<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>67698</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/06/2020 09:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/06/2020 09:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คลังนัดถกชี้ชะตาเงินแจก5พันบาทคนตกขบวนอีก 1.7 ล้านคน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 มิ.ย. 2563 นายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า ในวันที่ 4 มิ.ย. จะมีการประชุมคณะกรรมการมาตรการเยียวยาชุด 10 ปลัดกระทรวง ที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายรัฐมนตรี ตั้งขึ้น โดยจะเสนอให้ กรรมการพิจารณาแจกเงิน 5,000 บาท 3 เดือน ให้กับกลุ่มที่ลงทะเบียนเราไม่ทิ้งกันไม่สำเร็จ 1.7 ล้านราย ซึ่งหากอนุมัติ ก็จะต้องมาคัดกรองว่ากลุ่มนี้ ผ่านคุณสมบัติจะได้รับเงินกี่ราย เพราะไม่ใช่ได้หมดทุกคน เนื่องจากกลุ่มนี้ ยังไม่เคยผ่านการตรวจสอบสิทธิ์ และเงื่อนไข&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นในจำนวน 1.7 ล้านคน มีส่วนผู้ลงทะเบียนทั้งที่เป็นอยู่ในระบบประกันสังคม เป็นข้าราชการ เป็นเกษตรกร และกลุ่มเปราะบาง ซึ่งได้รับเงินเยียวยาผลกระทบโควิด-19 จากรัฐบาลไปแล้ว ก็จะไม่ได้รับเงิน 5,000 บาท เพราะไม่ต้องการแจกซ้ำซ้อม ส่วนคนที่ผ่านเกณฑ์ ก็จะได้รับเงิน 5,000 บาท 3 เดือน หรือ 15,000 บาท ขึ้นอยู่กับการพิจารณา โดยจะสั่งเรื่องให้คณะกรรมการกลั่นกรองอนุมัติใช้เงิน ก่อนเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;โครงการแจกเงินเยียวยา 5,000 บาทปิดไปแล้ว ก็จะมีคนได้รับสิทธิ์ประมาณ 15.1 ล้านคน แต่ก็ยังมีกลุ่มตกหล่น ทั้ง 1.7 ล้านคน และที่ยังไม่มาแจ้งเลขบัญชี ก็ขอให้รีบมาแจ้งกับธนาคารกรุงไทยเพื่อที่จะได้จ่ายเงิน โดยจะพิจารณาว่า ถ้าไม่แจ้งภายใน มิ.ย. อาจจะต้องตัดสิทธิ์ส่วนนี้ไปเลย&amp;rdquo; นายลวรณ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ในการประชุม จะมีการหารือถึงแนวทางการเยียวยากลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (บัตรคนจน) ที่ยังไม่ได้รับสิทธิ์เยียวยาจากมาตรการรัฐเลย ซึ่งมีอยู่กว่า 2.4 ล้านคน ว่าจะได้รับความช่วยเหลืออย่างไร ซึ่งเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้หารือกับกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ถึงแนวทางการจ่ายเงินเยียวยากลุ่มเปราะบาง 13 ล้านคน ซึ่งได้สรุปในหลักการแล้วว่า หากคนกลุ่มนี้ได้รับสิทธิ์เยียวยา 5,000 บาทไปแล้ว จะไม่ได้รับเงินช่วยเหลือเดือนละ 1,000 บาท เป็นเวลา 3 เดือนอีก เพราะในหลักการต้องช่วย 1 คน 1 สิทธิ์ เท่านั้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67698</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรรมการพิจารณาแจกเงิน 5, กลุ่มคนตกขบวน, คัดกรอง, เราไม่ทิ้งกัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200517/image_big_5ec131e6ba491.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>65020</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/05/2020 12:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/05/2020 12:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตรังเพิ่มจนท.คัดกรองเข้ม! ทะลักจากภูเก็ตกว่า5พันคน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 พ.ค. 63 - ที่จุดคัดกรองการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ต.ควนกุน อ.สิเกา จ.ตรัง ซึ่งเป็นเขตรอยต่อระหว่าง จ.ตรังกับ จ.กระบี่ วันนี้ยังคงมีคนภูเก็ตเดินทางเข้าสู่ จ.ตรังอย่างต่อเนื่องมาเป็นวันที่ 4 แล้ว ส่วนมากมากันเป็นครอบครัวพ่อแม่ลูก และใช้รถจักรยานยนต์ขับมาตั้งแต่ จ.ภูเก็ต ผ่าน จ.พังงาและจ.กระบี่ก่อนเข้าสู่ จ.ตรัง โดยใช้เวลาเดินทางออกจากภูเก็ตตั้งแต่ 05.00 น. เนื่องจากไม่มีรถโดยสารประจำทาง จึงต้องใช้รถส่วนตัวเป็นพาหนะ พร้อมหอบหิ้วสัมภาระที่จำเป็นเท่าที่รถยนต์หรือรถจักรยานยนต์จะบรรทุกได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ยังพบว่ากลุ่มคนที่เดินทางมาจาก จ.ภูเก็ตเพื่อใช้ จ.ตรังเป็นเส้นทางผ่านไปยัง จ.สงขลา สตูลและ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้มากกว่าคนที่จะเดินทางกลับภูมิลำเนาที่ จ.ตรัง ซึ่งได้ลงทะเบียนไว้แค่ 1,964 คน โดยผู้ที่เดินทางเปิดเผยว่า ได้รับความสะดวกในการเข้าพื้นที่ จ.ตรังมากขึ้น รอไม่นานและพร้อมกักตัว 14 วันตามกติกาสังคม ซึ่งส่วนใหญ่ตกงาน โรงแรมปิดยาวถึง 6 เดือนทำให้ขาดรายได้จึงต้องกลับไปอยู่บ้านจนกว่ากิจการจะเปิดหรือเรียกตัวกลับไปทำงานอีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 3 พ.ค.ที่ผ่านมา นายลือชัย เจริญทรัพย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง สั่งเพิ่มเจ้าหน้าที่ประจำจุดคัดกรองควนกุน หลังประชาชนร้องเรียนว่ามีเจ้าหน้าที่น้อยทำให้ต้องรอคิวนาน วันนี้ ได้มีการเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่มากขึ้น ทำให้การคัดกรองเป็นไปอย่างสะดวกราบรื่น และสร้างความพอใจให้กับผู้เดินทางเป็นอย่างมาก โดยตลอด 3 วันที่ผ่านมา มีประชาชนจาก จ.ภูเก็ตทะลักเข้าสู่ จ.ตรังทั้งที่เป็นชาว จ.ตรัง และจังหวัดอื่นๆ แล้วกว่า 5,000 คน หรือวันละไม่ต่ำกว่า 2,000 คน โดย จ.ตรังเป็นจังหวัดที่ปลอดผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 มาเป็นวันที่ 27 แล้ว ซึ่งการเดินทางส่วนใหญ่ราบรื่นดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน พ.ต.ท ภูมินพเดช อริยะตระกูลวงศ์ รองผู้กำกับการสืบสวน สภ.สิเกา จ.ตรัง ในฐานะหัวหน้าด่านคัดกรองควนกุน อ.สิเกา กล่าวว่า ที่สอบถามเหตุผลแล้วส่วนมากจะหนีภาวะตกงาน เพราะภูเก็ตปิดตายมาเป็นเดือนไม่มีงานทำ ทุกคนจึงเดินทางด้วยรถยนต์และรถจักยานยนต์ออกมาเป็นจำนวนมาก บางคนต้องคืนที่พักและบ้านเช่าไปแล้ว ซึ่งทาง จ.ตรังมีการดูแลการจัดการโดยเพิ่มกำลังขึ้นเป็น 2 เท่าจากปกติ น่าจะมีประชาชนออกมาอีกเยอะไม่ต่ำกว่า 5,000 คนเป็นอย่างต่ำ ซึ่ง 3 วันที่ผ่านมาน่าจะประมาณ 5,000 คนได้แล้ว.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65020</URL_LINK>
                <HASHTAG>คัดกรอง, ตรัง, ภูเก็ต, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200504/image_big_5eafad9772b74.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>64049</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/04/2020 17:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/04/2020 17:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แพทย์ชี้กักตัวผู้เดินทางจากต่างประเทศ เป็นหัวใจสำคัญควบคุมแพร่เชื้อโควิด </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 เม.ย.63 - ที่กระทรวงสาธารณสุข นพ.เอนก มุ่งอ้อมกลาง ผอ.สถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง กล่าวถึงสถานกักกันผู้ที่มีความเสี่ยงในการติดเชื้อของผู้ที่เดินทางกลับจากต่างประเทศว่า ขณะนี้มีพื้นที่ Stat Quarantine 14 แห่ง แบ่งเป็น กทม. 10 แห่ง และ ต่างจังหวัด 4 แห่ง โดยมีผู้ที่ถูกกักกัน 1,478 คน และ Local Quarentine ที่กระจายอยู่ทุกที่ทั่วประเทศ จำนวน 192 แห่ง มีผู้ที่ถูกกักกันจำนวน 3,506 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยกลุ่ม Stat Quarantine เจ้าหน้าที่ได้คัดกรองคนที่เข้ามาที่สนามบิน โดยใครเป็นกลุ่มเสี่ยงเจ้าหน้าที่จะทำการเก็บตัวอย่างตรวจทันที และแยกออกมาคัดอีกครั้ง ซึ่งใครที่ไม่ป่วย ไม่มีอาการก็ส่งตัวไปที่กักกันในโรงแรมตามที่กระทรวงกลาโหมได้กำหนดไว้ โดยคนกลุ่มนี้เมื่อมาถึงโรงแรมก็มีการคัดกรองอาการซ้ำอีกรอบทุกราย ถ้าตรวจแล้วเป็นผลบวกก็จะส่งตัวให้โรงพยาบาลเพื่อทำการรักษาแต่ถ้าผลเป็นลบก็กักตัวในโรงแรม 14 วัน หลังจากนั้นก็จะสามารถกลับบ้านได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.เอนก กล่าวว่า Stat &amp;nbsp;Quarantine เป็นเครื่องมือที่ใช้ลดปริมาณการแพร่เชื้อเข้าสู่ประเทศไทย ดังนั้นอยากให้ประชาชนที่อยู่ละแวกรอบโรงแรมให้ความร่วมมือช่วยกันสนับสุนนกับภาครัฐ แต่อย่าต่อต้านคนกลุ่มนี้เข้ามา เพราะเป็นหัวใจหลักที่จะหยุดการระบาด และอยากให้เข้าใจว่าเชื้อโรคไม่ได้แพร่ออกจากห้อง แต่แพร่ออกจากร่างกายจากการจาม ไอ สัมผัส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.เอนก กล่าวถึงการสุ่มตรวจในพื้นที่เขตบางเขน คลองเตย ว่า&amp;nbsp;พื้นที่บางเขนมีการระบาดของโรคเป็นวงกว้าง และเป็นจุดตั้งต้นของการแพร่ระบาด มีสนามมวยลุมพินีเป็นที่ตั้ง เราจึงอยากทราบว่าข้อมูลจำนวนผู้ติดเชื้อลดลงจริงหรือไม่ โดยผ่านกระบวนการค้นหาประชุมกลุ่มระดับรากหญ้าที่สุด คือ1.คนเก็บขยะ เพราะมีหน้ากากอนามัยจำนวนมากที่ถูกทิ้งไว้หลังจากที่ประชาชนสวมใส่ มีการปนเปื้อนของเชื้อหรือไม่ 2.แม่ค้าในตลาดสด ซึ่งมีคนเป็นจำนวนมาก 3.พนักงานขับรถขสมก. และแท็กซี่ และวินมอเตอร์ไซค์&amp;nbsp;ซึ่งถ้ามีการปลดล็อคพื้นที่กทม. จะต้องสร้างความมั่นใจกับประชาชนในการเดินทางว่ามีโอากสที่ติดเชื้อไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนกลุ่มที่มีอาการในชุมชนเจ้าหน้าที่ได้ติดตามตรวจกว่า 1,876 ราย โดยพบผู้ติดเชื้อเพียง 1 ราย จึงสอดคล้องว่าสถานการณ์เริ่มลดลงจริงๆ อย่างไรก็ตามการเว้นระยะห่างทางสังคมในชุมชนแออัด เป็นเรื่องที่ทำได้ยากเนื่องจากมีคนอยู่จำนวนมาก จึงเลือกนำร่องในการสุ่มตรวจในพื้นคลองเตย ซึ่งจะดำเนินการต่อไป จึงเป็นต้นแบบสำหรับเฝ้าระวังสถานการณ์ในชุมชนแออัดอย่างแท้จริง ก่อนเตรียมข้อมูลให้กับรัฐบาลในการพิจารณามาตรการต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.อนุพงศ์ สุจริยากุล ผู้ทรงคุณวุฒิกรมควบคุมโรค กล่าวถึงยอดผู้ป่วยที่มีจำนวนลดลงอย่างรวดเร็วว่า เมื่อเจ้าหน้าที่จ่ายยาฟาวิพิราเวียร์ให้กับคนไข้เร็วขึ้น การจัดการเชื้อโควิด-19 ในตัวคนไข้ก็จะเร็วมากยิ่งขึ้น สอดคล้องกับรายงานที่มีผู้ป่วยที่หายดีแล้วกลับบ้านเป็นจำนวนมาก ทั้งนี้อีกประเด็นส่งผลต่อจำนวนของผู้ที่รักษาหายแล้วลดลงเร็วคือการตรวจในห้องปฏิบัติการ โดยขณะนี้มีห้องปฏิบัติการที่สามารถตรวจเชื้อได้ค่อนข้างเร็ว ดังนั้นยิ่งตรวจเร็ว ยิ่งรักษาเร็ว ทำให้ควบคุมโรคเร็วไปด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/64049</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงสาธารณสุข, กักตัว 14 วัน, คัดกรอง, นพ.เอนก มุ่งอ้อมกลาง, สถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200423/image_big_5ea16c0cde11a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>63215</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/04/2020 14:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/04/2020 14:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เด็กเพื่อไทย&#039;หยามไหนบอกไม่ทิ้งกันแต่ภาพบุกคลังสะท้อนมีคนถูกทิ้งจำนวนมาก!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 เม.ย.2563 - นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงปัญหาความลักลั่นของระบบการคัดกรองคุณสมบัติผู้ได้รับเงินเยียวยาจากรัฐบาล ทำให้ประชาชนจำนวนมากเสียสิทธิ ว่าภาพที่ประชาชนบุกกระทรวงการคลังจนต้องปิดประตูหนีประชาชนนั้น อธิบายสถานการณ์ความรับผิดชอบของรัฐบาลได้เป็นอย่างดี การจัดระเบียบความปลอดภัยไม่ให้ประชาชนบุกเข้าไปอีก สะท้อนการทำงานที่ไร้ประสิทธิภาพ ไม่ต่างจากการบอกว่าถ้าลงทะเบียนไม่ผ่านให้อุทธรณ์ออนไลน์ได้ ถ้าไม่ผ่านอีกจะต้องถึงขั้นฎีกาออนไลน์กันอีกหรือไม่ ทั้งที่ถ้าการเยียวยาไม่มีปัญหาคงไม่มีประชาชนบุกไป นี่คือหลักฐานที่รัฐบาลสารภาพเองว่าการเยียวยาของรัฐบาลเป็นปัญหา ประชาชนได้รับผลกระทบจากการบริหารและการออกมาตรการที่ผิดพลาดของรัฐบาล จะปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้ ระบบเอไอที่นำมาใช้คัดกรอง ถ้าไร้ประสิทธิภาพ ไม่สอดรับกับสถานการณ์ปัจจุบัน ต้องทบทวน ปรับปรุง ไม่ใช่แก้ปัญหาแบบลูบหน้าปะจมูก ซื้อเวลาไปเรื่อยๆ เพราะความทุกข์ร้อนของประชาชนรอไม่ได้ ขอเรียกร้องให้รัฐบาลทบทวนวิธีการคัดกรองใหม่ และเร่งเยียวยาประชาชนทุกกลุ่มอย่างเสมอภาค ไม่สร้างความเหลื่อมล้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;อย่ามัวแต่ไปแนะนำประชาชนตากแดดฆ่าเชื้อโรค เงินมีแล้ว ยิงศรให้ตรงเป้า จ่ายเงินเยียวยาให้ถูกคน ไหนบอกว่าเราไม่ทิ้งกัน แต่ไร้ประสิทธิภาพแบบนี้ มีคนถูกทิ้งไว้ข้างหลังจำนวนมาก &amp;rdquo; นายอนุสรณ์กล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63215</URL_LINK>
                <HASHTAG>คัดกรอง, พท., พรรคเพื่อไทย, อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด, เยียวยา, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200408/image_big_5e8dccd928b27.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>63201</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/04/2020 12:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/04/2020 12:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;รศ.ดร.ธนชาติ&#039;ชี้ปัญหาคัดกรองเงินเยียวยาเพราะข้อมูลไม่ทันการเปลี่ยนแปลง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 เม.ย.2563 - รศ.ดร.ธนชาติ นุ่มนนท์ ผู้อำนวยการสถาบันไอเอ็มซีโพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า การคัดกรองเงินเยียวยา 5,000 บาท ไม่ว่าจะใช้ระบบอะไรก็ตาม จะเป็น AI หรือ rule-based ก็ต้องใช้ข้อมูล ถ้าจะทำระบบได้ดีต้องมี Big Data จริง และที่สำคัญยิ่งต้องมีข้อมูลของแต่ละคนที่เป็น Velocity ที่ไหลต่อเนื่องเข้ามา ต้องมีข้อมูลของแต่ละคนที่ update ตลอดเวลา ดังนั้นการพิจารณากลั่นกรองโดยใช้คอมพิวเตอร์สำคัญสุดคือต้องมีข้อมูลของแต่ละรายจำนวนพอควร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งระบบคัดกรองก็คงต้องไปเชื่อมโยงกับระบบข้อมูลต่างๆ ทั้งข้อมูลกรมสรรพากร ข้อมูลบัตรประชารัฐ ข้อมูลเกษตรกร ข้อมูลประกันสังคม ข้อมูล กยศ. ข้อมูลสถาบันการศึกษา ข้อมูลกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ข้อมูลกรมขนส่งทางบก คำถามที่น่าสนใจคือรัฐบาลมีการเชื่อมโยงข้อมูลเหล่านี้หมดไหม หรือข้อมูลของแต่ละคน update แค่ไหน มี velocity มาบ่อยไหม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในฐานะที่ผมมีโอกาสทำงานพัฒนาระบบข้อมูลให้หลายหน่วยงาน เคยเห็นข้อมูลสำมะโนอุตสาหกรรม ข้อมูลกรมพัฒนาการค้า ข้อมูลทะเบียนพาณิชย์ ข้อมูลประกันสังคม ข้อมูลศุลกากร และอีกหลายอย่าง ต้องยอมรับว่าบ้านเราเชื่อมโยงข้อมูลยาก แต่ก็มี Linkage center อยู่ ที่สำคัญสุดคือข้อมูลส่วนใหญ่ขาด Velocity ไม่ค่อยมีข้อมูลเข้าบ่อยนัก จึงไม่ค่อยแปลกใจเรื่องการจะได้ข้อมูลที่สมบูรณ์จริงๆว่าทำได้ยากพอควร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีที่ผู้ยื่นขอเงินเยียวยาถูกปฏิเสธแล้วระบุว่า มีอาชีพอย่างอื่น ก็อาจต้องไปย้อนคิดดูว่าเขาเคยมีข้อมูลในระบบฐานข้อมูลเหล่านั้นไหม ครอบครัวเคยลงทะเบียนเกษตรกรไหม เคยใช้สวัสดิการอย่างอื่นไหม หรือเคยขอเงินสวัสดิการบัตรประชารัฐแล้วกรอกอาชีพอย่างไร ก็ในเมื่อข้อมูลเก่ายังอยู่ในระบบก็ไม่แปลกที่ถูกปฏิเสธในเบื้องต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยิ่งถ้าเขาไม่มีข้อมูลอื่นๆในระบบเลย ก็ไม่น่าแปลกใจ ที่ระบบจะตอบกลับมาว่าไม่มีข้อมูล จะให้พิจารณาเฉพาะเอกสารที่กรอกคงไม่พอ ต้องหาข้อมูลในระบบอื่นมายืนยัน เพื่อความถูกต้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต้องเห็นใจระบบของรัฐที่ไม่มีข้อมูลของกลุ่มคนอาชีพอิสระจำนวนมากที่ต้องการเยียวยา หลายคนไม่เคยอยู่ในระบบภาษี ไม่เคยอยู่ในระบบประกันสังคม หรือระบบสวัสดิการอื่นๆ จึงไม่แปลกใจที่ได้คำตอบว่าไม่มีข้อมูลเพียงพอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อไม่มีข้อมูล สุดท้ายแล้วการตรวจสอบที่ถูกต้องก็ต้องเปลี่ยนจากระบบคอมพิวเตอร์มาเป็น manual ใช้คนเข้ามาตรวจสอบ สัมภาษณ์ ดูสถานที่จริง เหมือนเวลาธนาคารที่จะปล่อยสินเชื่อคนบางกลุ่มก็ต้องใช้วิธีนี้ แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับรัฐบาลว่าจะต้องการช่วยเหลือคนที่เดือดร้อนจริงๆแค่ไหน สุดท้ายแล้วเราก็สามารถช่วยคนเดือดร้อนจริงที่ถูกปฏิเสธถ้าเปลี่ยนระบบเอไอตามที่เลือกมาใช้คนประเมินแทน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สุดท้ายหลังจากงานนี้ เมื่อเรามีรายได้ กลับเข้าทำงาน ทุกคนก็ต้องควรเข้าสู่ระบบที่ถูกต้อง ลงทะเบียนตามอาชีพจริง ชำระภาษีให้กับรัฐบาลให้ครบถ้วน ถ้าเราหวังว่าจะให้ประเทศช่วยเรา เราก็ต้องทำหน้าที่เป็นพลเมืองที่ดีของประเทศเช่นกัน อย่าเพียงแต่หวังให้ประเทศช่วยเรายามที่เราเดือดร้อน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63201</URL_LINK>
                <HASHTAG>คัดกรอง, ผู้อำนวยการสถาบันไอเอ็มซี, รศ.ดร.ธนชาติ นุ่มนนท์, เงินเยียวยา, เฟซบุ๊ก, โควิด-19, โพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200415/image_big_5e969e2bb6af6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>59265</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/03/2020 18:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/03/2020 15:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>MEA กำหนดมาตรการคุมเข้มรับมือ COVID–19 ฆ่าเชื้อ ตรวจคัดกรองก่อนเข้าอาคาร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้ (9 มีนาคม 2563) นางสาวผาสุก สัมปุณณะโชติ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร การไฟฟ้านครหลวง หรือ MEA กล่าวว่า MEA ออกประกาศมาตรการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) และดำเนินการตั้งจุดตรวจคัดกรองผู้ปฏิบัติงานและบุคคลภายนอกที่เข้ามาติดต่อก่อนเข้าอาคาร MEA รวมถึงบริเวณห้องชำระค่าไฟฟ้า ด้วยเครื่องวัดอุณหภูมิร่างกาย (Thermoscan) ทำความสะอาดพื้นที่ พร้อมทั้งฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อในบริเวณให้บริการลูกค้าและภายในอาคารสำนักงาน เพื่อสร้างความปลอดภัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ MEA ได้ออกประกาศคำสั่งภายในเพื่อให้พนักงานปฎิบัติตามนโยบายรัฐบาลอย่างเคร่งครัด อีกทั้งยังได้ให้ความร่วมมือในการประชาสัมพันธ์ข้อมูลความรู้เกี่ยวกับเชื้อ COVID-19 คำแนะนำวิธีปฏิบัติตนผ่านช่องทางสื่อสารของ MEA เพื่อให้พนักงานและประชาชนมีความเข้าใจและสามารถดูแลตนเองและคนใกล้ชิดได้อย่างถูกวิธี สำหรับคำแนะนำการป้องกันควบคุมโรคเชื้อไวรัส COVID-19 จากกระทรวงสาธารณสุขเพื่อให้ประชาชนดูแลสุขภาพ ป้องกันตนเองให้ปลอดภัยจากเชื้อไวรัส คือ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. ให้หลีกเลี่ยงสถานที่ที่มีคนอยู่แออัด &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. หลีกเลี่ยงอยู่ใกล้ชิดกับผู้ที่มีอาการโรคระบบทางเดินหายใจ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. ใช้มาตรการ กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ และสวมหน้ากากผ้าเพื่อป้องกันโรค &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับผู้ที่เดินทางไปและกลับจากประเทศที่มีความเสี่ยง หรือพื้นที่ที่มีรายงานการระบาดของโรค ควรปฏิบัติตามมาตรการและข้อแนะนำของกระทรวงสาธารณสุขโดยเคร่งครัด ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยของประชาชน และลดความเสี่ยงที่เกิดการแพร่กระจายของเชื้อในวงกว้าง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59265</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, การไฟฟ้านครหลวง หรือ MEA, คัดกรอง, ฆ่าเชื้อ, ผาสุก สัมปุณณะโชติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200309/image_big_5e6624edec6b2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>59017</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/03/2020 10:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/03/2020 10:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทอท.เพิ่มระดับการคัดกรอง COVID-19ใน 6 สนามบิน รับผีน้อยกลับไทย ประชาชนมั่นใจได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 มี.ค.63-นายนิตินัย ศิริสมรรถการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ทอท.กล่าวว่า ขณะนี้มีการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสCOVID-19 เพิ่มขึ้นในหลายประเทศทั่วโลก ในส่วนของ ทอท.ซึ่งบริหารท่าอากาศยานหลัก 6 แห่งของประเทศไทย ได้แก่ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) ท่าอากาศยานดอนเมือง (ทดม.) ท่าอากาศยานภูเก็ต (ทภก.) ท่าอากาศยานเชียงใหม่ (ทชม.) ท่าอากาศยานหาดใหญ่ (ทหญ.) และท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย (ทชร.) ได้เพิ่มมาตรการตรวจคัดกรองผู้โดยสารระหว่างประเทศขาเข้าให้เข้มงวดมากขึ้นตามสั่งการของนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้โดยเฉพาะที่ ทดม.ได้เพิ่มมาตรการคัดกรองผู้โดยสารขาเข้าระหว่างประเทศทุกเที่ยวบินอย่างเข้มงวด โดยติดตั้งเครื่องตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายด้วยระบบอินฟราเรด (Thermoscan) จำนวน 2 จุด ณ บริเวณแนวทางเดินด้านทิศเหนือ ใกล้กับอาคารเทียบเครื่องบินหมายเลข 2 (Pier 2) และบริเวณแนวทางเดินด้านทิศใต้ ใกล้กับอาคารเทียบเครื่องบินหมายเลข 3 (Pier 3) อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ อาคาร 1 ในส่วนของ ทหญ.และ ทชร.ได้จัดหลุมจอดเฉพาะสำหรับเที่ยวบินที่มาจากต่างประเทศทุกเที่ยวบิน พร้อมติดตั้งเครื่องเทอร์โมสแกนตรวจวัดอุณหภูมิผู้โดยสาร โดยที่ ทหญ.ได้ติดตั้งเครื่องเทอร์โมสแกนบริเวณพื้นที่ &amp;nbsp;หน้าด่านควบคุมโรค ห้องโถงผู้โดยสารขาเข้าระหว่างประเทศ และ ทชร.ติดตั้งบริเวณหน้าพิธีการตรวจคนเข้าเมือง ห้องโถงผู้โดยสารขาเข้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามขณะที่ ทสภ. ทภก. และ ทชม.นอกจากได้เพิ่มมาตรการตรวจคัดกรองผู้โดยสารขาเข้าอย่างเข้มงวดแล้ว ยังได้เพิ่มมาตรการตรวจคัดกรองเฝ้าระวังผู้โดยสารขาออกที่จะเดินทางออกจากประเทศไทย เพื่อให้ผู้โดยสารมั่นใจว่าผู้ที่ร่วมเดินทางทุกคนได้ถูกตรวจคัดกรองสุขภาพมาแล้วระดับหนึ่ง โดยที่ ทสภ.มีการติดตั้งเครื่องเทอร์โมสแกนซึ่งมีเจ้าหน้าที่จากด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ เจ้าหน้าที่จากกรมควบคุมโรค และเจ้าหน้าที่จากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสมุทรปราการร่วมประจำจุดคัดกรอง 4 จุด ได้แก่ 1.จุดตรวจค้นร่างกายและสัมภาระผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ โซน 3 2.จุดตรวจหนังสือเดินทางขาออกโซน 3 ช่องทาง Fast track (หลังเคาน์เตอร์ตรวจบัตรโดยสาร &amp;nbsp;Row T)&amp;nbsp;
3.จุดตรวจหนังสือเดินทางขาออกโซน 2 ช่องทาง Fast track (หลังเคาน์เตอร์ตรวจบัตรโดยสาร Row W) และ 4.จุดตรวจหนังสือเดินทางขาออกโซน 1 (หลังเคาน์เตอร์ตรวจบัตรโดยสาร Row A) ส่วนที่ ทภก.ติดตั้งเครื่องเทอร์โมสแกน ณ บริเวณหน้าจุดตรวจลงตราหนังสือเดินทางผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ ชั้น 3 อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ และจัดเจ้าหน้าที่ใช้เครื่องวัดอุณหภูมิหน้าผากและทางหู บริเวณหน้าจุดตรวจค้นผู้โดยสารขาออกภายในประเทศ ชั้น 2 อาคารผู้โดยสารภายในประเทศ และที่ ทชม.ติดตั้งเครื่องเทอร์โมสแกน ณ บริเวณด้านหลังจุดตรวจค้นผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับกรณีของแรงงานชาวไทยในสาธารณรัฐเกาหลีที่ประสงค์จะเดินทางกลับประเทศไทย นั้น เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2563 ที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรีได้มีข้อสั่งการเกี่ยวกับมาตรการเร่งด่วนสำหรับการแก้ไขปัญหาจากโรคติดเชื้อไวรัส COVID-19 ซึ่งในส่วนของกระทรวงคมนาคมได้มีขั้นตอนการเตรียมการรองรับผู้โดยสารที่เดินทางมาจากสาธารณรัฐเกาหลี โดย ทอท.จะปฏิบัติตามขั้นตอนการคัดกรองผู้โดยสารเช่นเดียวกับกรณีเที่ยวบินที่มาจากประเทศกลุ่มเสี่ยง คือ &amp;nbsp; มีการจัดให้ผู้โดยสารขาเข้าผ่านการคัดกรองจากเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ณ ด่านควบคุมโรคในบริเวณจุดตัดอาคารเทียบเครื่องบิน D และบริเวณด่านตรวจคนเข้าเมือง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้เพื่อเป็นการคัดกรองอย่างเข้มข้น จะมีการคัดกรองอุณหภูมิเพิ่มเติมให้กับผู้โดยสารบริเวณหน้า Gate หากพบผู้เข้าข่ายต้องสงสัยติดโรคจะดำเนินการตามกระบวนการของกรมควบคุมโรค และในส่วนของผู้ที่ไม่เข้าข่ายจะดำเนินการตามกระบวนการตรวจคนเข้าเมืองต่อไป โดยกรมการขนส่งทางบก และบริษัท ขนส่ง จำกัด จะจัดรถส่งผู้โดยสารไปยัง local quarantine และกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หรือผู้นำชุมชนจะเป็นผู้ที่จะคอยติดตามให้อยู่ภายในที่พัก 14 วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากการตรวจคัดกรองผู้โดยสารแล้ว ท่าอากาศยานของ ทอท.ทั้ง 6 แห่งยังได้เพิ่มความถี่ในการทำความสะอาดอุปกรณ์และพื้นที่ที่ผู้โดยสารสัมผัสแบบ Deep Clean อย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ โดยใช้น้ำยาฆ่าเชื้อ COVID-19ตามมาตรฐานจากการศึกษาของสำนักงานป้องกันควบคุมโรคติดเชื้อ สถาบันบำราศนราดูร สังกัดกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข มาทำความสะอาด อาทิ รถเข็นกระเป๋า ห้องน้ำ ราวจับ ราวบันได จุดกรอกเอกสาร ตม.ขาเข้า บริเวณเคาน์เตอร์เช็คอิน เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ บริเวณเครื่องออกบัตร Taxi Kiosk รวมถึงได้ติดตั้งจุดบริการเจลแอลกอฮอล์ล้างมือสำหรับฆ่าเชื้อโรคแก่ผู้โดยสารตามจุดต่าง ๆ ตลอดจนได้ขอความร่วมมือผู้ประกอบการรถเช่า รถลีมูซีน รถเเท็กซี่ ให้หมั่นทำความสะอาดภายในห้องโดยสาร เพื่อให้เกิดความมั่นใจแก่ผู้มาใช้บริการ และเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ที่ ทชม.ได้ออกมาตรการคัดกรอง เฝ้าระวังและติดตามค้นหากลุ่มเสี่ยงในกลุ่มพนักงานลูกจ้าง และพนักงานบริษัทจัดจ้างภายนอก ทุกคน และทุกวัน เพื่อเฝ้าระวังไม่ให้เกิดการระบาดเป็นระยะที่ 3 หรือ super spreader แก่คนหมู่มากในจังหวัดเชียงใหม่อีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนิตินัย กล่าวเพิ่มเติมว่า ทุกท่าอากาศยานของ ทอท.ยังได้จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉิน (Emergency Operation Center : EOC) ร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ในท่าอากาศยาน เช่น ตม. ด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ ศุลกากร ตามสั่งการกระทรวงคมนาคม โดยจะมีการประชุมร่วมกันทุกวัน เพื่อประสานงาน และแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกัน และใช้ประโยชน์จากระบบตรวจสอบและคัดกรองผู้โดยสารล่วงหน้า (Advance Passenger Processing System : APPS) ซึ่ง ทอท.และ ตม.ได้ติดตั้งและใช้งานมาตั้งแต่ปี 2558 มาช่วยในการคัดกรองให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เนื่องจากระบบ APPS จะมีการส่งรายชื่อผู้โดยสารพร้อมข้อมูลการเดินทางระหว่างประเทศทั้งขาเข้า ขาออก และผู้โดยสารเปลี่ยนผ่านลำ (Transit / Transfer) มายังระบบฐานข้อมูลของ ตม. จึงขอให้ประชาชนมั่นใจว่าทุกหน่วยงานได้ดำเนินการอย่างเข้มงวดครบถ้วน และเต็มความสามารถตามขั้นตอนและมาตรฐาน เพื่อร่วมกันป้องกันมิให้ประเทศไทยเข้าสู่ระยะที่ 3 ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว และเศรษฐกิจของประเทศไทยในภาพรวม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนิตินัย กล่าวในตอนท้ายว่า ทอท.ได้ร่วมสนับสนุนด้านสุขภาพของประชาชน โดยบริจาคเงินประมาณ 21.82 ล้านบาท ให้กับกระทรวงสาธารณสุขเพื่อจัดซื้อเครื่องเทอร์โมสแกน จำนวน 17 เครื่องเพิ่มเติม ซึ่งจะเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการคัดกรองผู้โดยสารภายในท่าอากาศยานไปจนถึงการรับมือโรคติดต่อสายพันธุ์ใหม่ในอนาคต นำไปสู่ความเชื่อมั่นของผู้ใช้บริการ ตลอดจนสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับการท่องเที่ยวไทยต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59017</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID -19, คัดกรอง, ทอท., นิตินัย ศิริสมรรถการ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200303/image_big_5e5e1127c03ea.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
