<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>17783</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/09/2018 17:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/09/2018 17:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>  ตลาดหลักทรัพย์ฯ ผนึกพันธมิตรบริษัทจดทะเบียน ลดโลกร้อนผ่าน “Care the Bear”  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;การจัดงานอีเวนต์ในไทยเกิดขึ้นมากมายในแต่ละวัน มีทั้งขนาดใหญ่ไปจนถึงขนาดเล็ก หลายคนคงคาดไม่ถึงว่าการจัดอีเวนต์นั้น จะส่งผลให้เกิดโลกร้อนได้เช่นกัน เนื่องจากมีการใช้พลังงานและทรัพยากรเป็นจำนวนมาก ยิ่งเป็นงานใหญ่ๆ ก็ยิ่งใช้ทรัพยากรมากขึ้นเป็นเงาตามตัว จึงเป็นที่มาที่ทำให้ตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้ร่วมกับ 22 องค์กรพันธมิตร อาทิ ธนาคารกรุงเทพ โฮมโปร ทรูคอร์ปอเรชั่น ไร่รื่นรมย์ ทีเส็บ อบก. ทิสโก้ บางกอกแอร์เวย์ ฯลฯ เปิดโครงการ &amp;ldquo;Care the Bear: Change the Climate Change by Eco Event&amp;rdquo; ส่งเสริมการลดปัญหาโลกร้อนด้วยการลดคาร์บอนฟุตพรินท์ จากการจัดกิจกรรมหรือจัดอีเวนต์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดร.กฤษฎา เสกตระกูล รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานพัฒนาความรู้ตลาดทุน และหัวหน้าสายงานพัฒนาธุรกิจเพื่อความยั่งยืน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า ปัจจุบันภาคธุรกิจและภาคสังคมต่างเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ที่ส่งผลต่อการประกอบธุรกิจและการใช้ชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะสภาวะโลกร้อน ซึ่งจากข้อมูลล่าสุดขององค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก ปี 2556 ประเทศไทยปล่อยก๊าซเรือนกระจกราว 350 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์ต่อปี สูงเป็นอันดับ 21 ของโลก ในภาคธุรกิจก็มีความสำคัญอย่างมากต่อการปล่อยก๊าซเรือนกระจก จึงได้ผนึกกำลังกับองค์กรหน่วยงานเอกชนต่างๆ กว่า 22 องค์กร ซึ่งแต่ละองค์กรมักจะมีการจัดงานอีเวนต์ในแต่ละปีมากกว่า 1 ครั้ง โดยริเริ่มโครงการเพื่อลดปัญหาโลกร้อนด้วยการจัดอีเวนต์แบบ Eco Event เป็นการร่วมสร้างความเปลี่ยนแปลงในมิติของผู้บริโภคให้มีส่วนขับเคลื่อนการลดสภาวะโลกร้อน สอดรับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ ข้อที่ 13 &amp;ldquo;Climate Action&amp;rdquo; หรือเร่งต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและผลกระทบที่เกิดขึ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดร.กฤษฎากล่าวต่อว่า ในโครงการนี้ได้ตั้งองค์ประกอบการทำงานขององค์กรพันธมิตรที่รวมไว้ 6 เรื่อง ได้แก่ 1.รณรงค์ให้เดินทางโดยรถสาธารณะหรือเดินทางมาร่วมกัน 2.ลดการใช้กระดาษและพลาสติกจากเอกสารต่างๆ และบรรจุภัณฑ์ 3.งดการใช้โฟมจากบรรจุภัณฑ์ หรือโฟมเพื่อการตกแต่งสถานที่จัดงาน 4.ลดการใช้พลังงานจากอุปกรณ์ไฟฟ้าหรือเปลี่ยนไปใช้อุปกรณ์ประหยัดพลังงาน 5.ออกแบบโดยใช้วัสดุตกแต่งที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ 6.ลดขยะจากอาหารเหลือทิ้ง ทั้งนี้ตลาดหลักทรัพย์ฯ ยังได้ร่วมกับองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก เดินสายให้ความรู้แก่องค์กรพันธมิตรและบริษัทจดทะเบียนแล้วร่วม 20 บริษัท ในการนำไปปฏิบัติเพื่อผลลัพธ์ ทั้งการลดโลกร้อน ลดค่าใช้จ่ายการดำเนินงาน และเพิ่มประสิทธิภาพในการประกอบธุรกิจ นอกจากนี้ ยังมุ่งขยายโครงการ ไปสู่พันธมิตรภาคตลาดทุนในวงกว้าง คาดว่าจะช่วยลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 2,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี หรือเทียบเท่าการปลูกป่า 2,000 ไร่ เพื่อดูดซับก๊าซเรือนกระจก สอดคล้องนโยบายรัฐที่เข้าร่วมเป็นภาคีความตกลงปารีส เมื่อปี 2559 โดยมีเป้าหมายให้ประเทศไทยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลง 20-25% ภายในปี 2573 โครงการนี้จึงถือเป็นจุดเริ่มต้นของภาคตลาดทุนในการมีส่วนร่วมลดโลกร้อน นอกเหนือจากกระบวนการผลิตและการบริหารจัดการองค์กร เพื่อร่วมสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ดีให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประเสริฐสุข จามรมาน ผอ.องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ขณะที่นางประเสริฐสุข จามรมาน ผู้อำนวยการ องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก. กล่าวว่า การเริ่มต้นจากเรื่องเล็กๆ ก็ถือว่ามีส่วนช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก อย่างงานอีเวนต์ที่คนไทยชอบ ไม่ว่าจะการขายของ ตลาดนัด ซึ่งแน่นอนว่าล้วนส่งผลต่อการทำให้เกิดโลกร้อนทั้งสิ้น ทั้งการใช้ทรัพยากร พลังงาน หรือแม้แต่การก่อให้เกิดขยะ หากช่วยกันตระหนักผ่านกิจกรรมนี้จะเป็นสิ่งที่ช่วยบ้านเมืองได้ &amp;nbsp;รัฐบาลเองก็มีประกาศแน่ชัดว่า ไทยต้องลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก 111 ล้านตันให้ได้ในปี 2573 แล้วเราก็ไปร่วมกับประเทศอื่นๆ ว่าจะช่วยกันทำให้อุณหภูมิไม่เพิ่มขึ้น 2 องศา ในปี 2558 ที่ผ่านมาเราก็พยายามลดได้แล้ว 40 ล้านตัน ก็ต้องพยายามกันต่อ ขยับตัวเลขขึ้นเรื่อยๆ ที่สำคัญถ้าก๊าซมีปริมาณมาก อุณหภูมิสูงก็ส่งผลกระทบต่อหลายด้าน เช่น ผลผลิตทางการเกษตร แต่ที่สำคัญมากๆ คือสุขภาพ อนามัย ขณะนี้โรคไข้เลือดออกได้กลับมาใหม่อีกครั้ง รุนแรงมากขึ้นกว่าเดิม และพบในหลายสถานที่มากขึ้น ซึ่งงานวิจัยของกระทรวงสาธารณสุขก็ยืนยันว่าความร้อนหรืออุณหภูมิที่สูงขึ้นทำให้เชื้อโรคพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องที่ใกล้ตัวและเป็นเรื่องที่อยู่ในชีวิตประจำวันเราทั้งนั้น ส่วนผลกระทบด้านอื่นๆ เราก็จะเห็นภาพกันชัดเจนอยู่แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เรื่องคำนวณปล่อยก๊าซเรือนกระจก หรือคาร์บอนฟุตพรินท์ ในอุตสาหกรรมโรงงานต่างๆ เขาทำอยู่แล้ว แต่ในองค์กรเอกชนหลายแห่งยังไม่ได้ทำ ก็อยากให้เริ่มกันตั้งแต่ในองค์กร เริ่มจากตัวบุคคล แล้วก็เริ่มในกิจกรรมการทำงาน ปัญหาโลกร้อน 70% มาจากพลังงาน แล้วก็การเกษตร ต่อมาควรตระหนักเรื่องของอาหาร ที่ไม่ควรทานให้เหลือ เพราะมันกลายเป็นขยะที่มีก๊าซมีเทน ส่วนประกอบของก๊าซเรือนกระจก เรื่องนี้น่าห่วงมาก เพราะไทยเราพบขยะมากมายตามชุมชนต่างๆ ซึ่งเป็นปัญหาหลักของประเทศกำลังพัฒนาเลย&amp;quot; นางประเสริฐสุขกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในส่วนขององค์กรที่เข้าร่วมโครงการ สำนักงานส่งเสริมการจัดการประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็ป (TCEB) เป็นองค์กรที่มีการจัดนิทรรศการ แสดงสินค้าขนาดใหญ่ ถือเป็นกิจกรรมการทำงานที่มีการใช้พลังงานและทรัพยากรมากพอสมควร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางศุภวรรณ ตีระรัตน์ รองผู้อำนวยการสายงานพัฒนาและนวัตกรรม ทีเส็ป กล่าวว่า อุตสาหกรรมไมซ์ หรือการจัดประชุมและแสดงสินค้า อีเวนต์ใหญ่ในบ้านเราเติบโตค่อนข้างสูง ไทยเป็นที่หนึ่งในอาเซียนมีชื่อเสียงการจัดงานใหญ่ และอยู่อันดับต้นๆ ของโลก ทีเส็ปเองก็ได้ตระหนักเรื่องการลดโลกร้อนเสมอมา เช่น ลดการใช้กระดาษ หันมาใช้แอปพลิเคชันแทน หากมีงานสัมมนาก็จะมีให้ดาวน์โหลดเอกสารผ่านแอปพลิเคชันหรือเว็บไซต์ &amp;nbsp;ข้อมูลการสำรวจการเข้างาน ก็ทำผ่านแอปพลิเคชัน และการรณรงค์ให้มาร่วมงานด้วยการขนส่งสาธารณะ รวมทั้งเลือกสถานที่เดินทางสะะดวก เช่น ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ สะดวกที่เดินทางโดยรถไฟฟ้า อีกเรื่องที่เพิ่งตระหนักคืออาหารเหลือ ตอนนี้ทีเส็ปก็กำลังพยายามเร่งรณรงค์ แล้วก็พัฒนาแอปพลิเคชันในการช่วยคำนวณค่าการลดก๊าซผ่านการจัดงาน จะได้รับรู้ว่าเราช่วยลดปล่อยก๊าซได้เท่าไหร่ในการดำเนินงานแต่ละครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้านนางสาวมาริสา สุโกศล หนุนภักดี อุปนายก ประธานฝ่ายสิ่งแวดล้อม สมาคมโรงแรมไทย กล่าวว่า ในธุรกิจโรงแรม มีการรณรงค์ให้หลายโรงแรมเข้ามารับรองเป็นกรีนโฮเทล เพื่อพัฒนาให้โรงแรมไทยมีศักยภาพในการแข่งขันกับโรงแรมต่างประเทศ ตั้งแต่การบริหารจัดการภายในที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มีการใช้หลอดไฟแอลอีดี ปรัปอุณหภูมิในห้องพักให้เป็น 25 องศา ส่วนอาหารที่เหลือจากภัตตาคารก็มีนำไปมอบให้กับสถานที่เลี้ยงเด็กกำพร้า หรือสถานที่ที่เขาต้องการ ต่อไปก็จะคำนวณคาร์บอนฟุตพรินท์ แม้จะเป็นการดำเนินงานที่ยากสำหรับคนทำงานโรงแรม แต่ก็จะพยายามทำเพราะว่าหลายประเทศทำแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17783</URL_LINK>
                <HASHTAG>Care the Bear, คาร์บอนฟุตพรินท์, ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย, พลาสติกใช้ครั้งเดียวทิ้ง, ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก, องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180917/image_big_5b9f7ed593266.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>1117</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/03/2026 10:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/01/2018 19:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>  &#039;สามพราน ริเวอร์ไซด์&#039; ต้นแบบจัดการFood Waste ธุรกิจโรงแรม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ปฏิเสธไม่ได้ว่าธุรกิจโรงแรม เป็นหนึ่งในธุรกิจที่ก่อผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม &amp;nbsp;ทั้งจากการใช้พลังงานและทรัพยากรมหาศาล &amp;nbsp;เพื่อสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้บริการ นอกจากนี้ยังมีอาหารและวัตถุดิบที่เหลือทิ้งปริมาณมาก &amp;nbsp; แต่ปัจจุบันหลายโรงแรมเริ่มตระหนักถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นจากอาหารหรือวัตถุดิบที่เหลือทิ้ง และเริ่มลงมือในการจัดระบบการจัดการขยะที่เกิดจากอาหารและการบริหารจัดการกับวัตถุดิบที่นำมาใช้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โรงแรม สามพราน ริเวอร์ไซด์ เป็นหนึ่งในโรงแรม ที่หันมาดำเนินธุรกิจตามแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน คำนึงถึงความสมดุลของเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม และการมุ่งสู่การเป็นโรงแรมคาร์บอนต่ำอย่างจริงจัง จึงได้เข้าร่วมโครงการลดของเสียจากการให้บริการอาหาร (Food Waste prevention) กับบริษัท LightBlue Environmental Consulting &amp;nbsp;โดยได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ สสปน. เพื่อลดปริมาณขยะที่เกิดจากการให้บิการอาหารของโรงแรม และลดผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม จนได้รับการรับรองมาตรฐานการลดของเสียจากการให้บริการอาหาร หรือมาตรฐานฟู้ดเวสท์ (Food Waste Prevention)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อรุษ นวราช ผู้บริหารสามพราน ริเวอร์ไซด์ เดินหน้าลดคาร์บอนฟุตพรินท์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อรุษ นวราช กรรมการผู้จัดการ สามพราน ริเวอร์ไซด์ เผยว่า ได้เริ่มทำโครงการโรงแรมคาร์บอนด์ต่ำมาตั้งแต่เดือน พฤศจิกายน ปี 2559 &amp;nbsp;หนึ่งปีที่ผ่านมาได้ปรับดำเนินงานภายใน รณรงค์ให้ความรู้ สร้างจิตสำนึก และสร้างการมีส่วนร่วมของผู้บริหารและพนักงาน &amp;nbsp;เพื่อร่วมกันปฏิบัติตามแนวทางโครงการเพื่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นการดำเนินการทำทั้งระบบนิเวศน์ &amp;nbsp;อีกทั้งเชื่อมโยงกับการ&amp;quot;ดำเนินงานสามพรานโมเดล &amp;quot;ซึ่งสนับสนุนเกษตรกร ที่เป็นเครือข่าย ปลูกพืชผักที่เป็นเกษตรอินทรีย์ &amp;nbsp;และทางโรงแรมยังรับซื้อโดยรับซื้อข้าว ผัก ผลไม้ เนื้อสัตว์ จากเกษตรกรในเครือข่าย &amp;nbsp;คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 70 % ของอาหารที่ปรุงให้กับแขกผู้มาใช้บริการและพนักงาน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โรงแรมรับซื้่อข้าว ผักผลไม้่อินทรีย์จากเกษตรกร ช่วยตรักษาสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้บริหารสามพรานริเวอร์ไซด์ กล่าวต่อว่า ซึ่งโครงการ Food waste หรือการลดขยะจากอาหาร &amp;nbsp;ได้สอดรับและเสริมจุดแข็งให้กับโครงการสามพรานโมเดลได้อย่างดี &amp;nbsp;อีกทั้งยังสะท้อนให้เห็นถึงการใช้วัตถุดิบอินทรีย์อย่างคุ้มค่า เพราะการทำเกษตรแบบอินทรีย์ไม่ใช้สารเคมี ไม่ใช่เรื่องง่าย รวมทั้ง การรับซื้อวัตถุดิบตรงจากเกษตรกรที่ทำเกษตรอินทรีย์ ก็มีต้นทุนสูงกว่าสินค้าทั่้วไป &amp;nbsp;ขณะเดียวกันโรงแรมไม่มีเศษอาหารเหลือขายออกไปข้างนอก ทำให้ลดการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงในระบบขนส่ง &amp;nbsp;ช่วยลดคาร์บอนฟุตพรินท์ อย่างไรก็ตาม หัวใจหลักของดำเนินงานโครงการไปสู่ความสำเร็จก็คือ การจดบันทึก ซึ่งเป็นสิ่งที่สร้างความตื่นตัวให้กับผู้มีส่วนร่วมทุกภาคส่วนและที่สำคัญก็คือการมีส่วนร่วมของพนักงานในการรับรู้ถึงปริมาณขยะที่ถูกนำไปทิ้งในแต่ละวันด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;จากการเก็บข้อมูลทำให้เรารู้ว่า&amp;nbsp;


fifa356 ขยะจากอาหารเหล่านั้นเกิดจาก 4 สาเหตุใหญ่ คือ 1. เศษอาหารเน่าเสียจากการเก็บรักษา เนื่องจากหมดอายุ หรือซื้อมาไว้มากเกินไป &amp;nbsp;2. เศษอาหาร ที่ต้องทิ้งจากการเตรียมทำอาหาร เช่นการหั่น การเด็ด การตัด &amp;nbsp;พืชผัก ผลไม้ ซึ่งทั้ง ทั้ง 2 ข้อรวมกับเท่ากับ 10 % &amp;nbsp; 3. เศษอาหารที่เหลือจากจานลูกค้า มีมากถึง 60% เพราะตักปริมาณเยอะไป และกินไม่หมด และ 4. เศษอาหารที่เหลือจากบุฟเฟต์ไลน์ มีปริมาณถึง 30 % &amp;nbsp;เนื่องจากทำอาหารมากเกินไป &amp;nbsp;โดยเฉลี่ยมีขยะอาหารของโรงแรมถูกทิ้งไปมากถึง 140 กิโลกรัมต่อวัน&amp;rdquo; อรุษ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากสาเหตุการเกิดขยะที่มาจากอาหารเหลือทิ้ง ทำให้โรงแรมสามพราน ริเวอร์ไซด์ ได้ดำเนินการจัดการทั้งหมด 4 ขั้นตอนคือ 1. การเก็บรักษาของในห้องเย็น ซึ่งทำให้ของเสียน้อยลง เช่นผัก หมู &amp;nbsp;2.การนำวัตถุดิบที่ไม่สามารถนำไปปรุงอาหาร แปรรูปให้เป็นอย่างอื่นเช่น มะเขือเทศก็นำมาทำซอสมะเขือเทศแทน 3. อาหารเหลือจากลูกค้า ซึ่งยอมรับว่ามีความยากและท้าทาย ในการสร้างการรับรู้ให้ผู้บริโภคว่าไม่ควรกินเหลือจนเป็นขยะอาหาร &amp;nbsp; ที่ผ่านมา โรงแรมได้ทำการ์ดวางตามโต๊ะอาหาร สื่อสารคุณค่าของอาหาร และเพื่อลดปริมาณขยะ และการสื่อไปสารอีกว่าปริมาณอาหารที่เหลือ &amp;nbsp;สามามรถนำ ไปช่วยเหลือผู้ยากไร้ได้มากกว่า 140 คนต่อวัน และยังได้จำแนกขยะออกเป็น 8 ประเภท เช่น โปรตีน เศษผัก ผลไม้เปรี้ยว หวาน เนื้อ เพื่อนำไปทำปุ๋ยหมักแทนการซื้อ &amp;nbsp; &amp;nbsp;และ 4. ของเหลือจากบุฟเฟต์ไลน์ คือทำให้พอดีกับลูกค้า&amp;nbsp;


bnk789 &amp;nbsp;หากขาดก็สามารถทำให้ลูกค้าทานใหม่ได้ เพื่อไม่ให้มีอาหารทิ้งในปริมาณมาก เพราะตามกฎของโรงแรมคือห้ามพนักงานนำอาหารกลับไปกินเอง ดังนั้น เวลาอาหารเหลือจึงต้องถูกทิ้งทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ระบบจัดการอาหารในโรงแรม ลดขยะให้มากที่สุด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ผลของการดำเนินการ 4 ข้อ ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา ทำให้สามพราน ริเวอร์ไซด์ ประสบความสำเร็จสามารถประหยัดต้นทุนจัดซื้ออาหารราว 2 ล้านบาท &amp;nbsp;และสามารถการนำเข้าวัตถุดิบจากเกษตรกร 80 % นอกจากนี้ยังสามารถจัดการขยะที่เกิดขึ้นภายในโรงแรมได้หมด 100 % &amp;nbsp;และนำไปเพิ่มมูลค่าในการเลี้ยงไส้เดือน เลี้ยงหมูเลี้ยงเป็ด ทำปุ๋ยหมักใช้ในแปลงเกษตรอินทรีย์ และผลิตน้ำมันไบโอดีเซลให้กับพาหนะของโรงแรม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ในปีที่ 2 ของการดำเนินโครงการฯ ทางสามพรานก็มุ่งหวังที่จะเข้าถึงกลุ่มลูกค้ามากขึ้น เพื่อให้ลูกค้าได้มีส่วนร่วมในการรักษาสิ่งล้อม เพราะลูกค้าคือผู้ที่มาใช้บริการ แต่อีกสถานะหนึ่งลูกค้าก็คือผู้บริโภค ซึ่งมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการร่วมมือ และยังสามารถเรียนรู้แนวทางในการช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมไปกับเราได้&amp;nbsp;


สล็อตลองฟรี อีกทั้งยังคาดหวังว่าจะเป็นแบบอย่างในการขับเคลื่อนระบบการจัดการอาหารภายในโรงแรม เพื่อให้เกิดความยั่งยืน ทั้งเกษตร ผู้บริโภค เป็นแหล่งเรียนรู้ และส่งเสริมการท่องเที่ยวของไทยแบบ Organic Tourism ได้อีกด้วย&amp;rdquo; อรุษ กล่าวทิ้งท้าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้าน &amp;nbsp;Mr.Benjamin Lephilibert กรรมการผู้จัดการ บริษัทที่ปรึกษาด้านสิ่งแวดล้อมไลท์บลู กล่าวว่า จากความสำเร็จของสามพราน ริเวอร์ไซด์ ที่สามารถปฏิบัติตามแนวทางการจัดการของเสียจากกระบวนการให้บริการอาหาร จนเกิดผลเป็นรูปธรรม ไม่เฉพาะต่อสิ่งแวดล้อม และเห็นตัวเลขต้นทุนที่ปรากฎชัดเจน แต่ยังเกิดผลดีต่อพนักงานในองค์กร มีจิตสำนึก มีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนจนเกิดความเปลี่ยนแปลงในทางที่ดี &amp;nbsp;ซึ่งเชื่อว่าจะทำให้ภาคธุรกิจและโรงแรมอื่นๆ มีความมั่นใจในมาตรฐาน &amp;nbsp;และได้รับการยอมรับจากองค์กรสำคัญของโลกรวมถึงองค์การสหประชาชาติมากขึ้น และมีต้นแบบในการเรียนรู้ เพื่อให้สามารถลดปริมาณขยะอาหารจากการบริการอาหารได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปุ๋ยหมักจากเศษอาหารในสามพราน ริเวอร์ไซด์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม สามพราน ริเวอร์ไซด์ ยินดีอย่างยิ่งที่จะเป็นต้นแบบถ่ายทอดโมเดลการทำ ฟู้ดเวสท์ &amp;nbsp;เพื่อให้โรงแรมต่างๆได้เข้าสู่การรับรองมาตรฐานในการมีส่วนร่วมรักษาสิ่งแวดล้อมหรือผู้ที่สนใจสามารถเข้าศึกษาดูงานได้โดยสอบถาม รายละเอียดเพิ่มเติม ติดต่อ โทร (034) 322 588 - 93.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/1117</URL_LINK>
                <HASHTAG>Food Waste, คาร์บอนฟุตพรินท์, เกษตรอินทรีย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180115/5a5c98dd14a0e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
