<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>48836</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/10/2019 11:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/10/2019 11:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หน่วยงานรุดตรวจสอบคันดินกั้นฝายชลประทานพัง น้ำไหลแห้งขอดหวั่นไม่มีใช้ช่วงแล้ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ว่าฯบุรีรัมย์ &amp;nbsp;มอบหมายให้นายอำเภอกระสัง ชลประทานจังหวัด &amp;nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวของ ลงพื้นที่ตรวจสอบเพื่อเร่งหาแนวทางซ่อมแซมคันดินฝายชลประทานบ้านกระทุ่มขาดเป็นแนวกว่า 30 เมตร ลึกเกือบ 5 เมตร ทำให้มวลน้ำกว่า 5 หมื่นลูกบาศก์เมตรไหลทะลักออกจากฝายจนแห้งขอด &amp;nbsp;หวั่นชาวบ้าน เกษตรกร และพระสงฆ์ ไม่มีน้ำอุปโภคบริโภคและทำการเกษตรช่วงหน้าแล้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ต.ค.62 - นายธีรวัฒน์ วุฒิคุณ ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ ได้มอบหมายให้นายคำเคลื่อน พณะชัย นายอำเภอกระสัง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่โครงการชลประทานจังหวัด โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาน้ำมูลกลาง ผู้นำท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ลงพื้นที่ตรวจสอบและหาแนวทางซ่อมแซม คันดินกั้นฝายกักเก็บน้ำชลประทานราชดำริ บ้านกระทุ่ม ม.11 ต.สูงเนิน อ.กระสัง จ.บุรีรัมย์ ซึ่งอยู่ใกล้กับวัดชลประทานราชดำริ เกิดพังทลายเสียหายเป็นแนวยาว 50 เมตร กว้าง 30 เมตร ลึกเกือบ 5 เมตร จนทำให้มวลน้ำที่กักเก็บอยู่ในฝายดังกล่าว ประมาณกว่า 50,000 ลูกบาศก์เมตร ไหลทะลักออกจากฝายไปลงลำน้ำชีจนฝายมีสภาพแห้งขอด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งน้ำในฝายดังกล่าวชาวบ้านได้ใช้ประโยชน์ทั้งในการผลิตประปาและทำการเกษตร ในพื้นที่ ต.สูงเนิน ต.บ้านปรือ อ.กระสัง จ.บุรีรัมย์ และ ต.สวาย อ.เมือง จ.สุรินทร์&amp;nbsp;หลังจากคันดินฝายขาดจนน้ำไหลทิ้ง ชาวบ้าน เกษตรกรและพระสงฆ์กลัวว่าจะไม่มีน้ำอุปโภคบริโภคและทำการเกษตรในช่วงหน้าแล้ง จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งหาแนวทางช่วยเหลือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายคำเคลื่อน พณะชัย นายอำเภอกระสัง กล่าวว่าหลังจากได้ร่วมประชุมหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ได้ข้อสรุปว่าจะดำเนินการแก้ไขปัญหาทั้งในระยะเร่งด่วน และระยะยาว ซึ่งในระยะเร่งด่วนเบื้องต้นทางโครงการชลประทานจังหวัด ก็จะได้นำแผ่นเหล็กซีทไพล์มาวางกั้นบริเวณคันดินที่ขาด แล้วถมดินบดอัดอีกชั้นให้เท่ากับระดับคันดินเดิม เพื่อรองรับน้ำจากด้านบนที่จะไหลเข้ามายังฝาย ให้สามารถกักเก็บน้ำไว้ในช่วงหน้าแล้งนี้โดยไม่กระทบกับชาวบ้าน ซึ่งคาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้ภายใน 2 วันนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการแก้ไขปัญหาในระยะยาว ก็จะให้ อบต.สูงเนิน และ อบต.สวาย ทำเรื่องเสนอขอรับการสนับสนุนเรื่องการทำประตูระบายน้ำ เพื่อแก้ไขปัญหาอย่างถาวร รวมถึงขุดลอกขยายแก้มลิงให้ลึกกว่าเดิมและเสริมคันดินให้สูงมากขึ้น เพื่อให้สามารถกักเก็บน้ำได้มากขึ้นกว่าปัจจุบันด้วย อีกทั้งจะดำเนินการสร้างสถานีสูบน้ำ เพื่อผันน้ำจากฝายบ้านกระทุ่ม ต.สูงเนิน อ.กระสัง จ.บุรีรัมย์ ไปกักเก็บยังแหล่งน้ำในพื้นที่ ต.สวาย อ.เมือง จ.สุรินทร์ เพื่อสำรองน้ำไว้ใช้ในการผลิตประปาได้ตลอดทั้งปีด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48836</URL_LINK>
                <HASHTAG>คันดินกั้นฝายพัง, จังหวัดบุรีรัมย์, ฝายเก็บน้ำชลประทาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191025/image_big_5db2744e92261.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
