<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>85726</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/12/2020 13:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/12/2020 13:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วิษณุ&#039;ไม่ระทึกปมศาลรธน.บอกชินแล้วเพราะผ่านมาทั้งเรื่องถวายสัตย์-เจ้าหน้าที่รัฐ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ธ.ค.2563 - &amp;nbsp;นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีการเตรียมการอย่างไรหลังศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยประเด็น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม อยู่บ้านพักหลวงทั้งที่เกษียณราชการแล้วในเวลา 15.00 น. โดยนายวิษณุย้อนถามพร้อมอย่างหยอกเล่นกับผู้สื่อข่าวว่า &amp;ldquo;ทำไม สื่อจะให้ผมเตรียมขนของหรือ ผมได้กำชับคณะทำงานว่า ห้องทำงานของผมอย่าให้ใครยกของอะไรลงมาวันนี้ เพราะจะเป็นประเด็นทันที&amp;rdquo; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นนายวิษณุ ให้สัมภาษณ์ว่า ทุกคำวินิจฉัยของศาลจะกลายเป็นบรรทัดฐานทั้งหมด และผูกมัดทุกองค์กร อย่างไรก็ดี ประหนึ่งว่าจะตื่นเต้นระทึกใจอย่างที่สื่อพาดหัว แต่มันไม่ระทึกใจแล้ว เพราะก่อนหน้านี้มีกรณีถวายสัตย์ปฏิญาณฯ ก็จบไปหนึ่งเรื่อง คดีที่สองความเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐของ พล.อ.ประยุทธ์ ก็จบไปอีกหนึ่งเรื่อง วันนี้มันหลายเรื่องแล้ว ชินแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;
ผู้สื่อข่าวถามว่า มีการตั้งข้อสังเกตว่า หาก พล.อ.ประยุทธ์ไม่ผิด จะเป็นบรรทัดฐานให้ผู้อื่นที่เกษียณแล้วยังอยู่บ้านหลวงได้เช่นเดียวกันหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่จริง มันต้องดูเหตุผลว่าที่ไม่ผิดเพราะอะไร และถ้าเหตุผลนั้นมันเอาไปใช้กับคนอื่นได้ มันก็ไม่ใช่ ต้องเข้าใจว่าในรัฐธรรมนูญ มาตรา 184 (3) คำสำคัญคือ คำสองคำ คือคำว่าเป็นพิเศษ กับคำว่า ธุรกิจการงานอื่นตามปกติ เขาไม่ได้ห้ามในการรับประโยชน์จากหน่วยของรัฐ แต่เขาห้ามรับประโยชน์จากหน่วยงานรัฐเป็นพิเศษ ยกเว้นเป็นเรื่องที่ได้ปฏิบัติธุรกิจการงานตามปกติ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;มันเคยมีข้อสงสัยถามกันในหลายเรื่อง อย่างรัฐมนตรีที่นั่งเครื่องบินบ่อยๆ และสะสมไมล์บินจนได้รอยัล ออคิด พลัส แล้วได้ตั๋วเครื่องบินฟรีสามารถทำได้หรือไม่ ซึ่งเขาใช้เงินส่วนตัวบินมาตลอด และแม้จะใช้งบหลวงบางครั้งแต่ไมล์ก็ถูกสะสมไปด้วย และถึงเวลาจะแยกกันไม่ออกว่าเป็นส่วนตัวหรือเป็นเงินหลวงถามว่าจะไปขึ้นตั๋วฟรีได้หรือไม่ ถ้าบอกว่าไม่ได้ก็แปลก แต่ถ้าบอกว่าได้จะมีคนถามว่าไหนว่ารัฐมนตรีห้ามรับสิทธิประโยชน์ นี่เป็นการยกตัวอย่าง หรืออีกกรณีรัฐมนตรีไม่มีสิทธิ์ไปเบิกค่ารักษาพยาบาล ยกเว้นบุคคลที่เคยเป็นอดีตข้าราชการบำนาญ ถามว่าแล้วถ้าหากอดีตข้าราชการมาเป็นรัฐมนตรี แล้วมาเบิกค่ารักษาพยาบาล จะเป็นการเบิกในฐานะรัฐมนตรี หรือในฐานะข้าราชการบำนาญ จะถือเป็นการรับผลประโยชน์จากหน่วยงานของรัฐหรือไม่ ลองเอาไปคิดดู เวลา 15.00 น.ก็รู้ว่าหมู่หรือจ่า&amp;rdquo; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;
ทั้งนี้ นายวิษณุ ได้หยอกล้อกับผู้สื่อข่าวก่อนขึ้นรถยนต์ว่า &amp;ldquo;เดี๋ยวห้าโมงเย็นก็มาขนของ&amp;rdquo; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/85726</URL_LINK>
                <HASHTAG>คำวินิจฉัย, นายวิษณุ เครืองาม, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, รองนายกรัฐมนตรี, ศาลรัฐธรรมนูญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201202/image_big_5fc7346293345.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>85175</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/11/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/11/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ก้าวไกลฟันธง ศาลเขี่ย‘บิ๊กตู่’ตกเก้าอี้2ธ.ค.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ธีรัจชัย-ส.ส.ก้าวไกล&amp;quot; ฟันธง 2 ธ.ค. ศาล รธน.ตัดสิน &amp;quot;ประยุทธ์&amp;quot; พ้นเก้าอี้นายกฯ กรณีอาศัยบ้านพักค่ายทหาร ชี้แม้ระเบียบกองทัพบกจะเสนอให้ผู้ทำคุณประโยชน์พักอาศัยได้ แต่ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองห้ามชัดเจนไม่ให้รับประโยชน์อื่นใดเกิน 3,000 บาท เช่นเดียวกับเบี้ยผู้สูงอายุ แนะหากคิดได้ให้ลาออกก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน นายธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ได้ตั้งข้อสังเกตต่อกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญกำหนดนัดแถลงด้วยวาจาลงมติและอ่านคำวินิจฉัย ในวันพุธที่ 2 ธ.ค.2563 เวลา 15.00 น. กรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ยังคงอาศัยบ้านพักของข้าราชการทหาร แม้จะเกษียณอายุราชการไปแล้ว ถือเป็นการรับประโยชน์ใดๆ จากหน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ อันเป็นการขัดกันแห่งผลประโยชน์ตามรัฐธรรมนูญ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธีรัจชัยกล่าวว่า ศาลรัฐธรรมนูญจะมีการวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ว่าความเป็นรัฐมนตรีของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (5) และมาตรา 170 วรรคหนึ่ง (5) ประกอบมาตรา 186 วรรคหนึ่ง และมาตรา 184 วรรคหนึ่ง (3) หรือไม่ ซึ่งการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มีข้อห้ามไว้ในรัฐธรรมนูญคือ ห้ามรับประโยชน์อื่นใดเกิน 3,000 บาท การอาศัยอยู่ในบ้านพักข้าราชการทหารภายหลังเกษียณอายุราชการมาแล้วหลายปี ย่อมเกินมูลค่า 3,000 บาทอย่างแน่นอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวถึงข้อโต้แย้งที่มีการอ้างกันว่ากองทัพบกมีระเบียบว่าผู้ที่ทำคุณประโยชน์ให้กับประเทศ จะสามารถพักอาศัยอยู่บ้านพักข้าราชการทหารได้ ซึ่งในประเด็นนี้มีข้อสังเกตคือ แม้ระเบียบของทางกองทัพบกจะเสนอให้ได้ แต่ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ไม่ว่า ส.ส. ส.ว. นายกรัฐมนตรี หรือรัฐมนตรี ได้ถูกบัญญัติห้ามไว้ในรัฐธรรมนูญอย่างชัดเจน แม้จะมีผู้เสนอมาก็รับประโยชน์อื่นใดเกิน 3,000 บาทไม่ได้ และไม่นับว่า พล.อ.ประยุทธ์ ได้ทำประโยชน์ให้บ้านเมือง แต่มาทำให้ประเทศชาติมีปัญหาซับซ้อนมากขึ้น ตั้งแต่เป็นหัวหน้า คสช. จนสืบทอดอำนาจมาเป็นนายกรัฐมนตรี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธีรัจชัยกล่าวด้วยว่า คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นหัวหน้าคณะ ได้ใช้อำนาจ กลไกของคณะรัฐประหารวางบุคคลใกล้ชิดมาดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ รวมทั้งตุลาการในศาลรัฐธรรมนูญหลายคนก็ได้รับการแต่งตั้งและได้รับผลพลอยได้มาจาก คสช. อาทิ การสรรหาโดยสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) โดย คสช.ออกคำสั่งที่ 48/2557 และมี สนช.ซึ่งแต่งตั้งโดย คสช.เป็นผู้พิจารณาเห็นชอบ จึงหวังว่ากระบวนการยุติธรรมต้องไม่ถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือในการรักษาอำนาจให้กับผู้มีอำนาจ หรือใช้เป็นทางลงให้กับผู้มีอำนาจ เพราะจะเป็นการทำลายหลักการนิติรัฐของประเทศ ไม่เป็นผลดีต่อความเชื่อมั่นและเชื่อถือในกระบวนการยุติธรรมของประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;แม้กองทัพบกจะให้สิทธิในการอยู่ แต่ก็ห้ามรับ นี่คือข้อกฎหมายที่สำคัญ เขาให้แต่รับไม่ได้ เช่น กรณีเบี้ยผู้สูงอายุที่รัฐบาลให้ผู้สูงอายุทุกคน สมมติว่าเกิน 3,000 บาท คนอายุเกิน 60 ปี สามารถรับเบี้ยตรงนี้ได้ แต่ผู้ที่ดำรงตำแหน่ง ส.ส. ส.ว. รัฐมนตรี และนายกรัฐมนตรีจะมารับไม่ได้ เพราะต้องห้ามตามมาตรา 184 ของรัฐธรรมนูญ จะตีความเป็นอย่างอื่นว่าเขาให้มีสิทธิ์รับไม่ได้ ถ้า พล.อ.ประยุทธ์คิดได้ คงไม่ต้องให้เป็นภาระศาลในการวินิจฉัย แต่หาก พล.อ.ประยุทธ์ปล่อยให้ศาลวินิจฉัย ก็หมายความว่าต้องการให้อำนาจศาลรัฐธรรมนูญมาวินิจฉัย เพื่อหนึ่งรับรองสิทธิ์ตัวเอง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สองตัดสิทธิ์ตัวเอง กรณีนี้มีข้อเสี่ยงทางกฎหมาย สมมติว่ามีการใช้อำนาจตุลาการมาวินิจฉัยที่ดูแล้วฝืนความรู้สึกประชาชน คือมองว่าเขาให้ก็มีสิทธิ์รับ ก็จะทำให้กระทบกระเทือนถึงความน่าเชื่อถือไปยังองค์กรตุลาการ แต่หากตัดสินว่าผิด นายกฯ ก็จะเสียเอง กลายเป็นคำถามว่าทำไมจึงทำผิด&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธีรัจชัยกล่าวด้วยว่า ข้อดีเรื่องนี้คือจะเป็นบรรทัดฐานต่อไป แต่กรณีนี้จะกระทบกระเทือนไปถึง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีด้วย ในกรณีนาฬิกาเพื่อนซึ่งเป็นการรับประโยชน์อื่นใดเกิน 3,000 บาท แม้ ป.ป.ช.จะบอกยุติเรื่องหรือบอกว่าเป็นการยืมใช้คงรูปก็แล้วแต่ แต่ก็ถือเป็นประโยชน์อื่นใดจากเพื่อน จากบุคคลภายนอก ถ้าปล่อยให้มีการสงสัยว่ามีการใช้กลไกช่วยเหลืออีก ก็จะเป็นการทำลายระบบนิติรัฐของประเทศอย่างร้ายแรง และอาจจะเกิดวิกฤติขึ้นมาอีกในอนาคตก็ได้.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/85175</URL_LINK>
                <HASHTAG>คำวินิจฉัย, บ้านพักค่ายทหาร, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ศาลรัฐธรรมนูญ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201126/image_big_5fbfad5fc4ba8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>79150</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/10/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/10/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ดับฝัน‘สุรพล’หวนคืนส.ส. ชี้คำตัดสินกกต.ถือสิ้นสุด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;นายทะเบียนพรรคการเมือง&amp;rdquo; ตอกฝาโลงสุรพลคัมแบ็ก ส.ส. ชี้คำวินิจฉัย กกต.ถือเป็นที่สุด แม้ศาลจะมีคำพิพากษาสวนทาง &amp;ldquo;วิษณุ&amp;rdquo; รับสุดมึน จรุงวิทย์เตรียมหารือ มท. คาดหารือเคาะประเดิมเลือกตั้ง อบจ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพุธที่ 30 กันยายน ยังคงมีความต่อเนื่องในกรณีศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งยกคำร้องคดีนายสุรพล เกียรติไชยากร อดีตผู้สมัคร ส.ส.เชียงใหม่ เขต 8 พรรคเพื่อไทย กรณีใส่ซองทำบุญช่วงเลือกตั้ง ซึ่งคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้แจกใบส้มหรือเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งไว้เป็นการชั่วคราว 1 ปี โดย พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต. ในฐานะนายทะเบียนพรรคการเมือง กล่าวว่า ได้รายงานให้ กกต.ทั้ง 7 คนรับทราบผลคำพิพากษาของศาลแล้ว ส่วนกรณีนายสุรพลจะฟ้องเรียกค่าเสียหาย 70 ล้านบาทก็เป็นสิทธิ์
พ.ต.อ.จรุงวิทย์กล่าวอีกว่า ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 225 วรรคสอง กำหนดให้การวินิจฉัยของ กกต.ก่อนการประกาศผลให้ถือเป็นที่สุด ดังนั้นในส่วนของ กกต.ถือว่าสิ้นสุดแล้ว การที่ยื่นศาลไปเป็นการขอให้ศาลพิจารณาเรื่องการเพิกถอนสิทธิสมัคร ซึ่งศาลมองว่าไม่เจตนา ไม่ตรงกับความเห็นของ กกต. แต่กระบวนการในการวินิจฉัยชอบทุกอย่าง และศาลก็เห็นด้วยกับการให้ใบส้มของ กกต. &amp;nbsp;
&amp;ldquo;ส่วนของ กกต.เป็นตัดสิทธิ์หรือใบส้ม 1 ปีที่ขณะนี้ถือว่าครบเวลาดังกล่าวแล้ว สถานะ ส.ส.ก็คงไม่ได้คืน เพราะกฎหมายเขียนให้คำวินิจฉัยของ กกต.ถือเป็นที่สุด ซึ่งเป็นที่สุดตั้งแต่เมื่อ กกต.มีมติ กฎหมายเขียนอย่างนี้ ไม่เช่นนั้น กกต.ก็ไม่กล้าให้ใบส้ม&amp;rdquo; นายทะเบียนพรรคการเมืองระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ยอมรับว่านึกไม่ออกในเรื่องนี้ว่าจะทำอย่างไร &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าต้องให้ความเป็นธรรมหรือเยียวยากับนายสุรพลหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ตอบไม่ถูก และเมื่อถามย้ำว่าเวลาผ่านมา 1 ปี จะเรียกคืนสถานะ ส.ส.ได้หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ไม่อยากตอบในเรื่องนี้ เดี๋ยว กกต.คงชี้แจงให้ทราบ เพราะเป็นการใช้อำนาจของแต่ละองค์กร ศาลก็ใช้อำนาจของศาล กกต.ก็ใช้อำนาจของ กกต. ถ้าถามว่าเขามีอำนาจวินิจฉัยหรือไม่ ก็ต้องตอบว่ามีในส่วนนั้นตอนนั้น เขาก็ทำไปตามอำนาจของเขา แต่มาเกิดเรื่องเพราะ กกต.ไปฟ้องเรียกเงินในการจัดการเลือกตั้ง ซึ่งยังตอบไม่ถูก เพราะยังไม่เห็นคำพิพากษาว่าศาลสั่งอย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า นายสุรพลฟ้องเรียกค่าเสียหายจาก กกต.ได้หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ไม่กล้าตอบ และเมื่อย้ำถามว่าถือเป็นเรื่องใหม่ที่ไม่เคยเกิดขึ้นใช่หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ยังไม่เคยเห็น
ถามว่ามีบางคนโยงว่าที่เป็นปัญหาอย่างนี้เพราะรัฐธรรมนูญ&amp;nbsp; นายวิษณุยิ้มพร้อมกล่าวว่า ไม่ทราบ แต่ไหนๆ เขาจะร่างรัฐธรรมนูญใหม่ก็โทษไปให้หมด จะได้แก้เสียทีเดียว &amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ อดีตประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กถึงกรณีดังกล่าวว่า ไม่ทราบจะดีใจหรือเสียใจกับ ส.ส.สุรพล แต่เรื่องนี้สะท้อนความอัปลักษณ์ของรัฐธรรมนูญ 2560 ได้เป็นอย่างดี กกต.แจกใบส้มผิดพลาด ทำลายชีวิตทางการเมืองของ ส.ส.คนหนึ่ง รวมทั้งทำลายสิทธิและเสียงของประชาชน เผด็จการใช้รัฐธรรมนูญ และฝังคนในองค์กรอิสระ คือโรคร้ายที่ต้องผ่าตัดใหญ่ โดยการร่วมมือของคนทั้งประเทศ
วันเดียวกัน พ.ต.อ.จรุงวิทย์ยังกล่าวถึงความคืบหน้าการเลือกตั้งท้องถิ่นว่า ในวันพฤหัสบดีที่ 1 ต.ค. ตนและคณะผู้บริหารสำนักงาน กกต.จะไปหารือกับรัฐมนตรี และปลัดกระทรวงมหาดไทย (มท.) ถึงการเตรียมเลือกตั้งท้องถิ่นในเวลา 14.30 น. ซึ่งจะหารือถึงการเตรียมความพร้อมต่างๆ ที่ กกต.ได้แบ่งเขตเลือกตั้งองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ครบทุกจังหวัดแล้ว เพราะคาดว่าจะเป็นรูปแบบการเลือกตั้งแรกที่รัฐบาลน่าจะให้ดำเนินการก่อน โดยหากเลือกตั้งจริงก็น่าจะเลือกตั้ง อบจ.พร้อมกันทั่วประเทศ ส่วนการกำหนดวันเลือกตั้งนั้น เป็นหน้าที่ของ กกต.ที่จะพิจารณา แต่ยืนยันเบื้องต้น กกต.พร้อมแล้วที่จะจัดเลือกตั้งท้องถิ่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามย้ำว่า กระแสข่าวที่จะเลือกตั้ง อบจ.ในวันที่ 13 ธ.ค.เหมาะสมหรือไม่ พ.ต.อ.จรุงวิทย์กล่าวว่า ยังไม่ทราบ เป็นอำนาจของ กกต.เป็นผู้กำหนด.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79150</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต., คำวินิจฉัย, ทำบุญช่วงเลือกตั้ง, นายทะเบียนพรรคการเมือง, พรรคเพื่อไทย, สุรพล เกียรติไชยากร, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200930/image_big_5f7492ee211bd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>63103</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/04/2020 13:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/04/2020 13:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิดคำวินิจฉัยกกต. ปมฟ้องอาญา&#039;ธนาธร&#039;ถือหุ้นสื่อฝ่าฝืนกฎหมายเลือกตั้ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 เม.ย.63- &amp;nbsp;สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ได้เผยแพร่คำวินิจฉัย กกต. ที่ 46/2563 เรื่องการเลือกตั้ง ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ ซึ่งก่อนและหลังประกาศผลการเลือกตั้ง กกต.ได้รับคำร้องว่า นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคอนาคตใหม่ ได้กระทำการอันฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 98(3) และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ(พ.ร.ป.)ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. พ.ศ.2560 มาตรา 151 ประกอบมาตรา 42(3) กรณีนายธนาธรเป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใดๆ โดยรู้อยู่แล้วว่าตนไม่มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเนื่องจากขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส. ได้รับเลือกตั้ง หรือทำหนังสือยินยอมให้พรรคการเมืองเสนอรายชื่อของตนเองเพื่อสมัครรับเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยกกต.ได้พิจารณารายงานการไต่สวนตลอดจนพยานหลักฐานต่างๆที่เกี่ยวข้องประกอบกันแล้ว ได้ความว่า ในประเด็นที่ 1 และ 2 นายธนาธรถูกกล่าวหาว่าเป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นในบริษัทวี-ลัค มีเดีย จำกัด และประเด็นที่ 3 นายธนาธนถูกกล่าวหาว่าเป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นใน 13 บริษัท ในเครือไทยซัมมิท ประกอบด้วย บริษัทไทยซัมมิท โอโตโมทีฟ จำกัด, บริษัทไทยซัมมิท โอโตพาร์ท อินดัสตรี จำกัด, บริษัทไทยซัมมิท พลาสเทค จำกัด, บริษัทจึงพัฒนาโฮลดิ้ง จำกัด, บริษัทไทยซัมมิท เชป คอร์ป จำกัด, บริษัทไทยซัมมิท ฮาร์เนส จำกัด(มหาชน), บริษัทไทยซัมมิท บ้านโพธิ์ จำกัด, บริษัทไทยซัมมิท โกลด์ เพรส จำกัด, บริษัทไทยซัมมิท โอโตเพรส จำกัด, บริษัทไทยซัมมิท พีเค ระยอง โอโคพาร์ท อินดัสตรี จำกัด, บริษัทไทยซัมมิท พีเค คอร์ปอเรชั่น จำกัด, บริษัทไทยซัมมิท พีเคเค จำกัด และบริษัทไทยซัมมิท พีเคเค เอนจิเนียริง จำกัด จึงเป็นลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ในระหว่างการไต่สวนศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัยว่านายธนาธรเป็นผู้ถือหุ้นในบริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด ซึ่งประกอบกิจการสื่อมวลชนอยู่ในวันที่ 6 ก.พ.2562 ซึ่งเป็นวันที่พรรคอนาคตใหม่ยื่นบัญชีรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ มีผลให้สมาชิกภาพ ส.ส.ของนายธนาธรสิ้นสุดลงนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อเท็จจริงจึงรับฟังได้ว่านายธนาธรรู้อยู่แล้วว่าตนไม่มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเนื่องจากขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส. ได้สมัครรับเลือกตั้งหรือทำหนังสือยินยอมให้พรรคการเมืองเสนอรายชื่อของตนเองเพื่อสมัครรับเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ อันเป็นการฝ่าฝืน พ.ร.ป.เลือกตั้ง ส.ส. พ.ศ.2560 มาตรา 151 ประกอบมาตรา 42(3) ตามคำร้อง จึงสั่งให้ยุติการไต่สวนและให้ดำเนินคดีอาญาแก่นายธนาธร พ.ร.ป.เลือกตั้ง ส.ส. พ.ศ.2560 มาตรา 151 ประกอบมาตรา 42(3) ในประเด็นที่ 1 ส่วนประเด็นที่ 2 และ 3 ให้รอผลคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในส่วนที่เกี่ยวข้องก่อน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63103</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต., คดีหุ้นสื่อ, คำวินิจฉัย, ธนาธร จึงรุงเรืองกิจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200414/image_big_5e9554f628449.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>57903</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/02/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/02/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘แอมเนสตี้’ถือหางอนค. คุกคามศาลรัฐธรรมนูญ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; แอมเนสตี้เจ้าเก่านั่งเทียนโจมตีคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ สะท้อนการใช้กระบวนการยุติธรรมเพื่อข่มขู่ คุกคาม และโจมตีพรรคการเมืองฝ่ายตรงข้ามรัฐบาล สถานทูตสหรัฐเอาด้วย อ้างเป็นการลิดรอนสิทธิ์ของผู้ลงคะแนนเสียง 6 ล้านคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นิโคลัส เบเคลัง ผู้อำนวยการภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล เผยว่า คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญให้ยุบพรรคอนาคตใหม่ สะท้อนถึงการใช้กระบวนการยุติธรรมเพื่อข่มขู่ คุกคาม และโจมตีพรรคการเมืองฝ่ายตรงข้ามกับรัฐบาล ทางการไทยต้องกลับคำวินิจฉัยนี้ และฟื้นฟูสิทธิที่จะมีเสรีภาพในการแสดงออกและการสมาคมในประเทศอย่างเต็มที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เขาอ้างว่า การยุบพรรคอนาคตใหม่ เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามอย่างต่อเนื่องของทางการไทยในการโจมตีหัวหน้าพรรคและสมาชิกพรรค ตั้งแต่ช่วงก่อนการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อเดือนมีนาคม 2562 ทั้งก่อนและนับแต่การเลือกตั้ง ทางการใช้มาตรการทางกฎหมายที่ให้อำนาจอย่างกว้างขวาง และมีเนื้อหาคลุมเครือ เพื่อยุบพรรคและตัดสิทธิ์ไม่ให้หัวหน้าพรรคการเมืองดำรงตำแหน่ง ส.ส.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;รัฐบาลไทย สมาชิกรัฐสภา และพรรคการเมืองทุกพรรคของไทย ต้องสัญญาที่จะปกป้องสิทธิที่จะมีเสรีภาพในการแสดงออกและการสมาคม ประชาคมระหว่างประเทศ ซึ่งดูเหมือนยังสงวนท่าทีต่อการละเมิดสิทธิมนุษยชนในไทย ต้องแสดงออกอย่างเปิดเผยว่าไม่อาจยอมรับการสั่งยุบพรรคฝ่ายค้านครั้งนี้&amp;rdquo; นิโคลัส เบเคลัง &amp;nbsp;กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ สถานทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย ได้ออกแถลงการณ์ถึงกรณีการยุบพรรคอนาคตใหม่ในประเทศไทย ข้อความว่า เรารับทราบเกี่ยวกับคำพิพากษาของศาลรัฐธรรมนูญไทยในวันที่ 21 กุมภาพันธ์ ให้ยุบพรรคอนาคตใหม่
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สหรัฐอเมริกาส่งเสริมการปกครองระบอบประชาธิปไตยอย่างเต็มที่ในทุกประเทศทั่วโลก และชื่นชมประเทศไทยที่มีรัฐบาลซึ่งมาจากการเลือกตั้งโดยวิถีแห่งประชาธิปไตยเมื่อไม่นานมานี้ แม้ว่าสหรัฐไม่ได้ถือข้างหรือสนับสนุนพรรคการเมืองใดในประเทศไทยเป็นพิเศษ แต่ประชาชนกว่า 6 ล้านคนได้ลงคะแนนเสียงเลือกพรรคอนาคตใหม่ในการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 24 มีนาคมที่ผ่านมา คำพิพากษาให้ยุบพรรคอนาคตใหม่อาจนำไปสู่การลิดรอนสิทธิ์ของผู้ลงคะแนนเสียงเหล่านั้น และทำให้เกิดคำถามว่าพวกเขาจะยังคงมีสิทธิ์มีเสียงในระบบการเลือกตั้งของไทยหรือไม่
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่โฆษกประจำกระทรวงการต่างประเทศของสหภาพยุโรป (European External Action Service: EEAS ) ออกแถลงการณ์ว่า ถือเป็นการถอยหลังของพหุนิยมทางการเมืองในประเทศไทย เนื่องจากพรรคอนาคตใหม่ได้รับเสียงสนับสนุนจากผู้มีสิทธิเลือกตั้งกว่า 6 ล้านคน ในการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อ มี.ค.2562
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;การยุบพรรคการเมืองใดๆ หรือการห้ามเพิกถอนสิทธิทางการเมืองของสมาชิกรัฐสภา ถือเป็นการขัดแย้งต่อกระบวนการฟื้นฟูพหุนิยมทางการเมืองในไทยที่เริ่มขึ้นเมื่อปีก่อน ซึ่งช่องว่างทางการเมืองในประเทศไทยควรยังคงเปิดกว้าง
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สิ่งนี้คือความสำคัญที่เจ้าหน้าที่ทางการไทยควรให้ความมั่นใจต่อสมาชิกรัฐสภาซึ่งมาจากการเลือกตั้งอย่างถูกต้องตามกฎหมายทั้งหมดว่าสามารถที่จะปฏิบัติหน้าที่ต่อไปโดยไม่คำนึงถึงพรรคการเมืองที่สมาชิกรัฐสภาเหล่านี้ได้รับการเลือกตั้งเข้ามา
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สหภาพยุโรปมีจุดยืนพร้อมที่จะขยายความร่วมมือกับประเทศไทย รวมทั้งในประเด็นสิทธิมนุษยชน พื้นฐานเสรีภาพ พหุนิยมประชาธิปไตย ภายใต้ข้อสรุปของสภากิจการต่างประเทศของอียู เมื่อ 14 ตุลาคม 2019.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57903</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระบวนการยุติธรรม, คำวินิจฉัย, ศาลรัฐธรรมนูญ, สถานทูตสหรัฐ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แอมเนสตี้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200222/image_big_5e5124e992361.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>57762</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/02/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/02/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ทอน’แลกด้วยชีวิต ยืนหยัดหลักการที่ถูกต้อง‘ป๊อก’หลังพิงฝรั่ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ศาลรัฐธรรมนูญพร้อมอ่านคำวินิจฉัยคดีเงินกู้แล้ว &amp;nbsp;ย้อนอดีตนัดบ่ายสามฟังกันยาวแน่ คาดมี 4 สูตร เชื่อหากหวยออกสูตรล่าสุดประนีประนอม ไม่ยุบพรรค แต่ตัดสิทธิ์ 5 ปี พ่วงยึดเงิน 181.2 ล้านเข้ากองทุนพัฒนาการเมือง &amp;ldquo;ธนาธร&amp;rdquo; ปลุกเฮือกสุดท้าย &amp;nbsp;บอกยืนหยัดสู้แม้ต้องแลกด้วยชีวิต ส่วน &amp;ldquo;ปิยบุตร&amp;rdquo; หันพิงหลังฝรั่งเมืองเบียร์ อ้างเยอรมนีจับตาคดีใกล้ชิด &amp;ldquo;เด็ก พปชร.&amp;rdquo; ชำแหละคำแถลงปิดคดีอาจารย์ป๊อกเลื่อนลอยไร้หลักฐานจับต้องได้ แค่ปลุกกระแสสังคมสร้างภาพ &amp;ldquo;หมอวรงค์&amp;rdquo; ฟันธงจบสวยเหมือนหนังไทยคนร้ายต้องตายตอนจบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 20 ก.พ. เจ้าหน้าที่สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญได้เตรียมสถานที่รองรับการอ่านคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ กรณีคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ยื่นคำร้องขอให้พิจารณาวินิจฉัยเพื่อมีคำสั่งยุบพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) จากเหตุกู้ยืมเงิน 191.2 ล้านบาท จากนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรค อนค. ในวันศุกร์ที่ 21 ก.พ. เวลา 15.00 น. โดยช่วงเช้าเจ้าหน้าที่ได้นำรั้วเหล็กมากั้นกำหนดแนวเขตที่ทำการศาล เพื่อไม่ให้บุคคลภายนอกที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้ามาภายในบริเวณศาล พร้อมนำจอภาพขนาดใหญ่ 2 จอ มาติดตั้งบริเวณโถงหน้าที่ทำการศาล และติดตั้งอีก 1 จอภาพในห้องสื่อมวลชน เพื่อรับถ่ายทอดสัญญาณจากห้องพิจารณาคดี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ตำรวจมีความพร้อมในการดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยและอำนวยความสะดวกจราจรกรณีดังกล่าว ซึ่ง พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) มอบหมายให้ พล.ต.ต.สมประสงค์ เย็นท้วม รอง ผบช.น. ดูแลรับผิดชอบ พร้อมจัดกำลังตำรวจทั้งหญิงและชาย 1 กองร้อย หรือ 150 นาย ดูแลความสงบเรียบร้อย โดยจากการตรวจสอบด้านการข่าว ยังไม่พบว่ามีการปลุกระดมมวลชนผ่านโซเชียลมีเดีย แต่ได้กำชับให้ดูเรื่องความประพฤติที่อาจสุ่มเสี่ยมและผิดกฎหมาย โดยเฉพาะการรวมหัวกันชุมนุมเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ไม่ว่าเชิงการเมืองหรือไม่ใช่ก็ตาม โดยขอให้ทุกฝ่ายเคารพคำตัดสินของศาลไม่ว่าจะออกมาแบบใด&amp;nbsp;
&amp;ldquo;ตำรวจ 1 กองร้อยเอาอยู่ เพราะคำตัดสินลักษณะแบบนี้ไม่ใช่ครั้งแรก แต่ฝากไปยังมวลชนที่จะเดินทางมา อย่าทำอะไรที่สุ่มเสี่ยงผิดกฎหมาย เพราะหากทำผิดแล้วต้องถูกดำเนินคดี เพราะเป็นความผิดที่ยอมความไม่ได้&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวในเรื่องนี้ว่า ได้เตรียมการดูแลความสงบเรียบร้อยแล้ว ไม่กังวล และพรรคอนาคตใหม่ต้องปฏิบัติตามคำสั่งศาล เชื่อว่าสถานการณ์การเมืองในตอนนี้ยังไม่มีอะไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานจากศาลรัฐธรรมนูญแจ้งว่า ก่อนการอ่านคำวินิจฉัยคดีในเวลา 15.00 น. ในช่วงเช้าประมาณ 09.00 น. นายนุรักษ์ มาประณีต ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ได้นัดตุลาการทั้ง 9 คนประชุมเพื่อให้ตุลาการแต่ละคนแถลงผลคำวินิจฉัยส่วนตนก่อนลงมติ ซึ่งที่ผ่านมาการแถลงผลคำวินิจฉัยส่วนตนจะไม่เกิน 1.30 ชั่วโมงจนได้มติ ก่อนที่จะร่วมกันเขียนและตรวจสอบคำวินิจฉัยกลางของศาลเพื่อนำไปอ่านให้คู่ความ
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ การนัดอ่านคำวินิจฉัยคดีของศาลครั้งนี้ มีการตั้งข้อสังเกตทางการเมืองว่า ห่างจากเวลาการประชุมของตุลาการในช่วงเช้าค่อนข้างนาน จนมองกันว่าความเห็นในการวินิจฉัยคดีของตุลาการอาจไม่ไปในทิศทางเดียวกัน คือมีแนวโน้มที่เสียงแตกไม่เป็นเอกฉันท์ จึงจำเป็นต้องใช้เวลาในการเขียนคำร้องค่อนข้างนานและเป็นคำวินิจฉัยที่มีขนาดยาว จึงนัดอ่านในช่วง 15.00 น. ต่างจากคำวินิจฉัยคดียุบพรรค อนค.ในเรื่องล้มล้างการปกครองฯ เมื่อ 21 ม.ค. ที่ศาลนัดอ่านคำวินิจฉัยเวลา 11.30 น. แล้วตุลาการมีมติเอกฉันท์ 9 ต่อ 0 ให้ยกคำร้อง&amp;nbsp;
4 บทสรุปคดีส้มหวาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ในช่วงหลังคดีที่นัดอ่านคำวินิจฉัยคดีในช่วง 14.00-15.00 น. เช่น คดียุบพรรคไทยรักษาชาติ หรือคดีถือหุ้นสื่อก่อนการเลือกตั้งของนายธนาธร ผลปรากฏว่าคำวินิจฉัยกลางจะมีเนื้อหาค่อนข้างยาว และผลแห่งคดีออกมาในทางไม่เป็นคุณกับผู้ถูกร้อง&amp;rdquo;
มีรายงานแจ้งอีกว่า มีการวิเคราะห์กันว่าผลการวินิจฉัยคดีของศาลในคดีนี้อาจออกมาเป็น 4 แบบ คือ 1.ตัดสินว่าการกู้เงินไม่ผิดกฎหมายพรรคการเมือง ยกคำร้อง 2.การกู้เงินไม่ชอบด้วยกฎหมาย เป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560 ศาลจึงวินิจฉัยว่ากรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) ที่มีส่วนรับรู้และร่วมกันเห็นชอบการทำนิติกรรมดังกล่าวจึงต้องร่วมกันรับผิด และตัดสิทธิ์ทางการเมือง 10 ปี และมีความเห็นให้ยุบพรรค 3.การกู้เงินไม่ชอบด้วยกฎหมาย แต่เห็นว่าเป็นความผิดเฉพาะตัวคือ กก.บห. จึงวินิจฉัยตัดสิทธิ์การเมือง กก.บห. แต่ไม่มีคำสั่งให้ยุบพรรค และ 4.วินิจฉัยว่าการกู้เงินทำไม่ได้ เป็นการฝ่าฝืนกฎหมายพรรคการเมือง จึงวินิจฉัยให้ กก.บห.มีส่วนร่วมรับผิดชอบ โดยการตัดสิทธิ์การเมือง แต่ไม่วินิจฉัยให้ยุบพรรค และให้ลงโทษตาม พ.ร.ป.พรรคการเมืองที่มีโทษปรับไม่เกินหนึ่งล้านบาท และเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของหัวหน้าพรรคการเมืองและ กก.บห. 5 ปี และให้เงินทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด ส่วนที่เกินมูลค่า 10 ล้านบาทตกเป็นของกองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมือง คือจำนวน 181.2 ล้านบาท
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;สูตรตัดสินคดีสูตรที่ 4 เพิ่งมีการถูกพูดถึงในช่วงหลัง และถูกมองในทางการเมืองว่าเป็นแนวทางการลงโทษประนีประนอม เพราะไม่ยุบพรรค และ กก.บห.โดนตัดสิทธิ์แค่ 5 ปี ไม่ใช่ 10 ปี&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรค อนค. โพสต์คลิปพร้อมข้อความบนเฟซบุ๊กระบุว่า 1 วันก่อนการอ่านคำวินิจฉัยยุบพรรค เราจริงจังกับการระดมทุนจากสาธารณะ เราปฏิเสธเงินก้อนใหญ่จากทุนผูกขาดที่มาจากเลือดเนื้อประชาชน เพราะการรับเงินที่มาจากทุนผูกขาดนั้น ขัดต่อแนวอุดมการณ์ของพรรค เพราะวันหนึ่งเมื่อเรามีอำนาจทางการเมือง เราจะได้เป็นตัวของตัวเองที่สุด ไม่จำเป็นต้องตอบแทนกลุ่มทุนใดนอกจากประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;หากย้อนเวลากลับไปได้ หากเราถูกกีดกันทุกวิถีทางในการระดมทุนเหมือนที่ผ่านมา และหากจำเป็นต้องกู้ เราก็จะทำเช่นเดิม จะกู้เงินอย่างเปิดเผยและตรวจสอบได้เหมือนเดิม จะยืนหยัดยืนยันในหลักการที่ถูกต้อง แม้ต้องแลกมาด้วยชีวิตก็ตาม ซึ่งในวันศุกร์ที่ 21 ก.พ.นี้ ศาลรัฐธรรมนูญจะอ่านคำวินิจฉัยคดีเงินกู้ขอผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับความอยุติธรรม มาร่วมฟังคำวินิจฉัยและแสดงพลังที่สำนักงานใหญ่พรรคอนาคตใหม่ เวลา 10.00 น. เป็นต้นไป ไม่ถอย ไม่ทน รวมคนอนาคตใหม่&amp;rdquo; นายธนาธรระบุ
พิงฝรั่งไส้กรอกสู้ยุบพรรค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายปิยบุตร แสงกนกกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ และเลขาธิการพรรค อนค. โพสต์เฟซบุ๊กว่า ได้ให้การรับรองปีเตอร์ รามซาวเออร์ ประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา สภาผู้แทนราษฎรสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี พร้อม กมธ.อีก 2 ท่าน และเอกอัครราชทูตเยอรมนีประจำประเทศไทย เพื่อพูดคุยแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ประสบการณ์การทำงาน ซึ่งนายรามซาวเออร์กล่าวถึงกรณีศาลรัฐธรรมนูญจะอ่านคำวินิจฉัยยุบพรรคว่า เป็นสิ่งที่น่าจับตามองมาก เพราะหากมองในแง่เสรีภาพทางการเมือง สิทธิมนุษยชน เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น และความเป็นประชาธิปไตยแล้ว หากผลตัดสินออกมาในลักษณะที่ไม่เป็นคุณต่อพรรค อนค. จะเป็นเรื่องน่าจับตาอย่างมาก อยากให้ทราบว่า กมธ.และสภาผู้แทนราษฎรเยอรมนีให้ความสนใจและติดตามเรื่องนี้อยู่ รวมทั้งให้ความสนใจกับการเกิดขึ้นของพรรคการเมืองใหม่ๆ ของไทยในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา และถามถึงการสร้างพรรคอนาคตใหม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมได้กล่าวชื่นชมประเทศเยอรมนี ในฐานะเป็นต้นแบบในเรื่องรัฐธรรมนูญที่ประกันหลักศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ หลักประชาธิปไตย หลักนิติรัฐ และหลักสังคมรัฐ ประเทศไทยรับอิทธิพลในเรื่องเหล่านี้ และยังนำรูปแบบศาลรัฐธรรมนูญของเยอรมนีมาประยุกต์ใช้ และผมหวังว่าศาลรัฐธรรมนูญไทยจะเป็นองค์กรที่พิทักษ์รัฐธรรมนูญและประชาธิปไตยได้ดังเช่นที่เยอรมนีทำสำเร็จ&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.พรรณิการ์ วานิช ส.ส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรค อนค.ระบุว่า ในวันที่ 21 ก.พ. แกนนำพรรคและ ส.ส.พรรคทั้งหมดจะมาร่วมฟังคำวินิจฉัยพร้อมกัน ณ ที่ทำการพรรคอนาคตใหม่ โดยไม่เดินทางไปยังศาลรัฐธรรมนูญ หลังจากช่วงเช้าที่ไปประชุมรัฐสภา ทั้งนี้ ที่พรรคยังมีกิจกรรมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นผู้มีอุดมการณ์เดียวกัน และพรรคยังมีการขายสินค้าระดมทุน สมัครสมาชิกพร้อมบัตรรุ่นพิเศษ Limited Edition สำหรับผู้สมัครสมาชิกใหม่หรือต่ออายุสมาชิกในวันศุกร์นี้เท่านั้น
&amp;ldquo;ศาลรัฐธรรมนูญไม่มีอำนาจในการยุบพรรคการเมือง ในวันพรุ่งนี้ฝ่ายที่กดดันไม่ใช่พรรคอนาคตใหม่ แต่เป็นศาลรัฐธรรมนูญที่ต้องพิสูจน์ว่าเป็นองค์กรอิสระ ไม่ใช่เครื่องมือทางการเมือง&amp;rdquo; น.ส.พรรณิการ์ระบุ
แฉจัดฉากปลุกสังคม
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) อดีตผู้สมัคร ส.ส.กทม.เขตจอมทอง-ธนบุรี กล่าวถึงกรณีนายปิยบุตรแถลงปิดคดีนอกศาล และการเคลื่อนไหวกดดันต่างๆ ว่า เป็นรูปแบบเดิมๆ ของ อนค.ที่มีนายปิยบุตรเป็นผู้เชี่ยวชาญกฎหมาย แต่กลับไม่ใช้โอกาสต่อสู้คดีตามกระบวนการยุติธรรม รูปแบบการต่อสู้คดีมักไม่เน้นการยื่นหลักฐานพิสูจน์ความจริง แต่เน้นสร้างวาทกรรม บิดเบือนข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย ปลุกปั่นว่าถูกกระทำสองมาตรฐานโดยเอาเรื่องของผู้อื่นที่แตกต่างกันมาโยงว่าเหมือนของตนเอง ใช้ตัวแทนจัดกิจกรรมเคลื่อนไหวกดดันกระบวนการยุติธรรม แถลงปิดคดีนอกศาลเพื่อปลุกปั่นสร้างกระแสสังคม ซึ่งเมื่อเป็นแบบนี้ สังคมก็ยิ่งมองเห็นชัดว่าพรรคอนาคตใหม่จำนนด้วยหลักฐาน ไม่มีอะไรไปต่อสู้พิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตนเอง จึงต้องจัดฉากต่อสู้คดีด้วยกระแสสังคม
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.ทิพานันกล่าวต่อว่า ข้อเท็จจริงทางกฎหมายของคดีเงินกู้ของพรรค อนค.นั้น หลักๆ พิจารณา 6 มาตรา คือ มาตรา 62, 66, 72, 92 วรรคหนึ่ง (3), 124 และ 125 ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง 2560 ซึ่งเมื่อพิจารณาตามข้อกฎหมาย การกล่าวอ้างของนายปิยบุตรว่าไม่มีเหตุตามกฎหมายใดเลยที่จะยุบพรรคอนาคตใหม่ได้ จึงน่าจะเป็นการบิดเบือนเลื่อนลอย นอกจากนี้ การกล่าว หาความน่าเชื่อถือของกระบวนการยุติธรรม ยังอาจถือว่าเป็นการปัดความรับผิดของตนเอง และการออกมาบอกว่าจะถูกยุบก็เป็นการตีตนไปก่อนไข้ คล้ายรู้อยู่และยอมรับแล้วว่าพรรคผิดและมีโทษถึงยุบพรรค
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;หากมีการตัดสินให้ยุบพรรคอนาคตใหม่จริง ศาลรัฐธรรมนูญซึ่งดำเนินการตามตัวบทกฎหมาย จึงไม่ใช่ผู้ที่ต้องมารับผิดชอบต่อสมาชิกพรรคอนาคตใหม่ที่อ้างว่าเกิดความเสียหาย บุคคลที่ต้องรับผิดชอบผู้ที่ได้รับผลกระทบจากคำวินิจฉัยควรเป็นนายปิยบุตรและทีมกฎหมายที่ดูแลให้คำปรึกษาที่ไม่ถูกต้อง ทำให้พรรคใช้เงินที่อาจเข้าข่ายฝ่าฝืน พ.ร.ป.พรรคการเมืองมาดำเนินกิจกรรมทางการเมือง ทำให้ ส.ส.อนาคตใหม่ตกเป็นจำเลยของสังคมว่าเป็นผลไม้พิษของต้นไม้พิษ ที่มาจากพรรคใช้เงินที่ฝ่าฝืนกฎหมาย&amp;rdquo; รองโฆษก พปชร.กล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.ทิพานันยังกล่าวด้วยว่า ที่ผ่านมาแกนนำพรรค อนค.พยายามสร้างประเด็นเพื่อให้สังคมมองภาพว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม เช่น ความพยายามยื่นขอให้ศาลรัฐธรรรมนูญเปิดไต่สวนพยาน ซึ่งศาลแม้จะยกคำร้อง แต่ก็ได้ขยายเวลาให้พยานส่งคำชี้แจงไปได้ถึงวันที่ 17 ก.พ. ดังนั้นจึงอยากตั้งคำถามไปถึงพรรคอนาคตใหม่ว่า เหตุใดจึงไม่เผยแพร่คำให้การต่อสู้ หลักฐานทางบัญชี รวมถึงนำคำชี้แจงของพยานที่กล่าวอ้างมาเปิดเผยต่อสาธารณะเมื่อทำการแถลงปิดคดีนอกศาล หรือจะทำตัวเป็นแบบ Cherry Picking เอาดีเข้าตัว เอาชั่วให้ผู้อื่น พูดบิดเบือนข้อมูลเฉพาะสิ่งที่ตนเองจะได้ประโยชน์เท่านั้น
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ขณะนี้สังคมทั่วไปมองว่า เมื่อนายปิยบุตรมาเป็นนักการเมืองก็ควรหยุดโกหกตัวเองและสังคมสักวัน ให้เสมือนเป็นวันสุดท้าย &amp;nbsp;เพราะหากต้องกลับไปสมัครงานตำแหน่งอาจารย์หลังจากไม่ได้เป็นนักการเมืองแล้ว ผลงานที่บิดเบือนข้อกฎหมาย อธิบายกฎหมายแบบศรีธนญชัย ใช้กฎหมายที่ยกเลิกไปแล้ว ตีความกฎหมายเข้าข้างตนเอง พยายามทำลายความชอบธรรมของกระบวนการยุติธรรมในระหว่างที่เป็นนักการเมือง อาจทำให้สถานศึกษาต้องพิจารณาคุณสมบัติอาจารย์ ทั้งแง่องค์ความรู้และจริยธรรมนักกฎหมายที่ว่าด้วยตราชูคู่คุณธรรมให้&amp;rdquo; น.ส.ทิพานันระบุ
เชื่อจบแบบหนังไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ประธานเจ้าหน้าที่บริหารพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) ได้โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ &amp;ldquo;วันชี้ชะตาประเทศ พรรคการเมืองกู้เงินกับกู้ซ่อนเงื่อน&amp;quot; ระบุว่า ขอสรุปประเด็นสำคัญเพื่อปิดคดีการกู้ซ่อนเงื่อน เพราะวันนี้พวกประชาธิปไตยตะแบง ก็ยังคงตะแบง ตะแบงตั้งแต่เรื่องแดง จนถึงวันที่ศาลรัฐธรรมนูญจะตัดสินดังนี้ 1.ยังคงท่องบทกู้เงินไม่ผิด ทั้งๆ ที่มีเงื่อนงำของการกู้ซ่อนเงื่อนแต่ไม่เคยชี้แจง 2.ตะแบงแม้แต่ผู้ให้กู้ พูดตัวเลขการกู้ที่ไม่ตรงกันในแต่ละครั้ง 3.อ้างว่าการกู้เป็นมติ กก.บห. แต่หัวหน้า เลขาธิการ เหรัญญิก โฆษก พูดตัวเลขไม่ตรงกัน แล้วจะเป็นมติของ กก.บห.ได้อย่างไร 4.กล้าแม้แต่ให้การเท็จต่อ กกต. 5.ตะแบงไม่ยอมส่งเอกสารทางการเงินตามที่ กกต.ขอ 6.กล่าวหาว่า กกต.ไม่ยอมยุติคดี และอ้างตามกฎหมายการเลือกตั้ง มาตรา 41 ซึ่งตะแบงแบบเข้าใจผิด 8.กล่าวหาว่าศาลไม่มีอำนาจยุบพรรค ทั้งๆ ที่กฎหมายที่เกี่ยวข้องให้อำนาจศาลไว้ 9.อ้างว่าพรรคการเมืองคือนิติบุคคล หรือบริษัทเอกชน ไม่ใช่หน่วยงานของรัฐ โดยไม่พูดว่าเป้าหมายของเอกชนทำเพื่อกำไรสูงสุด แต่พรรคการเมืองทำเพื่อประโยชน์สาธารณะ ที่สำคัญเอกชนถูกรัฐกำกับควบคุม แต่พรรคการเมืองไปกำกับควบคุมรัฐ จึงต่างกันโดยสิ้นเชิง และ 10.ล่าสุดไปอิงฝรั่งต่างชาติอีกแล้วต่อคดียุบพรรคครั้งนี้ สงสัยคงตะแบงไม่ไหวแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;สิ่งที่สังคมต้องตามให้ทันคือ ไม่เพียงแต่การกู้ปกติ แต่คือการกู้ซ่อนเงื่อนที่หนักกว่า และถือว่าเป็นจุดชี้อนาคตครั้งสำคัญของประเทศว่าจะเปิดโอกาสให้ทุนใหญ่เข้ามาครอบงำพรรคการเมือง และนำไปสู่ครอบงำประเทศหรือไม่ ไม่รู้ว่าคนเหล่านี้ตื่นเช้ามาส่องกระจกจะรู้สึกอายตัวเองบ้างหรือไม่ แต่เราต้องทำให้เขาอายประชาชน และมวลชนที่สนับสนุนเขาว่า ทำผิดแล้วไม่สำนึก มีแต่โทษนิติสงคราม ท้ายที่สุดหนังเรื่องนี้แม้คนทำผิดพยายามสร้างกระแสกำกับตอนจบ แต่คงต้องจบแบบแฟนๆ หนังไทยชอบคือ ฝ่ายอธรรมที่ทำผิดกฎหมายต้องได้รับการลงโทษ เคารพคำตัดสินของศาลทุกกรณี&amp;rdquo; นพ.วรงค์กล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ผศ.ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า ในฐานะนักวิชาการทางกฎหมาย มองว่าการกู้เงินของพรรค อนค.นั้น เงินที่กู้มานั้นเป็นหนี้สิน ไม่ใช่รายได้ ซึ่งตุลาการต้องมีการวินิจฉัยว่าเงินกู้ของพรรคการเมืองนั้นนับเป็นรายได้หรือไม่ ในขณะที่พรรคการเมืองนั้นไม่ใช่องค์กรของรัฐ เพราะเป็นการรวมตัวกันของพลเมืองในการเสนอนโยบายเพื่อให้พลเมืองคนอื่นเลือก เพื่อจะได้นำนโยบายนั้นไปเป็นนโยบายของประเทศ ดังนั้น ถ้ากฎหมายไม่ได้มีการห้าม พรรคการเมืองก็สามารถทำกิจกรรมต่างๆ ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ศาลนัดพร้อมเพื่อฟังคำสั่ง/คำพิพากษาชั้นตรวจคำฟ้อง คดีหมายเลขดำ อท.185/2562 ที่นายธนาธร และพรรค อนค.ร่วมกันเป็นโจทก์ที่ 1-2 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนคดียุบพรรค อนค. และคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) 14 ราย ในความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ มาตรา 157 และ พ.ร.ป.ว่าด้วย กกต.2560 มาตรา 69 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 และ 86 กรณีมีการทำสำนวนคดียุบพรรค อนค.ไม่ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และขั้นตอน มีลักษณะเร่งรัดคดี &amp;nbsp;ซึ่งศาลได้สอบถามฝ่ายโจทก์แล้ว แถลงรับว่าศาลรัฐธรรมนูญนัดอ่านคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญในที่ 21 ก.พ.นี้ จึงให้ฝ่ายโจทก์ส่งคำวินิจฉัยศาลต่อศาลอาญาคดีทุจริตฯ กลาง ภายใน 30 วัน และเห็นว่าเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม จึงให้เลื่อนไปนัดฟังคำสั่งหรือคำพิพากษาในวันที่ 2 เม.ย.นี้ เวลา 10.00 น.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57762</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต., คณะกรรมการการเลือกตั้ง, คดีเงินกู้พรรค, คดีเงินกู้พรรคอนาคตใหม่, คำวินิจฉัย, ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, ปลุกกระแสสังคม, ศาลรัฐธรรมนูญ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200220/image_big_5e4e9316eb419.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>30128</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/02/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/02/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ถึงคราว &#039;ก็พลาดตายเอง&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;quot;คดีมีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะพิจารณาวินิจฉัยได้แล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จึงไม่ไต่สวน ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ.๒๕๖๑ มาตรา ๕๘ &amp;nbsp;วรรคหนึ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;๑๓.๐๐ น. พฤหัสที่ ๗ มี.ค.๖๒&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลฯ นัดแถลงด้วยวาจา ปรึกษาหารือ และลงมติ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;๑๕.๐๐ น. .....
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อ่านคำวินิจฉัย&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ครับ เป็นไปตามนั้น ชอบด้วยกฎหมายและชอบด้วยกาล!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คือ &amp;quot;ตัดสินก่อนเลือกตั้ง&amp;quot; เป็นคุณกับทุกฝ่าย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งไทยรักษาชาติ ทั้งผู้สมัคร ส.ส. ทั้งประชาชนผู้เลือก และทั้งกระบวนการเลือกตั้ง ๒๔ มีนา ทั้งหมด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถ้าศาลวินิจฉัย ว่า.......
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การนำสมาชิกชั้นสูงในพระบรมราชวงศ์เสนอเป็นแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคเมื่อ ๘ ก.พ.๖๒&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ไม่ขัด&amp;quot; ตามประกาศประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง เมื่อ ๒๘ ธ.ค.๖๑ ข้อที่ ๑๗ ที่ว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ห้ามผู้สมัคร พรรคการเมือง หรือผู้ใด นำสถาบันพระมหากษัตริย์ มาเกี่ยวข้องกับการหาเสียงเลือกตั้ง&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พรรคไทยรักษาชาติจะได้สิ้นปัญหาและครหา หาเสียง หาคะแนนกันได้เต็มสูบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ถ้าวินิจฉัยว่า &amp;quot;ขัด&amp;quot; ศาลฯ มีคำสั่งอย่างใด ไทยรักษาชาติ ก็จะได้ปฏิบัติให้เป็นไปตามนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สรุปว่า &amp;quot;เป็นคุณกับทุกฝ่าย&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอาเป็นว่า เรื่อง &amp;quot;ผลคดี&amp;quot; ไม่ต้องพูด ไว้รอฟังคำวินิจฉัยของศาลฯ ในวันที่ ๗ มีนาทีเดียวเลย ซึ่งไม่นานเกินรอ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่พูดกันได้ และควรรู้ คือ ใครบ้างในพรรคไทยรักษาชาติ ที่ต้องผูกพันกับคดีนี้ตามกฎหมาย?&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ร้อยโท ปรีชาพล พงษ์พานิช&amp;quot; ในฐานะหัวหน้าพรรค หนีไม่พ้น และคณะผู้บริหาร อีก ๑๓ คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายฤภพ ชินวัตร รองฯ ที่ ๑&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.สุณีย์ เหลืองวิจิตร รองฯ ที่ ๒
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพฤฒิชัย วิริยะโรจน์ รองฯ ที่ ๓&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.พงษ์ศักดิ์ ภูสิทธิ์สกุล รองฯ ที่ ๔&amp;nbsp;
.&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายมิตติ ติยะไพรัช เลขาฯ พรรค&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายต้น ณ ระนอง รองเลขาฯ ที่ ๑&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิม รุ่งวัฒนจินดา รองฯ ที่ ๒&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายคณาพจน์ โจมฤทธิ์ &amp;nbsp;รองฯ ที่ ๓&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายรุ่งเรือง พิทยศิริ กก.บห.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจุลพงศ์ โนนศรีชัย กก.บห.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพงศ์เกษม สัตยาประเสริฐ โฆษกพรรค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.ชยิกา วงศ์นภาจันทร์ นายทะเบียน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางวรรษมล เพ็งดิษฐ์ เหรัญญิกพรรค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สมมุติว่า ไทยรักษาชาติถูกยุบพรรค ตามท้ายมาตรา ๙๒ กฎหมายพรรคการเมือง บอกว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เมื่อศาลรัฐธรรมนูญดำเนินการไต่สวนแล้ว มีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า พรรคการเมืองกระทำการตามวรรคหนึ่ง ให้ศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรคการเมือง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของคณะกรรมการบริหารพรรคการเมืองนั้น&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มาตรา ๙๔ บอกว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เมื่อศาลรัฐธรรมนูญมีคําสั่งให้ยุบพรรคการเมืองใดแล้ว ให้นายทะเบียน ประกาศคําสั่งยุบพรรคการเมืองนั้นในราชกิจจานุเบกษา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และห้ามมิให้บุคคลใดใช้ชื่อ ชื่อย่อ หรือภาพเครื่องหมาย ของพรรคการเมืองซ้ำ หรือพ้องกับชื่อ ชื่อย่อ หรือภาพเครื่องหมายของพรรคการเมืองที่ถูกยุบนั้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ห้ามมิให้ผู้ซึ่งเคยดํารงตําแหน่งกรรมการบริหารของพรรคการเมืองที่ถูกยุบและถูกเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเพราะเหตุดังกล่าวไปจดทะเบียนพรรคการเมืองขึ้นใหม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หรือเป็นกรรมการบริหารพรรคการเมือง หรือมีส่วนร่วมในการจัดตั้งพรรคการเมืองขึ้นใหม่อีก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ภายในกําหนดสิบปี นับแต่วันที่พรรคการเมืองนั้นถูกยุบ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตรงนี้ มีผู้สงสัย........
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตกลงเพิกถอนสิทธิรับสมัครรับเลือกตั้ง &amp;quot;สิบปี&amp;quot; หรือตลอดชีวิตกันแน่ เพราะเห็นพูดกันหลายนัย?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมว่า ๑๐ ปี ตามมาตรา ๙๔ กฎหมายพรรคการเมืองนี้แหละ ไม่ใช่ตลอดชีวิต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่บางคนว่า &amp;quot;ถูกเพิกถอนสิทธิตลอดชีวิต&amp;quot; นั้น เป็นความเข้าใจสับสนมากกว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คือไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๓๕ ที่ว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผู้ใดถูกเพิกถอนสิทธิรับเลือกตั้งไม่ว่ากรณีใด ผู้นั้นไม่มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งหรือสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา สมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นตลอดไป และไม่มีสิทธิดำรงตำแหน่งทางการเมืองใดๆ&amp;quot; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรณีนี้.........
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ใช้สำหรับผู้กระทำผิดตามกฎหมาย ป.ป.ช.และศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่าง &amp;quot;ยิ่งลักษณ์-ทักษิณ-บุญทรง&amp;quot; โทษอาญา จะถูกตัดสิทธิ์ตลอดชีวิต!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับ ๑๔ กรรมการบริหารไทยรักษาชาติ ถ้าถูกยุบพรรค ก็จะถูกตัดสิทธิ์แค่ ๑๐ ปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก็อย่างที่ทักษิณบอก &amp;quot;เอาเด็กรุ่นใหม่ๆ เข้ามาบ้าง&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รุ่นใหม่ &amp;quot;ไทยรักษาชาติ&amp;quot; ของทักษิณ อายุเฉลี่ย อย่างเก่งก็ ๓๐ ปลายๆ แก่ที่สุดก็น่า ๔๐ ต้นๆ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เว้นวรรคไป ๑๐ ปี แป๊บเดียวเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;๕๐-๖๐ ขวบ กลับมารับคำสั่งทักษิณตั้งพรรคกันใหม่ ยังไม่สายหรอก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพียงแต่ว่า อีก ๑๐ ปี ทักษิณยังจะหายใจอยู่ถึงหรือไม่เท่านั้นแหละ!?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก็มีคำถามต่อ แล้วผู้สมัคร ส.ส.เขตและ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ของพรรคล่ะ จะถูกตัดสิทธิ์ด้วยมั้ย?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่ถูกตัดสิทธิ์!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ที่สมัครลงแข่งทั้ง ส.ส.เขตและปาร์ตี้ลิสต์ของพรรคไทยรักษาชาติคราวนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พลอย &amp;quot;หมดสิทธิ์&amp;quot;!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พรรคถูกยุบ เท่ากับไม่มี &amp;quot;พรรคไทยรักษาชาติ&amp;quot; อยู่ในสนามเลือกตั้ง กากบาทเบอร์ในบัตรเลือกตั้ง ก็เป็นโมฆะ!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ใครบ้างล่ะ ที่ต้องตกน้ำป๋อมแป๋มไปกับการยุบพรรค ที่คุ้นชื่อ-คุ้นหน้า ก็อย่างเช่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;-นายจาตุรนต์ ฉายแสง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;-นางพวงเพ็ชร ชุนละเอียด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางสาวขัตติยา สวัสดิผล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพิชัย นริพทะพันธุ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเจริญ จรรย์โกมล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางสาวกฤษณา สีหลักษณ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเชิดชัย ตันติศิรินทร์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนิคม ไวยรัชพานิช
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุชาติ ธาดาธำรงเวช
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพิชิต ชื่นบาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวีระกานต์ มุสิกพงศ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายประภัสร์ จงสงวน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุธรรม แสงประทุม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายก่อแก้ว พิกุลทอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเหวง โตจิราการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิภูแถลง พัฒนภูมิไท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พลตรี ศรชัย มนตริวัต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางระพิพรรณ พงศ์เรืองรอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพายัพ ปั้นเกตุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พลตำรวจตรี สุรสิทธิ์ สังขพงศ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางสาวชญาภา สินธุไพร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เนี่ย...พวกปาร์ตี้ลิสต์ &amp;quot;แดงทั้งแผ่นดิน&amp;quot; ตัวเอ้ทั้งนั้น พลอยหกตกใต้ถุนไปด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่นี่จุ๋มจิ๋มมาก สมมุติถูกยุบพรรค ผู้ได้รับผลกระทบมากที่สุดกลับเป็น &amp;quot;เพื่อไทย&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะทักษิณ &amp;quot;เจ้าเล่ห์-โลภมาก&amp;quot; แตกพรรค นึกว่าเจ๋ง ที่ไหนได้ เจ๊งเลย!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เลือกตั้ง ๓๕๐ เขต&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจตนาส่อ &amp;quot;ฮั้วกัน&amp;quot; เพื่อไทย ส่งสมัครแค่ ๒๕๐ เขต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ให้ไทยรักษาชาติ ส่ง ๑๕๐ เขต!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในขณะที่ ประชาธิปัตย์ พลังประชารัฐ ภูมิใจไทย อนาคตใหม่ เสรีรวมไทย เขาส่งครบ ๓๕๐ เขต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเป็นอย่างนี้ ถ้าไทยรักษาชาติถูกยุบ เท่ากับ &amp;quot;เพื่อไทย&amp;quot; ทำนาแค่ ๒๕๐ ไร่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในขณะที่คู่แข่ง ประชาธิปัตย์ พลังประชารัฐ ภูมิใจไทย ทำนากัน คนละ ๓๕๐ ไร่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผลผลิตรวมที่ได้ ยังไงๆ นา ๓๕๐ ไร่ ต้องได้ข้าวมากกว่า นา ๒๕๐ ไร่อยู่แล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพื่อไทย เสียพื้นที่คะแนนไป ๑๕๐ เขต เฉลี่ยความ &amp;quot;น่าจะได้&amp;quot; แต่ละเขต ตีซะว่า ๓ หมื่นคะแนน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;๓๐,๐๐๐ X ๑๕๐ = ๔,๕๐๐,๐๐๐ คะแนนที่หายไป แตกเป็น ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ ขี้หมู-ขี้หมา จะได้ ๔๐-๕๐ คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ตกน้ำป๋อมแป๋มไปต่อหน้า ด้วยโลภและเจ้าเล่ห์ของมันแท้ๆ!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นี่แหละหนอ &amp;quot;ลิขิตฟ้า-ชะตาคน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เล่ห์เหนือขนาดไหน เมื่อถึงคราว &amp;quot;เจ้าก็พลาด&amp;quot; ถึงตายเอง!&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/30128</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณาพจน์ โจมฤทธิ์, คำวินิจฉัย, จุลพงศ์ โนนศรีชัย, ชยิกา วงศ์นภาจันทร์, นพ.พงษ์ศักดิ์ ภูสิทธิ์สกุล, นายต้น ณ ระนอง, พงศ์เกษม สัตยาประเสริฐ, พฤฒิชัย วิริยะโรจน์, มิตติ ติยะไพรัช, รุ่งเรือง พิทยศิริ, ฤภพ ชินวัตร, วรรษมล เพ็งดิษฐ์, วิม รุ่งวัฒนจินดา, สุณีย์ เหลืองวิจิตร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180511/image_big_5af4fe504cfd9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
