<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>115062</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/08/2021 17:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/08/2021 17:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;โฆษกก้าวไกล&#039; ซัด &#039;คารม&#039; เนรคุณประชาชน เสนอตัวอุ้ม &#039;อนุทิน-ศักดิ์สยาม&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 ส.ค. 2564 - นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ โฆษกพรรคก้าวไกล กล่าวถึงกรณีที่มีรายชื่อ นายคารม พลพรกลาง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล จะร่วมทีมเป็นองครักษ์พิทักษ์ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม 2 รัฐมนตรีของพรรคภูมิใจไทย ว่า ตนและพรรคก้าวไกลไม่ได้รู้สึกแปลกใจ เพราะที่ผ่านมาสื่อมวลชน และพี่น้องประชาชนก็ทราบดีอยู่แล้วว่าบุคคลคนนี้ได้ทรยศต่อคะแนนเสียงของพี่น้องประชาชนที่เลือกพรรคอนาคตใหม่เข้ามา และคงเป็นตัวนายคารมเองที่ต้องไม่ลืมว่าเป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อ ทุกคะแนนมาจากความนิยมต่อพรรคไม่ใช่เสียงสนับสนุนตัวนายคารมเอง แต่หากมองว่ามีจุดยืนที่แตกต่างกัน เดินทางไปต่อด้วยกันไม่ได้ก็สามารถทำได้ด้วยการลาออก จากนั้นจะไปรับใช้ใครให้เต็มที่อย่างที่ใจอยากทำก็ได้ คิดว่าถ้านายอนุทินจะรักเขาก็รักเพราะความสามารถไม่ใช่ เพราะตำแหน่งที่มี แต่ไม่ควรอ้างการทำหน้าที่ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่ได้มาจากความเชื่อมั่นของประชาชนต่อแนวทางพรรคหนึ่งเพื่อไปรับใช้อีกพรรคหนึ่งที่ประชาชนไม่ศรัทธา การกระทำเช่นนี้ไม่สง่างาม เหมือนคนหน้าไหว้หลังหลอก เป็นเพียงลิ่วล้อที่หวังได้ประโยชน์จากการทรยศเสียงของประชาชนเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;นายอนุทิน คือบุคคลที่มีหนี้ต้องชดใช้ให้ประชาชน ส.ส.ที่มีความเชื่อแบบอดีตพรรคอนาคตใหม่หรือที่เป็นพรรคก้าวไกลในวันนี้ จะไม่มีทางปกป้องคนแบบนี้ ในสถานการณ์ที่มีการแพร่ระบาดของโควิด-19 มีผู้เสียชีวิตไปแล้วนับหมื่นคน บางคนตายข้างถนน บางคนตายคาบ้าน เหล่านี้ล้วนเป็นผลสืบเนื่องมาตรการการควบคุมโรคที่ผิดพลาด การจัดสรรวัคซีนอย่างล่าช้าไม่ทั่วถึง เป็นความล้มเหลวบนการบริหารงานของรัฐบาล และกระทรวงสาธารณสุข &amp;nbsp;ซึ่งหากนายคารมยังเลือกที่จะโอบอุ้มความล้มเหลวที่ประชาชนต้องแบกรับด้วยชีวิต ศพแล้วศพเล่าเสียชีวิตไปจนเชิงตะกอนแทบไม่พอเผา หากไม่ช่วยทวงถามความรับผิดชอบแต่ยังปกป้องก็คงต้องบอกได้คำเดียวว่า นี่เป็นการเนรคุณประชาชอย่างถึงที่สุดของนายคารม&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ตนในฐานะโฆษก ต้องอภัยแทนพี่น้องประชาชนอีกครั้ง เชื่อว่าพฤติกรรมในสภาของนายคารมหลังจากนี้จะเป็นการประจานตัวนายคารมเองต่อสาธารณะ พวกเราพรรคก้าวไกลขอยืนยันในความตั้งใจทุ่มเทสรรพกำลังเพื่อการอภิปรายไม่ไว้วางใจซึ่งจะเนื้อหาสาระ น่าจะเป็นประโยชน์กว่าการให้ความสำคัญกับบุคคลที่ไม่แม้จะรักเกียรติของตัวเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ผมคิดว่า นายคารมไม่ควรได้รับเกียรติว่าเป็นตัวแทนของประชาชนด้วยซ้ำ เพียงแต่ขอฝากให้พี่น้องประชาชนร่วมจดจำว่าบุคคลเช่นนี้คือผู้ที่ทรยศต่อความไว้วางใจกับประชาชน&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115062</URL_LINK>
                <HASHTAG>คารม พลพรกลาง, ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์, พรรคก้าวไกล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210830/image_big_612cac4962f1f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>94003</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/02/2021 20:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/02/2021 19:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ก้าวไกล เคาะบทลงโทษ  4 ส.ส.โหวตแหกมติพรรค</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ก.พ.64 - ที่พรรคก้าวไกล มีการประชุมคณะกรรมการวินัยและจรรณยาบรรณสมาชิกพรรคก้าวไกล ครั้งที่ 2/2564 &amp;nbsp;โดย นายณัฐวุฒิ บัวประทุม รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล และ ส.ส.บัญชีรายชื่อ กล่าวว่า การประชุมในวันนี้เป็นวาระปกติ แต่ดังที่ทราบกันดีว่าในการลงมติตามญัตติอภิปรายไม่ไว้วางในรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล มีสมาชิก 4 ท่าน ได้แก่ นายคารม พลพรกลาง , นพ.เอกภพ เพียรพิเศษ , นายพีระเดช คำสมุทร และนายขวัญเลิศ พานิชมาท ได้ลงมติไว้วางใจ นายอนุทิน ชาญวีระกุล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งเป็นหนึ่งในรัฐมนตรีที่พรรคก้าวไกล เป็นผู้อภิปราย และเห็นสอดคล้องกันว่า นายอนุทิน เป็นผู้บริหารจัดการวัคซีนผิดพลาด เอาประชาชนไปกระจุกเสี่ยงจากวัคซีนแหล่งเดียว ไม่สนใจคำแนะนำของบุคลากรทางการแพทย์ที่มีความรู้ความสามารถ ขาดความโปร่งใส ขัดขวางกลไกการตรวจสอบ ทั้งที่เงินทุกบาทที่ซื้อวัคซีนล้วนเป็นเงินภาษีที่มาจากหยาดเหงื่อแรงงานของประชาชน และหากมีการฉีดวัคซีนล่าช้าจะส่งผลให้ปัญหาปากท้องลากยาวไม่จบสิ้น ประชาชนทุกข์ยากแสนสาหัส คนตกงาน สูญเสียอาชีพ รายได้ฝืดเคือง และทำมาหากินด้วยความยากลำบาก จึงทำให้ไม่อาจไว้วางใจได้ ซึ่งการลงมติไว้วางใจดังกล่าวยังขัดกับความรู้สึกของประชาชน สมาชิก และผู้สนับสนุนพรรคก้าวไกลจำนวนมาก จึงทำให้ต้องนำเอาพฤติการณ์ของสมาชิกทั้ง 4 คน เข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการวินัยฯ ในครั้งนี้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับผลการประชุม คณะกรรมการวินัยฯ ทั้ง 5 คน มีความเห็นในทิศทางเดียวกันว่า ภายหลังการลงมติดังกล่าว สมาชิกทั้ง 4 มีการให้ข้อมูลต่อสาธารณะและสื่อมวลชนเพิ่มเติมในหลายครั้งหลายวาระ ซึ่งจากการตรวจสอบรายละเอียดพบว่า มีข้อความหลายประการที่ส่งผลเสียหาย โดยเฉพาะต่ออุดมการณ์และแนวทางทำงานของพรรค นอกจากนี้ ยังพบว่า สมาชิกทั้ง 4 ได้ขาดการร่วมกิจกรรมต่างๆของพรรค รวมถึงขาดการเข้าร่วมประชุมพรรคอย่างต่อเนื่องและยาวนานพอสมควร ซึ่งทางพรรคมีข้อมูลหลักฐานที่บันทึกไว้อย่างชัดเจน โดยพฤติกรรมเหล่านี้เข้าข่ายผิดวินัยร้ายแรงตามข้อบังคับพรรค ข้อ 119 กล่าวคือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากเป็นการทำผิดวินัยทั่วไป คณะกรรมการวินัยฯ มีสิทธิลงโทษได้ 4 อย่าง ได้แก่ การตักเตือน การภาคทัณฑ์ &amp;nbsp;การตัดสิทธิที่พึงมีในฐานะสมาชิกพรรคการเมือง และการให้พ้นสมาชิกภาพจากพรรคการเมือง ส่วนกรณีกระทำผิดวินัยร้ายแรง คณะกรรมการวินัยฯมีสิทธิลงโทษได้ 2 อย่างคือ การตัดสิทธิที่พึงมีในฐานะสมาชิกพรรคการเมือง และการให้พ้นสมาชิกภาพจากพรรคการเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สำหรับสมาชิกทั้ง 4 คน คณะกรรมการวินัย เห็นตรงกันว่า ให้ตัดสิทธิที่พึงมีในฐานะสมาชิกพรรคการเมือง ส่วนสาเหตุที่ไม่ตัดสินให้พ้นจากสมาชิกภาพพรรคการเมืองนั้น เหตุผลเป็นไปตามที่หัวหน้าพรรคและเลขาธิการพรรคให้เหตุผลก่อนหน้านี้ คือเพื่อไม่ให้มีผลต่อสัดส่วนการทำงานต่างๆในการขับเคลื่อนทางการเมืองในสภาผู้แทนราษฎรและเพื่อไม่ให้เป็นการเตะหมูเข้าปากหมาสมประโยชน์นักการเมืองและพรรคการเมืองที่กำลังทำการเมืองแบบเก่าและรอคอยอยู่&amp;rdquo; นายณัฐวุฒิ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ รายละเอียดบทลงโทษ ในส่วนของพรรคการเมืองและกรรมการบริหารพรรค รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวว่า พรรคจะไม่ส่งสมาชิกทั้ง 4 ลงรับสมัครเลือกตั้งครั้งถัดไปและจะดำเนินการตามระเบียบพรรคเพื่อให้ถอด นพ.เอกภพ เพียรพิเศษ ออกจากการเป็นรองเลขาธิการพรรค ซึ่งเป็นอำนาจเลขาธิการพรรคดำเนินการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ พรรคก้าวไกล ไม่อนุญาตให้สมาชิกทั้ง 4 เข้าร่วมกิจกรรมและไม่อนุญาตให้ใช้ชื่อพรรคในการทำกิจกรรมต่างๆทางการเมือง รวมถึงส่วนที่เป็นโควต้าเวลาของพรรคการเมือง เช่น การปรึกษาหารือ การตั้งกระทู้ถามสด การนั่งเป็นกรรมาธิการคณะต่างๆ หรือการอภิปรายในสัดส่วนโควต้าของพรรค พรรคขอตัดสิทธิในสัดส่วนเหล่านี้สำหรับสมาชิกทั้ง 4 และในฐานะรองหัวหน้าพรรค ขอเรียนว่าเพื่อให้การดำเนินกิจกรรมทางการเมืองของพรรคดำเนินต่อไปได้อย่างต่อเนื่อง พรรคจึงขอสงวนสิทธิในการส่ง ส.ส. หรือสมาชิกพรรคลงทำงานในพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ด เชียงราย และชลบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่ของสมาชิกทั้ง 4 คนทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ขอยืนยันอีกครั้งว่า การกระทำผิดดังกล่าว เป็นที่ประจักษ์ต่อสาธารณะ มีความชัดเจน มีข้อมูล มีพยานหลักฐาน คณะกรรมการวินัย จึงขอตัดสินโทษต่อสมาชิกทั้ง 4 ดังที่แจ้งไว้ต่อสื่อมวลชน&amp;rdquo; นายณัฐวุฒิ ระบุ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94003</URL_LINK>
                <HASHTAG>คารม พลพรกลาง, ณัฐวุฒิ บัวประทุม, พรรคก้าวไกล, พิธา ลิ้มเจริญรัตน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210223/image_big_6034ee9a3845b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>93902</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/02/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/02/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ป้อม&#039;ไล่สส.แหกมติ พปชร.ระอุ!ตั้งกก.สอบ15วัน &#039;อนุทิน&#039;ยังติดใจรอดูลงดาบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ประยุทธ์&amp;rdquo; โยนพลังประชารัฐไปเคลียร์เพื่อนร่วมรัฐบาลหลังโหวตแตกต่าง ชี้ผ่านตามเกณฑ์แล้วก็จบ &amp;nbsp;ส่วนเรื่องปรับ ครม.เป็นกระแสปั่น &amp;ldquo;ประวิตร&amp;rdquo; นั่งหัวโต๊ะประชุม ฉุนขาดทุบโต๊ะให้ขับออกพ้นพรรค สุดท้ายซื้อเวลาตั้งสอบ 15 วันให้ &amp;ldquo;ไพบูลย์&amp;rdquo; คุม รับไม่มีบทลงโทษแค่ตัดสิทธิประโยชน์เท่านั้น &amp;ldquo;เดียร์&amp;rdquo; ส่อแววโดนหนัก &amp;ldquo;อนุทิน&amp;rdquo; &amp;nbsp;รับภูมิใจไทยยังติดใจรอดู พปชร.ลงดาบ &amp;ldquo;พิธา&amp;rdquo; อ้อมแอ้มเสี่ย ว.ตั้งก๊ก แจงไม่ไล่ 4 ส.ส.แน่กลัวเตะหมูเข้าปากหมา &amp;nbsp;เพื่อไทยโรยเกลือทันที ผุด กก.กฎหมายหวังส่งไม้ต่อให้ &amp;nbsp;ป.ป.ช.เชือดรัฐมนตรี
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันจันทร์ที่ 22 ก.พ.ยังคงมีความต่อเนื่องจากการลงมติในญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา &amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า อะไรที่เป็นข้อสังเกตที่เป็นประโยชน์ ที่ต้องแก้ไขที่ต้องติดตามสอบสวนอะไรก็ว่าไป อันนี้เป็นเรื่องการทำงานในระบบการบริหารราชการแผ่นดินอยู่แล้ว ส่วนควันหลงการอภิปรายไม่ไว้วางใจโดยเฉพาะคะแนนโหวตนั้น ไม่ให้ความสำคัญตรงนี้สักเท่าไหร่ เรื่องระหว่างพรรคก็เป็นเรื่องของพรรค มันก็เป็นอย่างนี้มาตลอดยาวนานแล้ว ไม่ใช่มาเกิดเฉพาะวันนี้ ก็ต้องปฏิรูปตัวเองกันด้วย ทั้งในสภานอกสภา อะไรก็แล้วแต่ ไม่ตำหนิใคร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมไม่ได้สนใจว่าใครจะได้เท่าไหร่ อยู่ที่ผ่านหรือเปล่า &amp;nbsp;ฉะนั้นอย่าเอาเรื่องนี้ ประเด็นนี้มาเป็นความขัดแย้งต่อไปเลย พรรคเป็นเรื่องของพรรค การจะลงคะแนนเสียงก็เป็นมติของพรรค หรือแล้วแต่จะให้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวหรือไม่ก็แล้วแต่เขา แต่ถ้าเขาไม่ทำก็เรื่องของเขา ผมจะไปยุ่งอะไรกับเขาได้ แล้วมันผ่านหรือเปล่า ถามกันอยู่อย่างนี้ จะมากจะน้อยไม่สำคัญ ถ้ามันผ่านก็คือผ่าน&amp;rdquo; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าจะสยบข่าวลือเรื่องการปรับคณะรัฐมนตรี &amp;nbsp;(ครม.) อย่างไร หรือว่าเป็นความจริง นายกฯ กล่าวว่า &amp;nbsp;กระแสสื่อเป็นคนปลุกปั่นขึ้นมาเอง เราไม่เคยพูด&amp;nbsp;
ถามอีกว่า นายกฯ ได้โทร.หานายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ &amp;nbsp;รมว.ศึกษาธิการหรือไม่ หลังได้คะแนนไว้วางใจน้อยที่สุด &amp;nbsp;นายกฯ กล่าวว่า ไม่ได้สนใจใครได้คะแนนมากน้อย มันผ่านการอภิปรายก็จบ ส่วนมีข่าวว่าแซว ร.อ.ธรรมนัส &amp;nbsp;พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ได้คะแนนมาก คราวหน้าให้มาเป็นนายกฯ นั้น ก็พูดแหย่พูดเล่นกันไม่ได้หรืออย่างไร จะจับมาเป็นประเด็นทุกเรื่องไม่ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายณัฏฐพลกล่าวเรื่องนี้ว่า นายกฯ ได้ให้กำลังใจทุกคน ไม่ใช่เฉพาะแค่ตนคนเดียว และให้ทำงานต่อ ทำหน้าที่ตัวเองให้ดีที่สุด ใครที่ยังอธิบายไม่ชัดเจนก็ให้หาช่องทางชี้แจง เพื่อให้ประชาชนเข้าใจในการขับเคลื่อนของรัฐบาล &amp;nbsp;และไม่น้อยใจ ตนทำเต็มที่ในทุกวันอยู่แล้ว ซึ่งก็ได้รับเกียรติมาเป็น รมว.ศธ.แค่นี้ก็มีบุญแล้ว และไม่มีความกังวลอะไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านความเคลื่อนไหวของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ &amp;nbsp;รองนายกฯ และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ในช่วงเช้า พล.อ.ประวิตรกล่าวถึงคะแนนเสียงในการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่ตนได้รับมากที่สุดในพรรค​ พปชร.ว่า​ &amp;nbsp;​ก็ต้องขอบคุณทุกคน​และขอบคุณประชาชนที่รับฟัง&amp;nbsp;
ธรรมนัสรับขอโทษแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณี ส.ส.พรรคโหวตสวนมติพรรค​ &amp;nbsp;พล.อ.ประวิตร​กล่าวว่า​ เป็นเรื่องของกรรมการบริหารพรรค &amp;nbsp;(กก.บห.) ต่อมาในเวลา 12.00 น. พล.อ.ประวิตรย้ำอีกครั้งว่าจะคุยกับ กก.บห. ส่วนจะกระทบการทำงานกับพรรคร่วมรัฐบาลหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า &amp;quot;ไม่มี เดี๋ยวจะไปชี้แจงกับพรรคร่วมเอง&amp;quot;&amp;nbsp;
เมื่อถามย้ำว่าได้คุยกับนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เพื่อทำความเข้าใจหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า &amp;quot;คุยแล้วก็ไม่มีอะไร&amp;quot; และเมื่อย้ำว่านายศักดิ์สยามยังติดใจในเรื่องนี้อยู่หรือไม่ พล.อ.ประวิตรย้อนว่า &amp;quot;ธรรมดา ถ้าคุณโดนอภิปรายไม่ไว้วางใจอย่างนี้ เขาก็อยากรู้ว่าเรื่องเป็นมาอย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และในเวลา 16.40 น. ที่ทำการพรรค พปชร. พล.อ.ประวิตรเป็นประธานประชุม กก.บห.พรรค โดยเป็นที่สังเกตว่า ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ &amp;nbsp;ในฐานะรองหัวหน้าพรรค พปชร. และนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมช.แรงงาน เดินทางมาพร้อมกับ พล.อ.ประวิตร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า เราต้องมีมาตรการจัดการกับคนของเราก่อนที่จะไปพูดหรือขอโทษพรรคอื่น &amp;nbsp;ที่จริงเรื่องขอโทษได้ขอโทษเขาไปแล้วตั้งแต่วันแรก แต่พรรคก็ต้องมีมาตรการออกมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางนฤมลกล่าวถึงกรณีข่าวลือเป็นผู้ล็อบบี้พรรคเศรษฐกิจใหม่โหวตไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีบางท่านว่า &amp;quot;ไม่มีค่ะ อยู่กระทรวงแรงงานค่ะ ไม่รู้สึกอย่างไรกับข่าวที่ออกมา&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาที่ประชุม กก.บห.ได้ประชุมโดยใช้เวลาประมาณ &amp;nbsp;1 ชั่วโมง จากนั้นนายไพบูลย์ นิติตะวัน รองหัวหน้าพรรค พปชร.แถลงภายหลังว่า ที่ประชุมมีมติให้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยมีตนเองเป็นประธาน ซึ่งจะมีการเชิญ ส.ส.ทั้ง 7 รายมาตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยดูตามรัฐธรรมนูญ กฎหมาย ข้อบังคับสภาและข้อบังคับของพรรคอย่างเคร่งครัด มีระยะเวลาพิจารณา 15 วัน เมื่อได้ข้อสรุปจะเสนอ กก.บห.พรรคต่อไป ยืนยันว่ามาตรฐานของพรรคถือว่าสูงที่สุด&amp;nbsp;
เมื่อถามว่า หากตรวจสอบแล้วพบว่าผิดจริงตามข้อบังคับพรรคจะมีบทลงโทษอย่างไรบ้าง นายไพบูลย์กล่าวว่า &amp;quot;สมาชิกพรรคถ้าไม่ปฏิบัติหน้าที่และความรับผิดชอบที่ต้องมีต่อพรรค หรือฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรมของพรรค ที่จริงแล้วไม่มีบทลงโทษ แต่สมาชิกพรรคต้องอยู่ร่วมกันตามข้อบังคับของพรรค ซึ่งเมื่อปฏิบัติตามข้อบังคับพรรค ก็จะได้สิทธิต่างๆ&amp;quot;
&amp;#39;ประวิตร&amp;#39; เดือด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานข่าวจาก พปชร.แจ้งว่า ในที่ประชุม กก.บห.เพื่อพิจารณามาตรการลงโทษกรณี 6 ส.ส.กลุ่มดาวฤกษ์ และ 1 ส.ส.ระยองลงมติอภิปรายไม่ไว้วางใจสวนกับแนวทางของพรรค บรรยากาศเป็นไปอย่างคุกรุ่น โดย พล.อ.ประวิตรแสดงท่าทีไม่พอใจต่อการกระทำของ ส.ส.อย่างมาก โดยกล่าวตอนหนึ่งว่า &amp;ldquo;โหวตอย่างนี้รับไม่ได้ แล้วไม่ต้องโพสต์อะไรอีก อย่างนี้มันต้องขับออก ไปรับปากเขามา &amp;nbsp;เขาก็ให้เราเต็ม แต่เรามีปัญหา พรรคเราเสียหาย มันต้องมีบทลงโทษ ทำไมตอนถามในการประชุมพรรคเมื่อวันที่ 19 &amp;nbsp;ก.พ.ว่ามีปัญหาอะไรแล้วไม่บอก&amp;rdquo; ส่งผลให้ กก.บห.ที่ร่วมประชุมต่างนิ่งไปครู่หนึ่ง เพราะไม่ค่อยเห็นการแสดงอารมณ์ฉุนเฉียวแบบนี้ของ พล.อ.ประวิตร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ กก.บห.รายหนึ่งได้ชี้แจงโดยยกข้อกฎหมายขึ้นมาอธิบายว่า ส.ส.มีเอกสิทธิ์ มีอิสระ ปราศจากการครอบงำของพรรคการเมืองในการลงมติ ทำให้นายไพบูลย์เสนอให้มีคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงขึ้นมาพิจารณา ด้านนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม ได้กล่าวเสริมเพื่อให้บรรยากาศเย็นลงว่า เมื่อตั้งคณะกรรมการสอบแล้วขอให้รอฟังผลข้อเท็จจริงก่อนมีมาตรการใดๆ ส่วน กก.บห.คนอื่นๆ ค่อนข้างระมัดระวังแสดงความคิดเห็น &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า ตั้งแต่มีปัญหา น.ส.วทันยา วงษ์โอภาสี &amp;nbsp;ส.ส.บัญชีรายชื่อ พยายามโทรศัพท์หา พล.อ.ประวิตรเพื่อชี้แจงเหตุผล แต่ พล.อ.ประวิตรไม่รับสายเลย&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานข่าวแจ้งว่า กระบวนการลงโทษคงขับ ส.ส.ไม่ได้ แต่อาจมีผลต่อมาตรการส่วนตัวกับ ส.ส.คนดังกล่าว &amp;nbsp;อาทิ ตัดการดูแลช่วยเหลือและสนับสนุนเรื่องต่างๆ ไม่ส่งลงสมัครรับเลือกตั้งครั้งหน้า ไม่ให้เป็นกรรมาธิการต่างๆ &amp;nbsp;หลังจากนี้ &amp;nbsp;โดยเฉพาะ น.ส.วทันยาที่เป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อ เพียงคนเดียว และเป็นแกนนำกลุ่มที่อาจโดนหนักกว่าเพื่อน ขณะที่อีก 6 คนที่เหลือเป็น ส.ส.แบบแบ่งเขต คงต้องเอาไว้ก่อน &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน น.ส.วทันยา แกนนำกลุ่มดาวฤกษ์โพสต์เฟซบุ๊กว่า &amp;quot;เดียร์และเพื่อน ส.ส.ต้องขออภัย พล.อ.ประวิตร และเพื่อน ส.ส.ในการปฏิบัติตามจิตวิญญาณความเป็น ส.ส.อย่างดีที่สุด ซึ่งยังเชื่อมั่นในการแสดงออก จากการพิจารณาด้วยหลักการและเหตุผล ในฐานะ ส.ส.ภายใต้ความเป็นประชาธิปไตย&amp;quot;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายอนุทิน​ ชาญวีรกูล​ รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข​ ในฐานะ​หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย​ (ภท.)​ กล่าวเรื่องนี้ว่า เป็นเรื่องพรรคการเมืองกับพรรคการเมือง หัวหน้าพรรคก็ต้องคุยกับหัวหน้าพรรค ต้องไปปรึกษากับ​ &amp;nbsp;พล.อ.ประวิตร ไม่เกี่ยวกับนายกฯ​ แต่ขณะนี้ยังไม่ได้พูดคุยกับ​ พล.อ.ประวิตร แต่เชื่อว่า พล.อ.ประวิตรเจอลูกน้องทำแบบนี้คงลำบากใจ ถ้าถามว่ามองหน้ากันไม่ติดหรือเปล่า​ &amp;nbsp;ก็ไม่หรอก เพราะตนเองและนายศักดิ์สยาม​เคารพ พล.อ.ประวิตร​และ พล.อ.ประยุทธ์​ ทั้ง 2 ท่านไม่ได้ทำอะไรผิด &amp;nbsp;คนที่ไม่โหวตให้ต่างหากที่ทำให้ท่านต้องมานั่งไม่สบายใจ &amp;nbsp;เชื่อว่าท่านคงมีวิธีการแก้ไขปัญหาดังกล่าว ภท.จะรอฟังว่าจะมีมาตรการอะไรกับคนที่ไม่เคารพมติพรรค​ ทำได้เพียงเท่านี้​ เพราะเราไม่ได้มีปัญหาระหว่างผู้บริหารพรรค ยิ่ง​ พล.อ.ประยุทธ์แล้วยิ่งไม่มีปัญหาอะไรใหญ่เลย
เสี่ยหนูรับยังติดใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงกรณี​ ส.ส.รุ่นใหม่​ ภท.ออกมาแสดงความคิดเห็นโจมตีเรื่องการลงมติของ 6 ส.ส.กลุ่มดาวฤกษ์​ &amp;nbsp;นายอนุทิน​กล่าวว่า เขามีสิทธิ์แสดงความรู้สึกเพราะนี่มันเป็นเรื่องมารยาททางการเมือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ต่อจากนี้การทำงานของพรรคร่วมรัฐบาลจะเกิดความหวาดระแวงต่อกันหรือไม่​ นายอนุทิน​กล่าวว่า &amp;nbsp;ถ้าไม่แก้ไขมันก็เกิด ดังนั้น​ต้องแก้ไขกัน ​แต่ละพรรคต้องไปจัดการปัญหาของตัวเองให้เรียบร้อย เมื่อถามว่ากรณีนี้จะเจ๊ากับกรณีเมื่อครั้งลงมติเลือกนายกฯ​ ที่นายสิริพงศ์​ อังคสกุลเกียรติ​ ส.ส.ศรีสะเกษ​ งดออกเสียงให้ พล.อ.ประยุทธ์​หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า​ &amp;quot;ไม่เจ๊า เพราะคนละฐานกัน &amp;nbsp;ตอนนั้นเพิ่งเข้ามายังไม่รู้จักว่าใครเป็นใคร และที่สำคัญที่สุด คุณไม่ได้ติดใจนี่ แต่เที่ยวนี้ภูมิใจไทยติดใจ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า​ติดใจอย่างไร​ นายอนุทิน​กล่าวว่า ผู้หลักผู้ใหญ่พูดคำนี้แล้วก็ต้องรู้กันแล้วว่าจะต้องทำอย่างไร​ ส่วน​ &amp;nbsp;พปชร.ดำเนินการถึงขั้นไหน ขอไม่พูด​ เราได้แสดงความรู้สึกของเราออกมาอย่างนี้ ว่านายศักดิ์สยามเป็นเลขาธิการพรรค ยังดีที่ไม่ระแวงตนเองอีกคน ถือว่าโชคดี เพราะ​ ภท. โดนอภิปรายอยู่ 2 คน คือ​หัวหน้าพรรคและเลขาธิการพรรค หัวหน้าพรรคได้ 275 เสียง แต่เลขาธิการพรรคมา &amp;nbsp;268 เสียง คนที่เหงื่อตกไม่ใช่นายศักดิ์สยาม​ แต่เป็นตนเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงกรณี 4 ส.ส.พรรคก้าวไกลที่ลงมติไว้วางใจนายอนุทินจะย้ายมาร่วมกับ​ ภท. พร้อมเปิดรับหรือไม่ นายอนุทิน​กล่าวว่า ยังไม่ได้คุย แต่ถึงอย่างไรต้องโทรศัพท์ไปขอบคุณเขา เมื่อถามว่าไม่ได้มีเรื่องพลังดูดอะไรใช่หรือไม่ นายอนุทิน​กล่าวว่า ตอนนี้หายใจยังไม่ค่อยเข้าเลย​ &amp;nbsp;แล้วจะไปดูดใครได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกรณีพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ที่ ส.ส.พรรคไม่ลงคะแนนให้หัวหน้าพรรคนั้น นายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย กล่าวว่า นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯ &amp;nbsp;และ รมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรค ได้มอบหมายให้เลขาธิการพรรคไปดำเนินการ ขอให้เป็นเรื่องภายในพรรค &amp;nbsp;ซึ่งในฐานะที่เป็น กก.บห.ก็ต้องดูว่าเลขาธิการพรรคจะดำเนินการอย่างไร &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านพรรคฝ่ายค้านซึ่งก็เกิดกรณีงูเห่าขึ้นเช่นกันนั้น &amp;nbsp;นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) ในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน กล่าวว่า เราพิจารณาดูแล้วว่าเป็นเอกสิทธิ์ของ ส.ส. เพราะไม่มีกฎหมายกำหนด &amp;nbsp;ถือเป็นเรื่องภายในแต่ละพรรคต้องไปดำเนินการ &amp;nbsp;&amp;nbsp;
ไม่เตะหมูเข้าปากหมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคก้าวไกล (ก.ก) กล่าวถึงกระแสข่าว นายทุน ว. เข้ามาแทรกแซงในพรรคว่า เบื้องต้นมีคณะกรรมการวินัยของพรรคดูอยู่ แต่ยังไม่ได้ทำอะไรที่ขัดต่อจริยธรรมพรรค หากมีการกระทำที่ส่งผลต่อเอกภาพของพรรคหรือทำให้เกิดความเสียหาย รวมถึงขัดต่อข้อบังคับ ยืนยันไม่เอาไว้แน่นอน จะจัดการให้เด็ดขาด ขณะเดียวกันก็ต้องดูว่าเป็นเพียงเรื่องส่วนตัวหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;กรณี 4 ส.ส.ก้าวไกลโหวตสวนมติพรรค ถือว่าผิดหวัง แต่ไม่ผิดจากที่คาดไว้ ซึ่งคณะกรรมการวินัยของพรรคจะหารือแนวทางการลงโทษ แต่จะไม่ขับออกจากพรรค เพราะเหมือนเป็นการเตะหมูเข้าปากหมา&amp;rdquo; นายพิธาระบุ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายคารม พลพรกลาง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค ก.ก. ซึ่งโหวตสวนมติพรรคกล่าวว่า ที่ผ่านมาไม่ได้ร่วมกิจการของพรรคมา 1 ปีแล้ว ซึ่งการเมืองไม่ใช่เรื่องวิชาการ แต่คือการประสานผลประโยชน์ของกลุ่มในประเทศ อย่านำตำรามาทำการเมือง พรรคที่อยู่นานๆ ก็ไม่ได้นำตำรามาเล่นการเมือง ดังนั้นอยู่ที่ดุลยพินิจของพรรคว่าจะขับออกหรือไม่ และขอย้ำว่าลงพื้นที่ก็ไม่ได้ใส่ชื่อพรรคก้าวไกลมาเป็นปีแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามต่อว่า วันนี้ตัวอยู่พรรคก้าวไกลแต่ใจไปอยู่พรรคภูมิใจไทยแล้วใช่หรือไม่ นายคารมกล่าวว่า ไม่ใช่แบบนั้น &amp;nbsp;แต่ใจอยู่พรรคใดก็ได้ที่ให้โอกาสทำงานพื้นที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ หัวหน้าพรรคเพื่อชาติ กล่าวถึง ส.ส.พรรค 3 คนโหวตไว้วางใจ ร.อ.ธรรมนัส และอีก 1 คนโหวตงดออกเสียงว่า ก่อนลงมติพรรคมีมติชัดเจนว่าให้ ส.ส.พรรคฟรีโหวต ร.อ.ธรรมนัส เพราะข้อมูลไม่ไว้วางใจไม่มีอะไรมาก และ ร.อ.ธรรมนัสตอบตรงประเด็น และไม่มีข้อสงสัย ซึ่งได้แจ้งเลขาธิการพรรค พท.แล้ว&amp;nbsp;
คนชื่อสงครามไม่มีเรื่องเงินเรื่องทองแน่นอน เพราะไม่ใช่คนอดอยากปากแห้งและไม่ใช่เป็นคนโลภ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) อดีตผู้ช่วยหาเสียงพรรคเพื่อชาติ โพสต์เฟซบุ๊กตอนหนึ่งว่า &amp;quot;ได้ยุติบทบาทกับพรรคนี้ ไม่ยุ่งเกี่ยวทั้งสิ้น ใครทำอะไรก็รับผิดชอบกันไป เนื้อไม่ได้กิน หนังไม่ได้รองนั่ง แถมมีกระดูกแขวนคอ ไม่เคยไปยุ่งกับพรรคเพื่อชาติเลย เมื่อตัดแล้วก็ตัดเลย&amp;quot;&amp;nbsp;
วันเดียวกันยังคงมีความต่อเนื่องจากผลพวงการอภิปรายไม่ไว้วางใจ โดยที่ทำการพรรคเพื่อไทย (พท.) &amp;nbsp;แกนนำพรรคฝ่ายค้านได้หารือเพื่อสรุปภาพรวมการอภิปรายไม่ไว้วางใจ โดยนายสมพงษ์กล่าวภายหลังประชุมว่า พรรคร่วมฝ่ายค้านได้ตั้งคณะกรรมการฝ่ายกฎหมายเพื่อพิจารณาความผิดของรัฐมนตรี ว่าจะส่งเรื่องต่อไปยังคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ &amp;nbsp;(ป.ป.ช.) ในลักษณะใด โดยมี 2 กรณี คือ ความผิดทางอาญาและความผิดทางจริยธรรม&amp;nbsp;
พท.ตามขยี้ 3 รมต.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรค พท. กล่าวว่า พรรคมองว่ามีรัฐมนตรี 3 คนที่จะถูกยื่นร้องแน่นอน คือ พล.อ.ประยุทธ์, นายจุรินทร์ และนายณัฏฐพล และมีรัฐมนตรีบางท่านอาจไม่ถูกยื่นไปยังองค์กรอิสระ แต่จะมีมาตรการทางการเมืองในการดำเนินการกับรัฐมนตรีทั้ง 10 คน &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวว่า หลังปิดประชุมสภาได้เตรียมลงพื้นที่ จ.ชลบุรีและเชียงราย เพื่อตีแผ่ข้อเท็จจริงให้ประชาชนได้ทราบ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รองหัวหน้าพรรค พท.กล่าวว่า &amp;nbsp;แม้ 10 รัฐมนตรีจะได้รับเสียงโหวตผ่านการอภิปราย แต่ยังไม่ได้ตอบข้อสงสัยคาใจในประเด็นการเอื้อประโยชน์และการทุจริตคอร์รัปชัน 5 เรื่องสำคัญ 1.เรื่องเหมืองทองอัครา &amp;nbsp;2.เรื่องทุจริตถุงมือยาง 3.เรื่องปัญหารถไฟฟ้าสายต่างๆ &amp;nbsp;และระบบคมนาคม 4.เรื่องการลักลอบขนแรงงานเถื่อน &amp;nbsp;และ 5.เรื่องการนำเงินกองทุนอนุรักษ์พลังงานไปให้ กอ.รมน.และ ศอ.บต.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ทีมโฆษกกองทัพบก พร้อมหน่วยทหารที่เกี่ยวข้องได้แถลงประเด็นที่ฝ่ายค้านอภิปรายการทุจริตโครงการจัดหาในกองทัพบก โดย พล.ท.สันติพงศ์ ธรรมปิยะ โฆษกกองทัพบก (ทบ.) ระบุว่า ทุกเรื่องที่ถูกพาดพิงนั้นกองทัพบกได้ดำเนินการทุกอย่างด้วยความถูกต้อง โปร่งใส เป็นไปตามกฎหมาย กฎระเบียบของทางภาครัฐทุกประการ &amp;nbsp;และสามารถตรวจสอบได้ทุกเรื่อง &amp;nbsp;
ต่อมา พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษก ทบ.ได้ชี้แจงรายละเอียดโครงการจัดหารถยนต์โดยสารขนาดใหญ่ปรับอากาศในปีงบประมาณ 2563 ขณะที่ พ.ต.หญิง ปวีณา ศรีบัวชุม ผู้ช่วยโฆษก ทบ.ได้ชี้แจงการจัดหากล้องตรวจการณ์เวลากลางคืน ส่วน พ.ท.หญิง นุชระวี แจ่มจำรัส ผู้ช่วยโฆษก ทบ.อธิบายโครงการจัดซื้อชุดลำลองทหารเกณฑ์ &amp;nbsp;7 รายการ โดยได้ลำดับตั้งแต่เริ่มโครงการจนจบอย่างละเอียด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.กิตติชัย วงศ์หาญ เจ้ากรมพลาธิการทหารบก กล่าวเสริมว่า ในเดือนเมษายนนี้กองทัพได้ยกเลิกการจัดซื้อกางเกงใน และจะไม่มีการแจกฟรีให้พลทหารที่จะเข้าประจำการ โดยจะให้ใช้ของส่วนตัวที่ติดตัวมา ส่วนเหตุผลที่ยกเลิกนั้น เพราะทหารทุกคนที่เข้ามาอยู่กับเราก็ต้องมีกางเกงในเป็นของตนเองติดตัวมาแล้ว ปีนี้เราก็เลยงดซื้อให้ โดยจะนำงบประมาณส่วนนี้ไปจัดหาสิ่งอื่นที่มีความจำเป็นมากกว่า เช่น เครื่องสนาม.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/93902</URL_LINK>
                <HASHTAG>คารม พลพรกลาง, จตุพร พรหมพันธุ์, ประเสริฐ จันทรรวงทอง, พ.ท.หญิง นุชระวี แจ่มจำรัส, พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง, พล.ท.กิตติชัย วงศ์หาญ, พิชัย นริพทะพันธุ์, พิธา ลิ้มเจริญรัตน์, สงคราม กิจเลิศไพโรจน์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210222/image_big_6033b2ca187a2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>93837</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/02/2021 14:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/02/2021 14:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;คารม&#039; มาเหนือ! ฉก &#039;พรรคก้าวไกล&#039; ละอ่อนทางการเมือง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ก.พ.64 - &amp;nbsp;ที่รัฐสภา นายคารม พลพรกลาง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวถึงกรณีโหวตไว้วางใจนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐฒนตรีและรัฐฒนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งเป็นหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กับนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐฒนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ซึ่งเป็นการโหวตสวนมติพรรคก้าวไกล ว่า จากการติดตามข่าวทราบว่าพรรคมีมติไม่ขับตนออกจากพรรค แต่จะมีนโยบายลงโทษทางวินัย โดยการไม่ให้ร่วมกิจการของพรรค หรือแม้แต่การประชุมของพรรค ซึ่งอยากบอกว่าที่ผ่านมาไม่ได้ร่วมกิจการของพรรคมา 1 ปีแล้ว การประชุมตนก็เข้าน้อยมาก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายคารม กล่าวว่าที่ผ่านมาพรรคก็ไม่เคยมอบหมายงานให้ทำ ส่วนการร่วมงานกับเพื่อนภายในพรรคก้าวไกลยืนยันว่าไม่ได้มีปัญหาอะไร และขณะนี้ก็เป็นกรรมาธิการคมนาคมเพียงคณะเดียว ถ้าพรรคไม่ให้ทำงานก็คือในนามพรรค แต่ถ้านามส่วนตัวส.ส.ห้ามไม่ได้ เพราะถ้าห้ามจะขัดรัฐธรรมนูญ กฏหมายรับรองสิทธิ์ไม่ต้องอยู่ภายใต้อาณัติใคร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายคารม กล่าวอีกว่า กรณีที่ไม่ยอมเซ็นในการแก้ไขมาตรา 112 นั้นในโลกออนไลน์โดนทัวร์ลง แต่เวลากลับบ้านที่จังหวัดร้อยเอ็ดไม่มีใครด่า เพราะพวกประชาชนเข้าใจ ส่วนถ้าพรรคะขับออกจากพรรคก็แล้วแต่เขาจะทำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า มีส.ส. ในพรรคบอกให้ลาออกไป นายคารม ชี้แจงว่า ไม่ขอลาออกเพราะจะทำให้ขาดโอกาสในการทำงานในพื้นที่ ขอเรียนว่าตนไม่เคยขัดมติของพรรค อย่างเช่นเรื่องพ.ร.บ.โอนกําลังพล ตนก็ทำตามมติของพรรค จะแก้ไขกฎหมายสำคัญๆ ก็ทำได้ แต่ต้องพัฒนาพื้นที่ไปด้วย เรียนตั้งแต่ต้นกับนายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล แล้วว่าที่เข้ามาอยู่ก้าวไกล เพราะต้องการพัฒนาอีสาน แต่ที่ผ่านมานโยบายหลักของพรรคในการพัฒนาพื้นที่อีสานไม่มีอะไรที่ชัดเจน และตนก็ไม่ได้รับมอบหมายให้ทำอะไรที่เป็นชิ้นเป็นอันเลย วันนี้ถือว่าจบแล้ว ตนไม่ได้ทุจริตแต่แค่เห็นต่าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามอีกว่าจะเรียกร้องให้พรรคขับออกจากพรรคหรือไม่ นายคารม กล่าวว่า ไม่ เพราะไม่เช่นนั้นจะเป็นการตั้งใจให้เขาขับ ตนไม่ได้ละอ่อนทางการเมืองเช่นนั้น และไม่เคยพูดเหมือนที่เลขาฯพรรคพูด เตะหมูเข้าปากอะไรสักอย่าง แต่ตนขอบอกว่าการเมืองไม่ใช่เรื่องวิชาการ แต่คือการประสานผลประโยชน์ของกลุ่มในประเทศ อย่านำตำรามาทำการเมือง พรรคที่อยู่นานๆก็ไม่ได้นำตำรามาเล่นการเมือง ดังนั้น อยู่ที่ดุลยพินิจของพรรคว่าจะขับออกหรือไม่ อย่างไรก็ตาม ตนลงพื้นที่ก็ไม่ได้ใส่ชื่อพรรคก้าวไกลมาเป็นปีแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามต่อว่าวันนี้ตัวอยู่พรรคก้าวไกล แต่ใจไปอยู่พรรคภูมิใจไทยแล้วใช่หรือไม่นายคารม กล่าวว่าไม่ใช่แบบนั้น แต่ใจอยู่พรรคใดก็ได้ที่ให้โอกาสทำงานพื้นที่
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/93837</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, คารม พลพรกลาง, งูเห่า, พรรคก้าวไกล, อภิปรายไม่ไว้วางใจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210222/image_big_60335cc4335a1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>92637</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/02/2021 18:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/02/2021 18:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>9 ส.ส.ก้าวไกลไม่ลงนามแก้ 112  &#039;คารม&#039; ลั่นยึดเอกลักษณ์ ขนบธรรมเนียมไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ก.พ. 64 - นายคารม พลพรกลาง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวถึงร่างแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา เกี่ยวกับการหมิ่นประมาทสถาบันกษัตริย์ ตาม ป.อาญา ม.112 การหมิ่นประมาทประมุขหรือผู้แทนรัฐต่างประเทศ และการหมิ่นประมาทบุคคล ของพรรคก้าวไกล ว่าที่ตนไม่ได้ร่วมลงนามด้วยนั้น เรื่องนี้ทางพรรคเข้าใจ ให้เอกสิทธิ์ส.ส. เหตุที่ไม่ลงนามด้วย เพราะมองในแง่หลักการ บางอย่างยังไม่ถึงเวลา ตามหลักการกฎหมายแม้จะเขียนออกมา แต่ถ้าคนไม่ได้ทำผิด ก็ไม่เป็นปัญหาต่อคนนั้นๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกทั้งขนบธรรมเนียมแต่ละประเทศ แตกต่างกัน ประเทศไทยมีระเบียบการปกครองเป็นเอกลักษณ์ มีลักษณะเฉพาะพิเศษ การเสนอกฎหมายดังกล่าว พรรคก้าวไกลก็มีหลักการ เหตุผลในส่วนของพรรค ส่วนส.ส.ที่ไม่ได้ลงนามด้วยทั้งหมด 9 คน ไม่ได้มีปัญหาอะไร ส่วนทางพรรคเข้าใจ เพื่อนส.ส.ที่ไม่ได้ร่วมลงนามนั้น เป็นใครบ้าง ตนไม่ทราบ เพราะถือว่าโดยมารยาทเรา ไม่ควรบอกชื่อเขา เรื่องนี้เป็นเอกสิทธิ์ส่วนตัว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ที่ถามว่า การไม่ลงนามด้วยกับทางพรรค จะถูกตั้งกรรมการสอบสวนหรือไม่นั้น เท่าที่พบกับหัวหน้าพรรค คนอื่นๆ ไม่มีปฏิกิริยาอะไร ยังพูดคุยกันด้วยดี ทุกคนเข้าใจ ก่อนหน้าก็ไม่เคยฝืนมติพรรค เพียงแต่บางเรื่องก็ขอเอาเหตุผล หลักการเป็นหลัก แม้ความคิดเห็นกรณีนี้ จะถูกวิพากษ์วิจารณ์ในโลกโซเชียลบ้าง เข้าใจได้ เราเป็นบุคคลสาธารณะ จึงถูกวิจารณ์ได้ในเรื่องความเห็นต่าง&amp;quot; นายคารม กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/92637</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, คารม พลพรกลาง, พรรคก้าวไกล, มาตรา112, แก้ไขมาตรา112</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200314/image_big_5e6c4e4e82b53.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>91498</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/01/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/01/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘คารม’อบรมก๊วนก้าวไกล!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;คารม&amp;quot; อบรมก้าวไกลชุดใหญ่ ประเด็น ม.112 คนในประเทศไม่ได้เห็นร่วมกัน มีความเห็นต่างเยอะ การยื่นไปสภาและวุฒิสภาด้วย แล้วต้องไปทรงลงพระปรมาภิไธย เป็นเรื่องใหญ่ ตอกย้ำอนาคตใหม่ไม่มีนโยบายนี้ ขณะที่ &amp;quot;เจี๊ยบ นครปฐม&amp;quot; ไม่เอาคนคิดต่าง ได้เวลาคัดกรองคนที่ไม่ใช่ ซูเปอร์โพลเชื่อมีขบวนการต่างชาติอยู่เบื้องหลังการเคลื่อนไหวคุกคามสถาบันหลักของชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 30 มกราคม 2564 นายคารม พลพรกลาง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมถึงกรณีระบุจุดยืนไม่แก้ไข ป.อาญา ม.112 ซึ่งแตกต่างกับจุดยืนพรรค และถูกกระแสวิพากษ์วิจารณ์โจมตีว่า ตนคิดว่าการจัดทำกฎหมาย แก้ไขกฎหมาย ต้องมองว่ายื่นแก้แล้วสำเร็จไหม ถ้ายื่นเข้าไปแล้วไม่สำเร็จเพราะมติสภาไม่เห็นด้วย คนอื่นไม่เห็นด้วย มันก็เหมือนกับทำแล้วไม่เกิดผล สำเร็จยาก อันนี้ไม่อยากทำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ประเด็น ม.112 มีต่างความคิดเยอะ ทั้งควรแก้และไม่ควรแก้ แปลว่าเรื่องนี้คนในประเทศไม่ได้เห็นร่วมกัน หาข้อสรุปไม่ได้ พูดกันตรงๆ ความเห็นแตกต่างในเรื่องนี้เยอะมาก บางส่วนก็คิดว่ามีกฎหมายไว้ก็ไม่เห็นเป็นไร เป็นกฎหมายที่ป้องกันสถาบันไม่ให้คนไปก้าวล่วง สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญมาตรา 6 ห้ามละเมิดพระมหากษัตริย์ไม่ว่าทางใดทางหนึ่ง การยื่นไปสภาและวุฒิสภาด้วย แล้วต้องไปทรงลงพระปรมาภิไธย ก็เป็นเรื่องใหญ่&amp;quot; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายคารมกล่าวว่า ประเด็นเนื้อหารายละเอียด จะมีการเปลี่ยนจากหมวดความมั่นคงไปอยู่หมวดอื่นไหม ปรับอัตราโทษไหม นั่นก็เป็นรายละเอียด แต่ตนไม่เห็นด้วยในเชิงหลักการคือแก้ไข ที่ว่ามีทัวร์ลง แต่คนเห็นด้วยกับสิ่งที่ตนพูดก็เยอะ เพียงแต่อาจมีคนมองว่าในเมื่ออยู่พรรคนี้ เมื่อพรรคมีมติให้แก้ เรื่องนี้ไม่ใช่ตนคนเดียวที่จะไม่ลงชื่อ อย่างน้อยก็มีนายขวัญเลิศ พานิชมาท ส.ส.ชลบุรี พรรคก้าวไกล เป็นข่าวไปแล้ว และไม่อยากพูดให้เสียความรู้สึกของคนที่อยากแก้ สถาบันกษัตริย์เป็นองค์กรตามรัฐธรรมนูญ เป็นสถาบันหลัก เขาก็เขียนกันไว้ หลายคนตีความได้ ตนก็ไม่อยากลงรายละเอียด &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ปัญหามีว่าเป็นนโยบายพรรคไหม ก็ต้องเรียนตรงๆ ว่าหลายคนที่ทัวร์ลงหาว่าผมเนรคุณอย่างนั้นอย่างนี้ จริงๆ เราเข้าใจอยู่แล้วว่าเราเป็น ส.ส. มาจากพรรคอนาคตใหม่ อันนี้ไม่มีปัญหา เราไม่ได้ลืมนะ แต่ตอนอนาคตใหม่ก็ไม่มีประเด็นที่จะแก้ 112 ไม่มีการชูเรื่องนี้ พอมาเป็นก้าวไกลเสนอประเด็นนี้มา โดยหลักการแก้กฎหมายก็เป็นหน้าที่ ส.ส.นั่นแหละ แต่การจะแก้กฎหมายต้องตกผลึกที่สุดในแง่ความคิด&amp;rdquo; นายคารมกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า ได้มีการพูดคุยกับคนในพรรคหรือไม่ หลังมีกระแสถึงกับให้ขับออกจากพรรค ส.ส.บัญชีรายชื่อผู้นี้ตอบว่า การขัดมติพรรค ไม่ทำตามเหมือนไม่มีมารยาท แต่บางอย่างเราก็มีหลักของเราเหมือนกัน จุดยืนบางอย่างกับมติพรรคไม่สอดคล้องกัน สมมติลงชื่อไปมีปัญหา กฎหมายรัฐธรรมนูญก็คุ้มครอง จะลงมติขับหรือไม่ตนก็น้อมรับอยู่แล้ว เพราะเราพูดไปแล้ว เราทำอะไรลงไปต้องมีผลแน่ ตนไม่อยากลงรายละเอียด มีความคิดเรื่องนี้เยอะอยู่ แต่พูดไปกระทบกระเทือนเราก็ไม่อยากไปพูดถึงคนที่ถูกดำเนินคดีอยู่ เราก็เข้าใจ แต่คนถูกดำเนินคดีไม่ใช่จะผิดเสมอไป มีขั้นตอนชั้นตำรวจ อัยการ ศาล &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายคารมเผยว่า เคยทำคดี 112 เล่าให้ฟังสั้นๆ ซึ่งเป็นประโยชน์ด้วย คือทำให้นายอุทัย สุวรรณเวียง ที่ จ.ร้อยเอ็ด ตั้งใจทำ แล้วสุดท้ายคดีนั้นก็แค่รอลงอาญา เป็นชาวบ้าน แล้วตนไม่เคยได้ค่าตอบแทนเลยแม้แต่บาทเดียว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมเป็นคนร้อยเอ็ด ตอนนั้นก็ไม่ได้จะหวังอะไร ระยะเวลาห่างจากการเลือกตั้งปี 2562 ที่ผมได้เป็น ส.ส.ด้วย และผมไม่ไปตอบโต้คุณโตโต้ (นายปิยรัฐ จงเทพ แกนนำกลุ่มวีโว่) หลายคนแสดงความเห็นต่างกับคุณโตโต้เยอะ ไม่เป็นไร&amp;rdquo; นายคารมกล่าว
สุดท้ายก็ถูกจำคุก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายคารมกล่าวถึงกรณีที่นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข แกนนำกลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย เขียนจดหมายเปิดผนึกให้พรรคก้าวไกลขับนายคารมพ้นพรรคว่า นายสมยศถูกกล่าวหากระทำผิด 112 ตนทำคดีนี้เพราะนายสุวิทย์ ทองนวล ทนายความ มาพูดคุยกันทำคดีร่วมกัน ระหว่างทำคดีมีนายมานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ อดีตอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญามาทำคดีนี้ด้วย ที่นายสมยศพูดทำนองว่าตนไม่ใส่ใจคดี คำพูดนี้ตนเสียหาย เขาก็เปลี่ยนทนาย สุดท้ายก็ถูกจำคุก เราเข้าใจ เห็นใจ แต่ไม่อยากไปตอบโต้ เวลาหมอรักษาคนไข้ คนไข้หายก็ชมหมอ เวลาทนายว่าความให้ชนะเขาก็ชม เรื่องนี้สองมุม ตนไม่ไปตอบโต้กล่าวหา &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมก็เห็นใจคุณสมยศที่เขาลำบาก ชื่นชมที่มีอุดมการณ์ แต่ประชาธิปไตยมันต้องเห็นต่างได้ เรื่องการที่ถูกดำเนินคดีแล้วสุดท้ายต้องไปแพ้คดีมันมีเงื่อนไขเยอะ โดยเฉพาะความผิดตาม ม.112 มีอะไรเยอะ เพราะผ่านหลายศาล ศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ ศาลฎีกา ก็มีการกลั่นกรอง จะบอกว่าทนายทำไม่เต็มที่ ทำอะไรอย่างนี้แล้วแต่ ผมทำตอนนั้นก็ไม่ได้ เพราะต้องการมีชื่อเสียง ผมทำคดีของกลุ่มแกนนำ นปช. ตอนนั้นก็มีชื่อเสียงอยู่แล้ว อันนี้เนื่องจากเขามาพาดพิงกล่าวหาผม แต่ไม่เป็นไร ถือว่าขณะนี้ผมอยู่ในฐานะเป็น ส.ส. เป็นบุคคลสาธารณะ มีบ้างก็ไม่เป็นไร&amp;rdquo; นายคารม กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่้อข่าวถามว่า การใช้ ม.112 เราเห็นปัญหาอื่นหรือไม่ และพร้อมพูดคุยเปลี่ยนท่าทีหรือไม่ นายคารมตอบว่า ตนเองมีความเห็นเยอะมาก ลึกซึ้งพอสมควร แต่ไม่อยากอธิบายเพราะมันกระทบเยอะ อันนี้บอกได้เลย จึงไม่เปลี่ยน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เอาเป็นว่าไม่ว่าจะปรับเปลี่ยนลักษณะไหน ผมไม่เซ็น ผลกระทบผมก็ยอมรับ คือมันพูดไปแล้วเปลี่ยนไม่ได้หรอก อันนี้เป็นเชิงหลักการคือไม่แก้&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล โพสต์ข้อความบนทวิตเตอร์ ระบุว่า &amp;quot;จุดยืนของพรรคคือต้องแก้ไข #มาตรา112&amp;nbsp; ได้เวลาคัดกรองคนที่ไม่ใช่&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์ไม่มีนโยบายแก้ไขมาตรา 112 เพราะเนื้อหาของมาตราดังกล่าวไม่ได้สร้างความเสียหายให้ประชาชน อยากถามว่าทำไมไม่มองที่ตัวผู้กระทำความผิดมากกว่าตัวบทกฎหมาย ถ้าไม่ทำผิดมาตราดังกล่าวก็ไม่มีผลอะไร กับใคร ตนอยากให้ดูที่ตัวผู้กระทำความผิดมาตรา 112 &amp;nbsp;
หนักหัวบิดาใคร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ถ้าพูดกันตรงๆ ก็คือ มาตรา 112 ไปหนักส่วนไหนของใคร ของบิดา มารดาใคร ถึงได้พยายามแก้ไขมาตรา 112 เมื่อมีการก้าวล่วง จาบจ้วงสถาบันพระมหากษัตริย์ เจ้าหน้าที่จะไม่ดำเนินการก็ไม่ได้ หรือจะละเลย เพิกเฉยก็ไม่ได้เช่นกัน ทางเดียวที่ต้องทำคือดำเนินคดี หากไม่ดำเนินคดีก็จะมีประชาชนไปแจ้งความว่าเจ้าหน้าที่ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ทั้งนี้ ขอชื่นชม ส.ส.ต่างพรรคที่ไม่ได้ร่วมลงชื่อ ถือว่ายังคิดได้ที่ยึดมั่นในชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์&amp;quot; โฆษกพรรคประชาธิปัตย์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดร.เสรี วงษ์มณฑา ผู้ร่วมก่อตั้งสถาบันทิศทางไทย นักวิชาการด้านสื่อสารมวลชนและการตลาด โพสต์ข้อความถึงกรณีการเคลื่อนไหวกดดันให้ยกเลิกประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 โดยระบุว่า ความเคลื่อนไหวยกเลิกมาตรา 112 ของกลุ่มและพรรคการเมือง กลายเป็นพื้นฐานสำหรับผู้นำต่างประเทศบางประเทศ และสื่อต่างประเทศที่จะกดดันประเทศไทยให้ยกเลิกมาตรานี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พื้นฐานความคิดคือการมองว่ามาตรา 112 ละเมิดเสรีภาพในการแสดงออก ทั้งๆ ที่มาตรานี้ป้องกันการดูหมิ่นและการแสดงการอาฆาตมาดร้ายประมุขของประเทศ ไม่ได้ละเมิดเสรีภาพใคร
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พวกที่ชักน้ำเข้าลึก ชักศึกเข้าบ้าน เขาจะรู้บ้างไหมว่าต่างชาติเขามีเป้าหมายอะไรในการร่วมกันกดดันให้ประเทศไทยยกเลิกมาตรา 112 มันเกี่ยวกับการล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์หรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ลองคิดต่อไปอีกนิดว่าทำไมต่างชาติจึงต้องการล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์ พวกเขาจะได้อะไร และประเทศไทยจะสูญเสียอะไร ทำไมคนไทยจึงทำตัวเป็นแนวร่วมของต่างชาติ เป็นคนไทยทำไมไม่รักประเทศไทย ทำไมไม่กตัญญูต่อแผ่นดิน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) นำเสนอผลสำรวจภาคสนาม เรื่อง มาตรา 112 กับนักวิชาการ กรณีศึกษาประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ โดยดำเนินโครงการทั้งการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) และการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) จำนวน 1,677 ตัวอย่าง ดำเนินโครงการระหว่างวันที่ 25-29 มกราคม 2564 ที่ผ่านมา พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 99.7 ระบุทุกฝ่ายควรหยุดทำอะไรที่กระทบต่อสถาบันหลักของชาติ และหยุดความพยายามแก้ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112
ต่างชาติอยู่เบื้่องหลัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่น่าเป็นห่วงคือ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 97.7 เชื่อว่ามีขบวนการ องค์กรต่างชาติอยู่เบื้องหลัง การเคลื่อนไหวของนักวิชาการ นักการเมืองบางคน พยายามแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และส่วนใหญ่หรือร้อยละ 97.4 รู้สึกสูญเสียความภูมิใจ เมื่อนักวิชาการพยายามจะก้าวล่วงละเมิด คุกคามสถาบันหลักของชาติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ที่น่าสนใจคือ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 73.9 ภูมิใจค่อนข้างมากถึงมากที่สุดต่อรัฐธรรมนูญของประเทศไทย&amp;nbsp; รองลงมาคือร้อยละ 15.4 ภูมิใจปานกลาง และร้อยละ 10.7 ภูมิใจค่อนข้างน้อยถึงไม่เลย นอกจากนี้ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 64.6 ระบุรัฐบาลทำงานตอบโจทย์ความต้องการของประชาชนได้ค่อนข้างมากถึงมากที่สุด ในขณะที่ร้อยละ 21.7 ระบุปานกลาง และร้อยละ 13.7 ระบุค่อนข้างน้อยถึงไม่เลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่น่าพิจารณาคือ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 66.8 ระบุมีระดับความเสี่ยงสูงค่อนข้างมากถึงมากที่สุดต่อความแตกแยกของคนในชาติ ถ้ารัฐบาลทำตามข้อเรียกร้องของนักวิชาการ นักการเมืองบางคน และกลุ่มผู้ชุมนุม ในขณะที่ร้อยละ 19.9 ระบุเสี่ยงปานกลาง และร้อยละ 13.3 ระบุค่อนข้างน้อยถึงไม่เสี่ยงเลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผอ.ซูเปอร์โพลกล่าวว่า ถ้าทุกฝ่ายใช้ความเป็นจริงแก้ปัญหาบ้านเมือง จะพบว่าประชาชนส่วนใหญ่ต้องการให้หยุดทำอะไรที่กระทบต่อสถาบันหลักของชาติและหยุดความพยายามแก้ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 โดยเชื่อว่ามีขบวนการ องค์กรต่างชาติต่างๆ หนุนเบื้องหลังการเคลื่อนไหวของนักวิชาการและนักการเมือง ส่งผลให้รู้สึกสูญเสียความภูมิใจเมื่อนักวิชาการ นักการเมืองบางคนพยายามทำสิ่งที่กระทบต่อสถาบันหลักของชาติ ทางออกคือความชัดเจนให้เห็นในผลสำรวจแล้วว่าทุกฝ่ายควรหยุดก้าวล่วงละเมิด คุกคามสถาบันหลักของชาติ และหันไปทำอะไรอย่างอื่นที่ตอบโจทย์ความต้องการแก้ไขความเดือดร้อนทุกข์ยากของประชาชนจะดีที่สุด.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/91498</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก้าวไกล, ขบวนการต่างชาติอยู่เบื้องหลัง, คารม พลพรกลาง, ซูเปอร์โพล, ม.112, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190725/image_big_5d39714413a8b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>91484</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/01/2021 18:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/01/2021 18:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;คารม&#039; ตอกอดีตนักโทษ ม.112 เปลี่ยนทนายสุดท้ายถูกจำคุก เมิน &#039;โตโต้&#039; กล่าวหาเนรคุณ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30&amp;nbsp;ม.ค.64 - นายคารม พลพรกลาง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมถึงกรณีระบุจุดยืนไม่แก้ไข ป.อาญา ม.112&amp;nbsp;ซึ่งสวนทางจุดยืนพรรค และถูกกระแสวิพากษ์วิจารณ์โจมตี ว่า ตนเคยทำคดี 112 เล่าให้ฟังสั้นๆ ซึ่งเป็นประโยชน์ด้วยคือ ทำให้นายอุทัย สุวรรณเวียง ที่ จ.ร้อยเอ็ด ผมตั้งใจทำ แล้วสุดท้ายคดีนั้นก็แค่รอลงอาญา เป็นชาวบ้าน แล้วผมไม่เคยได้ค่าตอบแทนเลยแม้แต่บาทเดียว ผมเป็นคนร้อยเอ็ด ตอนนั้นก็ไม่ได้จะหวังอะไร ระยะเวลาห่างจากการเลือกตั้งปี 2562 ที่ผมได้เป็น ส.ส.ด้วย และผมไม่ไปตอบโต้คุณโตโต้ (นายปิยรัฐ จงเทพ แกนนำกลุ่มวีโว่ ที่ออกมาวิจารณ์นายคารมว่าเนรคุณ) หลายคนแสดงความเห็นต่างกับคุณโตโต้เยอะ ไม่เป็นไร&amp;rdquo; นายคารม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายคารม ยังกล่าวถึงกรณีที่นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข แกนนำกลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย เขียนจดหมายเปิดผนึกให้พรรคก้าวไกลขับนายคารมพ้นพรรค ว่า นายสมยศถูกกล่าวหากระทำผิด 112 ตนทำคดีนี้เพราะนายสุวิทย์ ทองนวล ทนายความ มาพูดคุยกันทำคดีร่วมกัน ระหว่างทำคดีมีนายมานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ อดีตอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา มาทำคดีนี้ด้วย ที่นายสมยศพูดทำนองว่าตนไม่ใส่ใจคดี คำพูดนี้ตนเสียหาย เขาก็เปลี่ยนทนาย สุดท้ายก็ถูกจำคุก เราเข้าใจ เห็นใจ แต่ไม่อยากไปตอบโต้ เวลาหมอรักษาคนไข้ คนไข้หายก็ชมหมอ เวลาทนายว่าความให้ชนะเขาก็ชม เรื่องนี้สองมุม ตนไม่ไปตอบโต้กล่าวหา &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมก็เห็นใจคุณสมยศที่เขาลำบาก ชื่นชมที่มีอุดมการณ์ แต่ประชาธิปไตยมันต้องเห็นต่างได้ เรื่องการที่ถูกดำเนินคดีแล้วสุดท้ายต้องไปแพ้คดีมันมีเงื่อนไขเยอะ โดยเฉพาะความผิดตาม ม.112 มีอะไรเยอะ เพราะผ่านหลายศาล ศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ ศาลฎีกา ก็มีการกลั่นกรอง จะบอกว่าทนายทำไม่เต็มที่ ทำอะไรอย่างนี้แล้วแต่ ผมทำตอนนั้นก็ไม่ได้เพราะต้องการมีชื่อเสียง ผมทำคดีของกลุ่มแกนนำ นปช. ตอนนั้นก็มีชื่อเสียงอยู่แล้ว อันนี้เนื่องจากเขามาพาดพิงกล่าวหาผม แต่ไม่เป็นไร ถือว่าขณะนี้ผมอยู่ในฐานะเป็น ส.ส. เป็นบุคคลสาธารณะ มีบ้างก็ไม่เป็นไร&amp;rdquo; นายคารม กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าการใช้ ม.112 เราเห็นปัญหาอื่นหรือไม่ และพร้อมพูดคุยเปลี่ยนท่าทีหรือไม่ นายคารม กล่าวว่า &amp;ldquo;ผมมีความเห็นเยอะมาก ลึกซึ้งพอสมควร แต่ไม่อยากอธิบายเพราะมันกระทบเยอะ อันนี้บอกได้เลย จึงไม่เปลี่ยน เอาเป็นว่าไม่ว่าจะปรับเปลี่ยนลักษณะไหนผมไม่เซ็น ผลกระทบผมก็ยอมรับ คือมันพูดไปแล้วเปลี่ยนไม่ได้หรอก อันนี้เป็นเชิงหลักการคือไม่แก้&amp;rdquo;นายคารม กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/91484</URL_LINK>
                <HASHTAG>คารม พลพรกลาง, มาตรา112, สมยศ พฤกษาเกษมสุข</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210129/image_big_6013b1c3a7475.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
