<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>112133</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/08/2021 07:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/08/2021 07:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ตาก’คุมเข้มหลังล็อกดาวน์พื้นที่สกัดโควิด-19 </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ส.ค.2564 - จากกรณีนายพงศ์รัตน์ ภิรมย์รัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก &amp;nbsp;ได้ออกคำสั่งล็อกดาวน์พื้นที่ (ระหว่างเวลา 21.00 น.-04.00 น.) &amp;nbsp;เพื่อยกระดับมาตรการป้องกันควบคุมโควิด-19 ในพื้นที่จังหวัดตาก หลังจากที่ ศบค. ประกาศยกระดับจังหวัดตากเป็น 1 ใน 29 จังหวัดควบคุมสูงสุดและเข้มงวด (สีแดงเข้ม) โดยรับทราบมาตรการของ ศบค.อาทิ มาตรการเคอร์ฟิว ห้ามออกนอกเคหสถาน ตั้งแต่ 21.00 &amp;ndash; 04.00 น.ไปจนถึงวันที่ 31 ส.ค. 2564 , การตั้งด่านคัดกรอง ชะลอ หรือสกัดกั้นการเดินทางออกนอกเขตพื้นที่สีแดงเข้ม , ห้ามทำกิจกรรมรวมกลุ่มเกิน 5 คน , ร้านจำหน่ายอาหารในห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้า คอมมูนิตี้มอลล์ หรือสถานประกอบการอื่นที่มีลักษณะคล้ายกัน ให้เปิดได้ไม่เกิน 2 ทุ่ม โดยให้บริการได้เฉพาะรูปแบบ Food Delivery Service เท่านั้น &amp;nbsp;ซึ่งเป็นมาตรการเข้มในการป้องกันโควิด-19&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อช่วงค่ำวันที่ 3 ถึงเช้ามืดเวลา 04.00 น.วันที่ 4 สิงหาคม 2564 &amp;nbsp;ตามมาตรการล็อกดาวน์พื้นที่ชายแดนไทย-เมียนมา อ.แม่สอด จ.ตาก &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่สอด , หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 4 แม่สอด, ฝ่ายปกครองอำเภอแม่สอด รวมทั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) &amp;nbsp;กำนัน ผู้ใหญ่บ้านและชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) ได้บูรณาการ สนธิกำลังร่วมกัน ในพื้นที่ในการปฎิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ตามพื้นที่แนวชายแดนและในตัวเมือง &amp;nbsp;โดยทำการตั้งจุดตรวจ/ลาดตระเวนป้องกัน ควบคุมโรคตามาตรการคำสั่งจังหวัดตากเรื่อง มาตรการโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID - 19) จังหวัดตาก ตรวจตราห้ามบุคคลใดออกนอกเคหสถาน ในระหว่างเวลา 21.00 น. ถึง 04.00 น.ของวันรุ่งขึ้น เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ตรวจตรามิให้มีการรวมกลุ่มกันของบุคคลที่มีจำนวนรวมกันมากกว่า 5 คน หรือห้ามมีการมั่วสุมในลักษณะที่เสี่ยงต่อการแพร่เชื้อโรค &amp;nbsp;ฯลฯ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112133</URL_LINK>
                <HASHTAG>คำสั่ง, นายพงศ์รัตน์ ภิรมย์รัตน์, ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก, ล็อกดาวน์, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210804/image_big_6109de22990d8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>101808</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/05/2021 10:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/05/2021 10:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ยะลา&#039;เข้ม!ห้ามจัดงานเลี้ยง-รื่นเริงทุกประะเภท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 พ.ค.2564 - เพจสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดยะลา โพสต์รูปพร้อมเนื้อหาว่า คำสั่งศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด - 19 จังหวัดยะลา ที่ 20/2564 เรื่อง ปิดสถานที่เป็นการชั่วคราวเพื่อปฏิบัติการค้นหาเชิงรุกในพื้นที่เสี่ยงต่อการแพร่ระบาด ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVD-19)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ห้ามไม่ให้มีการจัดงานเลี้ยงสังสรรค์ งานรื่นเริงต่างๆ ทุกประเภท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ห้ามไม่ให้มีการจัดกิจกรรมที่มีการรวมตัวของคนทุกประเภท ยกเว้นการจัดกิจกรรมของ ส่วนราชการ เช่น การจัดประชุม งานรัฐพิธี ซึ่งมีผู้เข้าร่วมไม่เกิน 50 คน และดำเนินการตามมาตรการป้องกันโรคโดยเคร่งครัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การปฏิบัติกิจกรรมทางศาสนาให้เป็นไปตามข้อสั่งการ มติองค์กรปกครองของศาสนานั้นๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งฉบับนี้ ถือเป็นความผิดต้องรับโทษตามมาตรา 51 แห่งพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558 ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองหมื่นบาท และหรือมีความผิดต้องรับโทษ ตามมาตรา 52 แห่งพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และอาจมีความผิดตามมาตรา 18 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน&amp;nbsp;พ.ศ. 2548 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปีหรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือเพื่อความปลอดภัยของเราทุกคน
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101808</URL_LINK>
                <HASHTAG>คำสั่ง, งานเลี้ยง, เพจสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดยะลา, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210505/image_big_609212b610ca1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>73487</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/08/2020 13:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/08/2020 13:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วิชา&#039;ลั่นหมายจับ&#039;บอส วรยุทธ&#039;ในไทยยังอยู่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ส.ค.2563 - &amp;nbsp;นายวิชา มหาคุณ ประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย กรณีคำสั่งไม่ฟ้องคดีอาญาที่อยู่ในความสนใจของประชาชน ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะกรรมการฯ ครั้งที่ 2 หลังใช้เวลาประชุมนาน 2 ชั่วโมง ว่าการประชุมครั้งนี้เราได้ข้อมูลมากขึ้น โดยเฉพาะได้ประสานไปยังอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญากรุงเทพใต้ เกี่ยวกับเรื่องหมายจับที่ตำรวจบอกว่าขอถอนหมายจับนายวรยุทธ อยู่วิทยา เพื่อให้คดียุติไปนั้น ทราบว่าวันนั้นตำรวจไปขอถอนหมายจับจริง แต่มีกลุ่มมวลชนนำโดย น.ส.รสนา โตสิตระกูล อดีต ส.ว. ไปยื่นคำร้องขอศาลอย่าเพิ่งถอนหมายจับ ศาลเห็นว่าเป็นเรื่องสำคัญ จำเป็นต้องไต่สวนก่อน เมื่อมวลชนไปมากๆ จึงบอกพนักงานสอบสวนให้ถอนคำร้องไปดีกว่าหรือไม่ พนักงานสอบสวนจึงถอนคำร้องไปแล้ว จึงยืนยันว่าขณะนี้หมายจับยังอยู่ และเหตุที่หมายจับยังอยู่ เนื่องจากคดียังไม่ยุติ ยังเป็นปัญหาอยู่ อัยการก็เพิ่งแถลงไปเมื่อวันที่ 4 ส.ค.ว่าจะนำข้อมูลเข้าใหม่และสั่งคดีใหม่ ซึ่งอาจมีการสั่งคดีใหม่หรือไม่ก็ไม่ทราบ นี่เป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ถอนหมายจับยังไม่ได้ ขณะนี้หมายจับยังอยู่ ขอแจ้งให้ประชาชนสบายใจว่าคดีนายวรยุทธยังไม่จบ ส่วนเรื่องหมายจับขององค์การตำรวจสากล หรืออินเตอร์โพล เรื่องดังกล่าวยังไม่ชัดเจน และเราไม่สามารถไปแทรกแซงอินเตอร์โพลได้ เพราะมันอยู่นอกอำนาจเรา แต่ต่อไปคงมีการขอรายละเอียดอีกที เพราะเราต้องการรายละเอียดส่วนนี้ด้วย แต่ในส่วนของประเทศไทยแน่ใจว่าจะไม่มีการถอนหมายจับ เอาอย่างนั้นก็แล้วกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;
นายวิชากล่าวว่า หลังจากนี้เราจะเรียกพยานมาสอบ เช่น ทีมงานของอัยการ ในวันที่ 6 ส.ค. โดยนายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด จะนำสำนวนที่อัยการตรวจสอบมาให้ถ้อยคำกับคณะทำงานตรวจสอบอัยการ ที่มีนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ เป็นประธาน ที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา คงจะมาเล่ารายละเอียดต่างๆ ให้ฟัง ส่วนสำนวนจากทุกฝ่าย ทั้งตำรวจ อัยการ และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ที่มีการชี้มูลพนักงานสืบสวนสอบสวนคดีดังกล่าวว่ามีความผิดทางวินัยไม่ร้ายแรง เราจะทำหนังสือขอมาทั้งหมด เพื่อให้ข้อมูลที่เกี่ยวข้องมาทั้งหมด พร้อมกันนี้เราจะมีการเรียกอัยการที่รวบรวมสำนวนและมีข้อโต้แย้งต่างๆ มาให้ข้อมูลในวันที่ 9 ส.ค. ที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ยืนยันว่าเราทำงานทั้งวันทั้งคืน ไม่ได้หยุดแม้วันอาทิตย์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;
นายวิชา กล่าวว่า อะไรก็ตามหากเป็นประเด็นที่ประชาชนสงสัย หรือความเห็นของผู้เชี่ยวชาญต่างๆ เรารับฟังทั้งหมด หลังจากนี้จะเปิดอีเมลรับข้อมูล เพื่อตรวจสอบในทุกด้าน แต่เบื้องต้นส่งมาที่อีเมลของตนก่อน คือ vichalibrary@gmail.com ใครคับข้องใจสามารถส่งมาได้ ขณะที่ในส่วนคณะทำงานตรวจสอบบุคคลทั่วไปที่มี นายวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงยุติธรรม เป็นประธาน จะเชิญผู้ที่ตรวจสอบเรื่องความเร็วรถคือ นายสธน วิจารณ์วรรณลักษณ์ อาจารย์ภาควิชาฟิสิกส์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มาให้ข้อมูล รวมถึงประเด็นสารโคเคน จะเชิญ นพ.วิชาญ เบี้ยวนิ่ม หัวหน้าสาขาวิชานิติเวชวิทยา ภาควิชาพยาธิวิทยา คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มาให้ข้อมูล อย่างไรก็ตาม สำหรับการประชุมหรือการเรียกมาให้ข้อมูลและถ้อยคำของคณะทำงานชุดต่างๆ กรรมการชุดใหญ่สามารถเข้าฟังได้ หากตนมีเวลาก็อยากไปรับฟังด้วย &amp;nbsp;
&amp;nbsp;
เมื่อถามว่า นายกฯ ได้ฝากอะไรมายังคณะกรรมการฯบ้าง นายวิชากล่าวว่า ไม่มี เพียงแต่บอกให้เราให้ทำเต็มที่ ให้ประชาชนสบายใจ ทุกเรื่องกระจ่าง ไม่มีลับลมคมใน เมื่อถามว่าเมื่อเรียกอัยการมาแล้ว จะเรียกในส่วนของตำรวจมาด้วยหรือไม่ นายวิชา กล่าวว่า คณะทำงานตรวจสอบตำรวจที่มีนายเข็มชัย ชุติวงศ์ เป็นประธาน ยังไม่ได้แจ้งให้ทราบ อยู่ระหว่างการพิจารณาว่าจะเชิญใครบ้าง แต่อย่างน้อยสัปดาห์หน้า ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) คงต้องมาให้ข้อมูลกับคณะกรรมการชุดใหญ่ ส่วนจะเป็นวันอังคารหรือวันศุกร์ จะแจ้งให้ทราบอีกที&amp;nbsp;
&amp;nbsp;
เมื่อถามถึงการตรวจสอบเส้นทางการเงิน นายวิชา กล่าวว่า เป็นเรื่องของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ที่จะต้องตรวจสอบให้ชัดเจน แต่ขณะนี้ยังเริ่มตรวจสอบไม่ได้ เนื่องจากติดขัดว่ายังไม่ได้เป็นคดีที่ประพฤติมิชอบ หรือคดีที่เข้าข่ายต้องตรวจสอบทางการเงิน เมื่อถามว่า จะต้องตรวจสอบเส้นทางการเงินของผู้ต้องสงสัยทั้งหมดเลยหรือไม่ นายวิชา กล่าวว่า ก็ต้องลิสต์รายชื่อไป เพราะต้องมีความแน่นอน.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/73487</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีอาญา, คำสั่ง, ประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย, วรยุทธ อยู่วิทยา, วิชา มหาคุณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200805/image_big_5f2a55493576d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>30463</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/03/2019 17:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/03/2019 17:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กตู่&#039;คลอดคำสั่งสำนักนายกฯ3ฉบับรวดจัดตั้งสำนักงานขับเคลื่อนปรองดอง!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;04 มี.ค.2562 - &amp;nbsp;เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่คำสั่งนายกรัฐมนตรี ซึ่งลงนามโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ถึง 3 ฉบับรวดในวันเดียวกัน ซึ่งเป็นทั้ง 3 เรื่องมีความเกี่ยวข้องสัมพันธ์กันในเรื่องของการจัดตั้งสำนักงานขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดองอย่างเป็นการถาวร ประกอบด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.คำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ 5/2562 เรื่อง วิธีการปฏิบัติราชการและการบริหารงานของสำนักงานขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.คำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ 6/2562 เรื่อง การบริหารบุคคลของสำนักงานขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และ 3.คำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ 7/2562 เรื่อง การจัดโครงสร้าง การแบ่งส่วนงานหน้าที่และอำนาจของส่วนงานและอัตรากำลังของสำนักงานขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อ่านรายละเอียดที่นี่&amp;nbsp;คำสั่งที่ 5/2562&amp;nbsp;,&amp;nbsp;คำสั่งที่ 6/2562&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;คำสั่งที่ 7/2562&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/30463</URL_LINK>
                <HASHTAG>คำสั่ง, ปรองดอง, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ราชกิจจานุเบกษา, สำนักนายกรัฐมนตรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180724/image_big_5b56fb8616ee0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>20720</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/10/2018 19:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/10/2018 19:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เด้งอีก!&#039;บิ๊กโจ๊ก&#039;เชือด 2 รองสว.ด่านกักเหตุผู้ต้องกักเสียชีวิต </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ต.ค.61-เพจ &amp;quot;สุรเชษฐ์ หักพาล&amp;quot; ของพล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล รักษาราชการแทนผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง(รรท.สตม.) โพสต์ข้อความระบุ &amp;quot;2 รองสารวัตร ตม. ด่านกัก สวนพลู ปล่อยปะละเลย ผู้ต้องหาตาย ไม่รายงานเหตุผู้บังคับบัญชา สั่งย้ายขาดจากตำแหน่งเดิม มีผลทันที&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีรางานว่า พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ ลงนามคำสั่งให้ข้าราชการตำรวจไปปฎิบัติราชการที่ศูนย์ปฎิบัติการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง โดยให้ ร.ต.อ.อธิวัฒน์ ดวงมณี และร.ต.อ.ยงยุทธ ยศกลาง รองสว.กก.3 บก.สส.สตม. ไปปฎิบัติราชการที่ศูนย์ปฎิบัติการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง โดยให้ขาดจากต้นสังกัด เพื่อปฎิบัติหน้าที่ตามที่รองผบช.สตม.(งานป้องกันปราบปราม) ที่รับผิดชอบศูนย์ปฎิบัติการสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองมอบหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีรายงานว่า สาเหตุของการสั่งย้ายครั้งนี้ มาจากการเสียชีวิตของผู้ต้องกักชาวต่างชาติ 2 ราย ซึ่งอยู่ภายในห้องกักกันของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง โดยไม่มีการรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20720</URL_LINK>
                <HASHTAG>คำสั่ง, บิ๊กโจ๊ก, พล.ต.ต. สุรเชษฐ์ หักพาล, สตม.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181025/image_big_5bd1b255af3b6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9334</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/05/2018 17:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/05/2018 17:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประกาศทางการแล้ว ดึงตระกูล’คุณปลื้ม’ร่วมงาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 พ.ค.2561-เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีแล้ว โดยมีเนื้อหาว่า ตามที่คณะรัฐมนตรีในการประชุมเมื่อวันที่ 17 เมษายน 2561 มีมติเห็นชอบตามที่
สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีเสนอแต่งตั้งบุคคลเป็นกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่นายกรัฐมนตรีลงนามในประกาศแต่งตั้งและมอบหมายให้เป็นผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงใดกระทรวงหนึ่งเป็นต้นไป นั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อาศัยอำนาจตามความในข้อ 3 ของระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยคณะกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี พ.ศ.2546 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยคณะกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2559 ประกอบกับมติคณะรัฐมนตรีในการประชุมเมื่อวันที่ 17 เมษายน 2561 จึงมีคำสั่งแต่งตั้งกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี และมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่ประจำกระทรวงพร้อมมอบอำนาจการบังคับบัญชาแทนนายกรัฐมนตรี ดังนี้ 1.นายอิทธิพล คุณปลื้ม ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี อยู่ในบังคับบัญชารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และ 2.นายสันติ กีระนันทน์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงอุตสาหกรรม อยู่ในบังคับบัญชารัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันเดียวกันยังมีคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ 93/2661 เรื่อง แต่งตั้งข้าราชการการเมือง ระบุว่า ตามที่ได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ตามประกาศลงวันที่ 24 สิงหาคม พ.ศ.2557 นั้น อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 8 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการการเมือง พ.ศ.2535 ด้วยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 17 เมษายน 2561 จึงแต่งตั้งให้นายสนธยา คุณปลื้ม ดำรงตำแหน่งข้าราชการการเมือง ตำแหน่งที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 17 เมษายน พ.ศ.2561 เป็นต้นไป.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9334</URL_LINK>
                <HASHTAG>คำสั่ง, นายกรัฐมนตรี, ประกาศ, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, สนธยา คุณปลื้ม, อิทธิพล คุณปลื้ม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180122/image_big_5a65ddc9100a5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9247</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/05/2018 17:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/05/2018 17:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กสทช.ส่งหนังสือมติสั่งPEACE TVจอดำ30วัน มีผลตั้งแต่หลังเที่ยงคืนนี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 พ.ค.61- เวลา 16.45 นาที เจ้าหน้าที่ จากสำนักงานกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. ได้เดินไปสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม พีซทีวี ชั้น 5 อิมพีเรียลเวิลด์ ลาดพร้าว เพื่อมาส่งมอบหนังสือ คำสั่งกำหนดโทษทางปกครอง ลงโทษระงับการออกอากาศพีซทีวี 30 วัน ให้ผู้บริหารสถานีฯรับทราบ โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สถานีตำรวจนครบาลโชคชัย มาเป็นพยาน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในคำสั่งมีข้อความระบุว่า หากบริษัทฯ ไม่พอใจในคำสั่งดังกล่าว สามารถใช้สิทธิโต้แย้ง โดยยื่นคำฟ้องต่อศาลปกครองได้ภายใน 90 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือฉบับนี้ &amp;nbsp;สืบเนื่องจาก รายงานข่าว ในวันที่ 9 พฤษภาคม 2561 ระบุว่า ที่ประชุม กสทช. มีมติให้พักใช้ใบอนุญาตช่อง PEACE TV โดยอาศัยอำนาจตาม ข้อ 19 ของ ประกาศ กสทช. เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตให้บริการกระจายเสียงและโทรทัศน์ พ.ศ. 2555 เป็นเวลา 30 วัน นับตั้งแต่วันที่ได้รับคำสั่ง และหากยังคงฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งดังกล่าวอยู่อีก จะใช้มาตรการทางปกครองที่สูงขึ้นต่อไป &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เนื่องจาก การออกอากาศรายการ เดินหน้าต่อไป เมื่อวันที่ 26, 27 มี.ค. และวันที่ 5 เม.ย. 2561 เวลา 14.30-15.30 น. โดยประมาณ รายการ หยิบข่าวมาคุย เมื่อวันที่ 27 มี.ค. และวันที่ 9 เม.ย. 2561 เวลา 10.30-12.00 โดยประมาณ รายการ เหลียวหลังแลไปข้างหน้า เมื่อวันที่ 26, 27 มี.ค. และวันที่ 9 เม.ย. 2561 เวลา 17.00-18.00 น. โดยประมาณ รายการ เข้าใจตรงกันนะ เมื่อวันที่ 27 มี.ค. เวลา 18.20-19.20 น. โดยประมาณ ทางช่องรายการโทรทัศน์ที่ไม่ใช้คลื่นความถี่ ช่อง PEACE TV มีเนื้อหารายการอันเป็นการส่อให้เกิดความสับสน ยั่วยุ ปลุกปั่นให้เกิดความขัดแย้ง หรือสร้างให้เกิดความแตกแยกในราชอาณาจักร และยังเป็นการนำเสนอที่ขัดต่อคำสั่งศาลปกครอง ที่มีคำสั่งให้บริษัท พีซ เทเลวิชั่น จำกัด ปฏิบัติตามประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 97/2557 ลงวันที่ 18 ก.ค. 2557 และฉบับที่ 103/2557 ลงวันที่ 21 ก.ค. 2557 ซึ่งพิจารณาแล้วเห็นว่าการกระทำดังกล่าวถือเป็นการกระทำผิดซ้ำซาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การออกอากาศรายการดังกล่าวทั้งหมด เป็นการขัดต่อประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 97/2557 ลงวันที่ 18 ก.ค. 2557 เรื่อง การให้ความร่วมมือต่อการปฏิบัติงานของคณะรักษาความสงบแห่งชาติและการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารต่อสาธารณะ และประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 103/2557 ลงวันที่ 21 ก.ค. 2557 เรื่อง แก้ไขเพิ่มเติมประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 97/2557 อันเป็นการขัดต่อข้อกำหนดในบันทึกข้อตกลง ลงวันที่ 26 ส.ค. 2557 ระหว่างสำนักงาน กสทช. และบริษัท พีซ เทเลวิชั่น จำกัด ผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรทัศน์ช่อง PEACE TV ซึ่งคำสั่งหัวหน้าคณะรักษความสงบแห่งชาติ ที่ 41/2559 ลงวันที่ 13 ก.ค. 2559 ถือว่าเนื้อหาดังกล่าวเป็นการออกอากาศรายการที่มีเนื้อหาสาระที่ก่อให้เกิดการล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ ความสงบเรียบร้อย หรือศีลธรรมอันดีของประชาชนตามมาตรา 37 ประกอบมาตรา 63 และมาตรา 64 แห่ง พ.ร.บ. ประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ. 2551&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นหลังเที่ยงคืนของวันนี้สถานีจะจอดำไปเป็นเวลา 30 วัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9247</URL_LINK>
                <HASHTAG>PEACE TV, กสทช., กสทช.สั่งปิดช่องพีซทีวี, คำสั่ง, มอบหนังสือ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180515/image_big_5afab9f2c15c9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
