่ถูกต้อง จะเข้าข่ายหลอกลวงฉ้อโกงประชาชนซึ่งเป็นคดีอาญา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เบื้องต้นพนักงานสอบสวนได้สอบปากคำผู้เสียหาย พร้อมตรวจสอบพยานหลักฐาน ก่อนที่จะเชิญนิติบุคคลเข้าให้ปากคำต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52245</URL_LINK>
                <HASHTAG>คอนโดมิเนียม, ฉ้อโกง, ทนายสงกานต์, นิติบุคคล, มนต์สิทธิ์ คำสร้อย, สน.บางซื่อ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191211/image_big_5df086a314c62.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>17487</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/09/2018 16:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/09/2018 15:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทีค ดีเวลลอปเม้นท์ฟุ้งปี62เปิด4โครงการใหม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ทีค ดีเวลลอปเม้นท์&amp;rdquo;โชว์ปี 62 ตั้งเป้าเปิด 4 โครงการใหม่ มูลค่ารวมกว่า 1,600 ล้านบาท แย้มแผนจ่อบุกตลาดแนวราบ ลุยทำเลกทม.โซนตะวันออก ล่าสุดเปิดตัว&amp;nbsp;เดอะ ทีค สาทร ลุมพินีมูลค่า 360 ล้านบาท คาดสิ้นปีมียอดขายแตะ 1,000 ล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;13 ก.ย. 61 นายวรุตม์ ภาณุพัฒนพงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทีค ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด บริษัทในกลุ่ม บมจ.บิวเดอร์สมาร์ท (BSM) เปิดเผยถึงทิศทางการดำเนินธุกิจ ว่า บริษัทมีแผนพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์อย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2562 ตั้งเป้าพัฒนาโครงการใหม่ไตรมาสละ 1 โครงการ รวม 4 มูลค่ารวมประมาณ 1,600 ล้านบาท หรือมีมูลค่าต่อโครงการประมาณ 400 ล้านบาท ซึ่งจะเน้นการพัฒนาคอนโดมิเนียมโลว์ไรส์ ภายใต้แบรนด์ เดอะ ทีค จำนวนไม่เกิน 79 ยูนิต ในทำเลกรุงเทพฯชั้นใน ใกล้แนวรถไฟฟ้าบีทีเอสและเอ็มอาร์ที เช่น สาทร สุขุมวิท อาร์ย์ และรัชดา เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นอกจากนี้บริษัทมีแผนพัฒนาโครงการแนวราบประเภทบ้านเดี่ยว ระดับราคาประมาณ 6-7 ล้านบาท และทาวน์เฮ้าส์ ระดับราคา 3 ล้านบาทขึ้นไป ในทำเลโซนตะวันออกของกรุงเทพ เช่น ทำเลสุวรรณภูมิ เนื่องจากเป็นทำเลที่มีอัตราการเจริญเติบโตเพิ่มขึ้น จากปัจจุบันบริษัทได้มีการลงทุนในโครงการอสังหาริมทรัพย์ประเภทคอนโดมิเนียม 4-5 โครงการ ซึ่งจากแผนที่จะมีการพัฒนาโครงการแนวราบเพิ่มเติมเชื่อมว่าจะทำให้บริษัทมีรายได้เพิ่มมากขึ้น สำหรับในปีหน้า (2562) บริษัทตั้งงบประมาณในการลงทุนซื้อที่ดินไว้ที่ 1,000 ล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;โดยในปี 2561 นี้ บริษัทได้มีการพัฒนาโครงการใหม่ 3 โครงการ โดยในช่วงครึ่งปีแรกเปิดแล้ว 1 โครงการ คือ โครงการ เดอะ ทีค สุขุมวิท 39 และในไตรมาส 3 ได้เปิดตัวโครงการล่าสุดคือ โครงการ เดอะทีค ลุมพินี มูลค่า 360 ล้านบาท ซึ่งจะดำเนินการก่อสร้างภายในไตรมาส 4 ปีนี้ และคาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จพร้อมโอนกรรมสิทธิ์ให้กั้บลูกค้าได้ภายในปลายปี 2562 ซึ่งจะเปิดพรีเซลอย่างในวันที่ 15-16 ก.ย.นี้ ราคาเริ่มต้น 3.5 ล้านบาท อย่างไรก็ตามในไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ บริษัทมีแผนเปิดตัวโครงการใหม่เพิ่มอีกหนึ่งโครงการ คือ โครงการ เดอะ ทีค รัชดา มูลค่าประมาณ 400 ล้านบาท
&amp;nbsp;สำหรับในปีนี้ บริษัทคาดว่าจะมียอดขายอยู่ที่ 1,000 ล้านบาท โดยในปัจจุบันบริษัทสามารถทำยอดขายได้แล้วกว่า 500 ล้านบาท ขณะที่การรับรู้รายได้ในปีนี้บริษัทคาดว่าจะสามารถรับรู้รายได้อยู่ที่ประมาณ 120 ล้านบาท ที่เหลือจะทยอยรับรู้รายได้ในไตรมาสแรกของปี 2562&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17487</URL_LINK>
                <HASHTAG>คอนโดมิเนียม, ทีค ดีเวลลอปเม้นท์, บิวเดอร์สมาร์, อสังหาริมทรัพย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180913/image_big_5b9a253b3b1e0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15474</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/08/2018 19:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/08/2018 19:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> SIRI ปลื้มยอดขายครึ่งแรกปี 61 โต 162%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แสนสิริ ปลื้มครึ่งแรกปี 61 โต 162% หรือมียอดขายรวม 32,500 ล้านบาท เผยโครงการแบรนด์น้องใหม่&amp;rdquo;XT&amp;rdquo;ทั้ง 3 ทำเลดีต่อเนื่อง กวาดยอดขายรวมแล้วกกว่า 8,000 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ส.ค. 61 นายวันจักร์ &amp;nbsp;บุรณศิริ ประธานผู้บริหารสายงานการเงินและสนับสนุนธุรกิจ บมจ.แสนสิริ (SIRI) กล่าวถึงผลการดำเนินงานในช่วงไตรมาส 2 ปี 2561 ทีผ่านมาว่า บริษัทสามารถทำยอดขายเติบโตขึ้น 162% หรือมียอดขายรวม 32,500 ล้านบาท คิดเป็น 72% จากเป้ายอดขายทั้งปีที่ตั้งไว้ 45,000 ล้านบาท โดยในช่วงครึ่งปีแรกบริษัทมีรายได้ 10,862 ล้านบาท แบ่งเป็นโครงการแนวราบ 75% และโครงการคอนโดมิเนียม 25% นอกจากนี้บริษัทยังมีรายได้จากการบริหารโครงการภายใต้บริษัทร่วมทุนกับบีทีเอสเพิ่มขึ้นอีก 18% มีกำไรสุทธิในช่วงครึ่งปี 664 ล้านบาทโดยมีกำไรจากโครงการภายใต้ความร่วมมือกับบีทีเอสเพิ่มขึ้น 16%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้บริษัทมีแผนโอนโครงการคอนโดมิเนียมอีก 2 คอนโดมิเนียมใหม่ ได้แก่ โครงการเดอะ ไลน์ อโศก &amp;ndash; รัชดา มูลค่า 2,900 ล้านบาท และโครงการเดอะ เบส การ์เดนท์ &amp;ndash; พระราม 9 มูลค่า 2,300 ล้านบาท นอกจากนี้ยังมีโครงการคอนโดมิเนียมที่อยู่ระหว่างการทยอยโอน 2 โครงการได้แก่ เดอะไลน์ ราชเทวี มูลค่า 3,000 ล้านบาท ซึ่งพัฒนาโครงการแล้วเสร็จ 100% รวมถึงการรับรู้กำไรจากการโอนโครงการ เดอะไลน์ วงศ์สว่าง มูลค่า 4,900 ล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนความคืบหน้าการขายของการเปิดตัวโครงการ &amp;ldquo;XT New Lifestyle Condominium&amp;rdquo;ปัจจุบันมียอดขายมูลค่ารวมกว่า 8,000 ล้านบาทในช่วงเปิดตัวโครงการในทั้ง 3 ทำเล ได้แก่ โครงการ XT เอกมัย XT ห้วยขวาง และ XT พญาไท มูลค่าโครงการรวมกว่า 21,000 ล้านบาท นอกจากนี้บริษัทยังมียอดขายจากคอนโดมิเนียมทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ส่วนโครงการ&amp;ldquo;บ้านแสนสิริ พัฒนาการ&amp;rdquo; มียอดขายประมาณ 53% มูลค่ารวมกว่า 2,250 ล้านบา นอกจากนี้บริษัทยังมียอดขายจากตลาดต่างชาติที่ 9,100 ล้านบาท คิดเป็น 70% จากเป้าหมายยอดขายตลาดต่างชาติที่ตั้งไว้ในปีนี้ 13,000 ล้านบาท&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15474</URL_LINK>
                <HASHTAG>คอนโดมิเนียม, บุรณศิริ, แสนสิริ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180514/image_big_5af97571748c2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15277</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/08/2018 09:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/08/2018 09:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“ธนารักษ์” จ่อลงเสาเข็มบ้านคนไทยสิ้นปีนี้ ราคาถูกหลังละไม่เกิน 350,000-700,000 บาท </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;ธนารักษ์&amp;rdquo; เดินหน้าโครงการบ้านคนไทย ขนที่ราชพัสดุ 10 แปลงใน 8 จังหวัดทั่วประเทศ นำร่องเปิดประมูลที่ &amp;ldquo;เชียงราย-ชลบุรี&amp;rdquo; สร้างที่อยู่อาศัยราคาเป็นมิตรไม่เกิน 7 แสนบาท ดอกเบี้ยต่ำ ผ่อนยาว 30 ปี คาดลงเสาเข็มก่อสร้างได้สิ้นปีนี้ ประเมินปลายปี 2562 ผู้มีรายได้น้อยขนกระเป๋าเข้าอยู่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพชร อนันตศิลป์ อธิบดีกรมธนารักษ์ เปิดเผยว่า การจัดทำโครงการบ้านคนไทยประชารัฐสำหรับผู้มีรายได้น้อยในพื้นที่ราชพัสดุทั้งหมด 10 แปลง ใน 8 จังหวัดได้ผ่านความเห็นชอบจากสำนักงานอัยการสูงสุดแล้ว และขณะนี้ได้ทยอยเปิดประมูลไปแล้วหลายจังหวัด อาทิ ชลบุรี เชียงราย ซึ่งหลังจากนี้คาดว่าจะใช้เวลาในการประมูลอีกระยะหนึ่งก่อนจะเริ่มตอกเสาเข็มก่อสร้างได้ภายในสิ้นปีนี้ และจะใช้เวลาก่อสร้างประมาณ 1 ปี ทำให้ผู้มีรายได้น้อยจะสามารถเข้าอยู่ได้ในช่วงสิ้นปี 2562&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การประมูลจัดสร้างและบริหารโครงการที่อยู่อาศัยบ้านคนไทย จะมีผู้ว่าราชการจังหวัดแต่ละจังหวัดเป็นคนกำกับดูแล แต่หลักการยังเป็นเหมือนเดิมคือต้องการสร้างที่อยู่อาศัยราคาถูกไม่ว่าจะเป็น บ้านแฝด ทาวน์เฮ้าส์ และคอนโดมิเนียม ราคาถูกหลังละไม่เกิน 350,000-700,000 บาท ให้ผู้มีรายได้น้อยได้พักอาศัย หากการดำเนินการเป็นไปตามแผนคาดว่าจะเปิดให้ผู้มีรายได้น้อยเข้าร่วมจองสิทธิได้ภายในปลายปีนี้&amp;rdquo; นายพชร กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพชร กล่าวอีกว่า โครงการบ้านคนไทยประชารัฐมีการก่อสร้างที่อยู่อาศัย 3 ประเภท ได้แก่ บ้านแฝด ทาวน์เฮ้าส์ และคอนโดมิเนียม พื้นที่ใช้สอยเริ่มต้น 28 ตร.ม. พร้อมกำหนดให้จัดสรรพื้นที่ส่วนกลางไม่เกิน 30% ของพื้นที่โครงการ โดยให้สิทธิแก่ผู้ลงทะเบียนสวัสดิการแห่งรัฐมีสิทธิจองซื้อก่อน พร้อมกับได้รับสิทธิสินเชื่อดอกเบี้ยพิเศษจากธนาคารออมสินและธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) โดยมีอัตราดอกเบี้ยคงที่ปีที่ 1-4 ที่ 2.75% ต่อปี ส่วนปีที่ 5 เป็นต้นไป คิดเอ็มอาร์อาร์ลบ 0.75-1% ต่อปี มีระยะเวลาการกู้ไม่เกิน 30 ปี อย่างไรก็ตามหากผู้ลงทะเบียนใช้สิทธิจองซื้อบ้านคนไทยไม่หมด จะเปิดให้ประชาชนทั่วไปมีสิทธิจองซื้อ แต่จะไม่ได้รับการอุดหนุนดอกเบี้ยพิเศษจากรัฐบาล สำหรับรูปแบบการลงทุนในโครงการบ้านคนไทย จะเป็นการเปิดให้ภาคเอกชนเข้ามาลงทุนก่อสร้างบนพื้นที่ราชพัสดุของรัฐ โดยเป็นสัญญาเช่าระยะยาวอายุ 30 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานข่าวจากกระทรวงการคลัง ระบุว่า ขณะนี้ที่จังหวัดเชียงรายได้เริ่มเปิดการประมูลบ้านคนไทยแล้ว เมื่อวันที่ 2 ส.ค.ที่ผ่านมา โดยนำที่ราชพัสดุแปลง ชร.359 อ.เมือง เนื้อที่ 3 ไร่ 3 งาน 86 ตารางวา มาเปิดประมูล โดยกำหนดคุณสมบัติให้ผู้เข้าประมูลมีทุนจดทะเบียนชำระแล้วไม่ต่ำกว่า 13 ล้านบาท ไม่เคยทิ้งงานก่อสร้างรัฐ มีผลงานที่ประสบความสำเร็จย้อนหลังไม่เกิน 3ปี หรือมีประสบการณ์การพัฒนาบ้านจัดสรร คอนโดมิเนียมมาก่อน ตลอดจนต้องแสดงงบการเงินย้อนหลัง 3 ปี เป็นต้น เพื่อต้องการให้ได้ผู้รับเหมามืออาชีพในการดำเนินโครงการไม่มีปัญหาเหมือนที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับภาพรวมทั้งโครงการที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบให้กรมธนารักษ์นำไปพื้นที่ราชพัสดุไปสร้างโครงการบ้านคนไทยประชารัฐทั้งหมด 8 จังหวัด ได้แก่ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เนื้อที่ 10 ไร่, อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เนื้อที่ 16 ไร่, อ.เมือง จ.อุดรธานี เนื้อที่ 23 ไร่, อ.เมือง จ.นครพนม เนื้อที่ 30 ไร่, อ.แม่ทะ จ.ลำปาง เนื้อที่ 55 ไร่, อ.เมือง จ.เชียงราย เนื้อที่ 3.4 ไร่, อ.เมือง จ.เชียงใหม่ เนื้อที่ 15 ไร่, อ.เมือง จ.ขอนแก่น เนื้อที่ 30 ไร่ และยังได้เพิ่มพื้นที่อีก 2 แปลงในจังหวัดลำปาง และขอนแก่น รวมเป็นทั้งหมด 10 แปลง ซึ่งคาดว่าจะสามารถสร้างที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อยไม่ต่ำกว่า 3 พันหน่วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ผู้ได้รับสิทธิอยู่อาศัย จะต้องทำสัญญาเช่ากับผู้ได้รับสิทธิก่อสร้าง อัตราค่าเช่าผ่อนชำระไม่เกิน 4,500 บาทต่อเดือน เมื่อผู้ได้รับสิทธิอยู่อาศัยผ่อนชำระค่าเช่าที่อยู่อาศัยตามเงื่อนไขของผู้ได้รับสิทธิพัฒนาโครงการ จะได้รับการโอนสิทธิอาคารสิ่งปลูกสร้างตามสัญญา และได้เป็นผู้เช่าตรงกับกรมธนารักษ์หรือตามที่ธนาคารกำหนด โดยมีสิทธิเข้าอยู่อาศัยลักษณะสัญญาเช่าระยะยาว 30 ปี
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15277</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมธนารักษ์, คอนโดมิเนียม, ชลบุรี, ทาวน์เฮ้าส์, ที่ราชพัสดุ, บ้านแฝด, พชร อนันตศิลป์, เชียงราย, โครงการบ้านคนไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180315/image_big_5aaa9d0a6d230.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13273</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/07/2018 14:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/07/2018 14:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เสนา ผุดแบรนด์ลักชูรี่คอนโด”ปีติ เอกมัย” </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เสนา เดินหน้าผนึก&amp;rdquo;ฮันคิว&amp;rdquo;โชว์แผนปี 61 จ่อพัฒนาโครงการร่วมกันอย่างน้อย 7 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 23,000 ล้านบาท ล่าสุดเปิดตัวคอนโดฯระดับลักชูรี่ภายใต้แบรนด์&amp;ldquo;ปีติ เอกมัย&amp;rdquo;มูลค่ารวมกว่า 5,000 ล้านบาท ราคาขายเริ่ม 4.45 ล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ก.ค. 61 น.ส.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.เสนาดีเวลลอปเม้นท์ (SENA) เปิดเผยถึงภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยครึ่งปีหลัง 2561 ว่า มีทิศทางที่ดียิ่งขึ้น โดยคาดว่าปีนี้จะมีอัตราการเติบโตได้ประมาณ 3-5% โดยมีปัจจัยจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจภายในประเทศ ขณะที่ดีมานด์ระดับบนยังมีสัญญาณที่ดีและเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ภาพรวมตลาดคอนโดมิเนียมแนวรถไฟฟ้ายังมีความต้องการสูงขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนแผนการดำเนินงานของบริษัทร่วมทุนในชื่อบริษัท เสนา ฮันคิว จำกัด ระหว่างบมจ.เสนา ดีเวลลอปเม้นท์ และ กลุ่ม ฮันคิว ฮันชิน พร็อพเพอร์ตี้ส์ คอร์เปอร์เรชั่น โดยในปี 2561 นี้บริษัทมีแผนพัฒนาโครงการรวมทุนอย่างน้อย 7 โครงการ รวมมูลค่ากว่า 23,0000 ล้านบาท ทั้งนี้การพัฒนาโครงการจะเป็นการต่อยอดการพัฒนาคอนโดมิเนียมร่วมกันบนทำเลที่มีศักยภาพในย่านใจกลางเมือง ซึ่งเป็นโอกาสและสัญญาณที่ดีในการพัฒนาคอนโดมิเนียมหรูระดับลักชูรี่และเป็นโครงการแรกของบริษัทในปีนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุดบริษัทได้เปิดตัวโครงการคอนโดมิเนียมระดับลักชูรี่แบรนด์ใหม่ภายใต้ชื่อ&amp;ldquo;ปีติ เอกมัย&amp;rdquo;ซึ่งโครงการร่วมทุนที่ 3 ภายใต้การร่วมทุนชื่อบริษัท เสนา ฮันคิว จำกัด มูลค่ารวมกว่า 5,000 ล้านบาท เป็นโครงการคอนโดมิเนียม บนพื้นที่กว่า 4 ไร่ ทำเลซอยเอกมัย 26 เป็นอาคารสูง 37 ชั้น &amp;nbsp;1 อาคาร รวม 897 ยูนิต และร้านค้า 3 ยูนิต ราคาเริ่มที่ 4.45 ล้านบาท หรือราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 170,000 บาทต่อตร.ม. โดยจะเปิดให้ลงทะเบียนจองสิทธิ์ผ่าน&amp;quot;SENA Online Booking&amp;quot;ตั้งแต่วันนี้-2 ส.ค.นี้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13273</URL_LINK>
                <HASHTAG>คอนโดมิเนียม, ปีติ เอกมัย, ระดับลักชูรี่, ฮันคิว, ฮันคิว ฮันชิน พร็อพเพอร์ตี้ส์ คอร์เปอร์เรชั่น, เสนา, เสนา ฮันคิว, แนวรถไฟฟ้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180712/image_big_5b46fc3c46a20.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>12010</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/06/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/06/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คอนโดฯไทยโดนใจผู้ซื้อจีน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา กลุ่มนักลงทุนต่างชาติได้หลั่งไหลมาในประเทศไทยเป็นจำนวน ซึ่งบางส่วนก็มาเพื่อท่องเที่ยวอย่างเดียว มาบ่อยเข้าก็เกิดสนใจหาซื้อคอนโดมิเนียมไว้เป็นที่พักเพื่อพักร้อนในปีถัดๆ ไป ขณะที่จีนแห่นำเงินมาลงทุนในการซื้ออสังหาริมทรัพย์มากยิ่งขึ้น แต่รัฐบาลจีนก็ยังคงใช้มาตรการคุมเข้มให้ประชาชนของตนนำเงินออกนอกประเทศได้ไม่เกินคนละ 50,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 1.6 ล้านบาทต่อปี &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่จากการสังเกตการณ์โดยบริษัทที่ปรึกษาอสังหาริมทรัพย์ เจแอลแอล พบว่า ในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ ชาวจีน จากแผ่นดินใหญ่ได้ขยับขึ้นมาเป็นผู้ซื้อชาวต่างชาติที่มีสัดส่วนการซื้อคอนโดมิเนียมในกรุงเทพฯ มากที่สุด โดยประเมินว่าราว 50% ของชาวต่างชาติที่ซื้อคอนโดมิเนียมในกรุงเทพฯ เป็นผู้ซื้อชาวจีน ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มผู้ที่เข้ามาทำงานกับบริษัทจีนที่ดำเนินธุรกิจในกรุงเทพฯ ซึ่งถือว่าเป็นเมืองที่บริษัทจีนเข้ามาเปิดดำเนินธุรกิจมากที่สุดเป็นอันดับ 10 ของโลก และเช่าใช้พื้นที่สำนักงานมากที่สุดเป็นอันดับ 3&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปัจจุบันคอนโดมิเนียมที่ชาวจีนนิยมซื้อ คือจำนวนพวกห้องชุดในย่านรัชดาภิเษก-พระราม 9 มีราคาอยู่ในช่วงราคาระหว่าง 1.5 ล้าน ถึง 3 ล้านบาท โดยทั่วไปผู้ซื้อชาวจีนกลุ่มนี้มักไม่มีปัญหากับมาตรการควบคุมการนำเงินออกจากจีน ส่วนหนึ่งเป็นเพราะราคาไม่สูงเกินเพดานที่กำหนด &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากนี้ ยังมีธนาคารต่างชาติและสถาบันการเงินของไทยบางแห่งที่มีนโยบายปล่อยกู้ให้กับชาวต่างชาติที่ต้องการซื้อคอนโดมิเนียมในไทย นอกจากนี้จากการสำรวจยังพบว่า มีชาวจีนจำนวนมากที่ซื้อคอนโดฯ เพื่อเป็นการลงทุน เพื่อใช้เป็นที่พักในช่วงที่เข้ามาท่องเที่ยว ซึ่งกรุงเทพฯ เป็นหนึ่งในสิบเมืองของโลกที่มีความสัมพันธ์เชื่อมโยงกับจีนมากที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับคอนโดมิเนียมในกรุงเทพฯ ที่ชาวจีนนิยมซื้อ ส่วนใหญ่มีระดับราคาที่ประมาณ 6 ล้านบาทในย่านสุขุมวิท แต่ในขณะเดียวกัน ยังพบด้วยว่ามีเศรษฐีชาวจีนจำนวนมากขึ้นที่สนใจซื้อคอนโดมิเนียมกลุ่มลักชัวรีและซูเปอร์ลักชัวรีในย่านศูนย์กลางธุรกิจของกรุงเทพฯ และทำเลริมน้ำเจ้าพระยา ซึ่งนักลงทุนเศรษฐีจีนเหล่านี้บางรายเลือกซื้อคอนโดมิเนียมหรูไว้เป็นสมบัติสะสมที่สร้างความภูมิใจให้กับผู้ที่ได้ครอบครอง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในส่วนของมาตรการของรัฐบาลจีนในการจำกัดปริมาณเงินที่ประชาชนของตนสามารถนำเงินออกไปซื้ออสังหาริมทรัพย์นอกประเทศได้ แม้มาตรการดังกล่าวจะเป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้ชาวจีนพบกับความยุ่งยากมากขึ้นในการซื้อคอนโดมิเนียมหรูในกรุงเทพฯ หรือเมืองอื่นๆ ทั่วโลก แต่ยังคงมีวิธีการต่างๆ ที่ผู้ซื้อชาวจีนสามารถใช้ได้ อาทิ การใช้เงินที่มีอยู่ในต่างประเทศเพื่อซื้อ โดยเฉพาะนักธุรกิจจีนที่มีธุรกิจที่สร้างรายได้ในต่างประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม ณ สิ้นไตรมาสแรกของปี 2561 นี้คอนโดมิเนียมในโครงการที่สร้างเสร็จแล้วจำนวนรวมทั้งสิ้นราว 524,000 ยูนิต ในจำนวนนี้เป็นระดับบน 46,000 ยูนิต ซึ่งในไตรมาสที่ผ่านมา ราคาคอนโดมิเนียมมือหนึ่งเฉลี่ยทั่วกรุงเทพฯ มีราคาปรับเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 8.3% จากไตรมาสเดียวกันของปีที่แล้ว แต่พบว่าคอนโดมิเนียมระดับบนมีราคาเฉลี่ยปรับขึ้นเพียงเล็กน้อยที่ 0.4% เนื่องจากการแข่งขันที่สูงขึ้นจากการที่มีผู้ประกอบการหันมาพัฒนาโครงการในตลาดบนมากขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากนี้ ในไตรมาสแรกของปีนี้ มีบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ที่ซื้อที่ดินแปลงสำคัญๆ จำนวนหนึ่งในทำเลใจกลางศูนย์กลางธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นการซื้อขายที่ดินของสถานทูตอังกฤษ โดยการร่วมทุนระหว่างกลุ่มเซ็นทรัลและฮ่องกงแลนด์ในราคาราว 18,700 ล้านบาท ซึ่งนับเป็นการซื้อขายที่ดินที่มีมูลค่าสูงสุดที่เคยมีมา การซื้อที่ดินที่ถนนหลังสวนโดยเอสซีแอสเสท ในราคาตารางวาละ 3.1 ล้านบาท ซึ่งนับเป็นราคาซื้อขายที่ดินต่อตารางวาที่สูงสุดเท่าที่เคยมีมา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากนี้ ยังมีบริษัทพัฒนาคอนโดมิเนียมชั้นนำรายอื่นๆ อีกที่มีการซื้อที่ดินในทำเลชั้นดี ที่มีมูลค่าหรือราคาย่อมลงไป อาทิ ไรมอน แลนด์, แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น และอนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ และในบรรดาที่ดินเหล่านี้ คาดว่าจะมีหลายแปลงที่ถูกใช้สำหรับพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมระดับลักชัวรีและซูเปอร์ลักชัวรี และมีความเป็นไปได้ว่าบางโครงการอาจสร้างสถิติราคาเสนอขายสูงสุดครั้งใหม่ให้กับตลาดคอนโดมิเนียมของกรุงเทพฯ.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ศรยุทธ เทียนสี&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12010</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระจกไร้เงา, คอนโดมิเนียม, ชาวจีน, นักลงทุนต่างชาติ, พระราม 9, รัชดาภิเษก, ศรยุทธ เทียนสี, สุขุมวิท, อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์, อสังหาริมทรัพย์, แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น, ไรมอน แลนด์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180114/5a5b68b2a156d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
