<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>112254</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/08/2021 21:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/08/2021 21:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตอลิบันวางคาร์บอมบ์โจมตีบ้านรมว.กลาโหมอัฟกัน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;กลุ่มตอลิบันวางระเบิดรถยนต์โจมตีกรุงคาบูลครั้งรุนแรงที่สุดในรอบหลายเดือนเมื่อวันอังคาร เป้าหมายคือรัฐมนตรีกลาโหมอัฟกานิสถาน เป็นเหตุให้มีคนเสียชีวิต 8 คน แต่รัฐมนตรีปลอดภัย โฆษกประกาศกร้าวเมื่อวันพุธว่าเป็นการเอาคืนปฏิบัติการถล่มทางอากาศของกองทัพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รถยนต์และอาคารที่เสียหายจากแรงระเบิดใกล้บ้านของรัฐมนตรีกลาโหมในกรุงคาบูล หลังจากตอลิบันโจมตีเมื่อวันอังคาร (Sayed Khodaiberdi Sadat/Anadolu Agency via Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นักรบตอลิบันวางระเบิดรถยนต์และใช้อาวุธปืนยิงถล่มบ้านของบิสมิลลาห์ โมฮัมมาดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เมื่อวันอังคารที่ 3 สิงหาคม ซาบิฮุลลาห์ มูจาฮิด โฆษกของตอลิบัน ออกแถลงการณ์ผ่านโซเชียลมีเดียในวันพุธว่า การโจมตีครั้งนี้เป็นการเริ่มต้นของปฏิบัติการเอาคืนพวกผู้นำรัฐบาลอัฟกานิสถานและผู้เกี่ยวข้องกับการสั่งการโจมตีและบอมบ์ทางอากาศพื้นที่ต่างๆ ของประเทศนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีกล่าวว่า เกิดเหตุรุนแรงเพิ่มขึ้นทั่วประเทศอัฟกานิสถานตั้งแต่ต้นเดือนพฤษภาคม เมื่อกลุ่มตอลิบันเริ่มปฏิบัติการโจมตีทันทีที่กองกำลังต่างชาตินำโดยสหรัฐ เริ่มถอนทหารออกจากอัฟกานิสถาน การต่อสู้ส่วนใหญ่เกิดในภาคใต้และตะวันตกของประเทศ เหตุการณ์เมื่อวันอังคารเป็นความรุนแรงในกรุงคาบูลครั้งใหญ่สุดในรอบหลายเดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวเอเอฟพีรายงานว่า ระเบิดที่เกิดขึ้นลูกแรกใจกลางกรุงคาบูลก่อกลุ่มควันหนาทึบพวยพุ่งสู่ท้องฟ้า จากนั้นไม่ถึง 2 ชั่วโมง มีเสียงระเบิดดังอีกลูก ตามด้วยเสียงระเบิดขนาดเบากว่าอีกหลายครั้งและเสียงปืนดังรัว ใกล้กับเขตกรีนโซนที่มีการรักษาความปลอดภัยอย่างแน่นหนาและเป็นที่ตั้งของสถานทูตหลายแห่ง รวมถึงของสหรัฐ เจ้าหน้าที่ความมั่นคงกล่าวว่า มีคนสังเวยชีวิตอย่างน้อย 4 คน บาดเจ็บ 20 คนจากเหตุรุนแรงครั้งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษกกระทรวงมหาดไทยเปิดเผยในเวลาต่อมาว่า โมฮัมมาดีปลอดภัย หน่วยความมั่นคงสามารถสังหารกลุ่มคนร้าย โดยมีคนเสียชีวิตอย่างต่ำ 8 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โมฮัมมาดีกล่าวทางวีดีโอว่า การโจมตีครั้งนี้เป็นคาร์บอมบ์ฆ่าตัวตายที่มีเป้าหมายเป็นบ้านของเขา และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่บ้านของเขาบางคนได้รับบาดเจ็บ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แหล่งข่าวความมั่นคงรายหนึ่งกล่าวด้วยว่า คนร้ายหลายคนบุกเข้าบ้านของ ส.ส.รายหนึ่ง หลังจากจุดระเบิดรถยนต์ คนร้ายยิงถล่มบ้านรัฐมนตรีจากที่นั่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หน่วยความมั่นคงยังคงปิดกั้นพื้นที่เกิดเหตุในวันพุธ ทหารหลายนายสำรวจอาคารและรถยนต์ที่เสียหายจากแรงระเบิด พื้นที่นั้นเต็มไปด้วยซากปรักหักพังและบนพื้นบางจุดยังมีคราบเลือด ตำรวจอัฟกันกล่าวด้วยว่า วันพุธยังมีระเบิดขนาดเล็กเกิดขึ้นอีกในคาบูล ทำให้มีคนบาดเจ็บ 3 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การก่อเหตุโจมตีของตอลิบันเกิดขึ้นหลังจากกองทัพอัฟกันเปิดปฏิบัติการตีโต้พวกนักรบในเมืองลัชการ์กาห์ทางภาคใต้ โดยทหารขอให้ประชาชนอพยพออกจากเมืองนี้ในวันอังคารเพื่อเตรียมปฏิบัติการรุก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตอลิบันอาศัยความได้เปรียบช่วงสุญญากาศด้านความมั่นคงที่เกิดขึ้นหลังจากสหรัฐถอนกำลังทหารออกจากประเทศนี้ และเปิดฉากรุกโจมตียึดพื้นที่กว้างใหญ่ในเขตชนบทและเมืองชายแดนที่สำคัญๆ ไว้ได้ ตอนนี้ตอลิบันกำลังพยายามยึดเมืองต่างๆ โดยมีการสู้รบอย่างดุเดือดกับทหารอัฟกันใกล้เมืองเฮรัตใกล้ชายแดนอิหร่านในฝั่งตะวันตกมาเป็นสัปดาห์แล้ว รวมถึงเมืองลัชการ์กาห์และกันดะฮาร์ในภาคใต้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112254</URL_LINK>
                <HASHTAG>คาร์บอมบ์, ตอลิบันโจมตีคาบูล, รัฐมนตรีกลาโหมอัฟกัน, อัฟกานิสถาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210804/image_big_610aa12300e74.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>102291</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/05/2021 14:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/05/2021 14:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เหี้ยมผิดมนุษย์ คาร์บอมบ์นอกโรงเรียนสตรีอัฟกัน ดับ58 เจ็บ150</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เกิดเหตุคาร์บอมบ์ด้านนอกโรงเรียนสตรีในกรุงคาบูลเมื่อเย็นวันเสาร์ เด็กหญิงหนีตายกันอลหม่านก่อนคนร้ายจะจุดชนวนระเบิดซ้ำอีก 2 ลูก ยอดสังเวยล่าสุดในวันอาทิตย์เพิ่มเป็น 58 ศพ&amp;nbsp;เกือบทั้งหมดเป็นเด็กนักเรียนหญิง เจ็บอย่างน้อย 150 คน รัฐบาลโทษฝีมือกลุ่มตอลิบัน แต่อิสลามิสต์กลุ่มนี้ปฏิเสธ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานล่าสุดของรอยเตอร์และเอเอฟพีเมื่อวันอาทิตย์ที่ 9 พฤษภาคม กล่าวว่า เกิดระเบิดหลายลูกที่ด้านนอกโรงเรียนซาอิดอัลชูฮาดา ในเขตดาชต์-อี-บาร์ชี ย่านของชาวฮาซาราที่เป็นชาวมุสลิมนิกายชีอะห์ทางตะวันตกของกรุงคาบูลเมื่อช่วงเย็นวันเสาร์ที่ผ่านมา ในช่วงเวลาที่นักเรียนหญิงเลิกเรียนและกำลังเตรียมตัวกลับบ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทาเร็ก อาเรียน รัฐมนตรีมหาดไทย กล่าวว่า ระเบิดลูกแรกเป็นคาร์บอมบ์ ระเบิดขึ้นด้านหน้าโรงเรียน และเมื่อเด็กนักเรียนหนีกันอย่างแตกตื่น ก็เกิดระเบิดตามมาอีก 2 ลูก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่อัฟกันกล่าวเมื่ออาทิตย์ว่า จำนวนผู้เสียชีวิตล่าสุดเพิ่มเป็น 58 คนแล้ว ขณะที่แพทย์กำลังพยายามให้การรักษาผู้บาดเจ็บที่มีไม่น้อยกว่า 150 คน รอยเตอร์อ้างผู้เห็นเหตุการณ์รายหนึ่งว่า ผู้เสียชีวิตเกือบทั้งหมดเป็นนักเรียนหญิง ยกเว้นแค่ 7-8 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานาธิบดีอัชราฟ กานี ของอัฟกานิสถาน กล่าวโทษกลุ่มตอลิบันว่าอยู่เบื้องหลังระเบิดครั้งนี้ แต่โฆษกของตอลิบันปฏิเสธความเกี่ยวข้อง และว่ากลุ่มตนประณามการโจมตีพลเรือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหตุการณ์นี้ซึ่งเป็นการโจมตีนองเลือดที่สุดในรอบกว่า 1 ปีของอัฟกานิสถาน เกิดขึ้น 1 สัปดาห์หลังจากกองทัพสหรัฐและนาโตเริ่มถอนกำลังทหารที่เหลือออกจากอัฟกานิสถาน โดยสหรัฐกำหนดจะปฏิบัติภารกิจถอนทหาร 2,500 นายให้เสร็จสิ้นภายในวันที่ 11 กันยายน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นับแต่ทหารต่างชาติเริ่มถอนตัวออกจากอัฟกานิสถาน การสู้รบระหว่างกองกำลังความมั่นคงอัฟกันกับนักรบตอลิบันก็ทวีความรุนแรงขึ้น เมื่อทั้งสองฝ่ายกำลังพยายามควบคุมศูนย์กลางที่มีความสำคัญทางยุทธศาสตร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ย่านดาชต์-อี-บาร์ชีตกเป็นเป้าหมายการโจมตีของพวกนักรบอิสลามิสต์สุหนี่เป็นประจำ เมื่อเดือนพฤษภาคมปีที่แล้ว กลุ่มมือปืนโจมตีโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในพื้นที่นี้อย่างอุกอาจกลางวันแสกๆ ฆ่าเหยื่อถึง 25 คน รวมถึงแม่ที่เพิ่งคลอด 16 คน ต่อมาวันที่ 24 ตุลาคม มือระเบิดจุดชนวนระเบิดฆ่าตัวตายที่ศูนย์ฝึกสอนแห่งหนึ่ง ฆ่าเหยื่อ 18 คน ทั้งหมดนี้ไม่มีกลุ่มใดประกาศว่าอยู่เบื้องหลัง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102291</URL_LINK>
                <HASHTAG>คาร์บอมบ์, ตอลิบัน, อัฟกานิสถาน, เขตดาชต์-อี-บาร์ชี, โรงเรียนสตรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210509/image_big_60978bfbf0b70.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>96041</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/03/2021 17:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/03/2021 17:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตร.ยะลารวบผู้ต้องสงสัยซุกคาร์บอมบ์หลังโรงพักรามัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 มี.ค.64-ความคืบหน้ากรณีคนร้ายจำนวน 5 คน ปล้นรถกระบะยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีโก้ สีบรอนซ์เทาหมายเลขทะเบียน บฉ 3897 ยะลา ของบริษัทบริษัทขนส่งชื่อดังแห่งหนึ่ง แล้วนำไปประกอบระเบิดแสวงเครื่อง บรรจุในถังแก๊สปิคนิค จำนวน 2 ลูก และบรรจุระเบิดไว้ในกระป๋องสเปรย์ จำนวน 1 ลูก นำไปจอดทิ้งไว้ ด้านหลัง สภ.รามัน จ.ยะลา ถนนจรูญวิถี ตำบลกายูบอเกาะ อำเภอรามัน จังหวัดยะลา ก่อนที่เจ้าหน้าที่ ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดตำรวจภูธรยะลา จะสามารถเข้าเก็บกู้ได้ทันอย่างปลอดภัย เหตุเกิดเมื่อวันที่ 12 มี.ค.64 ที่ผ่านมานั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุดเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง สนธิกำลังปิดล้อมตรวจค้นในพื้นที่บ้านบือแน หมู่ 4 ตำบลบุดี อำเภอเมืองยะลา ก่อนเชิญตัวนายอับดุลรามัน อายุ 54 ปี &amp;nbsp;ไปยังศูนย์ซักถาม หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 41 &amp;nbsp; หลังเชื่อว่าบุคคลรายนี้ต้องสงสัยว่ามีส่วนพัวพันกับเหตุปล้นรถของบริษัทขนส่งชื่อดัง แล้วนำไปบรรจุระเบิด เพื่อเตรียมก่อเหตุคาร์บอมบ์บริเวณแฟลตตำรวจหลังสภ.รามัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;
นอกจากนั้นเจ้าหน้าที่ยังได้เดินทางไปยังบ้านเช่าเลขที่ 8/14-15 หมู่ที่ 1 บ้านบุดี ตำบลบุดี อ.เมืองยะลา หลังสืบทราบว่าคนร้ายขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีมายังบ้านหลังดังกล่าว &amp;nbsp;ซึ่งภายในบ้าน เจ้าหน้าที่พบรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อซูซูกิ รุ่น สแมช 110 ซีซี สีดำไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ใกล้กันพบหมวกกันน็อค สีแดง ตั้งอยู่ สำหรับรถจักรยานยนต์คันดังกล่าวคนร้ายได้ใช้สีสเปรย์สีดำพ่นทับสีเดิมซึ่งเป็นสีน้ำเงิน &amp;nbsp;ขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานที่ 10 ยะลา นำไปตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าของบ้านเช่า เล่าว่า ได้มาที่บ้านหลังนี้เพื่อที่จะติดต่อผู้เช่าบ้าน เพราะยังไม่ได้ทำสัญญาบ้านเช่ากัน และผ่านมาหลายวันแล้ว หลังจากเคาะประตูบ้านก็ไม่มีใครมาเปิดประตูบ้าน จึงใช้กุญแจสำรองเปิดเข้าไปดู ก็ไม่พบใคร แต่มีรถจักรยานยนต์จอดอยู่ในลักษณะที่ผิดปกติ จึงได้แจ้งไปยังผู้ใหญ่บ้าน และกำนันเข้ามาตรวจสอบ ซึ่งวันที่มาติดต่อเขาก็ให้เงิน 3,000 บาท หลังจากนั้นตนและภรรยาก็ไม่ได้มาดูก็เข้าใจว่าเขามาอยู่แล้ว ถามคนข้างบ้านเขาบอกว่าไม่เห็นใครเข้าใจว่าคนข้างบ้านไม่สังเกต แกอาจจะไปตัดยางตอนกลางวัน กลางคืนก็อาจจะปิดประตูเข้านอน แต่ก็ไม่รู้ว่ารถจักรยานยนต์คันนี้มาช่วงไหนเวลาเท่าไหร่ ก็ไม่รู้จริงๆ มาเจอในวันนี้ ตนเองก็กลัวจึงไปแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อความปลอดภัยของครอบครัวด้วย
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96041</URL_LINK>
                <HASHTAG>คาร์บอมบ์, ตำรวจยะลา, โจรใต้, โรงพักรามัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210314/image_big_604de5263ce37.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>95861</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/03/2021 17:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/03/2021 17:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หวิด วินาศสันตะโร! กู้ระทึกคาร์บอมบ์ 20 กิโลซุกหลัง สภ.รามัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 มี.ค.64 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 11.30 น. &amp;nbsp;พนักงานบริษัทขนส่งสินค้าชื่อดังแห่งหนึ่ง ได้เดินทางเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรเมืองยะลา ว่า เมื่อเวลา 09.30 น. ที่ผ่านมา ขณะขับรถยนต์กระบะ ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีโก้ สีบอรนซ์เทา แบบตอนเดียว &amp;nbsp;ซึ่งเป็นรถของบริษัทขนส่งสินค้าชื่อดังแห่งหนึ่ง &amp;nbsp;หมายเลขทะเบียน บฉ 3897 ยะลา &amp;nbsp;ไปส่งของ ที่บ้านเลขที่ 204/13 หมู่ที่ 7 ตำบลบุดี อำเภอเมืองยะลา &amp;nbsp; ซึ่งอยู่บริเวณแยกปารามีแต &amp;nbsp;ขณะกำลังเดินถือของเพื่อเข้าไปส่งภายในบ้าน ได้มีคนร้าย 4-5 คน ได้ลักตัวยหายเข้าไปภายในบ้านที่เกิดเหตุ จากนั้นได้ใช้อาวุธปืนพกไม่ทราบขนาดจี้ที่ศีรษะ แล้วนำตัวไปปิดปากและมัดตัวเอาไว้ในบ้าน ก่อนจะนำรถยนต์กระบะ ขับหลบหนีไป &amp;nbsp;โดยภายหลังหลุดจากการถูกมัด จึงได้เดินทางเข้ามาแจ้งความ ที่สถานีตำรวจภูธรเมืองยะลา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังรับแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งประสานงานให้เจ้าหน้าที่ตำรวจในทุกพื้นที่ เร่งค้นหารถยนต์กระบะคันดังกล่าว เนื่องจากเชื่อว่ากลุ่มคนร้ายจะนำรถไปบรรจุระเบิด แล้วนำไปก่อเหตุในพื้นที่ &amp;nbsp;รวมทั้งตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดตามจุดตรวจต่างๆ ในเส้นทางจากแยกปารามีแต ไปยังอำเภอรามัน เนื่องจากทราบว่าเป็นเส้นทางที่คนร้ายใช้หลบหนี &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;กระทั่งเวลา 12.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจพบ รถยนต์กระบะคันดังกล่าวถูกนำมาจอดทิ้งไว้ บริเวณด้านหลัง สถานีตำรวจภูธรรามัน ในพื้นที่หมู่ที่ 1 ตำบลกายูบอเกาะ อำเภอรามัน จังหวัดยะลา &amp;nbsp;ใกล้กับแฟลตของเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ติดกับ ที่ว่าการอำเภอรามัน จึงได้ทำการปิดกั้นพื้นที่โดยรอบเป็นวงกว้าง แล้วให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดตำรวจภูธรจังหวัดยะลา เข้าทำการตรวจสอบ &amp;nbsp;โดยใช้หุ่นยนต์กู้ระเบิดเข้าดำเนินการ โดยพบว่ามีวัตถุต้องสงสัย ที่คาดว่าเป็นระเบิดซุกซ่อนอยู่ภายในรถคันดังกล่าว จึงได้กันบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องออกห่างจากจุดเกิดเหตุ รวมทั้งสื่อมวลชน เพื่อป้องกันอันตราย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดตำรวจภูธรจังหวัดยะลา ได้ทำการตรวจสอบด้วยหุ่นยนต์ แล้วพบว่าภายในรถยนต์กระบะคันนี้ มีถังแก๊สปิกนิกสีส้ม และถังแก๊สปิกนิกสีเขียว ที่เชื่อว่าเป็นวัตถุระเบิด วางอยู่ที่พื้นฝั่งคนโดยสาร &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่จึงได้ตัดสินใจยิงทำลายวงจรจุดระเบิด และสามารถทำลายวงจรจุดระเบิดได้ &amp;nbsp;ซึ่งจากการตรวจสอบพบเป็นระเบิดชนิดแสวงเครื่อง ที่คนร้ายนำมาบรรจุในถังแก๊สปิกนิก น้ำหนักลูกละประมาณ 10 กิโลกรัม &amp;nbsp;ส่วนการจุดชนวนอยู่ในระหว่างการตรวจสอบ &amp;nbsp;โดยอานุภาพของระเบิด 2 ลูกนี้ หากเกิดระเบิดขึ้นจะสร้างความเสียหายให้กับตัวอาคารโดยรอบบริเวณเป็นอย่างมาก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เบื้องต้นจากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดโดยรอบ พบพฤติกรรมของคนร้ายที่นำรถยนต์คันดังกล่าวไปจอดเป็นชายสวมเสื้อสีขาวแขนยา วสวมหน้ากากอนามัย ใส่หมวกแก๊ปสีส้ม &amp;nbsp;และมีคนร้ายอีกคน &amp;nbsp;สวมเสื้อสีขาวแขนยาว สวมหน้ากากอนามัย ใส่หมวกกันน็อคสีแดง ขับขี่รถจักรยานยนต์สีดำ ไม่ทราบยี่ห้อและหมายเลขทะเบียน มารับ แล้วได้หลบหนีไปด้านหลังสถานีตำรวจภูธรรามัน อย่างรวดเร็ว ซึ่งทางผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดยะลา ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ออกสืบสวนหาข่าว เร่งติดตามคนร้ายที่ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายแล้ว.&amp;nbsp;
&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95861</URL_LINK>
                <HASHTAG>คาร์บอมบ์, ยะลา, รามัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210312/image_big_604b3f9809d3b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>66519</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/05/2020 13:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/05/2020 13:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พบเบาะแสคนร้ายลอบวางระเบิดหน้า ศอ.บต. หน่วยข่าวเชื่อฝีมือฝาแฝด &#039;หลำโส๊ะ&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 พ.ค.63 - ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าจากกรณีคนร้ายนำรถยนต์กระบะซุกซ่อนระเบิด มาจอดริมถนนหน้าป้าย ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) แล้วจุดชนวนระเบิดขึ้น เป็นเหตุให้มีผู้บาดเจ็บ และทรัพย์สินเสียหายเป็นจำนวนมาก เหตุเกิดเมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2563 ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุด&amp;nbsp;พล.ต.ต.ปราบพาล มีมงคล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดยะลา เปิดเผยว่า ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการเร่งรัดติดตามคดีดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง และได้รายงานให้กับผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ได้ทราบมาโดยตลอด ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้พบเบาะแสของกลุ่มคนร้าย และทราบกลุ่มคนร้ายที่ลงมือก่อเหตุในครั้งนี้แล้ว เบื้องต้นก็เป็นกลุ่มที่ก่อเหตุความไม่สงบในพื้นที่ แต่เนื่องด้วยขณะนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจบางส่วนได้ติดภารกิจสนับสนุน ช่วยเหลือการสถานการณ์ป้องกันไวรัสโควิด-19 ทำให้เกิดการติดขัดในกำลังเจ้าหน้าที่อยู่บ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามทางเจ้าหน้าที่ก็ทราบเบาะแสของกลุ่มคนร้ายแล้ว ซึ่งในเบื้องต้นนั้น ยังไม่พบว่า สาเหตุการวางระเบิดคาร์บอมจะเชื่อมโยงไปยังการดำเนินโครงการของ ศอ.บต.แต่อย่างใด ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ก็ทราบตัวกลุ่มคนร้ายแล้ว แต่ยังไม่สามารถที่จะบอกรายละเอียดได้มากกว่านี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีรายงานจากหน่วยข่าวความมั่นคงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้พุ่งเป้าไปยังกลุ่มขบวนการก่อเหตุความไม่สงบ เพื่อตอบโต้เจ้าหน้าที่ที่มีการปิดล้อมและวิสามัญคนร้ายที่บ้านตาเซ๊ะ อ.เมือง จ.ยะลา ทำให้คนร้ายเสียชีวิต 3 คน 1 ใน 3 เป็นลูกชายของนายอาหมัด ตืองะ แกนนำระดับปฏิบัติการในพื้นที่ อ.เมือง จ.ยะลา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;คนร้ายที่ก่อเหตุคาร์บอมในครั้งนี้มีไม่ต่ำกว่า 10 คน โดยแบ่งการทำงานเป็น 3 ชุด ชุดที่ 1 เป็นชุดที่ดักปล้นรถยนต์บรรทุกไม้ โดยโทรศัพท์ไปสั่งไม้ที่โรงงานขายไม้ให้มาส่งไม้ที่มัสยิดแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.เมือง จ.ยะลา &amp;nbsp;และเมื่อคนงานขับรถรถบรรทุกไม้มาถึงบริเวณป่าช้าจีน บนเส้นทางสายพงยือไร-ปารามีแต คนร้ายได้ลงมือปฏิบัติการปล้นรถคันดังกล่าว โดยจับมัดมือมัดเท้าคนงาน 2 คน โยนลงข้างทาง 1 ใน2 คนงานเป็นชาวพม่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นคนร้ายกลุ่มที่ 2 นำรถไปรับระเบิดขึ้นรถ ก่อนที่คนร้ายกลุ่มที่ 3 ขับรถมาตามเส้นทาง&amp;nbsp;ขับผ่านจุดตรวจมาลายูบางกอก มีการพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ประจำจุดตรวจด้วยสำเนียงภาษาไทยที่ชัดเจน ซึ่งเจ้าหน้าที่หน่วยข่าวกรองเชื่อว่าเป็นคนร้าย ตระกูลหลำโซ๊ะ ที่มาจาก อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา ปฎิบัติการร่วมกับกลุ่มคนร้ายใน อ.กรงปินัง จ.ยะลา เนื่องจากกลุ่มคนร้ายที่มาจาก อ.สะบ้าย้อย มีความชำนาญการปล้นรถ ที่ผ่านมาเคยลงมือปล้นรถยนต์จากเต้นท์รถใน อ.นาทวี จ.สงขลา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คนร้ายกลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่เคยยิง ชรบ.ที่ บ้านลำพะยา ต.ลำไหม่ อ.เมือง จ.ยะลา ด้วย ซึ่งกล้องวงจรปิดสามารถบันทึกหน้าได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะคนร้าย 2 คนน่าจะเป็นนายบูคอรี หลำโส๊ะ และนายรอซารี หลำโส๊ะ ฝาแฝดที่นำรถคาร์บอมมาจอดหน้า ศอ.บต. ขณะนี้เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงได้จัดชุดติดตามไล่ล่าคนร้ายกลุ่มนี้แล้ว&amp;rdquo; หน่วยข่าวในพื้นที่ ระบุ
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66519</URL_LINK>
                <HASHTAG>คาร์บอมบ์, จังหวัดยะลา, ลอบวางระเบิด, ศอ.บต.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200521/image_big_5ec61816b5e48.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>60236</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/03/2020 09:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/03/2020 09:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เร่งติดตามเส้นทาง &#039;คาร์บอมบ์&#039; เผยคนร้ายก่อเหตุตอบโต้จนท.รัฐ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 มี.ค.63 - ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีที่เกิดเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดคาร์บอมบ์ หน้าศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ อ.เมืองยะลา จ.ยะลา เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2563 จนทำให้มีผู้บาดเจ็บจำนวน 25 ราย&amp;nbsp;ล่าสุด การติดตามกลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุดังกล่าว มีรายงานจากแหล่งข่าวความมั่นคงในพื้นที่ว่า กลุ่มคนร้ายที่ลงมือก่อเหตุในครั้งนี้ มีพฤติการณ์โทรศัพท์ไปแจ้งขอซื้อไม้แปรรูปเพื่อสร้างบ้าน จากร้านขายไม้แห่งหนึ่งในจังหวัดยะลา โดยนัดแนะให้ไปส่งไม้ในสถานที่แห่งหนึ่งเขตรอยต่อระหว่าง ต.บันนังสาเรง อ.เมืองยะลา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อลูกจ้างของร้านได้ขับรถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้า รุ่นไมตี้เอ็ก สีขาว หมายเลข 9270 ยะลา ซึ่งนายดอรอนิง (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 65 ปี&amp;nbsp;และนายอาซิ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 52 ปี ขับรถกระบะคันดังกล่าวไปส่งไม้ ได้ถูกกลุ่มคนร้ายซึ่งคาดว่ามีไม่ต่ำกว่า 3-5 คน ดักระหว่างทาง และคนร้ายได้จับ บุคคลทั้งสองมัดมือปิดตาไว้บริเวณสวนยางพารา รอยต่อ ม.6 ต.บันนังสาเรง และ ม.5 ต.สะเตงนอก อ.เมือง จ.ยะลา ในระหว่างนั้น มีผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่พร้อมเพื่อนอีกคนมาประสบเหตุ คนร้ายจึงได้จับทั้งสองคนมัดมือใช้ผ้าปิดตามัดไว้ในที่เดียวกัน ก่อนที่จะขโมยรถยนต์คันดังกล่าว มุ่งหน้าออกมา และแวะนำระเบิดแสวงเครื่องที่ประกอบไว้แล้ว ใส่ไว้ในรถยนต์นำมาก่อเหตุระเบิดหน้า ศอ.บต.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยทางเจ้าหน้าที่เร่งตรวจสอบเส้นทางของรถยนต์คันดังกล่าว จากกล้องวงจรปิดที่มีอยู่ในเขตเทศบาลนครยะลา และเขต ต.สะเตงนอก อ.เมืองยะลา เพื่อนำข้อมูลมาประกอบ ในการติดตามกลุ่มคนร้าย ขณะเดียวกัน ก็ติดตามสืบสวนกล้องวงจรปิด เส้นทางหลบหนีของกลุ่มคนร้ายอีก 2 คนที่เป็นผู้นำรถยนต์ประกอบระเบิดมาวางไว้หน้า ศอ.บต.ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ยังไม่เปิดเผยข้อมูลดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ หน่วยความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ยังวิเคราะห์ถึงสาเหตุการก่อเหตุของกลุ่มคนร้าย มีความเป็นไปได้ว่า อาจจะเป็นการตอบโต้เจ้าหน้าที่ และภาครัฐที่ได้ทำการปิดล้อมเพื่อจับกุมกลุ่มคนร้ายในพื้นที่ ต.ตาะเซะ อ.เมืองยะลา จ.ยะลา ซึ่งกลุ่มคนร้ายดังกล่าว ถูกยกย่องว่า BRN Army และเป็นกลุ่มที่ก่อเหตุบุกยิงถล่มป้อม ชรบ.ลำพะยา เมื่อประมาณปลายปี 2562 จนทำให้ในครั้งนี้มี ชรบ.และชาวบ้านเสียชีวิตถึง 15 รายด้วยกัน โดยแหล่งข่าวความมั่นคงในพื้นที่ยังระบุว่า การก่อเหตุคาร์บอมในครั้งนี้ อาจส่งผลกระทบถึงกระบวนการพูดคุยสันติสุขที่อาจจะเกิดขึ้น โดยทาง BRN ออกมายอมรับว่าปฏิบัติก่อเหตุระเบิดดังกล่าวนั้นเป็นไปตามสนธิสัญญา Geneva_call&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/60236</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก่อความไม่สงบชายแดนใต้, คาร์บอมบ์, จังหวัดยะลา, ลอบวางระเบิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200319/image_big_5e72d4f5aed28.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>60105</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/03/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/03/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘คาร์บอมบ์’ยะลาเจ็บอื้อ กอ.รมน.ประณามโจรชั่ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;โจรใต้อำมหิต บึ้มลวงก่อนจุดคาร์บอมบ์หวังสังหารหมู่! &amp;nbsp;หน้าสำนักงาน ศอ.บต.ยะลา ขณะประชุมแก้โควิด ตร.-ทหาร-นักข่าว-ประชาชนเจ็บระนาว 25 ราย กอ.รมน.ภาค 4 ประณามพฤติกรรมชั่วซ้ำเติมโรคระบาด &amp;quot;จักรทิพย์&amp;quot; บินด่วนตรวจที่เกิดเหตุ นายกฯ แสดงความเสียใจเหยื่อระเบิด สั่งเยียวยาเร่งล่าตัวคนร้าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.ยะลา เมื่อวันที่ 17 มีนาคม เวลาประมาณ 10.34 น. ร.ต.ท.พชรพล เพชรรี รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.เมืองยะลา รับแจ้งเกิดเหตุระเบิด 2 ลูกบริเวณหน้าสำนักงานศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.)&amp;nbsp;หลังเก่า ถ.สุขยางค์ อ.เมืองฯ ตรงข้ามศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติส่วนหน้า (ศปก.ตร.สน.) จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วย พ.ต.อ.นราวี บินแวอารง ผกก.สภ.เมืองยะลา และประสานหน่วยงานความมั่นคง รวมทั้งชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด ภ.จว.ยะลา ชุดพิสูจน์หลักฐาน 10 รวมทั้งหน่วยกู้ภัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่เกิดเหตุพบเศษซากรถยนต์กระบะที่ประกอบเป็นคาร์บอมบ์น้ำหนักประมาณกว่า 30 กิโลกรัม แต่ยังไม่สามารถระบุชัดเจนได้ เนื่องจากยังไม่ทราบภาชนะบรรจุ เหลือแต่แชสซีส์ของรถ และมีชิ้นส่วนกระจัดกระจายไปทั่วทั้งบริเวณ รวมทั้งเหล็กเส้นตัดที่เป็นสะเก็ดระเบิด นอกจากนี้แรงระเบิดยังทำให้ป้ายของ ศอ.บต.พังทลายลงมา เนื่องจากตัวรถคาร์บอมบ์ได้ถูกนำไปจอดเอาไว้หน้าป้ายของ ศอ.บต.พอดี และตัวอาคารบางส่วนได้รับความเสียหาย โดยเฉพาะกระจกที่ได้รับแรงอัดจนแตกไปหลายบาน และมีรถของผู้เข้าร่วมประชุมทั้งเก๋งและกระบะอีกหลายคัน และห่างไปเล็กน้อยพบจุดที่มีการวางระเบิดแสวงเครื่องลูกแรกน้ำหนักประมาณ 10 กิโลกรัม ที่บรรจุเอาไว้ในถุงดำใต้ต้นไม้ริมกำแพง ศอ.บต. ซึ่งเหลือแต่ซากเช่นเดียวกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ มีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก เนื่องจากเกิดเหตุในระหว่างที่ พล.ร.ต.สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการ ศอ.บต. ได้เรียกประชุมเจ้าหน้าที่จากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ รวมทั้งผู้ว่าราชการการทั้ง 5 จังหวัด และสาธารณสุขจังหวัด เกี่ยวกับการวางมาตรการในการป้องกันและรับมือกับไวรัสโควิด-19&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยผู้ได้รับบาดเจ็บมีทั้งหมดรวม 25 คน แบ่งเป็นตำรวจ ทหาร ผู้สื่อข่าว 5 ราย นอกจากนั้นเป็นผู้เข้าร่วมประชุม และประชาชนในพื้นที่ ดังนี้ 1.น.ส.อริสรา จริงสันเทียะ อายุ 38 ปี บาดเจ็บสาหัส 2.ส.ต.ต.ธีระพล จีนใหม่ อายุ 31 ปี บาดเจ็บสาหัส 3.นายมุกะตา หะไร อายุ 60 ปี บาดเจ็บสาหัส 4.นายธนินสรณ์ พรหมกุล 31 ปี 5.นายอับดุฮาดี เจ๊ะยอ 46 ปี 6.นายนครินทร์ ชินวรโกมล อายุ 46 ปี 7.นายมาวันดี รามันห์สิริวงค์ 30 ปี 8.ร.อ.ฉลอง อนันต์รัตน์มณี 9.น.ส.สายทิตย์ สุคง 10.นายบูดีมัน ซาเฮาะ 11.น.ส.นูรอัฟฟาน รอแม 28 ปี 12.นางจิราภา อุตทิตย์ อายุ 52 ปี 13.นางสุรีรัตน์ แก้วมณีรัตน์ อายุ 43 ปี 14.นายสุชาติ เบ็ญจสรรณ อายุ 37 ปี 15.นายสัลมัน นิเลาะ 16.ส.ท.อัฟฟาน สุดใจ 17.นางปราณี นวลจันทร์ อายุ 58 ปี 18.นายจักรฤษณ์ รัตนพันธ์ อายุ 58 ปี 19.ด.ต.เสรี ศรีนรัตน์ 20.ส.ต.ท.มูหาหมัดฮาซัน รอตันหยง 21.พ.อ.เจษฎา ปิยะสุวรรณ อายุ 44 ปี 22.ยุทธนา จันทร์วิมาน อายุ 39 ปี 23.นายกิตติ ชาญณรงค์ 24.นายสอมรี เดิมตันเตะ และ 25.นายฮาซัน สาแม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.อ.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) ภาค 4 เปิดเผยว่า ภายหลังทราบเหตุ พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 และ ผอ.รมน.ภาค 4 ได้สั่งการให้หน่วยเฉพาะกิจยะลา (ฉก.ยะลา) เข้าควบคุมสถานการณ์ และบริหารจัดการที่เกิดเหตุ จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า คนร้ายก่อเหตุเพื่อสังหารหมู่ โดยใช้ระเบิดแสวงเครื่องลูกแรกที่ใส่เอาไว้ในถุงดำ เพื่อดึงเจ้าหน้าที่ที่กำลังประชุม และประชาชนออกมาดู แล้วระเบิดซ้ำด้วยรถยนต์ประกอบระเบิดคาร์บอมบ์ ซึ่งมาจอดทิ้งไว้บริเวณทางเข้า ศอ.บต. ห่างจากจุดแรกเพียงเล็กน้อย และจุดชนวนในเวลาห่างกัน 13 นาที
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;รถยนต์กระบะคันก่อเหตุดัดแปลงเป็นรถบรรทุกไม้ ยี่ห้อโตโยต้า&amp;nbsp;ไมตี้เอ็กซ์ สีขาว แบบตอนเดียว เข้าก่อเหตุหวังสังหารหมู่ และทำลายภาพลักษณ์เมืองเศรษฐกิจ ถือเป็นการซ้ำเติมความเดือดร้อนให้ประชาชนที่ทุกฝ่ายกำลังมุ่งเน้นแก้ปัญหาภัยโควิด-19 อยู่ในขณะนี้ จึงสมควรต้องประณามพฤติกรรมชั่วในครั้งนี้กันอย่างกว้างขวาง ซึ่งขณะนี้แม่ทัพภาคที่ 4 ได้สั่งให้ทุกหน่วยเพิ่มความเข้มในการควบคุมพื้นที่ ตรวจสอบรถและบุคคลต้องสงสัยและรวบรวมวัตถุพยาน เพื่อขยายผลกับกลุ่มคนร้ายอย่างเร่งด่วนแล้ว&amp;quot; พ.อ.ปราโมทย์ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ร.ต.สมเกียรติกล่าวว่า ขอแสดงความเสียใจที่เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น โดยเหตุเกิดจากผู้ไม่หวังดีมุ่งทำร้ายชีวิตของประชาชนในพื้นที่ด้วยกัน โดยมีการวางแผนนำรถจักรยานยนต์เข้ามาขว้างระเบิด จากนั้นได้นำรถยนต์ซึ่งประกอบเป็นคาร์บอมบ์มาจอดตามและเกิดระเบิดขึ้น เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้เห็นว่าประชาชนในพื้นที่จะต้องยืนด้านไหน ในขณะที่อีกด้านเป็นการประชุมเพื่อแก้ปัญหาของโรคโควิด-19 เพื่อให้ทุกคนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ช่วยกันป้องกันและดูแลไม่ให้มีการระบาดต่อเนื่อง แต่ในขณะที่คนอีกกลุ่มต้องการทำลายทุกอย่าง ทำให้ประชาชนในพื้นที่ได้รับความเดือดร้อนซ้ำหนักเข้าไปอีก
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ มีรายงานจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงว่า รถกระบะคาร์บอมบ์คันนี้เป็นรถบรรทุกไม้ของชาวบ้าน และถูกกลุ่มคนร้ายปล้นเอาไปเมื่อช่วงประมาณ 7 โมงเช้าของวันนี้ ในพื้นที่ อ.เมืองยะลา และมัดตัวเจ้าของรถเอาไว้ ซึ่งล่าสุดเจ้าหน้าที่สามารถช่วยเหลือเอาไว้ได้แล้ว ก่อนที่คนร้ายจะนำรถไปประกอบคาร์บอมบ์แบบเร่งด่วน และวางแผนที่จะเข้ามาก่อเหตุคาร์บอมบ์หน้า ศอ.บต. ในช่วงเช้าประมาณ 09.30 น. ซึ่งเป็นช่วงที่ผู้บริหารระดับสูงกำลังทยอยกันเดินทางเข้าที่ประชุมเกี่ยวกับโควิด-19 ที่ทาง ศอ.บต.จัดขึ้น แต่คาดว่าคนขับรถคาร์บอมบ์อาจจะไม่ชำนาญเส้นทาง จึงทำให้เสียเวลาไปราว 1 ชั่วโมง ซึ่งไม่เช่นนั้นอาจจะเกิดความสูญเสียมากไปกว่านี้ โดยเฉพาะบุคคลระดับสูง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า เวลา 13.00 น. พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วย พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ ผู้บัญชาการตำรวจภูธร ภาค 9 พร้อมคณะ เดินทางไปตรวจสถานที่เกิดเหตุ ซักถามพยานที่เห็นเหตุการณ์และผู้ที่เกี่ยวข้อง และให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนลงพื้นที่หาเบาะแสหรือข้อมูลของคนที่ก่อเหตุและตรวจสอบไล่กล้องวงจรปิดในพื้นที่ที่เกิดเหตุ พร้อมกันนี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ยังได้มอบเงินบำรุงขวัญให้แก่เจ้าหน้าที่และหน่วยงานในพื้นที่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ จากการสืบสวนสอบสวนเบื้องต้นน่าเชื่อว่าเกิดจากฝีมือของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ หวังสร้างสถานการณ์และประสงค์ต่อชีวิตของเจ้าหน้าที่ จากการปิดล้อมกดดันจับกุมกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่ ซึ่ง ผบ.ตร.ได้มีข้อสั่งการให้สถานีตำรวจในพื้นที่เพิ่มมาตรการในการเฝ้าระวังและการป้องกันเหตุความไม่สงบในพื้นที่โดยรอบของสถานีตำรวจและหน่วยราชการต่างๆ รวมไปถึงให้เพิ่มความเข้มงวดการตรวจตราสถานที่ต่างๆ เช่น แหล่งชุมชน สถานที่ท่องเที่ยว หรือสถานที่สำคัญ ที่อาจเป็นเป้า ตลอดจนเพิ่มมาตรการเข้มทั้งจุดตรวจจุดสกัดในการตรวจค้นรถทุกชนิดและบุคคลเป้าหมายตามเส้นทางหลักและเส้นทางรอง จัดชุดลาดตระเวนในพื้นที่ย่านเศรษฐกิจ และชุมชน โดยเน้นย้ำว่าหากเกิดเหตุขึ้น เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องเร่งสืบสวนสอบสวน ขยายผล จับกุมผู้ก่อเหตุได้ทันท่วงที&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า กระทรวงกลาโหมขอประณามการกระทำที่ป่าเถื่อนและไร้ซึ่งมนุษยธรรมของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ใช้ความรุนแรงลอบวางระเบิดหวังสังหารหมู่ประชาชน นอกจากนั้นยังเป็นการซ้ำเติมความยากลำบากของประชาชนในพื้นที่จากปัญหาโรคระบาดที่กำลังเกิดขึ้น ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวแสดงความเสียใจและเป็นกำลังใจกับประชาชน เจ้าหน้าที่ และผู้สื่อข่าวที่ได้รับบาดเจ็บ โดยได้สั่งการให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องในพื้นที่เร่งให้การช่วยเหลือทางการแพทย์และเยียวยาผู้ได้รับบาดเจ็บ รวมถึงผู้ที่ได้รับผลกระทบทั้งหมดเป็นการเร่งด่วน พร้อมทั้งกำชับฝ่ายความมั่นคง ให้เร่งติดตามผู้กระทำผิดทั้งหมดมาดำเนินการตามกฎหมายโดยเร็ว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/60105</URL_LINK>
                <HASHTAG>คาร์บอมบ์, ศอ.บต.ยะลา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, หวังสังหารหมู่, โจรใต้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200317/image_big_5e70de55474b6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
