<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>62650</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/04/2020 16:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/04/2020 16:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปลัดคมนาคมลุยมอนิเตอร์คนเดินทางใกล้ชิดช่วงวันสงกรานต์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
9 เม.ย.63-นายชัยวัฒน์ ทองคำคูณ ปลัดกระทรวงคมนาคมเปิดเผยว่า ได้สั่งการหัวหน้าส่วนราชการในสังกัดทั้งหมด ให้มอนิเตอร์การเดินทางของประชาชน ตั้งแต่วันพรุ่งนี้ (10 เม.ย.) จนถึงวันที่ 12 เมษายน 63 ซึ่งช่วงเวลาดังกล่าว คาบเกี่ยวช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ และในปกติทุกปีวันศุกร์สุดท้ายก่อนเข้าเทศกาลสงกรานต์ &amp;nbsp;ก็จะมีประชาชนเดินทางจำนวนมากเพื่อกลับภูมิลำเนา หรือท่องเที่ยวในเทศกาลสงกรานต์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามในปีนี้ในช่วงที่มีการระบาดของไวรัส COVID-19 รัฐบาลได้มีการยกเลิกให้ช่วงเทศกาลสงกรานต์ไม่เป็นวันหยุด พร้อมกับรณรงค์ให้ประชาชน &amp;quot;อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ&amp;quot; ดังนั้นจึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นกรมการขนส่งทางบก,กรมทางหลวง, กรมทางหลวงชนบท ติดตามสถานการณ์การเดินทางอย่างใกล้ชิดหากพบยังมีการเดินทางผิดปกติก็ขอให้รีบรายงานให้กระทรวงคมนาคมทราบทันที&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ในช่วงที่มีการป้องกันการระบาดของไวรัส COVID-19 และในแต่ละจังหวัด ซึ่งได้มีการตั้งด่านเพื่อควบคุมการเดินทางของประชาชน และคนต่างพื้นที่ ที่จะเดินทางเข้ามาในจังหวัดของตนเอง ในส่วนนี้ได้สั่งการให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม ที่ร่วมปฏิบัติงานพร้อมที่จะปรับให้ด่านสกัด COVID มีภารกิจ ดูแลเป็นด่านความปลอดภัยทางถนนด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ยืนยันว่ากระทรวงคมนาคมพร้อมเกาะติดสถานการณ์การเดินทาง และในขณะนี้แผนรองรับการเดินทางในเทศกาลสงกรานต์ 2563 ก็ยังพร้อมที่จะนำมาใช้ปฏิบัติทันทีอยู่ &amp;quot;นายชัยวัฒน์กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการจัดการด้านการเดินทางและคมนาคม &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. ได้ประเมินว่า การควบคุมการเดินทางของประชาชนในช่วงเดือนเมษายน 2563 ซึ่งปกติทุกปีเป็นช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่คนเดินทางมากที่สุดกว่าทุกเทศกาลของไทย &amp;nbsp;แต่ภาครัฐต้องการชะลอการเดินทางให้ได้มากที่สุด เพื่อควบคุมการระบาดฯ &amp;nbsp;ซึ่งผลสำเร็จในการลดการเดินทางจะเป็นส่วนหนึ่งที่ชี้วัดการควบคุมการระบาดว่าจะประสบผลสำเร็จหรือไม่ ในระยะ 1-2 เดือนข้างหน้า โดยทั้ง ศบค. กระทรวงคมนาคม ต้องการให้ประชาชนร่วมมือในการหยุดการเดินทาง และปฏิบัติตามมาตรการระยะห่าง ทางสังคม( Social Distancing )ซึ่งจะช่วยให้ลดจำนวนผู้ติดเชื้อใหม่ได้อย่างเห็นผลเป็นรูปธรรม.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/62650</URL_LINK>
                <HASHTAG>คัดกรองคนเดินทางกลับไทย, ชัยวัฒน์ ทองคำคูณ, ช่วงสงกรานต์, ปลัดกระทรวงคมนาคม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200409/image_big_5e8eee1cd118e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>60721</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/03/2020 11:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/03/2020 11:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไทยคัดกรองผู้เดินทางเข้าประเทศเข้มข้น ส่งกลับประเทศต้นทางแล้ว 73 ราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 มี.ค.63- นพ.ขจรศักดิ์ แก้วจรัส รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ประเทศไทยได้ดำเนินการเฝ้าระวัง คัดกรอง และป้องกันควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) อย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง ทั้งในด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ (ท่าอากาศยาน ท่าเรือ และด่านพรมแดนทางบก) ในสถานพยาบาล (ทั้งภาครัฐและเอกชน) และเฝ้าระวังในชุมชน ให้ความรู้ประชาชนอย่างต่อเนื่องทุกพื้นที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; โดยเฉพาะการคัดกรองผู้โดยสารที่เดินทางเข้าประเทศไทยทางท่าอากาศยาน ที่ผู้โดยสารต้องมีเอกสารสำคัญ คือ 1.ก่อนเช็คอินที่สนามบินให้แสดงเอกสารกับสายการบินต้นทาง ดังนี้ 1) กรณีชาวต่างชาติ ให้แสดงใบรับรองแพทย์ที่มีอายุไม่เกิน 72 ชั่วโมงก่อนการเดินทาง&amp;nbsp;โดยระบุว่า &amp;ldquo;ผลการตรวจทางห้องปฎิบัติการด้วยวิธีค้นหาสารพันธุกรรมของไวรัสแล้วไม่พบเชื้อ COVID-19 และไม่ป่วยช่วง 14 วันก่อนเดินทาง&amp;rdquo; และหลักฐานการทำประกันสุขภาพที่คุ้มครองการรักษา COVID-19 ในประเทศไทย ไม่น้อยกว่า 100,000 เหรียญสหรัฐ 2) กรณีชาวไทย ให้แสดงใบรับรองแพทย์ที่มีอายุไม่เกิน 72 ชั่วโมงก่อนการเดินทางซึ่งต้อง &amp;ldquo;มีสุขภาพเหมาะสมต่อการเดินทาง&amp;rdquo; และหนังสือรับรองการเดินทางกลับประเทศไทย ออกให้โดยสถานเอกอัครราชทูตไทย สถานกงสุลใหญ่ หรือกระทรวงการต่างประเทศ &amp;nbsp;และ 2.หลักฐานแสดงที่พักอาศัยในการกักตัว หรือคุมไว้สังเกต เป็นเวลาอย่างน้อย 14 วัน เช่น ใบยืนยันการจองที่พัก สำเนาทะเบียนบ้าน และยื่นหลักฐานให้เจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อประจำด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
จากมาตรการดังกล่าว มีการดำเนินงานอย่างเข้มข้นและจริงจัง เห็นได้จากรายงานผลการคัดกรองผู้โดยสารที่เดินทางเข้าประเทศไทย 4 สนามบิน (สุวรรณภูมิ ดอนเมือง ภูเก็ต และเชียงใหม่) ข้อมูลเฉพาะวันที่ 22 มีนาคม 2563 ที่ผ่านมา มีจำนวนผู้โดยสารทั้งคนไทยและชาวต่างชาติใน 4 สนามบิน รวม 4,533 คน โดยผลการคัดกรองตามเอกสารสำคัญ มีดังนี้ ถูกผลักดันกลับประเทศต้นทาง 73 คน กักกันรอกลับ 6 คน และถูกสั่งกักกัน 15 คน ซึ่งมาตรการดังกล่าวเป็นการตรวจคัดกรองผู้ที่เดินทางเข้าประเทศ หากเอกสารไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วนจะดำเนินการผลักดันกลับประเทศต้นทาง โดยจะมีการดำเนินงานเข้มข้นในจุดคัดกรองของสนามบินทุกแห่งอย่างต่อเนื่อง จนกว่าสถานการณ์ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/60721</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมควบตุมโรค, ขจรศักดิ์ แก้วจำรัส, คัดกรองคนเดินทางกลับไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200324/image_big_5e798e7cda6c3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
