<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>118236</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/09/2021 16:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/09/2021 16:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อดีตบิ๊กข่าวกรอง&#039;ยกคำวินิจฉัยศาลรธน.ที่ 11/2562 เฉลยนายกฯอยู่เกิน 8 ปีหรือไม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
29ก.ย.64 - นายนันทิวัฒน์ สามารถ อดีตรองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุ ว่า
นายกอยู่เกิน 8 ปี ?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ช่วงนี้&amp;nbsp; ผู้รู้หลายคนหยิบยกอายุการดำรงตำแหน่งนายกของลุงตู่ขึ้นมาเป็นประเด็น ว่า ลุงตู่เป็นนายกมาตั้งแต่ปี 2557 ถึงวันนี้ จะครบ 8 ปีในปีหน้า ซึ่งต้องห้ามตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญปี 2560 มาตรา 158 วรรคท้ายที่บัญญัติว่า นายกรัฐมนตรีจะดำรงตำแหน่งรวมกันแล้วเกิน 8 ปีมิได้ ไม่ว่าจะเป็นการดำรงตำแหน่งติดต่อกันหรือไม่ นี่คือมาตราที่ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีข้อสังเกตว่า ฝ่ายที่เคร่งครัด และไม่อยากให้ลุงตู่อยู่เกิน 8 ปี จะอ้างการดำรงตำแหน่งนายกของลุงตู่ในสมัยที่เป็น คสช.เข้ามานับรวมด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งเป็นการดำรงตำแหน่งที่มาจากการยึดอำนาจและใช้รัฎฐาธิปัตย์อันเป็นอำนาจสูงสุดในการปกครองประเทศ ไม่ได้มาด้วยกฎหมายหรือรัฐธรรมนูญใดๆ&amp;nbsp; ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญเคยมีคำวินิจฉัยที่ 11/2562 ลงวันที่ 18 กันยา 62 ว่า มีอำนาจเป็นการเฉพาะชั่วคราวในระยะเวลาหนึ่ง เพื่อรักษาความสงบและความมั่นคง จึงไม่มีสถานะและไม่ใช่เจ้าหน้าที่อื่นตามรัฐธรรมนูญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนที่ท่านผู้รู้อ้างอิงมาตรา 264 ที่ระบุว่า ครม.ที่บริหารอยู่ในวันก่อนวันประกาศใช้รัฐธรรมนูญ (2560) ให้เป็นครม.ตามบัญญัตินี้ จนกว่าจะมีครม.ที่ตั้งใหม่ภายหลังการเลือกตั้ง&amp;nbsp; แล้วสรุปว่า อายุการดำรตำแหน่งของลุงตู่นับต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน&amp;nbsp; น่าจะอ้างไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เนื่องจาก ม.264 เป็นมาตราในบทเฉพาะกาล เพื่อให้การบริหารประเทศต่อเนื่องไม่สะดุดหยุดลง จะให้ว่างเว้น ครม.ในการบริหารประเทศไม่ได้&amp;nbsp; และเจตนารมณ์ของ กรธ.ที่ยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับ 2560 ในมาตรา 264 ไม่ถือว่า การดำรงตำแหน่งของครม. (คสช.) มีสถานะเป็น ครม.ตามรัฐธรรมนูญปี 2560&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากลุงตู่จะเป็นนายกจนครบ 8 ปี ต้องนับจากอายุของสภาผู้แทนฯที่มาจากการเลือกตั้ง62&amp;nbsp; ตามรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ไม่นับย้อนหลังการดำรงตำแหน่งนายกสมัยคสช.ที่ยังไม่มีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญปี 2560&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรื่องนี้คงไม่มีใครยอม&amp;nbsp; กลัวลุงตู่เป็นนายกนาน&amp;nbsp; ศาลรัฐธรรมนูญคงปวดหัวกันอีกยก กองเชียร์กองแช่งคงต้องเตรียมตัวออกแรง&amp;nbsp; ความจริงฝ่ายค้านบอกว่าลุงตู่บริหารงานผิดพลาดมาก&amp;nbsp; น่าจะปล่อยให้บริหารไปจนครบ 8 ปี เอาให้เข็ด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คนไทยจะได้ตาสว่างว่า ดีคือยังไง&amp;nbsp; แย่คือแบบไหน จะได้รูดีรู้ชั่วกันไปเลย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118236</URL_LINK>
                <HASHTAG>คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ, นันทิวัฒน์  สามารถ, นายกฯ8ปี, พล.อ.ประยุทธ์ จัทนร์โอชา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210910/image_big_613a949546278.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>102076</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/05/2021 15:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/05/2021 12:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;แรมโบ้&#039;ลั่นจ่อดำเนินคดี&#039;พรรคก้าวไกล&#039;โพสต์ภาพนายกฯคู่&#039;ธรรมนัส&#039;ใส่ร้ายให้เสื่อมเสีย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 พ.ค.64 - นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงพรรคก้าวไกลโพตส์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กพรรควิพากษ์วิจารณ์การวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญกรณีร.อ.ธรรมนัส และมีภาพของนายกฯและร.อ.ธรรมนัสขึ้นในเฟซบุ๊ก โดยนายเสกสกล ระบุว่าการที่ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาตัดสินให้ ร.อ.ธรรมนัส ไม่ต้องพ้นจากตำแหน่งนั้น เป็นการพิจารณาของศาล ที่ทุกคนต้องยอมรับ และเรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องกับนายกฯ ทางพรรคก้าวไกลไม่ควรนำมาเชื่อมโยงกับนายกฯและกล่าวใส่ร้ายป้ายสีนายกฯเช่นนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเสกสกล กล่าวต่อว่า ตนได้ปรึกษาหัวหน้าทีมกฏหมายของนายกฯ นายอภิวัฒน์ ขันทอง ผู้ช่วยรัฐมนตรีฯได้ตรวจสอบข้อมูลและรวบรวมหลักฐานเพื่อแจ้งความดำเนินการตามกฎหมายกับพรรคก้าวไกล ซึ่งในวันนี้(7พค.)เวลา14.00 น. นายอภิวัฒน์และทีมทนายจะเดินทางไปร้องทุกข์กล่าวโทษดำเนินคดีต่อพรรคก้าวไกลที่สน.นางเลิ้ง ในกรณีนำภาพนายกฯมาโพสต์คู่กับ ร.อ.ธรรมนัสแล้วเขียนใส่ร้ายนายกฯนำไปโพสต์ในโชเซียล ซึ่งตนเองก็เห็นด้วยกับเรื่องนี้ จะปล่อยให้พรรคก้าวไกลมาดูหมิ่นดูแคลนใส่ร้ายป้ายสีหรือกระทำต่อนายกฯเพียงฝ่ายเดียวไม่ได้ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;พรรคก้าวไกลควรจะหัดยอมรับคำตัดสินของศาลและยอมรับกติกาของบ้านเมืองบ้าง ไม่ใช่พอมีเรื่องอะไรที่ทำให้พรรคตนเองไม่สมหวังดั่งใจ ไม่พอใจ ก็จะออกมาตำหนิ กล่าวโจมตีโทษนายกฯ เป็นถึงพรรคการเมืองตัวแทนของประชาชนเหตุใดถึงไม่ทำเรื่องดีๆให้เป็นตัวอย่างกับประชาชนบ้าง มีแต่คิดเรื่องลบตลอดเวลา ไม่เคยคิดบวกเลยสักเรื่องการพาดพิงมากล่าวหานายกฯและใช้ภาพเขียนและโพสต์ใส่ร้ายป้ายสีข้อความให้นายกฯเสียหายนั้น ไม่ควรกระทำอย่างยิ่ง พรรคก้าวไกลต้องมีจิตสำนึกทางการเมืองบ้าง ไม่ควรเอานายกฯมาเกี่ยวข้องด้วย วันๆเล่นแต่ทิ่มแทงเพื่อให้นายกฯเสียสมาธิ ที่จะต้องทุ่มเททำงานแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้กับประชาชนในภาวะวิกฤตโควิดเช่นนี้ แต่พรรคการเมืองและนักการเมืองประเภทนี้เกิดขึ้นมาไม่ได้มีประโยชน์และเป็นที่พึ่งพาของประชาชนได้เลยสักนิด จ้องแต่จะใส่ร้ายโจมตี สร้างความวุ่นวายให้กับประเทศชาติประชาชน น่าเบื่อหน่ายที่สุด&amp;quot;นายเสกสกล กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102076</URL_LINK>
                <HASHTAG>คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ, ทีมกฎหมายนายกฯ, ธรรมนัส พรหมเผ่า, นายเสกสกล อัตถาวงศ์, พรรคก้าวไกล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210503/image_big_608f82a09d1be.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>102068</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/05/2021 11:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/05/2021 10:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;แก้วสรร&#039;แพร่บทความ&#039;คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญคดี ร.อ.ธรรมนัส : ใหม่ที่นี่ - เก่าที่อื่น? &#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 พ.ค.64 - นายแก้วสรร อติโพธิ เผยแพร่บทความ เรื่อง คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ คดี ร.อ.ธรรมนัส : ใหม่ที่นี่ - เก่าที่อื่น ? ผ่านเว็บไซต์ไทยโพสต์ มีเนื้อหาดังนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถาม&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาจารย์ไปเอาคำ &amp;ldquo;ใหม่ที่นี่ เก่าที่อื่น &amp;rdquo; มาจากไหน
ตอบ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็นคำที่อาโกเวลาเชียร์แขกขึ้นห้องกับผู้หญิง เขาก็มักจะรับรองว่า &amp;ldquo;ใหม่มากๆ &amp;rdquo;&amp;nbsp; แขกก็จะแซวกลับว่า &amp;ldquo;ใหม่ที่นี่ แต่เก่าที่อื่น&amp;rdquo; คือย้ายมาจากซ่องอื่นหรือเปล่า&amp;nbsp; คำพิพากษาคดี รอ.ธรรมนัส ก็โดนแซวอย่างนี้เหมือนกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถาม&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แซวอย่างนี้ ได้ยังไง ครับ
ตอบ&amp;nbsp; &amp;nbsp; คือเขาคิดว่า ถ้าใครถูกฟ้องอาญา และได้ต่อสู้คดีตามกระบวนการยุติธรรมจนยุติ แล้วโดนพิพากษาลงโทษนั้น&amp;nbsp; เพียงเท่านี้มันก็แสดงว่ามีคุณสมบัติไว้วางใจให้ดูแลบ้านเมืองไม่ได้แล้ว&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนจะถูกตัดสินโดยศาลออสเตรเลียหรือศาลไทยนั้น&amp;nbsp; ฝ่ายนี้เขาก็เห็นว่าไม่สำคัญ&amp;nbsp; เหมือนกับว่าถ้าหญิงบริการผู้ใดเก่าเป็นปีแล้ว&amp;nbsp; ก็ต้องถือว่า &amp;ldquo;เก่า&amp;rdquo;ตลอดไปไม่ว่าจะอยู่ซ่องไหนก็ตามนั่นเอง &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถาม&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พอศาลรัฐธรรมนูญไทยมาวินิจฉัยว่าต้องให้ศาลไทยตัดสินเท่านั้น&amp;nbsp; ก็เลยถูกแซวเป็นอาโกไปเลย
ตอบ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มันเป็นแค่ตัวอย่างที่ใกล้ตัวเท่านั้น&amp;nbsp; ไม่ได้เจตนาลบหลู่ถึงขนาดนั้นหรอกครับ จริงๆแล้ว มันเป็นความเห็นต่างในการตีความกฎหมายเท่านั้น ศาลรัฐธรรมนูญท่านก็มีเหตุผลของท่านอยู่นะครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถาม&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีเหตุผลที่ตรงไหน
ตอบ&amp;nbsp; &amp;nbsp;ท่านเริ่มจากการมองว่า&amp;nbsp; เรื่องขาดคุณสมบัตินักการเมืองเพราะต้องคำพิพากษาลงโทษอาญานี้&amp;nbsp;&amp;nbsp; มันเป็นการรับเอาคำพิพากษาต่างประเทศเข้ามามีผลบังคับในระบบกฎหมายของเรา&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซึ่งมันทำไม่ได้เพราะคำพิพากษานี้เป็นการใช้อำนาจอธิปไตยของรัฐอื่น ศาลใครก็ศาลมัน คำพิพากษาใครก็คำพิพากษามัน&amp;nbsp; รัฐไทยจะไปยอมผูกพันด้วยไม่ได้ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถาม&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แล้วฝ่ายค้านเห็นต่างอย่างไร
ตอบ&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมอยู่ฝ่ายนี้ ผมมองว่าคดีนี้เป็นเพียงการวางมาตรฐานความไว้วางใจของสังคมไทยด้วยกฎหมายไทยเองเท่านั้นว่า&amp;nbsp; ถ้ามีคนโดนคำพิพากษาต่างประเทศลงโทษมาอย่างนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp; มันเพียงพอที่รัฐธรรมนูญไทยจะไม่ไว้วางใจหรือไม่&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซึ่งจะให้คำตอบอย่างไรก็เป็นอิสระตามดุลพินิจของเรา&amp;nbsp; หาใช่การยอมรับหรือไม่ยอมรับอำนาจรัฐอื่นแต่อย่างใดไม่ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถาม&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อห้ามที่ตัดสิทธิบุคคลนี่&amp;nbsp; จะตีความขยายกันได้ตามชอบเลยหรือครับ
ตอบ&amp;nbsp; &amp;nbsp; สิทธิเป็น สส. หรือเป็นรัฐมนตรีนี่ ไม่มีในกฎหมายไทยนะครับ&amp;nbsp;&amp;nbsp; เรามีสิทธิ์ที่จะกำหนดได้ตามเหตุที่เห็นสมควร&amp;nbsp; จะโดยเขียนเป็นกฎหมายให้ชัดเจนเลยก็ได้หรือโดยการตีความของศาลรัฐธรรมนูญก็ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถาม&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถ้าเดินมาทางนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp; แล้วผมโดนศาลเขมรลงโทษฐานรุกล้ำพรมแดน แบบ คุณพนิต&amp;nbsp; สส.ประชาธิปัตย์ อย่างนี้ก็ต้องพ้น สส.พ้นรัฐมนตรีด้วยหรือครับ
ตอบ&amp;nbsp;&amp;nbsp; คงเตลิดไปอย่างนั้นไม่ได้&amp;nbsp; ตรงจุดนี้ต้องถือเป็นช่องว่างทางกฎหมาย&amp;nbsp; ที่สามารถหาคำตอบจากการเทียบเคียงบทกฎหมายไทยต่างๆได้&amp;nbsp; ซึ่งเมื่อเทียบดูแล้ว ก็พบแนวทางที่เทียบเคียงจากประมวลกฎหมายอาญาได้ว่า
ความผิดนอกราชอาณาจักรนั้น กฎหมายไทยจะเอาเรื่องด้วยอำนาจอาญาก็แต่เฉพาะความผิดสำคัญๆ ที่เป็นอาญาแท้ๆเท่านั้น&amp;nbsp; เรื่องลอบเข้าเมือง แบบ สส.พนิต หรือหนีภาษี,ขับรถไม่มีใบอนุญาต, บุกรุกอุทยานฯลฯ เหล่านี้ แม้ถึงจำคุกได้แต่มันไม่ใช่อาญาแท้ เป็นเรื่องผิดเพราะกฎหมายห้ามเท่านั้น ที่กฎหมายอาญาไทยไม่ควรไปสนใจ&amp;nbsp; แนวทางตามกฎหมายอาญาที่กล่าวมานี้นี่เอง&amp;nbsp; ที่กฎหมายคุณสมบัตินักการเมืองของไทยก็ควรจะเทียบเคียงนำมาใช้อุดช่องว่างได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถาม&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คดีคุณธรรมนัส เป็นคดียาเสพติด กฎหมายอาญาไทยเอาเรื่องข้ามประเทศได้ไหม
ตอบ&amp;nbsp;&amp;nbsp; กฎหมายอาญาเราเอาเรื่องคดียาเสพติดเฉพาะที่เป็นการค้าคือนำเข้าและจำหน่ายเท่านั้นครับ ถ้าเป็นครอบครองหรือเสพเราไม่ยุ่ง&amp;nbsp; ตรงนี้ถ้าจะอุดช่องว่างในคดีรัฐธรรมนูญตามแนวทางกฎหมายอาญาอย่างเช่นที่กล่าวมา ศาลรัฐธรรมนูญไทยต้องหาทางเอาสำเนาคำพิพากษาศาลออสเตรเลียมาเข้าสำนวนให้ได้ว่า คำพิพากษานี้ตัดสินลงโทษฐานใดกันแน่&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถาม&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทราบว่าศาลรัฐธรรมนูญท่านได้หมายเรียกสำเนาคำพิพากษาจากคู่ความและปลัดกระทรวงต่างประเทศแล้วนี่ครับ แต่ไม่มีใครส่งให้เลย
ตอบ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมว่าถึงจุดนี้ศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจ ออกหมายให้ทางการไทยขอตรงจากทางการออสเตรเลีย&amp;nbsp; โดยอ้างความผูกพันตามอนุสัญญาปราบปรามการค้ายาเสพติดประกอบไปด้วยได้เลย&amp;nbsp; เพราะทั้งเราและเขาเป็นสมาชิกด้วยกันทั้งคู่ ถ้าออสเตรเลียไม่ให้ เขาจะตกที่นั่งไม่เคารพอนุสัญญาไปในทันที &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถาม&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้วยแนวทางการใช้กฎหมายที่เห็นต่างกับศาลเช่นที่ลำดับมานี้&amp;nbsp; ก็เพียงพอที่จะวินิจฉัยให้ ร.อ.ธรรมนัส พ้นตำแหน่ง สส.และรัฐมนตรีได้แล้วใช่ไหม
ตอบ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถ้าตีความแล้วอุดช่องว่างอย่างนี้ กฎหมายก็เปิดทางครบถ้วนแล้วครับ&amp;nbsp; เหลือแต่คำตอบทางข้อเท็จจริงต่อไปเท่านั้นว่า&amp;nbsp; ศาลออสเตรเลียลงโทษตามกฎหมายยาเสพติดฐานใด ใช่ฐานค้ายาคือนำเข้าและจำหน่ายหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถาม&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ท้ายที่สุดนี้ เราจะมองความแตกต่างทางความคิดเห็น ระหว่างศาลรัฐธรรมนูญ กับฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยอย่างที่ได้กล่าวมาข้างต้น อย่างไรครับ
ตอบ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สองแนวทางนี้ใช้กฎหมายด้วยนิติวิธีที่ต่างกัน เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้เสมอในทางนิติศาสตร์แต่ศาลท่านมีอำนาจตามกฎหมายเราก็ต้องยอมรับยุติตามที่ท่านวินิจฉัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถาม&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีความเห็นเสนอว่า ยังมีช่องทางร้องให้ ปปช.วินิจฉัยว่า เป็นเรื่องขัดจริยธรรมอย่างร้ายแรงแล้วส่งศาลฎีกาแผนกคดีอาญานักการเมืองตัดสินให้พ้นจากตำแหน่ง สส.และรัฐมนตรีได้
ตอบ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมว่าช่องทางนี้เดินไม่ได้นะครับ&amp;nbsp; เพราะการกระทำผิดที่จะกล่าวหากันนั้น มันไม่ได้เกิดขึ้นในขณะดำรงตำแหน่งแต่อย่างใด มันเกิดเป็นคดีมานานกว่า ๓๐ ปีแล้ว จึงไม่ใช่เรื่องกระทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถาม&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สรุปแล้วคดีไม่มีทางไปทางไหนได้อีก
ตอบ&amp;nbsp; &amp;nbsp;อำนาจตรวจสอบของศาลและองค์กรอิสระไม่มีแล้ว &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่รู้จะร้องใครได้แล้ว เหลือแต่อำนาจของผู้รับผิดชอบทางการเมืองเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถาม&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขาทำอะไรได้หรือครับ
ตอบ&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตัวนายกรัฐมนตรีเองนั้น มีอำนาจหน้าที่สอบสวนในทางบริหารอยู่แล้วเพราะเป็นคดียาเสพติด ที่มีระเบียบสำนักนายกฯ กำหนดเป็นหน้าที่ผู้บังคับบัญชาไว้ชัดเจนว่าอยู่เฉยไม่ได้&amp;nbsp; ถ้าสอบแล้วได้ความว่าเป็นคำพิพากษาลงโทษฐานค้ายา&amp;nbsp; ตรงนี้นายกฯก็ต้องปรับบุคคลนี้ออกจากรัฐมนตรี&amp;nbsp; ส่วนพรรคต้นสังกัด ก็ต้องมีมติให้พ้นจากพรรคแล้วหลุดจาก สส.ตามไปด้วย ทั้งหมดนี้ทำได้ทั้งสิ้น อยู่ที่ว่าจะรู้จักถูกผิด รู้จักรับผิดชอบหรือไม่เท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เฉยลูกเดียวหรือหลายลูกอย่างนี้มันเริ่มจะรับไม่ไหวกันแล้วนะครับท่านครับ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102068</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดียาเสพติด, คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ, ธรรมนัส พรหมเผ่า, ศาลออสเตรเลีย, แก้วสรร อติโพธิ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210428/image_big_6088f4aebe90d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>102049</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/05/2021 06:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/05/2021 06:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ชูชาติ&#039;ย้อนถามถ้าสส.ของไทยถูกดำเนินคดีรักร่วมเพศในประเทศอื่นต้องพ้นสมาชิกภาพสส.หรือ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
7 พ.ค.64 - นายชูชาติ ศรีแสง อดีตผู้พิพากษาหัวหน้าศาลฎีกา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Chuchart Srisaeng ระบุว่า
.....เมื่อปลายปี 2553 ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ ท่านหนึ่งกับพวกซึ่งมีนายวีระ สมความคิด รวมอยู่ด้วย ถูกทหารกัมพูชาจับกุมในข้อหาเดินทางข้ามพรมแดนโดยผิดกฎหมาย และรุกล้ำเขตทหาร ต้นปี 2554 ศาลกัมพูชาพิพากษาลงโทษจำคุก 8 เดือน แต่ให้รอการลงโทษ
.....ต่อมาคณะกรรมการเลือกตั้งส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า สมาชิกภาพของ ส.ส.ท่านนั้นสิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญเพราะถูกศาลพิพากษาลงโทษจำคุกหรือไม่
.....ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญของไทยที่ว่า ศาลพิพากษาลงโทษจำคุก ต้องเป็นคำพิพากษาของศาลไทย คำพิพากษาของศาลกัมพูชาไม่อาจนำมาใช้บังคับได้ สมาชิกภาพ ส.ส. ของท่านนั้นจึงไม่สิ้นไป
.....กรณีของร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า ศาลรัฐธรรมนูญก็วินิจฉัยโดยยึดถือหลักการเดิมคือคำพิพากษาศาลตามที่กล่าวไว้ในรัฐธรรมนูญต้องเป็นคำพิพากษาของศาลไทยเท่านั้น ไม่รวมคำพิพากษาของศาลต่างประเทศด้วย และเป็นการวินิจตามบรรทัดฐานที่เคยวินิจฉัยไว้เมื่อปี 2554
.
.....การกระทำความผิดทางอาญาในแต่ละประเทศบัญญัติไว้แตกต่างกัน เช่น การร่วมประเวณีกับเพศเดียวกันหรือการรักร่วมเพศ ประเทศเพื่อนบ้านของเราบางประเทศ กำหนดให้มีความผิดทางอาญา ศาลของประเทศนั้นเคยพิพากษาลงโทษจำคุกอดีตรองนายกรัฐมนตรีท่านหนึ่งในข้อหารักร่วมเพศกับผู้ใต้บังคับบัญชา
.....ถ้าในอนาคตมี ส.ส.ของไทยบางคนถูกดำเนินคดีในข้อหารักร่วมเพศในประเทศนั้นและถูกศาลพิพากษาลงโทษจำคุก หากให้นำคำพิพากษาของศาลประเทศดังกล่าวมาใช้บังคับตามบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญของไทย ส.ส.ท่านนั้นก็ต้องขาดสมาชิกภาพการเป็น ส.ส. ทั้งๆ ที่การรักร่วมเพศในประเทศไทยไม่มีความผิดทางอาญา เช่นนี้ สังคมไทยยอมรับกันได้หรือ
.
.....ผมจึงเห็นด้วยกับวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเพราะเป็นเรื่องของหลักกฎหมาย ทั้งนี้ไม่เกี่ยวกับเรื่องจริยธรรมและความเหมาะสมหรือไม่เหมาะสมซึ่งเป็นคนละเรื่องกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102049</URL_LINK>
                <HASHTAG>คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ, ชูชาติ ศรีแสง, ธรรมนัส พรหมเผ่า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210321/image_big_6056d509ca9b0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>101977</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/05/2021 14:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/05/2021 14:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทวิตเตอร์เดือด! คนบันเทิงแห่โพสต์กรณี‘ธรรมนัส’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;อัด อวัช / พัดชา / ดาว โอเกะ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; นาทีนี้นอกจากเรื่องของโควิด-19&amp;nbsp;เรื่องที่ดุเดือดไม่แพ้กันก็คงจะหนีไม่พ้นเรื่องของการเมือง ซึ่งสองวันมานี้ก็มีเรื่องคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญคดี&amp;nbsp;ร.อ.&amp;nbsp;ธรรมนัส พรหมเผ่า ที่ถูกพูดถึงจนโลกโซเชียลร้อนระอุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ล่าสุดนักร้องสาว ดาว โอเกะ หรือ ณัฐภัสสร สิมะเสถียร โพสต์ทวิตเตอร์ว่า &amp;ldquo;คนที่ติดคดีลักทรัพย์เล็กๆน้อยๆเค้าเข้ารับโทษจนพ้นโทษออกมายังหางานทำลำบากเลย แล้วคุณเป็นใครทำผิดคดีค้ายาแต่เดินออกมาเป็นรัฐมนตรี โอ้ว้าวววววว&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้านนักร้อง-นักแสดงหนุ่ม อัด-อวัช รัตนปิณฑะ โพสต์ &amp;ldquo;ผิดในต่างประเทศ =&amp;nbsp;ไม่ผิดในไทย จะทำให้ประเทศมันตกต่ำและเน่าไปถึงตรงไหนกัน เหนื่อย หดหู่&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ในขณะที่นักร้องสาว พัดชา เอนกอายุวัฒน์ โพสต์ &amp;ldquo;ในส่วนของกฎหมายเค้า ไม่ใช่กฎหมายเรา ?&amp;rdquo;&amp;nbsp;และนักร้องหนุ่ม ต้น-ธนษิต จตุรภุช ก็ได้เข้ามาตอบว่า &amp;ldquo;ว้าวซ่าตรงที่ศาลก็ยอมรับนะว่าผิดจริง และเคยได้รับโทษที่นู่นแต่ที่นี่ &amp;ldquo;ให้โอกาส&amp;rdquo;&amp;nbsp;ว่ะ เออเริ่ดอะ ใจดี๊ใจดี ว้าวซ่าสุดๆ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101977</URL_LINK>
                <HASHTAG>คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ, ดาว โอเกะ, ดาว-ณัฐภัสสร สิมะเสถียร, ต้น-ธนษิต จตุรภุช, ธรรมนัส พรหมเผ่า, พัดชา เอนกอายุวัฒน์, ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า, ศาลรัฐธรรมนูญ, อัด อวัช, อัด-อวัช รัตนปิณฑะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210506/image_big_60939467df748.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>100394</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/04/2021 06:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/04/2021 06:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อดีตผู้พิพากษาร่ายยาวอัยการสั่งไม่ฟ้อง&#039;ธนาธร&#039;ยึดถือปฏิบัติตามคำวินิจฉัยศาลรธน.หรือไม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
23 เม.ย.64- นายชูชาติ ศรีแสง อดีตผู้พิพากษาหัวหน้าศาลฎีกา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กภายหลังอัยการสั่งไม่ฟ้องนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ กรณีเป็นผู้ถือหุ้นในบริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด มีเนื้อหาดังนี้
.....เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2562 ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยในคำวินิจฉัยที่ 14/2562 ว่า นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ เป็นผู้ถือหุ้นในบริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด ซึ่งประกอบกิจการสื่อมวลชนอยู่ในวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2652 ซึ่งเป็นวันที่พรรคอนาคตใหม่ยื่นบัญชีรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง อันเป็นลักษณะต้องห้ามมิให้นายธนาธรใช้สิทธิรับสมัครเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 98(3) ทำให้สมาชิกภาพของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของนายธนาธรสิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 101/(6) ประกอบมาตรา 98(3)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;.....รัฐธรรมนูญ มาตรา 211 วรรคสี่ บัญญัติว่า คําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญให้เป็นเด็ดขาด มีผลผูกพันรัฐสภา คณะรัฐมนตรี ศาล องค์กรอิสระ และหน่วยงานของรัฐ
.....ถ้ายึดถือตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญดังกล่าว ก็ต้องฟังข้อเท็จจริงเป็นยุติว่า ในวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2562 ซึ่งเป็นวันที่พรรคอนาคตใหม่ยื่นบัญชีรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งและมีชื่อนายธนาธรรวมอยู่ด้วย นายธนาธรเป็นผู้ถือหุ้นในบริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด ซึ่งประกอบกิจการสื่อมวลชนอยู่ อันเป็นลักษณะต้องห้ามมิให้นายธนาธรใช้สิทธิรับสมัครเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
.
..... พรป. ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 มาตรา 151 บัญญัติว่า ผู้ใดรู้อยู่แล้วว่าตนไม่มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเนื่องจากขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ได้สมัครรับเลือกตั้งหรือทําหนังสือยินยอม ให้พรรคการเมืองเสนอรายชื่อเพื่อสมัครรับเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ ต้องระวางโทษจําคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปี และปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงสองแสนบาท และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้นั้นมีกําหนดยี่สิบปี
.
.....เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ยุติตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญว่า นายธนาธรเป็นผู้ถือหุ้นในบริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด ซึ่งต้องห้ามมิให้รับสมัครเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นายธนาธรเป็นหัวหน้าพรรคการเมือง จะอ้างว่าไม่รู้กฎหมายรัฐธรรมนูญไม่ได้ จึงต้องถือว่านายธนาธรรู้อยู่แล้วว่าตนเองไม่มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
.....การที่นายธนาธรรู้อยู่แล้วว่า ตนเองไม่มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเนื่องมีจากลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิรับสมัครเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตามรัฐธรรมนูญมาตรา 98(3) แต่ยังยินยอมให้พรรคอนาคตใหม่เสนอรายชื่อเพื่อสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ ย่อมเห็นได้ว่าน่าจะเป็นการกระทำที่ฝ่าฝืนมาตรา 151
.
.....คณะกรรมการการเลือกตั้งได้แจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ดำเนินคดีแก่นายธนาธรตามบทบัญญัติของมาตรา 151 ดังกล่าว พนักงานสอบสวนทำการสอบสวนแล้วมีความเห็นให้สั่งฟ้องนายธนาธร และส่งสำนวนให้พนักงานอัยการพร้อมนำตัวนายธนาธรไปส่งให้พนักงานอัยการ เมื่อวันที่ 12 มกราคม 2564
.....พนักงานอัยการนัดฟังคำสั่งว่า จะสั่งฟ้องหรือสั่งไม่ฟ้องในวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2564&amp;nbsp; แต่เมื่อถึงวันนัดได้เลื่อนนัดมาฟังคำสั่งในวันที่ 22 เมษายน 2564
.
.....วันนี้ที่ 22 เมษายน 2564 มีข่าวว่า นายอิทธิพร แก้วทิพย์ โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบทราบมาว่า คดีนี้พนักงานอัยการสำนักงานคดีอาญามีคำสั่งไม่ฟ้องนายธนาธร&amp;nbsp; ตามขั้นตอนจะต้องส่ง ผบ.ตร.ชี้ขาด ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่าง ผบ.ตร.ทำความเห็นว่าจะเห็นด้วยหรือแย้งหรือไม่ ถ้าเห็นแย้งมาก็ต้องส่งอัยการสูงสุดชี้ขาดตามกฎหมาย รายละเอียดเหตุผลจึงยังไม่สามารถบอกได้ แต่ถ้าคดีมีความเห็นยุติเมื่อไหร่ ทางทีมโฆษกพร้อมเปิดแถลงรายละเอียด เรายืนยันว่าความเห็นทางคดีดังกล่าวไม่ได้ขัดแย้งกับคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ
.
.....ประเด็นสำคัญของคดีนี้ก็คือ รัฐธรรมนูญ มาตรา 211 วรรคสี่ ที่ว่า คําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญให้เป็นเด็ดขาด มีผลผูกพันรัฐสภา คณะรัฐมนตรี ศาล องค์กรอิสระ และหน่วยงานของรัฐ นั้น
.....แต่โดยความเป็นจริงองค์กรต่างๆ และหน่วยงานของรัฐ ยอมรับและยึดถือปฏิบัติตามหรือไม่ เพียงใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100394</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีถือหุ้นสื่อ, คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ, ชูชาติ ศรีแสง, ธนาธร จึงรุงเรืองกิจ, บริษัท วีลัค มีเดีย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210321/image_big_6056d509ca9b0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>97065</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/03/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/03/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปล่อยผ่านประชามติก่อนแก้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;ประวิตร&amp;rdquo; แจงยังไม่ได้คุยพรรคร่วมรัฐบาลเรื่องแก้รัฐธรรมนูญ โปรยยาหอมเอาด้วยอยู่แล้ว แต่ต้องทำตามที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยไว้ &amp;ldquo;จุรินทร์&amp;rdquo; ลั่นจะดันสุดลิ่มหวังจบในวาระครองเก้าอี้ รุมสวด &amp;ldquo;บิ๊กตู่&amp;rdquo; ท้าทายเรื่องแก้ รธน. ซัดเป็นใบเสร็จมัดไม่อยากแก้ นายกฯ รับห่วง กม.ประชามติขอให้ช่วยทำออกมาให้ดี &amp;ldquo;วิษณุ&amp;rdquo; โยนเผือกร้อนหากโหวตวาระแพ้ ครม.ถกหนักหลังมาตรา 9 ถูกรื้อ เล็งดันให้ผ่านไปก่อนแล้วชงแก้ไขทันที ส.ว.ประสานเสียงขัดรัฐธรรมนูญแน่ เชื่อมีการส่งเรื่องให้ศาลตีความอีกฉบับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันอังคารที่ 23 มีนาคม ยังคงมีความต่อเนื่องในประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 โดยเฉพาะข้อเสนอให้รัฐบาลเป็นเจ้าภาพแก้ไข พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวในเรื่องนี้ว่า เป็นเรื่องของสภาอยู่แล้ว จะไปเกี่ยวข้องกับรัฐบาลได้อย่างไร รัฐบาลกับสภาเป็นคนละเรื่องกัน ซึ่งรัฐบาลให้แก้อยู่แล้ว จะแก้รายมาตราหรือแก้ทั้งฉบับก็แล้วแต่ ขอให้ทำตามที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยไว้ก็แล้วกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ขณะนี้ดูเหมือนว่าพรรคร่วมรัฐบาลมีแนวคิดการแก้ไขรัฐธรรมนูญแตกต่างกับพรรค พปชร. พล.อ.ประวิตรระบุว่า ไม่แตกๆ ก็เหมือนกันนั่นแหละ จะแก้หลายมาตราหรือแก้ไขทั้งฉบับ พรรครัฐบาลก็พร้อมอยู่แล้ว ส่วนจุดยืนของพรรค พปชร.นั้นจะเอายังไงก็ได้ไม่เป็นปัญหา ได้ทุกเรื่อง เพราะเป็นนโยบายของรัฐบาลอยู่แล้วในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะฉะนั้นไม่ต้องถามหรอก
เมื่อถามว่า จะเห็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญเกิดขึ้นในรัฐบาลนี้หรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า &amp;quot;ก็เห็นสิ จะดำเนินการอย่างไรก็ว่าไปเลย คุณอยากแก้ก็แก้เลย แก้ตามที่ศาลรัฐธรรมนูญว่า&amp;quot; เมื่อถามย้ำว่า การแก้ไขได้รัฐธรรมนูญจะเสร็จสิ้นภายในรัฐบาลนี้หรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า &amp;quot;จะไปรู้ได้อย่างไร ถ้าไม่ทำตามศาลรัฐธรรมนูญก็ไม่ได้&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา พล.อ.ประวิตรให้สัมภาษณ์อีกครั้งถึงการหารือพรรคร่วมรัฐบาลในการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันหรือไม่ ว่าเดี๋ยวค่อยคุยกัน อย่างไรก็ต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญอยู่แล้ว ในพรรคร่วมรัฐบาลคงต้องพูดคุยกันอยู่แล้ว ขณะนี้ยังไม่เจอกัน ถ้าเจอก็จะคุยกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า เรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญอาจทำความสัมพันธ์ในพรรคร่วมรัฐบาลมีปัญหา พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ไม่มีๆ อะไร&amp;nbsp; พวกคุณไปคิดกันเองทั้งนั้น การแก้ไขรัฐธรรมนูญพรรคการเมืองก็ต่างคนต่างคิดกัน ไม่เป็นไร
ด้านนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ กล่าวถึงประเด็นเจ้าภาพแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า ถ้าคิดตรงกันมันก็จะง่าย ใครจะเป็นเจ้าภาพก็ไม่แปลก แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นคือแต่ละพรรคคิดเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้ง 279 มาตราไม่ตรงกัน จึงบอกว่าเลือกเอามาตราที่จำเป็น และไม่ต้องทำประชามติก่อน อันนั้นจะง่าย &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า พรรคเพื่อไทย (พท.) ออกมาระบุว่าเมื่อร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่าน รัฐบาลควรต้องแสดงความรับผิดชอบ นายวิษณุสวนกลับว่า &amp;ldquo;คุณว่าใช่หรือไม่ ไม่เป็นไรเขาก็พูดทุกวันอยู่แล้ว เดี๋ยวคนนั้นพูดคนนี้พูด บางคนบอกให้ยุบสภาเสียด้วยซ้ำ&amp;rdquo;
ลั่นดันสุดลิ่มจบรัฐบาลนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายจุรินทร์? ลักษณวิศิษฏ์? รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์? ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์? (ปชป.) ยืนยันว่า พรรคจะพยายามผลักดันให้แก้ไขรัฐธรรมนูญในวาระที่เหลือ ถือเป็นทิศทางที่ได้พุ่งไปตั้งแต่ต้น ที่ผ่านมาก็ได้พิสูจน์แล้วว่าได้ทำหน้าที่จนวาระสุดท้าย นั่นคือการลงมติเห็นชอบร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญในวาระที่ 3
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตราเป็นทางออกที่ดีที่สุดใช่หรือไม่ นายจุรินทร์?กล่าวว่า สถานการณ์ขณะนี้การแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับมีเครื่องหมายคำถาม และดูเหมือนข้อถกเถียงยังไม่ได้ข้อยุติว่าสุดท้ายต้องไปทำประชามติก่อนวาระ 1 หรือไปทำประชามติหลังผ่านวาระ 3 ก่อนนำขึ้นทูลเกล้าฯ? ถวายยังเป็นข้อถกเถียงกันอยู่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่า เป็นไปได้หรือไม่ที่ 3 ฝ่ายคือ ฝ่ายรัฐบาล? ฝ่ายค้านและ ส.ว. จะจับมือกันแก้ไขรัฐธรรมนูญ? นายจุรินทร์กล่าวว่า ?อยากให้เป็นอย่างนั้น อยากเห็นสิ่งนี้เกิดขึ้น และเคยพูดมาแล้วว่าอยากให้ 3 ฝ่ายได้คุยกัน หาทางออกร่วมกันเพื่อนำไปสู่ข้อสรุป ซึ่งนำมาซึ่งข้อสรุปในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยไม่ตัดฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรค ปชป. กล่าวถึงความคืบหน้าในการยกร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญเป็นรายมาตรา ว่านายจุรินทร์ได้สั่งให้ฝ่ายกฎหมายพรรคจัดทำการยกร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญเป็นรายมาตรา โดยฝ่ายกฎหมายจะนัดประชุมในวันที่ 24 มี.ค. เวลา 14.00 น. เมื่อดำเนินการเสร็จก็จะนำเสนอหัวหน้าพรรคต่อไป คาดว่าจะเสร็จทันก่อนเปิดสมัยประชุมสามัญ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายวราวุธ? ศิลปอาชา? รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม? ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายและยุทธศาสตร์พรรคชาติไทยพัฒนา? (ชทพ.)? ยอมรับว่า ในวันนี้แต่ละพรรคก็มีแนวทางที่แตกต่างกันออกไป แต่ท้ายที่สุดแล้วผลการแก้ไขก็ต้องกลับมาร่วมกันทำอยู่ดี เพราะทุกพรรคมีเป้าหมายที่ตรงกันในการที่จะทำให้รัฐธรรมนูญเป็นที่ยอมรับของประชาชน จึงต้องรอผลของแต่ละพรรคว่าพิจารณาออกมาอย่างไร? ซึ่ง?พรรคก็ยังไม่ได้มีการประชุม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนพรรคฝ่ายค้านนั้น ต่างวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องรัฐธรรมนูญว่า &amp;ldquo;ถ้าระแวงว่าจะสืบทอดอำนาจก็ไปแก้รัฐธรรมนูญมา แต่แก้ให้ได้ก็แล้วกัน&amp;rdquo; โดยนายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรค พท. ในฐานะรองประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) ระบุว่า การพูดเช่นนี้เท่ากับยอมรับและท้าทายว่าไม่มีทางแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้หาก พล.อ.ประยุทธ์ไม่อยากให้แก้ ส่วนที่อ้างว่าไม่สามารถสั่ง ส.ว.ได้นั้นเป็นการพูดเพื่อเอาตัวรอดเท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;พล.อ.ประยุทธ์ควรมีความเป็นลูกผู้ชาย พูดออกมาเลยว่าตราบใด พล.อ.ประยุทธ์และอำนาจของ คสช.ยังอยู่ การแก้ไขรัฐธรรมนูญจะไม่มีทางเกิดขึ้น เพราะรัฐบาลจะไม่ยอมให้ประชาชนสถาปนารัฐธรรมนูญฉบับประชาชน ควรออกมายอมรับมาตรงๆ จะดีกว่านี้ อย่ามาพูดดีโกหกประชาชนไปวันๆ&amp;rdquo; นายสมคิดกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองหัวหน้าพรรค พท. ระบุว่า พล.อ.ประยุทธ์ไม่แก้รัฐธรรมนูญที่เป็นนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลเอง นอกจากไม่มีการแสดงความรับผิดชอบใดๆ ยังออกมาเย้ยหยันท้าทายประชาชน ประเทศนี้จะอยู่กันไปแบบนี้จริงๆ หรือ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.อรุณี กาสยานนท์ โฆษกพรรค พท. กล่าวว่า คำพูดของ พล.อ.ประยุทธ์ถือเป็นใบเสร็จรับรองว่าเป็นผู้ปฏิวัติเพื่อสร้างรัฐธรรมนูญมาสืบทอดอำนาจ กระบวนการแก้ไขยุ่งยากซับซ้อน เสมือนผูกเงื่อนตายให้กับประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะโฆษกพรรคก้าวไกล (ก.ก.) ระบุว่า คำพูดของ พล.อ.ประยุทธ์ชี้ถึงเจตนารมณ์ที่แท้จริงที่ไม่คิดแก้ไขรัฐธรรมนูญเลย คนที่เป็นนายกฯ จะพูดให้คำมั่นกับประชาชน แล้วเพิกเฉยต่อคำมั่นนั้นไม่ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานกลุ่มสร้างไทย โพสต์เฟซบุ๊กในเรื่องนี้ว่า ไม่สบายใจยิ่ง ผู้นำที่ดีควรแสดงให้ประชาชนเห็นถึงความปรารถนาดีที่อยากเห็นบ้านเมืองเป็นประชาธิปไตย ขจัดความขัดแย้งทั้งปวง ไม่ใช่ทำทุกวิถีทางเพื่อสืบทอดอำนาจเท่านั้น พล.อ.ประยุทธ์ควรแสดงวุฒิภาวะให้สมกับความเป็นผู้นำประเทศ รู้จักให้เกียรติประชาชนผู้จ่ายภาษีเป็นเงินเดือนให้กับนายกฯ ด้วยการพูดจาที่เป็นสุภาษิต ดีกว่ามาท้าทายประชาชน ซึ่งจะเป็นผลดีต่อบ้านเมืองและลดความขัดแย้ง ดังมงคลสูตรที่พระพุทธเจ้าสอนไว้ว่า สุภาสิตา จ ยา วาจา
ภาคีชงแก้รธน.รายมาตรา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่โรงแรมรอยัลปริ๊นเซส ภาคีเพื่อรัฐธรรมนูญประชาธิปไตยจัดประชุมเพื่อประเมินสถานการณ์การเมือง และการดำเนินการสู่รัฐธรรมนูญของประชาชน โดยมีตัวแทนจากพรรคการเมืองต่างๆ ทั้งฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล ภาควิชาการ และภาคประชาชนเข้าร่วม อาทิ คุณหญิงสุดารัตน์ และนายโภคิน พลกุล จากกลุ่มสร้างไทย,&amp;nbsp; นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล, นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รองหัวหน้าพรรค ปชป., นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตแกนนำพรรคไทยรักษาชาติ, นายโคทม อารียา, นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และนายอนุสรณ์ ธรรมใจ ประธานคณะกรรมการบริหารภาคีเพื่อรัฐธรรมนูญประชาธิปไตย ร่วมประชุม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุสรณ์แถลงภายหลังว่า ภาคียังยืนยันในการสถาปนาระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขให้มั่นคง เข้มแข็ง ก้าวหน้า แต่จากสถานการณ์บ้านเมืองในขณะนี้ ยังมีการวางกับดักให้มีการสืบทอดอำนาจอย่างต่อเนื่อง เราจึงสนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นรายมาตรา
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายณฐพร โตประยูร อดีตที่ปรึกษาประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน ยื่นหนังสือให้ ป.ป.ช.ดำเนินการกับ 208 สมาชิกรัฐสภาที่ลงมติเห็นชอบวาระ 3 ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ เนื่องจากเป็นการกระทำที่จงใจปฏิบัติหน้าที่ หรือใช้อำนาจหน้าที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญและกฎหมาย ป.ป.ช. และคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่มีผลผูกพันทุกองค์กร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การที่ญัตติโหวตร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญตกไป แต่การที่ ส.ส. และ ส.ว. 208 คนไปรับรองมติ ถือเป็นการจงใจปฏิบัติหน้าที่ให้ขัดต่อรัฐธรรมนูญ ซึ่งตาม พ.ร.ป.ว่าด้วย ป.ป.ช. ระบุว่า ป.ป.ช.มีอำนาจสอบสวน และส่งอัยการฟ้องร้องภายใน 108 วัน ให้ศาลสั่งให้พ้นจากตำแหน่ง และตัดสิทธิ์ทางการเมือง 10 ปี&amp;quot; นายณัฐพรกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ยังมีความต่อเนื่องจากร่างพระราชบัญญัติประชามติ โดย พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์มีความห่วงใยในเรื่องของกฎหมายทำประชามติ เพราะต้องมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญในโอกาสต่อไปด้วย ซึ่งการทำประชามติกฎหมายนี้สำคัญก็ขอให้ช่วยกันทำออกมาให้ดี ซึ่งยังอยู่ในวาระการพิจารณา ส่วนเรื่องของการคว่ำไม่คว่ำวาระ 3 ทุกคนเข้าใจดีอยู่แล้ว ถามว่าห่วงไหม ก็ห่วงนั่นแหละ ซึ่ง ส.ส.ทุกคนก็เป็นห่วงเหมือนกัน
ขณะที่นายวิษณุกล่าวถึงร่างกฎหมายประชามติจะถูกตีตกในวาระ 3 หรือไม่ ว่าอย่าคิดล่วงหน้า เพราะเรื่องอยู่ที่คณะกรรมการกฤษฎีกาและคณะกรรมาธิการที่ไปทำงานร่วมกัน ปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นอยู่ที่มาตรา 10-13 และบทกำหนดโทษ ที่เรายังไม่เห็นกัน ดังนั้นการโหวตวาระ 3 จึงไม่ควรมีอะไร แต่ก็ยังพูดยาก เพราะยังมีประเด็นใหญ่ในมาตราหลังๆ อีก เช่น จำนวนเสียงประชาชนเท่าไหร่ถึงจะเป็นประชามติ รวมทั้งเสียงโหวตจะใช้เสียงข้างมากหรือเสียงขนาดไหน ซึ่งเป็นมาตราสำคัญที่ยังไปไม่ถึง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงกรณีนายวันชัย สอนศิริ ส.ว.ระบุว่าถ้ากฎหมายประชามติถูกคว่ำในวาระ 3 รัฐบาลต้องแสดงความรับผิดชอบหรือไม่ นายวิษณุตอบว่า ต้องเข้าใจว่าร่างกฎหมายดังกล่าวเป็นของรัฐบาล เป็นกฎหมายปฏิรูป และกฎหมายสำคัญ ต้องเข้าใจคำว่าผ่าน ไม่ผ่าน ไม่ได้มีเขียนไว้ในรัฐธรรมนูญ แต่เป็นประเพณีการปกครองของในหลายประเทศ เช่น อังกฤษ ถ้ารัฐบาลเสนอกฎหมายแล้วไม่ผ่านวาระ 1 ตรงนั้นจะมีผลกระทบ เช่น ลาออกหรือยุบสภา เพราะแสดงว่าสภาไม่ไว้วางใจ แต่เมื่อกฎหมายประชามติผ่านวาระ 1 สภารับร่างไปแล้ว ต่อมามีการแก้ไข การแก้จึงเป็นเรื่องของ กมธ.ไม่ใช่เรื่องของรัฐบาล ผลจะออกมาไม่เหมือนกันกับคำว่าไม่ผ่าน
เตรียมชงร่างแก้ประชามติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกฯ แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม.เห็นชอบร่างพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) เรียกประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญ พ.ศ.... และร่าง พ.ร.ฎ.ปิดสมัยประชุมสภาสมัยวิสามัญ พ.ศ.... โดยคาดว่าจะเป็นวันที่ 7-8 เม.ย.นี้ ซึ่งเรื่องนี้นายกฯ ให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะเกิดขึ้นได้ต้องมีการทำประชามติเข้ามาเกี่ยวข้อง โดยได้กำชับให้หัวหน้าพรรคแต่ละพรรคให้ความสำคัญกับกฎหมายต่างๆ เหล่านี้ ทั้งกฎหมายประชามติและกฎหมายรัฐธรรมนูญด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานข่าวจากที่ประชุม ครม.แจ้งว่า ประเด็นประชุม ครม.ที่มีการหารือกันอย่างเข้มข้นคือการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติในที่ประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญ เมื่อวันที่ 17-18 มี.ค.ที่ปรากฏว่า กมธ.เสียงข้างมากแพ้ กมธ.เสียงข้างน้อยในการลงมติมาตรา 9 โดยนายวิษณุได้รายงานที่ประชุม ครม.ถึงเรื่องดังกล่าว พร้อมขอความร่วมมือให้พรรคการเมืองต่างๆ ให้ช่วยให้ความสำคัญ ขอให้ช่วยกัน เพราะกฎหมายประชามติเป็นกฎหมายสำคัญต้องผ่านให้ได้ ถ้าไม่ผ่านก็อยู่ไม่ได้ การคว่ำร่างกฎหมายประชามติไม่ควรทำแบบนั้น เพราะเป็นกฎหมายสำคัญของรัฐบาล อย่างไรต้องขับเคลื่อนให้ได้ ส่วนในมาตรา 9 ที่เสียงข้างมากแพ้ไป 6 เสียง อาจเป็นปัญหาได้ โดยนายวิษณุยังระบุแนวทางด้วยว่า หลังร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติประกาศใช้ รัฐบาลต้องเสนอร่างแก้ไข พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติทันทีภายใน 7-8 วัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสมชาย แสวงการ ส.ว. กล่าวถึงการแก้ไขเนื้อหามาตรา 9 ร่าง พ.ร.บ.ประชามติตาม กมธ.เสียงข้างน้อยว่า อาจขัดกับมาตรา 166 ของรัฐธรรมนูญ เพราะเป็นการเพิ่มอำนาจให้ฝ่ายนิติบัญญัติมีอำนาจเหนือฝ่ายบริหาร โดยกำลังรอดูว่าผลการแก้ไขเนื้อหามาตรา 9 ของ กมธ.จะไปกระทบกับเนื้อหามาตราอื่นๆ เช่น มาตรา 10-11 และมาตราอื่นๆ หรือไม่ ถ้าแก้แล้วมีเนื้อหาไปขัดต่อรัฐธรรมนูญ ก็จำเป็นต้องยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความ ซึ่งดูแนวโน้มแล้วคิดว่าอาจขัดรัฐธรรมนูญ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวันชัย สอนศิริ ส.ว. ในฐานะโฆษก กมธ.พิจารณาร่างพ.ร.บ.การออกเสียงประชามติ กล่าวว่า มีความเป็นไปได้ว่าจะมีสมาชิกรัฐสภายื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความบทบัญญัติที่ถูกเพิ่มเติมเข้ามาในมาตรา 9
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายคำนูณ สิทธิสมาน ส.ว. กล่าวว่า การแก้ไขมาตรา 9 ร่าง พ.ร.บ.ประชามตินั้น สมาชิกรัฐสภาบางส่วนและรัฐบาลเห็นว่ามีความขัดหลักการตรวจสอบถ่วงดุลอำนาจและขัดแย้งกับรัฐธรรมนูญ มาตรา 166 ซึ่งจะทำให้ พ.ร.บ.ประชามติผ่านวาระ 3 ยาก อาจเกิดกรณีถามหาความรับผิดชอบด้วยการยุบสภา ซึ่ง ส.ส.ไม่ต้องการ ดังนั้นรัฐบาลจึงต้องมีทางออกหลายวิธี เช่น เสนอร่างกฎหมายเพื่อแก้ไข มาตรา 9 เป็นต้น
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรค พท. ซึ่งเป็น กมธ.เสียงข้างน้อยและแปรญัตติให้แก้ไขมาตรา 9 และที่ประชุมลงคะแนนเห็นชอบด้วยระบุว่า มั่นใจว่าสิ่งที่เสนอนั้นไม่เกินกรอบหรือขัดต่อรัฐธรรมนูญ ส่วนที่มีการระบุว่าหากร่าง พ.ร.บ.ประชามติไม่ผ่านวาระ 3 รัฐบาลต้องรับผิดชอบด้วยการยุบสภาหรือลาออกนั้น ร่าง พ.ร.บ.ประชามติเป็นร่างกฎหมายที่รัฐบาลเสนอให้รัฐสภาพิจารณา ที่ผ่านมาหากกฎหมายของรัฐบาลไม่ผ่านสภาต้องพิจารณา แต่กรณีนี้รัฐสภาเป็นผู้พิจารณา ต้องคิดเอาเอง แต่สิ่งที่เสนอไม่ได้มีเป้าหมายให้เป็นเช่นนั้น เพราะคิดถึงการแก้ปัญหาของประเทศ รัฐสภา และรัฐธรรมนูญ ไม่คิดว่าให้ยุบสภาหรือรัฐบาลลาออก.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97065</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขัดรัฐธรรมนูญ, คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ, ประชามติ, พรรคร่วมรัฐบาล, ศาลรัฐธรรมนูญ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แก้ รธน, แก้รัฐธรรมนูญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210323/image_big_605a06b0c544e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
