<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>113977</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/08/2021 16:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/08/2021 16:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผงะ! คอร์รัปชัน 15,282 กรณี ไม่เว้นแม้ภาวะวิกฤติโควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ส.ค.64 - ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธานคณะกรรมการ ป.ป.ช. กล่าวปาฐกถา หัวข้อ กับดักคอร์รัปชันในอนาคต การถอดกับดักที่ทรงพลังตอนหนึ่ง ในงานสัมมนาแลกเปลี่ยนความรู้ระดับชาติเรื่อง ถอดกับดักคอรัปชันว่า ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ตั้งแต่ปี 63 ถึงปัจจุบัน ทำให้ชีวิตและการทำมาหากินต้องปรับเปลี่ยนและเตรียมพร้อมสร้างอนาคตใหม่เพื่อผ่านความทุกข์นี้ แต่ภายใต้ความทุกข์ยากนี้ยังมีปัจจัยที่ไปเพิ่มความทุกข์ยากในสังคมขึ้นไปอีกคือการทุจริตคอร์รัปชันที่ยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน แม้ในภาวะวิกฤติโควิด-19 ที่เกิดขึ้นอยู่คำกล่าวหาการทุจริตมีจำนวนถึง 15,282 กรณี แสดงว่าการทุจริตไม่มีการลดราวาศอกให้กับสถานการณ์ใดๆ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.อ.วัชรพล กล่าวว่า กับดักคอร์รัปชัน คือ จิตใจความรู้สึกนึกคิดที่อ่อนแอถูกครอบงำได้โดยง่ายโดยกิเลสความโลภเป็นผู้ที่ขาดคุณธรรมในจิตใจไม่ละอายไม่เกรงกลัวการทำผิด อุดมการณ์แรงจูงใจหรือการประพฤติที่ดีงาม มีค่านิยมที่ผิดเช่น ยกย่องคนมีเงิน คนที่มีตำแหน่งหน้าที่การงานสูงโดยไม่สนใจปัจจัยอื่นๆ ยอมอยู่ใต้อิทธิพลของผู้ทุจริต รวมทั้งมีค่านิยมว่าการทุจริตเป็นวิถีชีวิตปกติธรรมดา เห็นคนฉวยโอกาสเอาเปรียบคนอื่นเป็นคนฉลาด &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.อ.วัชรพล กล่าวว่า การถอดกับดักคอร์รัปชันที่ทรงพลัง คือการพัฒนาจิตใจของปัจเจกทุกคนทั้ง ครอบครัว ชุมชน สังคมให้เข้มแข็งสามารถต้านทานความโลภและค่านิยมผิดๆ ป.ป.ช.มีกระบวนการที่ได้ดำเนินการป้องกันและปราบปรามการทุจริตเชิงรุก โดยได้บูรณาการกับหลายภาคส่วน ดังนี้ ตรากฎหมายให้สอดคล้องกับอนุสัญญาสหประชาชาติก็ด้วยการต่อต้านการทุจริต , การออกหลักเกณฑ์ให้ครอบคลุมถึงการลดโอกาสในการทุจริต , การบูรณาการร่วมมือในการบังคับใช้กฎหมายเพื่อปราบปรามการทุจริต, การเร่งรัดให้ดำเนินการไต่สวนที่ขาดอายุความและการยึดหรืออายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดโดยทางทุจริตตาม พระราชบัญญัติ ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 , บูรณาการ การทำงานตามกฏหมายให้มีความรวดเร็วมากขึ้น &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.อ.วัชรพล กล่าวว่า นอกจากนี้ในเรื่องระหว่างประเทศมีการประชุมเพื่อติดตามการอนุวัตรการตามสนธิสัญญา ให้ความเห็นทางกฎหมายและเสนอแก้ไขกฎหมายและกระบวนการปราบปรามการทุจริตให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล การเผยแพร่ข้อมูลการทุจริตให้สาธารณะชนได้รับทราบ เช่น การเผยแพร่ผลการชี้มูลความผิดคดีทุจริตและผลคำพิพากษาของศาลบนเว็บไซต์ของสำนักงานป.ป.ช.ทั้งนี้ยังมีการแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนทุกครั้งที่มีผลการวินิจฉัยเรื่องร้องเรียนและตอบข้อซักถามของสื่อมวลชนอยู่สม่ำเสมอ ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นการตอกย้ำ ให้เห็นถึงการเทพประสิทธิภาพในการปราบปรามการทุจริต &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.อ.วัชรพล กล่าวว่า สำหรับกระบวนการต่อมาเป็นมาตรการทางด้านการป้องกันและการทุจริตเชิงรุก โดยป.ป.ช. มีการกำหนดหลายมาตรการตามนัยยะมาตรา 32 ของกฎหมายป.ป.ช. ได้แก่ ข้อเสนอแนะเพื่อป้องกันการทุจริต การเบิกจ่ายเงินอุดหนุนเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยปัญหาทางสังคมของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กรณีศึกษาของกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ ซึ่งคณะรัฐมนตรี (ครม.)มีมติเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2563 ข้อเสนอแนะเพื่อป้องกันความเสี่ยงเกี่ยวกับการทุจริตในการบริหารจัดการงบประมาณโครงการกองทุนประกันสุขภาพระดับท้องถิ่นหรือพื้นที่ ซึ่งครม.มีมติเมื่อวันที่ 1 กันยายน 2563 ข้อเสนอแนะเพื่อป้องกันการทุจริตเกี่ยวกับงบประมาณเงินอุดหนุนวัดของ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ซึ่งครม.มีมติเมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2563 &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.อ.วัชรพล กล่าวว่า รวมทั้งได้มีการกำหนดมาตรการที่เสนอต่อครม.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาดำเนินการ ได้แก่ มาตรการป้องกันการทุจริตในการเรียกรับทรัพย์สินหรือประโยชน์ตอบแทนเพื่อโอกาสในการเข้าเรียนในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน การเรียกเก็บเงิน บำรุงการศึกษาและเรียกเก็บค่าปรับพื้นฐาน , มาตรการป้องกันการทุจริตด้วยการเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจกฎหมายเกี่ยวกับการขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคลกับประโยชน์ส่วนรวม จะทำหนังสือเรื่องสินบนกับการขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคลกับประโยชน์ส่วนรวมโดยรวบรวมคำพิพากษาเกี่ยวกับพอดีการรับสินบนและการดำเนินคดีเกี่ยวกับกำลังทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.อ.วัชรพล กล่าวว่า ป.ป.ช. มีนวัตกรรมการสื่อสารแอพพลิเคชั่นที่เรียกว่า &amp;ldquo;WE STRONG&amp;rdquo; เพื่อจับตามองและแจ้ง เบาะแสของสมาชิกSTRONG จิตพอเพียงต้านทุจริตทั่วประเทศ ซึ่งสามารถพูดคุยแลกเปลี่ยนความรู้และแจ้งเบาะแสเรื่องร้องเรียนต่อสำนักงานป.ป.ช.ได้ ในปัจจุบันได้มีจำนวนสมาชิกรวม 3,330 คน อีกนวัตกรรมที่มีประโยชน์คือแอนตี้คอร์รัปชันทูบ๊อก เป็นคลังเครื่องมือการป้องกันการทุจริตที่มีในประเทศมากกว่า 250 เครื่องมือเพื่อขยายผลในการนำไปใช้ได้มีการเผยแพร่ผ่านเว็บไซต์สำนักงานป.ป.ช. ตั้งแต่วันที่ 30 เมษายน 2564 &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.อ.วัชรพล กล่าวว่า ยังมีมาตรการการป้องกันเชิงรุกโดยใช้เครื่องมือการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใส ในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ (ไอทีเอ) ซึ่งพบว่าความโปร่งใสของภาครัฐมีการพัฒนาดีขึ้นตามลำดับ โดยมีหน่วยงานภาครัฐที่เข้ารับการประเมินปีงบประมาณ 2561 จำนวน 5,994 แห่ง ได้คะแนนเฉลี่ย 68.78 คะแนน มีหน่วยงานที่ผ่านเกณฑ์ 85 คะแนนขึ้นไป 573 แห่ง คิดเป็นร้อยละ 7.29 ของจำนวนผู้ที่เข้ารับการประเมิน ต่อมาปี 62 หน่วยงานที่เข้ารับการประเมิน 8,058 แห่ง ได้คะแนนเฉลี่ย 66.74 คะแนน มีหน่วยงานที่ผ่านเกณฑ์ 85 คะแนนขึ้นไป 970แห่ง คิดเป็นร้อยละ 11.69 ของจำนวนผู้ที่เข้ารับการประเมิน ในปี 63 หน่วยงานที่เข้ารับการประเมินจำนวน 8,300 แห่ง ได้คะแนนเฉลี่ย 67.90 คะแนนหน่วยงานที่ผ่านเกณฑ์ 85 คะแนนขึ้นไป 1,095 แห่ง คิดเป็นร้อยละ 13.19 ของจำนวนผู้ที่เข้ารับการประเมิน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับปี 64 หน่วยงานที่เข้ารับการประเมินจำนวน 8,300 แห่ง ได้คะแนนเฉลี่ย 81.25 คะแนนหน่วยงานที่ผ่านเกณฑ์ 85 คะแนนขึ้นไป 4,146 แห่ง คิดเป็นร้อยละ 49.95 ของจำนวนผู้ที่เข้ารับการประเมิน จะเห็นว่าจากปี61ถึง64 การดำเนินการประเมินนั้นมีแนวโน้มที่ดีขึ้นซึ่งหมายความว่าการให้บริการของหน่วยงานของรัฐที่ให้บริการต่อประชาชนได้รับการยอมรับจากประชาชนและ ถ้าเราสามารถให้หน่วยงานภาครัฐมีความโปร่งใสและตรวจสอบได้ในการให้บริการประชาชนได้มากยิ่งขึ้นเท่าไหร่ก็แสดงให้ประเทศของเรามีความปลอดภัยมากขึ้นและบริหารจัดการที่ดีแต่คะแนนในอนาคตจะสูงขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.อ.วัชรพล กล่าวว่า นอกจากนี้ป.ป.ช.ยังมีการประเมิน (ไอทีเอ) กับสำนักงานเขตกรุงเทพมหานครและสำนักงานตำรวจแห่งชาติเข้ารับการประเมินด้วย ซึ่งถ้าสามารถผ่านการประเมินได้และเป็นที่ยอมรับของประชาชนแสดงว่าประชาชนในกรุงเทพมหานครได้รับความดูแลและคุ้มครองจากหน่วยงานของรัฐได้เป็นอย่างดี กรุงเทพมหานครก็จะเป็นเมืองในฝันเป็นเมืองหลวงไม่ใช่เฉพาะของประเทศไทยแต่เป็นเมืองหลวงชั้นนำของโลกได้ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.อ.วัชรพล กล่าวว่า ลำดับกระบวนการต่อมาเป็น มาตรการการป้องปรามเชิงรุก คือ การปักหมุดพื้นที่เสี่ยงต่อการทุจริต ปี 63 เริ่มนำข้อมูลเข้าระบบแผนที่พื้นที่เสี่ยง 2 ชุดข้อมูล คือ 1.ความเสี่ยงในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 2.ความเสี่ยงต่อการทุจริตในความสนใจของภาคประชาชนในชมรม STRONG จิตพอเพียงต้านทุจริต ซึ่งมีประเด็นร่วมที่ได้รับการปักหมุดในหลายพื้นที่ ได้แก่ การบุกรุกทรัพยากรธรรมชาติ, การจัดซื้อจัดจ้างโครงการสาธารณูปโภคพื้นที่, การใช้จ่ายงบประมาณโครงการเร่งด่วน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาในปี 64 มีการดำเนินการรับหมุดในรูปแบบการประชุมผ่านระบบซูมเพื่อให้เหมาะสมกับสถานการณ์ โดยมีประเด็นที่น่าสนใจที่ภาคประชาชนแจ้งว่า มีการดำเนินการผ่านชมรม STRONG จนสามารถถอนหมุดหรือบรรเทาความรุนแรงลงได้จำนวนมาก ดังนี้ ประเด็นหมุนการก่อสร้างซ่อมแซมสาธารณูปโภคในพื้นที่ ซึ่งในหลายจังหวัดสามารถดำเนินการถอนหมุดได้สำเร็จเป็นภาคประชาชนและสำนักงานป.ป.ช.ประจำจังหวัดร่วมกับประสานหน่วยงานที่เป็นผู้รับผิดชอบดำเนินโครงการ เพื่อร่วมการกำกับติดตามผู้รับจ้างให้ดำเนินการถูกต้องตามสัญญาจ้างไม่ให้เกิดปัญหาความเดือดร้อนแก่ประชาชน ประเด็นหมุดการใช้จ่ายงบประมาณการแก้ไขปัญหาภัยแล้งภัยและอุทกภัยใช้งบประมาณฟื้นฟูเศรษฐกิจ ในหลายพื้นที่โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคสี่จังหวัดกาฬสินธุ์และสกลนครมีความรุนแรงลดลง เป็นต้น &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.อ.วัชรพล กล่าวว่า กระบวนการสุดท้ายเป็นการมาตรการการป้องกันและการป้องปรามการทุจริตในระดับชุมชนและสังคม โดยการงานส่วนร่วมของภาคประชาชนในชมรมSTRONG จิตพอเพียงต้านทุจริต ใช้กรอบ STRONG โมเดลเพื่อผักดันการสร้างสังคมที่ไม่ทนต่อการทุจริตและนำมาสู่การจริตเชิงรุกพัฒนาชุมชนให้ก้าวไปครั้งหน้าโดยการประยุกต์และบูรณาการหลักความพอเพียง สร้างความโปร่งใสการแยกแยะผลประโยชน์ส่วนตัวและผลประโยชน์ส่วนรวมมีความเอื้ออาทรต่อเพื่อนมนุษย์และร่วมกัน ป้องปรามการทุจริตในชุมชน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธานปปช. กล่าวค่อว่า ตั้งแต่ปี 62 เป็นต้นมามีการก่อตั้งชมรม STRONG จิตพอเพียงต้านทุจริต ระดับจังหวัดครบทั้ง 76 จังหวัดและกทม. และในปัจจุบันชมรมSTRONGได้รับเงินสนับสนุนจากกองทุนป.ป.ช.เพื่อขยายผลจัดตั้งชมรมระดับอำเภอ และจากฐานข้อมูลชมรม STRONG ทั่วประเทศมีสมาชิกทั้งสิ้น 63,552 คน และตัวอย่างผลงานของชมรม STRONG เช่น ในภาค 1 ชมรมSTRONG จ. สมุทรปราการ ได้มีประเด็นเรื่องเสาไฟปะติมากรรมกินรีพร้อมโคมไฟระบบพลังงานแสงอาทิตย์โซล่าเซลล์ ของอบต.ราชาเทวะ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ผลลัพธ์คือ อ.บางพลี ได้สั่งการขอให้อบต.ราชการเทวะ ชะลอโครงการจัดซื้อเสาไฟประติมากรรมกินรีพร้อมโคมไฟระบบพลังงานแสงอาทิตย์โซล่าเซลล์ออกไปก่อน เพื่อให้หน่วยงานทำการตรวจสอบข้อเท็จจริงดังกล่าว ผลกระทบคือทำให้หน่วยงานท้องถิ่นตระหนักในการตื่นรู้ของภาคประชาชนจึงต้องระมัดระวังการหย่อนยานให้ถูกต้อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กระบวนการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตดังกล่าวทั้ง 4 มาตรการข้างต้นคือตัวอย่างของการเสริมสร้างความเข้มแข็งในการถอดกับดักคอรัปชั่นในระดับชุมชนแล้วก็สังคม ส่วนการถอดกับดักคอรัปชั่นในระดับปัจเจกบุคคลคือการสร้างเสริมจิตใจที่แข็งแกร่งด้วยกลไกทางการศึกษาและกลไกทางศาสนาในระยะยาวอย่างต่อเนื่อง โดยป.ป.ช. สร้างหลักสูตรต้านการทุจริตศึกษา พ.ศ.2561 เป็นเครื่องมือการปรับวิธีคิดให้คนไทยทุกกลุ่มเป้าหมายและประเด็นสำคัญคือ 1.การคิดแยกแยะระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชน์ส่วนรวม 2.ความละอายและความไม่ทนต่อการทุจริตร 3.STRONG จิตพอเพียงต้านทุจริต 4.พลเมืองและความรับผิดชอบต่อสังคม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธาน ปปช. กล่าวว่า ต่อมาในปี 64 ป.ป.ช.ได้สร้างหลักสูตรต้านการทุจริตศึกษาในประเด็นสำคัญและจำเป็นสำหรับการเรียนรู้ที่สามารถบูรณาการเข้าในหลักสูตรปี 61 ประกอบด้วย การต้านทุจริตในสถานการณ์ดิจิตอลดิสครับชั่น การพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติทางธรณี การพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติน้ำและน้ำบาดาล และในปัจจุบันหลักสูตรต้านทุจริตฯปี 61เป็นรายวิชาในการศึกษาขั้นพื้นฐานและยังมีการฝึกอบรมในทหารและตำรวจ เป้าหมายของหลักสูตรคือเพื่อปรับวิธีคิดที่ไปหาของความซื่อสัตย์สุจริตและมีจิตพอเพียงต้านทุจริต มีความละเอียดในการทำทุจริตและไม่ทนต่อการกระทำทุจริตใดๆ และในปีนี้หลักสูตรต้านทุจริตศึกษาดำเนินการจัดทำหนังสือหลักธรรมคำสอนในพระพุทธศาสนากับหลักสูตรต้านทุจริตศึกษา เมื่อวันที่ 10 สิงหาคมที่ผ่านมา ฉะนั้นในปี 65 เป็นต้นไปกลไกทางศาสนาและกลไกทางการศึกษาจะนำหลักสูตรต้านทุจริตศึกษาแพร่ขยายไปทั่วพร้อมๆกันในระยะยาวต่อเนื่องทั้งในทางโลกและทางธรรมในการปลูกฝังความเข้มแข็งในจิตใจของคนไทยระดับปัจเจกบุคคล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.อ.วัชรพล เชื่อว่ากลไกในการป้องกันและป้องปรามการทุจริตของทุกภาคส่วนกลไกทางศาสนาและกลไกทางการศึกษาการปลูกฝังวิธีคิดได้ดูจริตจะสร้างความเข้มแข็งของสังคมชุมชนครอบครัวใจเข้มแข็งของคนไทยซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายของแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติประเด็นการต่อต้านการทุจริตและประพฤติมิชอบที่มีเป้าหมายหลักให้ ภาครัฐมีความโปร่งใสปลอดการทุจริตและประพฤติมิชอบผ่านการพัฒนาคนและระบบ โดยให้ความสำคัญกับการปรับและหล่อหลอมพฤติกรรมคนทุกกลุ่มมนสังคมให้มีจิตสำนึกและจะทำให้กับดักคอร์รัปชันที่ไม่มีอิทธิพลและปรากฏแค่ในตำนานเท่านั้น &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113977</URL_LINK>
                <HASHTAG>คอร์รัปชัน, ทุจริต, ป.ป.ช.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210820/image_big_611f731b2602a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>110595</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/07/2021 17:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/07/2021 16:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตายยกหมู่! ปปช.เชือดนับร้อยคน คดีทุจริตจัดซื้อจีที 200</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ก.ค. 64 - รายงานข่าวจากคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ​ (ป.ป.ช) แจ้งว่า ในการประชุมคณะกรรมการป.ป.ช. เมื่อวันที่ 19 ก.ค. 2564 ที่ประชุมป.ป.ช.มีมติชี้มูลความผิด กรณีการจัดซื้อเครื่องตรวจวัตถุระเบิดและสารเสพติด (จีที200) ของหน่วยงานต่างๆ จำนวนทั้งหมด 20สำนวน มีผู้ถูกชี้มูลความผิดเกือบ 100 คน โดยหน่วยงานที่ถูกชี้มูลความผิด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อาทิ กรมสรรพาวุธทหารบก กรมสรรมพาวุธทหารอากาศ กรมศุลกากร สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ จ.ยะลา ภูเก็ต ระนอง เพชรบุรี สมุทรสงคราม นครปฐม ผู้ถูกชี้มูลความผิดส่วนใหญ่เป็นคณะกรรมการจัดซื้อจัดจ้าง และคณะกรรมการตรวจรับมอบงานของแต่ละหน่วยงาน และมีหัวหน้าส่วนราชการบางคนถูกร่วมชี้มูลความผิดด้วย ส่วนใหญ่เป็นความผิดทางวินัยมีทั้งวินัยร้ายแรง และไม่ร้ายแรง กรณีการตรวจรับงานไม่เป็นไปตามระเบียบ ส่วนโทษทางอาญามีเพียงบางส่วน อย่างไรก็ตามผู้ถูกชี้มูลความผิดบางคนมีตำแหน่งเป็น อดีตหัวหน้าส่วนราชการ และปัจจุบันดำรงตำแหน่งเป็นส.ว. โดยขณะนี้ป.ป.ช.กำลังสรุปรายละเอียดทั้งหมด เพื่อแถลงข่าวในเร็วๆนี้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110595</URL_LINK>
                <HASHTAG>คอร์รัปชัน, จีที200, ปปช.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180919/image_big_5ba21614cb797.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>109959</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/07/2021 15:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/07/2021 15:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปปช.ฟันฉับ ส.ส.เพื่อไทยกับพวก ฮั้ว-งาบงบก่อสร้างสนามฟุตบอลโกลหนู 30 ล้าน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ก.ค.64 -&amp;nbsp;เมื่อเวลา 14.00 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายนิวัติไชย เกษมมงคล รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. แถลงผลการประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. ถึงเรื่องกล่าวหานายประสิทธิ์ วุฒินันชัย เมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง ส.ส.เชียงใหม่ เขต 5 กับพวก รวม 95 คน ทุจริตโครงการก่อสร้างสนามกีฬาอเนกประสงค์ฟุตบอลโกลหนู สตรีทซอคเกอร์ (สนามหญ้าเทียม) ปีงบประมาณ 2556 ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในพื้นที่อำเภอฝางและอำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ จำนวน 15 แห่ง งบประมาณรวม 30,000,000 บาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนิวัติไชย กล่าวว่า จากการไต่สวนข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า เมื่อปี พ.ศ. 2556 องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในพื้นที่อำเภอฝางและอำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ ได้จัดทำโครงการก่อสร้างสนามกีฬาอเนกประสงค์ฟุตบอลโกลหนู สตรีทซอคเกอร์ (สนามหญ้าเทียม) จำนวน 15 แห่ง อันเป็นโครงการที่เป็นนโยบายของภาครัฐในการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อที่จะสามารถพัฒนาและแก้ไขปัญหาให้แก่ประชาชนในท้องถิ่นอย่างถูกต้อง ซึ่งเป็นไปตามพระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2542 กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นได้รับจัดสรรเงินอุดหนุนเฉพาะกิจจากสำนักงบประมาณ สำหรับพัฒนาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกรณีเร่งด่วน ปีงบประมาณ 2556 โครงการก่อสร้างสนามกีฬาอเนกประสงค์ในเขตอำเภอฝางและอำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ จำนวน 19,935,000 บาท และ 12,548,000 บาท ตามลำดับ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในจังหวัดเชียงใหม่ได้มีการขอรับการสนับสนุนงบประมาณผ่านกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นไปยังสำนักงบประมาณตามลำดับ นายประสิทธิ์ วุฒินันชัย เมื่อครั้ง ส.ส. เขต 5 (อำเภอฝางและอำเภอแม่อาย) ในขณะนั้น ได้นำกลุ่มบริษัทของนางสาวอัมพวัน แก้วนพมาศ เข้าเป็นคู่สัญญากับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่อำเภอฝางและอำเภอแม่อาย โดยนายประสิทธิ์ ได้เรียกรับเงินตอบแทนจากกลุ่มบริษัทของนางสาวอัมพวัน จำนวนร้อยละ 25 ของงบประมาณที่ได้รับจัดสรร ซึ่งเป็นเงิน 7.5 ล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในขั้นตอนการของบประมาณ ขั้นตอนการจัดทำคุณลักษณะและราคากลางสนามกีฬาอเนกประสงค์ฟุตบอลโกลหนู สตรีทซอคเกอร์ (สนามหญ้าเทียม) นายประสิทธิ์ ได้จัดให้มีการประชุมผู้บริหารท้องถิ่นที่จะได้รับจัดสรรงบประมาณทั้ง 15 แห่ง โดยมีเจ้าหน้าที่กองช่างขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเข้าร่วมประชุมด้วย ซึ่งในที่ประชุมนายประสิทธิ์ ได้กำหนดให้ใช้คุณลักษณะเฉพาะและราคากลางการก่อสร้างที่นางสาวอัมพวัน ซึ่งได้ร่วมกับนางสาวฐิตารีย์ &amp;nbsp;ศิริคะเณรัตน์ กรรมการผู้จัดการบริษัท เมืองย่า อินเตอร์เทรด จำกัด กำหนดคุณลักษณะเฉพาะความยาวของใบหญ้าเทียม 6 เซนติเมตร ซึ่งโดยทั่วไปความยาวของใบหญ้าเทียมจะมีความยาวเพียง 5 เซนติเมตร และกำหนดให้ผู้ยื่นเสนอราคาต้องนำตัวอย่างหญ้าเทียมที่มีความยาว 6 เซนติเมตร ขนาด 1 ตารางเมตร พร้อมหนังสือรับรองจากผู้ผลิตหรือแต่งตั้งตัวแทนจำหน่ายไปแสดงกับเจ้าหน้าที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแต่ละแห่งในวันที่มีการยื่นซองเสนอราคาด้วย กำหนดคุณลักษณะเฉพาะของแผ่นพื้นหญ้าเทียม จำนวนรวมการทอฝีเข็มไม่น้อยกว่า 12,000 ฝีเข็มต่อตารางเมตร ซึ่งผู้ประกอบการทั่วไปจะมีพื้นหญ้าจำนวนการทอฝีเข็มไม่น้อยกว่า 8,000 ฝีเข็มต่อตารางเมตรเท่านั้น และกำหนดให้มีการเคลือบกาวพียู ซึ่งผู้ประกอบการโดยทั่วไปจะไม่มีการเคลือบกาวดังกล่าว เป็นการกำหนดคุณลักษณะเฉพาะที่เป็นการกีดกันผู้เสนอราคาอื่นให้ไม่สามารถเข้ายื่นเสนอราคาได้ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทั้ง 15 แห่ง ได้รับจัดสรรงบประมาณจากกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นแล้ว เจ้าหน้าที่กองช่าง ซึ่งได้รับเอกสารเกี่ยวกับคุณลักษณะและราคากลางจากที่ประชุมของนายประสิทธิ์ ได้นำเอกสารดังกล่าวมากำหนดคุณลักษณะและราคากลางโดยไม่ได้สืบหาราคาของสนามหญ้าเทียมจากผู้ประกอบอาชีพตามหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติของทางราชการแต่อย่างใด ราคากลางที่กำหนดดังกล่าวมีราคาสูงกว่าความเป็นจริงประมาณสนามละ 1 ล้านบาท ผู้บริหารท้องถิ่น จำนวน 15 แห่ง ดังกล่าว ได้อนุมัติตามที่คณะกรรมการกำหนดราคากลางเสนอ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในขั้นตอนการยื่นเสนอราคานางสาวอัมพวัน ร่วมกับนางสาวฐิตารีย์ &amp;nbsp;ได้นำกลุ่มบริษัทของตนเองประกอบด้วย บริษัท แก้วเก้า คอนแทร็คติ้ง จำกัด, บริษัท อาร์. เค. คอนแทรคติ้ง จำกัด, บริษัท แอลแอนด์บี เซอร์วิส จำกัด, บริษัท เมืองย่า อินเตอร์เทรด จำกัด และบริษัท ไทยเวิลด์ อีควิปเม้นท์ จำกัด ซึ่งมีความสัมพันธ์ในเชิงทุนและเครือญาติ เข้ามาเสนอราคา อีกทั้งกลุ่มบริษัทเอกชนดังกล่าว ได้นำเงินไปให้นายสมบูรณ์ ถากาศ ซึ่งเป็นตัวแทนของกลุ่มบริษัทเอกชนดังกล่าว เพื่อให้นำไปจ่ายให้แก่เอกชนอื่นที่เข้ามาซื้อหรือรับซองเสนอราคา เพื่อไม่ให้เอกชนรายอื่นเข้ายื่นเอกสารการเสนอราคาต่อองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในโครงการฯ &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปรากฏว่าหลังจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทั้ง 15 แห่ง ได้รับจัดสรรงบประมาณจากกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นแล้ว ได้ทำสัญญาจ้างก่อสร้างสนามกีฬาอเนกประสงค์ฟุตบอลโกลหนู สตรีทซอคเกอร์ (สนามหญ้าเทียม) กับกลุ่มบริษัทนางสาวอัมพวัน ในวงเงินตามสัญญาที่สูงกว่าความเป็นจริง เป็นเหตุให้ทางราชการได้รับความเสียหายเป็นจำนวนเงินรวมประมาณ 15 ล้านบาท อีกทั้งปรากฏข้อเท็จจริงต่อมาว่านางสาวอัมพวัน ได้จ่ายเงินให้กับนายประสิทธิ์ ครบจำนวน 7.5 ล้านบาท ตามที่ได้ตกลงไว้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้พิจารณาแล้วมีมติ ดังนี้ 1.การกระทำของนายประสิทธิ์ &amp;nbsp;มีมูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 (พ.ร.บ.ป.ป.ช.) มาตรา 123/1 ประกอบ พ.ร.บ.ป.ป.ช. พ.ศ. 2561 มาตรา 192 และพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 มาตรา 5 และมาตรา 13 2.การกระทำของผู้บริหารท้องถิ่น ประกอบด้วยนายกเทศมนตรีและนายกองค์การบริหารส่วนตำบล ในเขตพื้นที่อำเภอฝางและอำเภอแม่อาย จำนวน 10 ราย ซึ่งไปร่วมประชุมกับนายประสิทธิ์ และนำเอกสารที่ได้จากการประชุมมากำหนดคุณลักษณะและราคากลาง รวมทั้งเห็นชอบในการกำหนดคุณลักษณะและราคากลาง ในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง มีมูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 และมาตรา 157 พ.ร.บ.ป.ป.ช. พ.ศ. 2542 มาตรา 123/1 ประกอบ พ.ร.บ.ป.ป.ช. พ.ศ. 2561 มาตรา 192 และพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 มาตรา 10 และมาตรา 12&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. การกระทำของคณะกรรมการกำหนดราคากลาง จำนวน 21 ราย ซึ่งเป็นผู้นำเอกสารของกลุ่มนางสาวอัมพวัน &amp;nbsp;ร่วมกับนางสาวฐิตารีย์ กับพวก ที่ได้จากการประชุมของนายประสิทธิ์ มากำหนดคุณลักษณะและราคากลาง โดยไม่ได้สืบหาราคากลางของสนามหญ้าเทียมจากผู้ประกอบอาชีพ ทำให้ราคากลางสูงกว่าความเป็นจริง จำนวนสนามละประมาณ 1 ล้านบาท มีมูลความผิดทางอาญาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 มาตรา 157 และมาตรา 162 (1) (4) พ.ร.บ.ป.ป.ช. พ.ศ. 2542 มาตรา 123/1 ประกอบ พ.ร.บ.ป.ป.ช.พ.ศ. 2561 มาตรา 192 และพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 มาตรา 11 และมาตรา 12 อีกทั้งยังมีมูลเป็นความผิดทางวินัย &amp;nbsp; &amp;nbsp; อย่างร้ายแรง 4. กรณีกลุ่มเอกชน จำนวน 6 ราย ซึ่งมีความสัมพันธ์ในเชิงทุนและเครือญาติ ได้ร่วมกันเข้าเสนอราคาในลักษณะเป็นการสมยอมในการเสนอราคา มีมูลความผิดทางอาญา ฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงานกระทำความผิด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 มาตรา 157 มาตรา 162(1)(4) ประกอบมาตรา 86 ฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำความผิด ตามมาตรา 123/1 แห่ง พ.ร.บ.ป.ป.ช.พ.ศ. 2542 ประกอบ พ.ร.บ.ป.ป.ช.พ.ศ. 2561 และมาตรา 192 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86 และเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 มาตรา 4 และมาตรา 10 มาตรา 11 มาตรา 12 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86 &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ให้ส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐานและคำวินิจฉัยไปยังอัยการสูงสุดเพื่อดำเนินคดีอาญาในศาลซึ่งมีเขตอำนาจพิพากษาคดีกับนายประสิทธิ์ &amp;nbsp;กับพวก และส่งรายงานสำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน และคำวินิจฉัยไปยังผู้บังคับบัญชาหรือผู้มีอำนาจแต่งตั้งถอดถอนเพื่อดำเนินการกับผู้ถูกกล่าวหาแล้วแต่กรณีต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109959</URL_LINK>
                <HASHTAG>คอร์รัปชัน, ทุจริต, ปปช.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210716/image_big_60f144a9845a4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105459</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/06/2021 19:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/06/2021 19:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปลุกขวางสูญงบ7พันล้าน! &#039;หมอวรงค์&#039;แฉประมูลรถไฟทางคู่สายเหนือ-อีสานกลิ่นตุ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 มิ.ย. 64 - นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม รักษาการหัวหน้าพรรคไทยภักดี โพสต์คลิปวิดีโอผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ในหัวเรื่อง&amp;quot;saveเงินประชาชน 7,000 ล้านบาท&amp;quot; เกี่ยวกับการประมูลรถไฟทางคู่ 2 สาย สายเหนือ และสายอีสาน ว่า&amp;nbsp; &amp;quot;มีกระแสข่าวไม่ดี มีกลิ่นตุๆ ว่า อาจจะมีการเอาเงินของประชาชนไปมากกว่า 7,000 ล้านบาท ถ้าพี่น้องทุกคนช่วยกันเราจะสามารถประหยัดได้ถึง 7,000 ล้านบาท ช่วงนี้มีการประมูลแล้ว ซึ่งการจะปกป้องทุจริตคอร์รัปชัน เราต้องมีเจตจำนงทางการเมืองที่สูงมาก ใช้หัวจิตหัวใจร่วมมือร่วมแรงร่วมใจกัน เชิญชวนทุกคนร่วมกันปกป้องงบประมาณพี่น้อง 7,000 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะนี้รถไฟทางคู่สายเหนือ ช่วง เด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ ระยะทาง 323 กิโลเมตร วงเงิน 72,920 ล้านบาท และสายอีสาน ช่วงบ้านไผ่-มหาสารคาม-ร้อยเอ็ด-มุกดาหาร-นครพนม ระยะทาง 355 กิโลเมตร วงเงิน 55,458 ล้านบาท วงเงินรวม 2 เส้นทาง 128,000 ล้านบาท ได้มีการประมูลเสร็จสิ้นไปแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งเงื่อนไขสายเหนือ ได้แบ่งสัญญาออกเป็น 3 สัญญา ราคากลางเฉลี่ย สัญญาละ 24,306 ล้านบาท รวมอาณัติสัญญาณ และบริษัทที่จะเข้าประมูลต้องมีผลงานก่อสร้างทางรถไฟในประเทศ 15 % ของวงเงินแต่ละสัญญา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนเงื่อนไขสายอีสาน ได้แบ่งสัญญาออกเป็น 2 สัญญา ราคากลางเฉลี่ยสัญญาละ 27,728 ล้านบาท รวมอาณัติสัญญาณ ต้องมีผลงานก่อสร้างทางรถไฟในประเทศ 15 % ของวงเงินแต่ละสัญญา ซึ่งการกำหนดเงื่อนไขสัญญารถไฟทางคู่ทั้ง 2 สาย ในลักษณะนี้ทำให้มีเอกชนทั้งประเทศเพียง 5 ราย ที่เข้าเงื่อนไขไปประมูลได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ทั้ง 2 สาย ได้ซอยย่อยสัญญาออกเป็น 5 สัญญาพอดี อีกทั้งผลการประมูลสายเหนือ 3 สัญญา ราคาที่ประมูลได้เฉลี่ย 24,286 ล้านบาท ต่ำกว่าราคากลาง สัญญาละ 20 ล้านบาท หรือคิดเป็น 0.08% ประหยัดไป 60 ล้านบาท ส่วนผลประมูลสายอีสาน ทั้ง 2 สัญญา ราคาที่ประมูลได้เฉลี่ย 27,705 ล้านบาท ต่ำกว่าราคากลาง สัญญาละ 23 ล้านบาท หรือคิดเป็น 0.08% เช่นเดียวกับสายเหนือ ประหยัดไป 46 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่หากนำไปเปรียบเทียบการประมูลรถไฟทางคู่สายใต้ ปี 2560 ยุครัฐบาล คสช. เส้นทางนครปฐม-หัวหิน-ประจวบคีรีขันธ์-ชุมพร ระยะทาง 420 กิโลเมตร วงเงิน 3.6 หมื่นล้านบาท ได้ซอยเป็น 5 สัญญา ราคากลางเฉลี่ยสัญญาละ 7,200 ล้านบาท และไม่รวมอาณัติสัญญาณ ที่สำคัญคือ เปิดโอกาสให้มีการแข่งขันมากขึ้น ด้วยการกำหนดให้บริษัทที่จะเข้าร่วมประมูลต้องมีผลงานก่อสร้างทางรถไฟไม่น้อยกว่า 10% ของแต่ละสัญญา ทำให้มีการแข่งขันกันมากขึ้น และส่งผลให้เปลี่ยนแปลงเรื่องราคา ซึ่งผลการประมูลสามารถประหยัดงบประมาณเฉลี่ยสัญญาละ 408 ล้านบาท หรือประเทศประหยัดภาษีคิดเป็น 5.56%&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รวมแล้วการประมูลรถไฟทางคู่สายใต้ ประหยัดงบประมาณไปกว่า 2,040 ล้านบาท จากยอดวงเงิน 36,000 ล้านบาท ขณะที่การประมูลรถไฟทางคู่สายเหนือ ประหยัดงบไปเพียง 60 ล้านบาท จากยอด 72,920 ล้านบาท สายอีสาน ประหยัดงบ 46 ล้านบาท จากยอด 55,458 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากการประมูลรถไฟทางคู่สายเหนือและสายอีสาน ใช้เงื่อนไขแบบเดียวกับการประมูลรถไฟทางคู่สายใต้ ประเทศจะประหยัดเงินภาษีประชาชนถึง 7,000 ล้านบาท ถามว่า ถ้าเราจะประหยัดเงิน 7,000 ล้านบาท ทำไมการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ไม่ทำ แล้วเงิน 7,000 ล้านบาทนี้ไปอยู่ที่ไหน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งผมไม่ทราบว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ทราบเรื่องนี้หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ควรจะทราบว่ามันเกิดเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น ทราบว่าจะมีการเซ็นสัญญาประมาณเดือนกรกฎาคมนี้ จึงอยากให้พี่น้องประชาชนทุกคนช่วยกันปกป้องการทุจริตคอร์รัปชัน และถือโอกาสนี้เรียนท่านนายกรัฐมนตรีโปรดดำเนินการด้วยครับ&amp;quot;.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105459</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลิ่นตุ, คอร์รัปชัน, นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม, รถไฟทางคู่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210517/image_big_60a1d112b9980.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>97010</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/03/2021 16:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/03/2021 16:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เกาหลีใต้ยึดบ้านอดีตปธน.ปัก กึนฮเย ขายทอดตลาด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;อัยการของเกาหลีใต้ยึดบ้านของอดีตประธานาธิบดีปัก กึนฮเย ในกรุงโซล เพื่อนำมาขายทอดตลาด หลังจากเธอไม่ยอมจ่ายค่าปรับเกือบ 590 ล้านบาท ฐานคอร์รัปชัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ อดีตประธานาธิบดีปัก กึนฮเย ถูกนำตัวมาขึ้นศาลแขวงโซลกลางเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2560 &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานาธิบดีหญิงคนแรกของเกาหลีใต้รายนี้โดนถอดถอนออกจากตำแหน่งเมื่อปี 2560 ภายหลังถูกกล่าวหาว่าทุจริตประพฤติมิชอบจนนำไปสู่การชุมนุมประท้วงครั้งใหญ่ เธอถูกศาลตัดสินจำคุก 20 ปี ฐานรับสินบนและใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ ซึ่งเกี่ยวเนื่องกับคดีของชเว ซุนซิล เพื่อนหญิงคนสนิท ที่ถูกตัดสินว่ารับสินบนจากบริษัทยักษ์ใหญ่หลายแห่ง รวมถึงซัมซุงอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อแลกกับการใช้อิทธิพลจากปักเอื้อประโยชน์ทางธุรกิจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตัวแทนของสำนักงานอัยการแขวงกลางแห่งกรุงโซลกล่าวกับเอเอฟพีเมื่อวันอังคารที่ 23 มีนาคมว่า ปักไม่ได้จ่ายค่าปรับมูลค่ารวม 21,500 ล้านวอน (ประมาณ 589 ล้านบาท) ภายในเส้นตายเมื่อเดือนที่แล้ว และทางการได้ยึดบ้านของปักไว้ โดยได้ขอให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์นำออกขายทอดตลาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตามรายงานข่าว บ้าน 2 ชั้นหลังนี้อยู่ในย่านคนรวยทางใต้ของกรุงโซล ถูกตีราคาไว้ที่ 2,800 ล้านวอน (ราว 76 ล้านบาท) เมื่อครั้งที่ศาลสั่งอายัดทรัพย์สินของเธอเมื่อปี 2561&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำพิพากษาจำคุกคดีคอร์รัปชัน 20 ปี บวกโทษจำคุกอีก 2 ปีฐานละเมิดกฎหมายการเลือกตั้ง ทำให้ปักจะถูกจำคุกรวม 22 ปี หากรับโทษครบกำหนด เธอก็จะมีอายุเกิน 80 ปีเมื่อได้รับอิสรภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อดีตประธานาธิบดีเกาหลีใต้ที่ยังมีชีวิตอยู่ทั้ง 4 คน รวมถึงปัก ล้วนถูกศาลตัดสินว่ามีความผิดทางอาญาทันที หลังจากคู่แข่งทางการเมืองขึ้นมามีอำนาจในทำเนียบประธานาธิบดี.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97010</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขายทอดตลาด, คอร์รัปชัน, ชเว ซุนซิล, ปัก กึนฮเย, รับสินบน, เกาหลีใต้ยึดบ้านอดีตประธานาธิบดี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210323/image_big_6059afc27af1b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>95771</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/03/2021 18:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/03/2021 18:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มาอีกแล้ว กองทัพเมียนมาระบุ&#039;ซูจี&#039;รับเงิน18ล้าน ทองคำ11กก.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;กองทัพเมียนมากล่าวหานางอองซาน ซูจี ว่ารับเงินอย่างผิดกฎหมาย 600,000 ดอลลาร์สหรัฐและทองคำน้ำหนักมากกว่า 11 กิโลกรัม และยังมีอีกหลายคนในรัฐบาลพลเรือนของนางกำลังโดนสอบฐานคอร์รัปชัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ นางอองซาน ซูจี ระหว่างเยือนจีนเมื่อวันที่ 26 เมษายน 2562&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เอเอฟพีรายงานว่า พลจัตวาซอ มิน ตุน โฆษกของกองทัพเมียนมา เปิดเผยกับนักข่าวที่กรุงเนปยีดอเมื่อวันพฤหัสบดีว่า รัฐบาลเมียนมารับรู้ข้อมูลว่านางอองซาน ซูจี รับเงิน 600,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 18,336,000 ล้านบาท) และทองคำอีก 11.2 กิโลกรัม โดยคณะกรรมการปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบกำลังสอบสวน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษกทหารผู้นี้กล่าวด้วยว่า ประธานาธิบดีวิน มยิน และรัฐมนตรีในคณะรัฐมนตรีชุดที่แล้วอีกหลายคน ก็เกี่ยวข้องกับการคอร์รัปชันเช่นกัน และเขายังได้กดดันคณะกรรมการการเลือกตั้งของเมียนมาอย่าได้ดำเนินการใดๆ ต่อรายงานของกองทัพเรื่องความผิดปกติในการเลือกตั้งเมื่อปีที่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำกล่าวหาเรื่องการรับเงินผิดกฎหมายเป็นคำกล่าวหาที่รุนแรงที่สุดนับแต่กองทัพก่อรัฐประหารยึดอำนาจจากรัฐบาลพลเรือนเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2564 แล้วควบคุมตัวนางซูจี, ประธานาธิบดี และแกนนำอีกหลายคนไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของบีบีซีกล่าวว่า มูลค่าของทองคำที่กองทัพเมียนมากล่าวหานางซูจีนั้นอยู่ที่ราว 450,000 ปอนด์ (ประมาณ 19,195,000 บาท)&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95771</URL_LINK>
                <HASHTAG>กล่าวหาซูจีรับเงิน, กองทัพเมียนมา, คอร์รัปชัน, อองซาน ซูจี, เมียนมา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210311/image_big_604a0138c70c3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>94705</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/03/2021 23:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/03/2021 23:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พิพากษาจำคุก&#039;ซาร์โกซี&#039;อดีตปธน.ฝรั่งเศส&#039;คอร์รัปชัน&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ดับหวังคัมแบ็ก อดีตประธานาธิบดีนิโกลาส์ ซาร์โกซี ของฝรั่งเศส ถูกศาลตัดสินเมื่อวันจันทร์ว่ามีความผิดฐานทุจริตประพฤติมิชอบ โดยพิพากษาจำคุก 3 ปี แต่ให้รอลงอาญา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นิโกลาส์ ซาร์โกซี อดีตประธานาธิบดีฝรั่งเศส (กลาง) ออกจากศาลในกรุงปารีส ภายหลังฟังคำพิพากษาเมื่อวันจันทร์ที่ 1 มีนาคม 2564 &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำพิพากษาจำคุกเมื่อวันจันทร์รวมถึงการรอลงอาญา 2 ปี และอีก 1 ปีที่เหลือจะเปลี่ยนเป็นโทษที่ไม่ใช่การคุมขัง ซึ่งหมายความว่าซาร์โกซีไม่น่าจะถูกขังคุกในคดีนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีกล่าวว่า อดีตประธานาธิบดีฝรั่งเศสวัย 66 ปีจะอุทธรณ์คำตัดสินอย่างแน่นอน และเขาจะยังคงเป็นอิสระ แต่เขายังเผชิญการสอบสวนคำกล่าวหาคอร์รัปชันอีกหลายคดีที่เกี่ยวข้องกับทุนหาเสียงและการใช้อิทธิพล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำตัดสินว่าเขามีความผิดน่าจะบั่นทอนความพยายามคัมแบ็กสู่การเมืองแถวหน้าของอดีตผู้นำหัวอนุรักษ์นิยมรายนี้ ถึงแม้ซาร์โกซีจะปฏิเสธว่าตัวเขาไม่ได้มีความทะเยอทะยานเช่นนั้น แต่ผู้สนับสนุนเขาหลายคนส่งเสริมให้เขาลงชิงเก้าอี้ประธานาธิบดีอีกในปี 2565&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากฟังคำพิพากษา ซาร์โกซีไม่ได้แสดงสีหน้าใดๆ เขาออกจากศาลโดยไม่ให้สัมภาษณ์นักข่าว แต่คาร์ลา บรูนี ภรรยาของเขาที่เป็นอดีตซูเปอร์โมเดลและนักร้อง โพสต์อินสตาแกรมโจมตีคดีนี้ว่าเป็นการล่าแม่มด พวกเขาจะต่อสู้กับความอยุติธรรมต่อไป แล้วความจริงจะปรากฏ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้าซาร์โกซี ประธานาธิบดีฝรั่งเศสยุคสมัยใหม่เพียงคนเดียวที่โดนตัดสินว่ามีความผิดฐานคอร์รัปชันคือฌากส์ ชีรัก ซึ่งเป็นเสมือนครูทางการเมืองของซาร์โกซี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชีรัก ซึ่งไม่ได้มาขึ้นศาลฟังคำพิพากษาเมื่อปี 2554 เพราะปัญหาสุขภาพ ถูกตัดสินจำคุก 2 ปีแต่รอลงอาญาในความผิดฐานสร้างตำแหน่งงานปลอมๆ ในที่ว่าการกรุงปารีส เพื่อหาทุนสนับสนุนพรรคการเมืองของเขาเมื่อครั้งที่เขายังเป็นนายกเทศมนตรีปารีส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนคดีของซาร์โกซีเกี่ยวข้องกับการใช้อิทธิพลและการคอร์รัปชัน ซึ่งเป็นหนึ่งในอย่างน้อย 4 คดีที่เขากำลังโดนสอบสวน ศูนย์กลางของคดีนี้คือข้อกล่าวหาว่าเขาเสนอจะช่วยเหลือผู้พิพากษาท่านหนึ่งให้ได้งานที่โมนาโกตามความประสงค์เมื่อปี 2557 แต่ต้องแลกด้วยข้อมูลเกี่ยวกับการสอบสวนเรื่องทุนในการหาเสียงของเขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซาร์โกซีมีกำหนดขึ้นศาลอีกในวันที่ 17 มีนาคม ในการไต่สวนข้อกล่าวหาว่าเขาใช้จ่ายเงินมากเกินโดยฉ้อฉลในการหาเสียงเพื่อกลับมาดำรงตำแหน่งอีกสมัยแต่ล้มเหลวเมื่อปี 2555 นอกจากนี้เขายังถูกตั้งข้อหาว่ารับเงินหลายล้านยูโรจากโมอัมมาร์ กัดดาฟี อดีตผู้นำเผด็จการลิเบีย เพื่อใช้ในการเลือกตั้งปี 2550.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94705</URL_LINK>
                <HASHTAG>คอร์รัปชัน, นิโกลาส์ ซาร์โกซี, ฝรั่งเศส, อดีตประธานาธิบดีฝรั่งเศส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210301/image_big_603d159a71f1a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
