<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>10542</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/06/2018 00:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/06/2018 00:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ว่าด้วย...การออกจากวัตถุนิยม (3)</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p align=&quot;center&quot; style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:center&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0.0001pt; text-align: center;&quot;&gt;(1)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อาทิตย์นี้...ก็คงได้เวลา เทศนา กันต่อ จากที่ได้ตั้ง ปุจฉา เอาไว้ประมาณว่า แนวคิดแบบ สสารนิยม หรือ วัตถุนิยม ที่มันเคยมีมานานแล้ว ไม่ว่าในอินตะระเดีย หรือในหมู่นักคิดชาวกรีก นับไม่รู้กี่ต่อกี่พันๆ ปีมาแล้วเห็นจะได้ แต่ถูกกวาดเกลี้ยงไปเป็นแถบๆ ไม่ได้มีฤทธิ์ มีเดช อะไรมากมาย แต่เหตุใดเมื่ออุบัติขึ้นมาในทวีปยุโรป เมื่อแค่ 300-400 ปีที่ผ่านมานี้เอง มันกลับระเบิดเถิดเทิง ครอบงำและแผ่ซ่านไปทั่วทั้งโลกเอาง่ายๆ...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0.0001pt; text-align: center;&quot;&gt;(2)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถ้าจะให้สรุปสั้นๆ...ก็คงต้องอาศัยคำพระ คำเจ้า มาใช้เป็นข้อ วิสัชนา นั่นแหละว่า ด้วยเหตุเพราะ ปัจจัยมันถึงพร้อม นั่นเอง มันเลยทำให้ เพราะสิ่งนี้-สิ่งนี้...สิ่งนี้จึงเป็นไป เหมือนอย่าง ดินประสิว ที่เกิดขึ้นมาในเมืองจีน ไม่รู้กี่พันต่อกี่พันปีมาแล้ว แต่ขณะที่ เหตุปัจจัย มันยังไม่ถึงพร้อม อย่างมาก...ก็ถูกนำเอามาทำเป็นประทัด เป็นระเบิดเพลิง เอาไว้ขว้าง เอาไว้เขวี้ยง กันในสงครามแต่ละสงครามเป็นพักๆ ไม่ได้ถึงกับเป็นตัวชี้วัด ตัดสิน ความได้เปรียบ-เสียเปรียบ ระหว่างกันและกันมากมายซักเท่าไหร่ เหมือนอย่าง เครื่องพิมพ์ ที่เคยเกิดขึ้นในเมืองจีน ไม่รู้กี่ต่อกี่พันปีเช่นเดียวกัน แต่ไม่ได้ถึงกับถูกนำมาพลิกฟ้า-คว่ำดิน เปลี่ยนโลก-เปลี่ยนสังคมอะไรมากมาย เหมือนอย่างที่ไปโผล่ในยุโรป ในแบบถูกที่-ถูกจังหวะ-ถูกเวลาแบบเป๊ะๆๆ...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0.0001pt; text-align: center;&quot;&gt;(3)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คือด้วยเหตุเพราะยุโรปช่วงนั้น...หรือช่วงที่แนวคิดแบบ สสารนิยม, วัตถุนิยม มันกำลังก่อตัวนั้น เป็นช่วงจังหวะที่พวกพระฝรั่ง หรือ ศาสนจักรคริสเตียน เขากำลังไล่ฟัด-ไล่ขม้ำอยู่กับบรรดากษัตริย์ พ่อค้า ปัญญาชน ในแต่ละ อาณาจักร อยู่พอดิบพอดี และเผอิญว่า อำนาจ ของศาสนจักรนั้น มันเป็นอำนาจอันมีที่มาจาก ความรู้ทางจิต หรือมาจากการนำ ศาสนาคริสต์ มาแปลงสภาพให้เป็นอำนาจนั่นแหละเป็นหลัก ส่วนจะแปลงผิด แปลงถูก หรือไม่ อย่างไร คงต้องไปคิดๆ กันเอาเอง แต่ที่แน่ๆ ก็คือ สภาวะความเป็นไปในแวดวงศาสนาคริสต์ช่วงนั้น ออกอาการเละเทอะ หรือเลอะเทะ ไม่น้อยไปกว่าแวดวงศาสนาพุทธในบ้านเราช่วงนี้ หรืออาจหนักกว่านับไม่รู้กี่เท่าต่อกี่เท่า...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0.0001pt; text-align: center;&quot;&gt;(4)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จากเดิมทีที่คนป่า คนถ้ำ ชาวยุโรป...ซึ่งไม่ได้มีความรู้ทางจิต หรือทางศาสนาอะไรกันมากมาย เข้ามาปักหลักสร้างบ้าน แปงเมืองในจักรวรรดิโรมันเดิมกันไปเป็นจุดๆ ศาสนาคริสต์อันถูกดัดแปลงให้กลายเป็น ศาสนาแห่งรัฐ ของจักรวรรดิโรมันมาเป็นพันๆ ปี จึงสามารถครอบงำ หรือถูกนำไปใช้เป็นเครื่องมือในการสร้าง ความชอบธรรม ให้กับแต่ละอาณาจักรของพวกคนป่า คนถ้ำมาได้โดยตลอด ชนิดกษัตริย์บางองค์ที่ดันไปมีเรื่องกับ พระสันตะปาปา แห่งศาสนาคริสต์ขึ้นมาเมื่อไหร่ อาจต้องเดินย่ำหิมะ ถอดรองเท้าเดินตีนเปล่าไปคุกเข่า วิงวอน ขอร้อง ขอโทษพระสันตะปาปา ให้เลิก ปัพพาชนียกรรม ตัวเอง ไม่งั้น...ไม่เพียงแต่ไม่มีโอกาสดำรงตนเป็นกษัตริย์ได้อีกต่อไป แม้แต่ตายไปแล้วยังไม่มีสิทธิ์ได้ ขึ้นสวรรค์ เพราะ กุญแจสวรรค์ ในแต่ละดอก อยู่ในมือของพวก พระ ไปด้วยกันทั้งนั้น...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0.0001pt; text-align: center;&quot;&gt;(5)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ความรู้ทางจิต ที่ถูกนำไปแปลงสภาพให้กลายเป็น อำนาจ มาตั้งแต่ยุคโรมัน...มันเลยกลายเป็นตัวสร้างแรงกดดัน ให้กับบรรดากษัตริย์ พ่อค้า ปัญญาชน ชาวยุโรป ชนิดหนักหนา สาหัส ยิ่งกว่า มาตราฉี่ฉิบฉี่ ในมือ บิ๊กตู่ ประมาณร้อยเท่า พันเท่า แต่ในเมื่อตัวของผู้มีอำนาจ หรือกำอำนาจเหล่านี้เอาไว้ในมือ ดันออกอาการเละเทอะ เลอะเทะ หนักซะยิ่งกว่า บิ๊กตู่ เป็นร้อยเท่า พันเท่า อีกเช่นกัน เผลอๆ...อาจหนักกว่า พระผู้ใหญ่ ในบ้านเราด้วยซ้ำ คือถึงขั้น ขายใบไถ่บาป แบบเดียวกับ ขายฆ้อนสวรรค์ หรือ ขายทัวร์ไปตักบาตรพระพุทธเจ้า อะไรทำนองนั้น ยุให้ชาวคริสต์ออกไปไล่ล่า ล้างผลาญ ชาวอิสลาม ทั้งๆ ที่ต่างก็มี พระเจ้าองค์เดียวกัน ถึงแถบตะวันออกกลางโน่นเลย และไม่ใช่ฆ่ากันแค่ครั้ง-สองครั้ง แต่ยืดยาวนับร้อยๆ ปีเอาเลยทีเดียว แม้แต่ชาวคริสต์ด้วยกัน แต่ถ้าผิดหู ผิดตา ผิดใจ ขึ้นมาเมื่อไหร่ ก็ถูกยุให้หันมาฆ่ากันเอง กลายเป็นสงครามนับสิบๆ ปี ร้อยๆ ปีเช่นเดียวกัน ฯลฯ ความเละเทะ เลอะเทอะ ในศาสนจักรชาวคริสต์ช่วงนี้นี่เอง มันเลยกลายเป็น เหตุปัจจัย ให้สิ่งนี้-สิ่งนี้...ต้องเป็นไป หรือทำให้แนวคิดแบบสสารนิยม วัตถุนิยม ที่แทบไม่ได้ต่างอะไรจากที่เคยเกิดขึ้นในอินตะระเดีย ในกรีก นั่นแหละ ได้ถูกนำมาดัดแปลง แก้ไข พาสเจอไรช์ แปรรูป แปรร่าง ให้ดูดี ดูทันสมัย จนกลายเป็น การปล่อยหมัดตายล้มคว่ำความเชื่อดั้งเดิมของชาวยุโรป อย่างไม่มีวันฟื้นคืนกลับมาได้อีก แบบที่เจ้าพ่อคอมมิวนิสต์ อย่าง &amp;ldquo;มาร์กซ์&amp;rdquo; ท่านว่าไว้นั่นแล...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0.0001pt; text-align: center;&quot;&gt;(6)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่มันจะถูกดัดแปลง แก้ไข พาสเจอไรช์ ต่อเติม เสริมยอด ไปในแนวไหน แบบไหน และเหตุใด...มันถึงได้สามารถแผ่ซ่าน แผ่กระจาย ไปยังโลกทั้งโลก ล้มคว่ำความเชื่อของชาวโลกส่วนอื่นๆ ไม่ว่าเอเชีย แอฟริกา ลาตินอเมริกา ได้แบบแทบไม่มีวันฟื้นคืนกลับไปได้เป็นรายๆ อันนี้นี่แหละ...ที่คงต้องไล่เรียงรายละเอียดกันไปเป็นขั้นๆ ซึ่งจะเป็นเช่นไรบ้างนั้น เอาเป็นว่า...อาทิตย์หน้าค่อยมา เทศน์ กันต่อ ส่วนระหว่างนี้...คงต้องตามไปลุ้นว่า พระ รายใดจะถูกจับกันอีกบ้าง ไปพลางๆ...&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10542</URL_LINK>
                <HASHTAG>คอลัมน์นิสต์, ชัชรินทร์ ไชยวัฒน์, ทรรศนะ, วัตถุนิยม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20171218/5a37687f6cada.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8645</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/05/2018 10:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/05/2018 10:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แกนนำเครือข่ายวิชาการฯปัดบงการกลุ่มอยากเลือกตั้ง-ปมเงินสองแสน ขู่ฟ้องคอลัมนิสต์ชื่อดัง!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
7 พ.ค. 61 - นายอนุสรณ์ อุณโณ คณบดีคณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และเป็นแกนนำเครือข่ายนักวิชาการเพื่อสิทธิพลเมือง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ว่าคำชี้แจงเปิดผนึกกรณีคอลัมน์นิสต์ประจำหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่ง พาดพิง ถึงจำนวนสองครั้ง คือ วันที่ 19 เมษายน 2561 และวันที่ 5 พฤษภาคม 2561 ดังลิงค์ที่แนบมา ผมขอชี้แจงดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1) การหารือของกลุ่ม &amp;ldquo;คนอยากเลือกตั้ง&amp;rdquo; ในการจัดกิจกรรมในวันเสาร์ที่ 5 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ไม่ได้ใช้อาคารสถานที่ของคณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา และผมไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องในการหารือแต่อย่างใด กลุ่ม &amp;ldquo;คนอยากเลือกตั้ง&amp;rdquo; มีสถานที่และมีกระบวนการหารือเป็นการภายในของตนเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2) ผมไม่มีส่วนรู้เห็นกรณีเงินสองแสนบาท โฆษกนักเคลื่อนไหวที่ต้องกินยาระงับประสาท และ &amp;ldquo;ตัวป่วน&amp;rdquo; ที่เดินทางเข้าออกประเทศกัมพูชา ซึ่งโยงมาว่าจะส่งผลให้นักศึกษาทนไม่ไหวและรวมตัวกันขับไล่ผม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3) ผมไม่ทราบและไม่เคยมีการร้องเรียนว่าผู้ปกครองนักศึกษาถูกข่มขู่คุกคามจากกองกำลังอารักขากลุ่ม &amp;ldquo;คนอยากเลือกตั้ง&amp;rdquo; บริเวณหอประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อความที่ในคอลัมน์ทั้งสองครั้งจึงเป็นเท็จ ซึ่งไม่เพียงแต่ส่งผลให้ผม กลุ่ม &amp;ldquo;คนอยากเลือกตั้ง&amp;rdquo; และผู้เกี่ยวข้องเสื่อมเสีย หากแต่ยังเป็นการยุยงปลุกปั่นให้สถานการณ์อาจลุกลามเป็นความรุนแรงดังที่เคยเกิดขึ้นในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ผมจึงขอให้เจ้าของนามปากกา &amp;ldquo;เขื่อนขันธ์&amp;rdquo; ยุติพฤติกรรมใส่ร้ายป้ายสีและยุยงปลุกปั่น รวมถึงขอให้ผู้บริหารหนังสือพิมพ์เดลินิวส์คำนึงถึงจรรยาบรรณของสื่อมวลชน ที่จะต้องเสนอข้อมูลที่เป็นจริงและวิเคราะห์อย่างมีเหตุผล มิใช่อาศัยข้อมูลเท็จในการยุยงปลุกปั่นหรือสร้างความเกลียดชังให้เกิดขึ้นในสังคมไม่ว่าจะด้วยเหตุผลทางการเมืองหรือการตลาดก็ตาม พร้อมกันนี้ ผมจะพิจารณาการดำเนินคดีต่อไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากยังไม่ยุติพฤติกรรมดังกล่าว&amp;quot;&amp;nbsp;อ่านฉบับเต็ม
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8645</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มคนอยากเลือกตั้ง, คณบดีคณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, คอลัมน์นิสต์, อนุสรณ์ อุณโณ, เครือข่ายนักวิชาการเพื่อสิทธิพลเมือง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180507/image_big_5aefc0f467d01.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
