<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>56961</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/02/2020 10:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/02/2020 10:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เตรียมหนาว!พล.อ.อภิรัชต์ลุยปฏิรูปกองทัพเต็มสูบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ก.พ.2562 - พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) &amp;nbsp;กล่าวถึงการดำเนินการหลังแถลงข่าวรายละเอียดเหตุการณ์กราดยิงที่ห้างสรรพสินค้าเทอมินัล 21 จ.นครรราชสีมาว่า &amp;nbsp;หลังจากได้ชี้แจงไปเมื่อวานนี้แล้วก็รู้สึกสบายใจขึ้น แต่ทุกคนก็ต้องพร้อมรับสิ่งที่ตัวเองได้ทำลงไป ในวันจันทร์ที่ 17 ก.พ.2563 จะพยายามเปิดศูนย์คอลเซ็นเตอร์ให้ได้ โดยได้สั่งการให้ไปหาระบบมา และควบคุมโดยสำนักงานผู้บัญชาการทหารบก โดยจะจัดเจ้าหน้าที่ทำงานตามวันเวลาราชการ 08.00 น.-16.30 น. ส่วนนอกเวลาราชการจะเป็นระบบตอบรับอัตโนมัติเพื่อบันทึกเป็นข้อมูลไว้ แต่รับรองว่ามีเจ้าหน้าที่มอนิเตอร์อยู่แน่นอน ยืนยันว่าสิ่งที่กำลังพลทุกนายถูกเอาเปรียบต้องมีการรายงาน ยศ ชื่อ ตำแหน่ง และสังกัด รวมถึงหมายเลขประจำตัว รับรองว่าทุกอย่างจะเป็นความลับ ถือเป็นนิมิตหมายที่ดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เมื่อคืนมีคนส่งข้อความมาถึงผมเรื่องเบี้ยเลี้ยงต่างๆ ผมจึงได้ส่งไปถามผู้บังคับหน่วยเพื่อให้ดำเนินการ ไม่ใช่ดูอย่างเดียว ขั้นต้นผมก็ได้มีการลงโทษ และในวงรอบต่อไปก็จะมีการปรับย้าย ยืนยันว่าทำจริงจัง ทั้งนี้ขอร้องผู้ที่แจ้งข้อมูลว่าต้องแจ้งข้อความจริงที่เกิดขึ้นกับตนเอง เพื่อจะได้ตรวจสอบได้ว่าบุคคลที่แจ้งมีตัวตนจริง &amp;nbsp;ถ้าโกหกต้องถูกดำเนินการตามกฎหมาย เพราะทุกอย่างถูกบันทึกไว้ในคอมพิวเตอร์ทั้งหมด ถือว่าเป็นการให้ข้อมูลเท็จ &amp;nbsp;&amp;ldquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า นายกรัฐมนตรี ในฐานะที่เป็นอดีต ผบ.ทบ. ได้ให้ข้อแนะนำหรือไม่ พล.อ.อภิรัชต์กล่าวว่า นายกฯ &amp;nbsp; บอกว่าถึงเวลาแล้วที่ต้องมีการปรับแก้ ให้ทันยุค ทันเหตุการณ์ซึ่งต้องยอมรับว่ากองทัพเป็นเป้าหมาย รวมถึงตนเองด้วย เพราะฉะนั้นการที่ผู้บังคับบัญชาต้องทำตัวเป็นตัวอย่าง ไม่ใช่บังคับแต่คนอื่น &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ก็พยายามทำหลายเรื่อง และได้ทำไปหลายเรื่องแล้วแต่ไม่อยากโฆษณา อย่างที่บอกแล้วว่า propaganda ไม่เก่ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงกรณีการลงนามกับกระทรวงการคลังในเรื่องทรัพย์สินราชพัสดุกับกระทรวงการคลัง พล.อ.อภิรัชต์ กล่าวว่า ในส่วนของขั้นตอนจะนำเรื่องที่เป็นสวัสดิการดั้งเดิมของกองทัพบก เช่น สนามกอล์ฟ โรงแรม และสนามมวย ไปหารือกับกระทรวงการคลัง ซึ่งขณะนี้ได้ข้อยุติแล้วว่าจะเริ่มดำเนินการที่ใดบ้าง เพราะต้องเริ่มเป็นเฟส หรือระยะ โดยเฟสที่1 เริ่มต้นที่โรงแรมสวนสนประดิพัทธ์ สนามกอล์ฟ และสนามมวย โดยจะมีการบันทึกเอ็มโอยูกับกระทรวงการคลังเพื่อใช้สวัสดิการเชิงพาณิชย์และเป็นไปตามกฎหมาย หมายความว่าได้รับที่ไหนมาก็ต้องแบ่งให้กระทรวงการคลัง จากนั้นกระทรวงการคลังก็จะพิจารณาสัดส่วนคืนให้เป็นสวัสดิการของกองทัพบก ซึ่งก็จะทำไปเข้ากองทุนสวัสดิการต่อไป การบริหารจัดการทั้งหมดจะให้เอกชนเข้ามาดำเนินการมากกว่าจะใช้ทหาร เพราะมีความเป็นมืออาชีพ เนื่องจากเราไม่ได้เรียนการโรงแรมมา เราไม่ได้เรียนการบริหารจัดการมา แต่เรามีบุคลากรที่ยังทำงานอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;อะไรที่ไม่ดีก็ยอมรับ แต่อย่ามาตีซ้ำ ตีซ้อน ผมแก้ไข ไม่ใช่ไม่ทำ ไม่ใช่ผมพูดอย่างเดียวแล้วไม่ทำ ไปถามดูได้ในกองทัพบกในสิ่งที่ทำ ผมก็ยอมรับ ไม่ใช่แค่สิ่งที่ผิดพลาด และที่เกิดขึ้นนอกกองทัพบก ผมพยายามแก้ไขสิ่งที่ผิดพลาด &amp;nbsp;และตนต้องแบกรับผลกระทบจากกำลังพลที่ทั้งไม่พอใจ แต่ก็ไม่ได้สนใจอะไร เพราะวัตถุประสงค์คือกองทัพบกต้องอยู่&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า อาจจะเกิดผลกระทบกับกำลังพลที่ต้องเปลี่ยนสถานที่ทำงาน พล.อ.อภิรัชต์ กล่าวว่า เป็นส่วนน้อย เช่นกำลังพลที่ไปช่วยราชการอยู่ที่โรงแรมสวนสนประดิพัทธ์ ก็มีตำแหน่งและเงินเดือนอยู่แล้ว ก็กลับมาทำงานที่เดิม ไม่ใช่ทำงาน 2-3 แห่ง ซึ่งจะทำทุกอย่างให้สะอาดและโปร่งใส เป็นไปตามระเบียบและกฎหมายมากขึ้น ดังนั้นสิ่งที่แก้ตนจะเป็นคนรับผิดชอบและแก้ไขให้ได้มากที่สุดก่อนที่จะเกษียณอายุราชการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า &amp;nbsp;การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นเกิดจากเปิดเผยข้อมูลของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตที่เรื่องเงินนอกงบประมาณของกองทัพใช่หรือไม่ พล.อ.อภิรัชต์ กล่าวว่า จริงๆ เราทำมาก่อนแล้ว แต่บางครั้งเป็นเรื่องภายในของกองทัพบก ที่ผู้บังคับบัญชาหลายคนคุยกันและมีการจัดระเบียบยุทโธปกรณ์ ซึ่งตนพูดได้เต็มปากว่าทำตั้งแต่ตอนเป็นผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก ขณะที่รับผิดชอบเรื่องสายงานการส่งกำลังบำรุง ตนจัดระเบียบตั้งแต่ตอนนั้น ดังนั้นมาตรการต่างๆ ถือว่าดีแล้ว แต่หากยังหละหลวมอยู่ก็ต้องเพิ่มไป การลงโทษกำลังพลยอมรับว่ากองทัพบก มีกำลังพลเป็นจำนวนมาก แต่ก็ไม่เป็นอะไร เดี๋ยวก็ต้องเลย์ออฟออกไป มีมากก็ไม่ต้องทำงาน และตนเอาจริงอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นเด็กใคร ค่ายไหนตนไม่สน อย่ามาอ้าง ทุกวันนี้การมาฝากเป็นโน่นเป็นนี่ ตนให้ 99 เปอร์เซ็นต์ที่จะไม่มีตรงนี้ อาจจะมีจดหมายหลุดมาบ้าง ถือว่ากล้าหาญมากที่ทำ แต่ตนก็พิจารณาถ้าไม่ดี คนเสนอต้องรับผิดชอบ เพราะทุกวันนี้ทหารต้องเป็นหนึ่งเดียวกัน ไม่มีค่าย ตามที่สื่อเคยเรียก
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56961</URL_LINK>
                <HASHTAG>กราดยิง, คอลเซ็นเตอร์, นครราชสีมา, ผบ.ทบ., ผู้บัญชาการทหารบก, พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์, ห้างสรรพสินค้าเทอมินัล 21, เบี้ยเลี้ยง, แถลงข่าว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200212/image_big_5e436ffad48a5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>53271</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/12/2019 21:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/12/2019 20:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สื่อแฉทีมงาน &#039;บลูมเบิร์ก&#039; จ้างนักโทษช่วยหาเสียง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ไมเคิล บลูมเบิร์ก มหาเศรษฐีอันดับ 8 ของสหรัฐที่กระโดดลงสังเวียนเลือกตั้งปีหน้า ยอมรับว่าทีมงานหาเสียงของเขาว่าจ้างบริษัทตัวแทนโดยไม่รู้ว่ามีการจ้างแรงงานนักโทษโทรศัพท์หาเสียงให้เขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ไมเคิล บลูมเบิร์ก / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อดีตนายกเทศมนตรีนิวยอร์กที่นิตยสารฟอร์บส์ประเมินว่ามีทรัพย์สินมากกว่า 54,000 ล้านดอลลาร์ ประกาศตัวเมื่อเดือนที่แล้วว่าเขาจะลงสนามเลือกตั้งของพรรคเดโมแครต เพื่อชิงตำแหน่งผู้แทนพรรคแข่งกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในเดือนพฤศจิกายน 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอังคาร ดิอินเตอร์เซ็ปต์ ซึ่งเป็นเว็บไซต์ข่าวสืบสวน รายงานว่า ทีมหาเสียงของบลูมเบิร์กได้ทำสัญญาจ้างบริษัท โปรคอม ที่เป็นบริษัทคอลเซ็นเตอร์จากนิวเจอร์ซีย์ ช่วยในการหาเสียงทางโทรศัพท์ บริษัทนี้ตั้งศูนย์คอลเซ็นเตอร์ที่รัฐนิวเจอร์ซีย์และรัฐโอคลาโฮมา ที่มีศูนย์ 2 แห่งตั้งอยู่ในเรือนจำของรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานกล่าวว่า นักโทษในเรือนจำอย่างน้อย 1 แห่งในโอคลาโฮมา ที่เป็นสถานที่คุมขังนักโทษหญิงแบบเข้มงวดน้อยที่สุด ได้รับมอบหมายให้โทรศัพท์หาเสียงให้บลูมเบิร์ก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในคำแถลงชี้แจง บลูมเบิร์กกล่าวว่า ทีมงานของเขาเพิ่งรู้ข้อมูลดังกล่าวเมื่อนักข่าวสอบถามเรื่องนี้ เขาไม่สนับสนุนวิธีปฏิบัติดังกล่าวและได้ยกเลิกสัญญาว่าจ้างบริษัทนี้แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา บลูมเบิร์กจะทุ่มเงินส่วนตัวโฆษณาหาเสียงมากกว่าที่คู่แข่งคนสำคัญร่วมพรรคใช้ตลอดทั้งปี แต่โพลของรอยเตอร์/อิปซอสจัดทำระหว่างวันที่ 18-19 ธันวาคม พบว่า มีผู้ออกเสียงที่มีแนวโน้มเลือกพรรคเดโมแครตแค่ราว 5% ที่สนับสนุนบลูมเบิร์ก โดยตัวเก็งยังคงเป็นอดีตรองประธานาธิบดีโจ ไบเดน, ส.ว.เบอร์นี แซนเดอร์ และ ส.ว.เอลิซาเบธ วอร์เรน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53271</URL_LINK>
                <HASHTAG>คอลเซ็นเตอร์, จ้างแรงงานนักโทษ, ดิอินเตอร์เซ็ปต์, หาเสียงเลือกตั้ง, โทรศัพท์หาเสียง, ไมเคิล บลูมเบิร์ก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191225/image_big_5e036583a53d1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44241</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/08/2019 19:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/08/2019 19:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รวบหน.แก๊งคอลเซ็นเตอร์ญี่ปุ่นซุกไทยหลอกเหยื่อกว่า500ราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ส.ค.62- พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ &amp;nbsp;ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. พร้อมด้วยพล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม. พ.ต.อ.รัชธพงศ์ เตี้ยสุด ผกก.สส.บก.ตม.3 และพ.ต.อ.สัมพันธ์ เหลืองสัจจกุล &amp;nbsp;ผกก.ตม.จว.ชลบุรี &amp;nbsp;แถลงข่าวการจับกุมคนร้ายตามหมายจับของประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นหัวหน้าและผู้ประสานงานเครือข่ายกลุ่มคอลเซ็นเตอร์ญี่ปุ่นในประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติกล่าวว่า สืบเนื่องจากการจับกุมเมื่อวันที่ 29 มี.ค.62 &amp;nbsp;กก.สส.บก.ตม.3 และตม.จว.ชลบุรี นำหมายค้นศาลแขวงพัทยาที่ 5/2562 ลงวันที่ 29 มี.ค.2562 เข้าตรวจค้นบ้านเลขที่ 78/219 หมู่บ้านสยาม รอยัล วิว วิลเลจ ม.10 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี จนสามารถจับกุมชาวญี่ปุ่น จำนวน 15 ราย ซึ่งทำการโทรศัพท์เพื่อหลอกลวงไปยังประเทศญี่ปุ่น จนมีผู้เสียหายกว่า 500 ราย คิดเป็นมูลค่าความเสียหายถึง 89 ล้านเยน หรือคิดเป็นเงินไทย ประมาณ 25 ล้านบาท อันเป็นกรณีที่ทางการญี่ปุ่นให้ความสำคัญและสนใจเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากมีผู้เสียหายจำนวนมากอีกทั้งยังไม่เคยมีการจับกุมผู้กระทำความผิดได้มาก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นพ.ต.อ.สัมพันธ์ &amp;nbsp;เหลืองสัจจกุล &amp;nbsp;ผกก.ตม.จว.ชลบุรี พร้อมชุดสืบสวนทำการขยายผลและออกติดตามกลุ่มเครือข่ายอาชญากรรม (คอลเซ็นเตอร์) ที่ยังหลงเหลืออยู่ในประเทศไทย ทราบว่านายยามาโตะฯ อายุ 30 ปี สัญชาติ ญี่ปุ่น เป็นหัวหน้าและผู้ประสานงานของกลุ่มเครือข่ายคอลเซ็นเตอร์ญี่ปุ่นที่ถูกจับกุมไปก่อนหน้านี้แต่ไม่ได้ ด้วยขณะเข้าตรวจค้นจับกุมได้ไหวตัวและหลบหนีไป ชุดสืบสวนได้ออกติดตามจนพบว่ามีชายชาวญี่ปุ่นซึ่งมีลักษณะคล้ายกับนายยามาโตะฯ พักอาศัยอยู่ที่สุรวงศ์ซิตี้ รีสอร์ท เลขที่ 99 ถนนนเรศ แขวงสี่พระยา เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร &amp;nbsp;จึงเข้าตรวจสอบและพบตัวนายยามาโตะฯ จึงได้จับกุมตัวโดยกล่าวหาว่า &amp;rdquo;เป็นบุคคลต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด&amp;rdquo; (อยู่เกิน 119 วัน) และได้ควบคุมตัวนำส่ง พนักงานสอบสวน บก.สส.สตม. เพื่อดำเนินคดีและจักได้ส่งตัวให้ทางการญี่ปุ่นเพื่อดำเนินคดีในส่วนของความเสียหายที่เกิดในประเทศญี่ปุ่นต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44241</URL_LINK>
                <HASHTAG>คอลเซ็นเตอร์, ตม., ตำรวจ, พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190825/image_big_5d6280e5d5c22.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5500</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/03/2018 13:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/03/2018 13:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;โจ๊ก&#039;จับมือตำรวจดูไบบุกทลายศูนย์สั่งการแก๊งคอลเซ็นเตอร์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 มี.ค. 61 - &amp;nbsp;เวลา &amp;nbsp;07.00 น. &amp;nbsp;ที่ สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ส่วนหน้า) จังหวัดสมุทรปราการ พล.ต.อ.ธนิตศักดิ์ ธีระสวัสดิ์ ที่ปรึกษาพิเศษ ในฐานะ ผู้อำนวยการ ศูนย์ป้องกันและปรามปราม การฉ้อโกงประชาชนผ่านระบบโทรศัพท์ และ สื่ออิเล็กทรอนิกส์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท. หัวหน้าชุดปฏิบัติการประจำศูนย์ป้องกันและปรามปราม การฉ้อโกงประชาชนผ่านระบบโทรศัพท์ และ สื่ออิเล็กทรอนิกส์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วย &amp;nbsp;พล.ต.ต.ประเสริฐ เงินยวง ผบก.ทท.1 บช.ทท.และ พล.ต.ต.ธรรมนูญ ไตรทิพยพงษ์ ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ &amp;nbsp;ร่วมกันแถลงผลการจับกุมแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ซึ่งเปิดเป็นศูนย์สั่งการอยู่ในเมืองดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ &amp;nbsp; โดยสามารถจับกุมผู้ต้องหาที่เป็นชาวไทยที่เต็มใจไปทำงานให้กับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ได้จำนวน 23 คน และผู้ดูแลชาวไต้หวันอีกจำนวน 1 คน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ผู้ต้องหาที่ร่วมกันหลอกลวงชาวไทยในลักษณะแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ให้เหยื่อโอนเงินมูลค่าความเสียหายกว่า 1 ล้านบาท โดยจับกุมผู้ต้องหาทั้งหมดได้ที่บ้านเดี่ยวหลังหนึ่ง ที่อยู่ภายในหมู่บ้าน วากา 4 &amp;nbsp;ถนนวากา &amp;nbsp;27 เมืองดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ &amp;nbsp;หลังมีข้อมูลว่า สถานที่ดังกล่าวลักลอบตั้งเป็นศูนย์สั่งการณ์ของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ เครือข่ายของนายฉีเคอ ที่ถูกจับกุมไปเมื่อปลายปีที่ผ่านมา พร้อมด้วยของกลาง อุปกรณ์ทั้งโทรศัพท์ คอมพิวเตอร์ และเครื่องแปลงสัญญาณโทรศัพท์ พร้อมทั้งบัญชีรายชื่อเหยื่อคอลเซ็นเตอร์ ที่ยังอยู่ระหว่างการสื่อสารเพื่อรอโอนเงิน และโพยรายชื่อเหยื่อพร้อมรายชื่อเจ้าหน้าที่ของรัฐระดับสูง และบทพูดคุยระหว่างแก๊งคอลเซ็นเตอร์กับเหยื่อในแต่ละสายงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.อ.ธนิตศักดิ์ ธีระสวัสดิ์ ที่ปรึกษาพิเศษ ในฐานะ ผู้อำนวยการ ศูนย์ป้องกันและปรามปราม การฉ้อโกงประชาชนผ่านระบบโทรศัพท์ และ สื่ออิเล็กทรอนิกส์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า การจับกุมผู้ต้องหากลุ่มนี้เกิดจากความร่วมมือ ของ ตำรวจไทย และ ตำรวจดูไบ เป็นเครือข่ายนายฉีเคอ ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมก่อนหน้านี้ ล่าสุด เฉพาะต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา มีคนไทย 7 ราย จากหลายพื้นที่ถูกหลอกให้โอนเงินไปกว่า 1 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท. ก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ศูนย์ป้องกันและปรามปรามการฉ้อโกงประชาชนผ่านระบบโทรศัพท์และสื่ออิเล็กทรอนิกส์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศก.ฉปทน.ตร.) ได้ทำการจับกุม 7 ผู้ต้องหาซึ่งเป็นชายไทย ซึ่งเป็นผู้ร่วมขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ซึ่งมีทั้งรับจ้างเปิดบัญชี ผู้รวบรวมบัญชี และมีหน้าที่กดเงินออก รวมทั้งนายฉีเคอ ตัวการใหญ่ชาวไต้หวัน ที่ลักลอบเข้ามากบดานอยู่ในประเทศไทยนานกว่า 20 ปี มีหน้าที่จัดหาและรวบรวมคนไปทำงานในแก๊งคอลเซ็นเตอร์ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสอบสวนขยายผลจนทราบว่าก่อนที่ นายฉีเคอ จะถูกจับกุม นายฉีเคอ ยังได้รวบรวมพนักงานในแก๊งคอลเซ็นเตอร์ แล้วจัดส่งให้เดินทางไปเช่าบ้านเดี่ยวหรูในหมู่บ้าน วากา 4 ถนนวากา 27 เมืองดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เปิดเป็นศูนย์สั่งการคอลเซ็นเตอร์ &amp;nbsp;โดยมีชาวไต้หวัน ทำหน้าที่คอยควบคุมดูแลทำมาได้ประมาณ 6 เดือน มีเงินหมุนเวียนกว่า 50 ล้านบาท และเมื่อประมาณต้นเดือน มีนาคม 2561 แก๊งดังกล่าวนี้ได้โทรศัพท์เข้ามาหลอกลวงคนไทยจำนวน 7 ราย ได้เงินไปกว่าล้านบาท &amp;nbsp;ซึ่งมีผู้เสียหายอยู่ในพื้นที่ สน.เตาปูน ดินแดง สภ.เมืองสมุทรปราการ สน.คลองตัน สภ.ฝาง สภ.ปราณบุรี และ สถ.เมืองขอนแก่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การทำงานของแก๊งนี้มีการนำเทคโนโลยีพิเศษมาใช้ หลังจากหลอกเหยื่อสำเร็จแล้ว จะวางอุบายเพื่อขอ OTP จากบัญชีธนาคารของเหยื่อ แล้วหลอกให้อ่านข้อความที่ธนาคารแจ้งยืนยันมา เมื่อเหยื่อบอก OTP ทางแก๊งคอลเซ็นเตอร์นี้ จะนำ OTP นี้เข้าโปรแกรมดัดแปลงทำให้คอมพิวเตอร์เปรียบเสมือนเป็นมือถือเครื่องหนึ่ง เข้าบัญชีธนาคารของเหยื่อแล้วโอนเงินออกไปยังปลายทางที่แก๊งคอลเซ็นเตอร์แก๊งนี้ได้เตรียมไว้จนหมด เช่น &amp;nbsp;bitcoin หรือบัญชีอื่นๆ แล้วถอนเงินออก นำส่งหัวหน้าแก๊งเพื่อแบ่งเงินตามเปอร์เซ็นต์ที่ได้ตกลงกันไว้ภายในกลุ่ม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับนายฉีเคอ ชาวไต้หวันเป็นผู้ต้องหาที่หลบหนีมาอยู่ในประเทศไทยประมาณ 20 ปี ไม่มีอาชีพเป็นหลักแหล่งไม่สามารถเดินทางกลับประเทศตัวเองได้เนื่องจากมีประวัติต้องคดีที่ประเทศไต้หวัน ทำหน้าที่คอยรวบรวมคนเข้ามาทำงานคอลเซ็นเตอร์ รวบรวมบัญชีที่ใช้กดเงิน ถือเป็นผู้บริหารระดับสูงภายในแก๊งคอลเซ็นเตอร์แก๊งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ ยังกล่าวอีกว่า การทำงานในครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจากทางการดูไบเป็นอย่างดีจนทำให้เราสามารถขยายผลจนจับกุมผู้ต้องหาได้ยกแก๊ง และจะประสานกับเจ้าหน้าที่เพื่อขอขยายผลจับกุมผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องอีกและขอส่งตัวคนไทยทั้งหมดกลับประเทศไทยเพื่อดำเนินคดีต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5500</URL_LINK>
                <HASHTAG>คอลเซ็นเตอร์, ดูไบ, บิ๊กโจ๊ก, พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180321/image_big_5ab1f6b551c36.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>4300</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/03/2018 13:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/03/2018 13:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตำรวจจับแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกเงินปชช.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 มี.ค.61-พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว(รองผบช.ทท.) แถลงการจับกุมตัวแก๊งคอลเซ็นเตอร์ว่า หลังจากผู้เสียหายในท้องที่ของ สน.ดินแดง สน.เตาปูน และ สภ. เมืองสมุทรปราการ แจ้งความถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์โทรมาหลอกลวงว่าผู้เสียหายมีความเกี่ยวข้องกับยาเสพติดจำเป็นต้องให้เจ้าหน้าที่รัฐทำการตรวจสอบเงินดังกล่าว ผู้เสียหายหลงเชื่อได้โอนเงินไปเข้าบัญชีของแก๊งคอลเซ็นเตอร์จำนวนหลายบัญชี จากนั้นได้หลอกลวงขอรหัส otp และคนร้ายได้ทำธุรกรรมผ่านระบบอินเตอร์เน็ตแบงค์กิ้งจนได้รับความเสียหาย โดยที่ท้องที่ สน. ดินแดง ได้รับความเสียหาย 824, 728 บาท ที่ สน.เตาปูน ได้รับความเสียหาย 624, 000 บาท ที่ท้องที่ สภ. เมืองสมุทรปราการได้รับความเสียหาย 429, 700 บาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ประสานงานกับเจ้าหน้าที่ธนาคารพบเงินที่ถูกหลอกลวงของผู้เสียหายได้มีการเบิกถอนเงินสดโดยใช้สมุดบัญชีจากธนาคารที่บริเวณเคาน์เตอร์ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาเซ็นทรัลรัตนาธิเบศร์ ซึ่งกล้องวงจรปิดธนาคารสามารถบันทึกภาพชายที่มาทำธุรกรรมไว้ได้ เมื่อถอนเงินสดเสร็จ ชายคนดังกล่าวได้มอบเงินให้ชายอีกคนที่บริเวณห้างเซ็นทรัลรัตนาธิเบศร์ จึงสืบสวนจนทราบชื่อชายที่มาถอนเงินสดคือนายอัศนัย อินพิทักษ์ และชายที่มารับเงินสดคือนายชนชน เพชรดี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนันได้ขอศาลจังหวัดสมุทรปราการ อนุมัติหมายจับ และได้ตามจับกุมนายชนชน หรือโอ เพชรดี &amp;nbsp;อายุ 33 ปีผู้ต้องหาตามหมายจับจังหวัดสมุทรปราการ ที่ 155/2561 ลงวันที่ 2 มี.ค.2561 ในข้อหา ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่นได้พร้อมของกลางคือเงินสดจำนวน 42,000 บาท สมุดบัญชีธนาคารไทยพาณิชย์ ชื่อบัญชีนายจักรพงษ์ &amp;nbsp;เย็นพระพาย และโทรศัพท์มือถือจำนวน 1 เครื่องซึ่งภายในโทรศัพท์มีภาพสมุดบัญชีต่างๆเชื่อมโยงถึงบัญชีรับโอนเงินของแก๊งคอลเซ็นเตอร์และพบสลิปการโอนเงินถึงแก๊ง คอลเซ็นเตอร์ ที่ต่างประเทศ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชนชน หรือ โอ &amp;nbsp;สารภาพ เป็นผู้จัดหาคนไปเปิดบัญชีจำนวนประมาณ 5 บัญชีตามคำสั่งของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่ต่างประเทศ และเมื่อมีการหลอกลวงสำเร็จผู้เสียหายจะโอนเข้าบัญชีที่ให้คนไปเปิดไว้ จากนั้นสั่งให้เจ้าของบัญชีถอนเงินสดมาให้ตน และจะนำเงินสดดังกล่าว ฝากเข้าตู้ฝากเงินอัตโนมัติเพื่อโอนไปยังอีกบัญชีหนึ่ง โดยจะส่งไปให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่ต่างประเทศ &amp;nbsp;ส่วนนายอัศนัย อินทร์พิทักษ์ &amp;nbsp; ผู้ต้องหาอีกรายยังอยู่ระหว่างการหลบหนี
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/4300</URL_LINK>
                <HASHTAG>คอลเซ็นเตอร์, ท่องเที่ยว, พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล, รองโจ๊ก, สมุทรปราการ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180305/image_big_5a9ce1cbd5173.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>3113</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/02/2018 15:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/02/2018 15:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดาราสาวร้องทุกข์ถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์สวมรอยโอนเงินสูญ2ล้าน!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ก.พ.61 - ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ น.ส.บี(นามสมมุติ) นางแบบ นักแสดงอิสระ อายุ 36 ปี เดินทางมาร้องเรียนศูนย์ป้องกันและ ปราบปรามการฉ้อโกงประชาชน ผ่านระบบโทรศัพท์และสื่อ อิเล็กทรอนิกส์ (Call Center) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อเรียกร้องให้ธนาคารชี้แจง หลังถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์สวมรอยโอนเงินออกจากบัญชีเงินสดและกองทุนเสียหายเกือบ 2 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.บี กล่าวว่า วันที่ 27 ธ.ค. 60 แก๊งคอลเซ็นเตอร์โทรมาหาตน และอ้างเป็นเจ้าหน้าที่แจ้งว่ามีหมายศาลมา 1 ฉบับ อ้างว่าเคยไปกู้สินเชื่อรถยนต์ที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ แนะนำให้ตนไปแจ้งความ และมีการโอนสายให้พูดคุยกับเจ้าหน้าที่หลายคน และสอบถามข้อมูลบัตรประชาชน กองทุน เลขที่บัญชีธนาคาร ข้อมูลบัตรเครดิต ถามถึงรูปพรรณสัณฐาน ตนก็ไม่สงสัยเนื่องจากเช็กหมายเลขโทรศัพท์เป็นเบอร์ของหน่วยงานจริงๆ หลังจากนั้นประมาณวันที่ 4 ม.ค.61 ธนาคารแจ้งว่าพบการโอนเงินที่ผิดปกติ จึงตรวจสอบพบว่าเงินในบัญชีหายไป และกองทุนถูกขายไปด้วย มีการโอนเงินต่อเนื่องหลายสิบครั้ง โอนเงินตั้งแต่500-100,000บาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังพบว่ามีการโอนเงินออกไปต่างประเทศ จึงเชื่อว่าถูกแก๊งค์ขอเซ็นเตอร์สวมรอยโอนเงินออกจากบัญชีทั้งหมด หลังจากนั้นจึงเข้าแจ้งความที่ สน.ห้วยขวาง ทางตำรวจกำลังเร่งติดตามหาตัวคนร้าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เธอ กล่าวว่าที่มาร้องเรียนวันนี้อยากให้ธนาคารออกมาชี้แจงถึงการขายกองทุน หรือโอนเงิน ว่าทำได้อย่างไร ในเมื่อตนไม่ได้เป็นผู้โอนเงิน และปกติตนเองไม่เคยทำธุรกรรมผ่านแอพลิเคชั่นเลย จะทำหน้าเคาท์เตอร์ธนาคารทุกครั้ง จึงอยากทราบว่าคนร้ายมีวิธีการโอนเงิน ขายกองทุนอย่างไร รวมทั้งให้ธนาคารแสดงความรับผิดชอบกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วย ตนพยายามติดต่อกับธนาคาร แต่ธนาคารขอเลื่อนมาตลอด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/3113</URL_LINK>
                <HASHTAG>คอลเซ็นเตอร์, หลอกลวง, เหยื่อคอลเซ็นเตอร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180214/image_big_5a83f51c19238.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>2416</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/02/2018 10:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/02/2018 10:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แก๊งคอลเซ็นเตอร์สวมชื่อสรรพากรหลอกเงินภาษี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ก.พ.61 - &amp;nbsp;นายอดุลย์ &amp;nbsp;ค้ำชู &amp;nbsp;ผู้อำนวยการธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กล่าวว่า &amp;nbsp;ขณะนี้กลุ่มมิจฉาชีพแก๊งคอลเซ็นเตอร์ มีการติดต่อผ่านหมายเลขโทรศัพท์อย่างหนักอีกครั้ง หลังจากในช่วงที่ผ่านมากลุ่มขบวนการมิจฉาชีพ กลุ่มนี้ ทั้งที่เป็นคนไทยและคนต่างชาติ ต่างมีการแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ไปรษณีย์ไทย เจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่ ปปง.,ปปช.ปปส. รวมไปถึงกลุ่มอัยการและผู้พิพากษาเพื่อหลอกให้ประชาชนหลงเชื่อ ในลักษณะพฤติกรรมแอบอ้างในเรื่องของการเกี่ยวข้องกับยาเสพติด การฟอกเงิน หรือเรื่องการส่งสินค้าหรือภาษีต่างๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ที่น่าเป็นห่วงที่สุดคือการแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่สรรพากร ซึ่งเป็นพฤติกรรมใหม่ เนื่องจากในช่วงเดือน ม.ค.-มี.ค.นั้นเป็นช่วงของการยื่นชำระภาษีของบุคคลทั่วไป และผู้ที่ยื่นชำระภาษีนั้นมีจำนวนไม่น้อยที่ขอคืนเงินภาษี ซึ่งกลุ่มมิจฉาชีพจะใช้ช่องว่างในขณะนี้ทำการปรับรูปแบบพฤติกรรมหลอกลวงประชาชน ดังนั้นในระยะนี้ทุกคนจะต้องตั้งสติและเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบบุคคลที่สนทนาด้วยว่าเป็นแกงค์คอลเซ็นเตอร์หรือไม่ ซึ่งหากไม่มั่นใจสามารถตรวจสอบกับทาง ธนาคารแห่งประเทศไทย หรือแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับทราบทันที&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผอ.ธปท.สำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กล่าวว่า ในปี 2560 ธปท.ภาคอีสาน มีการรับแจ้งจากผู้เสียหายและประชาชนที่สอบถามถึงข้อมูลแกงค์คอลเซนเตอร์ และการตรวจสอบข้อมูลบุคคลตามที่กลุ่มมิจฉาชีพดังกล่าวแอบอ้างนั้นพบว่ามีมากถึง 199 ราย ในจำนวนนี้มีผู้หลงเชื่อ 8 ราย ซึ่งสูญเงินเงินไปมากกว่า 2,000,000 บาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ในปีนี้การดำเนินการตรวจสอบและประสานการทำงานร่วมกันทุกฝ่าย โดยเฉพาะกับสถาบันการเงินในพื้นที่ภาคอีสานจะต้องรัดกุมและเข้มข้นขึ้น อีกทั้งยังคงได้มีการกำชับไปยังสถาบันการเงินทุกแห่งในการตรวจสอบข้อมูลบุคคล เพื่อป้องกันการรับจ้างการเปิดสมุดบัญชีธนาคาร สำหรับการถูกนำไปใช้กลับแกงค์คอลเซ็นเตอร์ให้มากยิ่งขึ้นด้วย&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/2416</URL_LINK>
                <HASHTAG>คอลเซ็นเตอร์, ธนาคาร, มิจฉาชีพ, สรรพากร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180205/image_big_5a77d0bcb6a98.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
