<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>11165</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/06/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/06/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บี้&#039;คิม&#039;ปลดนิวเคลียร์ ทรัมป์ประกันความมั่นคง ลุ้นซัมมิตประวัติศาสตร์!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โลกเฝ้ารอซัมมิตประวัติศาสตร์ระหว่าง &amp;quot;ทรัมป์-คิม&amp;quot; วันอังคาร รัฐมนตรีต่างประเทศไมค์สหรัฐแย้ม ทรัมป์จะให้การรับประกันความมั่นคงแบบพิเศษต่อคิม แต่เกาหลีเหนือต้องปลดอาวุธนิวเคลียร์อย่างสิ้นเชิงเท่านั้น อีกด้านทำเนียบขาวเผย ทรัมป์จะเดินทางออกจากสิงคโปร์ทันทีค่ำวันอังคาร โดยจะมีเวลาคุยกับคิมที่สิงคโปร์เพียง 11 ชั่วโมง อ้างการเตรียมการคืบเร็วกว่าที่คาดการณ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การประชุมสุดยอดครั้งประวัติศาสตร์ที่จะเป็นการพบหน้ากันโดยตรงครั้งแรกระหว่างประธานาธิบดีสหรัฐที่ยังดำรงตำแหน่ง กับผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่มีใครกล้าคาดคิดเมื่อไม่กี่เดือนก่อน คณะของคิม จองอึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ กับคณะของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ เดินทางมาถึงสิงคโปร์ตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ 10 มิถุนายน 2561 เพื่อเตรียมการสำหรับซัมมิตที่เกาะเซนโตซาของสิงคโปร์ ในวันอังคารที่ 12 มิถุนายนนี้ เมื่อวันจันทร์คณะทำงานของทั้ง 2 ฝ่ายได้ประชุมหารือเตรียมการอย่างขะมักเขม้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซัมมิตระหว่างผู้นำของ 2 ชาติ ซึ่งเป็นสิ่งที่เกาหลีเหนือมุ่งหวังมาช้านาน จะเน้นเจรจากันในประเด็นอาวุธนิวเคลียร์และขีปนาวุธที่เกาหลีเหนือใช้เวลาพัฒนามายาวนานหลายสิบปี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานอ้างคำกล่าวของไมค์ ปอมเปโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ ว่า ประธานาธิบดีทรัมป์จะยอมรับการปลดอาวุธนิวเคลียร์อย่างสิ้นเชิงเท่านั้น เพื่อแลกกับข้อเสนอคำรับประกันที่ &amp;quot;พิเศษและแตกต่าง&amp;quot; ซึ่งจะให้ความมั่นใจแก่เกาหลีเหนือเพียงพอที่จะทำให้พวกเขาสบายใจได้ว่า พวกเขาจะไม่พบจุดจบที่เลวร้ายจากการปลดอาวุธนิวเคลียร์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปอมเปโอไม่เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติม แต่รายงานกล่าวว่า ที่ผ่านมาเกาหลีเหนือเรียกร้องให้ยุติการคงกำลังทางทหารในเกาหลีใต้ ซึ่งสหรัฐมีทหารประมาณ 28,000 นายประจำการเพื่อคุ้มครองเกาหลีใต้ไม่ให้โดนเพื่อนบ้านตอนเหนือของคาบสมุทรรุกราน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลเกาหลีเหนือต้องการให้สหรัฐยุติ &amp;quot;นโยบายปรปักษ์&amp;quot; กับตน แม้การให้คำมั่นต่อสาธารณะพวกเขาจะให้คำมั่นสัญญาว่าจะเดินหน้าผลักดันให้คาบสมุทรเกาหลีปลอดจากอาวุธนิวเคลียร์ ซึ่งเป็นคำกล่าวที่สามารถตีความได้หลากหลาย แต่ในคำแถลงเมื่อวันจันทร์ ปอมเปโอย้ำว่า สหรัฐอยากจะดูว่าคำมั่นสัญญาของเกาหลีเหนือนั้นมี &amp;quot;ความจริงใจ&amp;quot; เพราะว่าสหรัฐเคยโดนหลอกมาก่อน หัวใจสำคัญคือการตรวจพิสูจน์ความจริง เพราะก่อนหน้านี้ก็เคยมีการลงนามข้อตกลงหลายฉบับ แต่ลงท้ายเกาหลีเหนือก็ผิดคำสัญญา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรัมป์ได้โทรศัพท์สนทนากับประธานาธิบดีมุน แจอิน ของเกาหลีใต้แล้วตั้งแต่วันจันทร์ โดยทั้งคู่คุยกันนาน 40 นาที รัฐบาลเกาหลีใต้ยังไม่เปิดเผยรายละเอียด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่สหรัฐกล่าวกันว่า ทรัมป์กับคิมจะพบกันตัวต่อตัวเป็นการภายในก่อน จากนั้นจะประชุมโดยมีที่ปรึกษาเข้าร่วมด้วย เจ้าหน้าที่อาวุโสของทำเนียบขาวรายหนึ่งเผยว่าทรัมป์รู้สึกดี และซัมมิตครั้งนี้จะไม่กำหนดเวลา &amp;quot;พวกเขาจะคุยกันนานเท่าที่พวกเขาต้องการ&amp;quot; ขณะที่ปอมเปโอแย้มว่า ทั้ง 2 ฝ่ายอาจจะหารือกันเพิ่มเติมอีก และการประชุมในวันอังคารจะเป็นกรอบการทำงานสำหรับงานหนักที่จะตามมา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ดี ในช่วงค่ำวันจันทร์ตามเวลาไทย ทำเนียบขาวออกแถลงการณ์ว่าทรัมป์จะเดินทางออกจากสิงคโปร์ทันทีในวันอังคาร เวลา 20.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นของสิงคโปร์ ภายหลังเสร็จสิ้นการประชุมสุดยอดกับคิม เหตุผลเนื่องจากการเจรจาเตรียมการระหว่างเจ้าหน้าที่ทั้ง 2 ฝ่ายที่กำลังดำเนินอยู่ในวันจันทร์นั้นคืบหน้าเร็วกว่าที่คาดไว้ ซึ่งจะทำให้ทรัมป์เดินทางกลับสหรัฐเร็วกว่ากำหนด 1 วัน และหมายความว่าผู้นำทั้ง 2 ฝ่าย จะมีเวลาสำหรับการเจรจากันโดยตรงประมาณ 11 ชั่วโมง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ประธานาธิบดีโดนัลด์ เจ. ทรัมป์ จะพบกับคิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือ เช้าวันที่ 12 มิ.ย.นี้ เวลา 09.00 น.&amp;quot; คำแถลงกล่าว และเสริมว่า หลังจากทักทายกันแล้ว ทรัมป์และคิมจะพบเจรจากันตัวต่อตัวโดยมีเพียงล่ามเท่านั้น จากนั้นจะเป็นการประชุมทวิภาคีในวงกว้างขึ้น และการสนทนาระหว่างอาหารเที่ยง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางฝั่งเกาหลีเหนือ สำนักข่าวเคซีเอ็นเอของทางการเปียงยางรายงานเมื่อวันจันทร์ โดยกล่าวถึงซัมมิตนี้ว่าเป็นซัมมิต &amp;quot;ประวัติศาสตร์&amp;quot; ที่จะเกิดขึ้นในยุคสมัยที่เปลี่ยนไป และได้รับความสนใจและการคาดหวังอย่างยิ่งจากคนทั้งโลก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เคซีเอ็นเอกล่าวว่า คิมจะแลกเปลี่ยนทัศนะมุมมองอันล้ำลึกและกว้างไกลของเขาในประเด็นต่างๆ ซึ่งรวมถึงการสร้างกลไกรักษาสันติภาพที่ถาวรและยั่งยืนนานบนคาบสมุทรเกาหลี และทำให้การปลดนิวเคลียร์บนคาบสมุทรเกาหลีกลายเป็นความจริง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีกล่าวด้วยว่า รายงานของสื่อทางการเกาหลีเหนือเมื่อวันจันทร์ใช้คำเรียกขานประธานาธิบดีทรัมป์ของสหรัฐอย่างเป็นทางการด้วยชื่อเต็ม อันรวมถึงชื่อกลางของทรัมป์ ซึ่งถือเป็นครั้งแรก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน มีรายงานว่า คิม โยจอง น้องสาวของคิม ซึ่งเคยติดตามเขามาร่วมการประชุมสุดยอดครั้งประวัติศาสตร์กับประธานาธิบดีมุนแห่งเกาหลีใต้ด้วย ก็อยู่ในสิงคโปร์แล้วเช่นกัน โดยเชื่อกันว่าเธอแยกเดินทางมาด้วยเครื่องบินอิลยูชิน-62 ที่ผลิตสมัยสหภาพโซเวียต และเป็นเครื่องบินส่วนตัวของพี่ชาย ในขณะที่คิมนั้นเดินทางมาสิงคโปร์ด้วยเครื่องบินโบอิ้ง 747 ของสายการบินแอร์ไชน่า ซึ่งเป็นเครื่องบินที่ได้รับการอนุเคราะห์จากรัฐบาลจีน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11165</URL_LINK>
                <HASHTAG>คาบสมุทรเกาหลี, คิม, คิม โยจอง, ทรัมป์, ประวัติศาสตร์, สิงคโปร์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อาวุธนิวเคลียร์, เกาหลีเหนือ, ไมค์ ปอมเปโอ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180611/image_big_5b1e8be8bb185.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8566</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/05/2018 20:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/05/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เกาหลีกับสงครามที่ยังไม่ยุติหรืออาจไม่มีวันยุติ (1)</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0.0001pt; text-align: center;&quot;&gt;(ภาพ : คาบสมุทรเกาหลีและพื้นที่รายรอบ)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:6.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผู้ติดตามข่าวเกาหลีเหนือ-ใต้ มักจะได้ยินคำคำหนึ่งว่า 2 ประเทศนี้ยังอยู่ในภาวะสงคราม สงครามเกาหลีที่เริ่มตั้งแต่ต้นทศวรรษ 1950 ยังไม่ยุติ (กว่า 68 ปีแล้ว) &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:6.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผลการประชุมสุดยอด 2 ผู้นำเกาหลีเมื่อ 24 เมษายน 2018 ระหว่างผู้นำคิม จ็องอึน (Kim Jong-un) กับประธานาธิบดีมุน แจอิน (Moon Jae-in) ใจความหลักคือไม่มีสงครามในคาบสมุทรเกาหลีอีกต่อไป เปิดศักราชสันติภาพ ยกเลิกการแบ่งแยกและเผชิญหน้าแบบยุคสงครามเย็น ลดความตึงเครียดทางทหาร เริ่มยุคสมานฉันท์ ยกระดับการติดต่อระหว่างเจ้าหน้าที่และระดับประชาชน การให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยชน เดินหน้าการเชื่อมต่อทางถนนกับรถไฟ ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:6.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จะเห็นว่าผลการประชุมสุดยอดนี้ประกาศยุติสงครามระหว่าง 2 เกาหลี เริ่มต้นสันติภาพถาวร นำความสุขความยินดีแก่ชาวเกาหลีทั้งมวลที่เฝ้าฝันวันนี้มานานกว่าร้อยปี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:6.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; บทความนี้จะนำเสนอจุดเริ่มของความขมขื่นทุกข์ยากของคนเกาหลีที่ดำเนินมาแล้วกว่าศตวรรษ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:6.0pt&quot;&gt;ญี่ปุ่นต้องครอบครองเกาหลี :&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:6.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ญี่ปุ่นมองเกาหลีเป็นเส้นทางสู่แผ่นดินใหญ่เรื่อยมา เกาหลีเป็นทางผ่านของอารยธรรมจากจีน เป็นเส้นทางการค้าเก่าแก่ เส้นทางเดินทัพของกองทัพต่างๆ ที่หวังรุกรานญี่ปุ่น ไม่ว่าจะแง่มุมใด ญี่ปุ่นหวังได้เกาหลีเป็นหัวหาดสู่แผ่นดินใหญ่เสมอ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:6.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ค.ศ.1873 ผู้นำญี่ปุ่นคิดรุกรานเกาหลีโดยอ้างเหตุผลว่าผู้ปกครองเกาหลีไม่ยอมปรับความสัมพันธ์ปกติกับตน 1875 กองเรือญี่ปุ่นเริ่มเปิดฉากโจมตีท่าเรือเกาหลีและเมืองต่างๆ&amp;nbsp; 1876 บังคับให้เกาหลีเปิดเมืองท่าทำนองเดียวกับที่จีนเปิดให้แก่ชาติตะวันตก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:6.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สงครามเพื่อขยายดินแดนของญี่ปุ่นเริ่มเมื่อญี่ปุ่นทำสงครามกับจีน ในสงครามจีน-ญี่ปุ่น ครั้งที่ 1 เมื่อช่วงปี 1894-95 (First Sino-Japanese War) เป้าหมายของญี่ปุ่นคือการได้ครอบครองแหล่งแร่เหล็กกับถ่านหินของเกาหลี ซึ่งในสมัยนั้นถือว่าเป็นทรัพยากรที่สำคัญยิ่งต่อความมั่นคงของชาติ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:6.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รัฐบาลเกาหลีขอความช่วยเหลือจากจีนในฐานะเป็นเจ้าประเทศราชแต่อาจไม่สู้ญี่ปุ่น กองทัพจีนแม้มีจำนวนมากกว่าไม่อาจต้านกองทัพญี่ปุ่นที่ทันสมัยกว่า เกาหลีจึงตกอยู่ใต้อำนาจญี่ปุ่น ความพ่ายแพ้แสดงให้เห็นถึงความอ่อนแอของกองทัพจีน เหตุผลหนึ่งที่แพ้มาจากการคอร์รัปชันในหมู่ราชการ งบประมาณกองทัพถูกข้าราชการโกงกิน ทหารขาดการฝึกซ้อมและขาดขวัญกำลังใจ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:6.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ความพ่ายแพ้ต่อญี่ปุ่นทำให้ชาวจีนรู้สึกอับอายอย่างยิ่ง เนื่องจากแต่ไหนแต่ไรมักถือว่าตนเป็นชาติที่ยิ่งใหญ่กว่าญี่ปุ่นเสมอมา &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:6.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เกาหลีจึงตกอยู่ใต้อำนาจญี่ปุ่น และถูกผนวกเข้าเป็นส่วนหนึ่งของญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการในเดือนสิงหาคม 1910&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:6.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รัฐบาลญี่ปุ่นพยายามสร้างภาพว่ากำลังพัฒนาเกาหลีให้เป็นชาติอารยะ แต่โดยความจริงแล้ว เกาหลีได้ประโยชน์น้อย ผลประโยชน์ส่วนใหญ่ตกอยู่กับญี่ปุ่นทั้งสิ้น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:6.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตั้งแต่ปี 1919 ชาวเกาหลีเริ่มต่อต้านการยึดครองอย่างเป็นขบวนการ ในช่วงกลางทศวรรษ 1920 แกนนำการต่อต้านเป็นพวกมีแนวคิดคอมมิวนิสต์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:6.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ชาวเกาหลีจำนวนร่วมล้านคนเดินขบวนต่อต้านการยึดครอง เรียกร้องเสรีภาพ เป็นเอกราช แต่ชาติมหาอำนาจตะวันตกไม่ทำอะไร เนื่องจากพวกตนต่างมีอาณานิคมเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:6.0pt&quot;&gt;สภาพอาณานิคม :&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:6.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตลอดทศวรรษ 1930 กองทัพญี่ปุ่นควบคุมเศรษฐกิจเพื่อการผลิตสินค้าอุตสาหกรรม ญี่ปุ่นพยายามครอบงำเปลี่ยนแปลงสังคมเกาหลี ไม่อนุญาตให้โรงเรียนใช้ภาษาเกาหลี แม้กระทั่งต้องตั้งชื่อเป็นญี่ปุ่นด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:6.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตั้งแต่ช่วงปลายทศวรรษ 1930 เมื่อสงครามกับจีนทวีความรุนแรงขยายวงกว้างออกไป กองทัพญี่ปุ่นเริ่มเกณฑ์แรงงานชายเกาหลีเพื่อทำงานให้กองทัพ และเมื่อเริ่มเข้าสู่สงครามโลกครั้งที่ 2 การขาดแคลนทรัพยากรทำให้ญี่ปุ่นกอบโกยผลผลิตทางการเกษตรกับวัตถุดิบต่างๆ ของเกาหลีทั้งหมด โดยเฉพาะสินแร่สำคัญที่จำเป็นต่อการสร้างอาวุธสงคราม สร้างความทุกข์ยากแก่ชาวเกาหลี &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:6.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ญี่ปุ่นใช้แรงงานเกาหลีด้วยการเกณฑ์และใช้งานเยี่ยงทาส มีข้อมูลว่ากองทัพญี่ปุ่นใช้แรงงานเกาหลีถึง 2,600,000 คน ในจำนวนนี้ 750,000 คนถูกส่งไปต่างประเทศเพื่อเป็นแรงงานอุตสาหกรรม ส่วนผู้หญิงกลายเป็นหญิงบำเรอ (comfort women)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:6.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในความเป็นอาณานิคม ไม่ว่าจะใช้คนเกาหลีเยี่ยงทาส กึ่งทาสหรืออย่างไรก็แล้วแต่ ญี่ปุ่นมองว่าตนเป็น &amp;ldquo;เจ้าของ&amp;rdquo; เกาหลี &amp;ldquo;อย่างถาวร&amp;rdquo; จึงพยายามเปลี่ยนคนเกาหลีให้ใช้ภาษาญี่ปุ่น มีชื่อญี่ปุ่น ลบล้างความเป็นเกาหลี จึงไม่แปลกที่กองทัพญี่ปุ่นใช้สตรีเกาหลีเป็นหญิงบำเรอ เพราะนั่นคือการใช้ &amp;ldquo;แรงงาน&amp;rdquo; หรือการ &amp;ldquo;ทำงาน&amp;rdquo; อย่างหนึ่งของคนภายใต้อาณานิคม เพื่อจักรวรรดิญี่ปุ่นอันไพบูลย์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:6.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เดิมนั้นคือหญิงญี่ปุ่นที่มาด้วยความสมัครใจ แต่เมื่อสงครามขยายตัว ทหารมากขึ้น ความต้องการหญิงบำเรอเพิ่มมากขึ้น หันไปหาสาวต่างชาติด้วยวิธีการต่างๆ ที่หญิงหลายคนไม่ได้มาด้วยความสมัครใจ ถูกล่อลวง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:6.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดังนั้น เมื่อเอ่ยถึงหญิงบำเรอจะหมายถึงสตรีที่ถูกบังคับให้มาปรนเปรอความสุขทางเพศแก่ทหารในกองทัพจักรพรรดิญี่ปุ่น (Japan&amp;#39;s Imperial Army) เกิดขึ้นในช่วงทศวรรษ 1930-1940 ขณะญี่ปุ่นเป็นเจ้าอาณานิคมหลายแห่งและช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 หญิงเหล่านี้มาจากหลายประเทศ ส่วนใหญ่เป็นคนเกาหลีกับจีน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:6.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไม่มีผู้ใดทราบจำนวนหญิงบำเรอที่แท้จริง นักประวัติศาสตร์บางคนชี้ว่าจำนวนทั้งหมดน่าจะอยู่ที่ 100,000-200,000 ราย แต่ฝ่ายญี่ปุ่นเห็นว่าน่าจะน้อยกว่านั้น อาจมีเพียง 20,000 คน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:6.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หญิงเกาหลีที่ให้บริการส่วนใหญ่ถูกเรียกตัวเมื่อมีอายุระหว่าง 14-18 ปี บางคนได้รับการทาบทามแต่แรกว่าให้เป็นโสเภณี แต่ส่วนใหญ่ถูกล่อลวง ข่มขู่และบังคับด้วยกำลัง หลายคนได้รับการชี้ชวนว่าไปทำงานในภัตตาคาร ร้านอาหาร โรงงาน แต่สุดท้ายเมื่อทราบว่าต้องเป็นหญิงบำเรอก็ไม่สามารถกลับบ้านแล้ว บางรายเป็นการแลกตัวเพื่อผู้ชายในครอบครัวไม่ต้องถูกเกณฑ์แรงงาน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:6.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; World War II in the Pacific : An Encyclopedia บรรยายว่าเมื่อแรกเริ่มเข้าสู่กระบวนการ หญิงเหล่านี้จะถูกเฆี่ยนตี ข่มขืน จนกว่าเธอจะยอมปรนนิบัติปรนเปรอผู้ชายวันละ 30-40 คน หลายคนติดกามโรคนานาชนิด ถูกบังคับให้ทำแท้งเมื่อตั้งครรภ์ บางคนตัดสินใจหนีชีวิตด้วยการฆ่าตัวตาย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:6.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในช่วงอาณานิคม ชาวเกาหลีจำนวนหนึ่งลุกขึ้นต่อต้านจักรวรรดินิยมญี่ปุ่น เกิดวีรบุรุษทั้งภาคเหนือกับภาคใต้ หนึ่งในนั้นคือคิม อิลซุง (Kim Il-sung) ผู้กลายเป็นผู้นำเกาหลีเหนือในเวลาต่อมา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:6.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในเวลาต่อมา สงครามญี่ปุ่นกับจีนกลายเป็นส่วนหนึ่งของสงครามโลกครั้งที่ 2 &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:6.0pt&quot;&gt;การแบ่งเกาหลีเป็นเหนือ-ใต้ ก่อนสงครามเกาหลี :&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:6.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมื่อสหรัฐทิ้งระเบิดนิวเคลียร์ลูกแรก ในขณะนั้นทุกฝ่ายรู้ดีว่าญี่ปุ่นจะต้องประกาศยอมแพ้ อันหมายถึงต้องคืนเกาหลีด้วย แต่ชาติมหาอำนาจไม่คิดคืนแก่ชาวเกาหลีโดยตรง ต้องการอยู่ในอาณัติของชาติมหาอำนาจ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:6.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 9 สิงหาคมสหรัฐทิ้งระเบิดนิวเคลียร์อีกลูกที่นางาซากิ วันต่อมา รัฐบาลสหรัฐตัดสินใจแบ่งเกาหลีออกเป็น 2 ส่วน โดยใช้เส้นขนานที่ 38 ทางเหนือโซเวียตรัสเซียจะเป็นคนดูแล ส่วนทางใต้อยู่ในการดูแลของสหรัฐ ฝ่ายโซเวียตเห็นชอบในข้อตกลงลับนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:6.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การแบ่งเกาหลีเป็นเหนือกับใต้จึงมาจากข้อตกลงลับระหว่างรัฐบาลสหรัฐกับโซเวียตรัสเซีย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:6.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 15 สิงหาคม 1945 ญี่ปุ่นประกาศยอมแพ้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:6.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมื่อญี่ปุ่นแพ้สงคราม กองทัพสหรัฐกับพันธมิตรเข้ามาควบคุมทางตอนใต้ รัฐบาลสหรัฐหวังญี่ปุ่นช่วยดูแลเกาหลีใต้ (เพราะเป็นเจ้าอาณานิคมเดิม) ด้านกองทัพโซเวียตเข้ามาปลดอาวุธทหารญี่ปุ่นที่อยู่ในตอนเหนือของเกาหลี และพยายามติดต่อชาวเกาหลีที่ต่อต้านญี่ปุ่นเพื่อขอความร่วมมือปกครองเกาหลีเหนือ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:6.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จะเห็นได้ว่าในตอนนี้เกาหลีใต้ส่วนที่เป็นอาณานิคมญี่ปุ่น ไม่ได้ปลดแอกตัวเอง แต่เปลี่ยนเจ้าอาณานิคมเนื่องจากเจ้าอาณานิคมเดิมแพ้สงคราม ส่วนพื้นที่ตอนเหนืออยู่ใต้ลัทธิคอมมิวนิสต์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:6.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เส้นทางอนาคตของเกาหลีเหนือ-ใต้มุ่งสู่ทิศทางแตกต่างชัดเจน สงครามโลกยุติแต่ปัญหาเกาหลีเหนือ-ใต้เพิ่งจะเริ่มต้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:6.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไม่ว่าชาวเกาหลีจะชอบหรือไม่ &lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;center&quot; style=&quot;margin-bottom:6.0pt; text-align:center&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:6.0pt&quot;&gt;ที่มา : https://www.transcend.org/tms/wp-content/uploads/2015/08/north-south-korea-map-asia.gif&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8566</URL_LINK>
                <HASHTAG>คาบสมุทรเกาหลี, คิม จ็องอึน, ญี่ปุ่น, ดีมุน แจอิน, ทำงาน, สถานการณ์โลก, เกาหลี, แรงงาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20171218/5a37c198cdef1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8456</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/05/2018 20:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/05/2018 20:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ส.ส.รีพับลิกันลงชื่อ เสนอ &#039;ทรัมป์&#039; ชิงโนเบลสันติภาพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ส.ส.รีพับลิกัน 18 รายร่วมกันเสนอชื่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ชิงรางวัลโนเบลสันติภาพปีหน้า โดยกล่าวรับรองในจดหมายว่าผู้นำสหรัฐรายนี้สมควรแก่การยอมรับในความพยายามสร้างสันติภาพบนคาบสมุทรเกาหลี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แฟ้มภาพ AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จดหมายที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐพรรครีพับลิกัน 18 คน ซึ่งมีลุค เมสเซอร์ ส.ส.อินดีแอนาเป็นตัวตั้งตัวตี ส่งถึงคณะกรรมการโนเบลแห่งนอร์เวย์ ลงวันที่ 2 พฤษภาคม 2561 กล่าวว่า ประธานาธิบดีทรัมป์สมควรได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพประจำปี 2562 เพื่อเป็นการยอมรับผลงานของเขา เพื่อยุติสงครามเกาหลี, ปลดอาวุธนิวเคลียร์พ้นคาบสมุทรเกาหลี และสร้างสันติภาพขึ้นในภูมิภาคนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การจะเสนอชื่อผู้เข้าชิงรางวัลโนเบลสันติภาพนั้นมีกฎกำหนดคุณสมบัติของผู้เสนอชื่อหลายข้อ อาทิ&amp;nbsp; ผู้เสนอชื่อต้องเป็นสมาชิกรัฐสภาหรือรัฐบาล, เป็นอธิการบดีมหาวิทยาลัยหรือศาสตราจารย์ในสาขาที่เกี่ยวข้อง และเป็นผู้ที่เคยได้รับรางวัลโนเบลสาขานี้ สำหรับปี 2561 มีบุคคลหรือองค์กรที่ได้รับการเสนอชื่อให้คณะกรรมการพิจารณารวม 330 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จดหมายกล่าวว่า ความพยายามของทรัมป์ที่ต้องการสร้างสันติภาพและปลดอาวุธนิวเคลียร์บนคาบสมุทรเกาหลี สอดคล้องกับผลงานของผู้ชนะรางวัลโนเบลสาขานี้ในปีที่แล้ว ซึ่งก็คือกลุ่มรณรงค์ระหว่างประเทศเพื่อล้มเลิกอาวุธนิวเคลียร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การเสนอชื่อประธานาธิบดีวัย 71 ปีรายนี้ชิงรางวัลโนเบลสันติภาพไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่ในครั้งนี้ผู้สนับสนุนทรัมป์ได้ขวัญกำลังใจจากการหนุนหลังโดยประธานาธิบดีมุน แจอิน แห่งเกาหลีใต้ ที่บ่ายเบี่ยงคำถามว่าตัวเขาควรได้รับโนเบลจากการซัมมิตกับคิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือ หรือไม่ โดยมุนยกว่าทรัมป์ก็สมควรได้รางวัลนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หากทรัมป์เป็นผู้ชนะรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ เขาจะได้จารึกชื่อว่าเป็นประธานาธิบดีสหรัฐที่ได้รางวัลขณะที่ยังดำรงตำแหน่ง เช่นเดียวกับประธานาธิบดีบารัค โอบามา ซึ่งได้รางวัลนี้เมื่อปี 2552 จาก &amp;quot;ความพยายามอันโดดเด่นเพื่อเสริมสร้างการทูตระหว่างประเทศและความร่วมมือระหว่างประชาชน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในครั้งนั้น มีเสียงวิจารณ์ว่าโอบามาได้รับการยอมรับทั้งที่เพิ่งรับตำแหน่งได้ไม่ถึง 1 ปี โอบามายังคงกล่าวติดตลกว่าเขาก็ไม่มั่นใจว่าทำไมถึงได้รางวัลนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โอบามาเป็นประธานาธิบดีสหรัฐคนที่ 4 ที่ได้โนเบล ต่อจากจิมมี คาร์เตอร์, ธีโอดอร์ รูสเวลต์ และวูดโรว์ วิลสัน ซึ่งล้วนได้รับหลังพ้นตำแหน่งไปแล้ว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8456</URL_LINK>
                <HASHTAG>คาบสมุทรเกาหลี, ชิงโนเบล, ทรัมป์, ปลดอาวุธนิวเคลียร์, มุน แจอิน, รีพับลิกัน, เสนอชื่อ, โนเบลสันติภาพ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180503/image_big_5aeb142c42c2b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>3125</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/02/2018 19:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/02/2018 19:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เกาหลีใต้อนุมัติ 83 ล้านบ. เป็นค่าใช้จ่ายเกาหลีเหนือร่วมโอลิมปิก</HEADLINE>
                <CONTENT>รัฐบาลเกาหลีใต้อนุมัติงบประมาณ 2,860 ล้านวอน หรือราว 83.5 ล้านบาท เป็นค่าใช้จ่ายสำหรับคณะผู้แทนของเกาหลีเหนือที่มาร่วมโอลิมปิกฤดูหนาว

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: right;&quot;&gt;เชียร์ลีดเดอร์เกาหลีเหนือแสดงที่เมืองคังนึง เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ ภาพ AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กระทรวงรวมชาติของเกาหลีใต้เปิดเผยในแถลงการณ์เมื่อวันพุธที่ 14 กุมภาพันธ์ 2561 ว่างบประมาณก้อนนี้จะครอบคลุมทั้งค่าเดินทาง, ค่าโรงแรม, อาหาร และค่าใช้จ่ายอื่นๆ สำหรับเชียร์ลีดเดอร์เกาหลีเหนือ 229 คน, คณะนักเทควันโดสาธิต และศิลปินนักแสดงอีกราว 140 คน ส่วนค่าใช้จ่ายสำหรับนักกีฬาฮอกกีน้ำแข็งทีมหญิง 22 คนที่มาร่วมทีมกับเกาหลีใต้ลงแข่งขันด้วยนั้น คณะกรรมการโอลิมปิกสากล (ไอโอซี) จะรับผิดชอบต่างหาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เกาหลีใต้ต้องระมัดระวังไม่ให้การเดินทางเยือนของเกาหลีเหนือฝ่าฝืนมาตรการคว่ำบาตรต่างๆ ที่ประชาคมระหว่างประเทศลงโทษโครงการนิวเคลียร์และมิสไซล์ของเกาหลีเหนือ และคาดว่าค่าใช้จ่ายเหล่านี้จะส่งมอบแก่ผู้ดำเนินการโดยตรง ไม่ใช่มอบผ่านมือของเจ้าหน้าที่เกาหลีเหนือ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โช มยองกยอน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงรวมชาติ ซึ่งเป็นประธานสภาส่งเสริมความร่วมมือและการแลกเปลี่ยนระหว่างเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ ที่ให้งบประมาณก้อนนี้ กล่าวว่า การมาเข้าร่วมของเกาหลีเหนือก่อให้เกิดช่วงจังหวะที่สำคัญสำหรับการปรับปรุงความสัมพันธ์ระหว่างสองเกาหลี และทำให้เกิดสันติภาพบนคาบสมุทรเกาหลี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน เขายอมรับว่ามีความห่วงกังวลเกี่ยวกับการเข้าร่วมของเกาหลีเหนือ โดยยืนยันกับสำนักข่าวยอนฮับว่า รัฐบาลเกาหลีใต้ตระหนักดีถึงกฎระเบียบของไอโอซี, บรรทัดฐานระหว่างประเทศ และการคว่ำบาตรเกาหลีเหนือ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว รองประธานาธิบดีไมค์ เพนซ์ ของสหรัฐ ซึ่งมาร่วมพิธีเปิดการแข่งขันพย็องชางเกมส์เมื่อวันศุกร์ด้วย กล่าวเตือนไว้ว่า เขาจะไม่ยอมให้การโฆษณาชวนเชื่อของเกาหลีเหนือมาช่วงชิงสารและจินตภาพของโอลิมปิกเกมส์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันก่อน คิม จองอึน ผู้นำสูงสุดของเปียงยาง เพิ่งกล่าวชมเชยเกาหลีใต้ที่ให้การต้อนรับขับสู้คณะผู้แทนของเกาหลีเหนือซึ่ งรวมถึงคิม โยจอง น้องสาวของเขา อย่างอบอุ่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โย จอง ได้ส่งมอบจดหมายและคำเชิญของพี่ชายถึงประธานาธิบดีมุน แจอิน ของเกาหลีใต้ ระหว่างการพบหารือกันเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา แต่มุนไม่ได้ตอบรับคำเชิญทันที โดยกล่าวตอบเพียงว่า จำเป็นต้องมีเงื่อนไขที่เหมาะสมก่อน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/3125</URL_LINK>
                <HASHTAG>คาบสมุทรเกาหลี, พย็องชางเกมส์, เกาหลีเหนือ, เกาหลีใต้, โอลิมปิกฤดูหนาว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180214/image_big_5a842545ccfb4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
