<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>116153</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/09/2021 14:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/09/2021 14:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;คำนูณ&#039;ประกาศชัดโหวตคว่ำแก้รธน. เมินซ้ำวิกฤติ16ปีก่อน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ก.ย. 64 - นายคำนูณ สิทธิสมาน สมาชิกวุฒิสภา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า เมื่อ 24 มิถุนายน 2564 วาระ 1 ชั้นรับหลักการ ผมไม่ได้โหวตเห็นชอบกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญเปลี่ยนระบบเลือกตั้งไปเป็นระบบ MMM บัตร 2 ใบ 400 : 100 คู่ขนาน ตามแบบรัฐธรรมนูญ 2540 ไม่ว่าจะเป็นร่างของพรรคไหน โดยโหวตไม่รับหลักการ 1 ร่าง งดออกเสียง 2 ร่าง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยเหตุผลโดยสรุปว่าเป็นระบบเลือกตั้งที่เป็นการสมนาคุณที่นั่งส.ส.ให้กับพรรคใหญ่ ทำให้จำนวนที่นั่งไม่สอดคล้องกับคะแนนนิยมที่ได้รับจริง ผลกระทบทางการเมืองที่จะเกิดขึ้นคือ ตัดโอกาสพรรคเล็กให้เหลือน้อยลง ตัดโอกาสพรรคทางเลือกให้เหลือน้อยลง ตัดโอกาสพรรคเกิดใหม่ให้เหลือน้อยลง อาจทำให้สภาผู้แทนราษฏรขาดความหลากหลายเท่าที่ควร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้ง ๆ ที่สังคมไทยยุคใหม่ต้องการความแตกต่างหลากหลาย และนักการเมืองรุ่นใหม่ ตัวแทนของกลุ่มประชาชนต่าง ๆ นอกเหนือจากตัวแทนเชิงพื้นที่ เข้ามาร่วมส่วนในสภาผู้แทนราษฏรเป็นอย่างยิ่ง เพื่อให้เป็นเวทีประนอมอำนาจที่แท้จริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พรรคเล็ก/พรรคทางเลือก/พรรคเกิดใหม่ ที่จะสร้างความหลากหลายให้กับสภาผู้แทนราษฎร โดยปกติส่วนใหญ่จะมีคะแนนนิยมกระจายอยู่ทั่วประเทศ ไม่ชำนาญการหาเสียงในเขตใดเขตหนึ่ง ไม่มีเครือข่ายหัวคะแนนในการเลือกตั้งแบบเก่า โอกาสที่จะได้รับเลือกจากระบบส.ส.เขตจึงมีไม่มากนัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนในระบบส.ส.บัญชีรายชื่อ การคำนวณแบบคู่ขนาน หรือ MMM ที่มียอดรวมลดลงเหลือ 100 คน ทำให้พรรคที่จะมีโอกาสได้ส.ส.บัญชีรายชื่อ 1 คน จะต้องได้รับคะแนนเสียงจากประชาชนไม่น้อยกว่า 350,000 - 400,000 คน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ระบบ MMM บัตร 2 ใบ 400 : 100 คู่ขนาน เคยเป็นระบบเลือกตั้งที่เป็นสมุฏฐานส่วนหนึ่งของวิกฤติเมื่อ 16 ปีก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แม้การพิจารณาในชั้นกรรมาธิการวาระ 2 จะได้แก้ไขจุดอ่อนของระบบ MMM ลงไปพอสมควร อาทิ ไม่กำหนดคะแนนเสียงขั้นต่ำ 5 % เหมือนรัฐธรรมนูญ 2540 และไม่บังคับว่าพรรคการเมืองใดจะส่งผู้สมัครระบบบัญชีรายชื่อได้จะต้องส่งผู้สมัครส.ส.ไม่ต่ำกว่า 100 เขตก่อนตามร่างฯของพรรคพลังประชารัฐ ก็ตาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ภาพรวมก็ไม่เปลี่ยนไปในสารัตถะสำคัญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จุดยืนของผมในการโหวตวาระ 3 วันศุกร์ที่ 10 กันยายน 2564 นี้จึงเป็นอื่นไปไม่ได้ นอกจาก... &amp;ldquo;ไม่ขอโหวตเห็นชอบกับร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมเปลี่ยนระบบเลือกตั้งเป็น MMM บัตร 2 ใบ 400 : 100 คู่ขนาน&amp;rdquo;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116153</URL_LINK>
                <HASHTAG>คำนูณ สิทธิสมาน, บัตร2ใบ, รธน., ส.ว., โหวต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210909/image_big_6139aed34b6ec.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>115487</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/09/2021 13:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/09/2021 13:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คำนูณ แนะ 3 ข้อปฏิรูปตำรวจ ย้ำยังไม่สายเกินไป</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ก.ย. 2564 นายคำนูณ สิทธิสมาน สมาชิกวุฒิ (ส.ว.) โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า&amp;nbsp; ปฏิรูปตำรวจสายมากแล้ว แต่ยังไม่สายเกินไป ! ถ้าจริงใจ-ทำได้ทันที 3 ประการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;___________&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมเชื่อว่าพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชาจะฝ่าวิกฤติ &amp;lsquo;การเมืองเก่า&amp;rsquo; ภายใน พปชร. ครั้งนี้ไปได้ โค่นเกมโหวตคว่ำ 4 กันยายนนี้ได้แน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ - แล้วยังไง ? ก็แค่ซื้อเวลาไปได้ระยะหนึ่งหรือเปล่า ?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เวลาที่เหลืออยู่ก่อนเลือกตั้งทั่วไปใหม่ ไม่ว่าจะเพราะเหตุครบวาระ หรือยุบสภา มีไม่มากก็จริง แต่ก็ไม่น้อย สามารถสร้างผลงานใหญ่ให้ระบือลือลั่นได้ ทำให้เวลาที่เหลืออยู่ทรงคุณค่าต่อชาติต่อประชาชนและต่อการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างที่เรียกว่าการปฏิรูปประเทศด้านต่าง ๆ ซึ่งเป็นภารกิจที่ท่านอาสาเข้ามาสานต่อให้ลุล่วงโดยการเป็นนายกรัฐมนตรีต่อหลังเลือกตั้งต้นปี 2562&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยกตัวอย่างง่าย ๆ แค่เรื่องปฏิรูปตำรวจ ที่รัฐธรรมนูญ 2560 ให้ความสำคัญไว้สูงสุดเป็นอันดับแรก. โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นการแต่งตั้งโยกย้ายที่มีหลักเกณฑ์ชัดเจนและเป็นธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สังคมคาดหวังเรื่องการปฏิรูปตำรวจมานานมากแล้ว ทุกครั้งที่มีปัญหาฉาวโฉ่ในวงการตำรวจ จะมีเสียงทวงถามตามมาทุกครั้ง จนกลายเป็นความเชื่อในหมู่ประชาชนทั่วไปว่าการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจนั้นเต็มไปด้วยด้านลบของระบบอุปถัมภ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แม้สายมากแล้ว แต่ยังไม่สายเกินไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รัฐบาลทำได้ทันทีตามนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หนึ่ง - ออกประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีเรื่องหลักเกณฑ์การแต่งตั้งและโยกย้ายข้าราชการตำรวจตามหลักอาวุโสฉบับใหม่ แทนที่ฉบับเดิมที่ประกาศลงราชกิจจานุเบกษาเมื่อ 31 กรกฎาคม 2561 เพื่อให้ตรงตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 260 วรรคสาม ประกอบมาตรา 258 ง (4) กล่าวคือเพื่อให้การแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจก่อนที่พระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติฉบับใหม่จะแล้วเสร็จใช้หลักอาวุโสอย่างเดียวเท่านั้น ไม่ใช่ระบบแบ่งกองใช้อาวุโส 33 % ของตำแหน่งที่ว่างตามที่ประกาศมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีตามมาตรา 260 วรรคสามนี้ควรจะเป็นหลักเกณฑ์ว่าด้วยอาวุโสเท่านั้น ไม่ใช่หลักเกณฑ์ทั้งหมดของการแต่งตั้งโยกย้ายดังที่ประกาศไปเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2561&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทำเสียให้ถูกต้องตรงตามรัฐธรรมนูญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนหลักเกณฑ์ทั้งหมดของการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจที่กำหนดให้ใช้หลักอาวุโสกับความสามารถประกอบกันตามมาตรา 258 ง (4) นั้นให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติฉบับใหม่ที่กำลังต่อสู้ทางความคิดกันอยู่ในชั้นกรรมาธิการของรัฐสภาที่จะต้องแล้วเสร็จโดยเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รัฐธรรมนูญมาตรา 260 วรรคสามเป็นนวัตกรรมที่ผมเคยเรียกว่า &amp;lsquo;บทเร่งรัดกึ่งลงโทษ&amp;rsquo; เพื่อมุ่ง &amp;lsquo;เร่งรัด&amp;rsquo; ให้พระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติฉบับใหม่ที่กำหนดหลักเกณฑ์ในการโดยย้ายแต่งตั้งโดยให้ใช้อาวุโสกับความสามารถประกอบกันแล้วเสร็จโดยเร็วภายใน 1 ปีหลังรัฐธรรมนูญประกาศใช้ ถ้าไม่เสร็จก็จะถูก &amp;lsquo;ลงโทษ&amp;rsquo; โดยให้การแต่งตั้งโยกย้ายใช้หลักอาวุโสอย่างเดียว อันจะเป็นข้อจำกัดในการบริหารจัดการ จึงต้องเร่งรัดคลอดหลักเกณฑ์ใหม่ให้ได้โดยเร็วที่สุด ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี 31 กรกฎาคม 2561 จึงเป็นการทำลายรัฐธรรมนูญมาตรานี้โดยตรง ส่งผลให้พระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติฉบับใหม่จะล่าช้าอย่างไรก็ได้หรือไม่แล้วเสร็จเลยก็ได้ เพราะมีหลักเกณฑ์ทั้งหมดของการแต่งตั้งโดยย้ายข้าราชการตำรวจระบุไว้หมดแล้วในประกาศ แถมยังเป็นหลักเกณฑ์เดิมที่ใช้กันอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สอง - คณะรัฐมนตรีตราพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมคำสั่งหัวหน้าคสช.ที่ 20/2561 เมื่อ 26 พฤศจิกายน 2561 ที่เป็นการรับรองความถูกต้องสมบูรณ์ของประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีเรื่องหลักเกณฑ์การแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจตามหลักอาวุโส 31 กรกฎาคม 2561&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คำสั่งหัวหน้าคสช.ฉบับนี้ไม่น่ารักมากถึงมากที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพราะมีผลเป็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 260 วรรคสองที่กำหนดให้พระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติที่กำหนดหลักเกณฑ์การแต่งตั้งโยกย้ายใหม่ต้องแล้วเสร็จภายใน 1 ปีมีอันต้องไร้ผล และยังเป็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยวิธีพิเศษที่ไม่ต้องปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ ยังผลให้การแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจในระบบแบ่งกองใช้อาวุโส 33 % ของตำแหน่งที่ว่างที่ใช้กันมาแต่เดิมได้ใช้ต่อไปเรื่อย ๆ ไร้กำหนดสิ้นสุดที่ชัดเจน กฎหมายกำหนดหลักเกณฑ์ใหม่จะเสร็จเมื่อไรก็ได้ ไม่ต้องเร่งรัด พระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติฉบับใหม่ที่ทำต่อเนื่องกันมา 4 ปีจะเสร็จหรือไม่ก็ไร้ปัญหา เพราะบทเร่งรัดกึ่งลงโทษตามรัฐธรรมนูญมาตรา 260 วรรคสามไม่เหลืออีกแล้วในทางปฏิบัติ และยังเป็นการตัดสิทธิผู้เห็นต่างให้ไม่สามารถร้องขอต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่สำคัญเหนืออื่นใดคือเป็นการใช้อำนาจพิเศษของคณะรัฐประหารหลังประกาศใช้รัฐธรรมนูญแล้ว ซึ่งแม้รัฐธรรมนูญจะอนุญาตให้ทำได้ แต่ก็มีขัอพิจารณาในเชิงรัฐศาสตร์มากทีเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมไม่ได้ขอสุดโต่งถึงขนาดยกเลิกคำสั่งหัวหน้าคสช.ที่ 20/2561 ไปเลย เพราะคณะรัฐมนตรีรวมทั้งผู้ปฏิบัติจะหลุดจากความคุ้มครองทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอเพียงให้แก้ไขเพิ่มเติม ให้คุ้มครองคณะรัฐมนตรีและผู้ปฏิบัติเฉพาะเท่าที่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีเรื่องหลักเกณฑ์การแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจตามหลักอาวุโส 31 กรกฎาคม 2561 ยังมีผลบังคับใช้อยู่เท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สาม - คณะรัฐมนตรีตราพระราชกำหนดยกเลิกหรือแก้ไขเพิ่มเติมประกาศคสช./คำสั่งคสช. 5 ฉบับที่เกี่ยวกับตำรวจ กล่าวคือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- ประกาศคสช.ที่ 88/2557&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- ประกาศคสช.ที่ 111/2557&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- ประกาศคสช.ที่ 115/2557&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- คำสั่งหัวหน้าคสช.ที่ 7/2559&lt;/p&gt;


	คำสั่งหัวหน้าคสช.ที่ 21/2559


&lt;p&gt;อำนาจพิเศษของคณะรัฐประหารที่ใช้ไปก่อนมีรัฐธรรมนูญ 2560 ทั้ง 5 ครั้งนี้ 4 ครั้งเป็นการแก้ไขพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2547 อีก 1 ครั้งเป็นการแก้ไขประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ทุกครั้งมีเนื้อหาที่กล่าวโดยภาพรวมได้ว่าสวนทางกับทิศทางการปฏิรูป เพราะเป็นการลดการตรวจสอบถ่วงดุล ลดการมีส่วนร่วมของประชาชน ขยายอำนาจของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมจะไม่เสนอละเอียดลงไปว่าควรยกเลิกหรือแก้ไขอย่างไร และจะไม่กล่าวว่าเป็นความไม่ถูกต้องเสียทั้งหมด เพราะบางประการอาจจะมีความจำเป็นเฉพาะช่วงเวลาเพื่อความมั่นคงหลังรัฐประหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ไม่ใช่คงไว้ตลอดไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เฉพาะบางเรื่องไม่อาจรอพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติให้แล้วเสร็จได้ เพราะถึงรอก็ไร้ผล เนื่องจากอยู่ในกฎหมายคนละฉบับ นั่นคือการทำให้อำนาจถ่วงดุลการสั่งคดีในต่างจังหวัดทั่วประเทศไร้ผล ในประกาศคสช.ที่ 115/2557 ที่สมควรแก้ไข&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ประการนี้ทำได้ทันที - ถ้าจะทำ !&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อ 1 นั้นทำได้แน่นอนเพราะเป็นการใช้อำนาจบริหารของคณะรัฐมนตรีตามปกติ และยังมีรัฐธรรมนูญมาตรา 260 รองรับ&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนข้อ 2, 3 ก็พิจารณาได้ว่าเข้าเงื่อนไขของการตราพระราชกำหนดตามรัฐธรรมนูญมาตรา 172 เพราะเป็นทั้งความปลอดภัยของประเทศและความปลอดภัยสาธารณะที่ต้องดำเนินการโดยเร่งด่วน และหากดำเนินการในช่วงปิดสมัยประชุมรัฐสภาก็จะยิ่งเข้าเงื่อนไขเต็มที่มากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นี่คือตัวอย่างของการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุโดยใช้ &amp;lsquo;การเมืองใหม่&amp;rsquo; ที่จะทำให้การคงอยู่ของท่านนายกรัฐมนตรีต่อไปมีคุณค่าและเต็มไปด้วยความหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้าทำได้ชัดเจนพอ จับต้องได้ ศรัทธาของประชาชนที่อาจจะได้เพิ่มขึ้นมาจากปัจจุบันอย่างมีนัยสำคัญก็จะเป็นผนังทองแดงกำแพงเหล็กเป็นหลังพิงให้นายกรัฐมนตรียืนหยัดอยู่ได้โดยไม่ต้องพึ่งพา &amp;lsquo;การเมืองเก่า&amp;rsquo; มากเกินไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จึงเสนอมาเพื่อพิจารณา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คำนูณ สิทธิสมาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สมาชิกวุฒิสภา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 กันยายน 2564&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115487</URL_LINK>
                <HASHTAG>คำนูณ สิทธิสมาน, ปฏิรูปตำรวจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210111/image_big_5ffc5d196b412.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>114126</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/08/2021 12:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/08/2021 12:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;คำนูณ&#039; ตั้งข้อสังเกต 13 ประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญเปลี่ยนระบบเลือกตั้งส.ส.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
22 ส.ค. 2564 &amp;nbsp;นายคำนูณ สิทธิสมาน สมาชิกวุฒิสภา โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊กส่วนตัว Kamnoon Sidhisamarn ระบุว่า 13 ข้อสังเกตเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญเปลี่ยนระบบเลือกตั้งส.ส.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในการประชุมร่วมกันของรัฐสภา 24-25 สิงหาคม 2564 นี้มีระเบียบวาระสำคัญเป็นการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมชั้นวาระ 2 พิจารณารายมาตรา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีข้อสังเกต 13 ประการมาเล่าสู่กันฟังโดยสังเขปครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. ร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมฉบับของพรรคประชาธิปัตย์ที่รัฐสภามีมติรับหลักการในวาระ 1 มาเพียงร่างเดียว ไม่ได้เขียนเรื่องหรือประเด็นไว้ใน &amp;lsquo;หลักการ&amp;rsquo; เหมือนร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมหรือร่างพระราชบัญญัติอื่น ๆ ส่วนใหญ่ โดยเขียนแต่เพียงว่า &amp;ldquo;แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 83 และมาตรา 91&amp;rdquo; แต่เมื่ออ่าน &amp;lsquo;เหตุผล&amp;rsquo; และเนื้อหาในทั้ง 2 มาตราที่ขอแก้ไขรวมทั้งการนำเสนอในรัฐสภาชั้นวาระ 1 ประกอบแล้วสามารถเข้าใจได้ว่าเป็นเรื่องหรือประเด็นการขอแก้ไขระบบเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากระบบจัดสรรปันส่วนผสม (MMA : Mixed member apportionment)-บัตรใบเดียว 350 : 150 ไปเป็นระบบคู่ขนาน (MMM : Mixed member majoritarian)-บัตร 2 ใบ 400 : 100 ที่เคยใช้ในรัฐธรรมนูญ 2540&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. ร่างตาม 1 เสนอแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ 2560 เพียง 2 มาตราเท่านั้น คือ มาตรา 83 และ 91&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. ทำให้เกิดประเด็นขึ้นตั้งแต่ต้นว่าหากคณะกรรมาธิการที่รัฐสภาตั้งขึ้นเพื่อพิจารณาในวาระ 2 ดำเนินการพิจารณาแก้ไขเพิ่มเติมได้เพียง 2 มาตราที่เสนอมาเท่านั้น ไม่แตะต้องรัฐธรรมนูญมาตราอื่นเลย จะเกิดปัญหาในการบังคับใช้หรือไม่ เพราะมีรัฐธรรมนูญอีกหลายมาตราที่สมควรแก้ไขให้สอดคล้องกัน อย่างน้อยที่สุดก็มาตรา 86 ที่ยังคงบัญญัติให้มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฏรระบบเขต 350 คนอยู่ สมควรแก้ไขให้เป็น 400 คน เพื่อมิให้การบังคับใช้รัฐธรรมนูญเกิดปัญหาขัดแย้งกัน คำถามคือคณะกรรมาธิการมีหน้าที่และอำนาจกระทำได้หรือไม่ โดยอาศัยข้อบังคับใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. คณะกรรมาธิการมีความเห็นต่างกันเป็นอย่างน้อย 2 ฝ่าย ฝ่ายหนึ่งเห็นว่าแก้ไขขัดแย้งหรือเกินกว่าหลักการที่เสนอมาและรัฐสภามีมติรับหลักการวาระ 1 ไม่ได้ เมื่อหลักการเขียนเพียงว่าแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 83 และ 91 ก็ต้องพิจารณาแก้ไขเพิ่มเติมได้เพียง 2 มาตราแค่นั้น อีกฝ่ายหนึ่งเห็นว่าข้อบังคับการประชุมรัฐสภา พ.ศ. 2563 ข้อ 124 วรรคสามอนุญาตให้ทำได้หากรัฐธรรมนูญมาตราอื่นที่จะแก้ไขเพิ่มเติมนั้นเป็นประเด็นที่ &amp;lsquo;เกี่ยวเนื่องกับหลักการ&amp;rsquo; ความเห็นฝ่ายหลังเป็นเสียงข้างมากในคณะกรรมาธิการ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5. เฉพาะในความเห็นของฝ่ายที่เป็นเสียงข้างมากในคณะกรรมาธิการตาม 4 ยังมีความเห็นที่แตกต่างกันอีกในประเด็น &amp;lsquo;มาตราที่เกี่ยวเนื่องกับหลักการ&amp;rsquo; ตามข้อบังคับข้อ 124 วรรคสาม คือจะแก้ไขเพิ่มเติมขัดแย้งหรือเกินกว่าหลักการได้แค่ไหน เพียงใด มีกรอบใดเป็นหลักในการพิจารณา การลงมติในแต่ละมาตราที่แก้ไขขัดแย้งหรือเกินกว่าหลักการรวม 7 จุดจึงแตกต่างกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6. สรุปแล้ว คณะกรรมาธิการใช้ข้อบังคับข้อ 124 วรรคสาม แก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560 นอกเหนือจากมาตรา 83 และ 91 รวมแล้วอีก 5 มาตรา คือ มาตรา 85, 86, 92, 94, 105 และเพิ่มบทเฉพาะกาลอีก 2 มาตรา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7. บทเฉพาะกาลที่สำคัญอยู่ที่มาตรา 4/5 ที่กำหนดให้รัฐสภาดำเนินการพิจารณาแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมฉบับใหม่ให้แล้วเสร็จภายใน 120 วันนับแต่วันที่ประกาศใช้รัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมฉบับใหม่ ในกรณีที่ยังไม่เสร็จ หากมีความจำเป็นต้องเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไป ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งมีอำนาจประกาศกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมเพื่อใช้กับการเลือกตั้งทั่วไปนั้นไปพลางก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8. นั่นหมายความว่าหากรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมฉบับนี้ผ่านวาระ 2 และ 3 และประกาศให้มีผลบังคับใช้ได้เมื่อใด โดยมีบทเฉพาะกาลตาม 7 หากมีความจำเป็นต้องมีการเลือกตั้งทั่วไป ก็สามารถทำได้แม้การแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจะยังไม่แล้วเสร็จ เพราะให้อำนาจคณะกรรมการการเลือกตั้งประกาศหลักเกณฑ์และวิธีการสำหรับการเลือกตั้งทั่วไปนั้นได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9. ความเห็นส่วนตัวของผมในฐานะกรรมาธิการ เห็นว่าข้อบังคับข้อ 124 วรรคสามเป็นข้อยกเว้น ไม่ใช่หลัก จึงต้องตีความอย่างเคร่งครัดและอย่างแคบ &amp;ldquo;แม้คณะกรรมาธิการจะสามารถแก้ไขขัดแย้งหรือเกินกว่าหลักการได้ แต่จะต้องดำเนินการเฉพาะเท่าที่จำเป็นเท่านั้น โดยเฉพาะในประเด็นที่จะขัดหรือแย้งกัน หรือไม่สอดคล้องกัน ซึ่งหากไม่ดำเนินการแก้ไขไปพร้อมกัน จะส่งผลกระทบกับการใช้บังคับรัฐธรรมนูญขึ้นได้ในภายหลัง&amp;rdquo; ผมจึงลงมติเห็นด้วยกับการแก้ไขขัดแย้งหรือเกินกว่าหลักการเฉพาะในมาตรา 86 แก้ไขตัวเลขจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฏรระบบเขต 350 คนเป็น 400 คนเท่านั้น มาตราอื่นยกเว้นบทเฉพาะกาลที่จำเป็นต้องเพิ่มเข้ามาผมไม่เห็นด้วยกับการแก้ไข ซึ่งกรรมาธิการเสียงข้างมากมีทั้งที่เห็นด้วยและเห็นต่าง มาตราใดที่ผมแพ้มติ ก็ได้สงวนความเห็นไว้เกือบทุกมาตราตามสิทธิเพื่อมาอภิปรายชี้แจงเหตุผลในรัฐสภาเพื่อให้รัฐสภาลงมติตัดสินในวาระ 2 ชั้นพิจารณารายมาตรา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10. กรรมาธิการในสัดส่วนของพรรคก้าวไกล และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคก้าวไกล ได้ขอแก้ไขมาตรา 83 และมาตรา 91 ให้เป็นระบบเลือกตั้งแบบสัดส่วนผสม (MMP : Mixed member proportional)-บัตร 2 ใบ 350 : 150 ที่สารัตถะเคยปรากฎอยู่ในร่างรัฐธรรมนูญฉบับท่านอาจารย์บวรศักดิ์ อุวรรณโณเมื่อปี 2558 แต่กรรมาธิการเสียงข้างมากไม่เห็นด้วย พรรคก้าวไกลจึงสงวนความเห็นและสงวนคำแปรญัตติไว้ต่อสู้ในรัฐสภาวาระ 2&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11. นอกจากนั้น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคก้าวไกลยังได้ยื่นญัตติด่วนในรัฐสภาพิจารณาตีความข้อบังคับการประชุมรัฐสภา พ.ศ. 2563 ข้อ 124 วรรคสาม และข้อ 114 วรรคสอง เนื่องจากเห็นว่าการพิจารณาในชั้นกรรมาธิการไม่อาจแก้ไขขัดแย้งกับหลักการหรือเกินหลักการได้ จนถึงนาทีนี้เชื่อว่าจะมีผู้เสนอเลื่อนระเบียบวาระญัตติด่วนนี้ขึ้นมาพิจารณาก่อนระเบียบวาระพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมวาระ 2 และเชื่อว่าจะใช้เวลาพิจารณากันนานพอสมควร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12. ในการพิจารณาชั้นกรรมาธิการสังเกตุได้ว่าในส่วนของกรรมาธิการจากสภาผู้แทนราษฏร ไม่ได้แบ่งฟากความคิดเห็นเป็นฝ่ายรัฐบาลกับฝ่ายค้าน หากเป็นไปในลักษณะที่ &amp;nbsp;3 พรรคใหญ่ คือ พรรคพลังประชารัฐ พรรคเพื่อไทย และพรรคประชาธิปัตย์ มีความเห็นไปในทิศทางเดียวกัน ขณะที่ในอีกฟากหนึ่งมี 2 พรรคคือพรรคก้าวไกล และพรรคภูมิใจไทยมีความเห็นค่อนไปในทิศทางเดียวกัน และมีแนวโน้มในช่วงหลังว่าพรรคชาติไทยพัฒนาเริ่มเห็นด้วยกับฟากฝั่งหลังนี้ในบางประเด็น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13. ไม่ว่าผลการพิจารณาญัตติด่วนตาม 11 และการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมวาระ 2 จะมีผลอย่างไร และสมมติว่าถ้าผ่านวาระ 2 ภายในสัปดาห์หน้าและมีการลงมติเห็นชอบในวาระ 3 ที่วางตารางเวลาไว้ภายในสมัยประชุมนี้คือก่อนวันที่ 18 กันยายน คาดหมายกันว่าการบังคับใช้รัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขเพิ่มเติมแก้ไขระบบเลือกตั้งก็อาจจะยืดเยื้อออกไป เพราะคาดว่าอาจจะมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวนหนึ่งใช้สิทธิยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญตามมาตรา 256 (7) ประกอบมาตรา 81 มาตรา 145 และมาตรา 148 (1) ให้วินิจฉัยว่าร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมฉบับนี้ขัดรัฐธรรมนูญหรือกระบวนการตราไม่ถูกต้องตามรัฐธรรมนูญ ในประเด็นที่กล่าวมาตาม 4&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเด็นหลัก ๆ โดยสังเขปมีเพียงนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขออภัยที่อาจถ่ายทอดได้ไม่ดีเท่าใจนึก เพราะเป็นเรื่องเชิงเทคนิคและประเพณีปฏิบัติในการพิจารณาร่างกฎหมายของฝ่ายนิติบัญญัติ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมจะขอใช้สิทธิอภิปรายในรัฐสภาตามสมควรทั้งในวาระญัตติด่วนตีความข้อบังคับ และวาระพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมในมาตราที่สงวนความเห็นไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอบพระคุณครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คำนูณ สิทธิสมาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สมาชิกวุฒิสภา
22 สิงหาคม 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114126</URL_LINK>
                <HASHTAG>คำนูณ สิทธิสมาน, เลือกตั้ง ส.ส., แก้ไขรัฐธรรมนูญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210419/image_big_607d238c4bd25.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>107033</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/06/2021 07:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/06/2021 07:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;คำนูณ&#039;ชำแหละแก้รธน.สมนาคุณพรรคใหญ่ ถอดปลั๊กรัฐธรรมนูญปราบโกง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
21 มิ.ย.64-นายคำนูณ สิทธิสมาน สมาชิกวุฒิสภา โพสต์เฟซบุ๊ก Kamnoon Sidhisamarn ว่า สมนาคุณพรรคใหญ่ ถอดปลั๊กรัฐธรรมนูญปราบโกง ปิดสวิทช์ส.ว. ขีดเส้นใต้ศึกแก้รัฐธรรมนูญ 13 ฉบับ 3 กลุ่ม 9 ประเด็น
________&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ใช้เวลาสแกนร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม 13 ฉบับจาก 3 กลุ่มพรรคการเมือง คือ พรรคพลังประชารัฐ 1 ฉบับ, พรรคเพื่อไทย 4 ฉบับ และพรรคร่วมรัฐบาล 3 พรรค 8 ฉบับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในมุมมองของผมขอจำแนกเป็น 9 ประเด็นกระจายอยู่ในร่างฯทั้ง 13 ฉบับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. เปลี่ยนแปลงระบบเลือกตั้งส.ส.เป็นระบบบัตร 2 ใบ 400 : 100 คู่ขนาน ตามแบบรัฐธรรมนูญ 2540 (พปชร., พท., พรรคร่วมรบ.)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. ตัดบทลงโทษรุนแรงต่อนักการเมืองและข้าราชการประจำที่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการใช้งบประมาณแผ่นดิน โดยแก้ไขมาตรา 144, 185 ที่เพิ่งมีเป็นครั้งแรกในรัฐธรรมนูญ 2560 (พปชร.)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. ยกเลิกอำนาจส.ว.ร่วมเลือกนายกรัฐมนตรี และขยายที่มาของนายกรัฐมนตรีไม่ให้จำกัดอยู่เฉพาะที่แต่ละพรรคเสนอชื่อในวันเลือกตั้งเท่านั้น โดยให้มาจากส.ส.ด้วย (พท., พรรคร่วมรบ.-ยกเว้นชพ.ที่ไม่ร่วมลงชื่อ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. เปลี่ยนแปลงวิธีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยยกเลิกเงื่อนไขส.ว. 1/3 ในวาระ 1, 3 และส.ส.ฝ่ายค้าน 20 % ในวาระ 3 (พรรคร่วมรบ.)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5. เปลี่ยนแปลงบทบัญญัติที่เกี่ยวกับยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ (พปชร., พท., พรรคร่วมรบ.)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6. ยกระดับหมวดสิทธิเสรีภาพของประชาชนและหน้าที่ของรัฐ (พปชร., พท., พรรคร่วมรบ.)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7. ปรับแก้กระบวนการกล่าวโทษป.ป.ช. (พรรคร่วมรบ.)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8. ยกระดับหมวดการปกครองท้องถิ่น (พรรคร่วมรบ.)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9. ป้องกันการรัฐประหาร ยกเลิกบทบัญญัตินิรโทษกรรมคสช. (พท.)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พอสรุปภาพรวมได้ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สมนาคุณพรรคใหญ่&amp;rdquo; (ประเด็น 1)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ถอดปลั๊กรัฐธรรมนูญปราบโกง&amp;rdquo; (ประเด็น 2)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ปิดสวิทช์ส.ว.&amp;rdquo; (ประเด็น 3)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เชื่อว่าเป้าหมายหวังผลเต็ม 100 คือประเด็น 1 และประเด็น 2 &amp;lsquo;สมนาคุณพรรคใหญ่&amp;rsquo; และ &amp;lsquo;ถอดปลั๊กรัฐธรรมนูญปราบโกง&amp;rsquo; โดยจะเห็นได้ว่า 2 เป้าหมายนี้อยู่ในร่างของพรรคพลังประชารัฐพรรคแกนนำรัฐบาล ที่มัดรวมกันเข้าเป็นร่างเดียวร่วมกับประเด็นอื่นด้วย คือประเด็น 5 และ 6&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เป็นร่างที่มีโอกาสผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภามากที่สุด !&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพราะประเด็นที่ 1 มีอยู่ในร่างของทุกกลุ่ม และแม้ประเด็นที่ 2 จะเสนอโดยพรรคพลังประชารัฐเท่านั้น แต่เชื่อว่าลึก ๆ แล้วนักการเมืองแทบทุกพรรคเห็นด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และถ้าเราเชื่อมโยงทั้ง 2 ประเด็นนี้เข้ากับสถานการณ์การเมืองที่เป็นจริง ไม่ว่าจะเป็นเงื่อนเวลาที่เหลืออีกไม่เกิน 2 ปีรัฐบาลจะอยู่ครบเทอม การเตรียมรับมือการเลือกตั้งของทุกพรรค รวมทั้งการเปลี่ยนแปลงกรรมการบริหารในพรรคพลังประชารัฐ จะเข้าใจภาพรวมของการเมืองไทยในอนาคตไม่ยาก และเข้าใจได้ไม่ยากเช่นกันว่าเหตุใดพรรคพลังประชารัฐจึงผลักดันเต็มที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนประเด็น 3, 4 &amp;lsquo;ปิดสวิทช์ส.ว.&amp;rsquo; แม้ไม่อาจหวังผลได้ เพราะยากจะได้เสียงสนับสนุนตามเกณฑ์จากส.ว. แต่ก็เป็นประเด็นที่ต้องเสนอไว้ เพื่อรักษาวาทกรรมประชาธิปไตย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเด็น 6, 8 มีไว้เพื่อชี้แจงแสดงเหตุผลว่าเป้าหมายการแก้รัฐธรรมนูญครั้งนี้คือเพื่อประชาชน ไม่ใช่เพื่อนักการเมือง
ตั้งใจจะอภิปรายตามแนวนี้ แต่จะได้มาดน้อยแค่ไหนไม่แน่ใจ เพราะเวลาที่ได้รับมาจำกัดมาก
ส่วนจะลงมติอย่างไรนั้น...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ที่แน่นอนที่สุดคือประเด็นตัดอำนาจส.ว.ร่วมเลือกนายกรัฐมนตรี ผมแสดงเจตนารมณ์ต่อสาธารณะมาตั้งแต่ปีที่แล้วว่าเห็นด้วย และเคยโหวตเห็นด้วยไปครั้งหนึ่งแล้วแม้จะไม่เป็นผล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ณ วันนี้ไม่มีเหตุผลที่จะเห็นต่างไปจากเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ร่างฯใดเสนอตัดมาตรา 272 ผมลงมติเห็นชอบให้แน่นอนครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเด็นนี้ชัดเจน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ผมยังไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขมาตรา 144 และ 185 ที่เป็นการถอดปลั๊กรัฐธรรมนูญปราบโกง
แต่ไม่สามารถแยกลงมติเฉพาะประเด็นนี้ได้ เพราะเป็นประเด็นที่ถูกมัดรวมอยู่ในร่างของพรรคพลังประชารัฐ
เรื่องระบบเลือกตั้ง โดยพื้นฐานแล้วผมไม่เห็นด้วยกับระบบบัตร 2 ใบ 400 : 100 แบบคู่ขนาน หรือ MMM : Mixed-member majoritarian ที่มี 2 กฎเอื้อพรรคใหญ่ตามแบบรัฐธรรมนูญ 2540 เพราะก่อให้เกิดวิกฤตใหญ่มาแล้ว เป็นการผูกขาดการเมืองไว้กับพรรคใหญ่ กลุ่มทุน และนักการเมืองอาชีพ ตัดหนทางพรรคทางเลือก แต่การจะคงระบบบัตรใบเดียวตามรัฐธรรมนูญ 2560 นับคะแนนแบบการเลือกตั้ง 2562 ก็เป็นปัญหาเช่นกัน ทางที่ควรจะเป็นคือการใช้บัตร 2 ใบ ในระบบสัดส่วนผสม หรือ MMP : Mixed-member proportional ตามที่ร่างรัฐธรรมนูญฉบับอาจารย์บวรศักดิ์ อุวรรณโณเคยยกร่างไว้เมื่อปี 2558 โดยผมเป็นหนึ่งในกรรมาธิการยกร่างชุดนั้นด้วย แต่ไม่มีร่างใดของกลุ่มใดเสนอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จะลงมติอย่างไรใน 2 ประเด็นนี้ ขอตัดสินใจอีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รวมทั้งประเด็นอื่น ๆ ทั้งประเด็นยกระดับสิทธิเสรีภาพของประชาชนและหน้าที่ของรัฐที่อยู่ในร่างของทั้ง 3 กลุ่ม และประเด็นปรับแก้กระบวนการกล่าวโทษป.ป.ช. ต้องขอพิจารณาลงรายละเอียดอีกครั้ง รวมทั้งฟังคำชี้แจงของผู้เสนอร่างเพื่อความชัดเจน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันที่ 24 มิถุนายน 2564 ได้รู้กันครับ.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107033</URL_LINK>
                <HASHTAG>คำนูณ สิทธิสมาน, แก้รธน.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210621/image_big_60cfe280be7dd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>102062</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/05/2021 09:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/05/2021 09:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สมควรอ่าน!&#039;คำนูณ&#039;ยกบันทึกกฤษฎีกาที่1271/2563 เทียบเคียงคดี&#039;ธรรมนัส&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 พ.ค.64 - นายคำนูณ สิทธิสมาน สมาชิกวุฒิสภา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ถึง กรณีศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย สมาชิกภาพส.ส.ของร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา พรรคพลังประชารัฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ไม่สิ้นสุดลงตามคำร้อง โดยยกอํานาจอธิปไตย การใช้อำนาจตุลาการย่อมต้องไม่ตกอยู่ในอาณัติหรือภายใต้อำนาจตุลาการของรัฐอื่นคำพิพากษาของศาลออสเตรเลียไม่มีผลผูกพันตามกฎหมายไทยว่า
คำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกคนไทยโดยศาลต่างประเทศและมีการจำคุกจริงจะมีผลต่อคนไทยคนนั้นในประเทศไทยอย่างไร เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันมากในช่วงวันสองวันนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยไปแล้วโดยยึดหลักอำนาจอธิปไตย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้ และแม้กระทั่งขณะนี้ มีการเผยแพร่บันทึกสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเรื่องเสร็จที่ 276/2525 ซึ่งมีความเห็นแตกต่างกับคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ต่อมาในเวลาใกล้เคียงกันมีการเผยแพร่บันทึกสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเรื่องเสร็จที่ 562/2554 ที่มีความเห็นแตกต่างไปจากบันทึกฯฉบับแรกและมีแนวทางใกล้เคียงกับคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญเพื่อความสมบูรณ์ทางวิชาการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอเผยแพร่บันทึกสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาล่าสุดเกี่ยวกับกรณีใกล้เคียงกันนี้อีกฉบับนะครับ ถ้าเข้าใจไม่ผิดน่าจะเป็นฉบับล่าสุดเกี่ยวกับกรณีนี้ เป็นบันทึกสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเรื่องเสร็จที่ 1271/2563 เมื่อเดือนตุลาคม 2563 นี่เอง กรณีนี้เป็นคำพิพากษาให้ลงโทษจำคุกคนไทยของศาลสหรัฐอเมริกาในคดียาเสพติด เมื่อพ้นโทษออกมาแล้ว เขาได้ร้องขอสิทธิประโยชน์จากการถูกสั่งพักราชการจากต้นสังกัดคืน รวมทั้งขอให้เพิกถอนคำสั่งพักราชการ ต้นสังกัดได้ขอความเห็นมายังสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเพราะเห็นว่าความเห็นของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาในปี 2525 และ 2554 ยังมีความแตกต่างกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกาในบันทึกฉบับนี้เป็นการประชุมร่วมกันของคณะ 11 (ศ.คณิต ณ นคร - ประธาน) กับคณะ 13 (ศ.บวรศักดิ์ อุวรรณโณ - ประธาน) มีความครอบคลุมทางวิชาการ ตัวบทกฎหมายต่าง ๆ ของไทย และข้อตกลงระหว่างประเทศที่มีอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;คณะกรรมการกฤษฎีกา (ที่ประชุมร่วมกรรมการกฤษฎีกา คณะที่ 11 และคณะที่ 13) จึงมีความเห็นว่า ข้อหารือนี้มิใช่ข้อหารือเกี่ยวกับการดําเนินคดีอาญาแต่เป็นข้อหารือเรื่องวินัยทหาร และการพิจารณาให้ความเห็นในกรณีนี้เป็นกรณีที่ใช้ผลของคําพิพากษาของศาลต่างประเทศมารับฟัง เป็นพยานหลักฐานในฐานะข้อเท็จจริงในการดําเนินการทางวินัยกับข้าราชการทหาร ซึ่งเป็นการรับฟังคําพิพากษาของศาลต่างประเทศในฐานะข้อเท็จจริง มิใช่การรับคําพิพากษาของ ศาลต่างประเทศมาบังคับโทษในประเทศไทย ดังนั้นข้อความว่า &amp;lsquo;เมื่อคดีถึงที่สุดแล้ว&amp;rsquo; ตามข้อ 77 วรรคสอง แห่งข้อบังคับกระทรวงกลาโหมว่าด้วยการสั่งให้ข้าราชการทหารพักราชการ พ.ศ. 2528 จึงรวมถึงคดีถึงที่สุดตามคําพิพากษาของศาลสหรัฐอเมริกาด้วย....&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สมควรอ่าน และสมควรศึกษาอย่างยิ่งครับ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102062</URL_LINK>
                <HASHTAG>คำนูณ สิทธิสมาน, ธรรมนัส พรหมเผ่า, บันทึกกฤษฎีกา, อำนาจอธิปไตย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210419/image_big_607d238c4bd25.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>99951</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/04/2021 13:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/04/2021 13:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วิปวุฒิฯขอกมธ.งดประชุม-ส.ว.หยุดลงพื้นที่ถึงสิ้นเม.ย.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 เม.ย. 64 - ที่รัฐสภา นายคำนูณ สิทธิสมาน สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการกิจการวุฒิสภา (วิปวุฒิสภา) กล่าวภายหลังการประชุมวิปวุฒิสภาถึงมาตรการรับมือการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 ว่า ที่ประชุมมีมติขอความร่วมมือคณะกรรมาธิการ(กมธ.) คณะอนุ กมธ. ส.ว. งดประชุม จนถึงสิ้นเดือนเม.ย.นี้ และขอความร่วมมือสมาชิกให้ใช้ความระมัดระวังในการพบประชาชน ส่วนโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนที่มีการลงพื้นที่แต่ละจังหวัดนั้น ที่ประชุมเห็นควรงดการลงพื้นที่ออกไปก่อน แต่ยังคงรับฟังปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน โดยพล.อ.สิงห์ศึก สิงห์ไพร รองประธานวุฒิสภาคนที่หนึ่ง ในฐานะผู้รับผิดชอบจะเป็นผู้ประสานดูแลรายละเอียด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายคำนูณ ยังกล่าวถึงกรณีที่มีพนักงานราชการ ฝ่ายบริการ ติดเชื้อโควิค 19 ว่า นายนัฑ ผาสุข เลขาธิการวุฒิสภา ยืนยันต่อที่ประชุมว่า มีการดูแลเจ้าหน้าที่และบุคคลกลุ่มเสี่ยงอย่างใกล้ชิด โดยได้มีการตรวจหาเชื้อและกักตัวตามมาตรการ รวมทั้งบุคลากรของวุฒิสภาที่เดินทางไปต่างจังหวัด ให้เริ่มทำงานที่บ้าน (Work From Home) หรือตรวจสอบอย่างเข้มงวดหากต้องมาปฎิบัติงาน ซึ่งจากการตรวจสอบไทม์ไลท์พนักงานราชการ ฝ่ายบริการ ในวันที่ 8 เม.ย. ที่ผ่านมา เมื่อตรวจสอบแล้วคาดว่าน่าจะมีการติดเชื้อหลังจากวันดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา เน้นย้ำให้บุคลากรลดการปฎิบัติงานในพื้นที่ให้มากที่สุด ส่วนเรื่องการฉีดวัคซีนให้สมาชิกนั้น เป็นเรื่องที่รัฐบาลจะดำเนินการจัดเตรียมให้กับสมาชิกรัฐสภา โดยการประสานงานของกระทรวงสาธารณสุขและกรรมาธิการการสาธารณสุข โดยมีการฉีดเข็มแรก เมื่อวันที่ 8-9 เม.ย.ที่ผ่านมา โดยกรณีนี้ถือเป็นความสมัครใจของสมาชิก ซึ่ง ส.ว.ส่วนใหญ่ถือเป็นกลุ่มเสี่ยง&amp;quot; โฆษกวิปวุฒิสภา ระบุ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/99951</URL_LINK>
                <HASHTAG>คำนูณ สิทธิสมาน, วิปวุฒิสภา, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210419/image_big_607d238c4bd25.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>96589</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/03/2021 15:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/03/2021 15:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;คำนูณ&#039;กระตุกรัฐบาลไม่ได้ชนะในทุกเรื่อง กม.ประชามติอาจเป็นจุดเปลี่ยนบ้านเมืองในอนาคต </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;

19 มี.ค.64 - นายคำนูณ สิทธิสมาน สมาชิกวุฒิสภา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รัฐบาลไม่ได้ชนะเสมอไปในทุกเรื่อง !&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในการพิจารณาร่างพ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ พ.ศ. .... วาระ 2 ในที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภา เมื่อช่วงค่ำวันที่ 18 มีนาคมที่ผ่านมา รัฐบาลแพ้มติฝ่ายค้านหวุดหวิดในมาตราสำคัญ จนทำให้การพิจารณาต้องสะดุดหยุดลง ไม่อาจพิจารณาต่อจนจบวาระ 2 - 3 ในสมัยประชุมวิสามัญ 17-18 มีนาคมนี้ได้ เพราะต้องให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกานำไปปรับแก้มาตราอื่นที่เกี่ยวเนื่องกันให้รอบคอบเสียก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทำให้อาจจะต้องมีการเปิดประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญอีกครั้งในช่วงปลายเดือนมีนาคมหรือต้นเดือนเมษายนนี้ เพื่อพิจารณาต่อให้จบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่ว่าสำคัญนั้นมันเป็นไฉน ?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จะพยายามเล่าให้ฟังง่าย ๆ นะครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มันเป็นเรื่องของเหตุที่จะให้มีการออกเสียงประชามติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งปัจจุบันมีได้เพียง 2 เหตุเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. คณะรัฐมนตรีให้ทำ &amp;ldquo;ในกรณีที่มีเหตุอันสมควร&amp;rdquo; ทั้งนี้ เป็นไปตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญมาตรา 166&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. เมื่อมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญใน 6 ประเด็นสำคัญ ทั้งนี้เป็นไปตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญมาตรา 256 (8)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ร่างกฎหมายประชามติที่รัฐบาลเสนอเข้ามาเดินตามแนวทางนี้ การพิจารณาในชั้นกรรมาธิการร่วมของรัฐสภายังคงมีมติเดินตามร่างรัฐบาล ปรับแก้รายละเอียดเล็กน้อย เพราะเห็นว่าโดยลักษณ์อักษรแล้ว เหตุข้อ 1 เขียนไว้ &amp;ldquo;กว้าง&amp;rdquo; ครอบคลุมทุกเรื่องทุกมิติแล้ว เพราะอาจเป็นเหตุใดก็สามารถเข้า &amp;ldquo;เหตุอันสมควร&amp;rdquo; ขอเพียงให้คณะรัฐมนตรีมีมติเท่านั้น ซึ่งก็หมายถึงคณะรัฐมนตรีทุกชุดในอนาคต ไม่จำเป็นต้องเขียนขยายเหตุเพิ่มเติม ตามหลักการเขียนกฎหมายที่ว่าเขียนเปิดกว้างไว้ดีกว่า ยิ่งไปเขียนรายละเอียดเพิ่มเติม อาจให้ผลทำให้ &amp;ldquo;แคบ&amp;rdquo; ลงก็ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พรรคฝ่ายค้านทั้งที่เป็นกรรมาธิการและสมาชิกรัฐสภาทั่วไปเสนอขอแปรญัตติแก้ไขเพิ่มเหตุที่จะให้มีการออกเสียงประชามติเข้ามามาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพราะเห็นว่า เหตุตามข้อ 1 น่ะกว้างก็จริง แต่ไม่เคยเกิดขึ้นได้เลย และเชื่อว่าถ้าไม่เขียนขยายไว้ ก็ยากที่จะเกิดขึ้นได้จริง เพราะโดยธรรมชาติของคณะรัฐมนตรีในฐานะฝ่ายบริหารมักจะไม่เห็น &amp;ldquo;เหตุอันสมควร&amp;rdquo; เสียที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่ากระนั้นเลย เขียนขยายความไว้ดีกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไหน ๆ ก็เป็นร่างกฎหมายเกี่ยวกับการปฏิรูปประเทศแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คำแปรญัตติที่เป็นหลักอยู่จนถึงการลงมติในช่วงค่ำวันที่ 18 มีนาคม เป็นของอาจารย์ชูศักดิ์ ศิรินิล กรรมาธิการจากโควต้าพรรคเพื่อไทย ขอขยายเหตุเป็น 5 อนุมาตราดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(1) การออกเสียงเกี่ยวกับการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญตามที่มีบทบัญญัติกำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(2) การออกเสียงกรณีเมื่อคณะรัฐมนตรีเห็นว่ามีเหตุอันสมควร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(3) การออกเสียงตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องมีการออกเสียง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(4) การออกเสียงในกรณีที่รัฐสภาได้พิจารณาและมีมติเห็นว่าเป็นเรื่องที่มีเหตุสมควรที่จะให้มีการออกเสียงและได้แจ้งให้คณะรัฐมนตรีดำเนินการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(5) การออกเสียงกรณีประชาชนเข้าชื่อเสนอต่อคณะรัฐมนตรี เพื่อให้ความเห็นชอบในการออกเสียง ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการกำหนด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เป็นการขอแก้ไขที่ไม่ทำให้แคบลงแน่ เพราะรวบเอาเหตุเดิมตามข้อ 1 มาอยู่ใน (2) เรียบร้อยแล้ว เคยกว้างอยู่อย่างไรตามที่กล่าวอ้างกันก็ยังกว้างอยู่อย่างนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเด็นสำคัญอยู่ที่ (4) และ (5) ครับ !&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;มติของ &amp;ldquo;รัฐสภา&amp;rdquo; ในฐานะผู้แทนประชาชนสามารถขอให้คณะรัฐมนตรีจัดประชามติได้ !&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนั้น &amp;ldquo;ประชาชน&amp;rdquo; ยังสามารถใช้สิทธิโดยตรง โดยเข้าชื่อกันเสนอให้คณะรัฐมนตรีจัดประชามติได้ !!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เป็นประเด็นสำคัญที่อาจจะเป็นจุดเปลี่ยนของบ้านเมืองได้ในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ญัตติของอาจารย์ชูศักดิ์ ศิรินิล ชนะไปได้ด้วยเสียงหวุดหวิด โดยส.ส.พรรคร่วมรัฐบาลอย่างพรรคประชาธิปัตย์ พรรคภูมิใจไทย พรรคชาติไทยพัฒนา และพรรคอื่น ๆ รวมทั้งส.ว.บางท่าน ร่วมโหวตให้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก็เลยทำให้ต้องเลื่อนการประชุมออกไปก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพราะมาตราต่อ ๆ ไปอย่างนัอย 4 มาตราต้องเขียนใหม่เพื่อปรับให้เข้ากับหลักการใหม่นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;#จับตาร่างกฎหมายประชามติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96589</URL_LINK>
                <HASHTAG>คำนูณ สิทธิสมาน, ชูศักดิ์ ศิรินิล, ร่างพรบ.ประชามติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210319/image_big_605461c4b4667.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
