<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>79001</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/09/2020 18:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/09/2020 18:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปธ.ศาลฎีกา วิพากษ์ม็อบก้าวร้าว รุนแรง ไม่ให้เกียรติจะเป็นอันตรายต่อสังคม ควรเปลี่ยนถ่ายรุ่นสู่รุ่นด้วยสันติวิธี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ก.ย.63 -&amp;nbsp;ที่ห้องประชุมใหญ่ สำนักประธานศาลฎีกา สนามหลวง นายไสลเกษ วัฒนพันธุ์ ประธานศาลฎีกา ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวหลังการแถลงผลงาน ก่อนเกษียณครบวาระในวันที่ 30 ก.ย. นี้ ซึ่งผู้สื่อข่าวถามประเด็นการเมืองว่า จากประสบการณ์ที่ท่านเคยเป็นนักศึกษา ม.ธรรมศาสตร์ ผ่านเหตุการณ์ทางการเมืองมาก่อน อยากจะบอกอะไรกับน้องๆ นักศึกษาที่ออกมาประท้วงในช่วงนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายไสลเกษ กล่าวว่า ตนมองว่าก็ไม่ได้แตกต่างจากนักศึกษาในยุคนี้หรอก เพียงแต่บริบทของสังคมเปลี่ยนแปลงไป ช่วงที่เป็นนักศึกษาก็รู้สึกว่าอะไรที่เป็นสิ่งใหม่ สิ่งที่ท้าทาย เราต้องการเรียนรู้ หลายเรื่องที่เราไม่เคยเข้าใจ สมัยตนเรียน ม.ธรรมศาสตร์ ช่วงหลังเปลี่ยนแปลง 14 ต.ค. 2516 นักศึกษามีความคิดทางสังคมเยอะ อ่านตำราทุกอย่าง ทั้งมาร์กซิสต์ เลนิน เหมา เยอะแยะไปหมด ซึ่งเราต้องการเรียนรู้ว่าจริงๆ มันคืออะไร เพราะเราไม่รู้ ในที่สุดประสบการณ์ก็จะสอนเราเรื่อยๆ ว่า อันไหนใช่ อันไหนไม่ใช่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธานศาลฎีกา กล่าวต่อไปว่า ประสบการณ์การล่มสลายของประเทศคอมมิวนิสต์ ประเทศจีนที่มีเหตุการณ์ปฏิวัติวัฒนธรรม เด็กรังเกียจผู้ใหญ่ มองว่าพ่อแม่หรือผู้บุพการีล้าหลัง ขัดขวางการเปลี่ยนแปลงสังคม แล้วก็ปฏิบัติกับผู้บุพการีหรือผู้ใหญ่ในแบบหนึ่ง ในที่สุดการปฏิวัติวัฒนธรรมเกิดขึ้น ผู้หลักผู้ใหญ่กลุ่มอนุรักษ์นิยมถูกขัดขวางออกจากสังคม และแล้ววันเวลาก็พิสูจน์ว่า การปฏิวัติวัฒนธรรมในประเทศจีนล้มเหลว เขาทำลายทรัพยากรผู้ใหญ่ ทำลายทรัพยากรของบ้านเมือง ไม่มีการเชื่อมต่อเปลี่ยนถ่ายอย่างสันติ แล้วต่อมากลุ่มคนที่ปฏิวัติวัฒนธรรมก็ถูกปฏิวัติคืน จนกระทั่งไม่มีที่ยืนในสังคม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;คิดว่าถ้าจะมาเทียบกับสังคมในขณะนี้ เราต้องสอน เราต้องให้โอกาสเยาวชนของเรา ให้เขาได้เรียนรู้ได้เข้าใจ สิ่งหนึ่งที่ผมมองว่าความก้าวร้าว ความรุนแรง ความไม่ให้เกียรติกันนี่แหละจะเป็นอันตรายต่อสังคม ทำอย่างไรจะทำให้การเปลี่ยนถ่ายจากรุ่นสู่รุ่น เป็นไปด้วยสันติวิธี ทุกคนมีความสุข รับได้ คนรุ่นเก่าต้องยอมรับคนรุ่นใหม่ คนรุ่นใหม่ก็ต้องยอมรับคนรุ่นเก่า สิ่งนี้คือสิ่งที่ยาก ตอนนี้ผมไม่มั่นใจว่าสถานการณ์สังคมไทย จุดนี้เกิดขึ้นหรือเปล่า&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามหากแกนนำนักศึกษาเหล่านั้นต้องถูกดำเนินคดีขึ้นศาล การใช้กฎหมายถูกต้องหรือไม่ นายไสลเกษ กล่าวว่า ศาลต้องใช้กฎหมายเป็นหลัก แต่ตัวกฎหมายเองก็มีความยืดหยุ่นที่ศาลสามารถจะใช้ดุลยพินิจได้ ยุคนี้ศาลจะต้องสร้างความเข้าใจ ปัจจุบันศาลได้ผลักดันให้เกิดการประนีประนอม การเจรจาไกล่เกลี่ยมากขึ้น วิธีพิจารณาของศาลก็เปิดช่องเช่นนี้ เป็นไปได้ไหมที่จะให้คนรุ่นเก่า รุ่นใหม่ที่มีข้อพิพาทกันได้สร้างความเข้าใจกันให้มากขึ้น เด็กมองว่าผู้ใหญ่ล้าหลัง ส่วนผู้ใหญ่ก็มองว่าเด็กล้มล้างต้องหาคนกลาง ความขัดแย้งลงถึงระดับครอบครัวจนคุยกันไม่ได้ เพราะอุดมการณ์ทางการเมือง อยากให้ใจเย็นมากขึ้น พูดด้วยเหตุผล ถ้าให้เกียรติผู้ใหญ่เขาก็ฟัง สังคมไทยผูกพันกันรุ่นสู่รุ่น ความกตัญญูเป็นโครงสร้างพื้นฐาน ไม่สายที่จะสร้างความเข้าใจได้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79001</URL_LINK>
                <HASHTAG>คอมมิวนิสต์จีน, ประธานศาลฎีกา, ม็อบปลดแอก, ไสลเกษ วัฒนพันธุ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200929/image_big_5f731a7c28166.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>38149</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/06/2019 12:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/06/2019 12:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เลขาฯพรรคคอมมิวนิสต์จีน ชี้ไทยมีเสถียรภาพภายใต้การนำ&#039;บิ๊กตู่&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 มิ.ย.62 - เวลา 09.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายหลี่ ซี สมาชิกกรมการเมืองพรรคคอมมิวนิสต์จีนและเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์จีนประจํามณฑลกวางตุ้ง สาธารณรัฐประชาชนจีน เข้าเยี่ยมคารวะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ภายหลังการหารือ พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีแสดงความชื่นชมความสัมพันธ์ระหว่างไทย-จีน ที่มีความใกล้ชิดผูกพันกันมาเป็นระยะเวลานาน และชื่นชมความสําเร็จในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของจีน ตลอดจนแสดงความยินดีในโอกาสครบรอบ 70 ปีการก่อตั้งสาธารณรัฐประชาชนจีนในปีนี้ และขอฝากความระลึกถึงไปยังประธานาธิบดี และนายกรัฐมนตรีจีนด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ท.วีรชน กล่าวว่า นายหลี่ ซี ขอบคุณที่นายกรัฐมนตรีเสียสละเวลามาให้การต้อนรับ ชื่นชมที่ปีนี้เป็นปีที่สำคัญของประเทศไทย ได้แก่พระราชพิธีบรมราชาภิเษก ตลอดจนการจัดการเลือกตั้งทั่วไป โดยในช่วงเวลาที่ผ่านมาภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีส่งผลให้ความสัมพันธ์ไทย-จีนแน่นแฟ้นยิ่งขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ประเทศไทยมีเสถียรภาพส่งผลดีต่อการพัฒนาประเทศในหลายด้าน ขณะที่นายกรัฐมนตรีย้ำเจตนารมณ์ของรัฐบาลไทยในการส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างกัน และการผลักดันความร่วมมือเชิงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ที่รอบด้าน พร้อมกล่าวว่าไทยสนับสนุนข้อริเริ่ม &amp;ldquo;หนึ่งแถบ หนึ่งเส้นทาง&amp;rdquo; (Belt and Road Initiative: BRI) และการพัฒนาและเชื่อมโยงเขตอ่าวกวางตุ้ง - ฮ่องกง - มาเก๊า (GBA) ซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ &amp;ldquo;ประเทศไทย 4.0&amp;rdquo; โครงการ EEC และเชื่อว่าจะส่งผลให้เกิดการพัฒนามายังประเทศสมาชิกอาเซียน ซึ่งไทยพร้อมที่จะให้ความสนับสนุนในฐานะประธานอาเซียนในปีนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ท.วีรชน กล่าวอีกว่า ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะผลักดันความร่วมมือระหว่างกันในทุกมิติ ทั้งด้านการค้าไทย - กวางตุ้ง ที่คิดเป็นประมาณ
ร้อยละ 30 ของมูลค่าการค้าไทย &amp;ndash; จีน และยังมีศักยภาพที่จะเติบโตได้อีกตามเป้าหมายการค้าที่ตั้งไว้ที่ 140,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2564 ด้านการท่องเที่ยวนายกรัฐมนตรีชื่นชมจำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่มาเที่ยวไทยจำนวนมาก ซึ่งนายหลี่ ซีย้ำว่าประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวที่ชาวจีนชื่นชอบ โอกาสนี้ ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะมีความร่วมมือด้านอื่นๆ อย่างเป็นรูปธรรม ได้แก่ การศึกษา วิทยาศาสตร์ นวัตกรรมและเทคโนโลยี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ท.วีรชน กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีได้อวยพรให้ประสบความสำเร็จในการจัดงาน China (Guangdong) - Thailand Economic and Trade Cooperation Conference ซึ่งจะเป็นส่วนสำคัญในการกระชับความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างกวางตุ้ง และประเทศในภูมิภาค โดยนายกรัฐมนตรีขอให้จีนพิจารณานำเข้าสินค้าเกษตรของไทยที่มีคุณภาพ ได้แก่ ผลไม้ไทย ข้าว ยาง และปาล์ม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในตอนท้ายทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนแนวความคิดเกี่ยวกับความท้าทายของโลกปัจจุบัน ซึ่งทำให้เกิดปัญหาการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐฯ ซึ่งนายหลี่ ซี เชื่อว่าปัญหาจะคลี่คลายไปด้วยดี และจีนพร้อมที่จะเปิดประตูการเจรจากับสหรัฐฯ ทั้งนี้นายกรัฐมนตรีขอให้ฝ่ายจีนคำนึงถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับประเทศในภูมิภาคด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/38149</URL_LINK>
                <HASHTAG>คอมมิวนิสต์จีน, พลเอกประยุทธ์, หลี่ ซี, เสถียรภาพรัฐบาล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190610/image_big_5cfdec77aa423.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
