<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>117526</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/09/2021 14:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/09/2021 14:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ลุ้น!ศาลปกครองนัดอ่านคำพิพากษาคดี’ไชน่า เรลเวย์ฯ’ฟ้อง’รฟท.’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ก.ย.2564 - &amp;nbsp;ในวันพฤหัสบดีที่ 23 ก.ย.เวลา 13.30 น. ศาลปกครองกลางนัดอ่านคำพิพากษา ในคดีหมายเลขดำที่ 3/2564 ระหว่าง บริษัท ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์เทน เอนจิเนียริ่ง กรุ๊ป จำกัด (ผู้ฟ้องคดี) กับ การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ที่ 1 กับพวกรวม 3 คน (ผู้ถูกฟ้องคดี) คดีพิพาทเกี่ยวกับการที่หน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐออกคำสั่งโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ณ ห้องพิจารณาคดี 9 ชั้น 3 อาคารศาลปกครอง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยคดีนี้ บริษัทไชน่าฯ ฟ้องว่า การรถไฟฯ กระทำการไม่ชอบด้วยกฎหมาย กรณีคณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ กรมบัญชีกลาง มีคำสั่ง ลว. 29 ส.ค.2562 อนุมัติยกเว้นการปฏิบัติตามหนังสือคณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ ที่ กค (กนบ) 0405.2/ว 410 ลว. 24 ต.ค. 2560 ให้แก่บริษัท บีพีเอ็นพี จำกัด เป็นการเฉพาะราย นอกจากนี้การที่คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์และข้อร้องเรียน กรมบัญชีกลาง มีคำวินิจฉัยว่า อุทธรณ์ของบริษัท บีพีเอ็นพี จำกัด ในประเด็นเกี่ยวกับคุณสมบัติและหนังสือรับรองผลงานฟังขึ้น และสั่งให้ รฟท. กลับไปดำเนินการในขั้นตอนการพิจารณาผลการเสนอราคาของผู้ยื่นข้อเสนอให้ถูกต้องต่อไปย่อมเป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมาย ทำให้ผู้ฟ้องคดีซึ่งเป็นผู้ชนะการประกวดราคาจ้างโครงการพัฒนาระบบรถไฟความเร็วสูงเพื่อเชื่อมโยงภูมิภาค ช่วงกรุงเทพมหานคร - หนองคาย (ระยะที่ 1 ช่วงกรุงเทพมหานคร - นครราชสีมา) งานสัญญาที่ 3-1 งานโยธาสำหรับช่วงแก่งคอย - กลางดง และช่วงปางอโศก - บันไดม้า ได้รับความเสียหาย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117526</URL_LINK>
                <HASHTAG>การรถไฟแห่งประเทศไทย, คำพิพากษา, บริษัท ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์เทน เอนจิเนียริ่ง กรุ๊ป จำกัด, รฟท., ศาลปกครอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210520/image_big_60a624f00a54d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>117525</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/09/2021 14:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/09/2021 14:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ลุ้น!ศาลปกครองนัดอ่านคำพิพากษาคดี’ไช่น่า เรลเวย์ฯ’ฟ้อง’รฟท.’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ก.ย.2564 - &amp;nbsp;ในวันพฤหัสบดีที่ 23 ก.ย.เวลา 13.30 น. ศาลปกครองกลางนัดอ่านคำพิพากษา ในคดีหมายเลขดำที่ 3/2564 ระหว่าง บริษัท ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์เทน เอนจิเนียริ่ง กรุ๊ป จำกัด (ผู้ฟ้องคดี) กับ การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ที่ 1 กับพวกรวม 3 คน (ผู้ถูกฟ้องคดี) คดีพิพาทเกี่ยวกับการที่หน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐออกคำสั่งโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ณ ห้องพิจารณาคดี 9 ชั้น 3 อาคารศาลปกครอง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยคดีนี้ บริษัทไชน่าฯ ฟ้องว่า การรถไฟฯ กระทำการไม่ชอบด้วยกฎหมาย กรณีคณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ กรมบัญชีกลาง มีคำสั่ง ลว. 29 ส.ค.2562 อนุมัติยกเว้นการปฏิบัติตามหนังสือคณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ ที่ กค (กนบ) 0405.2/ว 410 ลว. 24 ต.ค. 2560 ให้แก่บริษัท บีพีเอ็นพี จำกัด เป็นการเฉพาะราย นอกจากนี้การที่คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์และข้อร้องเรียน กรมบัญชีกลาง มีคำวินิจฉัยว่า อุทธรณ์ของบริษัท บีพีเอ็นพี จำกัด ในประเด็นเกี่ยวกับคุณสมบัติและหนังสือรับรองผลงานฟังขึ้น และสั่งให้ รฟท. กลับไปดำเนินการในขั้นตอนการพิจารณาผลการเสนอราคาของผู้ยื่นข้อเสนอให้ถูกต้องต่อไปย่อมเป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมาย ทำให้ผู้ฟ้องคดีซึ่งเป็นผู้ชนะการประกวดราคาจ้างโครงการพัฒนาระบบรถไฟความเร็วสูงเพื่อเชื่อมโยงภูมิภาค ช่วงกรุงเทพมหานคร - หนองคาย (ระยะที่ 1 ช่วงกรุงเทพมหานคร - นครราชสีมา) งานสัญญาที่ 3-1 งานโยธาสำหรับช่วงแก่งคอย - กลางดง และช่วงปางอโศก - บันไดม้า ได้รับความเสียหาย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117525</URL_LINK>
                <HASHTAG>การรถไฟแห่งประเทศไทย, คำพิพากษา, บริษัท ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์เทน เอนจิเนียริ่ง กรุ๊ป จำกัด, รฟท., ศาลปกครอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210520/image_big_60a624f00a54d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>94059</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/02/2021 09:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/02/2021 09:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด’สุเทพ’ลั่นพร้อมฟังคำพิพากษาคดีกบฏ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ก.พ.2564 - นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตเลขาธิการคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข (กปปส.) กับพวก เดินทางมาตามที่ศาลได้นัดอ่านคำพิพากษา คดีที่อัยการฝ่ายคดีพิเศษ 4 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายสุเทพ กับพวกรวม 39 คน ฐานร่วมกันเป็นกบฏ และข้อหาอื่น ๆ กรณีชุมนุมขับไล่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี (ขณะนั้น) ให้ออกจากตำแหน่ง รวมทั้งขัดขวางการเลือกตั้ง ส.ส.ทั่วไป บุกยึดสถานที่ราชการ ปิดกรุงเทพมหานคร ด้วยการตั้งเวทีปราศรัยทั่วกรุงเทพมหานครรวม 7 จุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุเทพให้สัมภาษณ์ ว่า จำเลยทั้ง 39 คน ได้พูดคุยกัน และทำใจไว้แล้วไม่ว่าผลคำพิพากษาจะออกมาอย่างไร พวกเราจะต้องเจอกับอะไรบ้าง วันนี้พวกเรามาครบ การต่อสู้ของพวกเราที่ผ่านมามี 24 คนที่เสียชีวิต กว่า 900 คนบาดเจ็บ มีผู้เสียอวัยวะ บางคนก็ถูกลงโทษจำคุก ดังนั้นอะไรจะเกิดก็ต้องเกิด ส่วนศาลจะพิจารณาอย่างไรขึ้นอยู่กับพยานหลักฐาน แต่การต่อสู้ของพวกเราเป็นการต่อสู้เพื่อชาติบ้านเมือง ยึดมั่นการกระทำที่รับผิดชอบ ไม่ได้ต้องการฝ่าฝืนกฎหมาย เราเคารพกฎหมายในกระบวนการยุติธรรม น่าชื่นใจมากทุกกรณีทุกจังหวัดที่พวกเราถูกดำเนินคดี ไม่มีใครหลบหนีคดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุเทพ ยังกล่าวขอบคุณประชาชนที่มาให้กำลังใจ ทั้งกำลังใจผ่านออนไลน์ และประชาชนที่เดินทางมาให้กำลังใจมอบดอกไม้ให้ที่ศาล ขอให้ทุกคนเป็นกำลังใจสำหรับคนที่ทำงานเพื่อชาติบ้านเมืองเพื่อแผ่นดินต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่บรรยากาศในวันนี้ กลุ่มจำเลยทยอยเดินทางมาตั้งแต่ช่วงเช้า โดยมีผู้ชุมนุมอดีต กปปส. มารอมอบดอกไม้ให้กำลังใจส่วนหนึ่ง ขณะที่เจ้าพนักงานตำรวจศาล และเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก สน.พหลโยธิน ร่วมกันดูแลความเรียบร้อยบริเวณโดยรอบศาล&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94059</URL_LINK>
                <HASHTAG>กปปส., คำพิพากษา, นายสุเทพ เทือกสุบรรณ, อดีตเลขาธิกาคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210224/image_big_6035bc5b1a385.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>94058</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/02/2021 09:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/02/2021 09:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘กำนันเทือก’นำทีมกปปส.ฟังคำพิพากษาศาลอาญาแล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ก.พ.2564 - นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตเลขาธิการคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข (กปปส.) นายณัฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ พร้อมด้วยนางทยา ทีปสุวรรณ ภรรยา และแกนนำ กปปส.ได้เดินทางมาถึงศาลอาญา เพื่อรับฟังคำพิพาษาในคดีจัดชุมนุมขับไล่รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ช่วงปี 2556-2557 ที่มีการชัตดาวน์กรุงเทพฯ โดยมีความผิด 9 ข้อหาแล้ว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94058</URL_LINK>
                <HASHTAG>กปปส., คณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข, คำพิพากษา, นายสุเทพ เทือกสุบรรณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210224/image_big_6035baeb4e0b7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>87836</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/12/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/12/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คุก5ปีหมอคลินิกดัง ฉีดยาชาไฮโซดับ!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; จำคุก 4 ปี 12 เดือน หมอชื่อดังฐานทำประมาทเป็นเหตุให้ไฮโซวัย 72 ปีเสียชีวิตคาคลินิกเถื่อนย่านทาวน์อินทาวน์ ฉีดสารอันตรายโดยไม่ซักประวัติผู้ป่วย ทั้งปั๊มหัวใจไม่ถูกวิธีจนกระดูกซี่โครงหัก ตับฉีก ยังมีคดีแพ่งรออยู่ ผู้เสียหายเรียก 200 ล้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 23 ธันวาคมนี้ ที่ห้องพิจารณา 708 ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลอ่านคำพิพากษาคดีหมายเลขดำ อ.2810/2562 ที่พนักงานอัยการคดีอาญา 6 เป็นโจทก์ฟ้อง นพ.ธนพล ทองประเสริฐ อายุ 51 ปี เจ้าของคลินิกเสริมความงามชื่อดัง &amp;quot;ศรีวรา&amp;quot; ย่านทาวน์อินทาวน์ เป็นจำเลยในความผิดฐานกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291, ประกอบการและดำเนินการสถานพยาบาลโดยไม่ได้รับอนุญาต ตาม พ.ร.บ.สถานพยาบาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อัยการโจทก์ระบุฟ้องความผิดสรุปได้ว่า จำเลยได้จัดตั้งคลินิกศรีวรา เพื่อเสริมสวย ทำศัลยกรรมเสริมความงามโดยมิได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการสถานพยาบาล อันเป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย โดยจำเลยได้ฉีดสาร (ยาชาไซโคเคนผสมอะดรีนาลิน) จำนวน 12 ซีซี เพื่อเสริมความงามโดยวิธีร้อยไหมให้กับนางณัฐมล ประชาเสรี อายุ 72 ปี ไฮโซสูงวัย โดยปราศจากความระมัดระวัง ไม่ได้ทำการทดสอบว่านางณัฐมลมีอาการแพ้ยาหรือไม่ ด้วยความประมาทของจำเลยดังกล่าว เป็นเหตุให้นางณัฐมลมีอาการแพ้ยา ริมฝีปากและนิ้วมือสีเขียว จากนั้นจำเลยได้ปั๊มหัวใจนางณัฐมล ซึ่งขณะนั้นมีอายุ 72 ปีแล้วด้วยความรุนแรงต่อเนื่อง จนกระดูกซี่โครงหัก ตับฉีกขาด เลือดออกในช่องท้อง เป็นเหตุให้นางณัฐมลถึงแก่ความตาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คดีนี้จำเลยให้การปฏิเสธข้อหากระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย กับให้การรับสารภาพข้อหาความผิดตาม พ.ร.บ.สถานพยาบาล และได้รับการประกันตัว วันนี้จำเลยนั่งรถเข็นเดินทางมาศาล ขณะที่ญาติผู้เสียหายในฐานะโจทก์ร่วมก็เดินทางมาศาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานโจทก์จำเลยแล้ว จำเลยให้การรับสารภาพในความผิดตาม พ.ร.บ.สถานพยาบาล ไม่มีเหตุสงสัย ฟังได้ว่าจำเลยกระทำความผิดตามฟ้องฐานนี้ ส่วนความผิดฐานกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายหรือไม่ โจทก์มีผู้ช่วยจำเลยเป็นประจักษ์พยาน เบิกความเกี่ยวกับการที่ผู้ตายมาทำการร้อยไหม จำเลยฉีดยาชาให้ผู้ตายแล้วเดินไปเข้าห้องน้ำ ต่อมาผู้ตายมีอาการตัวเขียว ผู้ช่วยจำเลยวิ่งไปตาม และจำเลยได้ปั๊มหัวใจผู้ตาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โจทก์มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเป็นพยานโจทก์เบิกความเกี่ยวกับก่อนทำหัตถการ ต้องซักประวัติผู้ป่วยทุกครั้ง การร้อยไหมเป็นการศัลยกรรม ซึ่งผู้มีอายุมากมีความเสี่ยง แพทย์ พยาบาลต้องอยู่กับคนไข้ตลอด ต้องมีการซักประวัติคนไข้บันทึกในเวชระเบียน การให้ยาชากับผู้ป่วยอายุมากเสี่ยงมีโรคประจำตัว ต้องใช้ความระมัดระวังไม่ให้ผิดพลาด วันเกิดเหตุจำเลยไม่ซักประวัติผู้ตาย ไม่บันทึกประวัติผู้ตาย อีกทั้งพยานโจทก์เบิกความเกี่ยวกับยาที่ใช้เป็นยาอันตราย ต้องใช้ด้วยความระมัดระวัง ผู้ตายมีโรคความดันโลหิตสูง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จำเลยจบแพทยศาสตร์ย่อมทราบยาที่ใช้เป็นยาอันตราย ควรระวังในการใช้กับผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงและโรคหัวใจทั้งก่อนและหลังฉีด จำเลยละเลยการซักประวัติก่อนเริ่มฉีดยา และไม่อยู่ในที่เกิดเหตุ ไม่ติดตั้งตัวแจ้งเตือนสัญญาณชีพถือว่าประมาท การที่ผู้ตายตัวเขียวเป็นผลจากการที่จำเลยฉีดยาไม่ระมัดระวัง ส่วนที่พยานจำเลยนำสืบเชื่อว่าผู้ตายมีสุขภาพดี พยานจำเลยไม่ใช่ผู้รักษาผู้ตาย พยานจำเลยไม่หักล้างพยานโจทก์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่ผู้ตายตับฉีก โจทก์มีเจ้าหน้าที่กู้ภัยเป็นประจักษ์พยาน ก่อนปั๊มหัวใจเห็นว่าหน้าอกของผู้ตายยุบลงผิดสภาพ รู้สึกได้ว่ากระดูกซี่โครงรวบลง มีเสียงดังกรอบแกรบ เพราะกระดูกหัก น่าจะเกิดจากการปั๊มหัวใจไม่ถูกต้อง เหตุที่ซี่โครงหักเกิดจากการปั๊มหัวใจของจำเลยก่อนเจ้าหน้าที่กู้ภัยเดินทางมาถึง เป็นผลให้ตับฉีก การปั๊มหัวใจของจำเลยไม่ระมัดระวัง ไม่ตรวจสอบตำแหน่งวางมือตามหลักการแพทย์ ถือเป็นความผิดฐานประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายตามโจทก์ฟ้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พิพากษาว่า จำเลยกระทำความผิดฐานกระทำโดยประมาท เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ตาม ป.อาญา ม.291 จำคุก 4 ปี, ประกอบการสถานพยาบาลโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุก 1 ปี ดำเนินการสถานพยาบาลโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุก 1 ปี จำเลยให้การรับสารภาพข้อหาความผิด ตาม พ.ร.บ.สถานพยาบาล ลดโทษกึ่งหนึ่งฐานประกอบการสถานพยาบาลฯ 6 เดือน และดำเนินการสถานพยาบาลฯ 6 เดือน รวมจำคุกจำเลยเป็นเวลา 4 ปี 12 เดือน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน น.ส.อนิชา ประชาเสรี ลูกสาวของผู้เสียชีวิต เปิดเผยภายหลังฟังคำพิพากษาว่า ส่วนตัวแล้วไม่มีความพอใจหรือไม่พอใจ สิ่งที่เราต้องการคือความจริงและความยุติธรรม ที่จริงทางตนไม่อยากสร้างเวรสร้างกรรม แต่เมื่อเราไม่ได้รับความเป็นธรรมก็ต้องดำเนินการทางคดี โดยหลังจากเกิดเรื่อง อีกฝ่ายไม่เคยมีการมาขอโทษหรือเจรจาไกล่เกลี่ยเลย สำหรับการดำเนินคดีของศาลในคดีแพ่งที่ฟ้องก่อนหน้านี้ ต้องรอให้คำตัดสินคดีอาญาจบก่อน ซึ่งได้เราเรียกค่าเสียหาย 200 ล้านบาท.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/87836</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระดูกซี่โครงหัก, คำพิพากษา, ฉีดสารอันตราย, ปั๊มหัวใจไม่ถูกวิธี, ศาลอาญา, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์, ไม่ซักประวัติผู้ป่วย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201223/image_big_5fe33e2d48e75.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>86383</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/12/2020 12:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/12/2020 12:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เลื่อนฟังคำพิพากษาคดีมือปาระเบิดกปปส.ครอบครองอาวุธไป 21ธ.ค.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ธ.ค. 2563 - &amp;nbsp;ที่ห้องพิจารณา 802 ศาลอาญา ศาลนัดฟังคำพิพากษาคดีมีระเบิดสังหารในครอบครอง หมายเลขดำ อ.2424/2563 ที่พนักงานอัยการคดีอาญา 7 เป็นโจทก์ฟ้องนายกฤษดา หรือดา ไชยแค อายุ 49 ปี และนายพัสนัย หรือเอก พนัส อายุ 45 ปี ร่วมกันเป็นจำเลยที่ 1-2 ฐานกระทำผิด พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ, พ.ร.บ.ควบคุมยุทธภัณฑ์ พ.ศ.2530 ที่นายทะเบียนไม่อาจออกใบอนุญาตให้มีไว้ได้ และประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติฯ กรณีเมื่อระหว่างวันที่ 1 มิ.ย. 2556 - 13 ส.ค. 2557 ต่อเนื่องกัน จำเลยทั้งสองกับพวก ได้มีระเบิดขว้างชนิดสังหารแบบ RGD 5 ผลิตในประเทศรัสเซีย และชุดเรือนชนวนจำนวน 20 ลูก ซึ่งเมื่อเกิดระเบิดสามารถทำอันตรายต่อร่างกายชีวิต และทรัพย์สินภายในรัศมี 15 - 20 เมตร
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
วันนี้เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์เบิกตัวทั้งสองจากเรือนจำมาศาล โดยในการพิจารณา จำเลยที่ 1 แถลงว่า ความผิดคดีนี้เคยถูกศาลพิพากษาลงโทษในคดีหมายเลขแดงที่ อ588/2563 ของศาลนี้แล้ว คดีนี้จึงเป็นการฟ้องซ้ำกับความผิดบางฐานในคดีดังกล่าว ศาลพิจารณาแล้ว เห็นว่า ควรงดการอ่านคำพิพากษาไว้ก่อน เนื่องจากต้องตรวจสอบว่าข้อเท็จจริงเป็นไปตามที่จำเลยที่ 1 แถลงหรือไม่ และต้องปรึกษากับรองอธิบดีผู้รับผิดชอบก่อน จึงให้เลื่อนนัดฟังคำพิพากษาเป็นวันที่ 21 ธ.ค. 2563 เวลา 9.00 น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับนายกฤษดานั้น เมื่อวันที่ 12 มี.ค. ศาลอาญาได้พิพากษาจำคุกตลอดชีวิต กรณีเมื่อวันที่ 19 ม.ค. 2557 นายกฤษดาได้ปาระเบิดใส่เวทีผู้ชุมนุมกลุ่ม กปปส. บริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ จนมีผู้เสียชีวิต 1 ราย บาดเจ็บ 26 ราย และศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำคุกตลอดชีวิตในเวลาต่อมา
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86383</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีมีระเบิดสังหารในครอบครอง, คำพิพากษา, ดา ไชยแค, นายกฤษดา, นายพัสนัย, เอก พนัส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201209/image_big_5fd05e02d32bf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>80465</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/10/2020 13:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/10/2020 13:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ศิโรตม์&#039;เฮ!ศาลปกครองสูงสุดพิพากษายืนคำสั่งปลดจากอธิบดีกรณีโอน&#039;หุ้นชินปคอร์ป&#039;มิชอบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ต.ค.2563 - &amp;nbsp;ศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลปกครองชั้นต้น ในคดีนายศิโรตม์ สวัสดิ์พาณิชย์ อดีตอธิบดีกรมสรรพากรกับปลัดกระทรวงการคลังผู้ถูกฟ้อง โดยมีคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) เป็นผู้ร้อง โดยนายศิโรตม์ฟ้องว่าปลัดกระทรวงการคลังมีคำสั่งกระทรวงการคลัง ที่ 658/2551 ลดโทษนายศิโรตม์ จากไล่ออกจากราชการ เป็นปลดออกจากราชการ กรณีร่วมกันพิจารณาว่าการรับโอนหุ้นบริษัทชินคอร์ปอเรชั่น จำกัด(มหาชน) ของนายบรรณพจน์ ดามาพงศ์ จากน.ส.ดวงตา วงศ์ภักดี ผู้ถือหุ้นแทนคุณหญิงพจมาน ชินวัตร เป็นการได้รับจากการอุปการะโดยหน้าที่ธรรมจรรยาและจากการให้โดยเสน่ห์เนื่องในพิธีหรือโอกาสแห่งขนบธรรมเนียมประเพณี ซึ่งได้รับยกเว้นไม่ต้องนำมาคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้ จนเป็นเหตุให้นายศิโรตม์เสียหาย ซึ่งก่อนหน้านี้ศาลปกครองชั้นต้นมีคำพิพากษาเพิกถอนคำสั่งกระทรวงการคลัง ที่ 658/2551 ในส่วนที่ลงโทษปลดนายศิโรตม์ออกจากราชการ เนื่องจากเห็นว่านายศิโรตม์ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่โดยชอบแล้ว จึงไม่อาจรับฟังได้ว่าเป็นความผิดวินัยฐานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยมิชอบ คำสั่งลงโทษปลดนายศิโรตม์ออกจากราชการ จึงเป็นคำสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย โดยให้มีผลย้อนหลังไปตั้งแต่วันที่ 29 ธ.ค.2549&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยคณะกรรมการ ป.ป.ช.ได้ยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาของศาลปกครองชั้นต้นดังกล่าว เนื่องจากเห็นว่า นายศิโรตม์ วินิจฉัยความเห็นในข้อกฎหมายโดยไม่คำนึงถึงเหตุผลของหลักกฎหมายและผลประโยชน์ของราชการและมีมูลเป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง ซึ่งศาลปกครองสูงสุดเห็นว่าคำอุทธรณ์ฟังไม่ขึ้น จึงพิพากษายืนตามคำสั่งศาลปกครองชั้นต้น
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/80465</URL_LINK>
                <HASHTAG>คำพิพากษา, นายศิโรตม์ สวัสดิ์พาณิชย์, ปลัดกระทรวงการคลัง, ศาลปกครองชั้นต้น, ศาลปกครองสูงสุด, อดีตอธิบดีกรมสรรพากร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201014/image_big_5f8693b383c9c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
