<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>89879</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/01/2021 10:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/01/2021 07:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สมชาย&#039;ตอกฝาโลง&#039;ทักษิณ&#039;โดนศาลตัดสินจำคุกหลายคดีๆละหลายปีรวมๆแล้วคงกลับไทยยาก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ม.ค.64 - นายสมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก กรณีเว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ คำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ของ นายทักษิณ ชินวัตร&amp;nbsp; มีเนื้อหาดังนี้

โดนศาลตัดสินจำคุกหลายคดีๆละหลายปีรวมๆแล้วคงกลับไทยยาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;#ราชกิจจาฯ เผยแพร่คำพิพากษาจําคุกทักษิณ 5 ปี คดีหุ้นชินคอร์ป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ คำพิพากษา ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ระหว่าง อัยการสูงสุด (โจทก์) และ นายทักษิณ ชินวัตร (จำเลย) เรื่อง ความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ การขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคลและประโยชน์ส่วนรวม หรือคดีหุ้นชินคอร์ป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พิพากษาเมื่อวันที่ 30 ก.ค. 2563 ว่าจําเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตพ.ศ.2542 มาตรา 100 วรรคหนึ่ง (2) และมาตรา 122 วรรคหนึ่ง ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 152 (เดิม) การกระทําของจําเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;องค์คณะผู้พิพากษามีมติเสียงข้างมาก ให้ลงโทษฐานเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐเป็นผู้ถือหุ้นในบริษัทที่รับสัมปทานหรือเข้าเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐจําคุก 2 ปี ฐานเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่จัดการหรือดูแลกิจการเข้ามี ส่วนได้เสียเพื่อประโยชน์สําหรับตนเองหรือผู้อื่นเนื่องด้วยกิจการนั้นจําคุก 3 ปี รวมเป็นจําคุก 5 ปี ให้นับโทษจําคุกจําเลยต่อจากโทษจําคุกของจําเลยในคดีหมายเลขแดงที่ อม.4/2551 และต่อจากโทษจําคุกของจําเลยที่ 1 ในคดีหมายเลขแดงที่ อม. 10/2552 ของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;


	เละ! &amp;#39;แรมโบ้&amp;#39; ทุบ &amp;#39;ปิยบุตร&amp;#39; เซ่นแก้มาตรา 112
	เปิดจุดตายนายกฯ &amp;#39;ดร.เสรี&amp;#39; จี้ &amp;#39;บิ๊กตู่&amp;#39; ต้องลงแส้ จัดการเด็ดขาด

</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/89879</URL_LINK>
                <HASHTAG>คำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญานักการเมือง, ทักษิณ ชินวัตร, นายสมชาย แสวงการ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210115/image_big_6000e3fb71ef7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>75772</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/08/2020 06:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/08/2020 06:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขยี้ซ้ำ!&#039;นิพิฏฐ์&#039;กางรธน.ฟันธง&#039;นาที&#039;ลงสมัครส.ส.ไม่ได้หลังศาลฎีกาตัดสิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;

28 ส.ค.63 - นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีตส.ส.พัทลุง รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ความเห็นบนเฟซบุ๊กส่วนตัว เรื่อง คำพิพากษาศาลฎีกา กรณี นางนาที รัชกิจประการ มีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
-วันนี้ ศาลฎีกาโดยที่ประชุมใหญ่มีคำพิพากษา สั่งจำคุกนางนาที รัชกิจประการ 1 เดือน ปรับ 4,000 บาท โทษจำคุกรอไว้มีกำหนด 1 ปี กรณีแจ้งบัญชีทรัพย์สินอันเป็นเท็จ ผลจะเป็นว่า
1.นางนาที รัชกิจประการ พ้นจากการเป็นส.ส. ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 101(13) ที่บัญญัติว่าสมาชิกภาพของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสิ้นสุดลงเมื่อ ต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกแม้จะมีการรอการลงโทษ เว้นแต่ เป็นการรอการลงโทษในความผิดอันได้กระทำโดยประมาท ความผิดลหุโทษ หรือความผิดฐานหมิ่นประมาท
-ปัญหาว่า นางนาที ถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งหรือไม่ ศาลไม่ได้วินิจฉัยส่วนนี้ แต่ศาลวินิจฉัย ห้ามดำรงตำแหน่งทางการเมืองมีกำหนด 5 ปี และดูเหมือนเวลา 5 ปี ได้ผ่านไปแล้ว เอาเถอะ อันนี้ ไม่ใช่สาระอะไร เพราะเขาต้องพ้นตำแหน่งไปแล้วตามม.101(13)
-ที่ถามกันมากคือ นางนาที จะสมัครส.ส.ได้อีกหรือไม่ กรณีนี้ รัฐธรรมนูญมาตรา 98( 9 ) บัญญัติว่า บุคคลผู้มีลักษณะดังต่อไปนี้เป็นบุคคลต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (9) เคยต้องคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลอันถึงที่สุดให้ทรัพย์สินตกเป็นของเป็นของแผ่นดิน เพราะร่ำรวยผิดปกติ หรือ เคยต้องคำพิพากษาอันถึงที่สุดให้ลงโทษจำคุกเพราะกระทำความผิดตามกฏหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต
-กล่าวโดยสรุป สมัครไม่ได้แล้ว
ตามรธน.มาตรา 98(9)
*นี่เป็นความเห็นทางกฎหมายครับ/&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75772</URL_LINK>
                <HASHTAG>คำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญานักการเมือง, นางนาที รัชกิจประการ, นายนิพิฏฐ์  อินทรสมบัติ, เพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200323/image_big_5e780f1810158.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>54553</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/01/2020 20:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/01/2020 20:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ราชกิจจาฯแพร่คำพิพากษาศาลฎีกาฯคุก &#039;แม้ว&#039; 2 ปีเซ่นคดีหวยบนดิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ม.ค. 63 - เว็บไซต์ ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่คำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีออกโครงการสลากพิเศษเลขท้าย 2 และ 3 ตัว หรือหวยบนดินในยุครัฐบาลนายทักษิณ ชินวัตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คดีouh คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายทักษิณ ชินวัตร เรื่อง ความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ความผิดต่อพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์กรหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2502 กรณีถูกกล่าวหา ร่วมกลุ่มรัฐมนตรีในรัฐบาลทักษิณ และอดีตผู้บริหารสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล รวม 47 คน ดำเนินโครงการออกสลากพิเศษเลขท้าย 2 และ 3 ตัว (หวยบนดิน) ตั้งแต่งวดวันที่ 1 ส.ค. 2546 - 16 ก.ย. 2549 โดยมิชอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ คดีดังกล่าวในท้ายที่สุด มีคำพิพากษาว่า นายทักษิณ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 (เดิม) ประกอบมาตรา 83 องค์คณะผู้พิพากษามีมติเสียงข้างมากให้ลงโทษจำคุก 2 ปี&amp;nbsp;อ่านทั้งหมด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54553</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีหวยบนดิน, คำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญานักการเมือง, ทักษิณ ชินวัตร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190326/image_big_5c9a161601710.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>45152</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/09/2019 19:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/09/2019 19:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หนักกว่าเดิม!ศาลฎีกาฯพิพากษาเพิ่มโทษ&#039;บุญทรง&#039;คดีทุจริตระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ก.ย.62 -&amp;nbsp;ที่ศาลฎีกา สนามหลวง องค์คณะผู้พิพากษา 9 คนชั้นวินิจฉัยอุทธรณ์ อ่านคำพิพากษาอุทธรณ์ในคดีที่อัยการสูงสุด เป็นโจทก์ฟ้องนายภูมิ สาระผล รมช.พาณิชย์ ในฐานะประธานอนุกรรมการพิจารณาระบายข้าว, นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์ ในฐานะประธานอนุกรรมการพิจารณาระบายข้าว และพวกรวม 28 คน คดีทุจริตระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คดีนี้เมื่อวันที่ 25 ส.ค. 2560 ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ได้พิพากษาครั้งแรกให้ นายบุญทรงและจำเลยร่วมคนอื่นๆ รวม 15 ราย จำคุกคนละ 4-48 ปี และยกฟ้องกลุ่มเอกชน 8 ราย ต่อมาอัยการโจทก์ ยื่นอุทธรณ์ขอให้เพิ่มโทษจำเลยบางคนและให้ลงโทษกลุ่มบริษัทโรงสีข้าว ขณะที่จำเลยก็ได้ยื่นอุทธรณ์ต่อที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาตามกฎหมายใหม่ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถึงเวลานัดศาลได้ให้คู่ความทั้งอัยการโจทก์ , จำเลย , ทนายความ รวมทั้งกลุ่มญาติจำเลย ทยอยเข้าห้องพิจารณาตั้งแต่เวลา 11.00 น. เพื่อเตรียมรอฟังการอ่านคำพิพากษาชั้นอุทธรณ์ที่จะเริ่มอ่านในเวลา 12.00 น. โดยศาลใช้เวลาอ่านคำพิพากษา &amp;nbsp;7 ชั่วโมง เสร็จสิ้นเวลา 19.00 น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลพิพากษาแก้ จำคุกนายบุญทรง จำเลยที่ 2 เพิ่มอีกกระทงหนึ่งเป็นเวลา 6 ปี รวมโทษจำคุกนายบุญทรงจากโทษเดิม 42 ปี เป็นจำคุกทั้งสิ้น 48 ปี และให้ลงโทษกลุ่มบริษัทโรงสี ได้แก่ นายปกรณ์ ลีศิริกุล กรรมการบริษัท จำเลยที่ 26 และนางประพิศ มานะธัญญา กรรมการบริษัท เจียเม้ง จำกัด&amp;nbsp;จำเลยที่ 28 คนละ 4 ปี พร้อมปรับคนละ 25,000 บาท นอกจากนี้ยังให้ปรับนิติบุคคล ซึ่งเป็นโรงสีอีก 4 ราย คือห้างหุ้นส่วนจำกัด โรงสีกิจทวียโสธร จำเลยที่ 22, บริษัท กิจทวียโสธรไรซ์ จำกัด โดยนายทวี อาจสมรรถ กรรมการ จำเลยที่ 24, บริษัท เค.เอ็ม.ซี.&amp;nbsp;อินเตอร์ไรซ์ (2002) จำกัด จำเลยที่ 25 และบริษัท เจียเม้ง จำกัด จำเลยที่ 27 อีกรายละ 25,000 บาท โดยที่การกระทำของนายทวี อาจสมรรถ&amp;nbsp;หุ้นส่วนผู้จัดการ จำเลยที่ 23 เป็นความผิดหลายกรรม ให้ลงโทษ 2 กระทง รวมจำคุกจำเลยที่ 23 จำนวน 8 ปี และปรับ 50,000 บาท โดยที่พฤติการณ์ของกลุ่มโรงสี จำเลยที่ 23, 26, 28 นั้น เห็นสมควรให้รอลงอาญาไว้คนละ 3 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และนอกจากนี้ยังให้กลุ่มโรงสีจำเลยที่ 22-23 ชดใช้เงิน 27 ล้านบาทให้กับกระทรวงคลัง, จำเลยที่ 25-26 รวมกันชำระเงิน 15 ล้านบาท และจำเลยที่ 27-28 ให้ร่วมกันชดใช้เงิน 55 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ได้มีการกำหนดในคำพิพากษานี้ตามที่อัยการสูงสุด โจทก์ยื่นอุทธรณ์ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามที่ศาลฎีกาฯ มีคำพิพากษา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยวันนี้องค์คณะวินิจฉัยอุทธรณ์ได้ออกหมายจำคุกคดีถึงที่สุดของจำเลยแต่ละคนตามคำพิพากษาแล้ว พร้อมออกคำบังคับการชดใช้ค่าเสียหายในส่วนแพ่งให้กับกระทรวงการคลังตามคำพิพากษาด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45152</URL_LINK>
                <HASHTAG>การระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ, คดีจีทูจีข้าว, คำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญานักการเมือง, บุญทรง เตริยาภิรมย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190903/image_big_5d6e8309eb774.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44957</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/09/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/09/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>26จำเลยคดีโกงข้าวจีทูจี ลุ้นศาลเมตตาสั่งลดโทษ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ลุ้นศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองอ่านคำพิพากษาชั้นวินิจฉัยอุทธรณ์ คดีโกงระบายข้าวจีทูจี 6 กันยา.นี้ ทนายเผยจำเลยที่ถูกจองจำอยู่ในเรือนจำต่างมีความหวังจะได้รับความเมตตาจากศาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนรินทร์ สมนึก ทนายความของนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ จำเลยคดีทุจริตโครงการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) เปิดเผยเมื่อวันที่ 3 ก.ย.ที่ผ่านมา ถึงการนัดฟังคำพิพากษาชั้นวินิจฉัยอุทธรณ์คดีดังกล่าว ว่าในฐานะทนายความ ได้รับหมายแจ้งจากศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง (อม.) แล้ว นัดฟังคำพิพากษาชั้นวินิจฉัยอุทธรณ์คดีนี้ในวันศุกร์ที่ 6 ก.ย. เวลา 11.00 น. โดยในส่วนของนายบุญทรงที่อยู่ในเรือนจำได้ทราบนัดแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมได้พูดคุยกับนายบุญทรง ก็เตรียมพร้อมที่จะฟังผลคำพิพากษาในวันดังกล่าว โดยเมื่อมีหมายศาลแจ้งถึงฝ่ายจำเลยแล้ว ก็คาดว่าจะได้มีการอ่านคำพิพากษาตามวันเวลาดังกล่าวอย่างแน่นอน ขณะที่จำเลยทุกคนก็หวังที่จะได้รับความเมตตาจากศาล&amp;quot; นายนรินทร์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายธนกร แหวกวารี ทนายความกลุ่มข้าราชการกรมการค้าต่างประเทศ และสำนักการค้าข้าวต่างประเทศ จำเลยร่วมคดีดังกล่าว กล่าวว่า ได้รับหมายศาลแจ้งกำหนดฟังคำพิพากษาชั้นวินิจฉัยอุทธรณ์แล้วเช่นกัน ซึ่งในการยื่นอุทธรณ์คดีของจำเลยที่ 4-6 ที่ตนรับผิดชอบดูแล ก็ได้ยื่นอุทธรณ์ทั้งประเด็นข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย ซึ่งจำเลยก็ยืนยันว่าการปฏิบัติหน้าที่เป็นไปตามกฎหมาย ขอให้คณะผู้พิพากษาวินิจฉัยอุทธรณ์ (ผู้พิพากษา 9 คนซึ่งเลือกจากที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา) พิพากษายกฟ้อง หรือลงโทษสถานเบา หรือพิจารณารอการลงโทษ ตามขั้นตอนแนวทางการพิจารณาคดีอย่างเหมาะสมและเป็นธรรม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;โดยคดีนี้อัยการสูงสุดยื่นฟ้องขอลงโทษจำเลยในหลายกรรม เราก็โต้แย้งประเด็นด้วยว่าพฤติการณ์ตามฟ้องนั้นเป็นการกระทำกรรมเดียวหรือไม่ ซึ่งในส่วนของจำเลยที่ยังคงอยู่ในเรือนจำมาตลอด สภาพจิตใจก็ยังคงดีอยู่ ก็หวังว่าจะได้รับความเมตตาและความเป็นธรรมจากศาล&amp;quot; นายธนกรระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคดีนี้กล่าวหากลุ่มนักการเมืองที่เป็นรัฐมนตรีและกลุ่มข้าราชการ รวมทั้งเอกชนประกอบกิจการโรงสีข้าว รวม 28 ราย ร่วมกันทุจริตโครงการระบายข้าวจีทูจีนั้น อัยการสูงสุดได้เป็นโจทก์ยื่นฟ้องเมื่อวันที่ 15 มี.ค.2558 ในคดีหมายเลขดำ อม.25/2558 มีนายภูมิ สาระผล อดีต รมช.พาณิชย์ ในฐานะประธานอนุกรรมการพิจารณาระบายข้าว เป็นจำเลยที่ 1, นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์ ในฐานะประธานอนุ กก.พิจารณาระบายข้าว จำเลยที่ 2&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.นพ.ดร.วีระวุฒิ หรือหมอโด่ง วัจนะพุกกะ อดีตเลขานุการ รมว.พาณิชย์ จำเลยที่ 3, นายมนัส สร้อยพลอย อดีตอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ จำเลยที่ 4, นายทิฆัมพร นาทวรทัต อดีตรองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ จำเลยที่ 5, นายอัครพงศ์ ช่วยเกลี้ยงหรือทีปวัชระ อดีต ผอ.สำนักการค้าข้าวต่างประเทศ จำเลยที่ 6, นายสมคิด เอื้อนสุภา จำเลยที่ 7, นายรัฐนิธ โสจิระกุล จำเลยที่ 8&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายลิตร พอใจ จำเลยที่ 9, บริษัท สยามอินดิก้า จำกัด จำเลยที่ 10, น.ส.รัตนา แซ่เฮ้ง จำเลยที่ 11, น.ส.เรืองวัน เลิศศลารักษ์ จำเลยที่ 12, น.ส.สุทธิดาหรือสุธิดา ผลดีหรือจันทะเอ จำเลยที่ 13, นายอภิชาติ หรือเสี่ยเปี๋ยง จันทร์สกุลพร นักธุรกิจค้าข้าวคนสำคัญ จำเลยที่ 14, นายนิมล หรือโจ รักดี จำเลยที่ 15, นายสุธี เชื่อมไธสง คนสนิทของนายอภิชาติหรือเสี่ยเปี๋ยง จำเลยที่ 16 &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางสุนีย์ จันทร์สกุลพร ญาติเสี่ยเปี๋ยง จำเลยที่ 17, นายกฤษณะ สุระมนต์ จำเลยที่ 18, นายสมยศ คุณจักร จำเลยที่ 19, บริษัท กีธา พร็อพเพอร์ตี้ จำกัดหรือบริษัท สิราลัย จำกัด จำเลยที่ 20, น.ส.ธันยพร จันทร์สกุลพร บุตรสาวเสี่ยเปี๋ยง จำเลยที่ 21, ห้างหุ้นส่วนจำกัด โรงสีกิจทวียโสธร จำเลยที่ 22, นายทวี อาจสมรรถ หุ้นส่วนผู้จัดการ จำเลยที่ 23&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บริษัท กิจทวียโสธรไรซ์ จำกัด โดยนายทวี อาจสมรรถ กรรมการ จำเลยที่ 24, บริษัท เค.เอ็ม.ซี. อินเตอร์ไรซ์ (2002) จำกัด จำเลยที่ 25, นายปกรณ์ ลีศิริกุล กรรมการบริษัท จำเลยที่ 26, บริษัท เจียเม้ง จำกัด จำเลยที่ 27 และนางประพิศ มานะธัญญา กรรมการบริษัท จำเลยที่ 28&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ซื้อ จัดการหรือรักษาทรัพย์ ใช้อำนาจโดยทุจริตสร้างความเสียหายแก่รัฐ ตามประมวลกฎหมายอาญา ม.151, ม.157 ฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริตสร้างความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด และ พ.ร.บ.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 4, 123, 123/1 และ พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานรัฐ (ฮั้วประมูล) พ.ศ.2542 มาตรา 4, 9, 10,12&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พร้อมขอให้ศาลสั่งปรับจำเลย รวม 35,274,611,007 บาทด้วย ซึ่งคิดคำนวณจากมูลค่าครึ่งหนึ่งในสัญญาระบายข้าวกว่า 5 ล้านตันที่พบว่ามีการกระทำผิดสัญญา 4 ใน 8 ฉบับ โดยกฎหมายฮั้วประมูล ม.4 กำหนดให้ขอปรับได้ร้อยละ 50 จากมูลค่าตามสัญญา และให้กลุ่มเอกชนและบริษัทนิติบุคคล 15 ราย (จำเลยที่ 14-28) ร่วมกันชดใช้ความเสียหายทางแพ่งด้วยประมาณ 2.6 หมื่นล้านบาทพร้อมดอกเบี้ยด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ระหว่างพิจารณา พ.ต.นพ.ดร.วีระวุฒิ หรือหมอโด่ง วัจนะพุกกะ อดีตเลขานุการ รมว.พาณิชย์ จำเลยที่ 3 และนายสุธี เชื่อมไธสง จำเลยที่ 16 คนสนิทของนายอภิชาติหรือเสี่ยเปี๋ยง นักค้าข้าวรายสำคัญได้หลบหนีคดีไป ศาลจึงให้จำหน่ายคดีไว้ชั่วคราว (ออกหมายจับรอติดตัวกลับมาดำเนินคดี)&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สุดท้ายชั้นพิจารณาจึงเหลือจำเลยทั้งสิ้น 26 รายโดยทั้งหมดให้การปฏิเสธขอต่อสู้คดี ซึ่งศาลให้ประกันจำเลยทั้งหมด โดยในส่วนของนายภูมิ อดีต รมช.พาณิชย์ จำเลยที่ 1, นายบุญทรง อดีต รมว.พาณิชย์ จำเลยที่ 2, นายอภิชาติ หรือเสี่ยเปี๋ยง นักค้าข้าวคนสำคัญ จำเลยที่ 14 ประกันตัวหลักทรัพย์คนละ 20 ล้านบาท&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนจำเลยอื่นศาลตีราคาประกันคนละ 5-8 ล้านบาท ซึ่งคดีศาลไต่สวนพยานเสร็จสิ้นเมื่อวันที่ 5 ก.ค. 2560 และอ่านคำพิพากษาขององค์คณะศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เมื่อวันที่ 25 ส.ค.2560 เห็นว่าข้อตกลงตามสัญญาให้ขายข้าวแก่บริษัท กว่างตง จำกัด และบริษัท ไห่หนาน จำกัด ที่อ้างว่าเป็นผู้แทนจากประเทศจีน 4 ฉบับ มีข้อพิรุธหลายประการ โดยบริษัทเอกชนที่อ้างว่าเป็นผู้แทนจากประเทศจีนนั้น ก็ไม่ได้รับมอบหมายจากรัฐบาลจีน เป็นรัฐวิสาหกิจจีนจริงเท่านั้น พฤติการณ์จึงเป็นการจงใจปล่อยปละละเลย ซ่อนเร้นอำพรางปิดบังความจริงเกี่ยวกับสัญญาการซื้อขายข้าว เพื่อเอื้อประโยชน์เปิดช่องทางให้มีข้าวกลับมาหมุนเวียนขายในประเทศ ไม่ได้เป็นการทำการซื้อขายรัฐต่อรัฐ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จึงพิพากษาให้จำคุกนายภูมิ อดีต รมช.พาณิชย์ จำเลยที่ 1 รวม 2 กระทง 36 ปี ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคา (ฮั้วประมูล) มาตรา 12 ซึ่งเป็นบทหนักสุด, นายบุญทรง รมว.พาณิชย์ จำเลยที่ 2 ให้จำคุกรวม 3 กระทง 42 ปี ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคา (ฮั้วประมูล) มาตรา 12 และประมวลกฎหมายอาญามาตรา 151&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จำคุกคนละ 4 กระทง นายมนัส อดีต อธ.กรมการค้าต่างประเทศ จำเลยที่ 4 เป็นเวลา 40 ปี, นายทิฆัมพร อดีตรอง อธ.กรมการค้าต่างประเทศ จำเลยที่ 5 เป็นเวลา 32 ปี, นายอัครพงศ์ อดีต ผอ.สำนักการค้าข้าวต่างประเทศ จำเลยที่ 6 เป็นเวลา 24 ปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอภิชาติหรือเสี่ยเปี๋ยง นักค้าข้าวคนสำคัญ จำเลยที่ 14 จำคุก 48 ปี, นายนิมลหรือโจ คนสนิทเสี่ยเปี๋ยง จำเลยที่ 15 จำคุก 32 ปี ฐานร่วมกันสนับสนุนเจ้าหน้าที่กระทำผิด พ.ร.บ.ฮั้วประมูลฯ ให้ปรับ บจก.สยามอินดิก้า จำเลยที่ 10 รวม 4 กระทง เป็นเงิน 1 ล้านบาท และให้ บจก.สยามอินดิก้า, เสี่ยเปี๋ยงและ นายนิมลร่วมกันชดใช้กระทรวงการคลัง 16,912,128,273.66 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 นับแต่วันที่รับมอบข้าวตามสัญญาแต่ละฉบับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนจำเลยที่ 7, 8, 9, 11, 12 ให้จำคุกคนละ 8-16 ปี ฐานสนับสนุนทำผิด พ.ร.บ.ฮั้วประมูลฯ กับให้จำคุกจำเลยที่ 13, 17, 18 เป็นเวลา 4 ปี ฐานสนับสนุนทำผิดตาม ป.อาญา มาตรา 151 และ พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทุจริตฯ มาตรา 123/1 ปรับ บจก.กีธา พร็อพเพอร์ตี้ จำเลยที่ 20 จำนวน 25,000 บาท และ น.ส.ธันยพร จันทร์สกุลพร บุตรสาวเสี่ยเปี๋ยง จำเลยที่ 21 (ไม่มาศาลวันอ่านคำพิพากษา) จำนวน 40,000 บาท ฐานสนับสนุนทำผิดตาม ป.อาญา มาตรา 151 และ พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทุจริตฯ มาตรา 123/1 รวมทั้งให้ทั้งสองร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายด้วยจำนวน 1,294,109,764.80 บาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยให้ยกฟ้อง จำเลยที่ 19 ซึ่งเป็นสามีของญาตินายอภิชาติ และกลุ่มโรงสีกับผู้บริหารโรงสี จำเลยที่ 22, 23, 24, 25, 26, 27, 28 เนื่องจากพยานหลักฐานที่ไต่สวนมา ยังไม่เพียงพอให้รับฟังว่าจำเลยทั้งแปดเกี่ยวข้องกับการกระทำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า อย่างไรก็ดี สำหรับ พ.ต.นพ.ดร.วีระวุฒิ หรือหมอโด่ง อดีตเลขานุการ รมว.พาณิชย์ จำเลยที่ 3 และนายสุธี คนสนิทของนายอภิชาติหรือเสี่ยเปี๋ยง จำเลยที่ 16 หลังจากที่ศาลสั่งจำหน่ายคดีชั่วคราวไป เพราะจำเลยหนีคดี ก็ปรากฏว่าต่อมามี พ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง (วิ อม.) พ.ศ.2560 ออกมาบังคับใช้ ให้อำนาจศาลฎีกาฯ พิจารณาคดีที่ฟ้องและออกหมายจับจำเลยแล้วได้ใหม่โดยไม่มีตัวจำเลย อัยการสูงสุดจึงได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลนำคดีของทั้งสองพิจารณาใหม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยเมื่อวันที่ 28 พ.ค.2562 องค์คณะศาลฎีกาฯ มีคำพิพากษาว่าทั้งสองได้ร่วมกระทำผิดด้วย ให้จำคุก พ.ต.นพ.ดร.วีระวุฒิ หรือหมอโด่ง อดีตเลขานุการ รมว.พาณิชย์ จำเลยที่ 3 รวม 4 กระทง เป็นเวลา 72 ปี แต่เมื่อรวมโทษทุกกระทงความผิดแล้วให้จำคุกทั้งสิ้น 50 ปี และนายสุธี คนสนิทของนายอภิชาติหรือเสี่ยเปี๋ยง จำเลยที่ 16 จำคุก 4 กระทง เป็นเวลารวม 32 ปี และให้จำเลยที่ 16 ชดใช้ค่าเสียหายให้กับกระทรวงการคลังด้วยจำนวน 16,912,128,273.66 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี นับจากวันทำสัญญา.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44957</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีโกงข้าวจีทูจี, ความหวังจะได้รับความเมตตาจากศาล, คำพิพากษาชั้นวินิจฉัยอุทธรณ์, คำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญานักการเมือง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190903/image_big_5d6e82cc8b67f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>42829</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/08/2019 13:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/08/2019 11:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ท่าจะไม่รอด!ศาลฎีกาฯ ยกคำร้อง&#039;วัฒนา&#039;ขอไต่สวนหาคนผิดตัดทอนคำเบิกความพยานบ้านเอื้ออาทร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
6 ส.ค.62 -​ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 5 ส.ค. ที่ผ่านมา ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง สนามหลวง องค์คณะผู้พิพากษาออกนั่งพิจารณาไต่สวนพยานโจทก์ในคดีทุจริตโครงการบ้านเอื้ออาทรของการเคหะแห่งชาติ หมายเลขดำ อม.42/2561 และ 102/2561 ที่อัยการสูงสุด เป็นโจทก์ฟ้องนายวัฒนา เมืองสุข อดีต รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ยุครัฐบาลทักษิณ ชินวัตร 2 และสมาชิกพรรคเพื่อไทย, นายมานะ วงศ์พิวัฒน์ อดีตกรรมการการเคหะแห่งชาติ (กคช.) และอดีตประธานอนุกรรมการพิจารณากลั่นกรองโครงการปี 2548&amp;ndash;2549, นายพรพรหม วงศ์พิวัฒน์ อดีตผู้อำนวยการฝ่ายการเงิน บริษัท ปริญสิริ จำกัด (มหาชน) ประกอบธุรกิจก่อสร้างที่พักอาศัย, นายอภิชาติ หรือเสี่ยเปี๋ยง จันทร์สกุลพร นักธุรกิจค้าข้าวรายใหญ่, นายอริสมันต์ หรือกี้ร์ พงษ์เรืองรอง อายุ 56 ปี อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยรักไทย และกลุ่มเอกชน รวม 14 ราย เป็นจำเลยที่ 1-14&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบ ข่มขืนใจหรือจูงใจเพื่อให้บุคคลใดมอบให้หรือหามาให้ซึ่งทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดแก่ตนเองหรือผู้อื่น ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 148, เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต มาตรา 157, ฐานเป็นพนักงานเรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ เพื่อให้กระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่งไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือมิชอบด้วยหน้าที่ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 148 และตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2502 มาตรา 6, 11 และเป็นผู้สนับสนุนการกระทำผิด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 86, 91&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยในวันดังกล่าว ศาลได้อ่านคำสั่งกรณีที่นายวัฒนา จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องลงวันที่ 12 ก.ค. 2562 อ้างว่าบันทึกคำให้การของพยานโจทก์ 2 ราย คือนายพรศักดิ์ บุณโยดม กับนายพิทยา เจริญวรรณ ลงวันที่ 8 ก.ค. 2562 ที่ยื่นต่อศาลซึ่งจัดทำขึ้นโดยคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีการตัดทอนข้อความให้แตกต่างจากบันทึกคำให้การของพยานทั้งสองที่ให้การไว้ต่อคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) อย่างมีนัยยะสำคัญ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่จำเลยที่ 1 ขอให้ศาลไต่สวนหาตัวผู้กระทำผิด และโจทก์ยื่นคำคัดค้านตามคำร้องลงวันที่ 18 ก.ค. 2562 นั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า ในชั้นยื่นฟ้องคดี โจทก์ได้ส่งสำนวนการไต่สวนของคณะกรรมการ ป.ป.ช. พร้อมสำเนาอิเล็กทรอนิกส์ต่อศาล เพื่อใช้เป็นหลักในการพิจารณาและรวมไว้ในสำนวน ซึ่งรวมถึงบันทึกคำให้การของนายพรศักดิ์และนายพิทยา โดยจำเลยที่ 1 มีสิทธิตรวจและคัดสำเนาบันทึกคำให้การของพยานทั้งสองปากดังกล่าวได้อยู่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับบันทึกถ้อยคำยืนยันข้อเท็จจริงของพยานทั้งสองที่ศาลให้โจทก์ยื่นต่อศาลก่อนวันไต่สวนนั้น เพียงเพื่อความสะดวกในการไต่สวนพยานปากนั้นๆ เท่านั้น กับพยานต้องมาเบิกความยืนยันประกอบบันทึกถ้อยคำยืนยันข้อเท็จจริงต่อศาลอีกครั้งหนึ่ง และอาจเบิกความเปลี่ยนแปลง แก้ไข ตัดทอนข้อความในบันทึกถ้อยคำยืนยันข้อเท็จจริงดังกล่าวได้ ทั้งในการพิจารณาพิพากษาคดี ศาลต้องพิจารณาคำให้การของพยานทั้งสองที่เบิกความในชั้นพิจารณาของศาลและที่พยานให้การไว้ในชั้นไต่สวนของ คตส. ประกอบกัน กรณีหาจำต้องไต่สวนตามคำร้องของจำเลยที่ 1 ไม่ จึงยกคำร้อง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42829</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีบ้านเอื้ออาทร, คำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญานักการเมือง, นายวัฒนา เมืองสุข, ยกคำร้อง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181224/image_big_5c2097c28a278.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>40896</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/07/2019 20:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/07/2019 20:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;นิพิฏฐ์&#039;ได้ทีเย้ยคนที่คิดว่าตัวเองยังเป็น ส.ส. ก็ไปเซ็นชื่อเข้าประชุมสภา-รับเงินเดือนดู</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ก.ค.62 - นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ &amp;nbsp;รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊ก ระบุว่า &amp;quot;ใครที่คิดว่าศาลฎีกาตัดสิทธิแล้วแต่ตัวเองยังเป็นส.ส.อยู่ตามที่ลูกหาบเชียร์ผมแนะนำให้ไปเซ็นชื่อเข้าประชุมสภาและรับเงินเดือนดูนะครับ ทำเถอะ พวกลูกหาบจะได้สบายใจ?&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้กรณีนักการเมืองถูกศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง สั่งเพิกถอนสิทธินั้น รายล่าสุดคือ นางนาที รัชกิจประการ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย &amp;nbsp;แต่เธอได้ออกแถลงการณ์ระบุว่า คำพิพากษาที่ห้ามดำรงตำแหน่งทางการเมือง 5 ปี นับแต่วันพ้นจากตำแหน่งนั้น ได้พ้นจากตำแหน่ง ส.ส. ตั้งแต่วันที่ 9 ธันวาคม 2556 ดังนั้น ระยะเวลา 5 ปี จึงจบลงไปตั้งแต่วันที่ 9 ธันวาคม 2561 ณ วันนี้ จึงไม่อยู่ระหว่างห้ามดำรงตำแหน่งทางการเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ ความเป็นสมาชิกภาพของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้สิ้นสุดลงหรือไม่นั้น &amp;nbsp;ตามมาตรา 101 (13) จะกำหนดว่า ให้สมาชิกภาพของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สิ้นสุดลงเมื่อต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก แม้จะมีการรอการลงโทษก็ตาม แต่ขณะนี้คำพิพากษาก็ยังไม่ถึงที่สุด เพราะตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ.ศ.2560 ในหมวดที่ 6 มาตรา 60 &amp;nbsp;ให้ผู้ต้องคำพิพากษาใช้สิทธิอุทธรณ์ ต่อที่ประชุมใหญ่ของศาลฎีกาได้ ภายใน 30 วันนับแต่วันที่ศาลมีคำพิพากษา &amp;nbsp;ระหว่างนี้ จึงยังมีเวลาที่จะศึกษารายละเอียดคำพิพากษาว่าจะอุทธรณ์ หรือไม่ ดังนั้นยังไม่ถือว่าคำพิพากษาถึงที่สุด ความเป็นสมาชิกภาพของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จึงยังไม่สิ้นสุดลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนจะถูกเพิกถอนสิทธิ์ทางการเมืองตลอดชีวิตหรือไม่นั้น ในแถลงการณ์ระบุว่า ตามคำพิพากษา เป็นการห้ามดำรงตำแหน่งทางการเมือง ไม่ใช่การถูกเพิกถอนสิทธิ &amp;nbsp;จึงไม่ต้องด้วย มาตรา 235 วรรคสี่ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 ดังนั้นนางนาทีจึงสามารถเข้าสู่ตำแหน่งทางการเมืองได้ เนื่องจากพ้นระยะเวลาการห้ามดำรงตำแหน่งทางการเมือง 5 ปี แล้ว เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม &amp;nbsp;2561&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/40896</URL_LINK>
                <HASHTAG>คำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญานักการเมือง, ตัดสิทธิ์ทางการเมือง, นาที รัชกิจประการ, นิพิฎฐ์ อินทรสมบัติ, ปกปิดทรัพย์สิน, ปปช.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190606/image_big_5cf86f6b46fd6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
