<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>49614</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/11/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/11/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อยู่ไม่สุข!อนค.ซักฟอกคสช.ย้อนหลัง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;พปชร.ส่ง &amp;quot;สิระ-ปารีณา&amp;quot; เข้า กมธ.กฎหมายฯประกบ &amp;quot;เสรีพิศุทธ์&amp;quot; ส.ส.ราชบุรีลั่นจะอบรม ส.ส.สมัยแรกว่าอำนาจกรรมาธิการมีแค่ไหน ขณะที่ &amp;quot;อนค.&amp;quot; ประกาศซักฟอก คสช.ย้อนหลัง เตรียมชงญัตติตั้ง กมธ.วิสามัญ ศึกษาผลกระทบจากคำสั่ง-มาตรา 44&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 5 พ.ย. ที่พรรคพลังประชารัฐ มีการประชุม ส.ส.ประจำสัปดาห์เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนเปิดประชุมสภาสมัยสามัญประจำปีครั้งที่ 2 โดยมีการหารือเกี่ยวกับการกำหนดตัวบุคคลเข้าไปทำหน้าที่คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาหลักเกณฑ์และวิธีการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ 2560 รวมถึงหารือแนวทางการรับมือการอภิปรายไม่ไว้วางใจของฝ่ายค้านที่จะมีขึ้นในช่วงเดือน ธ.ค. ก่อนการประชุมได้เปิดโอกาสให้ ส.ส.นำเรื่องหารือ โดยนายมณเฑียร สงฆ์ประชา ส.ส.ชัยนาท เรียกร้องให้รัฐมนตรีที่สังกัดของพรรคสรุปมติหรือข้อหารือในคณะรัฐมนตรีมาแจ้งต่อที่ประชุม เพื่อให้ ส.ส.ได้ทราบความคืบหน้าการทำงานของรัฐบาล&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. แจ้งต่อที่ประชุมว่า ขอเสนอชื่อตัวเองเข้าไปทำหน้าที่ในกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ แทนที่นายพยม พรหมเพชร ส.ส.สงขลา ที่มีความอึดอัดและประสงค์จะลาออก พร้อมกันนี้ นายสิระยังได้เสนอชื่อ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี ให้เข้าไปร่วมทำหน้าที่ใน กมธ.ชุดดังกล่าวด้วย โดยให้เข้าไปแทนที่นายธนะสิทธิ์ โควสุรัตน์ ส.ส.อุบลราชธานี ที่ประชุมรับทราบและให้ดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า &amp;nbsp;รู้สึกเห็นใจพี่นายพยม พรหมเพชร และนายธนะสิทธิ์ ที่รู้สึกสุดจะทนกับพฤติกรรม มีการใช้อำนาจกรรมาธิการแบบเกินขอบเขต จนต้องลาออก ตนเต็มใจจะทำหน้าที่แทนนายธนะสิทธิ์ จะพยายามสอนตักเตือนพวก ส.ส.สมัยแรกบางคนว่าอำนาจกรรมาธิการมีแค่ไหน และมั่นใจว่าจะสามารถอดทนกับคนเจ้าอารมณ์ บ้าอำนาจ ควบคุมสติไม่ได้ได้อย่างแน่นอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนะสิทธิ์ โควสุรัตน์ ส.ส.อุบลราชธานี พรรคพลังประชารัฐ เผยว่า เพิ่งตัดสินใจลาออกจาก กมธ. เพราะอยากให้นายสิระและน.ส.ปารีณาเข้าไปทำงานตรงนี้ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ประธาน กมธ.ป.ป.ช. ถือว่าเป็นคนดี แต่รับเรื่องร้องเรียนเยอะเกินไป รับทุกเรื่องมาพิจารณาโดยไม่กลั่นกรอง ทำอย่างนี้ 4 ปีรถสิบล้อคว่ำก็ยังไม่จบ ส่วนกรณีที่ กมธ.ป.ป.ช.เรียกตัว พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหมเข้าชี้แจงกรณีถวายสัตย์ฯ ไม่ครบนั้น เรื่องนี้ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยแล้วว่าเป็นเรื่องระหว่างสถาบันพระมหากษัตริย์และรัฐบาล จบไปแล้ว แต่พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ยังไม่จบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า สภาต้องเป็นตัวอย่างของการเคารพกฎหมาย และได้บอกสมาชิกสภาเสมอว่าต้องวางมาตรฐานของสภาให้เป็นที่ยอมรับให้ได้ และยังบอกกับนายกฯ เสมอว่าต้องมาสภาและมาตอบกระทู้ เว้นแต่ท่านจะมีเหตุผล หรือถ้าคณะกรรมาธิการฯ เรียกให้มาชี้แจง ก็ขอให้ท่านให้ความร่วมมือ และขอร้องไปยังคณะกรรมาธิการฯ ให้เข้าใจว่าคนมาชี้แจงไม่ได้เป็นจำเลยหรือเป็นผู้ต้องหา ต้องมีความพอดีถึงจะทำให้อยู่ด้วยกันได้ ซึ่งก็ได้รับความร่วมมือดีพอสมควร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางด้านนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) ให้สัมภาษณ์ถึงการเตรียมความพร้อมในการเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ 1 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่ 2) ในวันที่ 6 พ.ย.นี้ ว่าในวันการประชุมสภาวันที่ 6 พ.ย.นี้ มีญัตติสำคัญๆ ที่ต้องพิจารณา ในส่วนของพรรคอนาคตใหม่ ได้เตรียมตัวเรื่องญัตติขอให้ตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญ เพื่อศึกษาผลกระทบการใช้อำนาจและการออกประกาศ คำสั่ง และมาตรา 44 ของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ซึ่งตนเป็นคนเสนอญัตตินี้ขึ้นมา เราเตรียมผู้อภิปรายไว้ทั้งหมด 10 คน โดยจะอภิปรายภาพรวมทั้งหมด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมจะเป็นคนเปิดประเด็นเองว่าคำสั่งของ คสช.ส่งผลกระทบอะไรบ้าง จากนั้นจะเป็นการพูดถึงเรื่องสิทธิเสรีภาพของประชาชน เสรีภาพของสื่อ เรื่องการทวงคืนผืนป่า เรื่องที่ดิน และสิ่งแวดล้อม รวมไปถึงการออกคำสั่งเพื่อเอื้อกับกลุ่มทุนขนาดใหญ่ การแทรกแซงองค์กรอิสระและองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น คิดว่าญัตตินี้มีความสำคัญ เพราะตลอด 5 ปีของการปกครองของ คสช. เราไม่มีสภาที่จะวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของ คสช.ได้อย่างเต็มที่ ครั้งนี้อาจจะเรียกได้ว่าเป็นการอภิปรายไม่ไว้วางใจ คสช. ย้อนหลังถึงผลงานในอดีต ที่ยังส่งผลกระทบถึงปัจจุบัน นี่คือเหตุผลประการที่หนึ่ง&amp;quot; นายปิยบุตรกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปิยบุตรกล่าวต่อว่า ส่วนเหตุผลประการที่สองคือ ศักดิ์ศรีของสภาผู้แทนราษฎรที่มาจากการเลือกตั้ง ในวันนี้เป็นการเข้าสู่ระบบปกติ ส.ส.จึงมีอำนาจและความชอบธรรมอย่างเต็มที่ที่จะกลับมาพิจารณาทบทวนว่า การออกคำสั่งของ คสช.นั้นมีความชอบธรรมหรือไม่เพียงใด และต้องมีการแก้ไขยกเลิกหรือเยียวยาผู้ที่เสียหายอย่างไร คิดว่าอาจจะใช้เวลาพอสมควรสำหรับญัตตินี้ ซึ่งพรรคร่วมฝ่ายค้านหลายพรรคก็อยากจะเข้ามามีส่วนร่วมในประเด็นนี้ เป็นไปได้ว่าอาจจะยาวไปจนถึงวันพฤหัสบดีที่ 7 พ.ย.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) &amp;nbsp;โพสต์เฟซบุ๊กว่า ก่อนจะถึงญัตติขอให้สภาตั้งกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาหลักเกณฑ์และวิธีการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ 2560 ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรมีวาระที่ต้องพิจารณาญัตติขอให้สภาตั้งกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาผลกระทบจากการประกาศและคำสั่งของ คสช.และการใช้อำนาจของหัวหน้า คสช.ตามมาตรา 44 ในฐานะประชาชนตนขอเรียกร้องให้สภาเห็นชอบญัตตินี้ เพราะตลอดช่วงเวลาของการใช้มาตรา 44 นอกจากขัดหลักนิติธรรมแล้วยังส่งผลกระทบทั้งทางการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม โดยปราศจากความรับผิดชอบของบุคคลหรือองค์กรใด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สภาผู้แทนราษฎรจากการเลือกตั้งจึงต้องแสดงความรับผิดชอบต่อประชาชน ด้วยมติเอกฉันท์ให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการ เพราะหากไม่เห็นชอบเท่ากับยอมรับอำนาจนอกระบบ และจำนนต่อวงจรอุบาทว์ทางการเมืองที่เป็นเชื้อร้ายเกาะกินพัฒนาการของสังคมไทย&amp;quot; นายณัฐวุฒิกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายณัฐวุฒิเชื่อว่าพรรคร่วมฝ่ายค้านจะสนับสนุนญัตตินี้ ส่วนฝ่ายรัฐบาลสำคัญที่สุดคือพรรคพลังประชารัฐกับพรรคประชาธิปัตย์ควรพิสูจน์ความจริงใจกับประชาชน ถ้าเห็นชอบเรื่องแก้รัฐธรรมนูญก็ไม่มีเหตุผลจะปฏิเสธญัตติศึกษาผลกระทบจากมาตรา 44 เพราะสาระจากการศึกษาจะเป็นส่วนสำคัญที่ใช้ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญต่อไป ไม่เช่นนั้นอาจถูกมองได้ว่าท่าทีตอบรับแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นเพียงฉากเข้าพระเข้านางที่ทั้ง 2 พรรคสวมบทบาทร่วมกัน พลังประชารัฐได้เรื่องทำตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล ประชาธิปัตย์ได้เรื่องเดินตามเงื่อนไขในการเข้าร่วมรัฐบาล ส่วนประชาชนไม่ได้อะไร เรื่องนี้ไม่มีอะไรซับซ้อน ถ้าพลังประชารัฐยังเพิกเฉยประชาธิปัตย์ชิงธงนำก่อนได้ ประกาศให้ชัดว่าจะสนับสนุนญัตตินี้ ยืนยันหลักการประชาธิปไตย ปฏิเสธการใช้อำนาจเผด็จการ ยกเว้นจะสมประโยชน์หรือเป็นเด็กดีในโอวาทของ คสช.เท่านั้น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49614</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ.วิสามัญ, คำสั่ง-มาตรา 44, ซักฟอกย้อนหลัง, พรรคพลังประชารัฐ, พรรคอนาคตใหม่, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อำนาจกรรมาธิการ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191105/image_big_5dc18463592a0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
