<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>46726</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/09/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/09/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดร.โจรอดคดีซื้อที่ตาบอด คุก2ลูกน้อง‘ชยุต’หลุดสว.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;ดร.โจ&amp;quot; รอด! ศาลฎีกาพิพากษาแก้ยกฟ้องคดีทุจริตจัดซื้อที่จอดรถแพงเกินจริง-รับค่านายหน้า ขณะที่ยืนลงโทษจำคุก 5 ปีอดีตเลขาฯผู้ว่าฯ กทม. คุก 7 ปีอดีต ผอ.เขตบางซื่อ &amp;quot;ชยุต&amp;quot; หลุดเก้าอี้ ส.ว.ทันที จ่อขยับ &amp;quot;จัตุรงค์ เสริมสุข&amp;quot; นั่งแทน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ห้องพิจารณา 802 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก เมื่อวันที่ 26 กันยายน ศาลอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาคดีทุจริตจัดซื้อที่ดิน หมายเลขดำ อ.3387/2553 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 2 เป็นโจทก์ ฟ้องนายพิจิตต รัตตกุล หรือ ดร.โจ อดีตผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.), นายญาณเดช ทองสิมา อดีตรองผู้ว่าฯ กทม., นายมหินทร์ ตันบุญเพิ่ม อดีตที่ปรึกษาผู้ว่าฯ กทม., นายสมคาด หรือนายชยุต สืบตระกูล สมาชิกวุฒิสภา อดีตเลขานุการผู้ว่าฯ กทม., นายประเสริฐ สมะลาภา อดีตปลัด กทม., นายสมควร รวิรัฐ หรือรวิรัช อดีตผู้อำนวยการสำนักการคลัง กทม., นางอรุณพรรณ แก้วมรินทร์ อดีตผู้อำนวยการกองระบบการคลัง กทม. และนายชวน พัฒนวรานนท์ อดีตผู้อำนวยการสำนักงานเขตบางซื่อ กทม. เป็นจำเลยที่ 1-8
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานร่วมกันใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริตฯ ร่วมกันเรียก รับ หรือยอมจะรับ ทรัพย์สินสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบฯ และร่วมกันปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ &amp;nbsp;กรณีเมื่อระหว่างวันที่ 4 ธ.ค.2538-16 ก.ย.2540 พวกจำเลยใช้อำนาจในหน้าที่ให้กรุงเทพมหานครจัดซื้อที่ดินใช้เป็นที่จอดรถขยะ รถน้ำ และรถอื่นๆ ของ กทม. ย่านบางซื่อ ในราคา 270 ล้านบาท ซึ่งแพงเกินจริงเป็นเงินกว่า 36 ล้านบาท และรับค่านายหน้าขายที่ดินเป็นเงิน 18 ล้านบาท ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151, 157
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาเมื่อวันที่ 14 พ.ค.2558 ให้จำคุกนายสมคาด จำเลยที่ 4 รวม 8 ปี และนายชวน จำเลยที่ 8 รวม 10 ปี ส่วนจำเลยอื่นพิพากษายกฟ้อง ต่อมาศาลอุทธรณ์พิพากษาเมื่อวันที่ 27 ธ.ค.2559 พิพากษาแก้ให้จำคุกนายพิจิตต จำเลยที่ 1 กับนายสมคาด จำเลยที่ 4 คนละ 5 ปี และจำคุกนายชวน จำเลยที่ 8 รวม 7 ปี ส่วนจำเลยอื่นยกฟ้อง จากนั้นจำเลยที่ถูกลงโทษยื่นฎีกา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันนี้ นายพิจิตต จำเลยที่ 1 และนายชวน จำเลยที่ 8 ซึ่งได้ประกันตัวเดินทางมาศาลฟังคำพิพากษาศาลฎีกาตั้งแต่ช่วงเช้า ส่วนนายสมคาด จำเลยที่ 4 เดินทางตามมาภายหลัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลฎีกาตรวจสำนวนประชุมปรึกษาแล้ว มีปัญหาต้องวินิจฉัยว่าจำเลยที่ 1, 4, 8 กระทำผิดตามฟ้องหรือไม่ เห็นว่านายชวน จำเลยที่ 8 ซึ่งฎีกาเรื่องการได้รับเงิน 18 ล้านบาท เป็นค่ามัดจำที่ดิน แต่ภายหลังทราบว่าที่ดินไม่มีทางเข้าออก จึงคืนเงินมัดจำไปแล้วนั้น จำเลยที่ 8 ไม่มีพยานหลักฐานใดมาสืบยืนยันให้รับฟังได้ตามที่กล่าวอ้าง ส่วนที่ฎีกาว่าไม่มีเจตนาปกปิดข้อเท็จจริงและช่วยเหลือให้ผู้ขายไม่ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ เพราะเชื่อโดยสุจริตว่าเมื่อมีการยกสิ่งปลูกสร้างให้ กทม. แล้วจึงไม่ต้องแจ้งนั้น เห็นว่าจำเลยที่ 8 ทราบโดยตลอดว่าที่ดินพิพาทมีสิ่งปลูกสร้าง ย่อมต้องมีหน้าที่แจ้งไปตามความเป็นจริงว่ามีสิ่งปลูกสร้าง จึงเป็นข้อบ่งชี้ว่าจำเลยที่ 8 มีเจตนาปกปิดเพื่อช่วยเหลือให้ผู้ขายไม่ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ จึงเป็นความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับนายสมคาด จำเลยที่ 4 ที่ฎีกาเรื่องเงินตามแคชเชียร์เช็ค 4 ฉบับ ที่เปลี่ยนการสั่งจ่ายและพยานโจทก์เบิกความมีพิรุธนั้น เห็นว่าในขณะเกิดเหตุ พยานโจทก์หัวหน้าฝ่ายการคลัง สำนักงานเขตบางซื่อ เป็นลูกน้องจำเลยที่ 8 แต่เบิกความไม่รู้จักจำเลยที่ 4 ส่วนพยานโจทก์อีกปากเป็นนักศึกษาร่วมรุ่นกับจำเลยที่ 4 กรณีไม่มีเหตุให้ระแวงสงสัยว่าพยานโจทก์ทั้งสองจะแกล้งปรักปรำจำเลยที่ 4 คำเบิกความพยานโจทก์สอดคล้องกันไม่เป็นพิรุธตามที่จำเลยที่ 4 กล่าวอ้าง รับฟังได้ว่าเงิน 3 ล้านบาท เป็นเงินส่วนหนึ่งที่จำเลยที่ 4 ได้รับมาจากจำเลยที่ 8 จึงมีความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานร่วมกันเรียกรับทรัพย์สินฯ โดยมิชอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายพิจิตต จำเลยที่ 1 ที่ฎีกาเรื่องเงิน 10 ล้านบาท ไม่ใช่เงินที่ได้รับจากจำเลยที่ 8 เห็นว่า โจทก์มีเพียงพยานปากเดียวมาเบิกความว่าเงิน 10 ล้านบาท น่าจะเกี่ยวข้องกับการจัดซื้อที่ดินพิพาท เป็นความเชื่อหรือความรู้สึกของพยาน โดยไม่มีพยานหลักฐานอื่นใดมานำสืบเชื่อมโยง กรณีจึงอาจเป็นไปตามข้อต่อสู้ของจำเลยที่ 1 ว่าเป็นเงินที่มีอยู่แต่เดิม ตามแบบแสดงรายการสินทรัพย์และหนี้สินของปี 2539 ยังมีความสงสัยตามสมควรว่าจำเลยที่ 1 ร่วมกับจำเลยที่ 4 และ 8 กระทำผิดตามฟ้องหรือไม่ จึงยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้จำเลยที่ 1
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องนายพิจิตต จำเลยที่ 1 ส่วนนายสมคาด จำเลยที่ 4 และนายชวน จำเลยที่ 8 นั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องให้ยืนตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ที่ให้จำคุกนายสมคาด จำเลยที่ 4 เป็นเวลา 5 ปี กับนายชวน จำเลยที่ 8 เป็นเวลา 7 ปี โดยหลังจากศาลอ่านคำพิพากษาเสร็จสิ้นแล้ว เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ได้ควบคุมตัวจำเลยที่ 4 และ 8 ไปคุมขังยังเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เพื่อรับโทษตามคำพิพากษาถึงที่สุดต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังฟังคำพิพากษา นายพิจิตตเปิดเผยถึงความรู้สึกว่า ในการสอบสวน คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) อัยการ ทนายทุกคน ได้ทำหน้าที่ของตนเองอย่างครบถ้วน วันนี้อยากทำงานสาธารณประโยชน์ต่อไป ไม่ต้องมีตำแหน่งอะไรเลยดีที่สุด ส่วนสิ่งที่อยากจะฝากนั้น มีเรื่องภัยพิบัติที่จะประมาทไม่ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเขตเมืองใหญ่ กทม. ปัญหาเรื่องน้ำ และอาจจะมีปัญหาเรื่องอื่นตามมา เสี่ยงภัยพิบัติสูง บางคนอาจไม่มีความกังวลเรื่องนี้มากนัก แต่ตนคิดว่าเราต้องช่วยกันคิดเรื่องนี้ตลอดเวลา ไม่ใช่อุบัติเหตุ แต่เป็นสิ่งที่เราต้องอยู่กับมัน การเตรียมพร้อมจัดการภัยพิบัติเป็นเรื่องสำคัญ ตนทำงานอยู่องค์กรระหว่างประเทศเรื่องการจัดการภัยพิบัติใน 26 ประเทศ ในส่วนของไทยก็ทำงานกับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ความเข้มข้นของหน่วยราชการในการนำแผนจัดการภัยพิบัติมาใช้เตรียมรับมือล่วงหน้ามีความจำเป็น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางด้านนายศุภชัย สมเจริญ รองประธานวุฒิสภา (ส.ว.) คนที่ 2 กล่าวภายหลังศาลฎีกาอ่านคำพิพากษาจำคุก 5 ปี นายชยุต สืบตระกูล ส.ว.ว่า ถือว่านายชยุตสิ้นสภาพการเป็น ส.ว.ทันทีตามรัฐธรรมนูญมาตรา 82 เนื่องจากถูกจำคุกจากคำพิพากษาในศาลฎีกาที่ไม่สามารถอุทธรณ์ใดๆ ได้อีกเเล้ว ขั้นตอนต่อไปก็จะต้องเลื่อนลำดับ ส.ว.ที่อยู่ในบัญชีสำรองลำดับที่ 1 สายวิชาชีพ ขึ้นมาเป็นเเทน ซึ่งคาดว่าคือนายจัตุรงค์ เสริมสุข แต่จะต้องตรวจสอบคุณสมบัติอีกครั้ง ว่าครบถ้วนถูกต้องหรือมีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมายหรือไม่.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46726</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีทุจริตจัดซื้อที่ดิน, คำพิพากษาศาลฎีกา, พิจิตต รัตตกุล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190926/image_big_5d8cc479d27c6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44560</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/08/2019 14:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/08/2019 14:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลฎีกายืนโทษประหาร &#039;2หนุ่มพม่า&#039;ฆ่าหนุ่ม-สาวผู้ดีบนเกาะเต่า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ส.ค.62 - ที่ศาลจังหวัดนนทบุรี ศาลอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา คดีที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ฟ้อง&amp;nbsp;นายซอลิน หรือโซเรน และนายเวพิว หรือวิน ทั้งสองอายุ 26 ปี สัญชาติพม่า เป็นจำเลยที่ 1-2 ในคดีฆาตกรรม นายเดวิด วิลเลียม มิลเลอร์ และร่วมกันข่มขืนกระทำชำเราและ ฆ่า น.ส.ฮานนาห์ วิคตอเรีย วิทเธอริดจ์ ทั้งสองอายุ 24 ปี นักท่องเที่ยวสัญชาติอังกฤษ ที่บริเวณหาดทรายรี ต.เกาะเต่า อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี เมื่อวันที่ 15 ก.ย. 2557&amp;nbsp;โดยการอ่านคำพิพากษาวันนี้ มีการถ่ายทอดสดผ่านวิดีโอคอนเฟอร์เรนมายังศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลฎีกาตรวจสำนวนประชุมปรึกษาแล้วเห็นว่า คดีนี้มีพยานหลักฐาน รวมทั้งผลพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์ การตรวจสารพันธุกรรม (ดีเอ็นเอ) ตรงกับจำเลย ขณะที่คดีเกี่ยวกับการกระทำต่อนักท่องเที่ยวต่างชาติที่กระทบต่อภาพลักษณ์ประเทศ มีการตั้งคณะพนักงานสอบสวนเฉพาะกิจขึ้นมา โดยมีนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ควบคุมใกล้ชิด ในการตรวจเก็บสถานที่เกิดเหตุและพยานหลักฐาน เพื่อจะติดตามคนร้ายมาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็ว สร้างความน่าเชื่อถือและภาพลักษณ์ของประเทศคืนมา มีการตรวจเก็บดีเอ็นเอทั้งคนไทยและต่างชาติที่อาจจะเกี่ยวข้องจำนวนมาก และมีการใส่ถุงมือป้องกันการปนเปื้อน ใช้น้ำยาตรวจที่มีคุณภาพ เครื่องตรวจอัตโนมัติมีมาตรฐานในการตรวจพิสูจน์ เพื่อให้เกิดความรอบคอบในการรวบรวมพยานหลักฐาน และพิจารณาดูประเด็นข้อสงสัยต่างๆ ทีละประเด็น โดยตัดผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องออกไปทีละคนทีละประเด็น ไม่ได้เฉพาะเจาะจงจำเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งครั้งแรก จำเลยก็เป็นหนึ่งในนั้นที่ต้องสงสัย แต่เมื่อยังไม่ชัดเจนจึงยังไม่ถูกดำเนินคดี กระทั่งตรวจดีเอ็นเอจากเยื่อบุกระพุ้งแก้มจำเลย ตรงกับการตรวจหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ จึงไม่เชื่อว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจะสร้างพยานหลักฐานเท็จเพื่อปรักปรำจำเลย เพราะในการสอบสวนต้องใช้เวลา, บุคลากรจำนวนมาก รวมทั้งงบประมาณ หากจะสร้างพยานหลักฐานคงไม่ต้องให้สิ้นเปลืองทั้งบุคลากรและงบประมาณ พยานหลักฐานโจทก์จึงรับฟังได้ปราศจากข้อสงสัย ข้อฎีกาของจำเลยทั้งสองจึงฟังไม่ขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 8 ให้ประหารชีวิตจำเลยทั้งสองสถานเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับคดีนี้ อัยการได้ยื่นฟ้องจำเลยทั้งสองต่อศาลจังหวัดเกาะสมุยในพื้นที่ ซึ่งศาลจังหวัดเกาะสมุยและศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษายืนให้ประหารชีวิตทั้งสอง โดยระหว่างพิจารณาตั้งแต่ปี 2557 จำเลยทั้งสองไม่ได้รับการประกันตัว เมื่อทั้งสองศาลมีคำพิพากษาแล้วระหว่างฎีกา จำเลยทั้งสองก็ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำกลางบางขวาง กระทั่งนัดอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาวันนี้ ที่ศาลจังหวัดนนทบุรี ใกล้สถานที่คุมขัง ศาลจึงได้เบิกตัวจำเลยทั้งสองมาฟังคำพิพากษา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุริยัณห์ หงษ์วิไล โฆษกศาลยุติธรรม กล่าวถึงกระบวนการอ่านคำพิพากษาฎีกาคดีนี้ว่า การอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาในวันนี้ เป็นการอ่านคำพิพากษาที่ศาลจังหวัดนนทบุรี ที่มีการเผยแพร่ภาพและเสียง ผ่านวิดีโอคอนเฟอร์เรน มายังศูนย์อำนวยความยุติธรรมอิเล็กทรอนิกส์ (E-Justice Conference Center) ชั้น 6 อาคารศาลอาญา ที่สำนักงานศาลยุติธรรมจัดให้มีล่ามแปลภาษาพม่า เพื่อแปลภาษาให้จำเลยได้ฟังอย่างเข้าใจถึงผลคำพิพากษา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งการจัดหาล่ามแปลภาษานั้น ถือเป็นมาตรการของสำนักงานศาลยุติธรรม ที่ให้ความสำคัญในการคุ้มครองสิทธิของผู้ต้องหาหรือจำเลยที่เป็นชาวต่างชาติ โดยในวันนี้เป็นการแปลภาษาผ่านวิดีโอคอนเฟอร์เราถือเป็นการอำนวยความยุติธรรมในยุคก้าวสู่ศาลดิจิทัล หรือ D-Court&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับศูนย์อำนวยความยุติธรรมอิเล็คทรอนิกส์ ที่ตั้งอยู่ชั้น 6 อาคารศาลอาญานั้น ได้จัดให้ห้องถ่ายทอดภาพ-เสียงการแปลภาษาของล่าม เพื่ออำนวยความสะดวกในคดีผู้ต้องหาหรือจำเลยที่เป็นชาวต่างชาติ รวมทั้งสิ้น 3 ห้อง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44560</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีฆ่าข่มขืน, คดีอาชญากรรม, คดีเกาะเต่า, คำพิพากษาศาลฎีกา, ฆ่าข่มขืนสาวอังกฤษ, ประหารชีวิต, ศาลจังหวัดนนทบุรี, เกาะพะงัน, เกาะเต่า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190829/image_big_5d6778b42f747.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>34618</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/04/2019 11:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/04/2019 11:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นิพิฏฐ์จี้โฆษกศาลฎีกาแจงคำพิพากษาถือหุ้นสื่อทุกอย่างจบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 เม.ย.2562 - &amp;nbsp;นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รักษาการรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ &amp;ldquo;คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1706/2562 โฆษกศาลฎีกาควรออกมาแถลงข้อเท็จจริง&amp;rdquo; ระบุว่า มีการวิจารณ์ให้ความเห็นทางวิชาการมากมายเกี่ยวกับคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1706/2562 ที่ให้เพิกถอนรายชื่อผู้สมัครส.ส.เนื่องจากเป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นในหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใดๆ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 98 และ พ.ร.ป.เลือกตั้ง ส.ส.มาตรา 42 มีผู้ให้ความเห็นไปไกลถึงขนาดว่า ถ้าศาลตีความแบบนี้ อาจทำให้ ส.ส.หมดไปนับร้อยคน ถือเป็นวิกฤติทางรัฐธรรมนูญประการหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมอ่านและฟังเคร่าๆ ตอนแรกก็เคลิ้มตามไปว่าน่าจะมีปัญหาอย่างที่มีผู้ให้ความเห็นไว้จริงๆ เพราะระยะหลังๆ ผมก็ค่อนข้างปลีกวิเวกไปตามประสาคนสอบตก ก็เหมือนชาวบ้านทั่วไปที่ฟังๆไปและไม่วิเคราะห์อะไรมากมาย เชื่อตามเขาว่าไป แต่ก็ไม่วายที่มีผู้โทรศัพท์มาถามเรื่องนี้มากมาย ผมก็ไม่ตอบอะไร เพราะไม่อยากยุ่งด้วย แต่พอผมตั้งสติได้ก็ดูเหมือนสังคมจะวิตกอะไรเกินเหตุและฟังเขาว่ามากไป จึงขอแสดงความเห็นไว้&amp;rdquo;นายนิพิฏฐ์โพสต์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนิพิฏฐ์โพสต์ต่อว่า 1.เวลาเราไปจดทะเบียน ห้างหุ้นส่วน บริษัท กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เขาจะมีแบบฟอร์มวัตถุประสงค์ของบริษัทไว้เป็นแบบมาตรฐานเหมือนกันหมดรวม 22 ข้อ หมายความว่าใครไปจดทะเบียนบริษัท ก็สามารถทำกิจการตาม 22 ข้อได้เลย 2.ในความเป็นจริงเมื่อเราไปจดทะเบียน เจ้าหน้าที่เขาจะให้เราระบุวัตถุประสงค์เพิ่มเติมเป็นข้อต่อไป เป็นข้อ 23,24,25 หรือมากกว่า ก็แล้วแต่ว่า วัตถุประสงค์จริงๆที่เราต้องการประกอบกิจการคืออะไร เขาไม่ให้เราจดวัตถุประสงค์เพียง 22 ข้อ ตามแบบมาตรฐานหรอก เช่น เราประกอบกิจการด้านกฎหมาย ในแบบมาตรฐานข้อ 12 ก็ระบุไว้แล้วว่า ...ประกอบกิจการบริการทางด้านกฎหมาย แต่เมื่อเราต้องการประกอบกิจการด้านนี้เป็นหลัก เราก็ระบุเพิ่มเติมเป็นข้อ 23 ว่า..ประกอบกิจการให้คำปรึกษาด้านกฎหมาย อย่างนี้เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.กรณีที่ศาลฎีกาตามคำพิพากษาที่ 1706/2562 วินิจฉัยไว้ เราไม่มีข้อเท็จจริงว่า ผู้ถูกเพิกถอนชื่อจากการสมัครส.ส.ได้ระบุวัตถุประสงค์เพิ่มเติมไว้ต่อจากแบบมาตรฐานเป็นข้อที่ 23 หรือข้อต่อไปหรือไม่ หากระบุไว้ คำวินิจฉัยของศาลฎีกาก็ชอบแล้ว เราอย่าไปวิตกเกินเหตุ สมมุติว่า เราไประบุว่า ประกอบกิจการด้านสื่อ และเข้าไปเป็นหุ้นส่วน แม้ยังไม่ประกอบกิจการเลย ก็ผิดแล้ว สมัครส.ส.ไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และ 4.แต่หากผู้เพิกถอนชื่อ ระบุวัตถุประสงค์ของห้างฯหรือบริษัท ไว้ตามแบบมาตรฐาน และถูกเพิกถอนชื่อจากการสมัครส.ส.อันนี้ จะสร้างปัญหามากจริงๆ อันนี้แหละครับที่อาจจะทำให้ส.ส หมดไปเป็นร้อย แต่หากเป็นไปตามนี้ ก็มีวิธีแก้ คือ ขอให้ศาลฎีกาประชุมใหญ่เพื่อกลับคำวินิจฉัยเดิม อย่างนี้ผมว่า ศาลฎีกาก็น่าจะรับฟัง และแก้วิกฤติได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;อย่างไรก็ตาม ผมว่า ศาลฎีกาวินิจฉัยตามข้อ 3 มากกว่า ซึ่งน่าจะถูกต้องแล้ว เราอย่าฟังตามเขาว่ากันเลยครับ บ้านเมืองมีปัญหาเพราะเราฟังตามเขาว่ากันนี่แหละ ทางที่ดีผมแนะนำให้โฆษกศาลฎีกาออกมาให้รายละเอียดดีกว่าครับ เพราะถ้าโฆษกศาลออกมาแถลงก็ยุติการร้องเรียนกันได้หมดเลย จบข่าว&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34618</URL_LINK>
                <HASHTAG>คำพิพากษาศาลฎีกา, นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ, ปชป., รักษาการรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์, หุ้นสื่อ, เฟซบุ๊ก, โฆษกศาลฎีกา, โพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181218/image_big_5c18d6f18e597.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
