<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>90345</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/01/2021 18:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/01/2021 17:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โพลชี้&#039;ทรัมป์&#039;เรตติ้งดำดิ่ง จ่ออภัยโทษนับร้อยทิ้งทวน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;นับถอยหลัง &amp;quot;โดนัลด์ ทรัมป์&amp;quot; พ้นทำเนียบขาวพร้อมเรตติ้งต่ำที่สุดในบรรดาประธานาธิบดีทุกคนในประวัติศาสตร์สหรัฐ เจ้าตัวทิ้งทวนใช้อำนาจให้คุ้ม เตรียมอภัยโทษคนอีกนับร้อยในวันสุดท้าย หลังจากสั่งยกเลิกข้อห้ามยุโรปเดินทางเข้าสหรัฐ ร้อนถึง &amp;quot;โจ ไบเดน&amp;quot; ต้องยืนกรานคงมาตรการเข้มงวดคุมไวรัสไว้ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีวันอังคารที่ 19 มกราคม 2564 กล่าวว่า อำนาจหน้าที่ในตำแหน่งประธานาธิบดีของโดนัลด์ ทรัมป์ จะคงอยู่จนถึงเวลาเที่ยงวันของวันพุธที่ 20 มกราคม ตามเวลาท้องถิ่น และโจ ไบเดน จะสาบานตนรับตำแหน่งประธานาธิบดีคนใหม่ ซึ่งทรัมป์จะเป็นประธานาธิบดีเจ้าของตำแหน่งเดิมคนแรกในรอบ 150 ปีที่ไม่เข้าร่วมพิธีของประธานาธิบดีคนใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไบเดน อดีต ส.ว.หลายสมัยและเคยรับตำแหน่งรองประธานาธิบดีสมัยบารัค โอบามา เตรียมเดินทางจากบ้านในเมืองวิลมิงตัน รัฐเดลาแวร์ มากรุงวอชิงตัน พร้อมกับ ดร.จิล ภริยา ในวันอังคาร โดยในช่วงค่ำ ไบเดน พร้อมด้วยนางคามาลา แฮร์ริส ว่าที่รองประธานาธิบดีหญิงคนแรกของสหรัฐ จะแสดงสุนทรพจน์เกี่ยวกับวิกฤติโควิด-19 จากสระน้ำสะท้อนเงาอนุสรณ์สถานลิงคอล์น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากโดนทวิตเตอร์แบนตัดช่องทางสื่อสารหลักของเขาทางโซเชียลมีเดีย ทรัมป์แทบไม่ได้สื่อสารกับชาวอเมริกันเลย จนถึงบัดนี้ เขายังคงไม่ยอมรับความพ่ายแพ้ในการเลือกตั้งวันที่ 3 พฤศจิกายน และไม่ยอมแสดงความยินดีต่อไบเดน หรือแม้แต่เชิญเขามาดื่มชาในห้องทำงานรูปไข่ตามประเพณีก่อนส่งมอบตำแหน่ง ช่วงเวลาที่เหลือส่วนใหญ่ทรัมป์พบปะกับผู้จงรักภักดีต่อเขาที่ลดจำนวนลงทุกที คนเหล่านี้เคยหนุนหลังเขามาตลอด 2 เดือนในความพยายามพลิกผลเลือกตั้ง ซึ่งมาถึงจุดสูงสุดในวันที่ 6 มกราคม เมื่อผู้สนับสนุนเขาบุกโจมตีรัฐสภา และทำให้ทรัมป์โดนสภาผู้แทนราษฎรลงมติถอดถอนเป็นครั้งที่ 2&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานกล่าวว่า ผลสำรวจของแกลลัพโพลระหว่างวันที่ 4-11 มกราคม เผยแพร่เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา พบว่า คะแนนนิยมของทรัมป์เหลือเพียง 34% ต่ำที่สุดในวาระ 4 ปีของเขา ส่วนคะแนนเฉลี่ยตลอดสมัยอยู่ที่ 41% ต่ำที่สุดในบรรดาประธานาธิบดีทุกคนนับแต่แกลลัพเริ่มทำการสำรวจเมื่อปี 2481&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันจันทร์ ทรัมป์ออกคำสั่งประธานาธิบดีหลายฉบับ ที่สำคัญคือคำสั่งยกเลิกการห้ามเดินทางเนื่องจากการระบาดของโควิด-19 ในยุโรป และบราซิล โดยสั่งให้สหรัฐเปิดพรมแดนตั้งแต่วันที่ 26 มกราคม หรือเกือบ 1 สัปดาห์หลังพ้นตำแหน่ง แต่เจน ซากี โฆษกของไบเดน ยืนยันทันควันว่า รัฐบาลไบเดนไม่มีความตั้งใจยกเลิกข้อห้ามในวันดังกล่าวตามคำแนะนำของทีมแพทย์ ตรงกันข้าม พวกเขามีแผนจะเพิ่มความเข้มงวดด้านการเดินทางระหว่างประเทศลดการแพร่ระบาดของไวรัส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนวันอังคารที่เป็นวันสุดท้ายในการทำงานของทรัมป์ ก่อนที่จะใช้เอกสิทธิ์ประธานาธิบดีจนวินาทีสุดท้ายด้วยการขึ้นแอร์ฟอร์ซวันบินไปฟลอริดาก่อนเที่ยงวันพุธ มีรายงานว่าทรัมป์จะให้อภัยโทษหรือลดโทษบุคคลประมาณ 100 ราย ซีเอ็นเอ็นและสื่อสหรัฐกล่าวว่า ทรัมป์จัดทำรายชื่อกับที่ปรึกษาเมื่อวันอาทิตย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นิวยอร์กไทมส์กล่าวว่า หลังจากมีการล็อบบี้อย่างหนัก คาดว่าผู้ที่จะได้รับการอภัยโทษจากทรัมป์ทิ้งทวนจะผสมกันทั้งอาชญากรทางเศรษฐกิจและผู้ที่คดีของพวกเขาได้รับการช่วยเหลือจากนักเคลื่อนไหวด้านความยุติธรรมทางอาญา โดยรายชื่อที่คาดเดากันมีอาทิ เอ็ดเวิร์ด สโนว์เดน, จูเลียน อัสซานจ์ และสตีเฟน แบนนอน ที่ปรึกษาของทรัมป์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พวกที่ปรึกษาทำเนียบขาวกล่าวกันว่า ทรัมป์เคยหารือกับที่ปรึกษาเป็นการส่วนตัวว่าเขาควรอภัยโทษให้ตนเองหรือไม่ แต่เจ้าหน้าที่บางคนเตือนว่าการอภัยโทษให้ตนเองจะทำให้เขาถูกมองว่าทำผิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นักวิชาการจำนวนมากกล่าวว่า การอภัยโทษให้ตนเองจะขัดต่อรัฐธรรมนูญ เนื่องจากละเมิดหลักพื้นฐานที่ว่าไม่มีใครควรเป็นผู้ตัดสินคดีของเขาเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รอยเตอร์รายงานอ้างแหล่งข่าววงในว่า ทรัมป์ยังไม่มีแผนจะอภัยโทษตนเองหรืออภัยโทษสมาชิกในครอบครัวของเขาล่วงหน้า ซึ่งเป็นอีกประเด็นที่ทรัมป์หารือกับที่ปรึกษาแบบลับๆ ด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90345</URL_LINK>
                <HASHTAG>คะแนนนิยม, พิธีสานตนรับตำแหน่งประธานาธิบดี, เรตติ้งดิ่ง, โจ ไบเดน, โดนัลด์ ทรัมป์, ให้อภัยโทษ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200416/image_big_5e985d8cbca6f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>61306</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/03/2020 11:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/03/2020 11:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ซูเปอร์โพลระบุรัฐบาลได้คะแนนนิยมเพิ่มขึ้นหลังประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินจัดการไวรัส</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 มี.ค.2563 นายนพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) เสนอผลสำรวจภาคสนาม เรื่อง ความต้องการ ปชช. กับ จุดยืนการเมือง กรณีศึกษาประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ โดยดำเนินโครงการทั้งการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) และการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) จำนวน 1,185 ตัวอย่าง ดำเนินโครงการระหว่างวันที่ 26 &amp;ndash; 28 มีนาคม พ.ศ. 2563 ที่ผ่านมา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงการรับรู้ของประชาชน และ การเข้าขอรับความช่วยเหลือจากมาตรการของรัฐช่วงวิกฤตโควิด-19 นี้ พบว่า เกือบ 1 ใน 3 หรือร้อยละ 31.9 รู้แต่ไม่ชัดเจน รองลงมาคือ ร้อยละ 26.3 รู้แต่ทำบางอย่างที่ขอได้ไปแล้ว อย่างไรก็ตาม ร้อยละ 25.4 รู้แต่ยังไม่ได้ทำอะไรเลย ร้อยละ 11.3 รู้และทำทุกอย่างที่ขอได้ตามสิทธิ และ ร้อยละ 5.1 ยังไม่รู้อะไรเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่น่าพิจารณาคือ เมื่อถามถึง ความต้องการของประชาชนจากรัฐบาล ช่วงวิกฤตโควิด-19 พบว่า ส่วนใหญ่เกือบร้อยละ 100 คือ ร้อยละ 95.8 ต้องการแอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อไวรัสโควิดได้ไว้กับตัว ร้อยละ 95.1 ต้องการหน้ากากอนามัย ป้องกันไวรัสได้จริง ร้อยละ 91.5 ต้องการลงทะเบียนใน Apps คนส่งของ ส่งอาหารรับสิทธิลดน้ำมัน ลดราคาขนส่ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 87.8 ต้องการให้รัฐบาลทุ่มเททุกอย่างไปดูแล แพทย์ พยาบาล รักษาผู้ป่วย ร้อยละ 86.1 ต้องการขยายเวลา จ่ายค่าเช่า หอพัก คอนโด รัฐช่วยผู้ประกอบการแทน ร้อยละ 82.4 ต้องการ ลดต้น ลดดอกผ่อนบ้าน ร้อยละ 74.5 ต้องการ โรงทาน ออนไลน์ รับอาหารแห้ง ของใช้จำเป็น ส่งถึงบ้าน และร้อยละ 34.9 ต้องการอื่น ๆ เช่น รณรงค์คนอยู่บ้าน ไม่รังเกียจกัน ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน เดี๋ยวโควิดก็ผ่านพ้นไปแต่คนไทยต้องอยู่ด้วยกันต่อ การเมืองเลิกขัดแย้ง ช่วยเหลือประชาชนก่อน เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่น่าสนใจคือ แนวโน้มจุดยืนการเมืองของประชาชน ตั้งแต่ เมษายน 2562 ถึง ก่อน และ หลัง ประกาศสภาวะฉุกเฉิน ช่วงโควิด-19 พบว่า กลุ่มผู้สนับสนุนรัฐบาล เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 9.6 ก่อนประกาศสภาวะฉุกเฉิน (ศอฉ.) ขึ้นมาอยู่ที่ร้อยละ 29.1 หลังประกาศสภาวะฉุกเฉิน (ศอฉ.) ในขณะที่ กลุ่มผู้ไม่สนับสนุนรัฐบาล ลดลงจากร้อยละ 47.7 มาอยู่ที่ร้อยละ 26.1 โดยมีกลุ่มพลังเงียบร้อยละ 44.8 เป็นตัวแปรสำคัญทางการเมืองช่วงโควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผอ.ซูเปอร์โพล กล่าวว่า ผลโพลครั้งนี้ชี้ให้เห็นว่า ถ้ารัฐบาลทำดีมีผลงาน ตอบโจทย์ โดนใจ ตรงเป้าความต้องการของประชาชน ประชาชนก็พร้อมสนับสนุนรัฐบาลอยู่แล้ว และผลโพลครั้งนี้พบว่ากว่าร้อยละ 95 ต้องการแอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อไวรัสได้ และกว่าร้อยละ 95 เช่นกันต้องการหน้ากากอนามัยที่ป้องกันไวรัสได้จริง ส่งถึงมือประชาชนทั้งประเทศ คนทุกกลุ่มไม่ว่าตอนนี้เขาเป็นพลังเงียบหรือไม่หนุนรัฐบาล พวกเขาก็พร้อมจะสนับสนุนรัฐบาลเพราะร้อยละ 95 คลุมไว้หมดทุกกลุ่มแล้ว จากนี้ไปก็ทำงานให้ตรงกับความต้องการของประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ หาข้อมูลที่ดีก่อนตัดสินใจทำ ประเทศชาติและประชาชนจะได้เดินหน้าต่อไปได้ดีขึ้น บ้านเมืองสงบสุข ผู้คนไม่ต้องเรียกหาการยึดอำนาจให้วุ่นวายกันอีกต่อไป
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/61306</URL_LINK>
                <HASHTAG>คะแนนนิยม, พ.ร.ก.ฉุกเฉิน, รัฐบาล, โควิด 19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200329/image_big_5e802369d48bb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
