<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>76526</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/09/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/09/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นอนคุกปลุกม็อบ! ‘ทอน-ช่อ’นำทีมชงกินเองชุมนุม19ก.ย.ถอยเป็นทาส</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ชงเองกินเอง &amp;quot;ธนาธร-ช่อ&amp;quot; นำทีม ใช้ยุทธวิธี &amp;quot;อานนท์-ไมค์&amp;quot; อยากนอนคุกเป็นเงื่อนไขปลุกม็อบ 19 กันยายน ประกาศ สู้เป็นไท ถอยเป็นทาส เล่นเหนือรัฐบาล แกนนำม็อบปลดแอกจะชำระแค้นอย่างสาสม อธิการบดี มธ.วางแนวทางชุมนุม ถ้าจัดโดยคนนอกต้องมีอาจารย์ที่ปรึกษาให้การรับรอง &amp;quot;ดร.เสรี&amp;quot; ปลุกพลังเงียบ จะถอยกันอีกนานแค่ไหน หลังชนฝาแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก มีคำสั่งเพิกถอนประกันตัว นายอานนท์ นำภา ทนายความศูนย์ทนายเพื่อสิทธิมนุษยชน และ นายภาณุพงศ์ จาดนอก หรือไมค์ ระยอง ผู้ต้องหาในความผิดฐานยุยงปลุกปั่น ตาม ป.อาญา มาตรา 116 พร้อมข้อหาอื่นๆ จากการร่วมชุมนุมและปราศรัยกับกลุ่มเยาวชนปลดแอกที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคมที่ผ่านมา และถูกนำตัวไปฝากขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ช่วงค่ำวันที่ 13 กันยายนที่ผ่านมานั้น และมีมวลชนและแกนนำปักหลักรวมตัวให้กำลังใจนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่&amp;nbsp; 14 ก.ย. ยังคงมีมวลชนรวมตัวกันอีกครั้ง โดยเพจของคณะประชาชนปลดแอก - Free People โพสต์ข้อความผ่านเฟชบุ๊กระบุว่า 4 โมงเย็นวันนี้ ร่วมยืนยันสิทธิการแสดงออกทางการเมืองหน้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร &amp;ldquo;ต้องไม่มีประชาชนถูกขัง เพราะการแสดงความคิดเห็น&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม เนื่องจากเป็นวันหยุดยาว เรือนจำไม่เปิดให้เข้าไปเยี่ยมผู้ต้องหา 2 รายนี้่ ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ประชาชื่น และเจ้าหน้าที่หน่วยงานความมั่นคงนอกเครื่องแบบหลายสิบนาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ในโลกโซเชียลมีการปลุกระดมโดยใช้การถอนประกัน 2 แกนนำม็อบปลดแอก เป็นเงื่อนไขเรียกมวลชนให้ไปชุมนุมในวันที่ 19 ก.ย. ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาทิ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ แกนนำคณะก้าวหน้า อดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ โพสต์ข้อความในเพจเฟซบุ๊ก Thanathorn Juangroongruangkit - ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ว่า สู้เป็นไท ถอยเป็นทาส
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยระบุว่าเป็นบทสนทนาหน้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ในค่ำคืนอันมืดมิด แต่สว่างไสวด้วยไฟแห่งความโกรธเกรี้ยวและความหวังอันลุกโชนของประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำถาม: อยากบอกอะไรกับนักเรียน นักศึกษา ประชาชน ที่ออกมาแสดงสิทธิความเป็นเจ้าของประเทศในตอนนี้?
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ธนาธร: &amp;ldquo;แม้แต่ข้อเรียกร้องที่ง่ายที่สุดที่ขอให้หยุดคุกคามประชาชน พวกเขายังไม่หยุด คิดกันจริงๆ หรือว่าเขาจะยอมให้เรามีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่เป็นของประชาชน?
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อนาคตของประเทศไทย อนาคตของพวกเราทุกคนอยู่ในมือพวกคุณ ถ้าเราไม่ลุกขึ้นสู้ในวันนี้ ถ้าไม่ออกมายืนยันปกป้องเสรีภาพของพวกเราเองตั้งแต่วันนี้ วันพรุ่งนี้เราจะไม่เหลืออะไร คนรุ่นคุณจะเติบโตมาอยู่ในกรงที่ไร้ซึ่งเสรีภาพ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;นี่คือห้วงเวลาที่น่าตื่นเต้น นี่คือจุดเริ่มต้นแห่งยุคสมัย ธงนำในการต่อสู้วันนี้ไม่ได้อยู่ในสภา ฝากอนาคตของประเทศไทยไว้ที่มือพวกคุณด้วย สู้เป็นไท ถอยเป็นทาส&amp;rdquo; นายธนาธรระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน น.ส.พรรณิการ์ วานิช แกนนำคณะก้าวหน้า โพสต์ข้อความบนทวิตเตอร์ ระบุว่า &amp;quot;ความฝันที่อยากจะเห็นประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขอยู่ใต้รัฐธรรมนูญไม่ใช่เรื่องผิด เดินตามความฝันของอานนท์ ความฝันของเรา ประชาชน เจอกันวันที่ 19 นี้ค่ะ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน น.ส.ณัฏฐา มหัทธนา หรือโบว์ นักเคลื่อนไหวทางการเมือง แนวร่วมพรรคฝ่ายค้าน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Bow Nuttaa Mahattana ว่าตำรวจนั้นผิดตั้งแต่ตั้งข้อหา ม.116 แล้ว และศาลก็ผิดตั้งแต่อนุมัติหมายจับแล้ว การถอนประกันในวันนี้เป็นการต่อขยายความผิดนั้นเท่านั้นเอง แต่ขอบอกว่า มันเป็น &amp;ldquo;จังหวะนรก&amp;rdquo; มาก สำหรับฝ่ายอนุรักษนิยมนะคะ
จะได้ชำระแค้นอย่างสาสม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปิยรัฐ จงเทพ หรือโตโต้ อดีตผู้สมัคร ส.ส.กาฬสินธุ์ เขต 1 พรรคอนาคตใหม่ แกนนำม็อบปลดแอก โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก โตโต้ ปิยรัฐ - Piyarat Chongthep ว่าจากประสบการณ์ของคนที่เคย นอนคุก นอนเรือนจำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คืนแรกในเรือนจำ (พิเศษกรุงเทพฯ) จะต้องเข้าแดนแรกรับ ในขณะนั้นคือแดน 1 แต่ปัจจุบันทราบว่าได้ย้ายไปแดน 2 แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แดน 1 ในช่วงที่ผมต้องเข้าไปใช้ชีวิต 24 ชั่วโมง เพื่อรอการขอประกันตัวนั้น เป็นแดนที่รวมทั้ง นช. และผู้ต้องขัง (รอการประกันตัว) ประมาณ 200 กว่าคน ผมจำได้ว่าวันนั้นมีทั้ง นช.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี, นช.จตุพร พรหมพันธุ์, นช.ธานัท ธนวัชรนนท์ (ทอม ดันดี), นช.สมยศ พฤกษาเกษมสุข และคนดังๆ อีกมากมาย คงเอ่ยนามไม่หมด ต้องขออภัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รู้สึกก้าวแรกที่เข้าไปสัมผัส เหมือนแดนพิศวง เหมือนอยู่คนละโลกกับสังคมภายนอกกำแพงสูง มีประตูเหล็ก และลูกกรงกั้นเป็นช่วงๆ มีการตรวจโรค โดยการถอดเสื้อผ้า หาร่องรอย บาดแผล หรือตำหนิ ตรวจฉี่ และจบลงที่ถ่ายภาพทำประวัติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนจะนำตัวเข้านอนบริเวณห้องแรกรับ หมายเลข 13 เจ้าหน้าที่ให้ผู้ช่วยเหลือ (นช.เหมือนกันนั้นละ) พาพวกผู้มาใหม่ไปอาบน้ำ ซึ่งก็เป็นการอาบน้ำที่ตื่นเต้นไปอีกแบบ เพราะไม่ได้แก้ผ้าอาบรวมหมู่กับใครมานาน ตั้งแต่สมัยอนุบาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปิยรัฐระบุว่า เมื่อเสร็จสิ้นภารกิจส่วนตัว ผู้ช่วยเหลือได้อธิบายกฎกติกาการอยู่ร่วมกันภายในแดน ซึ่งจะมีกฎค่อนข้างเข้มงวด และมีผู้คุมกฎที่เข้มข้นแตกต่างกันไป ก่อนนอนจะมีหัวหน้าห้องมาสอบประวัติเบื้องต้นของผู้มาใหม่ และชวนพูดคุยสัพเพเหระ ผมโชคดีที่ถูกตีตราว่าเป็นผู้ต้องขังคดีการเมือง จึงไม่มีผู้ต้องขัง หรือ นช.คดีอื่นๆมายุ่งย่าม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายในห้องจะเปิดไฟสว่างทั้งคืน เป็นมาตรการความปลอดภัยภายในเรือนจำ คนที่ไม่ชินกับการนอนเปิดไฟอย่างผมก็เล่นเอานอนไม่หลับยันเช้า กระทั่งตี 5.30 น. จะมีเสียงสวดมนต์ตามสายผ่านทีวีภายในห้องขัง เป็นเหมือนนาฬิกาปลุก ให้ทุกคนต้องตื่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นี่คือค่ำคืนที่ผมจะไม่มีวันลืม และจะจดจำ เพื่อวันหนึ่งจะได้ชำระแค้นอย่างสาสม หวังว่าค่ำคืนนี้ อานนท์ และไมค์ จะเข้มแข็ง ทั้งสภาพร่างกายและจิตใจ เพื่อรักษา ประคับประคองความมุ่งมั่นตั้งใจนี้ให้สมความปรารถนา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พวกเราทุกคนจะต้องใช้อิสรภาพของทั้งสองให้ก่อเกิดประโยชน์สูงสุด 19 กันยา พบกัน มธ.ท่าพระจันทร์&amp;quot; แกนนำม็อบปลดแอกผู้นี้ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือจ่านิว โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กส่วนตัวระบุว่า &amp;quot;นี่ไม่ใช่การเข้าเรือนจำครั้งแรกของทนายอานนท์
แม่งให้เราเป็นทาส
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ครั้งแรกที่เข้าไปช่วงกลางปี 2016 (2559) จากการฝากขังของศาลทหารในคดีเลือกตั้งที่ (รัก) ลัก และคดีนั่งรถไฟไปอุทยานราชภักดิ์ ระหว่างนั่งรอเอกสารจากศาลทหารมาถึงเรือนจำ ลุ้นว่าจะได้ประกันรึไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทนายบอกว่า คุกมันไม่น่ากลัวหรอก ค่ายทหารแม่งน่ากลัว คุกเราแค่ไปไหนมาไหนไม่ได้ เราต่อรองกับผู้คุม ผู้คุมมันละเมิดสิทธิเราไม่ได้มากนัก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ค่ายทหาร แม่งให้เราเป็นทาส เรียกร้องอะไรก็ไม่ได้ ผมเคยเกณฑ์ทหาร ค่ายทหารแม่งยิ่งกว่าคุก อยู่ในคุกดีกว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่วันนี้เราออกจากคุกกันเถอะ ออกไปช่วยคนไม่ติดคุกเพราะเผด็จการ และออกไปช่วยประเทศให้พ้นจากการที่ทหารครองเมือง ที่เหมือนติดคุกกันทั้งประเทศดีกว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากการเคลื่อนไหวของพลเมืองโต้กลับ Resistant Citizen ได้ยุติไป ผมกับทนายอานนท์ก็ยังเคลื่อนไหวต่อต้านเผด็จการและการสืบทอดอำนาจกันไปในรูปแบบที่แตกต่างกันไปบ้าง แต่จุดหมายเราเดียวกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในวันนี้การเข้าเรือนจำครั้งที่สองหรือมากกว่าสองของทนายอานนท์ และในวันนี้เป็นวันที่ทนายอานนท์ต้องเข้าไปเรือนจำแบบไม่ได้ออกมาภายในวันเดียวเหมือนรอบก่อน และต้องสูญเสียอิสรภาพแบบไม่รู้กำหนด แต่ที่รู้ๆ บนหนทางอันยาวของการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราก็ต่างถูกกระทำจากเผด็จการต่างๆ นานา&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก็ไม่เคยทำให้เราหวาดหวั่นที่จะยืนหยัดเพื่อประชาธิปไตยของประชาชนทุกคนไปด้วยกัน&amp;quot; นายสิรวิชญ์ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย แสดงความคิดเห็นผ่านเฟซบุ๊กตอบโต้ว่า &amp;quot;เมื่อทำผิดเงื่อนไขการประกันตัว ศาลย่อมสั่งเพิกถอนประกัน ศาลที่ไหนในโลกก็เป็นเช่นนี้ ยกเว้นพวกกินหญ้า ที่ชอบอ้างว่าศาลไม่ยุติธรรม&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดร.เสรี วงษ์มณฑา ผู้ร่วมก่อตั้งสถาบันทิศทางไทย นักวิชาการด้านสื่อสารมวลชนและการตลาด โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กว่า&amp;nbsp; &amp;quot;เวลานี้ผู้หลักผู้ใหญ่ ผู้บริหารบ้านเมือง หน่วยงาน องค์กรต่างๆตลอดจนเจ้าหน้าที่ ต่างก็ต้องยอมจำนนกับข้อเรียกร้องของเด็กๆ เกือบจะทุกเรื่อง เพราะกลัวว่าจะไม่เป็นประชาธิปไตย หรือกลัวเด็กถล่ม กลัวเด็กถอนหงอก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เคยคิดกันบ้างไหมว่า เวลานี้ถอยกันจนหลังจะชนฝา ไม่มีที่จะยืนกันอยู่แล้ว ถึงเวลานั้น อาจจะต้องแก้ไขด้วยวิธีการที่รุนแรง ถึงเวลานั้นจะโดนวาทกรรมอะไรอีก พร้อมที่จะชี้แจงกันหรือเปล่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลานี้เขาปลุกเด็กด้วยวาทกรรม &amp;quot;สู้ก็เป็นไท ถอยก็เป็นทาส&amp;quot; วาทกรรมแบบนี้กินใจ ทำให้เด็กๆ ฮึกเหิม และคิดว่าพวกเขากำลังออกมาล่าฝันให้ตนเองได้ปลดแอกที่ทำให้ไม่มีเสรีภาพ ที่หมายถึงการทำอะไรได้ตามใจตนโดยไม่ต้องคำนึงถึงกฎหมาย หรือกติกาใดๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเจ้าหน้าที่ทำตามกฎหมาย จับคนที่ทำผิดก็เผชิญกับวาทกรรม &amp;quot;นิติสงคราม&amp;quot; ที่พวกเขาบอกว่าเป็นความล้มเหลวของกระบวนการยุติธรรม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;คิดกันให้ดีนะ จะถอยกันอีกนานแค่ไหน ถึงวันที่หลังชนฝา หมดพื้นที่ให้ถอยแล้วจะทำอย่างไรกัน พวกเขารุกเข้ามาเรื่อยๆ รอวันให้เกิดความรุนแรง เราจะรอให้ถึงวันนั้นหรือคะ ต้องพูดกันบ้างแล้วนะคะ อย่ามัวแต่เป็นพลังเงียบกันเลย&amp;quot; ดร.เสรีระบุ
แนวทางการอนุญาตจัดชุมนุม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ ม.ธรรมศาสตร์ โดยรองศาสตราจารย์เกศินี วิฑูรชาติ อธิการบดี ได้ออกประกาศเรื่อง แนวทางการอนุญาตจัดชุมนุมทางการเมืองของนักศึกษาในพื้นที่ของมหาวิทยาลัย โดยมีเนื้อหาดังนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ในเรื่องสิทธิ เสรีภาพ และความรับผิดชอบ ภายในขอบเขตของรัฐธรรมนูญและกฎหมาย และการเคารพความคิดเห็นที่แตกต่างตามระบอบประชาธิปไตย โดยควบคู่กับการดูแลสวัสดิภาพความปลอดภัยของนักศึกษา และหลีกเลี่ยงเหตุการณ์ที่อาจนำไปสู่ความรุนแรง ภายใต้สถานการณ์ของประเทศในปัจจุบัน รวมทั้งป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาที่จะนำไปสู่การถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการบริหารมหาวิทยาลัย (กบม.) วันที่ 1 กันยายน 2563 จึงเห็นควรกำหนดแนวทางของมหาวิทยาลัยในการอนุญาตจัดชุมนุมทางการเมืองของนักศึกษาในพื้นที่ของมหาวิทยาลัย ดังต่อไปนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;1.หลักการพื้นฐานคือ มหาวิทยาลัยเป็นพื้นที่ให้นักศึกษาในการแสดงออก รวมถึงการชุมนุมทางการเมือง ทั้งนี้ ในขอบเขตของกฎหมายและรัฐธรรมนูญ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.การจัดชุมนุมทางการเมืองในพื้นที่มหาวิทยาลัย ต้องเป็นการจัดโดยกลุ่มกิจกรรมที่สังกัดมหาวิทยาลัยหรือคณะ หากเป็นกลุ่มอิสระ หรือกลุ่มเฉพาะกิจ จะต้องมีอาจารย์ที่ปรึกษาให้การรับรอง ทั้งนี้ ในการใช้พื้นที่ต้องขออนุญาตและได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;3.เพื่อเป็นแนวปฏิบัติในการจัดชุมนุมทางการมืองให้เป็นไปโดยเรียบร้อยและปลอดภัย ให้มีการตกลงร่วมกันระหว่างนักศึกษาผู้จัดชุมนุม เจ้าหน้าที่ตำรวจหรือเจ้าหน้าที่รัฐที่รับผิดชอบ และมหาวิทยาลัย ทั้งนี้ ควรจัดทำเป็นลายลักษณ์อักษร โดยมีข้อตกลงในเรื่องเนื้อหาและวิธีการแสดงออกให้อยู่ในขอบเขตของกฎหมาย และมีมาตรการที่เหมาะสมในการดำเนินการให้เป็นไปตามข้อตกลง อีกทั้งมีมาตรการในการดูแลสวัสดิภาพและความปลอดภัยของนักศึกษาด้วย ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ประกาศ ณ วันที่ 3 กันยายน พ.ศ.2563
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม แกนนำกลุ่มไทยภักดี โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กเรื่อง สิ่งที่สื่อต่างชาติเข้าใจผิด มีเนื้อหาดังนี้ ผมคิดว่าแม้แต่สื่อต่างชาติยังเข้าใจผิด เพราะมีการใช้วาทกรรมบิดเบือนซ้ำๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;1.เข้าใจว่า ม.112 มีไว้เพื่อกลั่นแกล้งทางการเมือง ผมตอบว่าไม่จริง กฎหมายมาตรานี้ก็ไม่ต่างจากกฎหมายอาญามาตรา 326 ของประชาชน ที่ใช้ปกป้องตนเอง กรณีมีคนมาหมิ่นประมาท ใส่ร้าย และทุกประเทศก็มีกฎหมายปกป้องประมุขแห่งรัฐ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.สื่อเขาเข้าใจว่า ถ้าไม่พอใจใคร หรือนักการเมืองคนไหน ใช้ม.112 กล่าวหาได้เลย ผมหัวเราะและบอกว่านี่คือวาทกรรมบิดเบือน เพราะในรอบ 30 ปีมานี้ ไม่เคยมีใครหรือนักการเมืองคนไหนติดคุกเพราะ ม.112 ยกเว้นพวกไปกล่าวหาให้ร้าย เช่น นายปวิน ปกติแล้วรัฐบาลไม่สามารถใช้ ม.112 ไปกล่าวหาใครก็ได้ตามใจชอบ แสดงว่าเข้าใจกันผิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;3.เขาเข้าใจว่ารัฐบาลชุดนี้เป็นรัฐบาลทหาร เผด็จการ ผมบอกว่าเขาเป็นรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง มาจากการหย่อนบัตรพร้อมกับพวกที่กล่าวหา และนายธนาธรก็เคยแข่งนายกฯ แต่แพ้ ดังนั้น นายกฯ ท่านนี้เขามาจากการเลือกตั้ง เพียงแต่เขาเคยเป็นหัวหน้า คสช. และรัฐบาลยุโรป อเมริกา ญี่ปุ่นก็รับรองไม่ใช่เหรอ ผมย้ำกับเขาว่านี่ก็เป็นวาทกรรมบิดเบือน ที่สำคัญถ้าเป็นรัฐบาลทหาร มีอำนาจจริง เขาซื้อเรือดำน้ำไปแล้ว วันนี้ทหารมีอิทธิพลสู้นักการเมืองไม่ได้ อำนาจอยู่ที่นักการเมือง
ทำลายสถาบันจักรพรรดิ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;4.เขาเข้าใจว่าฝ่ายนักศึกษาและฝ่ายค้านเป็นฝ่ายประชาธิปไตย อีกฝ่ายเป็นฝ่ายเผด็จการ ผมบอกว่า เมืองไทยใช้วาทกรรมบิดเบือนเยอะมาก จะเอาคำพูดมาเป็นสาระไม่ได้ ต้องดูที่การกระทำ ยกตัวอย่าง ฝ่ายที่อ้างว่าเป็นประชาธิปไตย เอาแต่โกหก คุกคามใส่ร้ายคนอื่น ในอดีตพวกของฝ่ายนี้เคยเป็นรัฐบาล แต่ใช้อำนาจทางสภาเผด็จการมากกว่าทหาร จนประชาชนนับล้านออกมาขับไล่ ดังนั้นในเมืองไทยต้องดูที่การกระทำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;5.ทำไมสถาบันพระมหากษัตริย์ไม่อยู่ใต้รัฐธรรมนูญเหมือนญี่ปุ่น ผมบอกว่าสถาบันพระมหากษัตริย์ไทยอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ ไม่เคยมีการบริหารราชการใดๆ ที่รัฐบาลบริหารไม่ได้ เพราะติดขัดที่สถาบัน แม้แต่กฎหมายทุกฉบับก็ผ่านหมด ไม่เคยมีปัญหา ในทุกรัฐบาล หากมีปัญหา สภาก็ยืนยันกฎหมายได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนข้อเรียกร้องปฏิรูปสถาบันก็ไม่สมเหตุผล ไม่เกี่ยวกับประโยชน์สุขของประชาชนใดๆ ทั้งสิ้น เป็นการเรียกร้องที่มีอคติส่วนตัว องค์พระมหากษัตริย์จะมีศักดิ์ศรีต่ำกว่าประชาชนทั่วไป ตามที่เขาเรียกร้องแทบจะถือว่าไร้ศักดิ์ศรีของความเป็นประชาชน เขามีเจตนาเพื่อให้เกิดความอ่อนแอและเสื่อมสลายไปในที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมชี้ต่อว่า เนื่องจากรัฐธรรมนูญญี่ปุ่นถูกร่างโดยอเมริกา ที่ต้องการทำลายสถาบันจักรพรรดิ ในช่วงญี่ปุ่นแพ้สงครามโลก แต่ทำลายไม่ได้ จึงให้ดำรงไว้และลดบทบาททุกอย่าง ถ้ารัฐธรรมนูญญี่ปุ่นร่างโดยคนญี่ปุ่น อาจจะวางบทบาทสถาบันไว้มากกว่านี้ก็ได้ ส่วนประเทศไทย รัฐธรรมนูญร่างโดยคนไทย จึงวางบทบาทสถาบันพระมหากษัตริย์ให้สมพระเกียรติ ในฐานะเป็นผู้สร้างชาติไทยมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;6.บทบาท ส.ว. ผมบอกว่า ส.ว.เลือกนายกฯ ได้ เป็นบทเฉพาะกาล 5 ปี ที่ผ่านมาจากประชามติที่ประชาชนอนุญาต ในช่วงเวลาจำกัด เหลือเวลาอีก 3 ปีกว่าก็จะหมดอายุ ซึ่งเขาเข้าใจว่า ส.ว.จะเลือกนายกฯ ได้ตลอด เป็นความเข้าใจผิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส.ว.ชุดใหม่ตามรัฐธรรมนูญก็จะมาจากการเลือกตั้งจังหวัดต่างๆ และกลุ่มอาชีพ มีความเป็นอิสระ ปราศจากการครอบงำจากพรรคการเมือง และมีโอกาสที่ความหลากหลายของอาชีพจะมีตัวแทนเป็น ส.ว. เช่น เกษตรกร ครู ทนายความ เป็นต้น ดังนั้นรัฐธรรมนูญนี้น่าจะได้ ส.ว.ที่มีคุณภาพมากกว่าอดีตทุกชุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ขณะที่นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวว่า เห็นด้วยกับ 3 ข้อเรียกร้อง 2 จุดยืน และ 1 ความฝันของนักศึกษามาตลอด และเชื่อว่าแนวทางเช่นนี้จะได้รับการยอมรับจากประชาชนเต็มที่ จนทำให้การต่อสู้ง่ายขึ้น และคาดว่าการเปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้นโดยฉับพลัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สถานการณ์ในขณะนี้ อาจไม่รุนแรงเหมือน 6 ตุลา เมื่อไม่มีป่าให้เข้า ไม่มีพรรคคอมมิวนิสต์ให้ร่วมอยู่ แต่โรคแทรกที่น่ากลัวที่สุดคือมหาอำนาจต่างๆ ซึ่งประมาทกันไม่ได้ เพราะเรามีทรัพยากรสมบูรณ์ กว่าหลายประเทศเสียอีก ดังนั้นต้องคิดให้ละเอียดและรอบคอบ อีกทั้งคนผ่านมา 2 เหตุการณ์ ตายร่วม 200 ชีวิตอย่างผมนั้น จะไม่คิดอะไรเลยไม่ได้ ส่วนเรื่องความขลาดกลัวไม่มี เพราะวันนี้การต่อสู้ต้องใช้สมอง&amp;quot; นายจตุพรกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักเลขาธิการใหญ่ แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ณ กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร ออกปฏิบัติการด่วน เชิญชวนสมาชิก นักกิจกรรม และผู้สนับสนุนกว่า 8 ล้านคนทั่วโลก ร่วมกันส่งจดหมายถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เรียกร้องทางการไทยยกเลิกข้อหาต่อผู้ชุมนุมทั้ง 31 คน ยุติการขัดขวางการเข้าร่วมชุมนุมของประชาชนหรือปิดปากเสียงวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลและการแสดงความเห็นในประเด็นทางสังคม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รวมทั้งแก้ไขเพิ่มเติมหรือยกเลิกกฎหมายที่มีเนื้อหากำกวมหรือคลุมเครือ เพื่อให้กฎหมายเหล่านี้มีเนื้อหาสอดคล้องกับพันธกิจของประเทศที่จะเคารพ คุ้มครอง และเติมเต็มสิทธิในเสรีภาพการแสดงออกและการชุมนุมโดยสงบ ซึ่งการรณรงค์นี้จะมีไปถึงวันที่ 21 ตุลาคม 2563 &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
รัฐบาลปิดปากผู้วิจารณ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ระบุว่า&amp;nbsp; ผู้ชุมนุมอย่างสงบ 31 คน ประกอบไปด้วย นายอานนท์ นำภา, นายบารมี ชัยรัตน์, นายชลธิศ โชติสวัสดิ์, นายเดชาธร บํารุงเมือง, นายจักรธร ดาวแย้ม,&amp;nbsp; นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา, นางสาวจิรฐิตา ธรรมรักษ์, นางสาวจุฑาทิพย์ ศิริขันธ์, นายกานต์นิธิ ลิ้มเจริญ, นายกรกช แสงเย็นพันธ์, นายกฤษณะ ไก่แก้ว, นางสาวลัลนา สุริโย, นายณวรรษ เลี้ยงวัฒนา, นายณัฐพงษ์ ภูแก้ว, นายณัฐวุฒิ สมบูรณ์ทรัพย์, นางสาวเนตรนภา อํานาจส่งเสริม, นางสาวปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล,&amp;nbsp; นายภานุมาศ สิงห์พรม, นายภาณุพงศ์ จาดนอก, นายพริษฐ์ ชิวารักษ์, นางสาวพิมพ์สิริ เพชรน้ำรอบ, นายปรัชญา สุรกําจรโรจน์,&amp;nbsp; นางสาวสิรินทร์ มุ่งเจริญ, นางสุวรรณา ตาลเหล็ก, นายทักษกร มุสิกรักษ์, นายทัตเทพ เรืองประไพกิจเสรี, นายธนชัย เอื้อชา, นายธนายุทธ ณ อยุธยา, นายธานี สะสม, นายทศพร สินสมบุญ และนายยามารุดดิน ทรงศิริ อาจได้รับโทษจำคุกสูงสุดเจ็ดปี เนื่องทางการไทยออกหมายจับแกนนำและนักกิจกรรมเพื่อประชาธิปไตยจำนวน 15 คน จากบทบาทในการจัดการชุมนุมที่กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2563 ส่วนผู้ชุมนุมอีก 16 คน ได้รับหมายเรียกและถูกแจ้งข้อหาจากเหตุการณ์เดียวกัน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ทั้ง 31 คนถูกดำเนินคดีในข้อหาร้ายแรง รวมทั้งยุยงปลุกปั่น ซึ่งเป็นกฎหมายที่มีเนื้อหากำกวมและจำกัดเสรีภาพ ที่รัฐบาลมักใช้เพื่อปิดปากผู้วิพากษ์วิจารณ์ หากศาลตัดสินว่ามีความผิด นักกิจกรรมแต่ละคนอาจได้รับโทษจำคุกสูงสุดเจ็ดปี การจับกุมผู้ชุมนุมอย่างสงบที่เกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ แสดงให้เห็นถึงการปราบปรามเสรีภาพในการแสดงออกและการชุมนุมโดยเจ้าหน้าที่ที่เข้มข้นขึ้น&amp;rdquo; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แอมเนสตี้ยังกังวลว่า ข้อหามีขอบเขตและเนื้อหากว้างขวางเช่นนี้ กำลังถูกใช้เพื่อปิดปากผู้วิจารณ์รัฐบาลของไทยซึ่งมีประวัติการจับกุมโดยมิชอบด้วยกฎหมายหรือมีแรงจูงใจทางการเมืองมาอย่างยาวนาน และเสียใจที่มีการปราบปรามการจัดกิจกรรมในพื้นที่สาธารณะ ซึ่งมีความเข้มข้นมากยิ่งขึ้น โดยตามกฎหมายและมาตรฐานสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ การเข้าร่วมและการจัดการชุมนุมโดยสงบ เป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของทุกคน เช่นเดียวกับการมีสิทธิในเสรีภาพการแสดงความเห็นและการวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาล การใช้สิทธิเหล่านี้ไม่อาจถือเป็นความผิดทางอาญา และไม่ควรได้รับการปฏิบัติเช่นนั้น&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล จึงเชิญชวนสมาชิก นักกิจกรรม ผู้สนับสนุน ตลอดจนผู้ที่สนใจประเด็นสิทธิมนุษยชนทั่วโลก เขียนจดหมายเรียกร้องถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีของไทย เรียกร้องให้ยกเลิกข้อหาต่อผู้ชุมนุมทั้ง 31 คน และบุคคลอื่นๆ โดยทันที พวกเขาถูกดำเนินคดีเพียงเพราะใช้สิทธิ์ที่จะมีเสรีภาพในการแสดงออกและการชุมนุมโดยสงบ และยุติความพยายามหรือการดำเนินงานใดๆ ที่มีเป้าหมายเพื่อขัดขวางการเข้าร่วมของสาธารณะในการชุมนุมโดยสงบ หรือการปิดปากเสียงวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลและการแสดงความเห็นในประเด็นทางสังคม รวมทั้งแก้ไขเพิ่มเติมหรือยกเลิกกฎหมายที่มีเนื้อหากำกวมหรือคลุมเครือ เพื่อให้กฎหมายเหล่านี้มีเนื้อหาสอดคล้องกับพันธกิจของประเทศที่จะเคารพ คุ้มครอง และเติมเต็มสิทธิในเสรีภาพการแสดงออกและการชุมนุมโดยสงบ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76526</URL_LINK>
                <HASHTAG>คำสั่งถอนประกันตัว, ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, นอนคุกปลุกม็อบ, สู้เป็นไท ถอยเป็นทาส, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อยากนอนคุกเป็นเงื่อนไขปลุกม็อบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200904/image_big_5f524c61d79a8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
