<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>105598</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/06/2021 19:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/06/2021 19:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เดือดพลั่ก &#039;โบว์-คำผกา&#039; ซดกันนัว &#039;ดัดจริต&#039; และ &#039;หิวแสง&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 มิ.ย. 64 -&amp;nbsp;นางสาวณัฏฐา มหัทธนา หรือ &amp;quot;โบว์&amp;quot; นักกิจกรรมนักเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิมนุษยชน &amp;nbsp;โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊ก Bow Nuttaa Mahattana ตอบโต้ นางสาวลักขณา ปันวิชัย หรือ คำผกา พิธีกรชื่อดัง ว่า เรื่องนั้นเราเคยติงค่ะ ไม่เคยสนับสนุนให้ใครสื่อสารอย่างไม่ให้เกียรติกันอยู่แล้ว ซึ่งเป็นเหตุให้คุณด่าเราว่า &amp;ldquo;ดัดจริต&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;หิวแสง&amp;rdquo; ว่าแต่คุณเคยประณามคนที่ก่ออาชญากรรมกับเรามั้ย จำได้ว่าเคยนั่งจัดรายการหัวเราะสนุกสนานเรื่องที่ปวินเอา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพแอบถ่ายไปปล่อยพร้อมกล่าวหาว่าเราถ่ายเองปล่อยเองเพราะอยากจับผู้ชาย และคุณพูดว่าเราจะไปแจ้งความทำไม ถ้าเป็นคุณจะถ่ายคลิปที่เด็ดกว่ามาปล่อยเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;https://www.facebook.com/575635818/posts/10158187678915819/?d=n&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การไปออกรายการสื่อช่องใดก็ตามคือโอกาสในการพูดกับประชาชนหน้าจอของสื่อนั้น เมื่อเขาต้องการฟังเราก็พูดให้ฟัง ที่ผ่านมาหลายคนในฝั่งที่คุณสนับสนุนก็ไปร่วมรายการมาก่อน ซึ่งเป็นโอกาสดีที่คนจะได้รับฟังมุมมองที่แตกต่างกัน ไม่ใช่ด่าทอสร้างความเกลียดชังไปวันๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แตกหักกันไปค่ะ ใครจะร่วมสร้างสังคมแบบนั้น ขอลา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;https://www.facebook.com/khaosod/videos/483073012927575/&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;https://www.facebook.com/100005019767677/posts/2224568687720435/ &amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้นางสาวลักขณา โพสต์ข้อความโจมตี &amp;quot;โบว์ ณัฏฐา&amp;quot; โดยมีรายละเอียดดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขวัญใจสลิ่มคนใหม่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผลิตงานเขียนได้ดูมีสติกว่า ดี้ กว่าโจ กว่า ดร. นันยาง มีดีกรีเป็นนักเคลื่อนไหวเพื่อปชต.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไม่ต้องจ้าง ขอแต่สปอตไลท์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่น่าเห็นใจคือ อาจทำไปโดยไม่รู้ตัว รู้แต่ว่าอย่างน้อยๆ ยังมีแฟนคลับ แม้นแฟนคลับกลุ่มใหม่จะเรียก ฝ่ายปชต. ว่า &amp;lsquo;สามกีบ&amp;rsquo; ไม่หยุดหย่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปากบอกขอความสุภาพและมีเหตุผล แต่ไม่มีสักครั้งที่เธอจะแวะ เขียนสัก 1 สเตตัสว่าการเรียกคนที่ชูสามนิ้วว่า &amp;lsquo;สามกีบ&amp;rsquo; นั้น ไม่ถูกต้องอย่างไรบ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คนที่โวยวายว่าตนเองถูกไซเบอร์บุลลี่ กลับไม่รู้สึกตะขิดตะขวงใจที่ตนเองเป็นที่นิยมจากกลุ่มคนที่รักในการ dehumanized ผู้อื่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แปลกกว่านั้นยังสามารถไปออกรายการในสื่อที่ได้ชื่อว่า ทั้งปลอมทั้งปลุกปั่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คนมันหิว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105598</URL_LINK>
                <HASHTAG>คำผกา, ลักขณา ปันวิชัย, โบว์ ณัฏฐา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210607/image_big_60be12d2e3e9e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>103525</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/05/2021 09:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/05/2021 09:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;คำผกา&#039; ด่า &#039;พิมรี่พาย&#039; ถ้าชอบทักษิณแต่ไม่กล้าแสดงออก ถือเป็นส่วนหนึ่งของความอยุติธรรม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 พ.ค.64 - นางสาวลักขณา ปันวิชัย หรือ คำ ผกา&amp;nbsp;หรือ แขก&amp;nbsp;พิธีกรชื่อดัง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กกล่าวถึงพิมรี่พาย ยูทูบเบอร์ชื่อดังว่า ขนาดทำบุญ ทำความดียังถูกบอยคอตเพียงเพราะทักษิณ mentioned ถึงนี่มันควรคิดได้นะว่าสังคมวิปริต มึงอ่ะควรด่าความวิปริตนี้ ไม่ใช่ไปบอกทักษิณให้หยุดพูดถึงมึง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้าเรื่องวิปริตแค่นี้มองไม่ออก ก็เป็นทาสให้มาเฟียบูลลี่และทำฟาร์มบุญปลอมๆ หลอกคนในสังคมจอมปลอมนี้ต่อไปเถอะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถึงขนาดนางดูถูกพวก fc ว่า &amp;quot;โกรธไปเถอะ เดี๋ยวกูออกคลิปความดีใหม่ พวกมึงก็หายโกรธ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หูยยยย กูนี่หน้าชาแทน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้น &amp;quot;คำผกา&amp;quot; ได้ตอบคอมเมนท์ว่า &amp;quot;ถ้าชอบทักษิณ แล้วไม่กล้าแสดงออก แปลว่าได้อุทิศตนเป็นส่วนหนึ่งของกลไกที่ทำให้คนอย่างทักษิณเป็น &amp;lsquo;ผี&amp;rsquo; ถ้าคุณไม่ส่งเสียงคัดค้านความอยุติธรรมคุณคือส่วนหนึ่งของความอยุติธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103525</URL_LINK>
                <HASHTAG>คำผกา, ทักษิณ ชินวัตร, พิมรี่พาย, ลักขณา ปันวิชัย, โทนี่แม้ว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210520/image_big_60a5c790d9113.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>69426</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/06/2020 20:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/06/2020 20:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;คำผกา-แคร์&#039; ชี้เปรี้ยงคงพรก.ฉุกเฉินเกิน 1 เดือน ทำลายหลักการประชาธิปไตย หลักนิติรัฐ สิทธิพลเมือง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 มิ.ย.63 - เพจเฟซบุ๊ก &amp;quot;CARE คิด เคลื่อน ไทย&amp;quot; ของกลุ่มแคร์ ได้โพสต์ความเฟ็นของ &amp;nbsp;น.ส.ลักขณา ปันวิชัย &amp;nbsp; หรือ &amp;quot;คำ ผกา&amp;quot; สมาชิกผู้ก่อตั้งกลุ่มแคร์ ต่อกรณีรัฐบาลยังคง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน โดยมีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;คำผกา&amp;quot; : รัฐบาลมีเหตุผลอะไรสำหรับคง &amp;quot;พ.ร.ก.ฉุกเฉิน&amp;quot; เอาไว้?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รัฐบาลภายใต้ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ประกาศใช้ พรก. ฉุกเฉิน โดยอ้างสถานการณ์รุนแรงของโควิด 19 มาตั้งแต่วันที่ 24 มีนาคม 2563 โดยมีอายุ 1 เดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ใน 1 เดือนนั้นสถานการณ์โควิด 19 ในประเทศไทยคลี่คลายลงมาก ไม่นับว่ากว่า 20 จังหวัดในประเทศไทย ตัวเลขผู้ติดโควิดเป็น 0 มายาวนานเกิน 1 เดือน ก็ต้องมาอยู่ภายใต้ พรก.ฉุกเฉิน กับเขาไปด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งที่สถานการณ์ดีขึ้น แต่รัฐบาลกลับตัดสินใจต่ออายุ พรก. ฉุกเฉินไปอีก 1 เดือน โดยอ้างว่า การ์ดอย่าตก ไม่ประมาท หากหละหลวมจะเกิดการระบาดระลอกสอง ทั้งๆที่มาตรการควบคุมและป้องกันการระบาดโควิด 19 นั้นสามารถทำได้โดยกฎหมายปกติที่มีอยู่แล้ว และไม่มีข้อพิสูจน์อันใดที่ชี้ให้เห็นว่า สถานการณ์ที่ดีขึ้นของโควิด 19 เกี่ยวข้องกับการมี พรก.ฉุกเฉิน และการประกาศเคอร์ฟิว อย่างมีนัยสำคัญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มิหนำซ้ำ พรก.ฉุกเฉิน เป็นกฎหมายพิเศษที่ไม่ควรถูกนำมาใช้อย่างฟุ่มเฟือย โดยไม่จำเป็น เพราะเป็นกฎหมายที่ให้อำนาจกับฝ่ายบริหารโดยปราศจากการตรวจสอบถ่วงดุลย์จากฝ่ายนิติบัญญัติ และตุลาการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เป็นกฎหมายที่ผู้ออกคำสั่งโดย พรก. นี้ไม่ต้องมีความรับผิดชอบทางปกครองโดยสิ้นเชิง ดังนั้นจึงเป็นกฎหมายที่สุ่มเสี่ยงต่อการละเมิดสิทธิ และ อำนาจของประชาชนที่เป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตยตามรัฐธรรมนูญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผลกระทบที่เห็นเป็นรูปธรรม มีทั้งการเซ็นเซอร์สื่อ การควบคุมเสรีภาพในการแสดงออกทางการเมือง การให้อำนาจฝ่ายบริหารอย่างกว้างขวาง ก่อให้เกิดคำสั่งและประกาศที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตการทำมาหากิน คุณภาพชีวิตของประชาชน การศึกษาของเยาวชน โดยที่ผู้ได้รับผลกระทบไม่อาจเรียกร้อง คัดค้าน ต่อรอง หรือเข้าไปมีส่วนร่วมในคำสั่งและประกาศต่างๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายใต้สถานการณ์โควิด 19 ที่ประเทศไทยเข้าสู่สถานะปกติดังที่เราเห็นตัวเลขผู้ติดเชื้อเป็น 0 มาต่อเนื่องกันหลายสัปดาห์ วันนี้ 22 มิถุนายน 2563 ประเทศไทย ไม่มีผู้ป่วยในประเทศมาครบ 28 วัน ตามเกณฑ์ที่ใข้วัดความสงบของโรค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นเราไม่มีความจำเป็นที่ต้องใช้ พรก.ฉุกเฉิน เลย ย้ำ เราไม่มีความจำเป็นต้องคง พรก.ฉุกเฉิน เอาไว้เลย ไม่ว่าจะพิจารณาจากแง่มุมใดก็ตาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การคงอยู่ของ พรก.ฉุกเฉิน ที่ยาวนาน เกิน 1 เดือน ในสถานการณ์ปกติ ทำลายความเชื่อมั่น บรรยากาศการลงทุน ทำร้าย เศรษฐกิจของประเทศอย่างรุนแรง และสำคัญที่สุด ทำลายหลักการประชาธิปไตย หลักนิติรัฐ สิทธิพลเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;พ.ร.ก.ฉุกเฉิน&amp;quot; คือการยึดอำนาจรัฐสภา : ยึดอำนาจประชาชน!&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69426</URL_LINK>
                <HASHTAG>CARE คิด เคลื่อน ไทย, กลุ่มแคร์, การเมือง, คำผกา, พรก.ฉุกเฉิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200617/image_big_5ee9d398ce7c9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>65623</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/05/2020 13:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/05/2020 13:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;รสนา&#039; ป้อง &#039;พระไพศาล&#039; เป็นนักสันติวิธีจุดยืนชัดเจนแล้วจะเทศน์แบ่งแยกทางชนชั้นได้หรือ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 พ.ค.63 - น.ส.รสนา โตสิตระกูล อดีตสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กกล่าวถึงกรณีพระไพศาลสอนธรรมะให้แง่คิดจากวิกฤติโควิด-19 ในหัวข้อ &amp;quot;โควิด คือ ของขวัญ&amp;quot; แต่กลับถูกนักเคลื่อนไหวทางการเมืองอย่างพระมหาไพรวัลย์ พระเซเลบโลกโซเชียล และ&amp;nbsp;ลักขณา ปันวิชัย หรือ คำผกา&amp;nbsp;พิธีกรปากกล้าช่องวอยซ์ทีวี โจมตีว่าสอนธรรมะเอื้อประโยชน์ชนชั้นกลาง ไม่เห็นหัวอกคนไม่มีจะกิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดย น.ส.รสนา กล่าวว่า การทำกิจและการทำจิตของพระไพศาล วิสาโล ดิฉันรู้จักกับพระอาจารย์ไพศาล วิสาโลตั้งแต่สมัยเป็นนักศึกษาที่ธรรมศาสตร์ เป็นเวลากว่า40ปี มาแล้ว ท่านเป็นนักเรียนทุน สอบเข้าได้เป็นที่หนึ่ง แต่นั่นไม่ใช่เรื่องสำคัญ ที่สำคัญคือท่านเป็นคนลึกซึ้งมาก สนใจปัญหาสังคม การเมือง และการเปลี่ยนแปลงสังคมด้วยสันติวิธีมาตั้งแต่สมัยนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ระหว่างเกิดเหตุการณ์ 6 ตุลาฯ 2519 ท่านยังเป็นน.ศ.ปี 2 ทำกิจกรรมชมรมพุทธศาสตร์และประเพณี และได้เข้าร่วมการประท้วงรัฐบาลตามวิถีสันติแบบมหาตมะคานธีด้วยการอดอาหาร ท่านจึงถูกทุบตีและถูกจับกุมคุมขังเหมือนเพื่อนน.ศ.อื่นๆที่ปักหลักอยู่ในรั้วธรรมศาสตร์ แต่เนื่องจากมิใช่แกนนำสำคัญท่านจึงได้รับการปล่อยตัวออกมา และร่วมกับผู้นำศาสนาต่างๆก่อตั้งกลุ่มประสานงานศาสนาเพื่อสังคมทำงานประสานรอยร้าวทางสังคมด้วยสันติธรรมและสันติวิธี งานหลักของท่านตอนนั้นก็คือ การประสานความร่วมมือกับองค์การนิรโทษกรรมสากลในอังกฤษโดยไดัรับความช่วยเหลืออย่างดีกับเพื่อนชาวอังกฤษที่ทำงานอยู่ในองค์การยูเนสโก กล่าวได้ว่าพระอาจารย์ไพศาลเริ่มบทบาทเป็นนักเคลื่อนไหวสันติวิธีระดับระหว่างประเทศตั้งแต่ยังเป็นน.ศ.ปี3และทำงานด้านนี้ต่อมาอย่างแข็งขันหลังจากสำเร็จการศึกษาแล้ว ในท่ามกลางการปิดกั้นสิทธิ เสรีภาพแบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาดในยุคมืดสนิทเวลานั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ท่านเป็นผู้เคลื่อนไหวหลักในการยื่นจดหมายเรียกร้องขอให้รัฐบาลเกรียงศักดิ์ ชมะนันท์ เมื่อปี2521 ปล่อยนักโทษการเมือง ซึ่งนักโทษการเมืองยุค 6ตุลา 2519 ได้แก่ สุธรรม แสงประทุม ธงชัย วินิจจกุล วิโรจน์ ตั้งวาณิชย์ อภินันท์ บัวหภักดี เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม การทำงานด้านมนุษยธรรม สิทธิมนุษยชน และสันติวิธี บ้างครั้งก็ทำให้นักกิจกรรมทางสังคมอย่างท่านเกิดความทุกข์ใจ ท้อใจ หรือถึงกับมีโทสจริตเกิดความขัดแย้งในการทำงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความที่ท่านเป็นคนลึกซึ้ง ท่านจึงได้มาบวชเพื่อพัฒนาคุณภาพด้านใน จากความตั้งใจบวชเพียง 3 เดือนในปี 2526 กลายเป็นการบวชยาวนานกว่าชีวิตฆราวาสของท่าน การบวชของท่านไม่ใช่การหนีปัญหา แต่คือการเผชิญปัญหาด้วยคุณภาพของจิตใจที่มีกำลังในการรับมือกับความทุกข์ภายใน ดังที่ท่านมักพูดเสมอว่า การ&amp;rdquo;ทำกิจ&amp;rdquo;เพื่อสังคม ต้องประกอบกับการ&amp;rdquo;ทำจิต&amp;rdquo;ด้วยความปล่อยวางทั้งความโกรธ ความเกลียด ความคับแค้นใจ ที่สังคมไม่ได้เปลี่ยนแปลงเป็นไปอย่างที่เราปรารถนาง่ายๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นักสันติวิธีในสังคมแห่งการแบ่งขั้ว มักจะถูกเล่นงานจากฝ่ายสุดโต่ง (Extremist)ที่มองผู้คนเป็นฝักฝ่ายว่า ไม่มีจุดยืน ทั้งที่ท่านไพศาลมีจุดยืนอย่างชัดเจนตามหลักโอวาทปาติโมกข์ว่า ต้องไม่พูดร้าย ต้องไม่ทำร้าย มีขันติธรรมใจกว้างรับฟังความเห็นที่แตกต่างอย่างลึกซึ้ง คนที่นำประเด็นโควิดมาโจมตีท่านว่าเอียงข้างชนชั้นกลาง คงอาจไม่ทราบว่าท่านเองก็เคยถูกโจมตีว่าเอียงข้างโรฮิงญา ซึ่งไม่ใช่เพียงแค่เป็นชนกลุ่มที่ยากจนที่สุดกลุ่มหนึ่ง แต่เป็นกลุ่มชนชายขอบของโลกที่ถูกเหยียบย่ำความเป็นมนุษย์มากที่สุด จนไม่มีที่ยืนอยู่ในโลกใบนี้ บุคคลที่ยืนหยัดอยู่ข้างเพื่อนมนุษย์ผู้ยากไร้ที่สุด ต่างเผ่าพันธุ์ ต่างความเชื่อ เช่นนี้น่ะหรือจะเทศนาเพื่อการแบ่งแยกทางชนชั้น?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระไพศาลเทศน์เรื่อง &amp;rdquo;โควิดเป็นของขวัญ&amp;rdquo; กับญาติโยมในวัด นั้นเป็นภาษาธรรมที่แสดงแก่ชาวพุทธกลุ่มหนึ่งที่กำลังมีปัญหาทางจิตใจเนื่องจากสถานการณ์โรคระบาด ว่าการไปไหนไม่ได้ ก็ทำให้มีเวลาเป็น ของขวัญ เพื่อให้ใช้ประโยชน์จากเวลา และทำใจรับสิ่งที่ไม่พึงปรารถนาด้วยใจที่ยอมรับ คือ&amp;rdquo;การทำจิต&amp;rdquo;กับสถานการณ์ทุกอย่างที่มากระทบ ไม่ว่าพอใจ หรือไม่พอใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ไม่ใช่เอาข้อความประโยคเดียว เรื่องเดียวที่พูดในมุมเฉพาะไปโจมตีท่านว่าพูดให้คนรวย คนชั้นกลางที่ไม่เดือดร้อนจากปัจจัยยังชีพฟัง โดยไม่เห็นความลำบาก ทุกข์ยากของคนจนที่ไม่มีปัจจัยเลี้ยงชีพและตกงานเพราะโรคโควิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากบอกว่าบทเทศน์เรื่อง โควิดคือของขวัญ เป็นเรื่อง &amp;ldquo;การทำจิต&amp;rdquo; ท่านไม่ได้แค่พูดเทศนาลอยๆ เพ้อเจ้ออยู่กับทุ่งลาเวนเดอร์ อย่างที่มีการโจมตีท่านในโซเชียลมีเดีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ท่านให้ความสำคัญกับประเด็นปัญหาโควิดในฐานะที่เป็นปัญหาทางโลกที่ส่งผลกระทบต่อคนจน ในส่วนของ &amp;ldquo;การทำกิจ&amp;rdquo; ของท่าน ซึ่งมีอยู่อย่างมากมายก่อนปัญหาโควิด ท่านผลักดันให้มีการช่วยเหลือ แบ่งปันกันอย่างจริงจัง ต่อเนื่อง งานของเครือข่ายพุทธิกาที่ท่านเป็นหลัก ได้รวบรวมอาสาสมัครในการทำงานทางสังคมเพื่อสร้างวัฒนธรรมแห่งการให้ การช่วยเหลือ และแบ่งปัน เช่น การมีอาสาสมัครไปช่วยบริการ อำนวยความสะดวกผู้ป่วย(นอก)ที่ร.พประสาท เป็นกิจกรรมเล็กๆแต่ให้ความสุขกับอาสาสมัครที่ได้ทำประโยชน์ และผู้ป่วยส่วนใหญ่เป็นผู้ป่วยสูงอายุที่ลำบากในการช่วยเหลือตัวเอง มีความสุขที่ได้รับการดูแล ช่วยเหลือ และเจ้าหน้าที่ของร.พ ก็ได้ผ่อนเบาภาระ และได้รับความรู้สึกที่ดีจากคนไข้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กิจกรรมทางสังคมในการช่วยเติมเต็มช่องว่างทางสังคมของท่าน ไม่ว่าจะเป็นโครงการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย การอบรมอาสาสมัครมาช่วยดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย เพื่อให้ผู้ป่วยที่กำลังจากโลกนี้ไป จากไปด้วยความอบอุ่น ไม่อ้างว้างเดียวดาย เป็นการสร้างสังคมแห่งการช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ท่านทำให้อาสาสมัครในหลากหลายกิจกรรมได้พบว่าความสุขจากการให้ มีความลึกซึ้งเหนือกว่าความสุขจากการได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีการปกป้องผืนป่าลุ่มน้ำลำปะทาว ท่านได้ร่วมกับหลวงพ่อคำเขียนเดินธรรมยาตราทุกปีเป็นเวลา 20 ปีโดยตัวท่านเองนำเดินเท้าเปล่าเป็นระยะทางนับร้อยกิโลเมตรเพื่อให้ผู้คนตระหนักถึงความสำคัญของผืนป่าอีสานที่นับวันจะถูกทำลายให้ลดน้อยลงไปทุกที นอกจากนี้ในแต่ละปีท่านร่วมกับชาวบ้านออกดับไฟป่าซึ่งเป็นงานที่หนักและเสี่ยงชีวิต ยิ่งไปกว่านั้นท่านยังเคยนำพุทธบริษัทเดินธรรมยาตราอนุรักษ์พื้นที่รอบทะเลสาปสงขลามาแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับกรณีผู้คนยากไร้ที่ประสบความทุกข์สาหัสจากโควิด เพราะปัจจัยยังชีพ นอกจากบทเทศน์ที่ยกตัวอย่างหลายประเทศที่ช่วยเหลือกันในยามวิกฤติ ท่านในฐานะประธานได้มอบหมายแนวทางกิจกรรมให้เครือข่ายพุทธิกาดำเนินการในโครงการ ปันกันอิ่ม ซึ่งเป็นการ&amp;rdquo;ทำกิจ&amp;rdquo; ของท่าน โดยท่านได้เทศน์เล่ากิจกรรมดังกล่าวในชื่อ &amp;ldquo;อยากทำดีเพราะมีตัวช่วย &amp;ldquo; ที่วัดป่ามหาวัน เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2563 ตอนหนึ่งว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ก่อนที่จะเกิดวิกฤตโควิด เครือข่ายพุทธิกาก็มีโครงการนี้อยู่แล้วเรียกว่า ปันกันอิ่ม ชื่อคล้ายๆกันแต่ว่าคนที่ไปติดต่อร้านค้าต่างๆเป็นเจ้าหน้าที่ของมูลนิธิของเครือข่ายพุทธิกา แต่ว่าโครงการปันความอิ่มเขาไม่มีคน เขาก็เลยใช้วิธีเชิญชวนคนสนใจไปเป็นจิตอาสาที่จะไปติดต่อร้านค้าให้มาร่วมโครงการนี้ วิธีนี้ทำให้โครงการนี้กระจายไปได้กว้าง เพราะว่าคนที่อยากจะเป็นจิตอาสามีอยู่ทั่วประเทศ เขาก็ไปติดต่อร้านค้าที่รู้จักเพราะอยู่ใกล้บ้าน เขาก็มีร้านเจ้าประจำอยู่แล้วที่เขาไว้เนื้อเชื่อใจ ก็ไปถามเจ้าของร้าน ถามแม่ค้าว่าสนใจไหม ใช้ความคุ้นเคยกันจากความเป็นลูกค้า มากินประจำ ทำให้มีความไว้วางใจ รู้ว่าไม่มาหลอก ก็ทำให้อยากจะช่วย วิธีนี้ทำให้ความมีน้ำใจของคนเรามันแพร่กระจายไปกว้างขวาง คนเราบางครั้งอยากจะช่วย แต่ถ้าไม่มีตัวช่วย ไม่มีปัจจัยสนับสนุน ความมีน้ำใจก็จำกัดวงแคบๆ แต่พอมีปัจจัยสนับสนุนหรือตัวช่วยแบบนี้ มันก็เป็นกำลังทำให้ความเมตตากรุณาได้แพร่กระจายไปกว้างๆ เมืองไทย คนไทยถ้ามีตัวช่วย ตัวสนับสนุนแบบนี้มากๆ คนก็จะเอื้อเฟื้อกันมากขึ้น แล้วคนเห็นแก่ตัวก็จะน้อยลง ๆ จากคนที่เห็นแก่ตัวเขาเห็นแบบอย่างว่า มีคนทำดี มีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ความรู้สึกนึกคิดก็เปลี่ยนไป กลายเป็นว่าอยากทำความดี เพื่อผู้อื่นบ้าง เพราะฉะนั้นเรื่องการทำความดี เราจะอาศัยน้ำใจอย่างเดียวไม่พอ ต้องอาศัยสิ่งแวดล้อมช่วย ทั้งธรรมเนียม วัฒนธรรม การหล่อหลอม การเลี้ยงดู และปัจจัยสนับสนุนอย่างที่ว่าด้วย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.รสนา กล่าวอีกว่า สิ่งพระอาจารย์ไพศาลทำมาตลอดไม่ว่าเป็นการกระทำ หรือคำเทศนา จะสอดรับอยู่ตลอดคือ &amp;ldquo;การทำกิจ&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;การทำจิต&amp;rdquo; โดยเฉพาะนักกิจกรรมทางสังคม การหวังเปลี่ยนแปลงสังคม ต้องประกอบด้วยการ &amp;ldquo;ทำกิจ&amp;rdquo;อย่างมุ่งมั่น สุจริต และการจะทำกิจได้อย่างถูกต้อง ไม่เบี่ยงเบนไปจากเป้าหมาย ก็ต้องมีการ &amp;ldquo;ทำจิต&amp;rdquo;ควบคู่กันไป มิเช่นนั้นแล้ว การทำกิจที่ดี อาจถูกกิเลสลากพาไปสู่การทุจริต คอร์รัปชัน ถ้าการทำจิตไม่เข้มแข็ง หรือการทำกิจ ที่ยังไม่ประสบความสำเร็จ ก็อาจนำไปสู่จิตที่ท้อแท้ ขุ่นเคือง คับข้องใจ จนต้องระบายสู่คนรอบข้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การทำกิจ และการทำจิตจึงเปรียบได้กับ ต้นไม้ใหญ่ที่แผ่กิ่งก้านสาขาให้ร่มเงาได้กว้างใหญ่ไพศาลมากน้อยเพียงใด ย่อมขึ้นอยู่กับรากของต้นไม้นั้นว่าจะหยั่งลึก และแผ่ไพศาลอยู่ในเนื้อดินได้มากน้อยแค่ไหน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดิฉันเชื่อเช่นเดียวกับสาธุชนทั่วไปว่ากรณีวิวาทะเรื่องโควิด จะเป็นของขวัญอันประเสริฐสำหรับการ&amp;rdquo;ทำจิต&amp;rdquo;ของพระอาจารย์ไพศาลและชาวพุทธทั้งหลายด้วยเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65623</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด-19, คำผกา, พระมหาไพรวัลย์, พระไพศาล วิสาโล, รสนา โตสิตระกูล, อดีต ส.ว., โควิดคือของขวัญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180406/image_big_5ac74ee239070.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>65577</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/05/2020 20:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/05/2020 20:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เดือดอีก! &#039;ดร.สุวินัย&#039; ตอก &#039;คำผกา&#039; หน้าหงายใช้เสรีภาพระรานคนเห็นต่าง-ป้ายสี &#039;พระไพศาล&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 พ.ค.63 - เพจเฟซบุ๊ก &amp;quot;สถาบันทิศทางไทย-Thai Move Institute&amp;quot; เผยแพร่บทความเรียบเรียงโดย&amp;nbsp;ดร.สุวินัย ภรณวลัย ประธานยุทธศาสตร์วิชาการ สถาบันทิศทางไทย อดีตอาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวถึงกรณีพระไพศาลสอนธรรมะให้แง่คิดจากวิกฤติโควิด-19 ในหัวข้อ &amp;quot;โควิดคือ ของขวัญ&amp;quot; แต่มีกลุ่มการเมืองนำไปวิพากษ์วิจารณ์จนละเลยเจตนาของการเทศน์ ทั้งพระมหาไพรวัลย์ และ ลักขณา ปันวิชัย หรือ คำผกา นักเขียนและพิธีกรปากกล้าประจำช่องวอยซ์ทีวีของตระกูลชินวัตร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร.สุวินัย กล่าวว่า ไม่ใช่ว่าคำผกาไม่รู้บริบทคำพูดของพระไพศาลหรอก เพราะมันไม่ได้ยากเกินกว่าที่จะรู้ แต่แค่อยากหาเรื่องด่า แล้วก็เอาไปขยายความให้คนอื่นมาด่าต่อ เมื่อปี 2553 ก็ใส่ร้ายพระไพศาลอย่างเลวร้ายและหยาบคาย แล้วสาวกและสื่อในเครือก็เอาไปปั่นกันสนุกสนาน มันไม่ใช่ว่าห้ามวิจารณ์พระ หรือพระไพศาลต้องถูกทุกเรื่อง โต้แย้งไม่ได้ คนดีห้ามวิจารณ์ แต่สิ่งที่คำผกาทำกับพระไพศาลตั้งแต่ปี 53 มันไม่ใช่การวิจารณ์ ไม่ใช่กระทั่งการด่าทอ แต่คือการจงใจใส่ร้ายแบบเติมแต่งขึ้นมาเอง ตีขลุมเอาเอง มโนขึ้นมาเอง ให้เป็นไปตามธงที่ตัวเองตั้งไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แถมยังเอามาพูดอย่างภาคภูมิใจว่าปี 53 ก็ด่าพระไพศาลมาแล้ว ราวกับว่าแค่ด่าก็ชนะแล้ว ฉันแน่มาก โดยไม่ต้องสนใจว่าสิ่งที่ตัวเองด่า (ป้ายสี) คนอื่นจะเป็นความจริงหรือเปล่า เป็นธรรมกับเขาไหม พยายามให้พระไพศาลเป็นคนจิตใจอำมหิต เลือดเย็น ไม่เห็นใจความทุกข์ยากของคน เป็นพระสลิ่ม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระไพศาลเป็นพระที่พูดเรื่องความเหลื่อมล้ำและความไม่เป็นธรรมเชิงโครงสร้างมากที่สุดในประเทศนี้แล้ว แถมขับเคลื่อนภาคสังคมอีกไม่รู้กี่เรื่องในช่วงที่ผ่านมา แต่ &amp;ldquo;ปัญญาชน&amp;rdquo; กลุ่มนี้ก็ยังหาเรื่องด่า (ใส่ร้าย) ไม่เว้นแต่ละวัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แล้วสาวกก็เฮโลเชื่อตามและสื่อในเครือก็เอาไปขยายความต่อ (ตามสูตร) ที่เหลือเชื่ออีกเรื่องคือเอาไปปั่นหูกันว่า พระไพศาลบอกว่าคนเสื้อแดงต้องรับกรรมที่โดนปราบปี 53 เพราะว่าคนเสื้อแดงไปสนับสนุนทักษิณให้ฆ่าตัดตอน ... คือป้ายสีได้ชั่วร้ายจริงๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จริงๆ วิธีคิดของคนกลุ่มนี้ไม่มีอะไรมาก คือหมั่นไส้ชนชั้นกลาง (แม้ว่าตัวเองก็เป็นชนชั้นกลาง และใช้ชีวิตเหมือนชนชั้นกลางทั่วไป) ถ้าชนชั้นกลางชอบหรือให้ค่ากับอะไร (หรือเกลียดอะไร) ฉันจะต้องอยู่ฝั่งตรงข้าม ต้องหาเรื่องมาด่า ต้องหาแง่มุมมาเหยียด โดยไม่ต้องแยกแยะอะไร ด่าแล้วก็รู้สึกว่าตัวเองสูงส่ง ลึกซึ้ง มีจิตสำนึกสูงกว่ามนุษย์ทั่วไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่ผ่านมา คนกลุ่มนี้บอกว่าฝ่ายอนุรักษ์ หรือสลิ่ม หรือชนชั้นกลาง ชอบล่าแม่มด ชอบสร้างภาพปีศาจให้คนอื่น แต่ความจริงคือฝั่งที่บอกว่าตัวเองเห็นคนเท่ากัน ก็ชอบล่าแม่มดและสร้างปีศาจชั่วร้ายไม่ต่างกันเลย และก็ทำมาตลอด ฝ่ายหนึ่งอวดอ้างความดีไปทำร้ายคนอื่น อีกฝ่ายก็อวดอ้างสิทธิ/เสรีภาพ/ประชาธิปไตย/คนเท่ากันไปทำร้ายคนอื่น ไม่ได้ดีไปกว่ากันเลย ชั่วพอกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แค่ความเป็นธรรมให้คนอื่นยังไม่มี แล้วจะไปเรียกร้องความเป็นธรรมในสังคม ตลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แค่คนอื่นแสดงออกไม่เหมือนกับที่ตัวเองอยากให้แสดงออก คิดไม่ตรงกับที่ตัวเองคิด (บางทีคิดเหมือนกันด้วยซ้ำ แค่แสดงออกไม่เหมือนเท่านั้น) ก็เที่ยวบดขยี้ ระราน รังแก ป้ายสี เหยียดเขาไปทั่ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แค่เขาไม่ด่าอย่างที่ตัวเองอยากให้ด่า ก็ไปด่าเขา แค่เขาไม่เกลียดอย่างที่ตัวเองเกลียด ก็ไปประณามเขา แล้วก็เรียกตัวเองว่าเสรีชน เห็นคนเท่ากัน ไม่อยู่ในกะลา ตลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากมิตรสหายท่านหนึ่ง...เท่าที่ติดตามฟังเทศน์พระอาจารย์ไพศาลมาหลายปี ท่านมีธีมหลัก ๆ อยู่ไม่กี่เรื่อง เรื่องแรกคือ &amp;quot;หาข้อดีในเรื่องร้าย&amp;quot; นั่นคือการปลูกทัศนคติ ให้มองเป็น ให้เห็นธรรม บนฐานความจริง โดยไม่เอาทุกข์ไปโถมให้ขาดสติจนแก้ไขปัญหาไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกแก่นหนึ่งคือ &amp;quot;ยอมรับความจริง&amp;quot; ท่านพูดถึงจุดนี้ก่อนที่จะให้เราก้าวไปสู่ทางไหนเพื่อดับทุกข์ คือเห็นทุกข์และยอมรับ ไม่ได้หมายถึงการเบลอใจให้ผิดเพี้ยนไปจากความจริงเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ธรรมะของท่านช่วยกอบกู้ใจคนมากมาย กิจกรรมที่ท่านทำก็ล้วนแต่ทำเพื่อคนทุกระดับทั้งสิ้น ตั้งแต่การเผชิญความตายอย่างสงบ การปลูกป่า การทำความเข้าใจในทุกกลุ่มชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ธรรมะของท่าน ที่สอนถึงคำสอนของหลวงพ่อคำเขียน สุวัณฺโณ อยู่เสมอ คือ &amp;quot;ไม่เอาอะไร กับอะไร&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อเข้าใจธรรมะแล้วไม่สะท้านกับสิ่งที่มาสะเทือนตามที่ท่านสอน คำสอนท่านคงเข้าไปอยู่ในใจเราได้จริง แม้จะยากเต็มทีในวันนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65577</URL_LINK>
                <HASHTAG>คนเสื้อแดง, คำผกา, ดร.สุวินัย ภรณวลัย, พระไพศาล วิสาโล, สถาบันทิศทางไทย, โควิดคือของขวัญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200510/image_big_5eb802d107231.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>62962</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/04/2020 21:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/04/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตรงไหนทำให้&quot;หมอถูกขวิด&quot;?</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ๑๓ เมษายน ๒๕๖๓.......&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สวัสดีสงกรานต์ ปีชวด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปีนี้ พระสยามเทวาธิราช ทรงประทานพร พ่อแม่พี่น้องไทย เบิกศรีที่หน้า บานอริยะที่ใจ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ให้น้อมเกล้า-น้อมเศียร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พนมกร มุ่งจิตสู่ ณ ประตูวิเศษไชยศรี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้วยสัมมาทิฐิ แยกแยะได้ ไหนกงจักร ไหนดอกบัว เมื่อพ้นความหลง จากเห็นผิดเป็นชอบ วิกฤติโควิด-๑๙ ก็ผ่านได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดั่งมหานทีสีทันดร......
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อันจักรวาลนี้ นับอนันตกาล มิเคยมีผู้ใดข้ามได้ แต่กาลจากมหาสงกรานต์นี้ โควิดดั่งมหานที หมื่นวัน-พันปี สรรสอบเฉพาะดี ผู้มีสามัคคีใจ ได้ถึงกาล บานเหนือน้ำ ดุจบัว เบิกอรุณ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;องค์พระสยามฯ เสด็จออก พร้อมพระแสงขรรค์ชัยศรี บังอบาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไทยสัมมาทิฐิ จักข้ามมหานทีสีทันดรทุกข์ สู่สุขไพศาล ด้วยเศรษฐกิจ การงาน ฐานะ-อาชีพ ที่ฟุบก็ฟื้น ที่ล้มก็ลุกยืน คืนสม ตามฐานานุรูปกันถ้วนทั่วสาธุชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวาน ๑๒ เม.ย.๖๓
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษกโควิด &amp;quot;หมอทวีศิลป์&amp;quot; ขานเลขที่ออก ๓๓
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เห็นว่า เฮ กันพอสมควร!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากร้อย ลดลงมาเรื่อยๆ เหลือยอดป่วยรายวันแค่ ๓๓ แต่ยังเฮดังนักไม่ได้ จนกว่าเหลือ &amp;quot;หลักเดียว&amp;quot; นั่นแหละ ค่อยเปลี่ยนเฮ เป็น ไชโย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แล้วรู้กันบ้างหรือเปล่า?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะไทยเตรียมซ้อมเสียงเฮ เสียงไชโย เพื่อนมนุษย์ในซีกโลกตะวันตก ยุโรป-สหรัฐ ล้มตายทับถมเหมือนใบไม้ร่วง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อซันเซต กลิ่นศพตลบเมือง ฝูงแร้งลงทึ้ง นรกภูมิก็ปานนั้น น่ากลัวโรค &amp;quot;จากซาก&amp;quot; ระบาดซ้ำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;นิวยอร์ก&amp;quot; มหานครของสหรัฐ ที่ใครๆ ใฝ่ฝันจะไป ตอนนี้ แปรสภาพเป็น &amp;quot;มหาสุสาน&amp;quot; แห่งสหรัฐไปแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาชีพสัปเหร่อ ดูจะขาดแคลน และเป็นที่ต้องการของโลกเสรีประชาธิปไตย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกหมื่นปี ตรงนิวยอร์ก จะเหมือนอียิปต์วันนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จะต่างก็เพียง ของอียิปต์ ที่ขุดเจอ เป็น &amp;quot;สุสานมัมมี่&amp;quot; แต่ของนิวยอร์ก จะเป็น &amp;quot;สุสานโควิด&amp;quot;!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เฉพาะสหรัฐ ยอดสะสมป่วย กว่า &amp;quot;ครึ่งล้าน&amp;quot; ที่ตาย เข้าหมื่นที่สองแล้ว และยังไม่มีท่าที ว่าสหรัฐจะพบวิธีใดรับมือ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่น่าเวทนามากสุดยามนี้ ที่อิตาลี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คงเห็นคลิปที่แพร่กันแล้ว ผู้คนที่นั่น ที่พึ่ง-ที่หวัง-ที่หยิ่ง &amp;quot;หมดสิ้น-ทุกอย่าง&amp;quot; เหลือเพียงสัญชาตญาณสุดท้าย ดังเห็น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บ้างคุกเข่า แหงนหน้า สองมือยกยอมจำนน อ้อนวอนสวรรค์ บ้างซบหน้าคาพื้น มือห้อยต่ำ ครวญคร่ำขอความเห็นใจจากนรก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บ้างยืน บ้างกระเซอะ-กระเซิง บ้างกอดเสา บ้างตะกายผนัง กางสองแขน แหงนหน้า พร่ำรำพัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พระเจ้าอยู่หนใด ขอจงสถิตในหฤทัย นำทางลูกด้วยพระเมตตาแห่งพระองค์ด้วยเถิด เรียงรายไปตามถนน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เห็นแล้วใจซึม .........
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แหงนมองรูปปั้นอาจารย์ &amp;quot;ศิลป์ พีระศรี&amp;quot; บนหลังโต๊ะทำงาน ภาวนาในใจ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมืองไทยหายดีแล้ว อยากให้ร่วมแรง-ร่วมใจ มีอะไรช่วยได้ ส่งไปช่วยเพื่อนมนุษย์ที่อิตาลีกันบ้างก็จะดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่คิดเช่นกัน ด้วยผมศรัทธา &amp;quot;อาจารย์ศิลป์ พีระศรี&amp;quot; คนอิตาลี ที่เคยมีคุณกับไทย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พูดได้ว่า เพราะอิตาเลียนท่านนี้แหละ เมืองไทยสง่าจึงงามดำรง &amp;quot;ศิลปกรรม-ศิลปากร&amp;quot; ยั่งยืน หยัดราก ถึงวันนี้ และต่อๆ เป็นอนาคต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลายสิ่งหลายอย่างในบ้านเมืองไทย เหมือนขนตาคนไทย อยู่ใกล้ลูกตาที่สุด แต่ลูกตาไม่เคยมองเห็นขนตาเลย!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างอาจารย์ศิลป์ ถามคนไทยว่า รู้จักมั้ย ท่านมีบุญคุณต่อวงการศึกษาศิลป์ไทยอย่างไรบ้าง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ร้อยละ ๙๙.๙๙ จะบอกไม่รู้?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไทยรอด &amp;quot;ตายมโหฬาร&amp;quot; จากโควิดพิฆาตโลกด้วยอะไร รู้มั้ย ส่วนใหญ่ก็จะบอก &amp;quot;ไม่รู้&amp;quot; อีกเช่นกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไทยโควิดระบาดเป็นประเทศที่ ๒ รองจากจีน ทั้งโลกโยนติ้วตรงกัน &amp;quot;ไทยอวสาน&amp;quot; แน่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก็ &amp;quot;นักท่องเที่ยวจีน&amp;quot; เป็นล้านๆ ยัดทะนานไทย จากอู่ฮั่น บานตะเกียง เมื่อโควิดระบาดจะรับมือยังไง?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่ต้องพูดถึงยารักษา เอาแค่ว่า รู้จักมั้ย...มันคือไวรัสอะไร ทั้งโลก ก็ยังไม่มีใครรู้?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ไทยกลับไม่อวสาน นั่นเพราะอะไร?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะ PM 2.5 นั่นไง!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็นพระเอกใน &amp;quot;คราบผู้ร้าย&amp;quot; ถูกส่งมาล่วงหน้าเป็น &amp;quot;ตัวช่วย&amp;quot; ก่อนโควิด-๑๙ จะไล่หลัง &amp;quot;ล้างโลก&amp;quot;!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถ้า PM 2.5 ไม่มาเป็นตัวทำให้คนไทยต้องสวมหน้ากากอนามัย ตั้งแต่ปลายธันวา.๖๒ ละก็
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ป่านนี้ &amp;quot;แร้งวัดสระเกศ&amp;quot; คืนกรุงรัตนโกสินทร์ เหมือนปี พ.ศ.๒๓๙๒ แน่ ที่ตอนนั้น อหิวาต์ระบาด เฉพาะกรุงเทพฯตายกว่า ๓ หมื่นคน ศพกองเป็นภูเขา!&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นี่.....
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คนไทยรอด เพราะการมาก่อนกาลของ PM 2.5 บีบบังคับให้ต้องสวมหน้ากากอนามัยกันแต่ตอนนั้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พอโควิดมา แม้ตอนนั้น &amp;quot;คนจีน&amp;quot; ยังเต็มเมือง เลยเจาะไม่เข้า ถึงเข้าก็...นิดหน่อย!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เห็นมั้ย ยันสถานการณ์เข้าเดือนที่ ๓ ของเราเสียหายแค่ ๓๘ ชีวิต ส่วนที่ป่วยกับที่หาย ก็ครึ่ง-ต่อครึ่ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไทยแทบไม่เป็นส่วนในยอดป่วยโลก ที่เข้าล้านที่ ๒ &amp;nbsp;ยอดตายทะยานหลักแสน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไทย ด้วยหมอดี พยาบาลดี บุคลากรทางการแพทย์ดี รัฐบาลดี นายกฯ ดี นับวันฟื้น ป่วยเก่า-หาย, ป่วยใหม่-น้อย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่ต้องพลัดพราก ว่ากันจริงๆ แล้ว ส่วนใหญ่ เพราะมีโรคอื่นอยู่ก่อน พอโควิดจรผสม เลยจบ!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นี่ คุยกันถึงด้านใกล้ตัว แต่เราไม่เห็น แต่ประเด็นที่พูดจาฮิต-ฮอต ตลอด ๒-๓ วันนี้ ยังคงเป็นเรื่องปัญญาชนของกลุ่มโคแดง-โคส้ม ที่ออกมาอัด &amp;quot;หมอทวีศิลป์&amp;quot; โฆษก ศบค.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สงสัยกัน.......
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หมอทวีศิลป์&amp;quot; ก็แถลงแสนจะสุภาพ ผู้ดี๊..ผู้ดี แล้วตรงไหน ที่ทำให้ปัญญาชนระบอบ &amp;quot;ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์&amp;quot; ทนไม่ได้ ต้องพล่าน เหมือนผีถูกข้าวสารเสก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตอนแรกว่าเป็น &amp;quot;โรคอิจฉาลงตับ&amp;quot; เมื่อวิเคราะห์อาการลึกลงไป ดูจากภาษาโพสต์-ทวีต น่าจะเป็น &amp;quot;โรคดีซ่าน&amp;quot; ผสม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะถ้าดีไม่ซ่าน ระดับปัญญาชนจะไม่ &amp;quot;หลุด&amp;quot; ถึงขนาดเปลือยกำพืดหรือสันดานออกมาให้เห็นขนาดนั้น!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ลองอ่านข้อความที่เขาโพสต์กันนะ แล้วจับประเด็นซิว่า ตรงไหน-เรื่องอะไร จากหมอทวีศิลป์แถลง ไปกระแทกต่อมดีจนต้องออกมาซ่าน?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ท่านแรก แฝงรอยริษยาในภาษาสุภาพ สมเป็นโฆษก &amp;quot;รัฐบาลยิ่งลักษณ์&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ธีรัตถ์| Teerat Ratanasevi
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้วยความเคารพคุณหมอทวีศิลป์ ควรแถลงแต่เรื่องโรค การระบาด การรับมือไม่ต้อง Comment เรื่องอื่นครับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ท่านต่อมา เขาเรียกอาจารย์..อาจารย์ เคยเห็นในวอยซ์ทีวี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;sirote klampaiboon
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หมอทวีศิลป์ไม่ต้องเอาเวลาหลวงแถลงผลงานประยุทธ์หรือให้โอวาทครับ นั่นงานโฆษกรัฐบาล คุณยังไม่ได้เป็น&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา เป็นอาจารย์ตัวท็อปของจุฬาฯ &amp;quot;ผศ.ดร.วาสนา วงศ์สุรวัฒน์&amp;rdquo; ลูกสาว &amp;quot;รองศาสตราจารย์ ดร.โกวิท วงศ์สุรวัฒน์&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;wasanawong
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สวนครัวกูก็สวนครัวกูข่ะอีหมอไม่ต้องมาเสือก&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกท่าน &amp;quot;โรซี่&amp;quot; เจ้าของ spokedarktv ลูกสาวอาจารย์โกวิทเช่นเดียวกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;rosie spokedark
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;คือหมอมึงอย่าเสือกอ่ะค่ะ แล้วถ้าอยู่ ตจว.เงินเดือนละ ๕ พัน มันใช้สบายเบอร์นั้น เค้าจะต้องแห่มาทำงานเป็นทาสอยู่ในกรุงเทพกันหาพระแสงอะไรคะ นี่คือจิตแพทย์แล้วเหรอ?&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถึงว่าเมืองไทยแม่งคนเป็นบ้าเยอะฉิบหาย หมอแม่งไม่มีสกิลในการรับฟังเหี้ยไรเลยนี่เอง #รัฐบาลส้นตีน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกท่าน &amp;quot;ลักขณา ปันวิชัย&amp;quot; คอลัมนิสต์ นามปากกา &amp;quot;คำผกา&amp;quot; ที่โด่งดัง และพิธีกรวอยซ์ทีวี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;Lakkana Punwichai&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เลิกเสือกกับประชาชน มีหน้าที่ทำงาน ไม่ได้มีหน้าที่เสือก สวนครงสวนครัว เส็งเคร็ง มีหน้าที่เอาภาษี ปชช.มาสร้างคุณภาพชีวิตให้ประชาชน แก้ไขปัญหาวิกฤติประเทศ ไม่ได้มีหน้าที่มาคิดแทน คำนวณแทนว่า ห้าพันเกินพอถ้ามีสวนครัว เงินที่แจกน่ะ เพื่อให้เศรษฐกิจมันเดินไปได้ ไม่ใช่เงินโปรยทาน ไม่ต้องมาเสือกถึงสวนครัวใคร ถึงกูมีสวนครัว สวนครัวนี้ก็ไม่ใช่ส่วน compensate งานของมึง&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ครับ....
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก็พอจับประเด็นได้ ปัญญาชนเหล่านี้ ไม่พอใจที่หมอทวีศิลป์ พูดเรื่องเงิน ๕ พัน กับเรื่องผักสวนครัว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และคงไม่ได้ฟังเองตอนหมอแถลง น่าจะอ่านจากพาดหัว &amp;quot;มติชนวีคลี่.คอม&amp;quot; วันที่ ๙ เม.ย. ที่เขาพาดว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;โฆษก ศบค.มั่นใจ ๕ พันอยู่ ตจว.ได้สบายๆ มีผักสวนครัวรั้วกินได้ ขออภัยคนต่างแดน อยู่ในที่ตั้งก่อน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จึงปรี๊ด ใช้ความรู้สึกตอบสนองต่อข้อความนั้น ด้วยการโพสต์บ้าง ทวีตบ้าง และก๊อปปี้พาดหัวนั้นอ้างอิง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความจริง ผมก็ฟังอยู่ วันที่ ๙ เม.ย. ที่หมอทวีศิลป์แถลง ประเด็นตรงนี้ มาจากคำถามนักข่าว BBC ไทย&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขาถามผ่านพิธีกร ประเด็นคนไทยตกค้างอยู่เมืองนอก ว่ารัฐบาลจะช่วยอย่างไร หมอทวีศิลป์ก็ตอบ ในส่วนคนไทยที่จะเข้าทางชายแดน คุณหมอพูดว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;..........แต่ถ้าท่านยังไม่ได้ออกมาเลย ขอให้อยู่ในที่ตั้งก่อน ไม่ให้เข้าด่านชายแดน ก็เดี๋ยวแอบเข้าด่านธรรมชาติ ก็อย่าเลยนะครับ ธรรมชาติอะไรทั้งหลาย ถ้าท่านผ่านเข้ามา มันก็ต้องผ่านกลุ่มคนทั้งหลาย มันก็จะเกิดปัญหาอีก ติดเชื้อได้ทั้งนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถ้าท่านอยู่ของท่าน อยู่ขอบชายแดน มีบ้านมีพัก เขาบอกว่า เดี๋ยวนี้อยู่ต่างจังหวัดเนี่ย เมื่อวานผมฟังว่า เงิน ๕ พันเนี่ย เหลือแน่ๆ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะว่ามีผัก มีผลไม้ มีโน่น มีนี่ สามารถกินได้ อะไรล่ะ...เขาเรียกว่า ผักสวนครัวรั้วกินได้ อยู่ได้สบาย ไม่จำเป็นต้องลำบากอะไรเลยนะครับ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะฉะนั้น การเข้ามาอยู่ในเมือง อยู่ในกลุ่มใหญ่ๆ ตะหาก คือความเสี่ยงนะครับ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ครับ...ความหมายตามบริบทก็ชัดเจน ไม่เห็นต้องออกมาขนาดนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ที่ออก นอกจาก &amp;quot;อิจฉาลงตับ&amp;quot; อย่างว่าแล้ว ประเด็นที่ทำให้ปัญญาชนของ &amp;quot;ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์&amp;quot; ต้องดีซ่าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น่าจะตรงคุณหมอใช้คำว่า &amp;quot;เดี๋ยวแอบเข้าด่านธรรมชาติ&amp;quot; นั่นแหละ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะมันสะเทือนซาง &amp;quot;นายหญิง&amp;quot; เค้า...รู้มั้ย?&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/62962</URL_LINK>
                <HASHTAG>Lakkana Punwichai, sirote klampaiboon, Teerat Ratanasevi, คำผกา, พระสยามเทวาธิราช, ลักขณา ปันวิชัย, ศิลป์ พีระศรี, หมอทวีศิลป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191229/image_big_5e08b9fab0d52.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
