<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>110908</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/07/2021 07:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/07/2021 07:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คำสั่งนายกรัฐมนตรี! เพิ่มองค์ประกอบคณะกรรมการเฉพาะกิจสกัดโควิด-19</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ก.ค.64 - เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่คำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ 11/๒๕๖๔เรื่อง เพิ่มเติมองค์ประกอบคณะกรรมการเฉพาะกิจเพื่อการบูรณาการด้านการแพทย์และสาธารณสุข&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตามที่ได้มีคำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ ๗ /๒๕๖๔ เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการเฉพาะกิจเพื่อการบูรณาการด้านการแพทย์และสาธารณสุข ลงวันที่ ๕ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๔ นั้น เพื่อให้การบริหารจัดการและการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด - 19 ในเรื่องที่เกี่ยวข้องทางการแพทย์และสาธารณสุขเป็นไปด้วยความเรียบร้อย และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อาศัยอำนาจตามความในข้อ ๒ วรรคสอง ของคำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ ๕/๒๕๖๓เรื่อง การจัดตั้งหน่วยงานพิเศษเพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินพ.ศ. ๒๕๔๘ ลงวันที่ ๒๕ มีนาคม ๒๕๖๓ นายกรัฐมนตรีในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด - 19 จึงมีคำสั่งให้เพิ่มเติมองค์ประกอบคณะกรรมการเฉพาะกิจเพื่อการบูรณาการด้านการแพทย์และสาธารณสุข โดยให้มี อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกเป็นกรรมการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
สั่ง ณ วันที่ ๑๔ กรกฎำคม พ.ศ. ๒๕๖๔
พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
นายกรัฐมนตรี
ผู้อำนวยการศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด - 19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110908</URL_LINK>
                <HASHTAG>คำสั่งนายกรัฐมนตรี, ผู้อำนวยการศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด, วัคซีนโควิด, โควิด19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210219/image_big_602fcb5d67f6e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>100424</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/04/2021 12:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/04/2021 12:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สส.ก้าวไกลค้านรัฐบาลแบ่งเค้กงบฟื้นฟูโควิด4.5หมื่นล้านแจกรายจังหวัดฐานเสียงรมต.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
23 เม.ย.64 -&amp;nbsp; นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล คัดค้านคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ 85/2564 เรื่องมอบหมายให้รัฐมนตรีรับผิดชอบแนวคิดการขับเคลื่อนไทยไปด้วยกันระดับพื้นที่จังหวัด ซึ่งมีสาระสำคัญคือการแบ่งพื้นที่ให้รัฐมนตรีเป็นผู้ขับเคลื่อนงบประมาณโครงการพัฒนาและเสริมสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานราก กรอบงบประมาณ 45,000 ล้านบาท โดยระบุว่า เป็นเรื่องน่าผิดหวังอย่างยิ่ง ที่ในช่วงที่กำลังเกิดวิกฤตประเทศ ครม. กลับลักหลับออกคำสั่งแบ่งเค้กประเทศในครั้งนี้ออกมา คำสั่งแต่งตั้งให้รัฐมนตรีที่ทำงานกระทรวงในระดับประเทศให้มาขับเคลื่อนการใช้งบประมาณระดับพื้นที่ ซึ่งเป็นการบริหารงานที่คิดแต่หวังผลทางการเมือง ไม่ได้คำนึงถึงประสิทธิภาพและผลประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้ง และตั้งข้อสังเกตว่า การมอบหมายจังหวัดที่รัฐมนตรีรับผิดชอบนั้น ไม่ได้แบ่งตามเหตุผลความจำเป็นของประชาชน แต่แบ่งตามฐานเสียงของพรรครัฐบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เรื่องที่ผมเห็นว่าผิดปกติ คือ การแบ่งพื้นที่ขับเคลื่อนงบประมาณเป็นไปตามฐานเสียงที่รัฐมนตรีท่านนั้นๆ เป็นผู้ที่มีอิทธิพลในพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็น นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม ได้ดู จ.สุโขทัย, นายอิทธิพล คุณปลื้ม รมว.วัฒนธรรม ได้ดู จ.ชลบุรี, นางสาวตรีนุช จากตระกูลเทียนทอง ได้ดู จ.สระแก้ว, ชัยวุฒิ ธนาคมนุสรณ์ รมว.ดิจิทัล ได้ดู จ.สิงห์บุรี ที่ตัวเองเคยเป็น ส.ส. หลายสมัย, นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ ได้ดู จ.นครราชสีมา นอกจากพรรคพลังประชารัฐ พรรคร่วมรัฐบาลอื่นก็ได้ดูการใช้งบในจังหวัดตัวเองเช่นเดียวกัน ทั้งนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ ที่ได้ดู จ.บุรีรัมย์, น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ น้องสาวนายธาดา ไทยเศรษฐ์ ได้ดู จ.อุทัยธานี, นายวราวุธ ศิลปอาชา ได้ดู จ.สุพรรณบุรี นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน ได้ดู จ.ประจวบคีรีขันธ์ และนายสาธิต ปิตุเตชะ ที่ได้ดู จ.ระยอง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพิจารณ์ กล่าวว่า ที่น่าจับตา คือภาคใต้ที่รัฐมนตรีจากพรรคประชาธิปัตย์ได้ดูแลเพียง 2 คน คือนายเฉลิมชัย และนายนิพนธ์ ซึ่งนายนิพนธ์ก็ไม่ได้ดู จ.สงขลา แต่เป็น ร.อ. ธรรมนัส พรหมเผ่า ที่ลงมาดูพื้นที่หลายจังหวัดที่สำคัญของภาคใต้ ไม่ว่าจะเป็นสงขลา, นครศรีธรรมราช, ภูเก็ต แล้วให้ น.ส.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ ขึ้นไปดูจังหวัดในโซนภาคเหนือของตัวเองแทน ก็ต้องจับตาความขัดแย้งภายในรัฐบาลตรงนี้ ไม่ว่าใครจะได้ดูจังหวัดใดก็แล้วแต่ ก็แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนแล้วว่าการจัดสรรงบประมาณ 45,000 ล้านบาทครั้งนี้ เอาผลประโยชน์ทางการเมืองเป็นตัวตั้ง ไม่ใช่ผลประโยชน์ของประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ นายพิจารณ์ ระบุว่า ขอให้รัฐบาลพิจารณาทบทวนคำสั่งแต่งตั้งและการใช้งบประมาณในส่วนนี้ เพื่อนำไปใช้แก้ปัญหาวิกฤติเยียวยาประชาชน งบประมาณโครงการขับเคลื่อนไทยไปด้วยกัน ก้อนนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนงานฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม ภายใต้ พ.ร.ก. เงินกู้ 1 ล้านล้านบาท ซึ่งปรากฏชัดเจนแล้วว่างบประมาณก้อนนี้ที่ผ่านมาเต็มไปด้วยโครงการที่ไม่สมเหตุสมผล มีการอนุมัติโครงการและเบิกจ่ายล่าช้ามาก ก่อนหน้านี้ รัฐบาลเคยอนุมัติโครงการจากเงินกู้ให้กับจังหวัดต่าง ๆ ไปแล้ว 210 โครงการ งบประมาณเกือบ 1,000 ล้านบาท ปรากฏว่ามีถึง 160โครงการ ที่ยังไม่ได้เริ่มเบิกจ่ายเลยแม้แต่บาทเดียว และส่วนที่เบิกจ่ายไปแล้วคิดเป็นเพียงแค่ 2% เท่านั้น พรรคก้าวไกลจึงอยากเสนอให้รัฐบาลทบทวนงบก้อนนี้ แล้วนำมาใช้เป็นงบเยียวยาประชาชนสำหรับโควิดระลอก 3 แทน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ที่ผมในนามพรรคก้าวไกลออกมาคัดค้านในครั้งนี้ เพราะเห็นว่าเงินที่ท่านจะเอาไปแบ่งเค้กกันนั้น มาจากที่ท่านขอกู้มาเพื่อแก้ปัญหาสถานการณ์วิกฤต เวลานี้รัฐบาลควรบริหารจัดการงบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน ไม่ใช่การนำงบประมาณมากระจายตามฐานเสียง ตอกย้ำกระแสข่าวลือเรื่องการยุบสภาว่าอาจเกิดขึ้นจริง&amp;rdquo;นายพิจารณ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100424</URL_LINK>
                <HASHTAG>คำสั่งนายกรัฐมนตรี, งบโควิด4.5หมืื่นล้าน, นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์, แผนฟื้นฟูเศรษฐกิจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210423/image_big_60825890d7d65.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>65510</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/05/2020 10:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/05/2020 10:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯไล่บี้หน่วยราชการลุยทำงานเชิงรุกแก้ภัยแล้ง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 พ.ค. 2563 &amp;nbsp;นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเผย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมรับทราบสถานการณ์ภัยแล้งหลังประสบปัญหาฝนทิ้งช่วงติดต่อกันหลายเดือนพบว่าภัยแล้งได้ขยายวงกว้างครอบคลุมหลายพื้นที่ โดยนายกรัฐมนตรีได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด สั่งการให้ทุกฝ่ายเตรียมรับมือสถานการณ์ไม่ว่าจะเป็นการขุดบ่อน้ำบาดาล หาแหล่งน้ำสำรอง ตั้งจุดแจกจ่ายน้ำปะปา น้ำอุปโภค บริโภค เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางนฤมลกล่าวว่า​ สำหรับกรณีบ้านหนองกาว หมู่ 5 ต.นาเชือก อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ &amp;nbsp;ที่ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำอุปโภค บริโภค นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้สำนักทรัพยากรน้ำบาดาลเขต 4 ขอนแก่นลงพื้นที่ติดตามข้อเท็จริง และหาแนวทางการให้ความช่วยเหลือ จากรายงานเบื้องต้นพบว่าหมู่บ้านดังกล่าวมีน้ำดิบไม่เพียงพอเนื่องจากภัยแล้งยาวนาน โดยสำนักทรัพยากรน้ำบาดาล เขต 4 ขอนแก่นได้เร่งให้ความช่วยเหลือ ขุดเจาะบ่อน้ำบาดาลเพิ่มแล้วส่วนระยะยาวจะทำการสำรวจในรายละเอียดและหาแนวทางช่วยเหลืออย่างยั่งยืนต่อไป​ ทั้งนี้​ นายกรัฐมนตรีกำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้ง เน้นย้ำให้เร่งทำงานเชิงรุก อย่าปล่อยให้ประชาชนเดือดร้อน หากพบพื้นที่ใดขาดแคลนน้ำให้เร่งออกแจกจ่ายน้ำให้แก่ประชาชน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน พร้อมกับขอความร่วมมือประชาชนร่วมกันใช้น้ำอย่างประหยัด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65510</URL_LINK>
                <HASHTAG>คำสั่งนายกรัฐมนตรี, นฤมล ภิญโญสินวัฒน์, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, แก้ปัญหาภัยแล้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200304/image_big_5e5f6e6b332b2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>63133</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/04/2020 18:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/04/2020 18:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คำสั่งฯแก้คำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ 9/2563 สยบกระแสยึดอำนาจกระทรวงสาธารณสุข</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14&amp;nbsp;เม.ย.63 - เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่คำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ 12/2563 เรื่องแก้ไขเพิ่มเติมคำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ 9/2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตามที่ได้มีคำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ 9/2563&amp;nbsp;เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการเฉพาะกิจเกี่ยวกับการบริหารจัดการพัสดุสำหรับการป้องกัน ควบคุม หรือรักษาโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนำ 2019 (โควิด 19) ลงวันที่ 10 เมษายน &amp;nbsp;2563 &amp;nbsp;นั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยที่สมควรแก้ไขเพิ่มเติมองค์ประกอบของคณะกรรมการเฉพาะกิจดังกล่าว อาศัยอำนาจ ตามข้อ 2 วรรคสองของคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ 5/2563 เรื่อง การจัดตั้งหน่วยงานพิเศษเพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชก หนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 ลงวันที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2563 จึงแก้ไขเพิ่มเติมองค์ประกอบ ดังต่อไปนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;องค์ประกอบ (1) ปลัดสำนักนยกรัฐมนตรี ประธาน &amp;nbsp;(2) ปลัดกระทรวงสาธารณสุข รองประธานคนที่1 (ฝ่ายยา เวชภัณฑ์และเครื่องมือแพทย์) (3) เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา รองประธานคนที่2 (ฝ่ายการส่งออก)&amp;nbsp; (4) อธิบดีกรมบัญชีกลาง รองประธานคนที่ 3 (ฝ่ายกำหนดราคากลาง) (5) อธิบดีกรมศุลกากร รองประธานคนที่4 (ฝ่ายการนำเข้า) (6) อธิบดีกรมการค้าภายใน รองประธานคนที่5 (ฝ่ายการบริหารจัดการทั่วไป)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(7) อธิบดีกรมควบคุมโรค กรรมการ (8) เลขำธิกำรคณะกรรมการอาหารและยา กรรมการ (9) ผู้แทนสำนักงบประมาณ กรรมการ (10) ผู้แทนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรรมการ (11) ผู้แทนสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี กรรมการ (12) ผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา กรรมการ (13) ผู้แทนกระทรวงการต่างประเทศ กรรมการ (14) ผู้แทนกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กรรมการ (15) ผู้แทนกระทรวงมหาดไทย กรรมการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(16) ผู้แทนกระทรวงอุตสาหกรรม กรรมการ (17) ผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน กรรมการ (18) ผู้แทนกรมการปกครอง กรรมการ (19) ผู้แทนกรมศุลกากร กรรมการ (20) ผู้แทนกรมการค้าต่างประเทศ กรรมการ (21) ผู้แทนกรมการค้าภายใน กรรมการ (22) ผู้แทนกรมบัญชีกลาง กรรมการ (23) ผู้แทนกรมทรัพย์สินทางปัญญา กรรมการ (24) ผู้แทนกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กรรมการ (25) ผู้แทนกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น กรรมการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(26) ผู้แทนกรุงเทพมหานคร กรรมการ (27) ผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม กรรมการ (28) ผู้แทนสมาคมโรงพยาบาลเอกชน กรรมการ (29) ผู้แทนกลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย กรรมการ (30)นายรณภพ ปัทมะดิษ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กรรมการและเลขานุการ (31) เจ้าหน้าที่ที่ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีมอบหมาย กรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(32) หน้าที่ที่ปลัดกระทรวงสาธารณสุขมอบหมาย กรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ (33เจ้าหน้าที่ที่เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกามอบหมาย กรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ (34)จ้าหน้าที่ที่อธิบดีกรมการค้าภายในมอบหมาย กรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ (35)เจ้าหน้าที่ที่อธิบดีกรมบัญชีกลางมอบหมาย กรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ (36)เจ้าหน้าที่ที่อธิบดีกรมศุลกากรมอบหมาย กรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อาศัยอำนาจตามหน้าที่และอำนาจที่กำหนดไว้ใน (11) ของคำสั่งดังกล่าว ในขณะนี้ให้คณะกรรมการเฉพาะกิจเกี่ยวกับการบริหารจัดการพัสดุสำหรับการป้องกัน ควบคุม หรือรักษาโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด 19) ตามคำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ 9/2563 ลงวันที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2563 &amp;nbsp;มีหน้าที่และอำนาจเช่นเดิม แต่ให้คณะกรรมการเฉพาะกิจเกี่ยวกับการบริหารจัดการพัสดุสำหรับการป้องกัน ควบคุม หรือรักษาโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด 19) ดำเนินการเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวกับสินค้าหน้ากากอนามัยและหน้ากากประเภทอื่น (ยกเว้นหน้ากากชนิด N95) เท่านั้น จนกว่านายกรัฐมนตรีหรือคณะรัฐมนตรีจะมอบหมายเป็นประการอื่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป สั่ง ณ วันที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ 9/2563 เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการเฉพาะกิจเกี่ยวกับการบริหารจัดการพัสดุสำหรับการป้องกัน ควบคุม หรือรักษาโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด -19) องค์ประกอบคณะกรรมการมีจำนวนทั้งสิ้น 33 &amp;nbsp;คน ประกอบด้วย 1) ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ประธาน (2) เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา รองประธาน (3) อธิบดีกรมบัญชีกลาง รองประธาน (4) อธิบดีกรมศุลกากร รองประธาน (5) อธิบดีกรมการค้าภายใน รองประธาน (6) ผู้แทนสำนักงบประมาณ กรรมการ (7) ผู้แทนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรรมการ (8) ผู้แทนสำนักงานปลัดลำนักนายกรัฐมนตรี กรรมการ (9) ผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา กรรมการ (10) ผู้แทนกระทรวงการต่างประเทศกรรมการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(11) ผู้แทนกระทรวงมหาดไทย กรรมการ (12) ผู้แทนกระทรวงอุตสาหกรรม กรรมการ (13) ผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน กรรมการ (14) ผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กรรมการ (15) ผู้แทนองค์การเภสัชกรรม กรรมการ (16) ผู้แทนกรมการปกครอง กรรมการ (17) ผู้แทนกรมศุลกากร กรรมการ (18) ผู้แทนกรมการค้าต่างประเทศ กรรมการ (19) ผู้แทนกรมการค้าภายใน กรรมการ (20) ผู้แทนกรมบัญชีกลาง กรรมการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(21) ผู้แทนกรมทรัพย์สินทางปัญญา กรรมการ (22) ผู้แทนกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กรรมการ (23) ผู้แทนกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น กรรมการ (24) ผู้แทนกรมสนับสนุนการสุขภาพ กรรมการ (25) ผู้แทนกรุงเทพมหานคร กรรมการ (26) ผู้แทนสมาคมโรงพยาบาลเอกชน กรรมการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(27) ผู้แทนกลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย กรรมการ (28) นายรณภพ ปัทมะดิษ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กรรมการ และเลขานุการ (29) เจ้าหน้าที่ที่ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีมอบหมาย กรรมการ และผู้ช่วยเลขานุการ (30) เจ้าหน้าที่ที่เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกามอบหมาย กรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ (31) เจ้าหน้าที่ที่อธิบดีกรมการค้าภายในมอบหมาย กรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ (32) เจ้าหน้าที่ที่อธิบดีกรมบัญชีกลางมอบหมาย กรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ (33) เจ้าหน้าที่ที่อธิบดีกรมศุลกากรมอบหมาย กรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คำสั่งนี้มีการวิพากษ์วิจารณ์และตั้งข้อสังเกตว่าองค์ประกอบคณะกรรมการฯ&amp;nbsp;ไม่มีปลัดกระทรวงสาธารณสุข &amp;nbsp;ซึ่งเป็นหัวหน้าฝ่ายสาธารณสุข ของ ศบค. &amp;nbsp;ไม่มีอธิบดีกรมควบคุมโรค&amp;nbsp; ซึ่งเป็นหน่วงงานหลักทำหน้าที่ควบคุมการระบาดของเชื้อโรค และอธิบดีกรมการแพทย์ ซึ่งทำหน้าที่รักษาผู้ป่วย ร่วมเป็นคณะกรรมการด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกทั้งอำนาจหน้าที่ที่กำหนดไว้ในคำสั่งมีลักษณะที่ทำให้เข้าใจได้ว่า คณะกรรมการชุดนี้ มีอำนาจพิจารณากลั่นกรองการจัดซื้อพัสดุ และ เวชภัณฑ์ ป้องกัน ควบคุม และ รักษาโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา หรือ Covid-19 &amp;nbsp;ซึ่งเคยเป็นอำนาจหน้าที่ของกระทรวงสาธารณสุข &amp;nbsp;จนมีการวิพากษณ์วิจารณ์กันในกระทรวงสาธารณสุข ว่าศบค.ได้ยึดอำนาจกระทรวงสาธารณสุข ไปแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อ่านคำสั่งฉบับเต็ม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คำสั่งนายกรัฐมนตรีที่12/2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ 9/2563&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63133</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงสาธารณสุข, คำสั่งนายกรัฐมนตรี, ศบค.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190418/image_big_5cb8838b37db0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>62790</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/04/2020 08:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/04/2020 08:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ราชกิจจาฯแพร่ คำสั่งนายกฯ แต่งตั้งผู้บัญชาการเหตุการณ์ ณ ท่าอากาศยานทั่วราชอาณาจักร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 เม.ย.63 - ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ คำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ 10/2563 เรื่อง แต่งตั้งผู้บัญชาการเหตุการณ์ ณ ท่าอากาศยานทั่วราชอาณาจักร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตามที่ได้มีประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักร ลงวันที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2563 แล้ว นั้น เพื่อให้การแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด 19) ณ ท่าอากาศยานทั่วราชอาณาจักรเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพและเป็นเอกภาพยิ่งขึ้น อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 7 วรรคสองแห่งพระรสชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 นายกรัฐมนตรีจึงมีคำสั่งให้กองบัญชาการกองทัพไทยแต่งตั้งผู้บัญชาการเหตุการณ์ ณ ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิและท่าอากาศยานนานาชาติดอนเมือง และแต่งตั้งให้ผู้ว่าราชการจังหวัด/ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดเป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์ ณ ท่าอากาศยาน นานาชาติและท่าอากาศยานในจังหวัดของตน เพื่อบังคับบัญชาและกำกับดูแลการปฏิบัติงานของ ศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉิน(EOC) ณ ท่าอากาศยาน รวมทั้งดำเนินการอื่นๆ ตามที่นายกรัฐมนตรี หรือคณะรัฐมนตรีมอบหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
สั่ง ณ วันที่ 10 เมษายน พ.ศ.2563
พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
นายกรัฐมนตรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/62790</URL_LINK>
                <HASHTAG>คำสั่งนายกรัฐมนตรี, ราชกิจา, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190418/image_big_5cb8838b37db0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
