<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>96167</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/03/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/03/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตอกฝาโลงวาระสาม ศาลชี้ร่างแก้ไขรธน.ฉีกทั้งฉบับต้องนับหนึ่งใหม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ตอกฝาโลงหมดสิทธิ์โหวตวาระ 3 แล้ว &amp;ldquo;ศาลรัฐธรรมนูญ&amp;rdquo; ออกคำวินิจฉัยกลางชี้ชัด ร่างแก้ไขมาตรา&amp;nbsp; 256/1 และเพิ่มเติมหมวด 15/1 เท่ากับฉีกรัฐธรรมนูญ&amp;nbsp; 2560 ถือเป็นสาระสำคัญทำไม่ได้ เพราะประชาชนผู้มีอำนาจสถาปนาได้ทำประชามติไปแล้ว หากจะแก้ไขต้องไปเริ่มนับหนึ่งใหม่ นักการเมืองยังเสียงแตกเดินทางไหน&amp;nbsp; &amp;ldquo;ปารีณา&amp;rdquo; ชงผ่าทางตันถอนวาระในการประชุม 17 มี.ค.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันจันทร์ที่ 15 มีนาคม นายวรวิทย์ กังศศิเทียม&amp;nbsp; ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ได้เรียกประชุมตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเพื่อหารือเป็นกรณีพิเศษจัดทำคำวินิจฉัยกลางที่&amp;nbsp; 4/2564 ในคำร้องคดีที่ประธานรัฐสภาขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 260&amp;nbsp; วรรคหนึ่ง (2) กรณีมีปัญหาเกี่ยวกับหน้าที่และอำนาจของรัฐสภาในการเสนอร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมของสมาชิกรัฐสภาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 (1) ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญมีมติด้วยเสียงข้างมาก 8 ต่อ 1 ไปเมื่อวันที่ 11&amp;nbsp; มี.ค. และได้เผยแพร่คำวินิจฉัยสรุปย่อผ่านข่าวสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญที่ 7/2564 เพียง 4 บรรทัด ว่า &amp;ldquo;รัฐสภามีหน้าที่และอำนาจจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้ โดยต้องให้ประชาชนผู้มีอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญได้ลงประชามติเสียก่อนว่าประชาชนประสงค์จะให้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ และเมื่อจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เสร็จแล้ว&amp;nbsp; ต้องให้ประชาชนลงมติเห็นชอบหรือไม่กับร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่อีกครั้ง&amp;rdquo;
คำวินิจฉัยย่อดังกล่าวทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์และตีความอย่างมาก โดยเฉพาะในการพิจารณาลงมติในวาระ 3 ของร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่...) พุทธศักราช... (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา&amp;nbsp; 256 และเพิ่มหมวด 15/1) ที่บรรจุในระเบียบวาระการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ครั้งที่ 1 (สมัยวิสามัญ) วันพุธที่&amp;nbsp; 17 มี.ค.นี้จะดำเนินการได้หรือไม่อย่างไร
ล่าสุด ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญได้มีการออกคำวินิจฉัยกลางออกมาแล้วจำนวนทั้งสิ้น 12 หน้า โดยสาระสำคัญเริ่มตั้งแต่หน้า 5 ที่ระบุว่า ศาลรัฐธรรมนูญกำหนดประเด็นที่ต้องพิจารณาวินิจฉัยว่า รัฐสภามีหน้าที่และอำนาจจัดทำ รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้หรือไม่ โดยพิจารณาแล้วเห็นว่า รัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดที่กำหนดรูปแบบของประเทศ องคาพยพในการบริหารกิจการบ้านเมือง และความสัมพันธ์ขององคาพยพดังกล่าว ที่สำคัญเป็นเสมือนสัญญาประชาคมที่จะยอมให้รัฐมีบทบาทในการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของประชาชนได้มากน้อยเพียงใดภายใต้เงื่อนไขอย่างใด แต่โดยที่รัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายที่กำหนดโครงสร้างและกลไกทางการเมืองอันถือเป็นกติกาของสังคมหรือกฎเกณฑ์ในการอยู่ร่วมกันของคนในสังคมของประเทศนั้น ๆ และถือเป็นกฎหมายที่ต้องมีความยืดหยุ่นเพื่อให้คนในสังคมรุ่นใหม่สามารถจัดการกับความเปลี่ยนแปลงหรือความหลากหลายทางการเมือง เศรษฐกิจ สังคม ที่เปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลาได้ ดังนั้น ผู้มีอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญย่อมเล็งเห็นถึงความเป็นพลวัตของรัฐธรรมนูญด้วยการกำหนดให้มีบทบัญญัติว่าด้วยการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญไว้ในรัฐธรรมนูญนั้นเอง โดยการกำหนดให้มีองค์กรผู้มีอำนาจแก้ไขเพิ่มเติม รวมถึงกระบวนการที่เกี่ยวข้อง เพียงแต่การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญนั้นจะต้องไม่มีลักษณะอันเป็นการต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ หรือต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560&amp;nbsp; มีหลักการสำคัญ กระบวนการจัดทำ และการประกาศใช้บังคับปรากฏในคำปรารภ ส่วนบทบัญญัติเกี่ยวกับการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญได้บัญญัติไว้เป็นการเฉพาะในหมวด 15 ในมาตรา 255 และ 256 ซึ่งบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญข้างต้นเป็นการกำหนดการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญไว้เป็น 2 ระดับ 3 ลักษณะ คือ ระดับที่ 1 สำคัญมากจะกำหนดให้การแก้ไขเป็นไปได้ยากมาก และระดับที่ 2 ไม่มีผลกระทบต่อรูปแบบของรัฐหรือโครงสร้างทางการเมืองมากนัก จะกำหนดให้แก้ไขได้ในระดับที่ยากกว่าปกติ โดยคำนึงถึงการมีส่วนร่วมของทุกฝ่ายเป็นสำคัญ
แจงยิบหลักแก้ไข รธน.
ส่วน 3 ลักษณะนั้น ลักษณะที่ 1 ห้ามแก้ไขเพิ่มเติมเพื่อเปลี่ยนแปลงการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือเปลี่ยนแปลงรูปแบบของรัฐ ลักษณะที่ 2 การแก้ไขเพิ่มเติมในเรื่องต่อไปนี้ 1)&amp;nbsp; หมวด 1 บททั่วไป 2) หมวด 2 พระมหากษัตริย์ 3) หมวด&amp;nbsp; 15 การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ 4) เรื่องที่เกี่ยวกับคุณสมบัติหรือลักษณะต้องห้ามของผู้ดำรงตำแหน่งต่างๆ&amp;nbsp; ตามรัฐธรรมนูญ และ 5) เรื่องที่เกี่ยวกับหน้าที่และอำนาจของศาลหรือองค์กรอิสระ หรือเรื่องที่ทำให้ศาลหรือองค์กรอิสระไม่อาจปฏิบัติตามหน้าที่และอำนาจได้ โดยให้รัฐสภาเป็นผู้พิจารณาให้ความเห็นชอบญัตติขอแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญที่คณะรัฐมนตรี สมาชิกรัฐสภา หรือประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งไม่น้อยกว่าห้าหมื่นคน เป็นผู้เสนอ แล้วต้องจัดให้มีการออกเสียงประชามติด้วย และลักษณะที่ 3 การแก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติอื่นใดต้องผ่านความเห็นชอบของรัฐสภาด้วยคะแนนเสียงมากกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกของทั้งสองสภา ซึ่งประกอบด้วยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคการเมืองที่สมาชิกไม่ได้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี&amp;nbsp; ประธานสภาผู้แทนราษฎรหรือรองประธานสภาผู้แทนราษฎรเห็นชอบด้วยไม่น้อยกว่าร้อยละยี่สิบของทุกพรรคการเมืองดังกล่าวรวมกัน และต้องมีสมาชิกวุฒิสภาเห็นชอบด้วยไม่น้อยกว่าหนึ่งในสามของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของวุฒิสภา
ดังนั้น หลักการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญกำหนดข้อห้ามตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 255 มิให้มีการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญโดยเด็ดขาด ส่วนหลักเกณฑ์และวิธีการในการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญต้องเป็นไปตามมาตรา 256 (1)&amp;nbsp; ถึง (9) และการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญสามารถกระทำได้โดยที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภาตามมาตรา 156 (15) โดยกำหนดให้รัฐสภาประชุมร่วมกันเพื่อแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญตามมาตรา 256 ซึ่งต้องดำเนินการตามหลักเกณฑ์ที่รัฐธรรมนูญกำหนดโดยเคร่งครัดว่ากรณีใดที่รัฐธรรมนูญบัญญัติให้ไม่สามารถแก้ไขเพิ่มเติมได้โดยเด็ดขาด ดังเช่นที่บัญญัติไว้ในมาตรา 255 หรือกรณีใดที่รัฐธรรมนูญบัญญัติให้สามารถแก้ไขเพิ่มเติมได้ หากแต่ต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขที่รัฐธรรมนูญกำหนดโดยการจัดให้มีการออกเสียงประชามติตามมาตรา 256 (8)
การที่มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรยื่นญัตติขอแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญโดยเสนอร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่...)&amp;nbsp; พุทธศักราช...ทั้งสองฉบับต่อที่ประชุมร่วมกันรัฐสภาตามมาตรา 256 ซึ่งมีหลักการและเหตุผลให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ขึ้น&amp;nbsp; โดยมีเนื้อหาสาระในร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมให้มีหมวด 15/1 การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และมาตรา&amp;nbsp; 256/1 ให้มีสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ทำหน้าที่จัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ตามหมวดนี้นั้น เห็นว่า การที่รัฐธรรมนูญ มาตรา 156 (15) บัญญัติให้การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญกระทำโดยที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภามุ่งประสงค์ให้การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญเป็นการใช้อำนาจของรัฐสภาโดยเฉพาะ อย่างไรก็ดีรัฐธรรมนูญได้กำหนดให้กระบวนการใช้อำนาจนิติบัญญัติของรัฐสภาในกรณีดังกล่าวมีหลักเกณฑ์และวิธีการซึ่งมีลักษณะแตกต่างจากการทำหน้าที่ในกระบวนนิติบัญญัติทั่วไป โดยมีเป้าหมายเพื่อปกป้องความเป็นกฎหมายสูงสุดของรัฐธรรมนูญและรักษาความต่อเนื่องของรัฐธรรมนูญเป็นสำคัญ กล่าวได้ว่าแม้รัฐสภามีอำนาจแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ หากแต่เป็นอำนาจที่ได้รับมอบมาซึ่งถูกจำกัดทั้งรูปแบบกระบวนการ และเนื้อหา รัฐสภาจึงต้องทำหน้าที่ตามที่ได้รับมอบอย่างเคร่งครัด โดยไม่อาจกระทำนอกขอบของหน้าที่และอำนาจที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ได้ การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญจึงต้องอยู่ในเงื่อนไขที่มีความผูกพันกับรัฐธรรมนูญฉบับเดิม ยึดโยงกับหลักการพื้นฐานและให้เหมาะสมและสอดคล้องกับมติมหาชน รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 หมวด 15 เพียงบัญญัติให้สามารถแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญได้เท่านั้น ไม่มีบทบัญญัติให้จัดทำขึ้นใหม่ทั้งฉบับ
ฉีกรัฐธรรมนูญ 2560
&amp;ldquo;การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ด้วยวิธีการร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมให้มีหมวด 15/1 ย่อมมีผลเป็นการยกเลิกรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช&amp;nbsp; 2560 อันเป็นการแก้ไขหลักการสำคัญที่ผู้มีอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญดั้งเดิมต้องการปกป้องคุ้มครองไว้ หากรัฐสภาต้องการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ต้องจัดให้ประชาชนผู้ทรงอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญออกเสียงประชามติเสียก่อนว่าสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ ถ้าผลการออกเสียงประชามติเห็นชอบด้วย จึงดำเนินการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ต่อไป เมื่อเสร็จแล้วต้องจัดให้มีการออกเสียงประชามติว่าเห็นชอบหรือไม่กับร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่อีกครั้งหนึ่ง ซึ่งเป็นการให้ประชาชนพิจารณาเนื้อหาของร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ แล้วจึงนำขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายเพื่อพระมหากษัตริย์ทรงลงพระปรมาภิไธย เมื่อพระมหากษัตริย์ทรงลงพระปรมาภิไธยแล้ว จึงนำประกาศใช้เป็นรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยต่อไป อันเป็นกระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญตามครรลองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข&amp;rdquo;
คำวินิจฉัยกลางสรุปว่า อาศัยเหตุผลดังกล่าวข้างต้น จึงวินิจฉัยว่า รัฐสภามีหน้าที่และอำนาจจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้โดยต้องให้ประชาชนผู้มีอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญได้ลงประชามติเสียก่อนว่าประชาชนประสงค์จะให้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ และเมื่อจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เสร็จแล้ว ต้องให้ประชาชนลงประชามติเห็นชอบหรือไม่กับร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่อีกครั้งหนึ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ตลอดทั้งวันก็มีการแสดงความคิดเห็นในเรื่องดังกล่าวอย่างมาก โดยนายวิษณุ? เครืองาม? รองนายกรัฐมนตรี? ให้สัมภาษณ์ว่า &amp;quot;ขอให้รอคำวินิจฉัยกลางจะดีที่สุด ขอให้เชื่อเถอะ ว่าขอให้อดใจ อย่ามัวมาเถียงกัน? ทะเลาะกัน ขอให้รอฟังคำวินิจฉัยกลางเสียก่อน ซึ่งจะมีความชัดเจน ซึ่งเขาก็นั่งฟังกันอยู่ว่าที่ออกมา 4 บรรทัด แล้วทุกคนเถียงกันทั้งบ้านทั้งเมือง เขาก็ต้องตอบออกมาให้ได้ว่าความชัดเจนนั้นคืออะไร ต้องรอฟังอย่าไปเถียงกันอยู่เลย&amp;quot;
พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวถึงจุดยืนของพรรค&amp;nbsp; พปชร.ในการประชุมวาระ 3 ว่า &amp;quot;ไม่รู้จะแสดงจุดยืนอย่างไร จะไปรู้ได้อย่างไร เป็นเรื่องของสภา ต้องไปถามสมาชิกพรรค พปชร.ทุกคน ซึ่งส่วนตัวไม่มีความคิดเรื่องนี้ ให้เป็นไปตามที่ศาลรัฐธรรมนูญต้องการ คือถ้าสถาปนารัฐธรรมนูญฉบับใหม่ต้องให้มีการทำประชามติก่อน แต่ถ้าไม่แก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับก็ไม่เป็นไร&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา กล่าวยืนยันว่า การประชุมร่วมรัฐสภาในวันที่ 17-18 มี.ค. ยังไม่มีการปรับเปลี่ยนระเบียบวาระการประชุม จึงยังเดินหน้าลงมติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญในวาระ 3 &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.สุกิจ อัถโถปกรณ์ ที่ปรึกษาประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า นายชวนนัดประชุมคณะกรรมการประสานงาน 3 ฝ่าย ได้แก่ วุฒิสภา ฝ่ายค้าน และฝ่ายร่วมรัฐบาลในวันที่ 16 มีนาคม เวลา 10.00 น. เนื่องจากกระแสความเห็นที่แตกต่างในคำวินิจฉัยของศาล โดยเชื่อว่าตุลาการศาลรัฐธรรมนูญจะเร่งทำคำวินิจฉัยกลางออกมาให้ได้ก่อนวันที่ 17 มี.ค.
&amp;#39;เอ๋&amp;#39; ชงถอนวาระ
ขณะที่ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรค พปชร.ยื่นหนังสือถึงนายชวนผ่านนายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล เลขานุการประธานสภาผู้แทนราษฎร ขอให้ถอนวาระการพิจารณาลงมติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ วาระ 3 ออกจากการประชุมในวันที่ 17 มี.ค. โดย น.ส.ปารีณาระบุว่า คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญระบุชัดเจนว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยตั้ง ส.ส.ร.มายกร่างใหม่ทั้งฉบับ ต้องผ่านการทำประชามติจากประชาชนก่อน ดังนั้นที่ประชุมรัฐสภาควรปฏิบัติตามคำวินิจฉัยศาล ถ้าเดินหน้าพิจารณาต่อจะมีปัญหาแน่ โดยจะไปร้องต่อ ป.ป.ช.เอาผิดกับสมาชิกรัฐสภาที่ลงมติวาระ 3 ทำผิดกฎหมายและจริยธรรม
นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา ในฐานะรองประธานรัฐสภา กล่าวว่า ในวันที่ 17 มี.ค.จะเกิดการถกเถียงในที่ประชุมรัฐสภาเป็นอย่างมาก รวมไปถึงประเด็นว่าจะลงมติวาระ 3 หรือไม่ด้วย เพราะได้รับข้อมูลมาทั้ง 2 ฝ่าย และมีความเป็นไปได้ที่อาจเลื่อนการพิจารณาออกไป เพราะกฎหมายเปิดช่องไว้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายคำนูณ สิทธิสมาน โฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการวุฒิสภา (วิปวุฒิ) กล่าวว่า ที่ประชุมมีมติให้&amp;nbsp; ส.ว.ในฐานะสมาชิกรัฐสภาได้ติดตามคำวินิจฉัยกลางของศาลรัฐธรรมนูญที่จะออกมา เพื่อประกอบการพิจารณาในการตัดสินใจต่อไป ส่วนการลงมติอย่างไรเป็นเอกสิทธิ์ของสมาชิกที่จะปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญและใช้วิจารณญาณด้วยตัวของตัวเอง โดยปราศจากการครอบงำของฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาภายหลังมีการเผยแพร่คำวินิจฉัยกลาง นายคำนูณให้สัมภาษณ์อีกครั้งว่า คำวินิจฉัยกลางมีความชัดเจนมาก โดยเฉพาะ 3 ย่อหน้าสุดท้าย ศาล รธน.บอกว่าหมวด 15 ของ รธน. 2560 ให้อำนาจแค่แก้ไขเพิ่มเติม ไม่ได้ต้องการให้แก้ไขทั้งฉบับ แต่การที่รัฐสภามีการแก้ไขมาตรา 256 และนำมาสู่การงอกหมวด 15/1 ใหม่ ในวาระ&amp;nbsp; 1-2 เป็นการนำไปสู่จัดทำ รธน.ใหม่ทั้งฉบับ ย่อมเป็นการยกเลิก รธน.ฉบับ 2560 ซึ่งหากรัฐสภาต้องทำเช่นนี้ จำเป็นต้องถามประชาชนผู้มีอำนาจสถาปนา รธน.ก่อน ในขั้นตอนประชามติว่าเห็นควรให้จัดทำ รธน.ใหม่หรือไม่ ส่วนตัวจึงเห็นว่าการลงมติในวาระ 3 จึงไม่สามารถกระทำได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายนิกร จำนง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวว่า วันที่ 16 มี.ค.พรรคนัดประชุม ส.ส.ของพรรคเพื่อหารือถึงการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญวาระ&amp;nbsp; 3 ที่รัฐสภานัดลงมติวันที่ 17 มี.ค.
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกฯ และอดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวว่า ศาลรัฐธรรมนูญควรทำความชัดเจนก่อนสภาลงมติในวาระ 3 น่าจะเป็นทางเดินที่ดีที่สุดเพื่อลดปัญหา ขณะที่ผู้มีอำนาจในปัจจุบันต้องยึดมั่นในสิ่งที่แถลงนโยบายกับสภาเหมือนผู้นำในต่างประเทศเขาทำกัน โดยอยากเห็นไม่ใช่แค่พรรคประชาธิปัตย์ แต่พรรคร่วมรัฐบาลทุกพรรคเดินหน้าตามนโยบายของรัฐบาล&amp;nbsp; แสดงท่าทีที่จริงจัง เพราะต้องไม่ลืมว่าทุกครั้งที่การจัดทำรัฐธรรมนูญมีเหตุต้องสะดุดหยุดลง ล้วนมาจากการกระทำของฝ่ายรัฐบาลทั้งสิ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย&amp;nbsp; (พท.) กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยยืนยันจะเดินหน้าโหวตการแก้ไขรัฐธรรมนูญวาระ 3 เพราะการแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่ใช่แก้ทั้งฉบับ จึงไม่ต้องทำประชามติก่อนแก้ไข หากผ่านวาระ 3 ค่อยไปทำประชามติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายภูมิธรรม เวชยชัย ที่ปรึกษาผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า อยากเห็นทุกพรรคการเมืองไม่ว่าเป็นฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล ทำหน้าที่แก้ไขรัฐธรรมนูญอย่างที่ได้รับปากกับประชาชน โดยอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญเป็นของประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า เรื่องวาระ 3 นั้นต้องโหวตอยู่แล้ว เป็นเรื่องของสภา ยืนยันว่าต้องโหวตวาระ 3 แต่มีความกังวลใจอย่างยิ่งถ้าการโหวตรัฐธรรมนูญไม่ผ่าน เราไม่เห็นว่าจะมีกฎกติกาที่ทุกฝ่ายยอมรับ เพื่อจะหาทางออกจากความขัดแย้งทางการเมืองให้ทุกคนได้อย่างไร และกระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญถูกผลักออกไป ก็จะทำให้ประชาชนมีความรู้สึกเดือดดาล ว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญอย่างสันติในสภาเป็นไปไม่ได้ เราจะติดตามดูท่าทีของรัฐบาลและพรรคร่วมรัฐบาลในสภาว่าจะดำเนินการต่อไปอย่างไร.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96167</URL_LINK>
                <HASHTAG>คำวินิจฉัยกลาง, ทำประชามติ, ประชาชนผู้มีอำนาจสถาปนาได้ทำประชามติไปแล้ว, ศาลรัฐธรรมนูญ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แก้ รธน, แก้รัฐธรรมนูญ, โหวตวาระ 3</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210315/image_big_604f6a8343cae.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>96088</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/03/2021 10:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/03/2021 10:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วิษณุ&#039;ขออดใจรอฟังคำวินิจฉัยกลางศาลรธน. ปัดใช้ม.166</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 มี.ค. 64 - เมื่อเวลา​ 09.20​ น.ที่ทำเนียบรัฐบาล​ นายวิษณุ​ เครืองาม​ รองนายกรัฐมนตรี​ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีหลายฝ่ายยังคงตีความคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญแตกต่างกันไปหลายทางว่า ขอให้รอคำวินิจฉัยกลางของศาลรัฐธรรมนูญจะดีที่สุด ทราบว่าจะมีการหารือกันในวันเดียวกันนี้​ (15 มี.ค.)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า มาตรา 256 (8) หมวด 15 ระบุว่าให้ทำประชามติ ตรงนี้จะทำให้สามารถดำเนินการไปพร้อมกับการลงมติในวาระ 3 ได้เลยหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ประชามติตามมาตรา 256​ (8)​ นั้น เป็นประชามติว่า การแก้ไขใดๆ ที่ได้ทำมา​ ซึ่งเป็นการถามประชามติในเรื่องอดีตที่ได้ทำมา ว่าประชาชนเห็นด้วยหรือไม่​ แต่ในกรณีที่มีการเพิ่มหมวด 15/1 เข้าไปนั้นเป็นเรื่องของอนาคต​&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;แต่รายละเอียดทั้งหมดนั้น ขอให้เชื่อผมเถอะ ว่าขอให้อดใจ อย่ามัวมาเถียงกัน​ ทะเลาะกัน ขอให้รอฟังคำวินิจฉัยกลางของศาลรัฐธรรมนูญเสียก่อน ซึ่งจะมีความชัดเจน ซึ่งเขาก็นั่งฟังกันอยู่ว่าที่ออกมา 4 บรรทัดแล้วทุกคนเถียงกันทั้งบ้านทั้งเมือง เขาก็ต้องตอบออกมาให้ได้ว่าความชัดเจนนั้นคืออะไร ก็ต้องรอฟังอย่าไปเถียงกันอยู่เลย&amp;quot; นายวิษณุ ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามย้ำว่า หากมีคำวินิจฉัยกลางออกมาแล้วแต่ยังมีการถกเถียงกันอยู่อีกจะทำอย่างไร​ รองนายกฯ​ กล่าวว่า ขอไม่ตอบ ก็เถียงกันต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า นายวิษณุยืนยันใช่หรือไม่ว่า แนวทางที่เคยเสนอไปจะทำให้เรื่องนี้จบได้ นายวิษณุ พยักหน้าหลายหน พร้อมกล่าวสั้นๆ ว่า​ ครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนที่นายพิธา​ ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ​และหัวหน้าพรรคก้าวไกล เสนอให้มีการทำประชามติ ได้ตามมาตรา 166​ ที่บัญญัติไว้ว่าในกรณีที่มีเหตุอันสมควร คณะรัฐมนตรีจะขอให้มีการออกเสียงประชามติในเรื่องใดอันมิใช่เรื่องที่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญหรือเรื่องที่เกี่ยวกับตัวบุคคลหรือคณะบุคคลใดก็ได้ ทั้งนี้ ตามที่กฎหมายบัญญัติ​ นายวิษณุ​ กล่าวว่า​ ตอนนี้ยังไม่ถึงขั้นตอนนั้น ปล่อยให้ทางสภาเขาดำเนินการไปก่อน ซึ่งมาตรา 166 นั้น เป็นอำนาจของคณะรัฐมนตรี.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96088</URL_LINK>
                <HASHTAG>คำวินิจฉัยกลาง, ประชามติ, วิษณุ เครืองาม, ศาลรธน., แก้รธน.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210315/image_big_604ed04a944c2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>96073</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/03/2021 08:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/03/2021 06:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คลายปมร้อน! ศาลรธน.ถกด่วนเร่งทำคำวินิจฉัยกลาง ก่อนโหวตวาระ3</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 มี.ค. 64 - แหล่งข่าวจากตุลาการศาลรัฐธรรมนูญรายหนึ่งในคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ 9 คน เปิดเผยว่า นายวรวิทย์ กังศศิเทียม ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ได้ประชุมด่วนตุลาการศาลรัฐธรรมนูญทั้งหมดในวันจันทร์ที่ 15 มีนาคมนี้ ตั้งแต่ช่วงเช้า เพื่อร่วมหารือเป็นกรณีพิเศษ ในการจัดทำคำวินิจฉัยกลางในคำร้องคดีแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่ทางศาลรัฐธรรมนูญมีมติด้วยเสียงข้างมาก 8 ต่อ 1 ที่ออกมาเมื่อ 11 มีนาคมที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แหล่งข่าวจากตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เปิดเผยว่า เบื้องต้นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญคุยกันนอกรอบหลายคน ยอมรับว่าแปลกใจ และคาดไม่ถึงที่หลังมีคำวินิจฉัยออกมาแล้ว มีความเห็นจากฝ่ายต่างๆ ทั้ง ส.ส.-ส.ว. -นักวิชาการ นักกฎหมาย ที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์มติศาลรัฐธรรมนูญดังกล่าวด้วยความเห็นที่แตกต่างกันมาก ทำให้ เบื้องต้น ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญคุยกันว่า จะทำคำวินิจฉัยกลางออกมาให้เร็วที่สุด ภายใน 1-2 วันนี้ เพื่อนำไปเผยแพร่โดยเร่งด่วน โดยหากเป็นไปได้ จะพยายามเร่งทำออกมาให้ทันก่อนการประชุมร่วมรัฐสภาสมัยวิสามัญวันที่ 17 มีนาคมนี้ ที่รัฐสภาจะมีการพิจารณาโหวตเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญวาระสาม เพื่อจะได้พอเป็นแนวทางให้สมาชิกรัฐสภาได้ศึกษาก่อนการพิจารณาดำเนินการใดๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;หลังมติของศาลรัฐธรรมนูญออกมา แล้วมีเสียงวิจารณ์กันมาก ตุลาการหลายคนก็คาดไม่ถึง เพราะคิดว่า มติดังกล่าวน่าจะมีความชัดเจนเพียงพอแล้ว แต่เมื่อยังมีความเห็นที่ไม่ตรงกันอยู่ของบุคคลหลายฝ่าย&amp;nbsp; การประชุมตุลาการศาลรัฐธรรมนูญวันจันทร์นี้ ที่ประชุมก็จะนำคำวินิจฉัยส่วนตนของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญแต่ละคนโดยเฉพาะเสียงข้างมาก 8 เสียงมาวางแนวเขียนคำวินิจฉัยกลางออกมา ซึ่งยอมรับว่า ใน 8 เสียงเอง ก็ยังมีความเห็นที่แตกต่างกันในเรื่องรายละเอียดกันอยู่ แต่วงประชุมเราจะคุยกันให้สะเด็ดน้ำ แล้วเร่งเขียนคำวินิจฉัยกลางออกมาโดยเร็ว&amp;quot; ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญคนหนึ่ง ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แหล่งข่าวที่เป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญผู้นี้ ยังกล่าวอีกว่า คำวินิจฉัยกลางที่จะออกมา เบื้องต้นมีความเป็นไปได้ ที่จะไม่มีการระบุว่า การทำประชามติ ต้องทำในช่วงก่อนรัฐสภาจะพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญวาระแรก หรือให้ทำหลังรัฐสภาผ่านวาระสามไปแล้วถึงค่อยไปทำประชามติ เพราะการวินิจฉัยคำร้องคดีดังกล่าวของศาลรัฐธรรมนูญเป็นการวินิจฉัยในประเด็นเรื่องอำนาจของรัฐสภาในการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญที่เป็นญัตติตามที่สมาชิกรัฐสภาเข้าชื่อกันมาเท่านั้น ศาลรัฐธรรมนูญจึงวินิจฉัยตอบไปว่า รัฐสภามีอำนาจแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ แต่ต้องทำประชามติถามประชาชนก่อน ดังนั้น เบื้องต้นคำวินิจฉัยกลางที่จะออกมาจะไม่ระบุชัดเจนว่า การทำประชามติให้ทำตอนก่อนพิจารณาวระแรกหรือหลังรัฐสภาผ่านวาระสาม แต่เพื่อให้เกิดความชัดเจนมากขึ้น ไม่มีปัญหาข้อถกเถียงกัน ก็มีความเป็นไปได้ ที่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญอาจจะพยายามเขียนคำวินิจฉัยกลางออกมาเพื่อให้รู้เป็นแนวว่า การทำประชามติควรทำช่วงไหน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ต้องเข้าใจก่อนว่า ญัตติที่รัฐสภาส่งมา เขาส่งมาถึงศาลรัฐธรรมนูญ หลังรัฐสภาผ่านร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญวาระแรกไปแล้ว เข้าสู่การพิจารณาวาระสองในชั้นกรรมาธิการไปแล้ว ตอนที่ตุลาการเก้าคนคุยกัน เราเลยไม่ได้คุยกันในเรื่องกรอบเวลาเลยว่าต้องลงประชามติตอนไหน ก่อนวาระแรกหรือหลังผ่านวาระสาม ดังนั้น จะไปให้คำวินิจฉัยกลาง เขียนลงรายละเอียดแบบนั้น เบื้องต้นน่าจะเป็นไปได้ยาก แต่ก็ต้องอมรับว่า กระบวนการที่รัฐสภาทำตอนนี้ ว่าไปแล้วมันไม่ใช่การแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่เป็นการทำสองขยัก คือ แก้มาตรา 256 ด้วย และให้ทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ด้วย ซึ่งหากจะนำร่างที่รัฐสภาทำอยู่ไปถามหลังผ่านวาระสาม มันคือการทำไปก่อนแล้ว ถึงค่อยไปถามประชาชนทีหลัง พูดกันตรงๆ เหมือน ศรีธนญชัย เพราะมันไม่ใช่การแก้ไขรัฐธรรมนูญ&amp;nbsp; แต่เป็นการแก้มาตรา 256 เพื่อให้ไปร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่มายกเลิกรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ซึ่งมันไม่ใช่การแก้เล็กน้อยแต่มันคือการร่างใหม่เลย ยกตัวอย่าง ไปเขียนไว้หมดแล้วว่า ส.ส.ร.ให้มาจากไหน คือไปทำเสร็จมาก่อนแล้ว ค่อยไปถามประชาชนทีหลัง แบบนี้มันใช่การแก้ไขรายมาตราหรือไม่ เพราะมันคือการแก้เพื่อร่างใหม่ทั้งฉบับ &amp;quot;แหล่งข่าวตุลาการศาลรัฐธรรมนูญคนดังกล่าว ระบุ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96073</URL_LINK>
                <HASHTAG>คำวินิจฉัยกลาง, รัฐสภา, ศาลรธน., แก้รธน., โหวตวาระ3</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210226/image_big_60386c3dec7c0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>96063</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/03/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/03/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลรธน.นัดถกด่วน เคาะคำวินิจฉัยกลางก่อน17มี.ค./พปชร.-ปชป.หารือท่าที</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; จับตา! ตุลาการศาล รธน.นัดประชุมด่วนจันทร์นี้&amp;nbsp;&amp;nbsp; เขียนคำวินิจฉัยกลางหวังให้ทันก่อนรัฐสภาโหวตวาระสาม 17 มี.ค. แต่จะไม่เขียนว่าทำประชามติหลังโหวตวาระสามได้หรือไม่&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;กุนซือชวน&amp;quot; ยืนยันเดินหน้าโหวตแก้ไข รธน.วาระ 3 &amp;quot;พปชร.-ปชป.&amp;quot; รอประชุมพรรค 16 มี.ค.นี้ก่อนแสดงจุดยืน แต่ ภท.ย้ำเดินหน้าโหวตวาระ 3 โฆษกเพื่อไทยจวก ส.ว.- ส.ส.รัฐบาลสมคบคิดไม่แก้รธน. ขู่ปลุก ปชช.ให้ตื่นรู้ คนเดือนพฤษภา 35 อัดรัฐบาลหมดความชอบธรรม เตือน &amp;quot;3 ป.&amp;quot; อย่าประมาท ปชช. จะซ้ำรอยเมียนมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอาทิตย์ที่ 14 มีนาคม แหล่งข่าวจากตุลาการศาลรัฐธรรมนูญรายหนึ่งในคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ 9 คน เปิดเผยว่า นายวรวิทย์ กังศศิเทียม ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ได้ประชุมด่วนตุลาการศาลรัฐธรรมนูญทั้งหมดในวันจันทร์ที่ 15 มี.ค.นี้ ตั้งแต่ช่วงเช้า เพื่อร่วมหารือเป็นกรณีพิเศษ ในการจัดทำคำวินิจฉัยกลางในคำร้องคดีแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่ทางศาลรัฐธรรมนูญมีมติด้วยเสียงข้างมาก 8 ต่อ 1 ที่ออกมาเมื่อวันที่ 11 มี.ค. แหล่งข่าวจากตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเปิดเผยว่า เบื้องต้นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญคุยกันนอกรอบหลายคน ยอมรับว่าแปลกใจและคาดไม่ถึง ที่หลังมีคำวินิจฉัยออกมาแล้วมีความเห็นจากฝ่ายต่างๆ ทั้งส.ส., ส.ว., นักวิชาการ, นักกฎหมาย ที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์มติศาลรัฐธรรมนูญดังกล่าวด้วยความเห็นที่แตกต่างกันมาก ทำให้ เบื้องต้นตุลาการคุยกันว่าจะทำคำวินิจฉัยกลางออกมาให้เร็วที่สุด ภายใน 1-2 วันนี้ เพื่อนำไปเผยแพร่โดยเร่งด่วน โดยหากเป็นไปได้ ก็จะพยายามเร่งทำออกมาให้ทันก่อนการประชุมร่วมรัฐสภาสมัยวิสามัญวันที่ 17 มี.ค.นี้ ที่รัฐสภาจะมีการพิจารณาโหวตเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญวาระสาม เพื่อจะได้พอเป็นแนวทางให้สมาชิกรัฐสภาได้ศึกษาก่อนการพิจารณาดำเนินการใดๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;มติดังกล่าวน่าจะมีความชัดเจนเพียงพอแล้ว แต่เมื่อยังมีความเห็นที่ไม่ตรงกันอยู่ของบุคคลหลายฝ่าย การประชุมตุลาการศาลรัฐธรรมนูญวันจันทร์นี้ ที่ประชุมก็จะนำคำวินิจฉัยส่วนตนของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญแต่ละคน โดยเฉพาะเสียงข้างมาก 8 เสียงมาวางแนวเขียนคำวินิจฉัยกลางออกมา ซึ่งยอมรับว่าใน 8 เสียงเอง ก็ยังมีความเห็นที่แตกต่างกันในเรื่องรายละเอียดกันอยู่ แต่วงประชุมเราจะคุยกันให้สะเด็ดน้ำ แล้วเร่งเขียนคำวินิจฉัยกลางออกมาโดยเร็ว&amp;quot; ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญคนหนึ่งระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แหล่งข่าวผู้นี้กล่าวอีกว่า คำวินิจฉัยกลางที่จะออกมา เบื้องต้นมีความเป็นไปได้ที่จะไม่มีการระบุว่าการทำประชามติต้องทำในช่วงก่อนรัฐสภาจะพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญวาระแรก หรือให้ทำหลังรัฐสภาผ่านวาระสามไปแล้วถึงค่อยไปทำประชามติ เพราะการวินิจฉัยคำร้องคดีดังกล่าวเป็นการวินิจฉัยในประเด็นเรื่องอำนาจของรัฐสภาในการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญที่เป็นญัตติตามที่สมาชิกรัฐสภาเข้าชื่อกันมาเท่านั้น ศาลจึงวินิจฉัยตอบไปว่า รัฐสภามีอำนาจแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ แต่ต้องทำประชามติถามประชาชนก่อน แต่เพื่อให้เกิดความชัดเจนมากขึ้น ไม่มีปัญหาข้อถกเถียงกัน ก็มีความเป็นไปได้ ที่ตุลาการศาล รธน.อาจจะพยายามเขียนคำวินิจฉัยกลางออกมาเพื่อให้รู้เป็นแนวว่าการทำประชามติ ควรทำช่วงไหน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ต้องยอมรับว่ากระบวนการที่รัฐสภาทำตอนนี้ว่าไปแล้วมันไม่ใช่การแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่เป็นการทำสองขยัก คือแก้ 256 ด้วย และให้ทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ด้วย ซึ่งหากจะนำร่างที่รัฐสภาทำอยู่ไปถามหลังผ่านวาระสาม มันคือการทำไปก่อนแล้วถึงค่อยไปถามประชาชนทีหลัง พูดกันตรงๆ เหมือนศรีธนญชัย เพราะมันไม่ใช่การแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่เป็นการแก้ 256 เพื่อให้ไปร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่มายกเลิกรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ซึ่งมันไม่ใช่การแก้เล็กน้อย แต่มันคือการร่างใหม่เลย ยกตัวอย่างไปเขียนไว้หมดแล้วว่า ส.ส.ร.ให้มาจากไหน คือไปทำเสร็จมาก่อนแล้วค่อยไปถามประชาชนทีหลัง แบบนี้มันใช่การแก้ไขรายมาตราหรือไม่ เพราะมันคือการแก้เพื่อร่างใหม่ทั้งฉบับ&amp;quot; แหล่งข่าวตุลาการศาลรธน.รายหนึ่งระบุ
&amp;quot;ชวน&amp;quot;เดินหน้าโหวตวาระ 3
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า มติตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ 8 ต่อ 1 ในคำร้องคดีดังกล่าว พบว่า 1 เสียงที่เป็นเสียงข้างน้อยคือนายจิรนิติ หะวานนท์ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ที่มาจากอดีตผู้พิพากษาศาลฎีกา แม้จะเป็นตุลาการเสียงข้างน้อย แต่เป็นเสียงข้างน้อยที่ลงมติว่า ไม่สามารถแก้ไขมาตรา 256 ได้ เพราะมาตรา 256 เป็นบทบัญญัติเพื่อให้แก้ไข รธน.รายมาตราเท่านั้น ไม่ใช่มาแก้ไขเพื่อนำไปสู่การร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้ จึงลงมติว่าไม่สามารถแก้มาตรา 256 เพื่อนำไปสู่การร่าง รธน.ฉบับใหม่ทั้งฉบับใหม่ได้ ให้ทำได้แค่แก้รายมาตราเท่านั้น &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นพ.สุกิจ อัถโถปกรณ์ ที่ปรึกษาประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ว่า นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะประธานรัฐสภา จะไม่นัดประชุมคณะกรรมการ 3 ฝ่ายคือวุฒิสภา ตัวแทน ส.ส.ฝ่ายค้านและตัวแทน ส.ส.ฝ่ายรัฐบาล เพื่อตกลงถึงกรอบการประชุมร่วมรัฐสภาวันที่ 17 มี.ค.นี้ เพื่อลงมติร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่...) พ.ศ....แล้ว เนื่องจากนายชวนเคยให้สัมภาษณ์แล้วว่าจะเดินหน้าพิจารณาไปตามระเบียบวาระที่กำหนดไว้ ดังนั้นในวันที่ 17 มี.ค. ตามวาระคือการลงมติวาระสามว่าจะเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นไปตามขั้นตอนที่รัฐธรรมนูญมาตรา 256 กำหนดไว้ส่วนกรณีที่จะมีผู้ที่ยกประเด็นคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญหารือนั้นเป็นสิทธิที่ทำได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในความเห็นของคณะทำงานพิจารณาด้านกฎหมายของประธานรัฐสภานั้น ได้ทำความเห็นและสรุปว่าการลงมติของรัฐสภาในวาระสามนั้นสามารถทำได้ เพราะการแก้ไขรัฐธรรมนูญรอบนี้คือการแก้ไขเพิ่มเติม ไม่ใช่เป็นกรณีที่ทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่ศาลรัฐธรรมนูญระบุว่าต้องนำไปทำประชามติถามประชาชนก่อน ดังนั้นตามขั้นตอนปฏิบัติของรัฐสภาต้องยึดตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด หากรัฐสภาไม่ลงมติตามขั้นตอนจะมีผู้ยื่นฟ้องร้องได้ ส่วนการลงมติของรัฐสภาจะเป็นอย่างไร ขึ้นอยู่ดุลยพินิจของแต่ละบุคคล&amp;quot; นพ.สุกิจกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกรณีที่มีสมาชิกรัฐสภาเสนอให้ชะลอการลงมติวาระสามเพื่อรอคำวินิจฉัยกลางของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญนั้น นพ.สุกิจ กล่าวว่า ในหลักการสามารถเสนอได้ แต่การปฏิบัตินั้นต้องยึดรัฐธรรมนูญที่ระบุว่าหลังจากผ่านวาระสองแล้วต้องทิ้งไว้ 15 วัน จากนั้นจึงลงมติวาระสาม และแม้จะครบ 15 วันในวันที่ 12 มี.ค.ที่ผ่านมา แต่การนัดประชุมวันที่ 17-18 มี.ค.นั้น เพราะเป็นความเห็นจากที่ประชุมร่วม 3 ฝ่าย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ร.อ.ธรรมนัส? พรหม?เผ่า? รมช.?เกษตร?และ?สหกรณ์? ในฐานะรองหัวหน้า?พรรค?พลัง?ประชา?รัฐ ?(พปชร.) กล่าวถึงกรณีที่พรรคร่วมรัฐบาลประกาศจุดยืน?ลงมติในวาระ 3 ในร่างแก้ไข รธน.ว่า? ส่วนตัวไม่มีความคิด?เห็นในเรื่องนี้? เป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่มีนายวิรัช รัตนเศรษฐ ประธานวิปรัฐบาลเป็นคนดูแล? เราจะไม่ก้าวก่ายการ?ทำงานซึ่งกันและกัน? ในส่วนของพรรค พปชร.? จะมีการประชุมในวันอังคารที่ 16 มี.ค.2564 ณ ที่ทำการพรรค? ที่ประชุมเห็นว่าอย่างไรก็ว่าอย่างนั้น? และอย่ามองไปไกลว่าเป็นประเด็นความขัดแย้งรอบใหม่ของพรรคร่วมรัฐบาล
ยันรัฐบาลหนุนแก้ รธน.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี กล่าวถึง นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.พรรคเพื่อไทย ให้ความเห็นกรณีนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ตีความกฎหมายเข้าข้างตัวเองเพื่อการสืบทอดอำนาจว่า นายวิษณุไม่ได้เป็นการส่งสัญญาณใดๆไปยังใครให้คว่ำญัตติแก้ไข รธน.วาระ 3 แต่เป็นการตอบคำถามสื่อในเรื่องที่เป็นไปได้เท่านั้น การแก้ไข รธน.เป็นหน้าที่ของสมาชิกรัฐสภาอยู่แล้ว หมอชลน่านก็เป็น ส.ส. จึงไม่ต้องกังวล ขอย้ำว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐบาลบอกแล้วว่าเห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และพร้อมจะสนับสนุนในเรื่องต่างๆ และงบประมาณการทำประชามติ นายกฯ ไม่เคยสั่งการใดๆ พรรคร่วมรัฐบาลอยู่แล้วในเรื่องของการแก้ไข รธน. เพราะถือเป็นเรื่องของพรรคร่วมรัฐบาลจะพิจารณากันเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนกร วังบุญคงชนะ เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวเช่นกันว่า พล.อ.ประยุทธ์สนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ไม่ได้มีการยื้อเวลาอะไร หรือต้องการสืบทอดอำนาจอะไร เพราะ พล.อ.ประยุทธ์มาจากการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย แต่การแก้ไข รธน.ควรเป็นไปตามคำวินิจฉัยของศาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม.พรรค พปชร. กล่าวถึงกรณีที่นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ระบุหากสมาชิกรัฐสภาใดโหวตรับแก้ไขรัฐธรรมนูญวาระ 3 จะร้อง ป.ป.ช.เอาผิดทันที ว่าเป็นพฤติกรรมที่น่าเอือมระอาอย่างยิ่ง เพราะนายศรีสุวรรณทำตัวเป็นนักร้อง ร้องไปทั่วอยากเตือนว่าก่อนจะขู่ใคร ให้ระมัดระวังตัวเองดีกว่า เพราะขาข้างหนึ่งอาจไปอยู่ในคุกแล้ว เนื่องจากกำลังทำผิดรัฐธรรมนูญ มาตรา 114 ที่บัญญัติว่า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภาย่อมเป็นผู้แทนปวงชนชาวไทย ไม่อยู่ในความผูกมัดแห่งอาณัติมอบหมายหรือความครอบงำใดๆ สิ่งที่นายศรีสุวรรณกำลังทำอยู่ถือเป็นการข่มขู่คุกคามฝ่ายนิติบัญญัติ อย่าลืมว่า ส.ส.และ ส.ว.ทุกคนมีสิทธิ์ในการโหวตรับร่างกฎหมายหรือไม่ อย่างเป็นอิสระ การระบุว่าจะดำเนินคดีเช่นนี้เสมือนเป็นการข่มขู่ ส.ส.และส.ว. ทำให้ขาดความอิสระในการตัดสินใจลงมติหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายภราดร ปริศนานันทกุล&amp;nbsp; ส.ส.อ่างทอง และโฆษกพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า พรรคภูมิใจไทยเคารพและพร้อมที่จะปฏิบัติตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งพรรคภูมิใจไทยมีเจตนารมณ์ในการที่จะแก้ไข รธน.โดยการตั้ง ส.ส.ร.ขึ้นมายกร่าง&amp;nbsp; ดังนั้นกระบวนการใดที่จะฉุดรั้งการแก้ รธน.ให้ยุติลง ทางพรรคภูมิใจไทยขอปฏิเสธทุกแนวทาง และพร้อมเดินหน้าในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยมีการตั้ง ส.ส.ร.ขึ้นมายกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่&amp;nbsp; ตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ที่วินิจฉัยว่าต้องทำประชามติ หลังการพิจารณาวาระ 3 ก่อนที่จะมี ส.ส.ร. วันนี้นายชวนได้บรรจุระเบียบวาระและนัดประชุมแล้ว จึงต้องเดินหน้าต่อไป เป็นอื่นไม่ได้
&amp;quot;เทพไท&amp;quot;ยุ ปชป.ถอนตัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรค ปชป. กล่าวว่า ถ้าหากพรรคร่วมรัฐบาลไม่มีเอกภาพในการลงมติในวาระ 3 ก็ถือว่าเป็นการเขียนด้วยมือลบด้วยเท้า เป็นการหลอกลวงและหักหลังประชาชน รวมถึงหักหลังพรรคร่วมรัฐบาลด้วยกันเองด้วย ทั้งที่ญัตติการแก้ไข รธน. เป็น 1 ใน 12 นโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล ถ้าญัตตินี้ถูกตีตกไป พรรคร่วมรัฐบาลก็จะต้องแสดงความรับผิดชอบทางการเมืองร่วมกัน โดยเฉพาะ ปชป. ในฐานะที่ชูประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เป็น 1 ใน 3 เงื่อนไขหลักของการเข้าร่วมรัฐบาล ก็จะต้องทบทวนเงื่อนไขการเข้าร่วมรัฐบาลอย่างแน่นอน&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เป็นที่น่าสังเกตว่า สำนักโฆษกพรรค ปชป.ไม่ได้เปิดห้องแถลงข่าวให้ทำการแถลงเหมือนทุกครั้ง นายเทพไทจึงแถลงถึงจุดยืนพรรคที่ลานพระแม่ธรณีฯ กับสื่อมวลชนแทน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ส.ส.ราชบุรี พรรค ปชป. กล่าวตอบโต้นายเทพไทว่า พรรค ปชป.ยังไม่มีมติใดที่ชัดเจนตามที่นายเทพไทระบุ เพราะต้องรอหารือ ส.ส.ของพรรคในวันที่ 16 มีนาคม เวลา 14.00 น.อีกครั้ง ส่วนที่นายเทพไทระบุว่าหากพรรคพปชร.ลงมติไม่เห็นชอบ ปชป.ต้องพิจารณาถอนตัวจากการร่วมรัฐบาลนั้น ถือเป็นคนละเรื่อง เนื่องจากการลงมติใดๆ ต่อการแก้ไขรธน.วาระ 3 นั้น ต้องคำนึงถึงคำวินิจฉัยของศาลร่วมด้วย นายจุรินทร์ระบุว่าสนับสนุนการแก้ไข รธน. แต่เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนที่ศาลมีคำวินิจฉัย เมื่อมีคำวินิจฉัยศาลแล้วจำเป็นที่ต้องนำเนื้อหาพิจารณาก่อนตัดสินในทิศทางการลงมติวาระ 3 ในส่วนของพรรค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรค ปชป. เปิดเผยว่า นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ประธาน ส.ส.พรรค ได้นัดประชุม ส.ส. ในวันที่ 16 มี.ค. เวลา 13.00 น. เพื่อพิจารณาเตรียมความพร้อมก่อนการประชุมร่วมรัฐสภาวันที่ 17-18 มี.ค.นี้ ในเรื่องการลงมติวาระ 3 ในญัตติแก้ไข รธน. ส่วนของพรรคมีความชัดเจนในเรื่องการแก้ไข รธน.มาตั้งแต่ต้น ไม่มีความกังวลในส่วนของการลงมติในวาระที่ 3 พรรคได้มีมติไปแล้วว่าเห็นด้วยกับร่างแก้ไข รธน. ส่วนในการประชุมร่วมรัฐสภา หากมีการลงมติพร้อมเดินหน้าตามหลักการที่ได้เคยประกาศไว้ไม่มีการเปลี่ยนแปลง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเสรี สุวรรณภานนท์ ส.ว. กล่าวว่า พบคำวินิจฉัยส่วนตนของนายทวีเกียรติ มีนะกนิษฐ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งมีรายละเอียดว่าด้วยการโอนอำนาจให้กับ ส.ส.ร. จัดทำ รธน.ทั้งฉบับที่ระบุว่าไม่สามารถทำได้ เชื่อว่าในคำวินิจฉัยกลางของตุลาการจะมีประเด็นที่เป็นรายละเอียด ดังนั้นการลงมติวาระ 3 ควรรอไปก่อนจะมีคำวินิจฉัยกลางเผยแพร่ เพราะการลงมติในวาระ 3 จะเป็นไปตามขั้นตอนที่รัฐธรรมนูญมาตรา 256 กำหนด ทั้งนี้ ส.ว.ต้องพิจารณาก่อนตัดสินใจลงมติตามเหตุและผล รวมถึงพิจารณาจากคำวินิจฉัยของศาลที่ชัดเจนด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.อรุณี กาสยานนท์ โฆษกพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า ขอให้พรรคร่วมรัฐบาลและ ส.ว.คำนึงถึงการเดินหน้าประเทศ ซึ่งมีรธน.เป็นเหมือนกุญแจดอกสำคัญ แต่การที่มี ส.ว.และ ส.ส.บางคนออกมาข่มขู่ว่าถ้ามีการโหวตรับร่าง จะประท้วงและยื่นเรื่องตีความว่าขัดคำสั่งศาล สะท้อนว่าทั้ง ส.ว.และ ส.ส.รัฐบาลมีการสมคบคิดและพยายามไม่ให้เกิดการแก้ไข รธน.ปี 60 ทั้งที่เป็นต้นเหตุของปัญหาบ้านเมืองมากมาย แต่กลับเอาผลประโยชน์ของตัวเองเป็นที่ตั้ง เมินเฉยความต้องการของประชาชนที่ต้องการหลุดพ้นออกจากกับดักประเทศนี้ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนการลงประชามติเพื่อสอบถามความคิดเห็นของประชาชน ก็สามารถทำได้ หลังผ่านวาระ 3 ถ้า ส.ว.และ ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลยังเดินเกมนิ่งเฉยต่ออำนาจประชาชน พรรคเพื่อไทยจะทำหน้าที่ให้เห็นว่าอำนาจที่แท้จริงของประชาชนเป็นอย่างไร ด้วยการร่วมสร้างกระบวนการรับรู้และตื่นรู้ในภาคประชาชนเรื่องรัฐธรรมนูญให้มากขึ้น
เตือนขัดแย้งรอบใหม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การดาหน้าออกมาตั้งป้อมเป็นองครักษ์พิทักษ์รัฐธรรมนูญ ไม่ยอมให้แก้ถือเป็นตราบาปและมหาวิกฤติศรัทธา ประชาชนจึงหันไปถามพรรคร่วมรัฐบาลว่า จะร่วมกันพายเรือให้ พล.อ.ประยุทธ์นั่งไปอีกนานแค่ไหน หาก พล.อ.ประยุทธ์ประเมินว่าการเคลื่อนไหวของการเมืองภาคประชาชน โดยเยาวชนคนรุ่นใหม่อ่อนกำลังลง จะยื้อการแก้ไข รธน.ออกไปนานแค่ไหนก็ได้ อาจคิดผิด สถานการณ์มีสิทธิ์พลิกผันจากปัจจัยที่รัฐบาลเบี้ยวแก้ไข รธน. กลายเป็นการเผชิญหน้าและความขัดแย้งรอบใหม่ที่ถูกยกระดับขึ้นมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย &amp;ldquo;คนเดือนพฤษภา 2535 สภาที่ 3&amp;rdquo; ได้จัดเสวนาเรื่อง &amp;quot;จาก รสช. คปค.คมช.ถึง 3 ป. มรดกรัฐประหารที่ตกค้างในแผ่นดินไทย&amp;rdquo; นายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 35 กล่าวว่า วันนี้บ้านเมืองเราที่ผ่านการรัฐประหารจาก คสช. และมาสู่ความเลวร้ายและล้มเหลวในทุกด้าน รัฐบาลนี้ไม่มีความชอบธรรมที่จะบริหารประเทศต่อไป เกิดจากการที่ พล.อ.ประยุทธ์และพวก ถือปืนเข้ามายึดอำนาจ ประเทศยังไม่เกิดความสามัคคีปรองดอง และทำตรงข้ามโกหกหลอกลวงและสร้างความแตกแยก ทุจริตต่อหน้าที่ ไม่มีอะไรเป็นที่พึ่งพาของประชาชนได้ต่อไป แม้แต่องค์กรอิสระอยากเรียกร้องให้ประชาชนทุกหมู่เหล่าสลายความเป็นสีเสื้อแล้วมารวมกันเป็นหนึ่งเดียวในนามประชาชนคนไทย ลุกขึ้นมาร่วมกันแสดงพลังให้ พล.อ.ประยุทธ์และคณะได้คืนอำนาจให้ประชาชนโดยเร็วหมด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช.เชื่อว่า รัฐธรรมนูญ 60 ไม่มีทางแก้ไขได้ เพราะเป็นกลไกเดียวที่สามารถต่ออายุของรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ได้ ในการลงมติวาระ 3 เชื่อว่า ส.ว.จะลงมติเห็นชอบไม่ถึง 1 ใน 3 หรือ 84 เสียง ตามเงื่อนไขที่ รธน.กำหนดไว้ ดังนั้นคนที่ต้องรับผิดชอบคือ พล.อ.ประยุทธ์ อย่าอ้างว่า ส.ว.มีอิสระ ทั้งที่ พล.อ.ประยุทธ์ตั้งมา ดังนั้น พล.อ.ประยุทธ์ต้องแสดงท่าทีให้ชัดเจนต่อการเดินหน้าแก้ไข รธน. มีทางเดียวที่จะทำสำเร็จได้คือ สามัคคีประชาชน เอา พล.อ.ประยุทธ์ออกไป ถึงจะแก้รัฐธรรมนูญ และแก้ปัญหาประเทศได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปริญญา เทวานฤมิตรกุล อาจารย์คณะนิติศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ และอดีตเลขาธิการสหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย ปี 2535 กล่าวว่า ศาลรัฐธรรมนูญระบุว่ารัฐสภามีหน้าที่และอำนาจจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และต้องให้ประชาชนทำประชามติ ตอนนี้ยังไม่มีการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เพียงแค่เป็นการแก้ไขมาตรา 256 คือการออกแบบกระบวนการการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และการร่างฉบับใหม่ยังไม่เกิด และจะเกิดขึ้นได้เมื่อวาระสามผ่านและหลังจากประชามติ ดังนั้นรัฐสภาอย่าตัดสินใจแทนประชาชน อย่าอ้างเหตุผลเพราะมีธงคว่ำรัฐธรรมนูญ การลงมติในวาระ 3 เป็นโอกาสของ พล.อ.ประยุทธ์ ที่จะแก้ปัญหาความขัดแย้ง แตกแยกรุนแรงในประเทศไทย ที่ลุกลามถึงสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพิภพ ธงไชย อดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย กล่าวเตือน พล.อ.ประยุทธ์, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย หรือกลุ่ม 3 ป. อย่าละเลยกระแสการแก้ไข รธน.และมีศาลรัฐธรรมนูญมากำกับ รวมถึงประมาทพลังประชาชน เพราะอาจเกิดเหตุการณ์เหมือนประเทศเมียนมาได้ เพราะทหารประมาทประชาชน หากประชาชนที่มีข้อเรียกร้องแก้ รธน. และให้ พล.อ.ประยุทธ์ลาออก ถอนประเด็นที่เกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ออก จะเหลือความเห็นที่ตรงกัน สิ่งที่จะทำให้รัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ์อยู่ไม่ได้ ประชาชนต้องกล่าวหาว่าไม่ปฏิบัติตามเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญ และ 2 เรื่องคือปฏิรูปตำรวจและปฏิรูปการศึกษา.
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96063</URL_LINK>
                <HASHTAG>คำวินิจฉัยกลาง, ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ, ทำประชามติ, ศาลรัฐธรรมนูญ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แก้ รธน, แก้รัฐธรรมนูญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210314/image_big_604e18778ca87.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
